{ปิดพรี} Fake Love 21 l เดิมพันรัก

ตอนที่ 6 : อัปครบ ll Fake love 6th : As planned

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,363
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 234 ครั้ง
    12 พ.ค. 62



Fake love 6th : As planned  -


#wattpad #fantasy ❝Tell me a story, love.❞ In which, a slave girl tells a bloodthirsty king a story in exchange for her life. [07.15.16] all rights reserved ©2016


“เราชอบฟาง”

                “เรารู้แล้ว” ฉันตอบเสียงอ้อมแอ้มไม่ใช่ว่าไม่เคยมีคนมาบอกชอบฉันแต่อย่างที่บอกว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนที่เคยเป็น ฉันช้อนตามองลมแล้วก็หลบตาสองสามครั้ง ลมเอาแต่จ้องฉันเหมือนกำลังรอให้ฉันพูดต่อ คือเรา...อือ     

                ฉันยังไม่ทันพูดไม่จบประโยคที่สองริมฝีปากเขาก็เคลื่อนมาแตะที่ริมฝีปากฉันพร้อมกับพลงใหม่ที่เริ่มร้องขึ้นมา มันคือความบังเอิญที่ตรงจังหวะเพราะเพลงที่ขึ้นมาคือเพลงจูบของวงอิลสลิก

“แค่จูบเบาๆเท่านั้นทำเอาฉันสั่นไปถึงหัวใจ
ตอนที่เธอจูบฉันดวงใจไหวหวั่นล่องลอยแสนไก­ล”

                ฉันรู้สึกมีผีเสื้อบินวนรอบๆตัวหัวใจเต้นรัวเร็วและทำตัวไม่ถูกเลย หัวของฉันอื้อขึ้นมาร่างกายวันร้อนวูบวาบแปลกๆ

                รสชาติช็อคโกแล็ตบางเบาค่อยแทรกซึมเข้ามา ฉันเหมือคนโง่งมทำตัวไม่ถูกฉันทำได้แค่ดันช่วงหน้าอกเขาเบาๆลมไล้มือขึ้นจากข้อมือมาถึงต้นแขนมาจับที่แกมฉันแขนอีกข้างรั้งฉันเข้าหาตัว ในคราวแรกมันเนิบนาบแต่จังหวะเปลี่ยนเป็นดุดันเขาจูบฉันจนเพลงเลื่อนมาถึงท่อนหนึ่ง

“คุณจูบฉับรอยจูบนั้นย่อมติดจนตาย
จะลบรอยจูบอย่างไรไม่หาย
อย่าลืม อย่าเลือน”

                “เราขอโทษ” เขาผละริมฝีปากออกแล้วถึงได้พูดออกมา มันยากมากที่จะตอบว่าไม่เป็นไรที่ฉันเงียบแปลว่าฉันไม่พอใจแล้วครึ่งหนึ่งที่เหลือฉันไม่รู้คือมันอธิบายไม่ถูก

                ริมฝีปากฉันเม้มเข้าหากันรู้สึกเหมือนลำคอมันหนืดๆหลุบตาลงมองมือตัวเองที่จับชายกระโปรงแน่น ภายนอกรถมีหยาดฝนหยดลงมาเรื่อยๆมันไม่แรงมากแต่ชวนให้ในรถที่เนเพราะแอร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้วเย็นขึ้นไปอีก

                “ฟาง เป็นแฟนกับเรานะ” เขาน่ะมีอะไรที่ชวนให้ฉันตกใจอยู่เรื่อย ถึงแม้ว่าฉันจะยังช็อคๆกับเหตุการณ์เมื่อกี้แต่ฉันสามารถประมวลคำตอบของคำถามนี้ได้อย่างรวดเร็ว

                “เราว่ามันเร็วไป” ฉันตอบแบบไม่ได้สบตากับเขาเลยในตอนที่ตอบอาจจะเป็นเพราะว่ารู้ว่าลมมองฉันอยู่ฉันเลยประหม่ามากขึ้นไปอีก

                “งั้นเราขอโอกาส” เขาเอื้อมมือมาจับมือฉันที่กำชายกระโปรงจนแทบเป็นเนื้อเดียวกันกับมือไปกุมไว้พูดตามตรงว่าตั้งแต่ตอนที่เขาถอนจูบออกมาและฉันเบนหน้าหนีฉันยังไม่หันไปมองเขาตอนนี้เกิดความเงียบเพราะฉันอธิบบายความรู้สึกของตัวเองไม่ถูกเสียงฝนตกข้างนอกรถมันไม่ต่างอะไรกับเสียงว้าวุ่นในใจฉันเลย “ฟางให้โอกาสเราได้มั้ยครับ”

                ท้ายที่สุดฉันให้คำตอบเขาโดยการพยักหน้าไปแบบไร้เสียงของฉัน ไม่รู้ว่าในอนาคตฉันน่ะจะรู้สึกผิดมั้ยที่ได้ตกลงไปแต่ท้ายที่สุดแล้วความจริงหนึ่งข้อที่ลมสามารถทำได้คือเขาได้ทำลายกำแพงที่ปิดกั้นตัวฉันเองลงไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว

                “เราไม่รู้ว่าเราจะชอบลมได้มั้ยนะ” นี่คือสิ่งที่ฉันพูดหลังจากที่เงียบอยู่นานลมยังไม่ออกตัวรถไปเลยเรายังนั่งเงียบๆกันอยู่ ถึงฉันจะตกลงให้โอกาสเขาแล้วแต่ฉันไม่สามารถรับรู้ได้ว่าจะชอบได้มั้ยฉันมีเรื่องที่เข็ดหลาบกับความรักและความไว้ใจมาพอสมควร “เราจะต้องบอกลมไว้ก่อนเพราะเราไม่มั่นใจ เรามีความหลังเกี่ยวกับเรื่องของความรักที่ไม่ดีเท่าไหร่น่ะ”

                “ฟาง” เขาเรียกชื่อฉันอีกรอบหนึ่ง “เราไม่รู้ว่าฟางเจออะไรมาแต่ท้ายที่สุดเราอยากบอกฟางว่าไม่ใช่ทุกคนหรอกที่จะทำให้ฟางรู้สึกแบบนั้น”

                ในตอนนี้เขาทำลายความกลัวของฉันลงไปนิดหน่อยแล้วลมแสดงให้เห็นว่าเขาจริงจังกับคำพูดจริงๆแล้วถ้าในอนาคตฉันเกิดรักเขาขึ้นมาแล้วเขาทำให้ฉันเจ็บฉันคงจะเกลียดเขาไปเลยก็ได้ ฉันได้แต่คาดหวังว่าลมจะไม่เป็นแบบนั้นเพราะฉันมันเป็นคนถ้ารักใครก็จะรักหมดใจเกลียดก็จะเกลียดจนหมดใจเหมือนกัน

----

                สองอาทิตย์ต่อมาหลังจากนั้นฉันอยู่ที่เคาร์เตอร์แบรนๆหนึ่งฉันมาซื้อของขวัญวันเกิดให้ลมตามที่ตั้งใจไว้ฉันไม่ได้ตั้งใจให้เวลามันยืดยาวขนาดนี้หรอกแต่ว่าฉันต้องทำรายงานสองชิ้นกับอ่านหนังสืออีกสองอาทิยต์ก็จะสอบแล้วด้วย

                จะว่าไปตั้งแต่วันนั้นฉันยังไม่เจอลมเลยนะหมายถึงเจอเป็นการส่วนตัวเลยเขาชวนฉันไปกินข้าวบ้างสองสามครั้งนะแต่ฉันปฏิเสธตลอดเลยส่วนหนึ่งเพราะไม่ว่างแต่อีกส่วนก็คือยังไม่ค่อยอยากเจอเขาตั้งแต่ผ่านเรื่องวันนั้นมาพอย้อนกลับไปคิดทีไรฉันอดที่จะจูบวาบไม่ได้เลย

                “เหมย เหมยว่าชาแนลหรือดิออร์ดี” ที่ฉันถามเหมยก็เพราะตนนี้ฉันอยู่กับเหมยไงวันนี้แคลร์ติดธุระเลยมาไม่ได้

                “จริงๆเราชอบชาแนลแต่ว่าลมน่าจะเหมาะกับดิออร์มากกว่านะ” อ่าเหมยคิดเหมือนฉันเพราะงั้นฉันเลยบอกพนักงานไปว่าเอาน้ำหอมกลิ่นนี้ของดิออร์หลังจากจ่ายเงินแล้วก็มาห่อของขวัญต่อจริงๆแล้วฉันซื้อของขวัญให้ลมสองอย่างคือเสื้อกับน้ำหอมเสื้อฉันซื้อแล้ว

                ของขวัญวันเกิดเขาฉันให้เป็นเสื้อส่วนน้ำหอมฉันซื้อให้เพราะว่าตอบแทนรูปนั้นที่เขาซื้อให้ฉัน แต่ว่าฉันประหหม่ามากจนไม่สามารถเอาให้ ฉันกลายเป็นคนโง่เง่าที่ไม่กล้าเจอหน้าเขาเลย

“ไทป์วิชาต่อไปเรียนเซคเดียวกับลมใช่มั้ย” หลังจากที่เขียนการ์ดเสร็จแล้วฉันเอาการ์ดอวยพรวันเกิดใส่ไว้ในถุงที่ใส่กล่องของขวัญที่เป็นเสื้อเมื่อไทป์พยักหน้ารับฉันเลยส่งถุงทั้งสองถุงไป “ฟางฝากไปให้ลมหน่อยนะ”

                “ของขวัญวันเกิดลมก็แทนที่จะให้ลมเอง” เหมยพูดออกมา

                “....” ฉันยิ้มกลับไปกับคำพูดของเหมยเพราเหมยไม่รู้ว่าฉันกำลังหลบหน้าลมและเธอก็ไม่รู้เรื่องที่ไปกินข้าววันนั้นด้วย

                “เดี๋ยวเราเอาไปให้” ไทป์ดูเหมือนจะรู้ว่าฉันไม่ได้อยากไปเขาเลยรับถุงสองถุงนี้ไประยะเวลาที่ไทป์กับฉันรู้จักกันก็ค่อนข้างหลายปีเขาน่าจะดูออกว่าฉันไม่อยากไปเอง

***

Lom laphat talk

                “เอาล่ะค่ะสักศึกษาสำหรับวันนี้พอแค่นี้นะคะ” สิ้นเสียงของอาจารย์วิภาดานักศึกษาบางส่วนก็ลุกเดินออกไปจากห้องมีแต่พวกผมที่ยังนั่งอยู่เพื่อรอให้คนทยอยออกไปก่อน

                “วันนี้หนังเข้าอ่ะมีใครจะไปดูหนังกับส้มป่ะ” ลูกส้มที่นั่งอยู่ข้างผมเอ่ยปากขึ้นมา

                “ไปๆ” เพื่อนผมหลายคนตอบว่าไปแต่ผมที่ก้มมองมือถือก็ใช้สมองครุ่นคิดอยู่ว่าจะไปดีมั้ยจวบกับจังหวะนั้นมีคนที่ไม่น่าจะใช่คนในกลุ่มเราเรียกผมก่อน

                “ไอ้ลม” เสียงผู้ชายคนนี้ทำให้ผมละหน้าขึ้นมา

                คนที่เรียกผมคือไอ้ไทป์อดีตเดือนมอเมื่อสองปีที่แล้วที่แล้วแต่ไม่ได้มาคนเดียวมากับเพื่อนอีกสองคนผมรู้ว่ามันลงเรียนเซคเดียวกับผมแต่นั่นไม่ใช่ประเด็นในมือมันถือถุงกระดาษสองใบในมือ

                “ฟางฝากมาให้” ว่าแล้วก็วางของลงบนโต๊ะด้านข้างตัว ผมรู้ว่าไอ้นี่คือเพื่อนในกลุ่มของฟางแต่ไม่รู้ว่าสนิทกันแค่ไหนเพราะไม่เคยถามแต่ว่าก็เห็นไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยเห็นลงรูปด้วยกันบ้างประปรายเท่านั้น

                “ขอบใจมาก” มันบอกมัน

                “อืม” มันรับคำแค่นั้นก่อนจะเดินออกไปผมกับไอ้นี่เคยคุยกันครัง้สองครั้งแต่นานมาแล้วตั้งแต่ช่วงประกวดดาวเดือนโน่นดูแล้วท่าจะเป็นคนที่นิสัยคล้ายกันกับผมนะนิสัยก็เสือผู้หญิงงพอตัวนั่นแหละก็แหงเพราะมันหล่อ แต่ดูแล้วผมหล่อกว่ามันเยอะเลย

                “ไอ้สัตว์เอาของมาให้นึกว่าจะมาต่อย” ไอ้ทัพเป็นคนพูด “ว่าแต่ฟางฝากอะไรมาให้มึงวะ”

                “....” เพื่อนผมทำหน้าอยากรู้กันแต่ผมเลือกที่จะหยิบมาดูทั้งสองถุงมีกล่องที่เป็นกล่องของขวัญขนาดเท่าๆกันทั้งสองกล่องนี้เป็นกล่องของขวัญก็จริงแต่ไม่ใช่แบบห่อเป็นกล่องขวองขวัญที่สามารถเปิดฝาได้เลย

                “เชส” พวกผู้ชายพูดออกมาพร้อมกันหลังจากที่ผมเปิดกล่องที่สองออกกล่องแรกเป็นเสื้อพวกมันก็อึ้งกันไปแล้วแต่กล่องที่สองเป็นกล่องน้ำหอม

“สุขสันต์วันเกิดนะลม ขอให้ลมมีความสุขมากๆร่างกายแข็งแรงนะคะ เราพึ่งว่างไปซื้อของขวัญให้ขอโทษด้วยนะ”

ฟาง

                “วันนี้ไม่ไปด้วยนะ” หลังจากที่อ่านการ์ดเสร็จแล้วผมถึงได้บอกกับเพื่อนไปในตอนแรกตัดสินใจว่าจะไปด้วยเพราะเลิกเรียนแล้วไม่รู้จะไปไหนดี แต่พอตอนนี้ก็คิดออกแล้วไปหาฟางน่าจะดีกว่า

                ผมรู้ว่าฟางยังไม่อยากเจอผมเพราะเรื่องวันนั้นฟางดูเป็นผู้หญิงที่ไม่ได้พูดออกมาโต้งๆว่าไม่พึงพอใจอะไรแต่วันนั้นผมรู้ว่าฟางไม่พอเท่าไหร่หรอกแล้วเธอกำลังหลบหน้าผมเพราะผมชวนเธอไปกินข้าวดูหนังสองสามครั้งแต่เธอปฏิเสธทุกครั้งเลยวันนี้ผมเลยคิดว่าปล่อยไปนานกว่านี้คงไม่ดีเท่าไหร่

                “ได้หญิงแล้วทิ้งเพื่อนนี่หว่า” ไอ้ขุนพูดต่อส่วนผมไม่ได้ออกความเห็นและผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเก็บของเข้าไปในถุงดังเดิม

                “มึงทำของใส่เขาป่ะวะไอ้ลม” ตอนแรกกูนึกว่าเขาจะไม่สนใจมึงซ่ะอีก “เสียงไอ้เพียว”

                “ก็คนมันมีดี” ผมพูดแล้วยิ้มมุมปากตามสไตล์ให้มันไปก่อนจะเดินออกมาจากห้องเรียนระหว่างนั้นก็แชทไปถามเหมยด้วยว่าเรียนอยู่ที่ไหนเหมยบอกว่าอยู่ที่ตึกคณะบริหารและกำลังจะเลิกเรียนด้วยผมก็เลยต้องรีบไปแต่ผมบอกเหมยว่าถ่วงเวลาฟางไว้ให้หน่อยและโชคดีมากๆที่ฟางไม่ได้เอารถมาเข้าทางผมไปเลย

                สักพักผมมาถึงที่หน้าตึกบริหารตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงเย็นคนค่อนข้างพลุกพล่านอยู่พอสมควรเลย ไม่นานฟางกับเหมยก็ลงมาแต่ขาดเพื่อนเธออีกคนหนึ่งซึ่งผมยังไม่รู้จักชื่อ

                “ฟาง” ตอนเธอออกจากลิฟต์พร้อมกลุ่มคนจำนวนหนึ่งผมได้เรียกเธอเอาไว้และเดินเข้าไปหา อย่างที่บอกว่าผมดังอยู่เพราะงั้นเราเลยตกเป็นเป้าสายตาได้ไม่ยากเลย

                “หวัดดี” ฟางทักผมกลับมาแต่เธอไม่ค่อยมองตาผมเท่าไหร่ในตอนนี้เกิดเดตแอร์ขึ้นระหว่างเรา

                “ลมมาหาฟางหรอ” ถ้าไม่มีเหมยเป็นตัวเชื่อมผมกับฟางอาจจะไม่รู้ว่าต้องคุยอะไรกันก็ได้

                “ใช่ เรามาง้อฟางอ่ะ” ผมตอบเหมยแต่สายตายังมองมาทางฟางหลังจากที่ผมพูดว่าง้อผมกับฟางก็ตกเป็นเป้าสายตาของคนที่นี่ยิ่งกว่าเดิม

                “ง้อเราทำไม” ฟางเป็นฝ่ายพูดมาต่อเธอมองผมแล้วแต่สายตาและสีหน้าของเธอเจอความสงสัยอยู่เต็มไปหมด

                “ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันแต่ฟางหลบหน้าเรา ก็เลยต้องมาหาคำตอบด้วย” ผมพูดไปตามที่คิดส่วนฟางทำสีหน้าไม่ค่อยพอใจเมื่อคนแถวนี้มองเราสองคนและคงไม่พ้นคิดว่าผมกับฟางมีซัมติงกันแน่ๆ 

                “งั้นเชิญคุยกันตามสบายดีกว่าเดี๋ยวเราไปแล้ว” เหมยพูดขึ้นมาส่วนฟางหันไปมองเหมย

                “ไหนว่าจะไปส่งเราไง” นี่เสียงฟาง

                “นี่ไง” ส่วนเหมยชี้มาทางผม “ให้ลมไปส่งแล้วกันดูท่ามีเรื่องต้องคุยกันยาวเลยนะ”

 เหมยพูดเร็วมากแล้วก็เดินออกไปเลยฟางหน้างอทันทีที่โดนเหมยทิ้งไว้ให้อยู่กับผมสองคน

                “เราไม่ได้หลบหน้าลมซักหน่อยเราไม่ว่างต่างหาก” เธอพูดมาแล้วก็ทำน้ำเสียงติดไม่พอใจนิดหน่อยก่อนจะเดินออกไปส่วนผมเองก็เดินตามาเธอมา

                “ถ้าไม่ได้หลบหน้าเราก็ไปกินข้าวกับเราก่อน” ผมเดินมาขนาบข้างเธอ “ไปกินข้าวกันนะคะนะ”

                “เราไม่ว่างหรอก” ว่ากันว่าคนโกหกมักจะไม่สบตาและใช่ฟางไม่สบตากับผมเลยและผมก็รู้ว่าวันนี้ฟางว่างด้วยผมถามเหมยมาแล้วรายงานของเธอเสร็จแล้วและบอกเหมยว่าวันนี้อเลิกเรียนอยากชวนเหมยไปดูหนังอีกด้วย

                “ถ้าไม่ว่างแล้วใครกันนะที่ชวนเหมยไปดูหนัง” เธอหันมาขมวดคิ้วมองผมทันที “เราถามเหมยเอง โกหกไม่ดีนะคะ”

                “ทำไมเพื่อนเราอยู่ทีมลมหมดเลยนะ” ผมเลิกคิ้วให้เธอ

                “ทีมเราอะไรครับ” ผมถามแต่ก็พอรู้อยู่ฟางน่าจะหมายถึงเพื่อนเธอช่วยเหลือผมจนกินไปแน่ๆ

                “ช่างเถอะ จะไปกินข้าวไม่ใช่หรอไปสิ” สุดท้ายเด็กดื้อแบบฟางก็ต้องยอมมากับผมจนได้เลยนะ สิบห้านาทีถัดมาผมมาอยู่ที่ห้างแถวมหาลัยกับฟางที่ผมเลือกที่นี่เพราะนักศึกษามหาลัยเราน่าจะอยู่ที่นี่เยอะอยู่ผมแค่อยากให้คนอื่นเห็นว่าผมมากับฟางก็เท่านั้นเดี๋ยวเรื่องของเราก็แพร่ออกไปก็จะมีคนไปตั้งกระทู้อยู่ดี เรื่องระหว่างผมกับฟางก็จะกายเป็นกอสซิบในมอ

                “ฟางอยากกินอะไร” เพราะเป็นประเภทที่ชอบเอาใจผู้หญิงเลยต้องถามความเห็นของเธอก่อน

                “แล้วแต่ลมเลย เราคิดไม่ออก” เธอตอบแบบนั้นผมเลยพาเธอมาที่ร้านอาหารญี่ปุ่นร้านหนึ่งและผมเลือกมุมที่ดูไพรเวทที่สุดของร้านนี้แล้วหลังจากนั้นก็สั่งอาหารกัน ระหว่างที่นั่งรออาหารกันฟางก็ไม่ได้พูดอะไรกับผมเลย

                “เราขอโทษเรื่องวันนั้นอีกรอบนะ” หลังจากที่ผมพูดประโยคนี้ฟางละสายตาจากโต๊ะที่ว่างเปล่าขึ้นมองผมเธอไม่ได้ตอบอะไรกับผม “กินข้าวเสร็จไปดูหนังกันนะ ห้ามตอบว่าไม่ว่างด้วยเพราะฟางอยากดูหนังไม่ใช่หรอ”

                “ถึงเราปฏิเสธลมก็ต้องพาเราไปได้อยู่ดีนั่นแหละ” ก็คงตามนั้นผมสามารถพาเธอไปได้และเราก็ดูหนังกันหนังที่ฟางอยากดูคือหนังผีซึ่งผมเซอร์ไพร์ฟางในจุดนี้มากแถมดูแบบไม่กลัวเลยสักนิด ตอนจบของหนังมีฉากจูบกันซึ่งผมเห็นว่าฟางแอบมองมาทางผมด้วย

                “มองอะไรครับ” ผมขยับตัวไปใกล้ๆแล้วก็กระซิบถามเธอ

                “ไม่ได้ตั้งใจซักหน่อย” ผู้หญิงนี่นะปากไม่ค่อยตรงกับใจหรอกเธอตอบมาแบบนั้นผมก็เลยไม่ได้ซักไซร้อะไรพอหนังจบก็เดินออกมาตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มกว่าแล้วผมก็เลยตัดสินใจไปส่งฟางแต่ขาออกผมเจอร้านตุ๊กตาเข้าซ่ะก่อน

                “ฟางไปรอเราที่รถก่อนนะเดี๋ยวเราไปเข้าห้องน้ำเสร็จจะตามไป” ผมบอกแล้วส่งกุญแจรถให้ฟางเพื่อให้เธอเอาไว้ปลดล็คอรถแล้วนั่งรอ หลังจากแยกกันตรงนี้ผมแกล้งทำเป็นเดินไปทางห้องน้ำแต่ไปหลบมุมเพื่อแอบมองเธอจนฟางลับสายตาไปแล้วผมค่อยเดินออกมา

                ผมว่าร้อยทั้งร้อยผู้หญิงน่ะก็คงชอบอะไรน่ารักๆกันทั้งนั้น ผมเลยเดินเข้ามาในร้านขายตุ๊กตาร้านนั้นก่อนจะสะดุดตาเข้ากับตุ๊กตากระต่ายสีขาวหูยาวผมว่ามันเหมือนฟางนะเหมือนมากด้วย หมายถึงน่ารักเหมือนกันน่ะ

                “เอาตัวนี้ครับ” ผมเอาตุ๊กตามาวางบนโต๊ะก่อนจะจ่ายเงินกับพนักงานแล้วเดินออกมาที่รถฟางนั่งรออยู่ข้างในแล้วเธอเล่นมือถือและยังไม่เงยหน้าขึ้นมามองผมจนกระทั่งผมเข้ามาในรถ

                “ฟางคะ” ผมเรียกเธอก่อนจะเอาตุ๊กตาขึ้นมาตรงหน้าและเธอก็หันมา “พี่ฟางหายโกรธพี่ลมนะคะ”

                “เล่นอะไรของลม เราไม่ได้โกรธสักหน่อยนะ”

                “ไม่จริงหรอก ฟางโกรธเราถ้าไม่โกรธฟางต้องมองตาเราแล้วดิ” เอาจริงๆตั้งแต่เจอกันวันนี้เวลาฟางพูดจะไม่ค่อยสบตาผมเท่าไหร่หรือถ้าสบตาก็เพียงแค่แป๊บเดียว ผมดูจากตัวเองผมก็จะทำแบบนี้เวลาไม่พอใจใครสักคน “ฟางโกรธเราเรื่องวันนั้นใช่มั้ย”

                “เรื่องอะไร ไม่มีหนิ” คนปากแข็งยังปฏิเสธต่อ

                “เรื่องที่จูบฟางไง โอ้ย” พูดจบคนตัวเล็กก็ตีที่ไหล่ผมหนึ่งที “เห็นมั้ยฟางโกรธเรื่องนี้จริงๆด้วย พี่ลมขอโทษนะคะ หายโกรธนะ”

                “ไม่ต้องพูดถึงแล้ว”

                “ถ้าไม่โกรธแล้วก็รับไปก่อน” ผมยืนไปให้ส่วนฟางก็ยอมรับไป “เหมือนฟางเลยอ่ะเจ้าตัวนี้”

                “.....” เธอไม่ตอบแต่มองหน้ากระต่ายตัวนี้

                “น่ารักเหมือนฟางเลย” ผมว่าแล้วเอื้อมมือไปดึงแก้มตุ๊กตาตัวนั้น “ตัวก็นุ่มนิ่มเหมือนฟางด้วย”

                “พอแล้วไม่ต้องพูดแล้ว พากลับเลย” ผมแอบเห็นว่าฟางอมยิ้มแต่เธอกลับมาปั้นหน้านิ่งใส่ต่อ

                ผมพาฟางมาส่งที่คอนโดของเธอเท่าที่ดูแล้วฟางน่ะไม่น่าจะใช่คนจีบยากหรอกแต่เธอไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาในชีวิตเธอต่างหาก อาจจะเพราะแบบที่เธอบอกว่าฟางมีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีกับความรักสักเท่าไหร่เธอเลยไม่ยอมคุยกับคนอื่น แล้วถ้าผมเข้าหาเธอแบบผู้ชยคนอื่นเธอก็คงไม่เปิดโอกาสให้ผมหรอก

                ถ้าเกิดว่าผมทักแชทไปจีบเธอ หรือไม่ก็เดินไปขอเบอร์เธอตรงๆอาจจะไม่มีผมกับเธอในวันนี้ก็ได้ แบบฟางคงงต้องเริ่มจากคนรู้จักแล้วค่อยพัฒนาไปเรื่อยๆถึงแม้ใจผมจะไปถึงวันที่เธอนอนอยู่บนเตียงผมแล้วก็ตาม

                ตอนแรกคิดว่าการจีบฟางมันจะยากกว่านี้ซ่ะอีก เอาเข้าจริงง่ายกว่าที่คิดไว้มาก อีกนิดเดียวผมก็จะชนะผู้หญิงที่เคยปฏิเสธผมแบบกวางได้แล้ว แต่ถ้าฟางดีผมอาจจะไม่ทำตามที่กวางท้ามาก็ได้ของแบบนี้มันต้องดูกันยาวๆ

Fang minthira talk

                “ขับรถกลับดีๆนะ” ฉันหันไปบอกลมหลังจากที่ปลดเบลล์แล้ว

                “ค่ะ” เขารับคำกับฉัน ลมน่ะรู้จักวิธีพูดกับผู้หญิงจริงๆนะแต่ผู้ชายที่พูดค่ะพูดขามันดูเจ้าชู้มากนะถึงแม้ว่ามันจะละมุนมากก็ตามที

                พอขึ้นมาถึงบนห้องฉันก็เอาเจ้าตุ๊กตากระต่ายน่าตาน่าเกลียดน่าชังตัวนี้ไปไว้บนเตียงก่อนจะถ่ายรูปอัพสตอรี่ไอจีกับใส่อิโอมติคอนรูปกระต่ายคือฉันพึ่งได้เปิดดูอินตราแกรมของตัวเองมันมีแจ้งเตือนเยอะแยะเต็มไปหมดซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่แต่ฉันดูสตอรี่ของลมที่อยู่ต่อกันฉันก็ต้องขมวดคิ้วเพราะว่าเขาลงรูปฉันในสตอรี่น่ะสิ

                รูปแรกที่เขาลงในสตอรี่ฉันเป็นรูปฉันตอนนั่งก้มเล่นมือถือที่ร้านอาหารญี่ปุ่นตอนเรากินข้าวกันจำได้ว่าตอนนั้นเหมยทักมาหารูปที่เขาลงเขาเอาสติกเกอร์หัวใจปิดหน้าฉันไว้ถ้าคนไม่รู้จักสนิทสนมอาจจะไม่รู้แต่ที่รู้ๆฉันน่ะรู้แน่ “ทำยังไงถึงจะหายโกรธ” และรูปสุดท้ายเป็นเจ้าตุ๊กตากระต่ายตัวที่ให้ฉันพร้อมกับแท็กฉันด้วยกับข้อความว่า “หายโกรธนะคะ”

                แล้วทำไมฉันต้องอมยิ้มแทนที่ฉันจะไม่พอใจด้วยล่ะ แต่ก็นะลมก็น่ารักนี่นา ฉันว่าคารมเขาคือสิ่งที่ไวต่อคำพูดของผู้หญิงนะ เขาทำให้ฉันใจเต้นแรงหลายครั้งแล้วนะอันตรายจริงๆเลย ฉันรู้สึกว่ากำแพงของฉันอาจจะไม่ปลอดภัยแล้วล่ะ

                ฉันไม่ใช่คนที่จิตใจด้านชาขนาดนั้นตลอดเวลาที่ฉันปิดกั้นตัวเองเพราะกลัวว่าตัวเองหวั่นไหวต่างหาก ฉันเป็นคนที่ถ้าใครดีด้วยก็จะดีเพราะความที่ฉันเป็นแบบนี้ฉันก็เลยเคยถูกหักหลัง

 ฉันไม่อยากเป็นแบบนั้นแล้วฉันเลยไม่ยอมคุยกับคนที่เข้ามาจีบแบบตรงๆ แต่ลมน่ะไม่เหมือนคนอื่นเลยนะ

----

                สองเดือนต่อมาฉันก็ยังไม่ได้คบกับลมหรอกแต่เขาน่ะเอาแต่รุกฉันอยู่เรื่อยแต่เขาไม่ทำในสิ่งที่ฉันไม่ชอบเช่นการถึงเนื้อถึงตัวมาจนเกินไปอย่างมากที่สุดก็แค่จับมือ เขาทักมาหาฉันทุกวันโทรมาคุยแทบทุกวันเหมือนกัน สิ่งที่ฉันรับรู้จากเขาคือเขาเป็นคนน่ารักมากเลยนะ ไม่รู้ว่าเป็นเฉพาะช่วงแรกหรือเปล่าที่ทำแบบนี้แต่ช่างเถอะถ้าตอนนี้เขาน่ารักก็แปลว่าเขาน่ารัก

“ลมทำไมไม่มานั่งฝั่งนี้” และตอนนี้ฉันก็อยู่กับเขาที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแถวๆมอวันนี้น่ะฉันรู้สึกนึกอยากกินคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็กันก็เลยพามา และฉันเรียกเขามานั่งฝั่งเดียวกันเพราะที่นั่งตรงนั้นมันโดนแดด “มันร้อนนะตรงนั้นน่ะ”

“ไม่เป็นไร นั่งตรงนี้มองหน้าฟางได้ถนัดกว่า” ฉันเบ้ปากกับคำพูดของเขาแต่ในใจกลับรู้สึกเขินเดี๋ยวนี้เขาชอบพูดอะไรเสี่ยวกับฉันนะลมน่ะ เหมือนว่าหยอดได้ตอนไหนก็หยอดเลย

“สงสัยเราคงต้องใส่น้ำปลาตัดเลี่ยนแล้วมั้ง” ฉันเลยพูดออกไปแบบนี้เพราะว่าไม่อยากให้เขารู้ว่าฉันเขินแต่ก็นะ...

“ฟางก็นั่งฝั่งข้างในนี่นะแดดก็ไม่โดนทำไมหูแดงจัง” เขาแซวฉันอีกข้อดีของฉันที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองดีก็คือการเก็บอาการทางสีหน้านี่แหละแต่ว่าฉันเป็นคนที่เขินแล้วหูชอบแดงตลอดเลย

“กินไปเงียบๆเลย เดี๋ยววันหลังไม่ให้มาด้วยแล้วนะ” ฉันแกล้งทำเป็นดุเขาจนเขาเงียบลง วันนี้เหมยกับแคลร์ไม่มากับฉันเพราะว่าเลิกเรียนแล้วเหมยไปหาแฟนส่วนแคลร์ช่วงนี้กำลังมีเดตกับเด็กของเธอ ส่วนพวกผู้ชายเห็นว่าจะไปแต่งรถกันฉันคนว่างงานและไม่มีแฟนก็ต้องมากับผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้านี่ไง

“ฟาง เราก็คุยกันมาสองเดือนแล้วนะตอนไหนฟางจะเป็นแฟนกับเราสักที่ล่ะ” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถามประโยคนี้แต่เดือนที่แล้วเขาก็ถามอาทิตย์ที่แล้วก็ถามฉัน

“เราไม่รู้” สุดท้ายฉันก็ตอบกลับไปเสียงเบา

จะว่าไปตอนนี้คนในมอก็คิดว่าฉันคบกับลมหมดแล้วเพราะเราก็ทำทุกอย่างเหมือนเป็นแฟนกันเพียงแต่ว่ายังไม่ได้ระบุสถานะชัดเจนเท่านั้น ตัวฉันยังละล้ำละลักอยู่กับเรื่องเก่าๆส่วนลมเขามีผู้หญิงมาเกาะแกะเยอะแยะเต็มไปหมดเลยนะทั้งในเฟสบุ๊คไอจี แต่เขาก็บอกว่าไม่สนใจ

เวลาล่วงเลยมาจนถึงตอนเย็นวันนี้ฉันมีนัดต้องไปงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนพ่อที่โรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งตามตรงฉันไม่ได้อยากจะมาเท่าไหร่นักไม่ได้นึกชอบอกชอบใจงานพวกนี้ด้วยแต่ด้วยความที่ฉันโตมากับครอบครัวที่ค่อนข้างมีหน้าตาในสังคมมันปฏิเสธตรงนี้ไม่ได้อยู่แล้ว 

“สุขสันต์วันเกิดนะคะคุณอา” ฉันบอกคนที่อายุคราวพ่อตัวเองท่านก็รับคำแล้วก็รับของขวัญฉันไป งานวันนี้ค่อนข้างใหญ่นะฉันเห็นนักงการเมืองมาหลายท่านแอบเห็นคุณพ่อของลมด้วยเมื่อกี้

หลังจากที่อวยพรกับคุณอาเสร็จแล้วเราเข้ามาด้านในพ่อฉันมีคนมาทักทายหลายคนมากฉันเองก็จำได้บ้างไม่ได้ถามต้องสวัสดีคนเยอะมากด้วยเช่นกัน

“อ้าวคุณจิรศักดิ์คุณพิมพ์สุดา” มีคนเดินมาทักพ่อกับแม่ฉันแต่ฉันไม่ได้สนใจเพราะกำลังเพ่งมองแผ่นหลังของใครคนหนึ่งอยู่ค่อนข้างคุ้นตาและฉันอยากจะรู้ว่าใช่หรือไม่ใช่

“คุณปกรณ์ สวัสดีครับ พ่อฉันทักทายกลับไปการพูดคุยของผู้ใหญ่ยังอยู่ในหูฉันแต่ฉันยังไม่ได้หันกลับมาจนบทสนทนาล่วงเลยมาถึงการแนะนำลูกของกันและกัน

“นี่ลูกชายคนโตกับคนเล็กของผมเอง ตาไฟพึ่งกลับจากเรียนปริญญาโทที่อังกฤษเมื่อวานส่วนนี่ตาลมลูกชายคนเล็กที่เคยเล่าให้ฟัง” หูฉันพึ่งทันทีก่อนจะหันกลับมาแน่นอนฉันเจอลมที่นี่กับพ่อและพี่ชายของเขาการเพ่งมองผู้ชายคนก่อนหน้าที่ฉันบอกว่าคุ้นเลยถูกยกเลิกไป

“ฟาง นี่คุณปกรณ์ที่พ่อเคยเล่าให้ฟัง” พ่อบอกฉันส่วนฉันยกมือไว้คุณพ่อของลมไปและลมยิ้มให้ฉัน

“เจอกันอีกแล้วฟาง” เขาพูดแล้วยิ้มให้ฉันแต่ฉันทำตัวไม่ถูกแฮะคือพึ่งเจอกันแล้วกินข้าวด้วยกันเมื่อตอนเที่ยงพอมาตอนเย็นมาเจอกันอีกแต่ในบรรยากาศที่แตกต่างออกไปฉันเลยทำตัวไม่ถูก

“นี่รู้จักกันด้วยหรอลูก” พ่อเป็นคนถามฉัน

“ครับรู้จักกัน” ลมเป็นคนตอบแล้วก็มองมาทางฉันเขาไม่ได้ขยายความว่ารู้จักกันแบบไหนแต่ก็นะฉันก็ไม่รู้จะตอบว่ายังไงเหมือนกัน

                “เป็นเพื่อนที่มหาลัยฟางใช่มั้ยเรา” พ่อถามต่อไปอีกตามหลักความเป็นจริงแล้วเขาควรตอบว่าใช่หรือฉันก็ควรตอบแบบนั้นเพราะมันดูซอฟต์สุดแล้วในคราวแรกเลยฉันว่าจะตอบแล้วแต่ลมกลับเป็นฝ่ายตอบแทนซึ่งเขาตอบว่า..

                “อยู่มหาลัยเดียวกันครับแต่ไม่ได้เป็นเพื่อนกันหรอกครับเพราะผมกำลังจีบฟางอยู่” ฉันทำอะไรไม่ถูกพูดไม่ออกเหมือนกันใครจะคิดว่าผู้ชายที่ชื่อลมคนนี้จะกล้าพูดว่ากำลังจีบันต่อหน้าพ่อกับแม่ฉันได้ให้ตายเถอะเขาใจกล้าขนาดนี้เลยหรอ ฉันน่ะนอกจากจะทำตัวไม่ถูกแล้วแถมยังใจเต้นแรกอีก “ขอโทษนะครับที่ผมต้องพูดตรงๆเพราะว่าผมไม่ได้เป็นเพื่อนฟางจริงๆ”

                “ไม่เป็นไรอาชอบคนกล้า” แล้วดูพ่อฉันสิดูพ่อฉันส่วนแม่ฉันก็ไมได้ออกความเห็นอะไรนะเลยแต่แม่ยิ้มแค่นั้น

                “แล้วคุณปรางทองไม่มาเหรอคะ” แม่ฉันเปลี่ยนเรื่องคุยใหม่เพราะว่าตรงนี้ไม่รู้จะพูดอะไรต่อเลยเพราะความกล้าของลมคนเดียว

                “ติดงานที่สมาคมน่ะครับก็เลยแยกไปกับลูกสาวคนโต” ในตอนนี้มีแค่ผู้ใหญ่ที่คุยกันและเปลี่ยนลำดับการยืนฉันอยู่หลังแม่แล้วก็มีลมยืนอยู่ข้างฉันถัดไปเป็นพี่ชายเขา เขาแนะนำพี่ชายตัวเองให้ฉันรู้จักพี่ชายเขาดูแล้วเป็นคนที่ค่อนข้างสุภาพและดูท่าทางไม่เจ้าชูเหมือนน้องชายเลยแต่ถ้าเทียบกันแล้วลมดูมีเสน่ห์กว่ามากฉันว่าพี่น้องคู่นี้น่าจะสลับชื่อกันมากกว่านะ

                “ฟางโกรธเราป่ะเมื่อกี้ ที่เราบอกพ่อฟางไปแบบนั้น” ฉันเอียงหน้ามามองเขาก่อนจะส่ายหัวให้จริงๆฉันก็รู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นคนตรงๆนะอีกอย่างเรื่องแค่นี้ฉันไม่สมควรโกรธเลย “แต่ฟางไม่ยิ้มเลยอ่ะ”

                หูของฉันฟังเขาในประโยคนี้แต่ไม่ทันได้ตอบคนที่ฉันมองอยู่นานสองนานตั้งแต่ก่อนลมกับพ่อของเขาจะเดินมาก็เบี่ยงตัวมาทางนี้พอดี ฉันกับเขาสบตากันและใช่คนๆนั้นคือคนเดียวกับที่ฉันคิดฉันจำเขาได้และสตั้นไปตอนที่เป็นเขา เขาคนนั้นมองฉันแล้วเขาเองก็เหมือนทำตัวไม่ถูกเหมือนกันเรื่องราวในอดีตย้อนกลับเข้ามาในหัวฉันอีกครั้ง

                ความโกรธตีตื้นขึ้นมาหน้าอกฉันแน่นหัวฉันวิ้งๆไอร้อนเบาๆออกมาด้วย ยามภาพนั้นผุดขึ้นมามันชัดเจนยิ่งกว่าภาพเอชดีอ่ะส่ะอีก ฉันไม่รู้ว่าหน้าตาของฉันตอนนี้เป็นแบบไหนนะ

                “ฟาง ฟาง” ฉันได้ยินเสียงลมที่เรียกฉันจากนั้นรับรู้ได้ถึงสัมผัสตรงหัวไหล่คล้ายว่าลมกำลังจับมันอยู่

                “เราไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะ” ฉันหันมาบอกเขาแล้วสับขาเดินออกมาเลยฉันไม่ได้อยากจะหันกลับไปมองเพราะไม่อยากเห็นหน้าผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่ชื่อนที

----

                “ฮู้ว” ฉันพ่นลมหายใจที่กรุ่นร้อนของตัวเองออกมาก่อนจะหายใจเข้าปอดลึกๆ

                สงสัยใช่มั้ยมั้ยล่ะว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร เขาน่ะชื่อนทีเป็นแฟนเก่าของฉันเป็นรักครั้งแรกด้วยเราคบกันได้หนึ่งปีเขาอายุมากกว่าฉันสองปีเลิกกันตอนฉันมอหกเพราะฉันเห็นเขากำลังมีอะไรกับเพื่อนของฉันที่ห้องของเขาในวันวาเลนไทน์ที่ฉันจะไปเซอร์ไพร์เขาเขาบอกฉันว่าไม่ว่างแต่เขากลับไปนอนกับคนอื่นซึ่งคนนั้นคือเพื่อนในกลุ่มของฉัน

                เราเกือบจะได้หมั้นกันเพราะพ่อกับแม่ของเขาชอบฉันมากแม้กระทั่งตอนฉันกับเขาเลิกกันพ่อกับแม่ฉันเป็นคนมาขอโทษและขอร้องให้ฉันให้อภัยลูกชายของเขา แต่ฉันไม่ทำและเล่าให้ฟังหมดเปลือกว่าลูกชายเขาทำให้ฉันอยากเลิกเพราะอะไร

                และพ่อกับแม่ของฉันก็รู้พร้อมกันตอนนั้นพ่อฉันไม่พอใจมากจนถอนเงินลงทุนกับบริษัทของเขาทั้งหมด

                ผ่านไปเกือบสิบนาทีฉันสงบจิตสงบใจได้จึงเดินออกมาจากห้องน้ำฉันเห็นว่าพ่อกับแม่ของฉันยืนคุยอยู่กับใครสักคนที่ดูจะมีอายุมากๆอยู่ส่วนลมกับพ่อและพี่ชายของเขายืนคุยอยู่กับผู้ชายวัยเดียวกันกับพ่อลมและมีผู้หญิงคนหนึ่งอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเรา ดูสนิทสนมกันดีนะ

                เขาหันหน้ามาทางฉันแต่ไม่ได้มองฉันหรอกกำลังมองผู้หญิงคนนั้นอยู่เขายิ้มให้เธอก่อนจะลูบหัวเธอในนาทีถัดมาเขาเหลือบตามาทางฉันจวบกับจังหวะนั้นเองผู้ชายที่ชื่อนทีคนนี้ก็มาหยุดตรงหน้าฉัน

                “น้องฟาง” เขายิ้มให้ฉันราวกับว่าระหว่างเราไม่เคยมีเรื่องหมางใจกันมาก่อนส่วนฉันแทบจะไม่อยากสบตากับเขาก่อน “พี่หาโอกาสทักฟางตั้งนานแหน่ะค่ะ ไม่ได้เจอกันนานเลยสบายดีมั้ยคะ”

                “ก็ดีค่ะ” ฉันตอบในบริบทที่แสดงออกไปว่าไม่อยากจะคุยกับเขามากๆฉันมองเห็นลมผ่านช่วงไหล่เขาไปเพราะพี่นทีเขาเตี้ยกว่าลมมากและสูงกว่าฉันไม่มากเท่าไหร่ฉันเห็นว่าลมกำลังมองฉันสายตาของเขาดูคลางแคลงใจอยู่ไม่ใช่น้อยเลยครั้นจะให้ฉันเดินหนีหรือว่าวีนออกมันคงดูไม่ดีใช่มั้ยล่ะ ฉันต้องอดทนนะ

                “วันนี้ฟางสวยมากเลยนะคะรู้มั้ย” รู้สิก่อนหน้านี้ลมพึ่งชมฉันมาเขาน่ะชมว่า วันนี้ฟางสวยมากเลยนะ แต่จริงฟางก็สวยทุกวันอยู่แล้วสำหรับเรา พอคิดถึงประโยคนี้ฉันดันยิ้มออกมาซ่ะงั้นแต่พอนึกได้ว่าอยู่ต่อหน้าผู้ชายคนนี้ฉันก็หุบยิ้มลงไปทันทีหวังว่าเขาจะไม่เข้าใจผิดหรอกนะ

                “ขอบคุณค่ะ” ฉันบอกไปตามมารยาทในตอนนี้ลมไม่ได้มองฉันเพราะผู้หญิงคนนั้นเขย่าแขนเขาก่อนจะชวนเขาถ่ายรูปเซลฟี่ด้วยส่วนฉันกลับมาโฟกัสผู้ชายคนนี้

“ฟางรู้มั้ยตอนอยู่นิวซีแลนด์พี่คิดถึงฟางมากเลยนะ ทำไมถึงไม่ตอบแชทพี่บ้าง” 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

พอรู้ว่าฟางมีความหลังอะไรกับความรักแล้วก็สงสารนางไม่อยากจะคิดวันที่นางรู้ว่าลมจีบนางเพราะอะไรเลยอิลมคงโดนเกลียดเข้ากระดูกดำเลยเด้อแล้วอิลมมันคุยกับไผน้อคราวนี้ มามะมาเม้นเถอะคนดีแล้วสี่ทุ่มอย่าลืมมาเจิมนะคะ

Song :  จูบ illslick feat หนึ่ง etc

กลุ่ม  BK little-P [H+]  เพจ BK little-P  ทวิตตเตอร์ @Babybow_M



ลม 
Cast : Sehun [EXO]



ฟาง
Cast : Heejin [LOONA]



กวาง
Cast : Eunbi [IZ*ONE]

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 234 ครั้ง

2,583 ความคิดเห็น

  1. #1240 haroopokky (@haroopokky) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 18:48
    สงสารฟางล่วงหน้าเลยอ่ะ
    #1240
    0
  2. #55 heykeo (@heykeo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 21:08
    สาวที่ไหนอีกล่ะอีลม
    #55
    0
  3. #54 Palinz (@evening731) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 17:29
    รอดูตอนลมโดนฟางเทเลย
    #54
    0
  4. #53 heykeo (@heykeo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 13:18

    แหม....หยอดเก่งก้อลมเนี่ยแหละโปรโมชั่นก้องี้แหละ

    #53
    0
  5. #52 heykeo (@heykeo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 21:35
    แล้วจะเสียใจถ้าทำตามกวาง
    #52
    0
  6. #51 sengsa (@sengsa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 20:17
    รอดราม่าเลยย

    ชอบบบย
    #51
    0
  7. #50 CharNada (@CharNada) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 19:32
    ลม แล้วนายจะเสียใจที่เล่นกับความรู้สึกของฟาง!!! รอดราม่าเลยยยย
    #50
    0
  8. #49 kat_6W (@kat_6W) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 17:58
    ดราม่าหนักแน่ เราชอบอะไรแบบนี้ค่ะ คิคิ
    #49
    0
  9. #48 heykeo (@heykeo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 06:37
    ถ้าฟางรู้เรื่องนะ...ลมจะเสียใจ
    #48
    0
  10. #47 JmPor9497 (@JmPor9497) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 23:06
    รอร๊อรออออฮ้า
    #47
    0
  11. #46 Chintanakarn2525 (@Chintanakarn2525) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 23:04
    เห้อออไม่อยากคิดตอนฟางรู้อ่ะ..หน่วงเลย ถ้าอิลมมันน่ารักจากใจคงดีเนาะ..
    #46
    0
  12. #45 introverted2 (@introverted) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 21:57
    รอค่าาาา
    #45
    0
  13. #44 heykeo (@heykeo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 19:29
    ลมกล้าเล่นกับความรู้สึกฟางจริงเหรอ
    #44
    0
  14. #43 JmPor9497 (@JmPor9497) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 18:03
    รอฮ้าาาาาา
    #43
    0
  15. #42 Boots.K (@NamOohSongKim) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 17:57
    มาต่ออีกนะคะไรท์
    #42
    0
  16. #41 เย้เฮ้ท (@nonexo77) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 12:35
    เจิมมมม
    #41
    0
  17. #40 yeenyyn (@yeenyyn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 09:19
    เจิมมมมม
    #40
    0
  18. #38 SineThara (@SineThara) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 23:05
    รอค่าาา
    #38
    0
  19. #37 Boots.K (@NamOohSongKim) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 21:47
    เจิมมมมมมมมมมมมมม
    #37
    0
  20. #36 Prachanun Sawatjitkotchakone (@daidodo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 21:19
    เจิมมมม
    #36
    0
  21. #35 heykeo (@heykeo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 19:56
    เจิมมมมมมมม
    #35
    0
  22. #34 JmPor9497 (@JmPor9497) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 19:43
    เจิมมมมมมมมมม
    #34
    0
  23. #33 PinkZa547 (@PinkZa547) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 19:15
    เจิมมมมมมรอออออจ้าาาาาา
    #33
    0
  24. #32 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 19:15
    เจิมมมมม
    #32
    0