{ปิดพรี} Fake Love 21 l เดิมพันรัก

ตอนที่ 3 : อัปครบ ll Fake love 3rd : be cheated

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,248
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 232 ครั้ง
    27 มิ.ย. 62



Fake love 3rd : be cheated  -


#wattpad #fantasy ❝Tell me a story, love.❞ In which, a slave girl tells a bloodthirsty king a story in exchange for her life. [07.15.16] all rights reserved ©2016



Lom laphat talk

                “แผลลมมีเลือดซึมออกมาน่ะ เก็บไว้เผื่อมันปวด” ฟางส่งแผงยาพารามาให้ผมและผมรับมันมาตอนที่ผมจับแผงยามือของเราสองคนชนกันมือฟางก็นิ่มดีนะถ้ามือแบบนี้แล้วตัวล่ะจะนุ่มนิ่มขนาดไหนกัน

                เท่าที่ดูแล้วฟางดูเป็นคนที่จัดการอารมณ์ได้ดีแต่เธอก็มีหลุดออกมาว่าไม่พอใจอยู่บ้าง อาจจะเป็นเพราะว่าเธอรีบหรือเปล่าถึงได้ไม่โวยวายให้เรื่องมันยืดยาว แต่ก็ช่างเถอะนะผมได้สิ่งที่ต้องการมาแล้ว

------------------

                “นี่มึงอยากได้เบอร์เขาแต่ไม่อยากขอให้เสียเชิงเลยต้องทำขนาดนี้?” ไอ้ทัพมองหน้าผมจริงๆทุกคนก็มองเพื่อนผมดูตกใจกันหมดเพราะพวกมันพนันกันไว้ว่าผมคงไม่ได้เบอร์ฟางมาแต่ผิดคาดเพราะผมได้มาแล้ว

                ตอนนี้ผมอยู่ที่ร้านเหล้าร้านเดิม วันนี้ช่วงประมาณบ่ายพวกนี้นัดกินเหล้ากันเพราะเป็นวันศุกร์และตอนนั้นพวกมันรู้ว่าผมยังไม่ได้เบอร์ฟางมาเพราะเวลามันครบสามวันแล้วมันก็เลยจะให้ผมเลี้ยงแต่บังเอิญขาออกจากมอผมคิดอะไรดีๆออกก็เลยทำให้ได้เบอร์ฟางมา

                ซึ่งนั่นก็คือการขับรถไปชนท้ายรถเธอไง อุบัติเหตุวันนี้มันเกิดขึ้นเพราะผมตั้งใจส่วนเลือดที่ซึมตรงหัวก็ตั้งใจ คือตั้งใจกดผลตัวเองให้เลือดไหลออกมาแทนนะไม่ได้เอาไปโขกกับอะไรหรอกเพราะแผลมันยังไม่ได้หายดี

                “กูไม่รู้ว่าจะชมหรือด่าในความคิดมึงเลยเพื่อนเอ้ย” เพื่อนผมดูทึ่งไปในสิ่งที่ผมทำลงไปนะแต่แล้วยังไงล่ะถึงทำแล้วมันคือสิ่งที่ไม่ดีแต่ก็ได้สิ่งที่ต้องการมาแล้ว

                “จะแคร์ทำไมวะสุดท้ายก็ได้เบอร์มาแล้วนี่” ผมบอกแบบไม่ยี่หละอะไรผมไม่ใช่คนดีหรอกข้อนี้บอกไว้เลยแต่ก็ได้ชั่วบรรลัยขนาดนั้นผมก็แค่หาวิธีตอบสนองความต้องการของตัวเองก็เท่านั้น

“แต่มันก็เสี่ยงเกินไปไอ้สัตว์ถ้าเกิดว่าเขาเจ็บตัวขึ้นมามันไม่คุ้มนะ” ไอ้เพียวคือคนที่ใกล้เคียงคนดีที่สุดในบรรดาผู้ชายในกลุ่มนี้แล้วส่วนผู้หญิงขอไม่เล่าก็แล้วกัน

“ถ้ากูไม่ทำแบบนี้แล้วไปขอเขาตรงๆมึงคิดว่าเขาจะให้กูมั้ยล่ะ คิดสิคิด” ผมว่ามัน “ฟางดูไว้ตัวขนาดไหนมึงก็น่าจะรู้เขาเองก็แสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้อยากยุ่งกับกูไง”

“ถ้าลมรู้แล้วลมจะยุ่งกับฟางทำไมล่ะ เมื่อก่อนลมก็ไม่ได้สนใจฟางหนิ” ผมแค่ยิ้มกับคำพูดของลูกส้มแต่เธอพูดไม่ได้ถูกมากหรอกเธอบอกว่าเมื่อก่อนผมไม่สนใจฟางนั่นไม่จริงเท่าไหร่

ที่จริงแล้วผมมองๆฟางอยู่นะแต่ไม่ได้อยากจะเข้าไปหาเพราะว่าไม่ได้ชอบขนาดนั้นตามจริงน่าจะชอบมองมากกว่ามือถือผมมีรูปฟางด้วยรูปหนึ่งที่ผมชอบมากเลยเก็บเอาไว้เวลามองแล้วเพลินดีแต่ตัวจริงมองแล้วก็เพลินตาอยู่

“ใช่แล้วมึงจะยุ่งกับฟางทำไม กูคิดว่ามึงจะแค่ขำๆใบนวงเหล้าไม่คิดจริงจังซ่ะอีก” ผมยังยิ้มแล้งไล้ปลายนิ้ววนกับปากแก้วก่อนจะหันปสบตากับกวางที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จาอยู่นานสองนา

                “กูน่ะสนใจสิ่งที่กูจะได้หลังจากที่กูคบกับฟางแล้วต่างหาก” ท้ายประโยคผมมองกวางและกวางเองก็มองผมด้วยจริงๆน่าจะบอกว่าสนใจสิ่งที่ได้หลังจากมีอะไรกับฟางแล้วมากกว่า “แต่ฟางน่าสนใจจริงนะ พอรู้จักแล้วก็กูรู้สึกว่าเล่นกับคนนี้คงท้าทายน่าดู”

                “ยังไงวะ” เสียงไอ้ขุน

                “มึงจำวันก่อนที่ร้านเหล้าได้มั้ยที่กูคุยกับเด็กเสิร์ฟ” เพื่อนผมพยักหน้า “กูสั่งให้เด็กเสิร์ฟเอาไวน์ไปให้เขา แต่เขาปฏิเสธแล้ววันต่อมาที่เขาเก็บกระเป๋าตังส์กูได้แล้วกูไปขอบคุณเขาแต่เขาไม่ถามเรื่องไวน์นั่นกับกูสักคำ”

                “ก็ชัดเจนว่าเขาไม่อยากยุ่งกับมึงไง” เห็นมั้ยล่ะเพื่อนผมยังมองออกเลยขนาดมันไม่เห็นปฏิกิริยาฟางด้วยตัวเอง “ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นเขาคงยิ้มร่าแล้วเดินเข้ามาหามึงละ”

                “แต่ฟางไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นไง วันที่กูฝากขนมไปกับเพื่อนเขาแล้วกูบอกเพื่อนเขาว่านั่นเป็นของที่กูชอบตกเย็นกูก็เลยดักเจอเขาแล้วถามว่าชอบมั้ย”

                “แล้วเขาตอบว่าไง” นุ่นถามกลับมา

                “เขาไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่ชอบของที่กูให้แต่เขาบอกว่าไม่ชอบขนมนั่นแปลว่าต่อให้กูให้ขนมอะไรเขาไปเขาก็ไม่ชอบ”

                “แล้วเขาก็แสดงจุดยืนชัดเจนว่าเขาไม่อยากยุ่งกับมึงโดยแท้” ไอ้ทัพพูดแล้วยิ้มเยาะไอ้เพื่อนคนนี้คือมันไม่อยากให้ผมยุ่งกับฟางมันบอกว่าฟางดีเกินไปสำหรับคนแบบผมมันบอกว่าต่างกันราวฟ้ากับดินบ้างแต่เดี๋ยวมันจะได้รู้ว่าดินกระแทกฟ้ามันเป็นยังไง “ปล่อยให้เขาไปเจอคนดีๆเถอะมึงถือว่ากูขอ”

                “ถ้าเราชอบคนๆนึงทำไมต้องอยากให้เขาเจอคนที่ดีกว่าวะ กูว่าพาเขาไปเจอเรื่องดีด้วยกันดีกว่า”

                “ถุ้ยไอ้สัตว์ กูจะอ้วก” เพื่อนผมมันก็แบบนี้เห็นผมพูดดีหน่อยไม่ได้ “ไปถามเขาก่อนว่าเขาอยากจะไปเจอเรื่องดีๆกับมึงมั้ย”

                ก็เลยกลายเป็นเรื่องขำๆในวงเหล้าซ่ะอย่างนั้นเมื่อจบประโยคนี้ไป

                วันนี้ผมไม่ได้ดื่มมากเอาแคพอหอมปากหอมคอเลยอยู่แค่ประมาณสี่ทุ่มก็กลับมาที่ห้องตัวเองหลังจากอาบน้ำเสร็จผมเอามือถือออกมาเลื่อนหาเบอร์ฟางผมไม่รู้ว่าตอนนี้เธอนอนหลับไปหรือยัง

                [สวัสดีค่ะ] หลังจากกดรับน้ำเสียงน่ารักของเธอก็ส่งกลับมา ฟางน่ะดูแล้วน่ารักไปหมดเลยนะทั้งหน้าตาแล้วก็น้ำเสียงก็ด้วยอยากจะรู้จักมากๆว่าถ้าสนิทกันไปจะน่ารักขนาดไหนเพราะแอบเห็นตอนเธออยู่กับเพื่อนแล้วยิ้มก็ดูน่ารักดี

                “ฟาง ลมนะ” ผมบอกกับเธอให้รู้ว่าใครเป็นคนโทรหาและเธอก็ครางรับมาว่า “อ๋อ” หนึ่งที “คุยได้มั้ย”

                [ก็..ได้นะคุยได้] เธอยืนยันก่อนที่เสียงเพลงที่คลอเบาๆในตอนแรกเงียบไปแล้ว [ลมจะคุยเรื่องรถหรอ]

                “ครับ เรื่องรถ” ผมตอบแล้วเว้นช่วงไป “ฟางจะเอายังไงเรื่องค่าเสียหาย”

                [จริงๆรถมันก็มีประกันอยู่แล้วเราไม่รู้ว่าจะเอาค่าเสียหายกับลมทำไมเพราะรถมันก็ไม่ได้พังอะไรขนาดนั้น”]

                “ฟางนี่ดูไม่คิดมากอะไรเลยนะ” ผมตอบกลับไปแล้วฉุกคิดไปถึงเมื่อตอนเย็นที่ผมไปชนท้ายรถเธอตอนนั้นถึงฟางจะไม่ได้โวยวายไม่ว่าอะไรผมแต่ว่าสีหน้าเธอก็ไม่ได้พอใจแต่ก็นะรถโดนชนใครมันจะไปชอบ “เอาเป็นว่าเราจ่ายค่าทำขวัญให้ฟางดีกว่ายังไงรถฟางก็ต้องเข้าอู่เพราะเราแถมมันไม่อยู่ในที่เกิดเหตุฟางต้องเคลมแห้งเผื่อต้องจ่ายค่าเอ็กเซส”

                [ถ้างั้นก็ตามใจลมแล้วกัน] เธอตอบกลับมาคงเพราะผมยืนยันหนักแน่นว่าจะจ่ายให้เธอจากงั้นเธอก็เงียบไปอยู่พักหนึ่งก่อนจะ ส่งเสียงมาว่า [อ๊ะ]

                “ฟางเป็นไรป่ะ” เสียงของเธอคล้ายอุทานผมเลยถามกลับไปแต่เสียงของเธอมันน่า... เออช่างเถอะ

                [เปล่าหรอกไม่ได้เป็นไร พอดีของมันหล่นใส่เท้า] แต่ผมคิดในใจแล้วว่าทำไมของหล่นใส่เท้าต้องอุทานแบบนั้นด้วยมันแบบชวนให้ผมรู้สึกวูบวาบแปลกๆ จะว่าไปผมเองก็ไม่ได้ตื่นตัวง่ายขนาดนี้นี่ว่า [แล้วแผลที่หัวลมปวดมั้ย]

                “ปวด” ผมตอบเสียงอ่อนเพราอยากจะรู้ว่าเธอจะตอบกลับมาว่ายังไง

                [กินยานะ] อ่ามันก็คงต้องแค่นี้สินะแต่ก็ยังดีที่เธอถามผมน่ะ [ลมมีธุระอะไรอีกมั้ย พอดีเราจะนอนแล้ว]

                “ก็ มีๆ” ผมรั้งไว้เพราะยังไม่อยากจะวางสายตอนนี้เอาจริงๆเสียงฟางฟังแล้วเพลินดีแต่คงต้องพูดต่ออีกแค่แป๊บเดียวเพราะผมคงอดทนไม่ได้แล้วรู้สึกปวดตุบๆแล้วล่ะ “ค่าเสียหายฟางจะเอาทางไหนเอาเงินสดมั้ยถ้าเอาเดี๋ยวเรานัดเอาให้พรุ่งนี้เลย”

                [อ่า พรุ่งนี้เราไม่ว่างเลยเดี๋ยวเราเพิ่มไลน์ลมแล้วส่งเลขบัญชีให้แล้วกัน ลมจะให้เท่าไหร่ก็ให้นะตามใจลมเลย]

                “โอเคครับ แบบนั้นก็ได้” จริงๆผมว่าฟางอาจจะไม่ได้อยากเจอมผมมากกว่าเพราะครั้งสองครั้งที่คุยกันเจ้าตัวก็แสดงท่าทีออกมานิดๆว่าไม่สนใจผมอยู่แล้วแต่ก็ไม่ได้แสดงออกโจ่งแจ้งขนาดนั้นว่าไม่ชอบอาจจะออกแนวไม่ยากยุ่งมากกว่า [ฝันดีนะครับ]

                [เหมือนกัน] จบประโยคนี้ฟางเป็นคนกดวางสายไปก่อน

----------------

                วันต่อมาประมาณห้าโมงเย็นผมมาที่คอนโดไอ้ทัพมันนัดสุงสิงเล่นเกม์กันปกติตามประสาคนว่างอยู่นี่มีแค่พวกผู้ชายส่วนผู้หญิงอีกสามคนไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกผมอยู่ล็อบบี้กับไอ้ทัพมันลงมารับผมแต่ให้ทายว่าผมบังเอิญเจอใคร เอาจริงๆไม่ใช่ฟางแต่เป็นเพื่อนเธอที่ชื่อเหมยคนที่ผมฝากขนมไปให้ฟางแล้วก็เป็นคนเอากระเป๋าเงินมาคืนผมแทนนฟางด้วย

                “อ้าวลม หวัดดี” เธอทักก่อนแล้วก็หันไปค้อมหัวให้เพื่อนผมทีหนึ่ง “หวัดดีค่ะ”

                “หวัดดีเหมย มาทำไรอ่ะหรือว่าพักอยู่นี่” ผมเปิดปากถามกลับไปหลังจากที่เธอทักทายไอ้ทัพแล้วจริงๆก็ดูแหมือนว่าจะทักตามารยาทแต่ผมดีใจนิดๆที่ได้เจอ

                “มาหาแฟน” เธอตอบแล้วยิ้มก่อนที่เราจะเดินมาที่ลิฟต์กันเหมยเดินเข้าไปและยืนฝั่งปุ่มกดลิฟต์ซึ่งเธอกดไปแล้วคือชั้นสิบห้า “ลมไปชั้นไหน”

                “ชั้นเดียวกันแหละ” ผมตอบแทนไอ้ทัพที่ก้มหน้ากดมือถือจากนั้นเกิดเดตแอร์ขึ้นมาหนึ่งอึดใจไม่มีใครพูดขึ้นมาก่อนเลยอยู่เกือบๆนาทีได้

                “ได้ข่าวว่าลมขับรถชนท้ายรถฟางหรอ” ผมพยักหน้าให้อาจจะเพราะฟางบอกล่ะมั้งเธอเลยรู้ “บังเอิญจังนะ”

                “หึๆ” ผมหัวเราะกลับไปจนกระทั่งลิฟต์มาเปิดออกเหมือนเหมยจะแยกไปอีกทางหนึ่งซึ่งอยู่คนละฝั่งกับห้องไอ้ทัพผมก็เลยหันไปบอกเพื่อนตัวเองให้เข้าไปก่อนก่อนที่ผมจะเรียกเหมยไว้ “เหมย เดี๋ยวก่อน”

                “มีอะไรเหรอ” ฝ่ายนั้นหันมาถามผม

                “ขอกวนเวลาสักห้านาที” ผมพูดแล้วบุ้ยหน้าไปทางฝั่งที่เป็นสุดทางเดินที่เป็นระเบียงให้ยืนสูดอากาศได้ “เราอยากคุยเรื่องฟางหน่อย”

                พอผมบอกแบบนั้นเหมยที่มีท่าทีอยากจับคู่ผมให้ฟางอยู่แล้วในตอนแรกเลยพยักหน้าให้

                “เข้าเรื่องเลยแล้วกัน” ผมเป็นฝ่ายพูดออกมาก่อนเพื่อไม่ให้เสียเวลา” เหมยดูออกใช่มั้ยว่าเราชอบฟาง”

                “....” เธอยังไม่ตอบแต่อมยิ้มกลับมา “ก็พอดูออกอยู่แหละ ถามแบบนี้ทำไมจะจีบฟางแล้วให้เราช่วยหรอ”

                “ช่วยได้มั้ยล่ะ” คิ้วด้านซ้ายผมยกขึ้น

                “เราช่วยไม่ได้หรอกแต่เราให้คำแนะนำได้”

                “แค่คำแนะนำก็ได้” ดูท่าแล้วเหมยดูจะรู้จักฟางดีด้วยถึงได้ให้คำแนะนำผมแทนหรือไม่เหมยอาจจะรู้ว่าทำไมฟางถึงไม่อยากมีใคร

                “เราพูดตามตรงลมอย่าโกรธเรานะ” ผมพยักหน้าให้ “ฟางดูไม่ชอบลมนะเท่าไหร่นะเท่าที่เราดู”

                “เราก็พอดูออก” ผมยิ้มแล้วก็ไม่ได้รู้สึกเฟลกับสิ่งที่เหมยบอกมาด้วยก็นั่นแหละผมก็ไม่ได้ชอบฟางขนาดนั้นแต่ก็แค่สนใจแล้วก็อยากได้คนยากๆแบบฟางน่ะทำให้ผมยิ่งยากได้ ผมอยากเอาชนะฟางอยากเอาชนะกวางด้วย

“พรุ่งนี้ฟางจะไปงานนิทรรศการงานศิลป์ที่หอแก้วรอบปฐมทัศน์ที่เปิดแค่ระดับวีไอพีเท่านั้น เราว่าที่นั่นคงจะเงียบดีถ้าลมจะไปคุยหรือทำความรู้จักกับฟางมากขึ้นนะ” พูดจบเหมยยกยิ้มให้ผมก่อนจะเอียงข้างเหมือนจะเดินไปแล้ว “ลืมบอกไปว่าบัตรน่ะหายากหน่อยนะ เราไปล่ะแฟนเรารออยู่”

หลังจากแผ่นหลังของเหมยหายลับสายตาไปแล้วผมเดินกลับไปที่ห้องไอ้ทัพพลางครุ่นคิดว่าจะทำยังไงดีถึงจะเข้าไปงานที่นิทรรศกาลอะไรนั่นได้

ข่าวงานนิทรรศการนี้ออกข่าวอยู่ช่วงเดือนก่อนเป็นงานสำหรับคนรักภาพวาดหรือภาพถ่ายงานปั้นและอะไรที่เกี่ยวกับศิลปะพวกนั้นแหละเป็นงานที่จะรวบรวมงานศิลป์ของศิลปินชื่อดังมาไว้ซึ่งเป็นงานใหญ่มากรอบแรกปฐมทัศน์จะให้แค่แขกวีไอพีจริงๆซึ่งไม่ใช่แค่คนมีเงินที่รักงานศิลป์ที่จะเข้าได้แต่ต้องมีเส้นสายไปเกี่ยวด้วย

อันดับแรกผมมีเงินแล้วแต่เส้นยังไม่ใหญ่พอ งานจะพรุ่งนี้แล้วผมคงต้องไปหาเส้นสายกับเขาสักหน่อย

“เห้ยพวกมึงจบตานี้กูกลับนะพอดีมีธุระ” ผมว่าแต่มือยังกดจอยเกมส์ยิกๆและสายตายังจดจ้องทีวีของไอ้ทัพอยู่

“ทำไมรีบวะพึ่งมาได้แค่ชั่วโมงเดียวเอง” เสียงไอ้ขุน

“ต้องไปหาเส้นหน่อยว่ะ ผมตอบ

“ในครัวก็มีเอาเส้นไรเส้นมาม่ามั้ยหรือสปาเก็ตตี้หรือเส้นหมี่ หรือจะเอาเส้นขนมจีน” ไอ้ทัพแซว

“จะเอาเส้นแบบที่หาที่ไหนไม่ได้ว่ะ” ให้ทายว่าพวกนี้สงสัยมั้ยว่าผมจะทำอะไรแน่นอนมันซักผมต่อแต่ผมไม่บอก

ประมาณชั่วโมงต่อมาผมอยู่ที่บ้านของผมเองซึ่งไม่ได้กลับมาเกือบเดือน บ้านผมอยู่ในกรุงเทพนี่แหละขับรถไม่นานก็ถึงแต่ผมไม่อยากอยู่ไงอยากไปอยู่แบบอิสระๆหน่อยเอาตรงๆนี่ถ้าไม่มีเรื่องให้ต้องใช้เส้นสายผมก็คงไม่มาหรอกแอบกระซิบว่าคนแถวนี้เส้นใหญ่พอควรเลย

ผมก้าวขึ้นมาที่ห้องทำงานของพ่อได้ยินเสียงข่าวการเมืองแว่วมาตั้งแต่หน้าประตูพ่อผมที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานเงยหน้าขึ้นมาเจอผมพอดี

“จำทางกลับบ้านได้ด้วยหรอแก” พอผมเดินเข้ามาในห้องทำงานของพ่อนี่คือประโยคแรกที่ทักผม พ่อผมนี่แหละคือเส้นที่ใหญ่ที่สุดที่ผมมีแล้วแต่พ่อผมมีคอนเน็คชั่นเยอะกว่าผมอยู่พอควรเลย “ลมอะไรหอบมาถึงนี่ล่ะ”

“ลมคิดถึงพ่อหอบมา” ผมพูดแล้วนั่งลงเก้าอี้ด้านหน้าพ่อ

เอาล่ะมาพูดถึงความมีเส้นสายของพ่อก่อนพ่อผมเป็นนักการเมืองเป็นสส.อะไรของเขานี่แหละจริงปกติถ้าเป็นช่วงใกล้เลือกตั้งแบบนี้ผมแทบจะไม่ได้เจอหน้าพ่อกับแม่เลยนะเพราะต้องออกหาเสียงออกปราศรัยตลอดแล้วพ่อก็มีบริษัทธุรกิจของเขาด้วย

“บอกสิ่งที่แกอยากได้มาเลยไม่ต้องมาอ้างว่าคิดถึ”ง ผมส่ายหัวแล้วเสตาไปมองทีวีส่วนผมก็หมุนเก้าอี้ให้เอียงข้างเพื่อจะให้เห็นทีวีด้วย ตอนนี้ทางสำนักข่าวกำลังพูดถึงเรื่องการหาเสียงของพรรคการเมืองก่อนจะตัดไปที่ผู้ชายอายุคราวพ่อผมกำลังพบปะประชาชนซึ่งมีด้านข้างมีผู้หญิงคนหนึ่งที่คุ้นหน้าคุ้นตาดี

“คนนั้นใครน่ะพ่อ” ที่ผมหมายถึงก็คือผู้ชายที่เหมือนจะเป็นนักการเมืองเหมือนพ่อไง

“แคนดิเดตพรรคXXXคู่แข่งอีกคนที่สำคัญของพรรคพ่อแล้วก็เป็นหุ้นส่วนลำดับสามของบริษัทเรา ส่วนผู้หญิงคนนั้นน่ะลูกสาวเขา” สายตาของผมกับพ่อกำลังมองไปที่ทีวีและผู้หญิงคนที่พ่อหมายถึงคือฟางไงใช่ฟางอยู่ในทีวีช่วยพ่อของเธอหาเสียง “พ่อเจอที่งานบ้านท่านธีระเมื่อวานตัวจริงสวยกว่าในทีวีอีกนะ”

พ่อกำลังชมฟางอยู่ปกติพ่อไม่ชมผู้หญิงนอกจากแม่แต่จริงๆแล้วฟางก็สวยมากนะใครๆก็ชมเธอ

“เหมือนแม่แกตอนสาวๆ”

“จะชมแม่ว่าสวยก็พูดมาเลยพ่อ” ผมเย้า พ่อผมน่ะต่อหน้าสื่อจะคีพลุคให้ดูขรึมๆสุขุมๆหน่อยแต่จริงแล้วเขาก็เป็นคนน่ารักของเขาอยู่ “ที่ผมมาวันนี้มีเรื่องอยากจะขอพ่อหน่อยครับ”

“....” พ่อยังไม่ตอบส่วนผมเอียงหน้ากลับมาหาพ่อ

“ผมอยากได้บัตรเข้างานนิทรรศการหอแก้วรอบปฐมทัศน์ครับ” จังหวะนี้พ่อกับผมจ้องตากันพ่อรู้อยู่ว่างานนี้มันเข้ายากและงานมันค่อนข้างดังในหมู่เซเลปและคนใหญ่คนโตอยู่แล้วผมเลยไม่ต้องอธิบาย

“แกสนใจเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ” แน่นอนพ่อผมเลี้ยงผมมาก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าผมเป็นคนแบบไหน

                “ไม่ได้สนใจงานศิลป์แต่สนใจผู้หญิงคนนั้น” ผมว่าแล้วเบนสายตาไปที่ทีวีอีกครั้ง “ผมกำลังจีบเธอและพรุ่งนี้เธอจะไปที่นั่น”

“.....” พ่อไม่ได้ตอบผมแต่หยิบมือถือที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นมาแทน “พิรัช ฉันต้องการบัตรนิทรรศการหอแก้วของวันพรุ่งนี้ จัดการให้ที”


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ไม่อยากจะพาดพิงทางการเมืองนะคะ เรื่องนี้เป็นเพียงแค่นิยายเท่านั้นเด้อ นิยายเด้อนิยายจินตาการของไรท์เองทั้งทั้นนะคะ กลับมาที่พี่ลมเด้อ นังมาบอกพ่อว่าชอบเค้าแล้วกูงานนี้คุณพ่อพี่ลมก็แลจะช่วยเต็มที่เลยนะคะคุณพ่อคงอยากจะได้เป็นลูกสะใภ้แน่ๆโฮ๊ะๆๆๆ

Hashtag :  #ลมพัดฟาง

กลุ่ม  BK little-P [H+]  เพจ BK little-P  ทวิตตเตอร์ @Babybow_M



ลม 
Cast : Sehun [EXO]



ฟาง
Cast : Heejin [LOONA]



กวาง
Cast : Eunbi [IZ*ONE]
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 232 ครั้ง

2,583 ความคิดเห็น

  1. #611 SalinCH (@sallinthip) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 01:31
    รักเค้ามาจริงๆละจะหนาวเด้อลม
    #611
    0
  2. #14 JmPor9497 (@JmPor9497) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 22:42
    รอฮ้าาาาาน
    #14
    0
  3. #10 วิชญ์กร (@joykanananight) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 14:48
    เกลียดอีพี่ลมยังไงก้อไม่รู้...555 อินไปอีกคะไรท์
    #10
    0
  4. #9 kat_6W (@kat_6W) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 11:23
    รอค่ะๆๆๆ
    #9
    0
  5. #6 JmPor9497 (@JmPor9497) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 14:50
    สนุกมากกกกก รอติดตามนะฮ้าาาา
    #6
    0
  6. #5 papa2002 (@papa2002) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 18:59
    เจิมคร้าาาา
    #5
    0
  7. #4 PinkZa547 (@PinkZa547) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 21:50
    เจิมคร้าบบบบบ
    #4
    0