{ปิดพรี} Fake Love 21 l เดิมพันรัก

ตอนที่ 4 : อัปครบ ll Fake love 4th : Two of Us

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,652
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 186 ครั้ง
    27 มิ.ย. 62


Fake love 4th  : Two of Us  -

#wattpad #fantasy ❝Tell me a story, love.❞ In which, a slave girl tells a bloodthirsty king a story in exchange for her life. [07.15.16] all rights reserved ©2016





Fang minthira talk

                “พี่จิ๋วเติมข้าวให้ฟางทีค่ะ” ฉันขยับตัวก่อนจะหันไปสั่งพี่แม่บ้านที่ยืนรอบริการอยู่เช้าวันนี้ค่อนข้างอารมณ์ดีหน่อยไม่ใช่ฉันแต่เป็นพ่อต่างหากพอฉันเห็นพ่ออารมณ์ดีฉันก็เลยพลอยเจริญอาหารไปด้วย

                สาเหตุที่พ่ออารมณ์ดีมาจากเมื่อวานฉันไปช่วยพ่อหาเสียงที่ต่างจังหวัดเมื่อวานและเป็นครั้งแรกที่ฉันออกสื่อหลังจากที่ภาพของฉันเผยแพร่ออกไปโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพของฉันออกไปทำให้ตกเป็นที่สนใจหลักคือการชมหน้าตาของฉันแต่ฉันไม่ได้ชอบหรอกนะแต่พ่อชอบไง

                เมื่อก่อนฉันไม่เคยออกสื่อเลยนะฉันเป็นที่รู้จักแค่ในมอแต่ก็ไม่โด่งดังในโลกโซเชียลอะไรมากหรอก การเป็นที่รู้จักมันไม่ได้ดีขนาดนั้น หลังจากที่ฉันตกเป็นจุดสนใจเมื่อวานอินสตาร์แกรมฉันมียอดฟอลโล่พุ่งสูงมากจนรู้สึกว่า กลัวแล้วพอเถอะ

                ฉันนั่งทานข้าวนั่งฟังพ่อกับแม่คุยกันเงียบๆมีออกความเห็นบ้างก่อนที่ฉันจะหันไปมองทีวีในห้องกินข้าวเลกมีทีวีอยู่เพราะพ่อฉันชอบดูข่าวทั้งตอนเช้าและตอนเย็นห้องทานข้าวเล็กมีไว้สำหรับบรรยากาศแบบครอบครัวส่วนห้องทานข้าวใหญ่เอาไว้เวลามีแขกสำคัญมา

                “พ่อคะคนนั้นใคร” ฉันบอกแล้วหันหน้าไปทางทีวีที่ตอนนี้ฉายภาพของนักการเมืองท่านหนึ่งที่ให้สัมภาษณ์นักข่าวอยู่ฉันจำนามสกุลของคุณคนนี้ได้นามสกุลเขาเหมือนของลมเลย

                “อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลังตอนนี้เป็นสส.พรรคXXX” ฉันพยักหน้าให้พ่อหลังจากลับรู้ “มีอะไรหรือเปล่า”

                “นามสกุลเขาเหมือน...คนที่ฟางรู้จักค่ะ” ฉันตอบก่อนจะตักข้าวที่พี่จิ๋วพึ่งเติมให้เข้าปากหนึ่งคำ

                “วันนั้นที่บ้านรัฐมนตรีต่างประเทศพ่อไม่ได้แนะนำให้หนูรู้จักแต่ตอนพ่อไปคุยกับเขาเขาชมว่าหนูสวยนะ” ฉันอมยิ้มกับสิ่งที่พ่อพูด “ลูกชายคนเล็กเขาก็อายุเท่าหนูเลยแต่เสียดายวันนั้นไม่ได้ไป”

                “พ่อคงไม่อยากจับคู่ให้ฟางกับลูกชายเขาหรอกนะคะ” ฉันพูดดักทางไว้ทันทีพ่อทำได้แค่หัวเราะร่วนกับความรู้ทันของฉัน ฉันรู้ว่าพ่ออยากทำแบบนั้นสำหรับสังคมของฉันเรื่องคู่ครองมักมาพร้อมกับผลประโยชน์เรื่องความรักไว้ทีหลัง

-------------------------

ช่วงบ่ายของวันเดียวกันฉันมาที่นิทรรศการงานศิลป์ที่หอแก้ว หอแก้วเป็นชื่อของสถานที่ที่คล้ายอาร์ตแกลอลี่แต่ไม่มีแค่ภาพถ่ายหรือภาพวาดยังมีงานปั้นและทุกๆอย่างที่เป็นศิลปะ งานนิทรรศการวันนี้เป็นรอบปฐมทัศน์ไม่ให้สื่อเข้าให้แค่บุคคลที่เป็นวีไอพีเท่านั้นและยอดขายวันนี้หลังจากหักค่าใช้จ่ายจะบริจาคให้มูลนิธิช่วยเหลือคนพิการ

                ฉันเป็นคนที่ชอบเสพงานศิลป์อยู่แล้วจึงไม่พลาดมาและกว่าจะได้บัตรก็ยากเอาเรื่องนะไม่ใช่แค่มีเงินแล้วซื้อมาได้เลย

                ฉันกำลังยืนพินิจพิจารณาภาพวาดดอกไม้ชนิดหนึ่งที่อยู่ในกรอบบนผนังฉันจดจ้องอยู่นานสองนานตั้งแต่เดินขึ้นมาบนชั้นนี้ ภาพนี้ดึงดูสายฉันเอาไว้จนละไปไม่ได้ ฉันชอบดอกไม้ชนิดนี้อาจจะเพราะความหมายของมัน

                ฉันน่ะเชื่อมั่นในความรู้สึกแรกของตัวเองและภาพนี้เองก็เหมือนกันมันดึงดูดสายตาของฉันจนละสายตาไม่ได้จนกระทั่งหลายนาทีผ่านไปกลิ่นน้ำหอมจางๆลอยมาที่จมูกฉัน

                น้ำหอมกลิ่นนี้คุ้นจมูกแบบบอกไม่ถูกหลังจากนั้นภาพของเจ้าของน้ำหอมกลิ่นนี้ก็ผุดขึ้นมาแทนภาพดอกไม้ตรงหน้าฉันตามด้วยเสียงของใครคนหนึ่ง

                “ดอกไฮเดนเยีย ดอกไม้ที่แทนหัวใจที่ด้านชาและคำขอบคุณ” ฉันเอียงหน้ามองบุคคลที่ก้าวมาเทียบเคียงด้านข้างฉันพร้อมกับประโยคที่ผ่านมาเมื่อกี้ เจ้าของน้ำหอมกลิ่นนี้กับประโยคเมื่อกี้คือลมเขาเป็นเหมือนลมที่อยู่ทุกที่เสียจริง ทำไมช่วงนี้ทำไมฉันถึงได้เจอหน้าเขาบ่อยนักนะ

                “ฟางชอบภาพนี้หรอ เราเห็นยืนมองอยู่นานแล้วนะ” เขาถามแล้วก็มองหน้าฉันส่วนฉันมองเขาแล้วก็หันกลับมาสนใจภาพวาดตรงนี้

                “เราเจอกันบ่อยจังนะ” ฉันไม่ได้ตอบในคำถามของเขาเลย “บังเอิญดีจริง”

                “ใช่บังเอิญ... ดีจริงๆ” เขาตอบแต่ฉันไม่ได้มองหน้าเขา “ฟางไม่ได้ตอบเรานะว่าชอบหรือไม่ชอบ”

                “ยังไม่รู้ว่าชอบมั้ย แต่ละสายตาไม่ได้เลย” ฉันตอบไปตามความคิดของตัวเองปล่อยความคิดไปตามเสียงของเปียโนที่คลอเบาๆ

                “ถ้าเป็นแบบนั้น...” เขาพูดและฉันเองก็หันไปมองหน้าเขาลมเองก็หันมามองฉันด้วยเขามองฉันและไม่หลบสายตาก่อนเหมือนอย่างเคย “ก็คงชอบแล้วล่ะ”

                “.....” ฉันมองเขาเงียบๆ

“คนเราถ้าไม่ชอบก็คงมองไม่ได้นานๆหรอก” ท้ายประโยคเขาส่งยิ้มมุมปากให้ฉัน “เดี๋ยวเราซื้อรูปนี้ให้ฟางเอง”

“โอ๊ะ ไม่ต้องก็ได้” ฉันปฏิเสธไป

“เราอยากขอโทษที่เราขับรถชนรถฟาง เราโอนเงินให้แล้วก็จริงแต่เราอยากซื้ออะไรที่มันมีค่าทางจิตใจคืนบ้าง” ลมคือผู้ชายที่แสดงจุดยืนของตัวเองชัดเจนดี

“แต่มันคนละเรื่องกันไง” ฉันเองก็แสดงจุดยืนของตัวเองเหมือนกันแต่ลมน่ะดูจะไม่ยอมหรอก

“ถ้าอย่างนั้นเราซื้ออันนี้ให้แต่แรกอะไรอย่างหนึ่งได้มั้ย” คำพูดของเขาทำให้ฉันหยุดฟังและยังไม่ได้แสดงท่าทีปฏิเสธออกไป “ขอเวลาช่วงเย็นของวันที่ยี่สิบแปดเดือนนี้หน่อย”

ฉันย่นคิ้วเข้าหากัน วันที่ยี่สิบแปดของเดือนนี้คืออีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้าซึ่งฉันไม่สามารถคอนเฟิร์มได้เลย

“เราไม่แน่ใจว่าจะว่างมั้ย” ฉันยังไม่ตกลงและยังไม่ปฏิเสธมันห้าสิบห้าสิบอีกอย่างหนึ่งคือฉันไม่รู้ว่าเขาจะพาฉันไปที่ไหนฉันเลยใช้เวลาคิดมากพอสมควรอีกอย่างคือเราสองคนยังไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น “แล้วทำไมต้องเป็นวันนั้นด้วย”

“เอาไว้ถ้าฟางไปเราจะบอกแล้วกัน” เขาบอกแล้วเป็นจังหวะเดียวกันกับมัคคุเทศก์ของที่นี่เดินมาพอดีลมเลยบอกเขาว่าจะเอารูปนี้และสรุปฉันเองก็ต้องได้ภาพนี้มาโดยที่ลมเป็นคนซื้อให้จนได้

ลมเดินดูรอบๆกับฉันและเขาชวนฉันคุยบ้างฉันชวนเขาคุยบ้างสลับกันลมดูไม่ค่อยรู้เรื่องที่นี่มากนักหรอกนะแต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้มางานนี้และในบรรดาคนที่มาที่นี่เราสองคนดูเด็กที่สุดแล้ว

“ฟางดูไม่น่าจะชอบอะไรแบบนี้ในสายตาเรา” เขาเอ่ยเรื่องใหม่ขึ้นมา “ตอนแรกเราคิดว่าฟางจะชอบช็อปปิ้งเดินห้างอะไรพวกนี้ซ่ะอีก”

“อะไรพวกนั้นก็ชอบ แต่เราก็ชอบแบบนี้ด้วย” สายลมพัดเอื่อยเฉื่อยมาเพราะที่เราอยู่เป็นชั้นที่มีหน้าต่างและเขาก็เปิดหน้าต่างออกทั้งหมดเขายืนอยู่เหนือลมกลิ่นน้ำหอมอันเป็นเอกลักษณ์เขาคลอเคลียจมูกฉันอยู่ตลอดเวลาเลยอย่างที่บอกว่าเขาใช้น้ำหอมที่ค่อนข้างเซ็กซี่เพราะงั้นมันก็ชวนรู้สึกวูบวาบอยู่นะ “แต่ลมน่ะดูไม่น่ามาที่นี่กว่าเราอีก”

“นั่นสิ” เขาดันเห็นด้วยซ่ะงั้น “ตอนแรกเราก็คิดว่าทำไมต้องมาที่นี่ แต่ตอนนี้คิดออกแล้ว”

“....”

“ปกติฟางไปอาร์ตแกลอลี่บ่อยมั้ย” พอเห็นฉันแค่ยิ้มกับประโยคก่อนหน้าเขาเลยถามคำถามมาใหม่

“ก็ไม่บ่อยหรอก ชอบมาตอนที่เบื่อๆหรือว่างๆมากกว่า” สายลมเอื่อยๆยังพัดมาไม่ขาดสายกลิ่นน้ำหอมลมยังไม่จางไปเท่าไหร่น่าแปลกที่ต่อให้ฉันได้กลิ่นนานขนาดนี้แล้วยังไม่เบื่อเลย “มันทำให้อารมณ์ดีด้วย มันเงียบคิดอะไรได้เพลินดี”

“ก็จริง” เขาออกความเห็น “แล้วฟางจะกลับตอนไหน”

“ก็อีกสักพัก ลมล่ะ” ฉันตอบและถามกลับไปก่อนจะก้มมางนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาบ่ายสองครึ่งเวลานี่ข้างนอกคงร้อนมากแน่ๆไม่อยากจะคิดภาพเลย

“ก็คงอีกสักพักอ่ะมันร้อนไม่รู้จะไปไหนดี” เขาคิดแบบฉันเลยนะ

“งั้นฝั่งตรงข้ามมีคาเฟ่สนใจไปกินกาแฟสักแก้วมั้ยเราเลี้ยงเอง อันนี้เผื่อไว้วันที่ยี่สิบแปดเราไม่ว่าง” ใจจริงฉันไม่อยากจะยุ่งกับเขาแต่พอได้มาคุยกันแล้วเขาก็ดูดีอยู่นะอีกอย่างฉันก็ไม่รู้ว่าจะไปกับเขามั้ยวันที่ยี่สิบแปดอ่ะ

“ไม่ไปได้มั้ยเราอยากให้ฟางไปวันนั้นมากกว่า” แล้วดูเขาสิเขานี่มัน...

“เราไม่รับปาก”

“งั้นไปก็ได้” เขาเหมือนเด็กที่งอแงแต่ต้องจำยอมแล้วเหมือนฉันเป็นแม่ใจร้ายที่พูดเหมือนแกมบังคับยังไงยังงั้น

“ก็แค่นั้นอ่ะ” ฉันยิ้มส่ายหัวให้เขาก่อนที่เราสองคนจะเดินข้ามมาอีกฝั่งย่านนี้เป็นย่านที่ค่อนข้างสงบและบรรยากาศค่อนข้างดีคาเฟ่ตรงนี้เน้นไปทางสงบๆร่มรื่นเป็นคาเฟ่ที่จะเด่นเรื่องเมนูเครื่องดื่มไทยมากกว่าที่เป็นเมนูทันสมัยกลุ่มลูกค้าหลักของที่นี่เลยเป็นวัยทำงานขึ้นไปจะมีวัยรุ่นบ้างประปราย

ลมบอกว่าเขาจะกินเหมือนฉันเพราะงั้นฉันเลยสั่งน้ำใบเตยมากับผลไม้

“ลมทานได้นะ” หลังจากที่ของมาเสิร์ฟแล้วฉันถามเขาเพื่อความมั่นใจอีกทีหนึ่งลมพยักหน้าก่อนจะเอาแก้วน้ำใบเตยเย็นไปดื่มหนึ่งอึก

“อร่อยดี” เขาตอบ “ฟางชอบทานอะไรไทยๆแบบนี้หรอ”

“ทำนองนั้นแหละ เขาไม่ชอบดื่มพวกชากาแฟอะไรเท่าไหร่กินกาแฟแล้วใจเต้นแรงไม่ชอบ” ฉันจะอธิบายก่อนจะส่งยิ้มบางๆให้เขาตามเคย

“อ๋อ ฟางไม่ชอบใจเต้นแรงหรอ”

“ไม่ชอบใจเต้นแรงจากกาแฟ” ฉันตอบแล้วหลุบตามองแก้วตรงหน้า

“แล้วถ้าคนมาทำให้ใจฟางเต้นแรงฟางจะชอบมั้ย” คำถามนี้ของลมมันดูไม่ยากเลยว่าเขาคงจะอยากหมายถึงอะไรฉันช้อนตามองเขาก่อนจะส่งยิ้มกลับไปอีก

“ไม่รู้สิ ไม่มีคนมาทำให้ใจเต้นแรงนานแล้ว” นี่คือคำตอบของฉัน ฉันมองดูแล้วเขาน่าจะจีบฉันเหมือนที่เพื่อนฉันบอกแต่เขาก็ไม่ได้รุกล้ำจนฉันตกใจเขาดูค่อยๆเข้ามาอย่างแนบเนียนแต่ฉันค่อนข้างไว้ตัวกับความสัมพันธ์เลยไม่ถามตรงๆ

 “....” ประโยคนี้ลมไม่ได้ออกความเห็นแค่ส่งยิ้มมุมปากมาให้ฉัน “ฟางรู้มั้ยว่าฟางสวยมากเลยนะ ฟางมีสเน่ห์ น่ามองน่าสนใจมากด้วย”

“....” กลายเป็นฉันที่เดตแอร์ให้กับคำพูดของเขาไม่ได้พูดอะไรออกไปและจ้องหน้าเขาด้วย

“มีคนชอบฟางจีบฟางตั้งเยอะทำไมถึงไม่มีแฟนล่ะ” คำถามของเขามีคนถามฉันเยอะแยะไม่หมดแต่ฉันแค่ทำแค่ยิ้มบางๆกลับไปให้คนพวกนั้นฉันมีเหตุผลเป็นของตัวเองว่าทำไมถึงไม่มีแฟน “ไม่เหงาหรอ”

“เหงา” ฉันตอบเสียงเบา “แต่ทนได้เพราะยังไม่มีใครที่ทำให้เรารู้สึกว่าเข้ามาหาแล้วดีกว่าอยู่คนเดียวน่ะ”

“.....”

“เราไม่ได้อยากคบใครเพราะแค่เหงาหรอก” ในตอนพูดฉันใช้หลอดคนน้ำในแก้วพูดจบฉันก็เงยหน้าขึ้นมองลมอีกเขายังมองฉันอยู่เลยลมทำไมถึงได้มองฉันได้นานขนาดนี้กันนะ “แล้วลมมีแฟนมั้ย”

“ยังไม่มีครับ” เขาตอบ

“แล้วทำไมยังไม่มี” ฉันเลยถามเขากลับไปบ้างเพื่อที่จะไม่ให้เขาเป็นฝ่ายที่ชวนคุยอยู่ฝ่ายเดียว

“ก็เหมือนฟาง ยังไม่เจอใครที่ทำให้รู้สึกดีกว่าอยู่คนเดียว “เขาตอบแล้วเว้นช่วงไป “แต่ตอนนี้เหมือนว่าจะเจอแล้ว”

--------------------

                “เหมยแคลร์ ฟางมีเรื่องจะปรึกษาหน่อย” ฉันเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่พนักงานรับเมนูเดินออกไปแล้ววันนี้เราอยู่ที่ร้านอาหารแถวมอมาทานข้าวเพื่อรอเรียนอีกทีตอนบ่ายสาม

                วันนี้คือวันที่ยี่สิบแปดวันที่ลมนัดฉันเอาไว้ ฉันยังไม่ได้ให้คำตอบเขาว่าจะไปหรือไม่ไปวันนี้เย็นฉันว่างแต่ไม่รู้ว่าจะไปดีมั้ยเลยต้องขอคำปรึกษากับเพื่อนหน่อย ลมบอกว่าถ้าตัดสินใจได้ก็ค่อยบอก

                “มีอะไรฟาง” แคลร์ถาม

                “คือวันนี้ลมชวนเราไปไหนไม่รู้อ่ะ จะไปดีป่ะ” จริงๆคำถามของฉันมันชวนงงอยู่นะ

                “แล้วไปไหนล่ะ” เหมยถามพร้อมกับสีหน้าที่มีความสงสัยเจืออยู่เต็มไปหมด “ฟางไม่ถามลมหรอ”

                “ก็ถามแต่เขาบอกว่าไปถึงเดี๋ยวก็รู้ คือเรากำลังคิดอยู่ว่าจะไปดีมั้ยอ่ะเรากับเขาไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น”

                “แล้วลมไปชวนฟางได้ยังไง” แคลร์กับเหมยยังไม่รู้เรื่องที่ฉันเจอลมที่หอแก้วเรื่องที่ลมไลน์มาคุยฉันก็ไม่ได้บอกเพื่อนสองคนด้วย

                “ก็วันที่เราไปหอแก้วเราเจอลมที่นั่น เลยได้คุยกัน” ฉันไม่ได้บอกว่าลมซื้อภาพให้ฉันไม่ได้บอกว่าเราไปนั่งที่คาเฟ่ด้วยกันฉันว่าพูดไปแค่นั้นก็พอแล้ว

                “ลมชอบฟางนะทำไมฟางไม่ลองไปดูอ่ะ” อันนี้เป็นเสียงของเหมย

                “แต่เราก็ไม่รู้หนิว่าจะไปทำอะไร” นี่คือสิ่งที่ทำให้ฉันตัดสินใจไม่ได้เอาจริงๆถ้าเกิดว่าลมบอกฉันสักนิดว่าจะไปไหนหรือทำอะไรฉันก็ต้องสามารถตอบแบบชัดเจนกับเขาได้แล้วว่าฉันจะไปหรือเปล่า

                “เราว่ามันไคงไม่ใช่เรื่องไม่ดีหรอกมั้ง” แคลร์เสริมต่อไปอีก เอาจริงๆนะเพื่อนฉันสองคนยากให้ฉันมีแฟนสองคนนี้อยากให้ฉันลงเอยกับลมฉันรู้ฉันเรียนมา

                “เอาไว้เราคิดดูก่อนแล้วกัน” เพราะฉันได้ฟังความเห็นแล้วเพื่อนของฉันน่ะอยากให้ฉันไปเพราะพวกเธอเชียร์ฉันกับลมโดยที่ให้เหตุผลว่าไม่มีใครเหมาะกับฟางเท่าลมแล้วแต่เท่าที่คิดมากฉันเหมาะกับลมจริงๆหรอหรือเขาเหมาะกับฉันจริงๆใช่มั้ยนะนี่คือสิ่งที่ฉันคิด

                หลังจากทานข้าวเสร็จเราก็มาแวะเซเว่นที่มอก่อนตรงข้ามเซเว่นมีกลุ่มลมนั่งอยู่ฉันก็เห็นเขาเขาเองก็เห็นฉันเขายิ้มให้ฉันส่วนฉันก็ยิ้มกลับไปนิดหน่อยเท่านั้น

                ฉันเข้าไปซื้อน้ำเป็บซี่มาหนึ่งแก้วเหมือนอย่างเคยก่อนจะเอาพาสติกหุ้มหลอดทิ้งถังขยะด้านนอกตรงนี้ฉันยืนอยู่กับเหมยเพราะแคลร์ยังไม่ออกมาหลังจากที่ฉันหันไปมองฝั่งนั้นอีกรอบมือถือของฉันก็ดังขึ้นพร้อมกับสบตากับลมพอดี

                เขายกมือถือขึ้นมาก่อนจะใช้มืออีกฝั่งชี้ที่มือถือเหมือนเขาจะอยากให้ฉันดูที่มือถือตัวเองมากกว่านะ

                “ลม” ชื่อเขาฉายชัดบนมือถือของฉันแปลว่าเขาโทรมาและต้องการให้ฉันรับสาย

                “ฮัลโหล” ฉันกรอกเสียงกลับไปแต่ย้ายสายตากลับไปจดจ้องที่คนฝั่งตรงข้ามเหมือนเดิม เขายืนอยู่บนริมถนนฝั่งตรงข้ามกับฉันแต่ไม่ได้มีท่าทีจะเดินมาและเรากำลังคุยกันแบบที่จ้องหน้ากันอยู่เพียงแค่คุยในมือถือ “มีไรหรอลม”

                [เราโทรมาทวงคำตอบน่ะ] ฉันรับคำว่า “อ่า” หนึ่งที [ฟางว่าไงสรุป]

                “เรายังไม่ตัดสินใจเลย” ฉันตอบเสียงอ้อมแอ้ม

                [เราให้เวลาฟางตัดสินใจอีกหน่อยแล้วกัน] เขาพูดมาแล้วก็ก้าวขาข้างหนึ่งลงจากขอบฟุตบาตร [แล้วเดี๋ยวเราไปเอาคำตอบ]

                พูดจบเขาก็เดินสาวเท้ามาหาฉันเขาก้าวในระดับที่ค่อนข้างยาวแต่ดูไม่รีบร้อนสาบานว่าฉันไม่ได้ใช้ระยะห่างของเราที่ค่อยๆลดลงในการตัดสินใจเลยจนกระทั่งชั่วอึดใจลมมาหยุดที่ตรงหน้าของฉันพร้อมกับน้ำหอมกลิ่นเดิมที่แสนคุ้นจมูก


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

จ้าาาาาาาาาาาา ไรท์รู้แบบแฮงมากอิลมแฮงมากเลยจ้าไรท์แบบซับหัวตาประทับใจกับความรุกเก่งแต่ไม่รีบร้อนของนังตอนนี้เบาๆเลยมาอัพให้หมดตอนเลยจะได้ไม่ต้องรอนอนแต่แรกกับเม้นให้เค้าคนละเม้นนะคะคนดี

Hashtag :  #ลมพัดฟาง

กลุ่ม  BK little-P [H+]  เพจ BK little-P  ทวิตตเตอร์ @Babybow_M



ลม 
Cast : Sehun [EXO]



ฟาง
Cast : Heejin [LOONA]



กวาง
Cast : Eunbi [IZ*ONE]
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 186 ครั้ง

2,583 ความคิดเห็น

  1. #612 SalinCH (@sallinthip) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 01:54
    รุกแรงมากกกกกกก
    #612
    0
  2. #323 intoonj (@intoonj) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 23:30
    ความร้ายของพี่ลมเขา ฟางเล่นตัวเยอะๆลูก
    #323
    0
  3. #19 heykeo (@heykeo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 15:10
    รุกมากเลยนะ
    #19
    0
  4. #18 kat_6W (@kat_6W) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 13:05
    พี่ลมขี้อ่อยยย
    #18
    0
  5. #17 Boots.K (@NamOohSongKim) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 10:41
    รอตอนต่อไปเลยค่าาาาา
    #17
    0
  6. #16 Prachanun Sawatjitkotchakone (@daidodo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 10:11
    เจิมมมมม
    #16
    0
  7. #15 yeenyyn (@yeenyyn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 09:06
    เจิมมมมม
    #15
    0
  8. #13 heykeo (@heykeo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 19:11
    เจิมมมมมมมม
    #13
    0
  9. #12 Boots.K (@NamOohSongKim) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 19:08
    เจิมมมมมมมมมมม
    #12
    0
  10. #11 papa2002 (@papa2002) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 19:03
    เจิมมมม
    #11
    0