บ้านธารพระจันทร์ [SingtoKrist]

ตอนที่ 11 : พินัยกรรม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,750
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 321 ครั้ง
    10 ก.ค. 62

            เบาะแสเพิ่มเติมที่ได้จากเชียงใหม่มีเพียงชื่อของน้องสาวคุณเวท จากทีท่าอาดูรพูนเทวษของคุณผี สิงโตมีลางสังหรณ์อย่างประหลาดว่าคงไม่ใช่เรื่องดีนัก ชายหนุ่มเลยขอให้จุมพลเพื่อนสนิทช่วยไปสืบเรื่องราวต่อให้


            เพื่อนของเขาเริ่มต้นจากการนำชื่อไปตรวจสอบ ณ ที่ว่าการอำเภอในเขตที่บ้านธารพระจันทร์ตั้งอยู่ และพบหลักฐานเป็นใบมรณบัตร แจ้งว่าหญิงสาวนามพิธุอร ได้เสียชีวิตไปตั้งแต่ยี่สิบกว่าปีก่อนแล้ว สาเหตุการตายคือขาดอากาศหายใจเนื่องจากจมน้ำ ส่วนสถานที่เสียชีวิตก็คือในบ้านธารพระจันทร์นั่นเอง


            “ยี่สิบกว่าปีก่อนเลยเหรอวะ เวลาดูเหมือนจะไล่เลี่ยกับที่คุณเวทหายตัวไปจากบ้านเลยแฮะ...”


สิงโตครุ่นคิด ที่สำคัญ บ้านนั้นมีสระน้ำ มีบ่อน้ำด้วยเหรอ ทำไมเขาไม่ยักเคยเห็น หรือพอลูกสาวจมน้ำตายไปแล้ว เจ้าบ้านเลยถมทิ้ง ดูเหมือนปริศนาจะเพิ่มขึ้นมาแล้ว แถมงานนี้เห็นทีจะไม่ง่าย การสืบหาความจริงในอดีตก่อนมีอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องที่ออกจะลำบากทีเดียว


            “กูไปติดต่อสถานีตำรวจท้องที่ไว้แล้ว เผื่อมีตำรวจเก่าๆ ใกล้เกษียณเคยทำคดี ถ้ามีคนตายในบ้าน เขาต้องเรียกตำรวจแน่นอนแหละ” ออฟพูดต่อ “เสียค่าน้ำร้อนน้ำชานิดหน่อย ร้อยเวรก็ให้ชื่อมา ชื่อจ่าดำรง กูโทร.ไปหา เกริ่นๆ เรื่องไปหน่อย จ่าแกก็จำได้ แต่บอกว่าเรื่องมันยาว ให้เราไปหา แต่ต้องเป็นอาทิตย์หน้า เพราะแกลากิจ กลับไปงานศพญาติที่บ้านนอก”


            “อืม...นัดวันไหนบอกมาเลย กูไปด้วย อยากไปฟังด้วยตัวเอง” พูดพลางหยิบมือถือขึ้นมากดแอพพลิเคชั่นธนาคาร


            “จ่ายไปเท่าไหร่ บอกตัวเลขมา เดี๋ยวกูโอนให้”


            จุมพลก็บอกราคาอย่างไม่เกรงใจ บวกค่าดำเนินการไปด้วยเสร็จสรรพ สิงโตมันรวยเงียบ เงินแค่นี้ขนหน้าแข้งเศรษฐีไม่ร่วงหรอก


            “ไอ้สิง ถ้าเรื่องนี้สำเร็จ ขอโบนัสด้วยดิ” รีดเลือดเพื่อนอย่างไม่สะทกสะท้าน


            “ได้ เรื่องจิ๊บๆ” อีกฝ่ายก็ใจป้ำพอ เงินแค่นี้เล็กน้อยมาก


            สี่ห้าปีก่อน สิงโตได้ช่วยเหลือวิญญาณชายแก่ซึ่งก่อนตายเคยเป็นเจ้าสัวใหญ่ เจ้าของอาณาจักรธุรกิจยักษ์ระดับประเทศ หลังจากนั้น วิญญาณท่านเจ้าสัวที่ยังห่วงใยลูกหลาน ไม่ยอมไปเกิด ก็จะแวะเวียนมาตอบแทนบุญคุณนานๆ ครั้ง ด้วยการกระซิบกระซาบข้อมูลเชิงลึกอะไรบางอย่าง แล้วสิงโตก็มีหน้าที่แค่ยกหูถึงโบรกเกอร์ จากนั้น เงินจากตลาดหุ้นก็จะไหลบ่าท่วมท้นเข้าสู่บัญชีธนาคารของเขา จำนวนเงินที่มีอยู่ในขณะนี้ เรียกได้ว่าผลาญไปจนถึงลูกหลานก็ไม่หมด      

     

            หากชายหนุ่มก็ทำตัวธรรมดาๆ ไม่ฟุ้งเฟ้ออวดร่ำอวดรวยให้เป็นที่ผิดสังเกตแต่อย่างใด

           

*


*


*


            ไม่ทันที่สิงโตจะได้พบกับจ่าดำรงเพื่อตามหาความจริง ก็มีเหตุการณ์สำคัญแทรกขึ้นเสียก่อน


            คุณพิธุเวทที่หายไปตั้งแต่กลับจากเชียงใหม่ ปรากฏตัวขึ้นแต่เช้า ในห้องของสิงโต พี่แกเล่นปลุกเขาให้ตื่นด้วยการเป่าหู ลมเย็นยะเยือกทำเอาขนลุกขนพอง ต้องสะดุ้งตื่นอย่างหงุดหงิด


            “ตื่นได้แล้ว รีบขับรถไปหาน้องคริส วันนี้น้องต้องการนาย”


            พ่อหมอได้ยินแค่นั้นก็เด้งขึ้นจากเตียง วิ่งไปอาบน้ำแต่งตัวแทบไม่ทัน


            ใช้เวลาพอควรกว่าจะฝ่าการจราจรของเมืองหลวงมาได้ แค่จอดรถหน้าบ้าน กดโทร.ออก เดี๋ยวเดียว น้องก็วิ่งออกมาหา เปิดประตูรถขึ้นนั่ง


            ดวงหน้าซีดเผือด แววตากลัดกลุ้มของคริสทำเอาสิงโตพลอยกังวลไปด้วย แต่เขาตัดสินใจว่าจะยังไม่ถาม


            “เราจะไปไหนกันดีครับ...”


            “ที่ไหนก็ได้ครับ ที่เงียบๆ” น้องพึมพำกระซิบ ท่าทางจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่


            สิงโตพาน้องมาที่สวนสาธารณะซึ่งไม่ห่างจากบ้านมาก คริสดูเหม่อลอย หนุ่มน้อยปล่อยให้พี่จูงมือพาเดินต้อยๆ จนกระทั่งมาหยุดพักนั่งกันที่ใต้ต้นไทรใหญ่ข้างบึงน้ำกว้าง เสียงนกร้องจิ๊บๆ คูหากัน ลมโชยพัดเบาๆ ร่มรื่น และมือที่เกาะกุมกันไม่ห่าง ช่วยให้คริสค่อยๆ ผ่อนคลายขึ้น


            “พี่อยู่ข้างๆ นะครับ พี่อยู่ตรงนี้เสมอ คริสไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น...” สิงโตไล้ปลายนิ้วกับหลังมือน้องอย่างปลอบโยน


            นานทีเดียว กว่าคริสจะหลุดปาก


            “วันนี้คุณลุงประชามาที่บ้าน คุณลุงเป็นทนายของคุณตา มาเปิดพินัยกรรม...”


*


*


*


 

            แค่คิดถึงเรื่องเมื่อเช้า คริสก็ยังอกสั่นขวัญแขวนไม่หาย เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณตาทำพินัยกรรมไว้ คุณลุงคุณป้าก็ไม่ทราบ แต่ไม่มีใครกังวลอะไรนัก ในเมื่อคุณลุงคือทายาทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของคุณตา ก็คงแค่ทำตามขั้นตอนทางกฎหมายกระมัง


            “อยู่กันครบแล้ว ผมขออนุญาตเปิดอ่านเลยนะครับ”


คุณลุงทนายกวาดตามองบุคคลทั้งสี่ในห้องรับแขกของบ้าน ประกอบด้วยคุณลุง คุณป้า คริส และพี่วิน ภาชัย ลูกชายของคุณลุงคุณป้าที่เพิ่งกลับจากต่างประเทศ คริสไม่สนิทกับพี่วินนัก เพราะอีกฝ่ายไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่เขาเด็กๆ นานๆ จะได้พบกันสักครั้ง


คนพูดหยิบซองเอกสารยื่นออกมาให้ทุกคนเห็นกันทั่วๆ ก่อน ซองนั้นปิดผนึกสนิท มีลายมือคุณตาเซ็นกำกับบริเวณฝาพับ เป็นเครื่องยืนยันว่ายังไม่ผ่านการเปิด


เสียงเนิบๆ ของคุณทนายเริ่มต้นอ่านข้อความในกระดาษ


“พินัยกรรม ทำที่ ที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดXXX วันที่XXX ข้าพเจ้า นายเพิ่มพูน XXX อายุ 79 ปี อยู่บ้านเลขที่ XXX ได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้นไว้ เพื่อแสดงเจตจำนงว่า เมื่อข้าพเจ้าถึงแก่กรรม ข้าพเจ้าขอยกทรัพย์สินของข้าพเจ้าทั้งหมด ทั้งสังหาริมทรัพย์ก็ดี อสังหาริมทรัพย์ก็ดี ตลอดจนสิทธิเรียกร้องต่อผู้อื่น รวมทั้งบรรดาทรัพย์สินอย่างใดๆ ทั้งหลาย ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่จะมีต่อไปในอนาคตให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่ นายพีระ XXX บุตรบุญธรรมของข้าพเจ้า แต่เพียงผู้เดียว และขอให้นายพีระ เป็นผู้จัดการมรดกของข้าพเจ้าเพื่อจัดการทรัพย์มรดกให้เป็นไปตามเจตนาของข้าพเจ้า


พินัยกรรมนี้ ข้าพเจ้าเขียนด้วยลายมือของข้าพเจ้าทั้งฉบับ ได้ทำไว้ 2 ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกันทุกประการ ฉบับหนึ่งเก็บไว้ที่ ที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดXXX อีกฉบับหนึ่งเก็บไว้กับนายประชา ทนายความของข้าพเจ้า


ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ขณะที่ข้าพเจ้าทำพินัยกรรมฉบับนี้ ข้าพเจ้ามีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ทุกประการ และการทำพินัยกรรมฉบับนี้ มิได้เกิดขึ้นจากการถูกข่มขู่ หรือฉ้อฉล หรือสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแต่อย่างใด ข้าพเจ้าได้อ่านและเข้าใจข้อความในพินัยกรรมนี้โดยตลอดแล้ว เห็นว่าตรงตามเจตนารมณ์ของข้าพเจ้าทุกประการ จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยานสองคนพร้อมกันอย่างครบถ้วนและถูกต้อง เมื่อวันที่ และ ณ สถานที่ดังระบุข้างต้น...”

 

*


*


*


“คือคริสได้มรดกทั้งหมดคนเดียว พี่เข้าใจถูกใช่ไหม” สิงโตถามย้ำ


“ครับ...” น้องทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “ขนาดบ้านที่ทุกคนอยู่กันตอนนี้ คุณตายังหมายเหตุไว้ในพินัยกรรมว่า คุณลุง คุณป้า แล้วก็พี่วินจะต้องย้ายออกภายใน 30 วัน ยกเว้นแต่ว่า ผมจะยินยอมให้พวกเขาอาศัยอยู่ต่อไปได้”


“พี่วิน? ใครครับ”


“ลูกชายคุณลุงคุณป้าครับ เขาไปเรียนเมืองนอก เพิ่งกลับมาเมื่อสองวันก่อน”


“แล้วสถานการณ์เป็นยังไงบ้าง หลังจากที่ทุกคนได้ฟังพินัยกรรม” ชายหนุ่มถาม


“คุณลุงเงียบมาก ไม่พูดอะไรเลย ไม่ยอมมองหน้าผมด้วย ส่วนคุณป้ากับพี่วินอาละวาดลั่นๆ คุณป้าหาว่าผมรวมหัวกับลุงประชาโกงมรดก จะไปฟ้องศาล ว่าผมทำพินัยกรรมปลอม พี่สิง ทำยังไงดี ผมไม่สบายใจเลย...”


“มรดกเยอะมากเลยเหรอ คุณป้าถึงได้โกรธปานนั้น เอ่อ...ขอโทษครับที่ถามซอกแซก พี่เสียมารยาทไปหน่อย”


“แค่บ้านที่อยู่ตอนนี้ กับบ้านธารพระจันทร์ มูลค่าที่ดินก็หลายสิบล้านแล้วครับ แล้วคุณทวด คุณพ่อคุณแม่ของคุณตา ท่านรับจำนองที่ดินไว้มาก ตั้งแต่สมัยสงครามโลก คุณตาว่าสมัยก่อนมันเป็นที่ดินไกลๆ ราคาถูกๆ อย่างบางใหญ่ ปทุม สมุทรปราการ ก็ตกทอดกันมา ตอนนี้หลายแปลงกลายเป็นที่ดินติดรถไฟฟ้า มีคนติดต่อขอซื้ออยู่เรื่อยๆ ไหนจะรถตั้งหลายคัน แล้วยังเงินฝาก เงินประกันชีวิต กับพวกเพชรพลอย พระเครื่อง แล้วก็ทองแท่งในธนาคารอีก”


 คนพี่ฟังแล้วมองเห็นเค้าลางความยุ่งยากก่อตัวขึ้นทันที


“อย่าให้น้องคริสกลับบ้านเด็ดขาด ตอนนี้น้องไม่ปลอดภัยแล้ว” คุณเวทที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวกะทันหันปล่อยเสียงหวีดหวิวมาตามสายลม


พอสิงโตถ่ายทอดคำพูดของคุณผี น้องคริสก็หน้าซีดเผือด มือไม้อ่อน


“ตะ...แต่คุณลุงกับคุณป้าเห็นผมมาตั้งแต่เด็กๆ พวกท่านจะใจร้ายกับผมได้ลงคอเชียวหรือครับ”


“เฮ้อ...เด็กหนอเด็ก เงินทองเป็นของบาดใจ ความโลภมันเข้าใครออกใครเสียที่ไหน...” พูดพลางโอบน้องเข้ามาในอ้อมแขน กอดหลวมๆ อย่างปลอบประโลม


“อย่ากลัว...พี่บอกแล้วไง ว่าพี่จะคอยอยู่ข้างๆ ไม่มีวันไปไหน พี่จะปกป้องคุ้มครองคริสเอง...”


50%


พวกเขาออกจากสวน สิงโตพาน้องมารับประทานอาหารที่ห้างใกล้ๆ เลือกร้านไก่ทอดที่คริสชอบ แต่ดูเหมือนเด็กน้อยจะกลืนไม่ค่อยลงนัก


“ตอนที่คริสออกมาหาพี่ ข้างในกำลังเกิดอะไรขึ้น เขารู้ไหมว่าคริสแอบออกมาจากบ้าน” สิงโตออกจะกังวลเรื่องคุณลุงคุณป้าของน้อง


“ลุงประชาโกรธที่ถูกคุณป้ากล่าวหาเรื่องทำพินัยกรรมปลอมครับ ขู่ว่าจะฟ้องหมิ่นประมาท ผู้ใหญ่กำลังเถียงกัน คงไม่ทันสังเกตตอนผมย่องออกมา”


เพราะคริสเอาแต่เขี่ยไก่ไปมา ไม่กินเอาๆ เหมือนทุกที สิงโตเลยถือวิสาสะดึงจานอาหารมาตรงหน้า ช่วยหั่นไก่เป็นชิ้นพอคำ แล้วจิ้มด้วยส้อม แตะซอสเล็กน้อยแบบที่น้องชอบ ป้อนให้ถึงปาก


คนถูกป้อนชักเขิน เด็กหนุ่มลังเลนิดหน่อย แต่ก็รับอาหารเข้าปากโดยดี


“คริสจะโทร.บอกคุณพ่อคุณแม่ไหม พวกท่านควรทราบเรื่องนี้หรือเปล่า...” คนพี่รอบคอบ เผื่อว่าคุณป้าสุดโหดจะตามไปรังควานครอบครัวที่แท้จริงของน้อง


“ผม...ไม่รู้เลย...” เหมือนถูกจี้ใจดำ นัยน์ตากลมใสฉายแววเศร้า ดวงหน้าอ่อนใสสลดระคนน้อยเนื้อต่ำใจ “ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าป๊ากับแม่ยกผมให้เป็นลูกบุตรธรรมของคุณตา ผมคิดมาตลอดว่าคุณตาแค่ส่งเสียผม และที่ป๊าแม่ยอมให้ผมมาอยู่กรุงเทพฯ เพราะอยากให้ผมได้เรียนสูงๆ มีอนาคตที่ดี...” เล่าไปเสียงก็ชักจะสั่น ให้สิงโตร้อนรนลุกมานั่งข้างๆ โอบไหล่คนน้องเข้าหาตัวด้วยกิริยาปลอบประโลม


“ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพี่ชายกับน้องสาวผมอยู่กับป๊ากับแม่ได้ แต่ผมกลับถูกผลักไสไล่ส่ง ถึงขนาดยกผมให้เป็นลูกคนอื่น ผมไม่รู้เลยจริงๆ...”


“ชู่ว...ไม่เอาน่า เด็กดีอย่าคิดมาก พี่ว่ามันก็จริงตามที่คริสคิดนะ ป๊ากับแม่หวังดีกับคริส อยากให้ลูกได้เรียนหนังสือสูงๆ ไม่ต้องลำบากตรากตรำทำสวน...” ชายหนุ่มลูบศีรษะน้องเบาๆ “อีกอย่าง ถ้าคริสไม่ย้ายมากรุงเทพฯ มาอยู่กับคุณตา เราสองคนจะได้พบกันเหรอ...”


“พี่สิง!


คริสถลึงตาใส่คนเจ้าเล่ห์ ที่มองกลับมาด้วยนัยน์ตาพราวฉ่ำ หวานหยาดเยิ้มจนเด็กหนุ่มไม่กล้าสบตาตอบ บ้าที่สุด เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานยังจะมีหน้ามาหยอดกันอีก


“ไม่คิดอะไรในทางร้ายๆ แล้วนะครับ เอางี้ เดี๋ยวพี่พาคริสไปกินบิงซูดีกว่า กินขนมหวานๆ อารมณ์จะได้ดีขึ้น แล้วจากนั้นเราค่อยไปคอนโดฯ พี่กัน”


“หืม คอนโดฯ พี่สิง ไปทำไมครับ” คริสงง


“ก็คุณเวทบอกว่าคริสไม่ปลอดภัย กลับบ้านไม่ได้ ถ้าไม่ไปคอนโดฯ พี่ แล้วจะไปที่ไหนล่ะ”


“ฮึ ผมขอไปอยู่กับไอ้กันชั่วคราวก็ได้...” คริสสะบัดหน้าเง้างอด หากแล้วก็นิ่งไป


บ้านของเพื่อนเขาอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ มีทั้งพ่อแม่พี่น้องและอากงอาม่า คงไม่สะดวกที่เขาจะไปรบกวนนานๆ อีกทั้งคุณลุงคุณป้าก็รู้จักเพื่อนสนิทคนนี้เป็นอย่างดี จะตามไปหาเมื่อไหร่ก็ได้


“ถ้าคริสไม่ไปอยู่กับพี่ พี่ได้เป็นห่วงคริสตายแน่ เด็กดีจะใจร้าย ปล่อยให้พี่ไม่เป็นอันกินอันนอนได้ลงคอเชียวเหรอ...” ทำตาออดอ้อนหวานเชื่อม มิหนำยังกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นอีก


“พี่สิง อย่า... นี่มันในร้านอาหาร...” คริสหน้าร้อนผ่าว เชื่อว่าตอนนี้ผิวแก้มคงแดงจัด เด็กหนุ่มพยายามจะดันอกคนพี่ออกห่าง แต่เพราะไม่ได้ออกแรงจริงจัง จึงไม่เกิดผลอันใด


“คริสก็รับปากก่อนสิ ว่าจะไปอยู่กับพี่...” คนเจ้าเล่ห์ต่อรอง


“ปล่อยก่อนครับ”


“รับปากพี่ก่อน”


“พี่สิง...งื่อ...”


“นะครับ...น้า...”


*


*


*

 

            คริสถูกพามาที่คอนโดฯ คนเจ้าเล่ห์จนได้ แถมก่อนหน้าที่จะเดินทางมา ยังโดนคนพี่ลากไปซื้อของสดในซูเปอร์มาร์เก็ตอีก


            “คริสต้องใช้อะไรเป็นพิเศษไหม จะได้ไปซื้อกันก่อน แต่จริงๆ ที่บ้านพี่ก็มีครบหมดนะ อ้อ อาจจะยกเว้นอันเดอร์แวร์ แต่คริสไม่ต้องใส่ก็ได้ พี่ไม่ถือ”


            “พี่สิง!” เด็กหนุ่มต่อยไหล่คนพี่แก้เขิน อีกฝ่ายก็ทำเป็นโอดโอย ทั้งๆ ที่ไม่ได้เจ็บอะไรนักหรอก ชิ หมั่นไส้


            จากแค่ซื้อของใช้ส่วนตัวเล็กน้อยก็ลามไปถึงกับข้าวกับปลา พอคริสหลุดปากว่าพอทำอาหารเป็นเท่านั้น พี่สิงโตก็ตาวาว


            “พี่สิงอย่าคาดหวังมาก ผมพอทำเป็นก็จริง แต่รสชาติอาจจะไม่ถูกปากพี่ก็ได้” คริสพอทำอาหารง่ายๆ ได้ แล้วตอนไปอยู่ต่างประเทศ ถ้าอยากประหยัดค่าใช้จ่ายก็ต้องพยายามทำกินเอง เลยพอจะมีทักษะอยู่บ้าง


            “ถึงยังไง คริสก็เก่งกว่าพี่แน่นอน พี่น่ะ ทำเป็นอยู่สองอย่างเอง” พี่สิงที่ไสรถเข็นเดินตามคริสต้อยๆ ดูน่ารักเป็นพ่อบ้านมาก


            “อะไรครับ ไข่เจียว ไข่ดาวเหรอ”


            “กดน้ำร้อนใส่มาม่า กับยัดกล่องอาหารแช่แข็งเข้าไมโครเวฟ”


            “อาหารแช่แข็งกินบ่อยๆ ไม่ดีนะครับ โซเดียมสูง” คนฟังนิ่วหน้า


            “งั้นเด็กดีก็ต้องมาทำกับข้าวให้พี่กินบ่อยๆ แล้วล่ะ” เจ้าเล่ห์วันยังค่ำ


            พี่สิงบอกว่าตู้เย็นที่คอนโดฯ ไม่มีอะไรทั้งสิ้น นอกจากอาหารแช่แข็งกับเครื่องดื่ม คริสเลยตัดสินใจเลือกซื้อวัตถุดิบแบบกลางๆ ประเภทเนื้อสัตว์ ผักพื้นฐาน พวกคะน้า ผักกาดขาว แครอท เห็ดต่างๆ นอกจากนั้นยังมี ข้าวสาร ไข่ ขนมปัง ไส้กรอก เต้าหู้ และเครื่องปรุงที่ใช้บ่อยๆ ในห้องครัว แค่นี้ของก็เต็มรถเข็น หอบกันไม่หวาดไม่ไหวแล้ว ยังดีหรอกที่ไม่ต้องซื้อหม้อชามรามไห เห็นว่าคุณแม่ของพี่สิงขนมาทิ้งไว้ให้ตั้งแต่ซื้อคอนโด


            แรกๆ ที่รู้จักกัน แม้พอรู้อยู่บ้างว่าอีกฝ่ายคงจะมีฐานะ เพราะรถที่พี่สิงขับก็ราคาเจ็ดหลัก การแต่งเนื้อแต่งตัวแม้ไม่ใช่แบรนด์เนมหัวจรดเท้า แต่ราคาก็ไม่ด้อย หากคริสก็ไม่นึกว่าคอนโดฯ ที่พี่สิงพูด จะหมายถึงอาคารระฟ้าในโครงการหรู ห้องหัวมุม วิวแม่น้ำแถมติดรถไฟฟ้าแบบนี้


            “อึดอัดหน่อยนะ ยังไงมันก็ไม่กว้างขวางเหมือนบ้านเดี่ยว ห้องพี่แค่ 60 ตร.ม. เอง” เจ้าของบ้านออกตัว


            ถูกล่ะ ที่คอนโดฯ เล็กกว่าบ้านเดี่ยว แต่จะนิยามห้องพี่สิงด้วยคำว่าอึดอัดไม่ได้เลย


            เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไป ทางขวามือของห้องจะพบส่วนเตรียมอาหารและโต๊ะกินข้าวแบบยาวนั่งได้ประมาณ 4 คน ลึกเข้าไปคือห้องนั่งเล่น ประกอบด้วยโซฟา โต๊ะเตี้ย และโทรทัศน์จอแบนขนาดใหญ่ ผนังห้องกรุประตูกระจกบานยาวมองเห็นวิวแม่น้ำ ทางซ้ายคือห้องนอนที่พี่สิงบอกว่าเป็นห้องนอนใหญ่ ส่วนด้านขวาที่เคยเป็นห้องนอนเล็ก เจ้าของบ้านปรับให้เป็นห้องทำงานและเก็บหนังสือ ห้องแยกทั้งสองห้องต่างมีห้องน้ำส่วนตัวไม่ปะปนกัน รอบห้องด้านนอกเป็นระเบียงยาวรูปตัวยู ตั้งแต่ห้องนอนใหญ่ ผ่านด้านนอกห้องนั่งเล่น ไปจนถึงห้องนอนเล็ก สามารถเดินถึงกันได้ตลอด เฟอร์นิเจอร์ในห้องคุมโทนขาวดำ ดูลึกลับน่าค้นหาเหมือนเจ้าของห้องไม่มีผิด


            “ห้องพี่สิงสวยมากเลย...”


คริสวางของแล้วเดินชมบ้าน เผลอทำตัวเป็นกันเองโดยไม่ทันรู้สึก ก่อนจะเปิดประตูกระจก ก้าวออกไปที่ระเบียง ลมแม่น้ำยามค่ำพัดผ่านเนื้อตัวชวนให้รู้สึกเย็นสบาย เด็กหนุ่มมองแสงไฟระยิบระยับของบ้านเรือนด้านล่าง เรือลำน้อยใหญ่ติดไฟประดับแล่นสวนกันไปมาบนแม่น้ำกว้างลดเลี้ยว งดงามเหมือนดาวบนดินไม่มีผิด


“ถ้าชอบ คริสจะอยู่เลยก็ได้นะ อยู่นานแค่ไหนก็ได้...” คนพี่ก้าวตามออกมายืนเคียงข้าง แขนแกร่งสอดเข้ามาโอบรอบเอวเขาหลวมๆ และคริสรู้สึกดีเกินกว่าจะผละออก


“ได้ไง นี่บ้านพี่สิงนะ ผมเกรงใจ...” ก้มหน้าอุบอิบพูด แก้มร้อนเรื่อ


“ห้ามพูดคำว่าเกรงใจอีก” มือเรียวเชยคางมนขึ้น นัยน์ตาของคนพี่คมเข้ม ล้ำลึก ตราตรึงจนคริสไม่อาจทนสบ “คริสก็รู้ พี่อยากให้คริสอยู่กับพี่ไปชั่วชีวิต...”


            หัวใจคนฟังพลันหยุดเต้นไปจังหวะหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเต้นอย่างบ้าคลั่ง


            ...นี่...นี่มันยิ่งกว่าคำบอกรักตรงๆ เสียอีก...


            “บ้า...” ในสภาพที่สองแก้มร้อนเจียนไหม้ คริสมีแรงแค่ผลักอกคนพี่เบาๆ เขินจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ถูก “พี่แม่ง... โอ๊ย ผมไปทำกับข้าวดีกว่า...”


            คริสไปเก็บของให้เข้าที่เข้าทางแก้เก้อ ตอนนี้ค่ำแล้ว เลยตัดสินใจทำอะไรง่ายๆ กินกัน โดยเริ่มจากหุงข้าวก่อน


            “วันนี้แม่ครัวเอกจะทำอะไรให้พี่กินครับ” ไอ้พี่คนช่างหยอดก็คอยเดินตามคลอเคลียไม่ห่าง


            “ว่าจะทำข้าวไข่ระเบิดครับ ค่อยง่ายหน่อย เร็วด้วย”


            “หืม...คริสรู้ได้ไงว่าพี่ชอบกินไข่ระเบิด...” พี่สิงจ้องเขาเหมือนเห็นตัวประหลาด


            “ก็เวลาไปที่สำนักงานทนายความทีไร ผมเห็นพี่สิงสั่งร้านป้าข้างๆ ทุกที ไม่เห็นกินอย่างอื่น” คริสหัวเราะ “แต่ผมคงไม่ได้ทำเหมือนป้าเขาเป๊ะนะครับ เราอยู่คอนโดฯ ถ้าผัดด้วยน้ำพริกเผา กลิ่นคงน่าดูชม ตอนอยู่เมืองนอก ผมผัดแบบใช้ซอสมะเขือเทศเอา”


            “เด็กดี น่ารักที่สุด มา เดี๋ยวพี่ใส่ผ้ากันเปื้อนให้”


            “บ้านพี่สิงมีผ้ากันเปื้อนด้วยเหรอ” คนไม่ทำกับข้าวจะมีของพวกนี้ไปทำไมกัน


            “แอบหยิบใส่รถเข็นมาตอนคริสเดินซื้อโน่นซื้อนี่น่ะ” พ่อหมอยิ้มเจ้าเล่ห์


            ทีแรกคริสคิดว่าคนพี่คงจะแกล้ง ถ้าซื้อผ้ากันเปื้อนลายหวานแหวว จีบระบายฟูฟ่องมาล่ะก็ จะไม่ยอมใส่เป็นอันขาด ดีที่พี่สิงแค่เลือกแบบธรรมดาๆ มาให้ เป็นผ้ากันเปื้อนลายสก็อตแดงสลับขาวแบบเต็มตัว ติดกระดุมสีแดงตรงบั้นเอวด้านหลังก็เท่านั้น


            คนเจ้าเล่ห์ที่ยืนซ้อนหลังอ้อยอิ่งกลัดกระดุมให้คริสอยู่นานทีเดียว


            “กระดุมมีกี่ร้อยเม็ดครับพี่สิง ติดนานจริง” คริสแซวระหว่างที่เตรียมวัตถุดิบ


            “งือ...อยากกอดน้องจัง...” อ้อนโดยการวางคางบนไหล่ กดเกลี่ยไปมาชวนจักจี้


            “เยอะไปละ เยอะไป” หนุ่มน้อยกระทุ้งศอกหยอกๆ ใส่หน้าท้องแกร่ง ให้คนพี่แกล้งร้องโอดโอยตามถนัด


          คริสเริ่มจากตั้งกระทะทอดไข่ดาวก่อน ไข่ดาวแบบที่พี่สิงชอบ ไข่แดงต้องเป็นยางมะตูม แต่ขอบไข่ขาวเกรียมกรอบ เคล็ดลับไม่มีอะไรมาก ไฟแรง กระทะต้องร้อน น้ำมันท่วม แค่ตอกไข่ลงไป รอให้เซตตัว ไม่ต้องกลับด้าน วิดน้ำมันราดตรงไข่แดงสัก 2-3 ครั้งก็เรียบร้อย จากนั้นทำน้ำราดต่อ เตาไฟฟ้าอีกฝั่งก็ตั้งหม้อทำซุปมะกะโรนีไปด้วย

 

            น้ำราดไข่ดาวทำง่ายมาก เจียวกระเทียมสับให้หอม ใส่หมูสับลงไปรวนพอสุก ใส่ผักตามชอบ คริสซื้อผักแช่แข็งแบบรวมมาแล้ว มีข้าวโพด ถั่วลันเตา แครอท และเติมหอมหัวใหญ่กับมันฝรั่งหั่นเต๋าลงไปเพิ่ม ปรุงรสด้วยซอสมะเขือเทศ น้ำตาลทรายติดปลายช้อน ซีอิ๊วขาวนิดหน่อย เท่านี้กลิ่นก็หอมจนคนรอกินทำท่าน้ำลายจะหก


            ส่วนซุปมะกะโรนียิ่งง่าย หมักหมูสับกับซีอิ๊วขาว พริกไทยนิดหน่อยแล้วพักไว้ นำแครอทหั่นเต๋าไปต้มในน้ำจนเกือบสุก แล้วนำหมูสับปั้นก้อนใส่ลงไป หมั่นช้อนฟองให้น้ำซุปใส พอได้ที่ก็ตามด้วยมะเขือเทศหั่นเสี้ยว หอมหัวใหญ่ และมักกะโรนีท่อนสั้น ตั้งไฟให้เดือดอีกครั้ง เป็นอันใช้ได้


            ข้าวหุงสุกพอดี คริสตักข้าวร้อนๆ อัดใส่ถ้วยก่อนแล้วคว่ำลงบนจาน วางทับด้วยไข่ดาวพร้อมน้ำราดสีแดงสลับกับสีสันของผักชิ้นเล็กๆ ดูน่ารับประทาน ซุปตักใส่ถ้วยแล้วเหยาะพริกไทยอีกนิด โต๊ะอาหารก็พรักพร้อม


            “ผมต้องแบ่งข้าวใส่จานเล็กๆ ให้คุณลุงเวทหรือเปล่าครับ...” พอลงนั่งทั้งคู่ คริสก็นึกได้


            “ไม่ต้องหรอก พี่ไม่เห็นคุณเวทตั้งแต่ที่สวนแล้ว...” พ่อหมอส่ายหน้ายิ้มๆ ตอนนี้อารมณ์ดีเพราะไม่มีก้างขวางคอ


            “พี่สิงลองชิมก่อน อาจจะจืดหน่อยนะครับ อย่างซุปนี่ผมไม่ได้ใส่ซุปก้อน กับข้าวทำกินเอง ผมไม่อยากใส่พวกผงปรุงรส เราได้โซเดียมจากอาหารนอกบ้านมากพอแล้ว” แม่ครัวพูดพลางเลื่อนถ้วยซุปให้


            “แค่นี้ก็หอมจนพี่แทบรอกินไม่ไหวแล้วครับ”


            สิงโตนั่งประจำที่ คว้าช้อนตักอาหารเข้าปากคำหนึ่ง เคี้ยวช้าๆ อย่างตั้งใจลิ้มรสชาติ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากวาดจนเกลี้ยงจาน


            แน่นอน อาหารของน้องคริสไม่เหมือนข้าวร้านตามสั่ง เพราะมันอร่อยกว่าหลายร้อยเท่า มีทั้งความสด สะอาด ถูกหลักอนามัย รสชาติกลมกล่อม ไม่ทำร้ายสุขภาพ และยังมีความใส่ใจอยู่ในอาหารทุกคำ


            “อร่อยมาก...” สิงโตชมไม่ขาดปาก ไม่วายหยอด “คริสมาทำให้พี่ติดรสมือแบบนี้ ต้องรับผิดชอบชีวิตพี่แล้วนะครับ”


            “พี่สิง!” คนฟังพยายามถลึงตาทำหน้าดุ ไม่น่ากลัวสักนิดในสายตาพ่อหมอ ออกจะน่ารักน่าหยิกเสียด้วยซ้ำ “เลิกหยอดผมซะทีเถอะน่า ฟังแล้วขนลุก ฮึ้ย...”


            “ขนลุกแต่ชอบอะดิ เด็กปากแข็งเอ๊ย” แกล้งยักคิ้วใส่ ให้น้องว้ากเพ้ย




+++++++++++++++++++++++++++++


Talk 1  

เศรษฐีทั้งคู่นาจ๊า อิอิ 

เอาล่ะ พ่อหมอจิได้โอกาสพาน้องเข้าบ้านแระ 


ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะค้า ดีใจมาก อ่านทุกเม้นท์วนไปสิบรอบ ^^


Talk 2

          มาต่อแล้วค่า คนเจ้าเล่ห์หลอกน้องเข้าบ้านสำเร็จละ ทีนี้ก็แค่ขังไว้ด้วยรัก ไม่ให้ไปไหน เท่านั้นเอ๊ง ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 321 ครั้ง

625 ความคิดเห็น

  1. #556 xoap (@xoap) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 12:41
    อ่านแล้วหิวเลยค่ะ อิอิ
    #556
    0
  2. #545 zzzwanmaizzz (@zzzwanmaizzz) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 14:42
    อิพี่มันร้าย 5555555555
    #545
    0
  3. #366 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 15:14
    ไม่ใช่เล่นๆนะจ๊ารวยมาก555
    #366
    0
  4. #346 moonui-ii (@moonui-ii) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 22:31
    ไรต์บรรยายเรื่องกินเรื่องอาหาร ได้ละเอียดมากบอกตรงๆ.
    #346
    0
  5. #309 DuangjaiSmutkhun (@DuangjaiSmutkhun) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 15:52
    ทำอาหารด้วยกัน หวานเรี่ยราดกันอีกเช่นเคย แถมไม่มีก้างเสียด้วย อิอิ
    #309
    0
  6. #308 meondekdee (@meondekdee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 14:53
    งืออออ อ่านแล้วหิวข้าว พี่สิงหยอดเก่ง แต่น้องก็คงหลงรักอะไรแบบนี้ด้วยแหละ อิอิ
    #308
    0
  7. #307 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 06:57
    เจ้าเล่ห์นะลุง ล่อหลอกเด็กน้อยไปค้างด้วยได้ มารยาหญิงยังสู้เล่ห์ลุงไม่ได้ น้องน่ารักมาก แม่บ้านแม่เรือนพร้อมออกเรือนมาก หิวตามเลย 5555. คุณเวทไปไหนนะ แล้วครอบครัวนั้นจะรังครวญน้องหรือเปล่า ??
    มีอีกหลายปมรอคลี่คลาย รออออออออ
    #307
    0
  8. #306 ppn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 23:45

    ออย่าหายไปนานนะคะ pleaseeeeeee

    #306
    0
  9. #305 -ploysiwa- (@-ploysiwa-) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 17:13
    ต่างคนต่างติดบ่วงรักของกันและกัน
    ปล.อยากกินไข่ระเบิดเลยทีเดียว
    #305
    0
  10. #304 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 17:05
    พอน้องมาอยู่กับคนพี่แล้วดูเหมือนน้องจะมีแต่ความสบายใจเนอะ~
    #304
    0
  11. #303 Supichaya (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 16:32

    ❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤

    #303
    0
  12. #302 onc_nami (@oummy-nc) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 16:05
    โอ๊ยยยย พี่สิงนี่ก็หยอดได้หยอดดีละเกิน สงสารใจน้องคริสบ้าง เขินจนไม่รู้จะเขินยังไงละนั่น 5555555
    #302
    0
  13. #301 miiiina (@miiiina) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 16:02
    นอกจากจะ สงสารน้อง
    หมั่นไส้กับความตอดเล็ก ตอดน้อย ของอิ่พ่อหมอแล้ว
    ยังได้สูตรทำอาหารด้วยค่ะ ^^
    #301
    0
  14. #300 moozaapp (@nuinui555) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 15:52

    เอ้าอยู่ก่อนแต่งซะงั้น...ดูแลน้องดีดีน้าาาาอย่าขืนใจน้องล่ะพี่สิงงงแต่ถ้าน้องอ่อยก็จัดเลยอิอิ.


    #300
    0
  15. #299 I'm kan. (@kanyakorn1409) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 14:40
    เจ้าเล่ห์ หลอกล่อน้องเก๊งงงงงง
    #299
    0
  16. #298 Oneooe (@Oneooe) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 14:37
    พี่สิงต้องดูแลน้องดีๆๆนะคะ
    #298
    0
  17. #297 YinGz (@yingnaja9393) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 14:36
    คนพี่นี่ขายขนมครกเป็นอาชีพเสริมป่ะคะ หยอดเก๊งเก่ง

    ปล.อ่านเรื่องนี้ทีไรหิวทุกที ไรท์ไม่อ่อนโยนต่อกระเพาะเลยยย
    #297
    0
  18. วันที่ 16 กันยายน 2561 / 14:34
    อยู่บ้านตัวเองกับคอนโดพี่สิงอะไรอันตรายกว่ากัน555555
    #296
    0
  19. #295 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 23:46
    น้องคริสต้องเป็นลูกหลานคุณตาแน่นอน อาจเป็นลูกคุณอรหรือเปล่า หรือลูกคุณเวท? มันต้องมีปมที่จะคลายเรื่องให้กระจ่าง. แล้วเรื่องมรดกอีก อันตรายมากกก. รอออออตอนต่อไป.
    #295
    0
  20. #284 -ploysiwa- (@-ploysiwa-) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 13:26
    สนุก ลุ้นตามตลอดว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก พี่สิงจะได้ปกป้องคริสจริงๆแล้ว
    #284
    0
  21. #283 ppn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 15:05

    โหยยยยย สงสารคริส เรื่องเก่ายังไม่เคลียร์ไรท์เอาเรื่องใหม่มาอีกล้าววววววว 555555

    #283
    0
  22. #282 Oneooe (@Oneooe) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 08:40
    อันตรายต้องมาเยือนน้องแน่เลย
    #282
    1
    • #282-1 trippleA (@trippleA) (จากตอนที่ 11)
      2 กันยายน 2561 / 10:10
      สงสัยคุณคนรวยทั้งสองจะได้ไปอยู่ด้วยกันแล้วล่ะค่ะ ดูแลพี่คริสดีดีนะคะคุณพ่อหมอ คริๆ
      #282-1
  23. #281 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 23:47
    เงียบๆอย่างคุณลุงสิน่ากลัว... พี่สิง ดูแลน้องด้วยนะคะ สัมผัสได้เหมือนกันว่าน้องคงไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว...
    #281
    0
  24. #280 bellious (@bellious) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 22:39
    กลัวใจญาติแทนน้องคริสเลยอะ
    #280
    0
  25. #279 Hani~☆ (@Luk_Believe) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 17:22
    คุณลุงนี่ดูน่ากลัวนะ
    #279
    0