บ้านธารพระจันทร์ [SingtoKrist]

ตอนที่ 19 : ความจริงในคืนฝนตก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,843
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 184 ครั้ง
    12 ก.พ. 62

            “อ้าว พี่ชา สวัสดีครับ” พิธุเวทวางช้อนข้าวต้มลงแล้วยกมือทำความเคารพผู้แก่วัยกว่า “วันหยุดแท้ๆ ทำไมมาแต่เช้าเลย กินข้าวต้มด้วยกันไหมพี่”


            “ไม่ล่ะ พี่เรียบร้อยมาจากบ้านแล้ว ขอบคุณครับ” อีกฝ่ายปฏิเสธพลางนั่งลงบนเก้าอี้ตรงกันข้าม “แต่ถ้าได้กาแฟสักถ้วยจะดีมาก”


            เจ้าของบ้านเหลียวหาแม่บ้าน ที่รับคำแล้วเดินไปจัดเครื่องดื่มให้โดยไม่ต้องออกปากสั่ง ครู่เดียว กาแฟดำหอมกรุ่นก็ถูกยกมาเสิร์ฟ


            “คุณหนูอรไปไหนเสียล่ะครับ ไม่เห็นเลย” พี่ชาถามถึงคุณหนูคนเล็กของบ้าน


            “ไปบ้านไอ้เสือตั้งแต่เช้าแล้วครับ” พี่ชายเบ้ปากหมั่นไส้ “เห็นว่าได้ตำราอบครัวซองต์แบบกรอบมา เลยต้องรีบไปทำให้ว่าที่คู่หมั้นกิน เอาอกเอาใจกันเหลือเกิ๊น” คำพูดฟังประชดประชัน ทว่าแววตาและน้ำเสียงแฝงนัยเอื้อเอ็นดูน้องสาวตัวน้อยเต็มเปี่ยม


            “พี่ชาเถอะ มากับคุณอาประสงค์หรือครับ มีเรื่องด่วนหรือเปล่า” กินไปด้วยชวนคุยไปด้วย


            พี่ชา หรือ ประชา เป็นลูกชายของคุณอาประสงค์ ทนายประจำตระกูลที่ทำงานให้คุณพ่อมาอย่างยาวนาน ทั้งคู่เห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆ พิธุเวทจึงสนิทสนมกับอีกฝ่ายเป็นอย่างดี พี่ชาเรียนจบนิติศาสตร์แล้วเข้าทำงานในสำนักงานทนายความของคุณอาประสงค์ รับช่วงต่อกิจการทางบ้าน เวลาคุณพ่อเรียกคุณอาทนายมาที่บ้าน ลูกชายเลยมักจะติดสอยห้อยตามมาด้วย


            “อืม ใช่ พี่มากับพ่อ แต่ตอนนี้คุณๆ เค้าคุยกันเรื่องบอนไซอยู่ตรงนอกชาน พี่เลยแวบมาขอกาแฟกินสักแก้ว” พี่ชาล้อเลียนผู้ชราขำๆ


            “หึๆ” พิธุเวทพลอยยิ้มขันไปด้วย น้ำเสียงนินทาลดลงเป็นกระซิบ “คนวัยนี้เขาหลงใหลกันจริงๆ คุณพ่อผมนี่นั่งดัดนั่งเล็มได้เป็นวันๆ ไม่รู้อะไรนักหนา กับแค่ต้นไม้แคระๆ แกร็นๆ”


            จนสองหนุ่มรับของเช้าเรียบร้อย พิธุเวทกำลังละเลียดชากับผลไม้ตบท้ายมื้ออาหารอย่างสบายอารมณ์ คุณพ่อกับคุณอาทนายถึงได้กลับเข้ามาในบ้าน


            “เจ้าเวท เดี๋ยวตามพ่อเข้าไปในห้องทำงานด้วย โตแล้ว สมควรรับรู้เรื่องราวทางบ้านไว้บ้าง”


            ที่แท้คุณพ่อเรียกคุณอามาปรึกษาและร่างพินัยกรรม


            “รีบร้อนขนาดนี้เชียวหรือครับ คุณพ่อยังสุขภาพแข็งแรงดี จะรีบทำไปทำไม” ลูกชายออกงงนิดหน่อยเมื่อรับทราบความประสงค์ของบิดา


            “ใครจะรู้วันตายของตัวเอง ทำไว้ก่อนน่ะดีแล้ว เพื่อความไม่ประมาท”


            ขณะนี้บุคคลทั้งสี่นั่งล้อมรอบโต๊ะทำงานของผู้เป็นเจ้าของบ้าน ตรงกลางโต๊ะมีเอกสารวางอยู่หลายรายการ


            “อีกหน่อย ยายอรก็จะแต่งงานแต่งการ ย้ายไปอยู่กับครอบครัวใหม่ หากพ่อไม่แบ่งสรรปันส่วนไว้เสียให้เรียบร้อย กลัวจะเกิดปัญหาในภายหลัง”


            “โธ่ ไอ้เสือมันไม่มายุ่งเกี่ยวกับเงินทองบ้านเราหรอกครับ บ้านมันก็รวยออกจะแย่ แค่ที่ดินติดเขาใหญ่ที่โคราช กว้างคลุมภูเขาเป็นลูกๆ ให้คนเช่าทำรีสอร์ทก็รวยค่าเช่านับเงินไม่หวาดไม่ไหวแล้ว”


            “เถอะน่า ถ้าไม่ได้เตรียมพร้อมไว้ก่อน พ่อไม่สบายใจ” คุณพ่อตัดบทก่อนหันไปพูดกับทนายประจำตระกูล โดยมีพี่ชาเตรียมจดบันทึกอยู่ข้างๆ


            “คุณประสงค์ ตามที่ผมคิดก็คือ บ้านธารพระจันทร์หลังนี้ ทั้งตัวบ้านและที่ดิน ผมจะยกให้เจ้าเวท เป็นผู้ครอบครองแต่เพียงผู้เดียว โดยมีข้อแม้ว่า หากพี่น้องคนใดต้องการอาศัยอยู่ด้วย ก็อนุญาตให้อยู่ได้ อย่าขับไล่ไสส่ง และขอให้เอื้อเฟื้อเจือจานพี่น้องตามสมควร”


            พิธุเวทขยับจะค้าน แต่คุณพ่อยกมือห้ามไว้


            “ฟังพ่อพูดให้จบก่อน มีอะไรเจ้าค่อยถามทีหลัง” เจ้าของมรดกขยับเลื่อนแฟ้มเอกสารขนาดใหญ่ขึ้นมากาง


            “ส่วนที่ดิน ผมมีอยู่มากพอสมควร สะสมกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นที่ดินไกลๆ แถวบางใหญ่ ปากเกร็ด ปทุมธานี ฝั่งธน นครปฐมก็มี ล้วนเป็นที่ดินผืนใหญ่ๆ ทั้งสิ้น หลายแปลงให้คนเช่าทำนา ทำสวน ทรัพย์สินในส่วนนี้ ก็ขอยกให้เจ้าเวทเช่นกัน” คุณพ่อหยิบโฉนดให้คุณอาทนายดูทีละแผ่น


            “แล้วพี่ชัย กับน้องอร...” พิธุเวทอดใจถามไม่ได้


            “ส่วนที่ดินที่เหลือในเขตสมุทรปราการ ค่อยใกล้บ้านหน่อย กับที่ดินในเขตเมือง อย่างลาดพร้าว ดินแดง บางรัก เตาปูน แล้วก็ตึกแถวให้เช่าในตลาด ผมขอยกให้ลูกสาวคนเล็ก ยายอร ผมอยากโอนให้ลูกสาวก่อนที่จะแต่งงานด้วย จะได้ถือเป็นสินเดิม ไม่ใช่สินสมรส” คุณพ่อหันมองลูกชาย พูดเปิดอกกันตรงๆ “เวทอย่าหาว่าพ่อลำเอียง ยกที่ดินในเมืองให้น้องเลยนะ น้องเป็นผู้หญิง เดินทางไปดูแลเก็บค่าเช่าที่ดินไกลๆ จะลำบาก แล้วถึงพ่อยกที่ดินมีราคาให้น้องก็จริง แต่ขนาดของพื้นที่ทั้งหมด รวมๆ แล้วก็น้อยกว่าที่เจ้าได้ไปมากโข”


            “ผมไม่มีปัญหาอะไรครับ ทรัพย์สมบัติเป็นของคุณพ่อ จะจัดการอย่างไรก็ได้ เพียงแต่...” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว นึกสงสัย จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ยินชื่อพี่ชัยหลุดออกจากปากคุณพ่อสักครั้ง


            “ทรัพย์สินชุดสุดท้ายที่ผมจะระบุคือ เครื่องเพชรพลอย ทองหยองที่ภรรยาผมสะสมไว้ ขอยกให้ยายอรทั้งหมด ส่วนทองแท่งในเซฟที่ธนาคารกับพระเครื่อง รวมถึงพระพุทธรูปโบราณในห้องพระ ผมยกให้เจ้าเวท นอกเหนือจากนั้น เช่น เงินฝากในธนาคาร สหกรณ์ เงินประกันชีวิต เงินบำเหน็จตกทอด เงินช่วยใดๆ จากราชการ สังหาริมทรัพย์ก็ดีหรืออสังหาริมทรัพย์ก็ดี ที่จะเกิดมีต่อไปในอนาคต ขอให้แบ่งเป็นสองส่วนเท่าๆ กัน มอบให้เจ้าเวทกับยายอรคนละครึ่ง ส่วนหน้าที่ผู้จัดการมรดก ก็ยกให้เจ้าเวทเขาไป เมื่อผมตายแล้ว รบกวนคุณประสงค์ช่วยจัดการเดินเรื่องให้ด้วย”


             “คุณท่านยังแข็งแรง กว่าจะถึงวันนั้นคงอีกนาน ดีไม่ดีผมจะไปเสียก่อนหรือเปล่าก็ไม่รู้ เห็นทีจะต้องฝากเรื่องไว้ให้เจ้าชาสานต่อแทน” คุณอาทนายพูดขันๆ คนวัยนี้ไม่นึกหวาดกลัวเรื่องความตายกันแล้ว


            ผู้แก่วัยทั้งสองนั่งปรึกษากันต่อในรายละเอียดปลีกย่อย พิธุเวทที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ชักจะอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ ส่วนประชาก็ดูจะสงสัยไม่แพ้กัน แต่ด้วยมารยาท ทั้งคู่ก็อดทนนั่งฟังเงียบๆ ไม่ปริปากซักถาม


            จนกระทั่งคุณอาทนายกับพี่ชาขอตัวกลับ ภายในห้องทำงานเหลือกันอยู่สองคนพ่อลูก พิธุเวทก็โพล่งขึ้น


            “คุณพ่อครับ แล้วพี่ชัยล่ะ”


            “เรื่องมันก็ล่วงเลยมาจนป่านนี้แล้ว พ่อจะไม่ปิดบังเจ้า...” ดวงหน้าของผู้ชราค่อนข้างเคร่งขรึม ดูมีร่องรอยระลึกถึงความหลัง “เจ้าชัยเป็นเด็กที่พ่อกับแม่รับมาเลี้ยง เราแต่งงานกันหลายปี ไม่มีลูก นานวันเข้าจึงสิ้นหวัง คิดกันว่าคงไม่มีวาสนา เลยตัดสินใจรับเจ้าชัยมาเป็นลูกบุญธรรม”


            “พี่ชัยไม่ไช่ลูกคุณพ่อคุณแม่งั้นหรือ...” พิธุเวทคราง ตกตะลึงกับความจริงที่ได้รับรู้อย่างกะทันหัน


            “แต่ไม่คิดว่าเจ้าชัยจะเป็น ลูกอิจฉาอย่างที่คนโบราณเขาเรียก พ่อกับแม่รับมาเลี้ยงไม่ถึงสองปี จู่ๆ แม่เจ้าเขาก็ท้องเจ้าขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ แถมยังมียายอรตามมาเกิดอีกคน”


            “แล้วพี่ชัย เอ่อ...รู้เรื่องนี้หรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มกลืนน้ำลาย ลำคอออกจะแห้งผาก


            มิน่า รูปร่างหน้าตาพี่ชัยไม่เหมือนใครในบ้าน คุณแม่ที่เสียไปแล้วของเขาก็ไม่ใคร่จะรักใคร่เอ็นดูพี่ชัยเท่าที่ควร คุณแม่ไม่เคยกอดจูบพี่ชัย อย่างที่ชอบทำกับเขาและน้องอร ไม่เคยเย็บเสื้อผ้าหรือลงมือทำอาหาร ทำขนมให้กินด้วยตัวเอง เวลาป่วยก็ไม่เคยอยู่เฝ้าไข้ มีแค่เรียกคนรับใช้มาสั่งให้ไปทำแทน จะพูดจาปราศรัยกันสักครั้งก็เพียงแต่ไต่ถามสารทุกข์สุขดิบสั้นๆ ความสัมพันธ์ดูห่างเหินกว่าลูกอีกสองคนอย่างเห็นได้ชัด


            สมัยเด็กเขาเคยสงสัยและถามคุณพ่อ คุณพ่อก็เพียงแต่บอกปัดว่า ลูกชายคนโตก็แบบนี้แหละ จะมาออดอ้อนประจ๋อประแจ๋พ่อแม่เหมือนเด็กทารกกระไรได้


            “รู้...พ่อรับเจ้าชัยมาเลี้ยงตอนที่พี่ชายเจ้าอายุ 5 ขวบ จำความได้แล้ว”


            “แล้วพ่อแม่จริงๆ ของพี่ชัยล่ะครับ”


            “เป็นญาติห่างๆ ของพ่อเอง แต่ก็ห่างชนิดนับแทบไม่ถูก เจ้าชัยเกิดมาน่าสงสาร แม่ตายเพราะตกเลือดในวันคลอด ตัวพ่อเลยเกลียดลูกคนนี้จับจิต ถูกทุบถูกตีไม่เว้นแต่ละวัน ตอนพ่อไปเจอ เนื้อตัวแตกช้ำมีแต่รอยไม้ ผอมกะหร่อง พ่อเวทนา กลัวว่าจะตายคาหวาย ถึงได้ขอมาเลี้ยง ตอนนั้นแม่เจ้าเขายังไม่ค่อยชอบใจ บ่นว่าพ่อทำอะไรไม่ปรึกษาเขาก่อน”


            “แต่คุณพ่อคุณแม่ก็เลี้ยงพี่ชัยเหมือนเป็นลูกคนหนึ่ง เป็นพี่ชายของผมกับยายอร แล้วพี่ชัยจะไม่ได้อะไรบ้างเลยหรือครับ...” พิธุเวทไม่ใช่คนใจแคบ อีกทั้งไม่ใช่คนโลภโมโทสัน


            “พ่อไม่ใจร้ายใจดำถึงเพียงนั้นหรอก...” คนพูดยิ้มนิดๆ ภูมิใจที่เห็นว่าลูกชายเป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ “ถึงอย่างไรก็เลี้ยงมาเหมือนลูก พ่อฝากเงินในบัญชีไว้ให้พี่เจ้าก้อนหนึ่ง แล้วก็จะยกที่ดินบางส่วนให้ ต่อไปหากจะแต่งงานหรือขยับขยายครอบครัว ก็สามารถเอาทรัพย์สินในส่วนนี้ไปเป็นทุนรอนตั้งตัวได้”


            “แต่มูลค่าก็คงจะน้อยกว่าที่ผมกับน้องอรได้ พี่ชัยต้องน้อยใจแน่ๆ” ชายหนุ่มกังวลถึงความรู้สึกของพี่ชาย


            “จะน้อยใจได้อย่างไร” คุณพ่อไม่เห็นด้วย “พ่อเลี้ยงชัยมาอย่างดี ให้ทุกสิ่งเทียบเท่ากับลูกแท้ๆ ของตัวเอง ทั้งที่อยู่อาศัย อาหาร เสื้อผ้า การศึกษา พ่อกับแม่ให้พี่เขาทุกอย่าง กระทั่งงานบ้านยังไม่เคยใช้ให้ทำ สักคำก็ไม่เคยพูดให้หมางใจว่าเป็นลูกเลี้ยง เจ้าลองคิดดู ถ้าเขายังอยู่กับพ่อแท้ๆ ของตัวเอง ป่านนี้คงถูกตีจนช้ำในตายไปแล้ว จะได้ร่ำเรียนเขียนอ่านหรือเปล่าก็สุดรู้ ดูสิ ทุกวันนี้ได้เป็นถึงข้าราชการ มีงานมีการดีๆ ทำ ชัยเป็นเด็กมีหัวคิด เขามีแต่จะกตัญญู สำนึกบุญคุณพ่อแม่มากกว่า”


            พิธุเวทจนด้วยถ้อยคำจะโต้แย้ง ถ้ามองในมุมคุณพ่อ มันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ อีกอย่าง ทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็เป็นของท่าน จะยกให้ใครเท่าไหร่ เขาย่อมไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย

 


*


*


*


            หลังจากนั้น แม้คุณพ่อไม่ได้กำชับกำชาเป็นพิเศษ ทว่าพิธุเวทก็ปิดปากเงียบ ความลับของพี่ชัยยังคงเป็นความลับ กระทั่งกับตัวพี่ชัยเอง เขาก็ไม่เคยพูดว่าเขารู้ความจริงทั้งหมดแล้ว ยังคงรักและเคารพอีกฝ่ายเหมือนเป็นพี่ชายแท้ๆ อย่างที่เคยเป็นมา


            เวลาผ่านไปร่วมเดือน เรื่องมรดกแทบไม่อยู่ในความคิดของพิธุเวทแล้ว วันนี้มีแต่ความเซ็งที่แผนการท่องเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนล้มเหลว เนื่องจากรถรับจ้างที่เพื่อนสี่คนรวมตัวกันนั่งมายังสถานีรถไฟหัวลำโพง ประสบอุบัติเหตุกลางทาง ทุกคนบาดเจ็บคนละเล็กละน้อย ที่หนักสุดคือคนหนึ่งขาหัก จำเป็นต้องยกเลิกแผนเที่ยวเชียงใหม่ไปโดยปริยาย


            ชายหนุ่มกลับถึงบ้าน เดินขึ้นห้องส่วนตัวด้วยอารมณ์หงุดหงิด ไม่นึกอยากทำอะไรทั้งสิ้น นอกจากทิ้งร่างนอนอยู่บนเตียงเฉยๆ หูก็ฟังเพลงร็อคสุดโปรดจากซาวด์อะเบาท์ไปด้วย


            พิธุเวทคิดว่าตัวเองเคลิ้มหลับไปพักหนึ่ง เมื่อปรือตาตื่นขึ้น พบว่าเทปในซาวด์อะเบาท์เล่นจนจบม้วนแล้ว เขายันตัวลุกขึ้นนั่ง ท้องชักหิว ตั้งใจว่าจะลงไปหาอะไรกิน ครั้นขยับตัวลงจากเตียง ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หางตาก็บังเอิญเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง


            ห้องนอนของเขาอยู่ด้านหลัง จากหน้าต่างสามารถมองเห็นสวนหลังบ้านได้อย่างชัดเจน แม้ท้องฟ้าเริ่มมืด แต่รูปเงาที่เห็นก็คุ้นตาเกินกว่าจะคิดเป็นอื่น ชายหนุ่มแน่ใจว่านั่นคือพี่ชัย พี่ชายของเขาอุ้มอะไรบางอย่างไว้ในอ้อมแขน ทำท่าลับๆ ล่อๆ เมื่อเดินไปถึงบริเวณศาลาไม้ เจ้าตัวก็โยนม้วนผ้าที่แบกไว้ลงกับพื้นอย่างไม่ปรานีปราศรัย


            เพียงเห็นกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มสยายลงแนบพื้น กระโปรงผ้าสีฟ้าแสนคุ้นตาแผ่เป็นวงกว้าง พิธุเวทก็สะดุ้งสุดตัว


            “ยัยอร!


            ชายหนุ่มผลุนผลันวิ่งลงจากเรือนโดยไม่คิดชีวิต ใจห่วงน้องสาวเหมือนจะขาด พี่ชัยทำอะไรน้อง!


*


*


*


           

            รูปเงาของคุณผียืนพิงกรอบหน้าต่างบานยาวในห้องนอนของสิงโต เจ้าตัวทอดสายตาไปไกล นิ่งอยู่นาน


            พวกเขากลับมาถึงคอนโดฯ ได้สักพัก และในที่สุด คุณผีก็ตัดสินใจที่จะเล่าความจริงในอดีตให้พ่อหมอฟัง


            “นายก็คงจะเดาตอนจบของเรื่องนี้ได้ พี่ชัยเป็นคนแข็งแรงมาก เขาสูงกว่าฉันร่วม 10 เซนฯ แถมเป็นนักกีฬาโรงเรียน เราสู้กัน ฉันพลาดท่าถูกบีบคอ...”


            พ่อหมอหน้าซีดเผือด หัวใจบีบรัดรุนแรง เผลอกำมือแน่น จนน้องที่นั่งเบียดอยู่ข้างๆ ต้องเอื้อมมือมากุมทับไว้ ลูบไล้เบาๆ ปลอบโยนให้คนพี่ค่อยๆ คลายหมัด


“พี่สิง มีอะไรหรือเปล่าครับ มือเย็นเชียว...”


            สิงโตพูดไม่ออก เขาได้แต่อ้าแขนโอบน้องเข้ามาในอ้อมแขน แนบปลายคางเข้ากับขมับนุ่ม กอดไว้ราวกับยึดเป็นที่พึ่ง


            “เอาเข้าจริง ความตายก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ฉันเคยคิด มันก็แค่วูบเดียวเท่านั้น...” คุณเวทหันมามองสิงโต “แต่ชีวิตหลังความตายนี่สิ...”


            พิธุเวทมึนงง สับสนอยู่นาน เขารู้สึกถึงความมืด ความอึดอัด กลิ่นดินเหม็นๆ อบอวลเต็มปากเต็มจมูกชวนอาเจียน พักใหญ่ กว่าเขาจะลุกขึ้นมาได้ นี่ไอ้ชั่วพี่ชัยเอาเขามาซ่อนไว้ในหลุมเตรียมปลูกต้นไม้เหรอวะ!


ชายหนุ่มตะเกียกตะกายขึ้นยืน ก่อนไล่ตามหลังพี่ชายไปด้วยคิดว่าตนเองยังมีเลือดเนื้อ เขากรีดร้อง ตะโกนโวยวายอย่างบ้าคลั่ง โกรธแค้นจนสั่นไปทั้งร่าง เฝ้าพร่ำถามว่าพี่ชัยฆ่าน้องอรทำไม ทำร้ายเขาทำไม ทว่าบนโลกนี้ ไม่มีมนุษย์คนใดได้ยินเสียงของเขาอีกต่อไปแล้ว


            ฆาตกรลนลานกลับมาที่ห้องทำงานของคุณพ่อ พิธุเวทมองเห็นแจกันทองเหลืองปักดอกไม้หล่นอยู่บนพื้นกระดาน ดอกไม้กระจายเกลื่อน น้ำสาดเปียกพื้นเป็นวงกว้าง


            พี่ชัยเช็ดแจกันทองเหลืองใบนั้นอยู่นาน ขัดอย่างละเอียดทุกอณูผิว จากนั้นก็เก็บกวาดทำความสะอาดจนห้องทำงานของคุณพ่อกลับมาอยู่ในสภาพเดิม คล้ายดังว่าไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นมาก่อน


            สิ่งสุดท้ายคือการเก็บซองเอกสารเข้าเซฟที่เปิดอ้า พิธุเวทไม่รู้มาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายทราบรหัสเปิดเซฟของคุณพ่อด้วย


            คนชั่วช้าที่ฆ่าได้กระทั่งน้องจากไปในตอนที่ฝนเริ่มลงเม็ด และวิญญาณหมาดๆ เพิ่งคิดได้ว่าน้องสาวยังคงนอนคว่ำหน้าอยู่ในสวน


            เขาพุ่งลิ่วราวกับบินกลับไปยังจุดเกิดเหตุ น้องอรคงนอนสลบแน่นิ่ง รอยช้ำขนาดใหญ่ที่ท้ายทอยบอกให้รู้ว่าทำไมพี่ชัยถึงตั้งใจเช็ดแจกันทองเหลืองใบนั้นนัก


            “ฉันตามหาไปทั่วบ้าน พยายามมองหาวิญญาณของน้องอร แต่ไม่พบ กระทั่งนึกเฉลียวใจ ตอนนั้นฝนตกหนักราวกับพายุคลั่ง ฟ้าร้องครั่นครืน ความตายของฉันรวดเร็วมาก แต่กับน้อง ไม่ใช่เลย...”


          พิธุเวทคุกเข่าอยู่ข้างกายน้องสาว กรีดร้องโหยไห้ราวกับสัตว์ติดกับดัก หัวใจเจ็บร้าวคล้ายถูกกรีดคว้านซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะเฝ้ามองภาพตรงหน้าที่จะเป็นดั่งผีร้ายคอยติดตามหลอกหลอนเขาไปชั่วชีวิต


            “ตอนที่น้ำฝนค่อยๆ ท่วมปากท่วมจมูก แขนขาของน้องอรกระตุกอยู่นาน น้องพยายามแล้ว น้องสู้สุดชีวิต ถ้าเพียงแต่น้องจะได้สติ หรืออย่างน้อยแค่ขยับตัวได้...”


            น้ำตาโปร่งแสงกลิ้งรินลงมาจากดวงตาแสนหม่นเศร้า


            “และถ้าเพียงแต่ฉันจะไม่ใส่หูฟัง ไม่เปิดเพลงร็อคดังสุด ฉันก็คงจะได้ยินเสียงการต่อสู้ คงจะได้ยินเสียงน้องร้องเรียกให้ช่วย...”


            มนุษย์ทุกคนล้วนเคยเจ็บปวดจากคำว่า ถ้าหาก ด้วยกันทั้งสิ้น แต่น่าเสียดายที่โลกใบนี้ไม่มียาแก้โรคเสียใจภายหลัง


++++++++++++++++


เศร้าจัง เขียนเองเศร้าเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 184 ครั้ง

625 ความคิดเห็น

  1. #618 UnlunLun (@UnlunLun) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 02:50
    เศร้าเลย
    #618
    0
  2. #531 mooky9924 (@mooky9924) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:04
    เศร้ามากๆ ในที่สุดก็รู้ความจริงกันเสียที ลุงชัยเลวได้โล่มาก ขี้อิจฉาสุดๆ
    #531
    0
  3. #530 in bee 🐝 (@Cemetery48) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:53

    การเห็นคนที่เรารักจากไปตรงหน้าโดยที่เราทำอะไรไม่ได้เลย มันเจ็บจนคำไหนก็แทนความรู้สึกไม่ได้จริง

    ปล.สนุกมากเลยค่ะ
    #530
    0
  4. #528 Bebeby (@bebebaekbaek) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:37

    เเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นเร็วนัก ไม่อยากจะคิดเลยว่าจิตใจเค้าทำด้วยอะไรฆ่าคนสองคนพร้อมกันแบบนี้

    #528
    0
  5. #527 TEW (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:18

    สงสารคุณเวทที่สุด ตายแต่ไม่ได้เกิดทนทรมานเป็นหลายสิบปี คุณอรยังได้มาเกิดใหม่ ส่วนเสือขอเดาว่าคงตรอมใจตายเพราะคิดถึงคนรัก ส่วน-ชัยคนชั่วขอให้มันได้รับผลกรรมหนักๆ อินจริงจัง

    #527
    0
  6. #526 581156y581156y (@581156y581156y) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:24

    เศร้าแป่ปป
    #526
    0
  7. #525 [Yada-Hae]* (@yadapawee) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:23
    สงสัยอีกอย่างว่าสิงโตในชาติก่อนตายยังไง เพราะมาเกิดไล่เลี่ยกับคริส ในขณะที่ลุงชัยแกก็ยังอยู่อะ แสดงว่าสิงโตก็ต้องจากไปก่อนวัยอันควรเหมือนกันสิ ไรเตอร์จะมีปมอะไรตรงนี้อีกมั้ยอะ
    #525
    0
  8. #524 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:03
    น้ำตาไหลเลยยยยยยย
    #524
    0
  9. #523 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:25
    คนเราอะไรมันจะละโมบโลภมากขนาดนั้นกันนะ... รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองไม่ใช่ลูกเขา ก็อยากได้อยากมีของของเขาจนต้องฆ่าน้องๆที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย เห้อ...
    #523
    0
  10. #522 pigpigpig1 (@pigpigpig123) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:58

    เศร้าจัง จริงๆ ก็น่าสงสารทุกคนนะ

    รอติดตามต่อนะคะ

    #522
    0
  11. #521 Phan_126 (@PhantiwaKetsri) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:35

    สุดยอดอะ ไม่คิดเลยว่าคนเราใจคอโหดเ-้ยมถึงขนาดนี้ความโลภแท้ๆๆเลย+กับขาดความอบอุ่นด้วยเฮอะเศร้าใจสุดๆๆ
    จะรอนะคะเขียนได้ดีจริงๆๆ
    #521
    0
  12. #520 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:02
    เศร้ามากกกกก เพราะความโลภเป็นเหตุจริงๆ คุณพ่อไม่เฉลียวใจว่าเลี้ยงงูพิษไว้ไกล้ตัว ในที่สุดก็แว้งกัดจนได้ ทำร้ายลูกทั้งสองคนของคุณตาอย่างโหดเ-้ยม แล้วยังมีหน้าลอยตาอยู่โดยไม่กลัวบาป แต่สุดท้ายกรรมสนองลูกตัวเองแทน. น้องมาเกิดแล้ว ต่อไปลุงเวทคงได้มาเกิดใหม่อีกครั้ง ส่วนลุงวิชัยก็น่าจะได้รับผลกรรมของตัวเอง
    #520
    0
  13. #519 onc_nami (@oummy-nc) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:51
    ลุงชัยนี่เ-้ยมจริงๆเลย เค้าเอามาเลี้ยง ปฏิบัติเหมือนตัวเองเป็นลูก ยังจะกล้าคิดทำเรื่องชั่วฆ่าลูกคนที่มีบุญคุณอีก จิตใจทำด้วยอะไร สมควรแล้วแหละที่ผลกรรมจะตามสนอง
    #519
    0
  14. #518 Jumttt555 (@Jumttt555) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:54
    น่าสงสารทั้งพี่ทั้งน้อง​

    น้องน้อยคือน้องอรที่มาเกิดใช่มะถึงได้รักและถนอมน้องขนาดนี้
    #518
    0
  15. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:29
    สงสารคุณอรกว่าจะตายยังทรมาน เพราะสมบัติหรอลุงถึงทำแบบนี้อะแต่นั่นก็น้องลุงนะโตมาด้วยกันแท้ๆ
    #517
    0
  16. #516 PerayaSK88 (@pentor1993) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:19
    สงสารน้องอร ลุงเวท นายชัย-คนสารเลว ของให้มันได้รับผลกรรมของทัน
    #516
    0
  17. #515 [Yada-Hae]* (@yadapawee) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:56
    อ่านแล้วจะขาดใจ การตายของน้องอรทรมานเกินไป ไม่แปลกใจเลย ตอนนั้นพี่สิงถึงได้ใจเสีย ร้องไห้ รีบคว้าน้องมากอด ฮือออออ หวิวในใจมากเลยค่ะ ไม่ไหวๆ
    #515
    0
  18. #514 benmin (@benmincub) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:50
    บีบใจอ่าา เป็นการตายที่ทรมาน มาต่อนะคะเป็นกลจ.ให้
    #514
    0
  19. #513 meondekdee (@meondekdee) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:58
    สฃสารคุณพิธุเวทจัง
    #513
    0
  20. #512 -Geran- (@-Geran-) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:40

    ทำไมละ… เพราะสมบัติเหรอ……


    เศร้า

    #512
    0
  21. #511 nongpe41 (@nongpe41) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:07
    สงสารคุณเวทจับใจ ความทรมานที่ฝั่งอยู่ในจิตใจมาตลอดตั้งแต่หมดลมหายใจจนถึงปัจจุบัน เศร้าจริง
    #511
    0
  22. #510 sir_chad (@sir_chad) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:44

    น่าสงสารน้องอรกับคุณเวทนะ รอตอนต่อไปค่ะ

    #510
    0
  23. #509 DuangjaiSmutkhun (@DuangjaiSmutkhun) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:42
    สงสารคุณเวท คุณอร ฮืออออ
    #509
    0
  24. #508 Kray (@mamoru18) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:17
    ทำไมถึงเลวขนาดนี้นะ สงสารน้องอรมากๆ
    #508
    0
  25. #507 JaoJean (@Yeme_sama) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:11
    ใจร้าย
    #507
    0