{ปิดพรี} Fake Love 21 l เดิมพันรัก

ตอนที่ 1 : อัปครบ ll Fake love 1st : start the game

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,095
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 315 ครั้ง
    27 มิ.ย. 62




- Fake love 1st : start the game  -


#wattpad #fantasy ❝Tell me a story, love.❞ In which, a slave girl tells a bloodthirsty king a story in exchange for her life. [07.15.16] all rights reserved ©2016


       

                “วันเหี้ยอะไรวะเนี้ย” ผมทิ้งมือถือลงบนโต๊ะกระจกก่อนจะทึ่งผมตัวเองอย่างหัวเสียหลังจากเมื่อกี้เดินออกไปเคลียร์กับคู่กรณีที่ถอยรถมาชนท้ายรถผม จริงๆมันก็ไม่ได้ร้ายแรงเพียงแต่ว่าวันนี้ทั้งวันผมค่อนข้างหัวเสียกับทุกอย่างรอบตัว

                “เห้ยใจเย็นมึงฟาดเคราะห์” ไอ้ทัพตบไหล่ผมสองทีก่อนจะยื่นแก้วเหล้าที่พึ่งชงเสร็จมาให้

                “กูว่าไอ้ลมแม่งต้องทำบุญล้างซวยแล้วมั้ยวะเมื่อเช้าหัวก็แตกกระเป๋าตังส์ก็หายตกเย็นแม่งรถก็โดนชน” ตามที่ไอ้ขุนว่าวันนี้ทั้งวันผมโดนแบบนั้นจริงๆเริ่มจากเมื่อเช้าที่ห้องสมุดผมโดนหนังสือสารานุกรมเล่มหนาหล่นใส่หัวหลังจากนั้นตอนเที่ยงกระเป๋าเงินก็หายมาล่าสุดเมื่อกี้รถก็โดนเขาถอยชน

                “เลิกพูดเหอะพูดแล้วกูอารมณ์เสีย ไอ้ทัพเอาเหล้ามาอีก” ผมพูดแล้วส่งแก้วให้เพื่อนที่ทำหน้าที่เป็นคนชงเหล้าตัวจี๊ดสุดในกลุ่ม

                ตอนนี้ผมนั่งอยู่ร้านนั่งชิลร้านดังร้านหนึ่งแถวหลังมอร้านนี้ค่อนข้างเด็ดเรื่องเหล้าและบรรยากาศแต่เจ้าของร้านอินดี้เปิดให้วันละแค่สิบห้าโต๊ะแกบอกไม่ชอบคนเยอะว่างั้น

ใครอยากนั่งต้องจองเอาส่วนกลุ่มผมเป็นลูกค้าประจำไอ้เพียวเป็นลูกพี่ลูกน้องของเจ้าของร้านเขาเลยพิเศษให้เราโต๊ะนึงแบบไม่ต้องจองและวันนี้ลุกค้าก็เต็มทุกโต๊ะเช่นเคย

ในกลุ่มผมตรงมีเจ็ดคนผู้ชายสี่ผู้หญิงสามมีไอ้ทัพนักชงเหล้าตัวจี๊ดหน้าไอ้ขุนหน้าหล่อแต่น้อยกว่าผมไอ้เพียวหน้าตี๋ขี้หลีสาว ส่วนผมหน้าหล่อรวยใจดีสปอร์ต ส่วนผู้หญิงมีกวาง นุ่นและลูกส้ม เราเรียนคณะเดียวกันสาขาเดียวกันรู้จักกันตั้งแต่ปีหนึ่ง แต่ผมกับลูกส้มและขุนมาจากโรงเรียนเดียวกันส่วนที่เหลือคือเพื่อนของเพื่อนอีกทีขี้เกียจอธิบายสรุปคือเพื่อนกัน

เวลาในร้านเหล้าวันนี้ล่วงเลยมาถึงสี่ทุ่มผมเริ่มมึนนิดๆแต่ไม่เมาไอ้พวกนี้อยากเล่นเกมส์เกมส์เบสิคคือหมุนขวดเหล้านั่นแหละกติกามีอยู่หว่าถ้าปากขวดหมุนไปหาใครคนนั้นต้องทำตามคำท้า

“อันนี้ส้มขอท้าถ้าเกิดว่าปากขวดหมุนไปโดนใครถ้าเป็นผู้ชายจะต้องไปขอเบอร์ผู้หญิงที่เดินเข้ามาในร้านคนแรกหลังจากสี่ทุ่มส่วนถ้าเป็นผู้หญิงก็ให้ไปขอเบอร์ผู้ชายถ้าไม่ได้คืนนี้เลี้ยงเหล้าตกลงมั้ย”

“เอาดิ” ผมรับคำ

“ก็มาดิค้าบ” ไอ้ขุนว่าต่อผม

“แล้วถ้าโดนฉันแล้วผู้ชายมีเมียจะไม่โดนตีนเมียเขาหรอ” นุ่นพูดพร้อมสั่นหัวเบาๆ

“เออลองดูก่อน” หลังจากพูดจบส้มเป็นคนหมุนขวดสิบวิแรกขวดหมุนเร็วจนคิดว่ามันคไงไม่มาหยุดที่ผมหรอกแต่สุดท้ายถ้าวันไหนไม่ใช่วันของเรามันก็ไม่ใช่จริงๆเพราะปากขวดดันหันมาทางผมพอดี

“เห้ยไอ้ลมว่าฮ่าๆ” ไอ้เพียวหัวเราะร่าส่วนผมเดาว่าตัวเองคงทำหน้าหัวเสียเบาๆก่อนจะก้มลงมองดูนาฬิกาตอนนี้เหลือเวลาอีกห้านาทีจะสี่ทุ่ม

“เอาเหล้ามาอีกดิ๊” ผมบอกไอ้ทัพส่วนเพื่อนก็จัดมาให้ ให้ทายว่าพวกนี้ทำยังไงกันอยู่หลังจากที่ให้ไอ้ทัพยื่นเหล้าให้ผม

ไอ้พวกเพื่อนทั้งหกคนนี้หันมองไปทางหน้าร้านเป็นตาเดียวรวมถึงผมด้วยเวลาแคหน้านาทีกับเดินช้ามากผมไม่ได้ประหม่าแต่แค่ลุ้นว่าคนที่ดินเข้ามาจะน่าเข้าไปขอเบอร์มากแค่ไหนเพราะยอมรับอยู่ว่าก็มองคนที่หน้าตาก่อนอยู่แล้ว

คือถ้าไม่ให้มองหน้าตาจะให้มองตรงไหนเพราะหน้าตาก็คือสิ่งที่เราเห็นเป็นอันดับแรกหนิ ตัวเลขบนนาฬิกาดิจิทัลของผมขึ้นมาถึงเลขยี่สิบสองนาฬิกากับอีกสามสิบนาทีและ

“เชส” ผู้ชายในกลุ่มผมพูดอุทานออกมาพร้อมกันเป๊ะๆแต่ผมนิ่งไปเพราะอะไรสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาในคราวแรกคิดว่าวันนี้วันซวยคงไม่ใช่ผู้หญิงในสเป็คหรือหน้าตาดีเข้าขั้นเด็ดแน่ๆแต่ที่ไหนได้

“ไอ้เหี้ยขวดแม่งหน้าจะหมุนมาทางกู” ไอ้ทัพโอดครวญทันทีที่เรียกสติได้คือผู้หญิงที่พวกมันเห็นสวยมากเรียกได้ว่าสะกดทุกสายตาเลยรวมถึงผม

“ไอ้เหี้ยผู้หญิงในอุดมคติกูใจบางว่ะกูขอทำแทนไอ้ลมได้มั้ยวะ” ไอ้ขุนทำหน้าอ้อนใส่ผมและส่งไปหาลูกส้มคนที่คิดคำท้านี่คือขึ้นมา

“กูทำเอง” ผมสวนขึ้นมาทันทีไหนๆเธอคนนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดของผมในวันนี้แล้วลองดูก็ไม่เสียหาย

ผู้หญิงคนนี้ผมรู้จักเธอเธอชื่อฟางเธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จักในมอเธอเป็นที่รู้จักเพราะรูปลักษณ์ที่สวยและน่ารักของเธอผู้ชายในมอหลายคนชอบเธอหลายคนเคยจีบเธอแต่ได้ยินมาว่าไม่ติด

เรื่องของฟางถูกจุดประเด็นขึ้นมาหลังจากสิบนาทีผ่านไปและสายตาผมแอบชำเรืองไปทางโต๊ะที่เธออยู่บ่อยๆนี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเธอที่ร้านนี้แต่คนในโต๊ะผมเคยเห็นสองสามครั้งฟางนั่งอยู่โต๊ะถัดจากผมถัดไปสองโต๊ะ เธอนั่งลงตรงเก้าอี้ที่เหมือนจะเป็นฝั่งตรงข้ามกับผมซึ่งสามารถสบตากับเธอได้ถ้าเอียงตัวมาทางซ้าย

“กูว่าวันนี้คงไม่ใช่วันของไอ้ลมแล้วว่ะ” ไอ้ทัพพูดแกมยิ้มให้ผม “ให้มันเลี้ยงเลยดีกว่า”

“ได้ไม่ได้กูก็เลี้ยง” ผมพูดแต่ส่งสายตาไปยังเธอและโต๊ะนั้นสังเกตดูแล้วเธออยู่ในกลุ่มของไอ้ไทป์ที่เป็นเดือนมอโต๊ะนั้นมีอยู่หกคนผู้หญิงสามผู้ชายสามผมรู้จักเธอเพียงผิวเผินเลยไม่รู้จักเธอว่าอยู่กลุ่มกับใคร

“ป๋าอ่ะลม” นุ่นเอาไหล่เธอมากระแซะไหล่ผมเรื่องแค่นี้ผมไม่ได้ซีเรียสแต่ผมแค่อยากลองขอเบอร์เธอดู

ฟางเป็นผู้หญิงที่จีบยากมากผมเคยได้ยินเพื่อนในภาคมันพูดกันว่าทักแชทไปจีบแต่ฟางไม่ตอบพวกมันเลยสักคนไม่รู้ว่าตัวตนจริงๆมีแฟนมั้ยแต่สถานะเฟสบุ๊ค ขึ้นว่าโสด

ผ่านไปเกือบสิบนาทีพวกนี้เลิกเล่นเกมส์แล้วแต่ผมยังมองไปทางเธอเป็นระยะเห็นเธอยิ้มบ้างหัวเราะบ้างผมเคยเจอหลายครั้งในมอแต่ไม่เคยเห็นเธอยิ้มเห็นแค่ทำหน้าปกติเวลายิ้มแล้วเธอดู..น่าสนใจดี แต่ก็แค่น่าสนใจ

มีจังหวะหนึ่งที่ผมหันไปมองเธอและเธอก็หันมาทางนี้พอดี เป็นครั้งแรกที่เราสบตากันแต่ไม่ถึงห้าวิเธอก็เสตาไปทางอื่น

“น้องมานี่หน่อย” พนักงานเสิร์ฟเดินผ่านโต๊ะผมมาพอดีผมเลยเรียกไว้ก่อนจะกระดิกนิ้วให้เด็กเสิร์ฟเดินมาหาแล้วก็กระซิบบอกอย่างหนึ่งไปพร้อมกับยัดแบงค์ร้อยใส่มือสองใบ

“ทำอะไรน่ะลม” กวางที่เธอมองอยู่อยู่ตั้งแต่ตอนเรียกเด็กเสิร์ฟในตอนแรกชิงถามขึ้นมาก่อนคนอื่น

“ไม่มีไร” นี่คือสิ่งที่ผมตอบก่อนจะย้ายสายตากลับไปที่โต๊ะของฟางอีกรอบผมสบตากับเธออีกหนึ่งครั้งและเป็นอีกครั้งที่เธอหันหนีก่อน

ห้านาทีหลังจากนั้นผมเดินมาหาที่สูบบุหรี่แถวห้องน้ำโดยที่มีกวางเดินตามมาเข้าห้องน้ำแต่อันที่จริงแล้วเหมือนว่าเธอน่ะมีเรื่องจะคุยอะไรกับผมนะ

“ลม” เธอหยุดอยู่ด้านข้างตอนที่ผมกำลังหยิบบุหรี่ออกมา

“หืม”

“ลมสนใจฟางหรอ” ผมที่กำลังเตรียมจุดบุหรี่ก็ต้องหยุดการกระทำนั้นไว้ “กวางดูออกนะ”

“...” ผมทำได้แค่สิ่งยิ้มมุมปากกลับไป

จะบอกอะไรให้อย่างหนึ่งนะผมกับกวางก่นที่จะมาอยู่กลุ่มเดียวกันนั้นผมเคยจีบเธอมาก่อนแต่ว่ากวางปฏิเสธไป

“ฟางน่ะจีบยากมากเลยนะ” เธอพูดต่อ “ถึงลมจะหล่อจะรวยสาวๆในมอหลายคนสนใจลมแต่อย่าลืมว่าคนที่เคยไปจีบฟางหลายคนก็ดีเด่นไม่ต่างจากลมเธอยังปฏิเสธเลย”

“ของแบบนี้น่ะไม่ลองไม่รู้หรอกกวาง” ผมสบถหัวเราะออกมหน่อยๆผมรู้ว่ากวางน่ะกำลังบลัฟผมเพราะผมเองไม่ใช่พวกที่จะชอบการเสียหน้าหรือการท้าทายสักเท่าไหร่

“กวางมีอะไรอยากจะท้าลมหน่อย” ผมเลิกคิ้วหยั่งเชิงแต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป "ถ้าลมจีบฟางและคบเป็นแฟนได้กวางให้ลมหนึ่งล้านแต่ถ้าลมฟันแล้วทิ้งได้ลมจะได้เซ็กส์หนึ่งคืนจากกวางลมสนใจมั้ย"

มีวูบหนึ่งที่ผมแบบตกใจในสิ่งที่เธอพูดออกมาแต่ผมเองก็ไม่ได้แสดงออกไป เกือบสองปีที่กวางมาอยู่กลุ่มเดียวกันกับผมผมได้รู้จักเธอมากขึ้นกวางเป็นประเภทกล้าได้กล้าเสียนะมีหลายครั้งที่คนในกลุ่มพูดถึงฟางกันและผมแอบสังเกตกวางแสดงสีหน้าออกมานิดหน่อยสีหน้านั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่

“กวางไม่ชอบฟาง?” ผมส่งคำถามกลับไปแต่เธอส่งยิ้มกลับมาแทน

“ก็จะว่าไม่ชอบก็ได้ แต่ถ้าเอาจริงๆก็คงมากกว่าไม่ชอบอีก” กวางกำลังพยายมหลีกเลี่ยงที่จะพูดคำว่าเกลียดออกมา เรามีความหลังนิดหน่อย “ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเรารู้ว่าลมน่ะไม่อยากทำหรอก”

สายตาของกวางค่อนข้างยากที่ผมจะเข้าใจ เอาเข้าจริงไม่ใช่ว่าผมจะไม่หลงเหลือความชอบให้กวางหรอกนะเพราะย้อนกลับไปคิดเหตุผลที่กวางปฏิเสธผมแล้วมันก็น่าลองอยู่ หนึ่งคืนกับผู้หญิงที่ปฏิเสธเราไปผมไม่แน่ใจว่ากวางทำไมถึงต้องการแบบนี้แต่ผมก็คิดว่ามันน่าลองดูนะ

กวางเคยบอกผมว่าผมไม่ใช่ผู้ชายแบบที่เธอชอบเพราะงั้นผมก็อยากลองดูว่าผมผู้ชายแบบที่เธอไม่ชอบแล้วได้นอนกับเธอมันจะเป็นยังไง

“ถ้าเราทำได้อย่ามาคืนคำแล้วกันนะ” ผมตอบแบบนี้ถือว่ารับคำถ้าของเธอโดยไม่มีคำว่าตกลงผมไม่รู้ว่ากวางกับฟางเคยมีปัญหาอะไรกันมาก่อนและผมไม่สนใจและเงินหนึ่งร้านก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมสนใจด้วยสิ่งที่ผมต้องการคือเซ็กส์หนึ่งคืนของเธอผู้หญิงที่ปฏิเสธผม ส่วนฟางเธอแค่เป็นหมากหนึ่งตัวและผลพลอยได้ก็เท่านั้น

***

 Fang minthira talk

                “ทำไมลมถึงส่งไวน์มาให้ฟางอ่ะ” เหมยเพื่อนในกลุ่มฉันที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันหลังจากที่ปฏิเสธไม่รับไวน์ขวดนั้นและให้เด็กเสิร์ฟส่งคืนกลับไป

                “ไม่รู้สิ ไม่เคยคุยกัน” นี่คือสิ่งที่ฉันตอบ

                ประเด็นที่เราคุยกันอยู่ตรงนี้คือเมื่อกี้เด็กเสิร์ฟเอาไวน์ขวดหนึ่งที่ราคาเอาเรื่องอยู่มาให้ฉันแล้วบอกว่าผู้ชายที่ชื่อลมส่งมาให้ในที่นี้พวกเราในกลุ่มจึงคิดว่าคนที่ชื่อลมคือผู้ชายที่ค่อนข้างป๊อบในมอเราแต่เขาเป็นใครฉันไม่ใส่ใจตรงนั้นเพียงแค่ว่าสงสัยว่าเขาส่งมาทำไมกัน

                “คงจะจีบ” ไทป์เพื่อนอีกคนที่นั่งอยู่ข้างฉันเป็นคนพูดขขึ้นมา “เราแอบเห็นว่าเขามองฟางอยู่หลายรอบ”

                “อ่า” ฉันครางรับแค่นั้นเพราะไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดีชีวิตฉันคยถูกจีบอยู่หลายรูปแบบเพราะงั้นฉันเลยชาชินกับการถูกจีบไปซ่ะแล้ว

                ฉันน่ะเคยถูกผู้หญิงในมอเหม็นหรือไม่ชอบหน้าเพราะเป็นแบบนี้เพื่อนฉันบอกว่าฉันถูกอิจฉาเพราะสวยกว่าเป็นทุนเดิมอยู่แล้วพอฉันปฏิเสธผู้ชายหลายคนที่เข้ามาเลยกลายเป็นว่าฉันเล่นตัวเก่งถูกนินทาได้ยินอยู่เนืองๆแต่ฉันก็ไม่ใส่ใจคนภายนอกจะมารู้อะไรนอกจากนินทาไปวันๆ

                แต่ฉันก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนสวยเพอร์เฟคเลือกได้ขนาดนั้นแต่ฉันแค่มีความหลังที่ไม่ดีเกี่ยวกับความรักสักเท่าไหร่ฉันมีแฟนครั้งล่าสุดคือตอนมัธยมเรื่องนั้นทำให้ฉันสร้างกำแพงในใจสูงขึ้นและหนาขึ้นเพราะว่ากลัวว่าตัวเองจะเจ็บอีก คนเราน่ะมีกลไกการปกป้องตัวเองอยู่แล้ว ไม่มีใครอยากจะเจ็บซ้ำๆหรอก

                “ไม่สนใจหน่อยหรอเขาก็หล่อแล้วก็รวยใช้ได้อยู่นะ” พีทเพื่อนผู้ชายอีกคนหนึ่งถามมาส่วนฉันส่ายหน้าให้ไป

                “ตอนนี้อยู่คนเดียวก็สบายใจดี” ฉันตอบแล้วก็ยิ้มน้อยๆ ฉันโสดมาเกือบจะสามปีรู้สึกว่ามันก็ดีอยู่แล้วแล้วหลายคนที่เข้ามาฉันยังรู้สึกว่าพวกเขายังไม่ได้ดีพอถ้าเทียบกันแล้วอยู่คนเดียวดกีว่า

                ถ้าฉันจะมีคนเข้ามาคนๆนั้นก็คงต้องทำให้ฉันรู้สึกว่าการมีเขามันให้ความรู้สึกที่ดีกว่าอยู่คนเดียวและตอนนี้ฉันยังไม่เจอคนในแบบที่ต้องการเลย

                เที่ยงคืนพวกเรากลับกันตอนที่เดินผ่านโต๊ะของพวกลมฉันสบตากับเขาเป็นครั้งที่สามก่อนที่ระดับสายตาฉันจะผ่านเขาไปสิ่งที่ฉันได้รับมาคือรอยยิ้มที่แปลกประหลาดจากเขามันดูอธิบายไม่ถูกที่ได้เห็น

                และเขาคนนั้นทิ้งปริศนาในใจให้ฉันครุ่นคิดว่าทำไมเขาถึงได้ส่งไวน์มา

----------------

                วันถัดมาฉันมีเรียนกับเพื่อนๆที่ตึกสามเป็นอาคารเรียนรวมมันก็ไม่มีอะไรมากหรอกจนเลิกคลาสสายตาฉันดันไปโฟกัสกับรองระหว่างแถวโต๊ะเรียนมันมีวัตถุสีดำโผล่พ้นออกมาจากตรงนั้นด้วยและฉันก้มลงไปดูในคราวแรกสิ่งที่แว๊บเข้ามาในหัวฉันคือกระเป๋าเงินของใครสักคนและแล้วมันก็ใช่จริงๆ

                “อะไรหรอฟาง” ดินเพื่อนผู้ชายอีกคนถามขึ้นมาตอนฉันเงยหน้าขึ้นและสบตากับเขาพอดี

                “กระเป๋าเงินน่ะ ใครทำหล่นไว้ก็ไม่รู้” ฉันตอบแล้วทำหน้าเลิ่กลั่ก

                “ก็เปิดดูดิ” แคลร์ที่ยืนอยู่ด้านหลังฉันสะกิดหัวไหล่เบาๆก่อนจะโผล่หน้าเข้ามามองตรงช่วงไหล่ ฉันมองหน้าทุกคนเพื่อถามความเห็นและเพื่อนเองก็ทำหน้าประมาณว่า เปิดดูสิ เปิดเลย ทำนองนี้ฉันเองก็ทนความอยากรู้ไม่ไหลเลยเปิดออกดู

                ลภัทร สุริยภัทร ฉันอ่านชื่อเขาในใจพร้อมเสตาไปมองรูปบนบัตรนักศึกษาของเขา ชื่อของเขาคนนี้คือลภัทรชื่อเล่นชื่อลมเป็นคนที่ส่งไวน์มาให้ฉันเมื่อวาน

                ฉันรู้จักเขาเพียงแค่ผิวเผินเท่านั้นรู้แค่ชื่อเล่นและชื่อจริงพึ่งรู้วันนี้ฉันเคยเจอหน้าเขาผ่านๆไม่กี่ครั้งแต่จำเขาได้เขามีหน้าตาที่หล่อเหลามากจริงๆขนาดไทป์เพื่อนฉันที่เป็นเดือนมอถ้าเทียบกับลมฉันยังมองลมหล่อกว่าเลยแต่ช่างเถอะนี่ไม่ใช่เวลาที่จะชื่นชมรูปลักษณ์หรอกนะ

                “นี่มันของลมหนิ” แคลร์เป็นคนพูดมาต่อเพราะเธอยืนดูกับฉันเลยเห็นพร้อมฉันและเห็นก่อนอีกสี่คนที่เหลือ “บุพเพสันนิวาสแล้วป่ะ”

                “ไม่น่ามั้ง” ฉันตอบแล้วปิดกระเป๋าเขาลงแบบเดิม ฉันไม่ได้มองว่าด้านในมีอะไรบ้างเพราะไม่อยากแตะต้องกับของส่วนตัวของเขาฉันเป็นแค่คนเก็บได้ไม่จำเป็นต้องไปเช็คของหรอก “เอายังไงดี”

                “ตอนบ่ายฟางเหมยแคลร์ต้องเรียนการตลาดที่ตึกเก้าอยู่แล้วไม่ใช่หรอก็เอาไปแจ้งประชาสัมพันธ์ที่นั่นเลยดิ” อ่าฉันว่าฉันเห็นด้วยกับไทป์นะเพราะงั้นฉันก็เลยต้องเก็บกระเป๋าตังส์เขาไว้จนไปกินข้าวและเรียนช่วงบ่าย

                ด้วยความที่ตึกเก้าไม่ที่จอดรถเราสามคนเลยต้องจอดรถไว้อาคารเรียนรวมแล้วขึ้นรถรางไปกินข้าวกับเพื่อน ฉันกับเหมยแล้วก็แคลร์แยกมาจากผู้ชายสามคนนั้นเพราะผู้ชายสามคนนั้นลงเสรีวิชาอื่นไว้

                “เข้าเซเว่นก่อนเนอะ หาอะไรเย็นกินก่อน” เหมยเป็นคนบอกแล้วก็จับแขนฉันกับแคลร์ลงจากรถลงตอนที่จอดหน้าเซเว่นพอดีแต่ด้วยความที่รถลงจอดหน้าเซเว่นฝั่งตรงข้ามเราก็ต้องลงแล้วข้ามถนน

                แต่พอลงมาฉันก็ต้องชะงักเพราะตรงแนวม้าหินอ่อนริมถนนฝั่งที่เราลงดันมีกลุ่มของคนที่ชื่อลมเจ้าของกระเป๋าเงินนั่งอยู่ด้วยเราลงรถตรงที่พวกเขานั่งพอดีเป๊ะเลยแต่ฉันมองเขาแบบผ่านมาแล้วก็ผ่านไปจนหันหลังให้แคลร์ถึงได้สะกิดฉัน

                “ลมก็อยู่ตรงนั้นฟางไม่เอากระเป๋าเงินไปคืนเขาตอนนี้เลยล่ะ” เพื่อนฉันก็ดูยุยงส่งเสริมดีจริงเพราะเหมยเองก็เออออห่อหมกไปด้วยส่วนฉันแค่ยิ้มแห้งส่งไป

                ผู้ชายที่ชื่อลมคนนั้นเขาดูเจ้าชู้นะคือเขาหล่อแหละฐานะก็ถือว่าดีเพราะเคยได้ยินเรื่องเขามาบ้างแต่มันมีบางอย่างบอกกับฉันว่าผู้ชายคนนี้ไม่น่ายุ่งด้วยหรือไม่คุยจะดีกว่า

                “ถ้าเหมยกับแคลร์อยากคืนเขาตัวต่อตัวก็เอาไปคืนเลยเราไม่เอาดีกว่า” ฉันว่าส่วนแคลร์ยู่หน้าใส่ฉัน

                “งั้นเอามาสิเราจะเอาไปคืนให้เอง” ฉันมองเหมยเพราะว่าตกใจความคิด

                “เอาจริงหรอเหมย” ฉันหยั่งเชิงและมองเธอตอนนี้เรายืนอยู่ในเซเว่นกันแล้ว พอเหมยพยักหน้าให้สุดท้ายฉันก็เลยหยิบกระเป๋าของลมออกมาและส่งให้เหมยรับไปและแคลร์อยู่กับฉันเหมยข้ามกลับไปคนเดียว

                การกระทำของเหมยไม่ได้อยู่ในสายตาฉันเพราะฉันเลือกที่จะไม่มองอีกพักหนึ่งเหมยก็เดินกลับเข้ามาอันที่จริงฉันก็อยากรู้บ้างว่าเขาถามอะไรมั้ยแต่อีกเดี๋ยวเหมยคงเล่าเลยยังไม่ถามจนกระทั่งเดินออกจากเซเว่นมาและเขายืนอยู่ด้านหน้าเซเว่นเขายืนพิงพนังกระจกอยู่....

               

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


ฝ่ายผู้หญิงก็คือจะไม่ยุ่งแต่ยิ่งไม่อยากยุ่งยิ่งได้เจอนะจ๊ะคุณฟาง เพราะหลังจากนี้ไปคุณลมเขาก็จะรุกแล้วระวังสายลมสายนี้ให้ดี
Hashtag :  #ลมพัดฟาง

กลุ่ม  BK little-P [H+]  เพจ BK little-P  ทวิตตเตอร์ @Babybow_M



ลม 
Cast : Sehun [EXO]



ฟาง
Cast : Heejin [LOONA]



กวาว
Cast : Eunbi [IZ*ONE]
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 315 ครั้ง

2,583 ความคิดเห็น

  1. #2548 a_sasilada (@a_sasilada) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 22:10
    ควรเขียนเวรวรรคให้ถูก เพราะเวลาอ่านมันจะสับสนความหมาย
    #2548
    0
  2. #2075 ของขวัญ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 10:29

    เซฮุน..ชอบจังเลย


    #2075
    0
  3. #609 SalinCH (@sallinthip) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 01:15
    กรี๊ดเพิ่งมาเจอออ เรื่องดีมากค่าาาาาา ชอบคาแรกเตอร์ของฟางแงงงง
    #609
    0
  4. #2 เย้เฮ้ท (@nonexo77) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 21:01

    รออออรีบมาต่อเน้อออ

    #2
    0