It Had To Be You [Yaoi]

ตอนที่ 9 : Chapter 8 : 'ใคร' ที่เป็นเจ้าของจูบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,339
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,263 ครั้ง
    27 พ.ค. 61











Chapter 8









“ไอ้เอ๊ะ~ มึงพากูมาบ้านทำไมเนี่ย” กรกฎโวยวายใส่คนที่จอดมอเตอร์ไซค์ในซอยด้านข้าง ไอ้ตัวเปรตละมือจากแฮนด์มาถอดหมวกกันน็อคออก

          “พอใจ” อคิราห์ตอบสั้นๆแบบกวนส้นตีน

          อีกคนได้แต่อ้าปากค้าง นั่งคาอยู่บนหลังรถที่ยกสูงจนไอ้เอ๊ะมุ่นหัวคิ้ว

          “แล้วจะนั่งอีกนานไหม หรือต้องให้อุ้ม”

          “ไม่ๆ..” กรกฎตั้งท่าจะลง แต่ยังช้ากว่าช่วงแขนแข็งแรงที่ตวัดมารัดช่วงเอวแล้วยกเขาจนตัวลอย “มึง~” หน้าร้อนวาบเมื่อคนผ่านไปมาหันมอง

          “ก็แค่นี้” ร่างสูงส่ายหัว คว้าข้อมือมันเข้าบ้านไป

          ร้านยาเปิดขายตั้งแต่เช้า พวกลูกน้องของเจ๊อิงกำลังขายของให้ลูกค้าชาวจีนที่แห่กันมาเหมายาหลายอย่าง ละแวกนี้ร้านของเจ๊ขายราคาถูกที่สุด เลยมีคนเข้าออกพลุกพล่านตลอดวัน เรียกได้ว่าต่อแถวกันซื้อเลย

          “อ้าว..อาตี๋ น้องกลอย” เจ๊อิงยิ้มตาปิด โบกไม้โบกมือทักคนที่ไหว้เธอ

          “เจ๊..ป๊ากับม้าล่ะ” อคิราห์ถาม ยังไม่ยอมปล่อยมือไอ้กลอย

          “ชั้นสองแน่ะ” เจ๊ตอบแล้วหันไปคุยกับลูกค้าเป็นภาษาจีนกลาง

          “โห..พี่มึงพูดจีนเก่งจังเลยเอ๊ะ” กรกฎเดินตามเพื่อนขึ้นบันได

“พูดได้กันทั้งบ้านนั่นแหละ ถึงไม่เป็นก็ควรหัด ลูกค้าจีนเยอะ”

“แล้วมึงพูดได้หรือเปล่า”

“ไม่ได้หรอก” เขาส่ายหัว ทำเอาไอ้กลอยหลุดหัวเราะใหญ่

“กูก็นึกว่ามึงพูดได้เหมือนกัน อยากฟังว่ะ ไม่เคยได้ยินมึงพูดเลย”

“พูดได้แค่..” อคิราห์หยุดยืนที่บันไดขั้นบนแล้วหันมาหา “หว่อซื่อเจินเตออ้ายหนี่ หว่อจ้ายฮูหนี่ หว่อจื่อโหยวหนี่”

“ห๊ะ?” ไอ้ห่า..อะไรของมันวะ มาเป็นชุด!

“หว่อจื่ออ้ายหนี่อี๋เก้อเหริน”

“เดี๋ยวๆ..” กูอยู่คนละชาติกับมึงนะเว้ย

“หนี่อ้ายหว่อมะ?

“เชี่ยเอ๊ะ..มึงหลอกด่ากูหรือเปล่า” กรกฎเกาหัวแกรกๆ

“มึงนี่นะ..กูอุตส่าห์ท่องตั้งนาน” อคิราห์หัวเราะในลำคอ “ถ้าอยากรู้มึงก็เอาไปถามป๊าม้าไม่ก็เจ๊ดูเอาเองแล้วกัน จะได้เข้าใจว่ากู ด่าอะไรมึง”

..แล้วใครมันจะไปจำได้ล่ะเฮ้ย!..

เขาบ่นงึมงำในคอ ตามไอ้เอ๊ะขึ้นไปชั้นสองของบ้าน ดูเหมือนว่าป๊ากำลังนั่งดูทีวีอยู่ ส่วนม้ากำลังทำอาหาร เห็นปั้นแป้งแล้วยัดไส้อะไรเข้าไป

“อาตี๋..พาน้องมาด้วยหรือเนี่ย” ม้าเงยหน้ามองแล้วยิ้มร่า

กรกฎรีบยกมือไหว้พ่อกับแม่ของไอ้เอ๊ะ ถึงจะรู้สึกตงิดเล็กน้อยที่ถูกเรียกว่า น้องก็เถอะ ทำไมฟังแล้วน่าเอ็นดูพิลึก “ขอรบกวนด้วยนะครับ”

“มาเลยลูก” ป๊าชวน “วันนี้วันเกิดอั้ม น้องกลอยอยู่กินข้าวด้วยกันสิ”

“ขอบคุณคร้าบ” เขายิ้มแหะ คลายความเกร็งลงเมื่อมาเป็นครั้งที่สอง

“แล้วนี่พาน้องไปกินข้าวเช้ามาหรือยังอาตี๋”

อคิราห์ส่ายหัว ลากเก้าอี้มานั่งมองม้าทำอะไรวุ่นวาย “ยังเลย แถวบ้านไม่มีขายวันอาทิตย์ เลยตั้งใจพามันมาฝากท้องที่นี่แหละ มีไรกินบ้างอ่ะม้า”

“เกี๊ยวน้ำ รอแป๊บได้ไหม ม้ากำลังยัดไส้อยู่ อาตี๋ก็มาช่วยเร็วๆเข้า”

“ไม่เอาหรอก ผมหน่วยกิน ม้าให้ไอ้กลอยมาช่วยสิ”

กรกฎทำหน้าตื่นๆอยู่ครู่ พอม้ากวักมือเรียกก็เดินเข้าไปหา

“หนูทำแบบนี้นะจ๊ะ ตักไส้วางกลางแป้ง เอาน้ำแตะที่ขอบแล้วพับครึ่งให้เป็นสามเหลี่ยม” แกทำให้ดู “แล้วก็จับจีบแบบนี้ ทบไปทบมาก็เสร็จ”

เขาพยักหน้าหงึกหงัก ทุลักทุเลอยู่บ้าง แต่พอชิ้นที่สามสี่ห้าก็ดีขึ้น

“แหม..วันนี้อาตี๋ของม้ากินเกี๊ยวหมดหม้อแน่เลย” แกว่ายิ้มๆ

“ห่อห่วยแบบนี้จะกินลงหรือม้า ทำให้ดีๆหน่อยสิเว้ย”

กรกฎมองไอ้เอ๊ะที่ช่วยก็ไม่ช่วย ยังตินั่นตินี่อีก น่าจับแป้งยัดปากจริงๆ

“กินน้ำไร” อคิราห์ถามคนที่ตั้งอกตั้งใจทำ

“น้ำเปล่าก็ได้” เขามุ่นหัวคิ้ว แก้จีบที่พับใหม่เพราะไส้ทะลักออกมา

อีกคนเดินไปเปิดตู้เย็น เทน้ำเปล่าแก้วหนึ่งและชงน้ำแดงให้มันอีกแก้ว ม้าชะโงกหน้ามาบอกว่าในซึ้งมีซาลาเปาไส้ผักร้านวราภรณ์อยู่สามสี่ลูก ให้เอามากินรองท้องก่อน เขาเลยหยิบใส่จานมาที่โต๊ะกินข้าวหมดทุกลูก

อคิราห์วางถาด มองคนที่ตั้งใจเหลือเกินกับการห่อเกี๊ยว “ไส้แตกแล้ว”

“ห๋า..ตรงไหนวะ”

ร่างสูงเท้าแขนกับพนักพิงเก้าอี้ ก้มลงใกล้แล้วชี้ให้ดูรอยแป้งขาด “นี่ไง”

กรกฎชะงักกับใบหน้าได้รูปที่โน้มลงชิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆจากซอกคอลอยอวลอยู่ใกล้เขา ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดข้างแก้ม และเสียงทุ้มต่ำก็ดังติดใบหู

“มึงห่อเป็นหรือเปล่ากลอย” เด็กหนุ่มอ้อมช่วงแขนมาจับมือเพื่อน

“ท..ทำอะไร” เจ้าตัวเหลือบมองม้าที่หันหลังให้ ส่วนป๊าก็ตั้งใจดูทีวี

“สอนมึงห่อเกี๊ยว” อคิราห์กระซิบ แตะปลายนิ้วมันเบาๆ “มึงต้องตักไส้ วางตรงกลาง แตะน้ำแล้วก็พับ” เขายิ้มมุมปาก จับมือสอนให้ทำตาม

ใครอีกคนรู้สึกหูอื้อตาลาย “ทำ..ทำเป็นหรอกน่า”

“จีบแป้งให้ดูหน่อยสิ” เขาโน้มหน้ามาทางซ้ายมือของมัน หันไปพูดด้วยระยะที่ห่างเพียงแค่ไม่กี่นิ้ว และแขนทั้งสองก็คล้ายจะกักตัวไว้ในอ้อมกอด

“ไอ้..เอ๊ะ~” กรกฎตัวโงนเงน

“ทำไม? กูบอกให้จีบแป้ง” หัวเราะเบาๆ “ยังไม่ได้บอกให้จีบใครเลย”

คนฟังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ทั้งตัวร้อนผ่าวเหมือนเอาไปอังไฟ

..จะจีบใครล่ะ! มีใครให้จีบ ห๋า!..

มีเสียงฝีเท้าเดินขึ้นบันไดมาชั้นสอง กรกฎร้อนตัว พยายามจะลุกขึ้นแต่โดนกดหัวไหล่ไว้ แต่ก่อนที่สติจะลอยไปไกล คนด้านหลังก็ผละถอย

“อ้าว..น้องกลอย”   เจ๊อิงเรียก “ช่วยม้าทำเกี๊ยวหรือจ๊ะ”

“อ่า..ครับๆ” เขายิ้มแหย มองเจ๊ที่ถือลูกอะไรกลมๆมาด้วย

“ไอ้นี่หรือ..เอามาให้ป๊าบริหารมือน่ะ” มันเป็นลูกหินกลมเกลี้ยงที่คนแก่มักจะเอาไว้คลึงเล่น “ฝากให้ป๊าที เจ๊ลงไปดูลูกค้าก่อน” ว่าแล้วก็วางไว้บนโต๊ะ

ลูกหินกลิ้งหลุนๆไปด้านข้าง กรกฎรีบลุกไปตะครุบแต่ช้าเกิน มันหล่นตุบลงบนพื้นพรม เขาก้มลงเก็บ พอดีจังหวะที่ใครอีกหนึ่งก้มลงเหมือนกัน

ริมฝีปากร้อนผ่าวเฉียดแนวแก้มไปอย่างพอดิบพอดียิ่งกว่าจงใจจับวาง

เขาเบิกตากว้าง สัมผัสนั้นยังค้างคาอยู่บนใบหน้าแม้จะผละออกแล้ว

อคิราห์หลุบตามองคนที่ทำท่าตื่นๆ เขาเลิกคิ้ว ยิ้มมุมปากตอนที่เดาะลูกหินขึ้นลงในมือ “อะไร..มองหน้ากูแบบนี้ มีเรื่องจะประท้วงหรือไง”

ม้าเดินกลับมาที่โต๊ะ “อะไรกัน..อาตี๋แกล้งอะไรน้อง”

“ผมเปล่า..แค่เก็บหินนี่ แล้วบังเอิญปากผม..”

“เอ๊ะ!” กรกฎร้องขึ้น “น..น้ำแดงนี่กินได้ไหม”

อีกหนึ่งหนุ่มเพียงแต่หัวเราะเบาๆ เอาลูกหินไปให้ป๊า “กินสิ..ทำมาให้”

กรกฎดื่มน้ำแดงอั้กๆด้วยสีหน้าที่แดงสลับร้อนได้อย่างน่าดูชม จากนั้นก็นั่งก้มหน้าก้มตาพับเกี๊ยว ไม่ได้รู้เลยว่าเจ๊อิงที่เดินลงไปข้างล่างแล้วจะโผล่หัวมาจากบันได และชูนิ้วโป้งให้น้องชายที่พยักพเยิดด้วยหน้ายิ้มๆอยู่เบื้องหลัง

..ไม่มีอะไรมากมาย..เขาก็แค่เล่นกันเป็นขบวนการ..

 



เย็นวันนั้น เฮียอั้มปิดคลินิกแล้วพาภรรยากลับมาบ้านตามคำชวนของทุกคน ป๊ากับม้าบอกว่าจะเลี้ยงวันเกิดให้ ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรนอกจากทำอาหารกินเอง

          กรกฎอยู่ที่นี่ทั้งวัน เลยช่วยม้ากับแม่ครัวเตรียมวัตถุดิบทำสุกี้ เขารับหน้าที่ล้างผัก นอกนั้นก็เป็นงานของพวกผู้ใหญ่ เมนูซับซ้อนกว่านี้ทำไม่เป็น

“น้องกลอยชอบกินเป็ดย่างไหม” ม้าชวนคุย

“ชอบมากครับ” เขายิ้มกว้าง “เป็นของโปรดเลย”

“ดีแล้วๆ” แกหมักเนื้ออกเป็ดด้วยกระเทียม รากผักชี ขิง ผงพะโล้ แล้วใช้สีผสมอาหารทาที่หนังให้ดูสวย ย่างบนกระทะจนหนังกรอบ จากนั้นไปย่างต่อในเตา ใส่น้ำซุปจากซอสที่ปรุงขึ้น ต้มจนสุกค่อยสับแบ่ง “นี่จานเด็ดของม้า”

“คุยอะไรกันสองคนน่ะ” อคิราห์เข้ามาเอาผักที่ไอ้กลอยล้างและหั่นไว้

“น้องบอกว่าชอบกินเป็ดย่าง” ม้าหันมาบอก “ต้องแบบนี้สิ ลูกชาย!

กรกฎหัวเราะแหะ โดนดึงตัวเข้าไปกอดแล้วโยกหัวไปมา ม้าไอ้เอ๊ะใจดีมาก ไม่เหมือนลูกชายเลย รายนั้นน่ะผีเข้าผีออกอย่างแท้จริง

“อย่างนั้นหรอกหรือ” อคิราห์พยักหน้า “ม้าก็ชวนมันมากินบ่อยๆสิ”

หญิงวัยกลางคนหันมาเหล่มองลูกคนเล็กแล้วบึนปาก “รู้แล้วย่ะ”

กรกฎยิ้มเผล่ งานในครัวเสร็จแล้วเลยช่วยม้ายกของไปตั้งที่โต๊ะอาหาร

มื้อค่ำของวันเป็นสุกี้ทำเองกับเป็ดย่างจานเด็ดฝีมืออาม้า ถึงจะเตรียมไว้เหมือนเลี้ยงคนสักยี่สิบคน แต่บรรยากาศบนโต๊ะก็เต็มไปด้วยความเรียบง่าย

ป๊าของไอ้เอ๊ะเป็นผู้ชายที่น่ารัก แม้จะแย่งของโปรดม้ากินแบบที่ไอ้เอ๊ะเล่า แต่ป๊าก็มักจะยกส่วนของตัวเองคืนให้ม้าเสมอ ทำเอาเขายิ้มตามไปด้วย

เฮียอั้มก็เป็นผู้ชายอบอุ่น สุภาพ เรียบร้อย ใจดีและใจเย็นตามสไตล์ผู้ใหญ่ที่รักสัตว์และรักธรรมชาติ ตลอดมื้อ เฮียจะดูแลภรรยาอยู่เสมอ

ส่วนเจ๊อิง..กรกฎคิดว่าเหมือนน้องชายคนเล็กอย่างกับแกะ ในแง่ของความกวน เอะอะโวยวายแต่ก็มักสร้างเสียงหัวเราะให้ทุกคนอยู่เสมอ เจ๊เป็นสาวคนเดียวในบ้านที่ยังโสดทั้งที่เป็นผู้หญิงสวย เก่ง เรียนสูงและดูแลตัวเองได้

..ถ้าเขาโตกว่านี้สักหน่อยก็น่าจะจีบเจ๊อิงนี่แหละ..

“มองอะไรพี่สาวกูไอ้กลอย” อคิราห์เตะข้อพับเพื่อนจากใต้โต๊ะ

“เปล่าๆ” กรกฎรีบก้มลงกินหนังเป็ดในขณะที่คนอื่นหัวเราะครืน

“จะจีบเจ๊หรือกลอย” เธอยิ้มละมุนละไม “ถึงเจ๊จะนิยมหนุ่มวัยกระเตาะ แต่กับกลอย..เจ๊ไม่กล้า” เพราะถึงเป็นพี่น้องคลานตามกันมาก็อาจถูกมันฆ่าได้

“เปล่าคร้าบ” กรกฎหัวเราะแหยๆ “แค่คิดว่าเจ๊เป็นคนน่ารักดี”

อคิราห์เลยผลักหัวคนข้างตัวไปหน “กินเข้าไปเดี๋ยวนี้ อย่าพูดมาก” เขาคีบเนื้อเป็ดให้แล้วตักลูกชิ้นกับกุ้งสดในหม้อมากองบนจานมัน

“กินเยอะๆนะลูก อยู่กับอาตี๋ น้องกลอยต้องใช้พลังงานเยอะ” ป๊าบอก

          กรกฎสำลักลูกชิ้นสาหร่ายที่กำลังเคี้ยวแก้มตุ่ย ไอ้เอ๊ะเลยยกน้ำให้ดื่ม

          “แค่ก..อะ..อะไรนะครับ” เขารับทิชชูจากพี่สะใภ้แล้วก้มหัวขอบคุณ

          “ป๊าพูดอะไรกำกวม น้องมันรับไม่ทัน” เฮียอั้มกลั้นขำ

          “เปล่าๆ ป๊าแค่จะบอกว่าอาตี๋มันเป็นคนกวนส้นตีนเฉยๆ”

          อคิราห์หัวเราะหึๆ “กินๆๆ เดี๋ยวของเย็นหมด”

          กรกฎนั่งหน้าร้อนสลับแดงอยู่ตลอดเวลา ถึงเขาจะเบ๊อะบ๊ะ แต่ก็พอจะตงิดใจกับคำพูดของป๊ากับม้าอยู่บ้าง ไหนจะที่เฮียอั้มกับเจ๊อิงแหย่มาเป็นพักอีก

          “เออ..เฮีย ผมมีของขวัญจะให้” อคิราห์พูดขึ้นระหว่างที่นั่งกินของว่าง

          “จริงดิ!” เฮียดูดีใจ วางแก้วไวน์ในมือลง

          “ม้ากับป๊าก็มีนะ” ม้าเอาซองแดงออกมาวางแปะกับมือ นอกจากจะให้เฮียอั้มแล้ว ยังมีสร้อยทองให้เมียของเฮียเป็นขวัญกำลังใจด้วย

          “ขอบคุณครับม้า” เฮียกราบแทบตักแกแล้วกอดแน่น จากนั้นก็หันไปกอดป๊าที่นั่งแกะเกาลัคกินอีกคน “ขอบคุณป๊ามากๆด้วยนะครับ”

          “รีบๆมีหลาน เดี๋ยวให้ของใหญ่กว่านี้” ม้าบอก

          กรกฎนั่งยิ้มตอนที่ไอ้เอ๊ะเอาน้ำหอมของ Davidoff มาให้เฮีย สองพี่น้องกอดกันตัวกลม เขาเองก็เป็นลูกคนเล็กเหมือนกัน เลยอดคิดถึงพี่ๆไม่ได้

          “โซ้ยตี๋รู้จักเอาใจคนเป็นแล้ว” เฮียอั้มแซว “นี่คิดเองหรือว่าใครบอก”

          อคิราห์ยักไหล่ “ไอ้กลอยให้ไอเดียมา”

          ทุกคนเลยหันมามองทางกรกฎเป็นตาเดียว เด็กหนุ่มไอเบาๆ

          “เอ่อ..ผมแค่เสนอครับ เอ๊ะเห็นดีด้วย แต่ไม่แน่ใจว่าเฮียจะชอบไหม”

          “ชอบๆ” เฮียหัวเราะ “เสื้อมีแต่กลิ่นหมาแมวจนเมียส่ายหน้าแล้ว”

          เมียของเฮียยิ้มขัน พอคนอื่นให้ของขวัญเสร็จ เธอก็ให้บ้าง หญิงสาวนั่งที่ขอบโซฟาหมิ่นๆระหว่างที่ส่งกล่องเรียวยาวเหมือนกล่องปากกาให้

“ของคุณค่ะ” เธอยิ้มบาง ลูบต้นคอสามีเบาๆ “เปิดดูสิคะ”

เฮียอั้มยิ้มรับ หันไปจูบแก้มภรรยาแล้วแกะกระดาษห่ออย่างใจเย็น

“นี่มัน..” พอเปิดฝากล่อง เฮียก็ชะงัก จากนั้นก็ลุกพรวดพราด “นี่มัน!!

กรกฎสะดุ้งเฮือกตอนที่เฮียระเบิดเสียงร้องลั่นบ้าน ถ้วยชาในมือเขาสั่นกราวเพราะแรงกระโดดโลดเต้นของเฮียจนม้ากับป๊าตกอกตกใจตามไปด้วย

“เป็นอะไรไอ้อั้ม” ป๊ากวาดเปลือกเกาลัคลงถังขยะ

“ป๊า! ม้า!” เฮียคว้าแท่งอะไรสักอย่างออกมาโชว์ “เมียผมท้องแล้ว!

          เท่านั้นเอง ม้ากรี๊ดเสียงดังยิ่งกว่าเฮียเสียอีก แกลุกขึ้นปรบมือไม่หยุด พร้อมกับโผเข้ากอดลูกสะใภ้ เมียของเฮียก็อ้าแขนรับ ต่างคนต่างร้องไห้สะอึกสะอื้นกันไป ป๊าเองก็ดีใจจนถึงกับปาดน้ำตา เข้ามากอดลูกชายแน่น

          กรกฎที่อึ้งอยู่ครู่ค่อยๆปรับตัวได้ เขาหันมองไอ้เอ๊ะที่ยืนดูยิ้มๆ เฮียดีใจท่าทางน่าเอ็นดู แกซึ้งมากถึงกับเอาที่ตรวจครรภ์ของเมียมากอดมาจูบเลย

           “ดีใจด้วยนะเฮีย เอ้า..ดื่มๆ” อคิราห์รินไวน์ใส่แก้วให้พี่ชาย

          ป๊ากับม้าก็ขอดื่มฉลองด้วย ส่วนอาซ้อขอผ่าน ได้แต่นั่งกินน้ำส้มแทน เจ๊อิงเองก็ไม่พลาด ซัดลงไปหลายแก้วเหมือนกัน

          “เอาหน่อยไหม” อคิราห์ส่งให้เพื่อน “ไวน์องุ่น..อร่อยนะ”

          “ดีใจด้วยนะมึง” กรกฎบอกระหว่างรับมาดื่ม เออ..หวานเฝื่อนดี

“เรื่องที่กูจะมีหลานแล้วน่ะหรือ” คุณอาวัยหนุ่มดูอารมณ์ดี

“อาเจ็กเอ๊ะ” เขาฉีกยิ้ม “ฟังดูเท่พิลึก”

ร่างสูงเหลือบมองแล้วขยี้หัวไอ้กลอยด้วยความมันเขี้ยว

“ทีนี้ก็เหลือแต่เจ๊อิงกับมึงแล้วเอ๊ะ” กรกฎหัวเราะ จัดผมตัวเองให้เรียบ “ป๊ากับม้าอาจจะรอหลานจากเจ๊อิง ไม่ก็จากมึงอยู่ก็ได้นา”

          อคิราห์ชะงักไปครู่ เขาหัวเราะในลำคอ “กูว่าป๊าม้ารอจากเจ๊ยังมีหวัง แต่รอจากกูน่ะ..รอไปเถอะ กูมีให้ไม่ได้หรอก” ดวงตาคมปลาบหลุบมอง

          คนฟังร้อนวูบที่หน้าเมื่ออีกฝ่ายก้มลงกระซิบข้างหู

          “มึงไม่รู้จริงๆหรือ..ว่ากู..ชอบผู้ชาย”

          กรกฎหูแดงก่ำ รีบยกไวน์ในมือขึ้นดื่มพรวดๆ

          ..ไม่รับไม่รู้กับมึงแล้วล่ะโว้ย!..

 



ประตูบานเหล็กเลื่อนปิดดังครืด เจ๊อิงหันมาถามน้องชายที่ยืนอยู่ด้านหลัง

          “สรุปว่ากลับพรุ่งนี้ใช่ไหม เจ๊วางกุญแจไว้ที่โต๊ะบัญชีนะ”

          “อือ” อคิราห์พยักหน้า พรุ่งนี้มีเรียนบ่าย เขาเลยยังไม่กลับบ้านเช่า นี่ก็โทรบอกไอ้จินไอ้รันมันแล้ว จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง เอาไว้เจอกันตอนเช้าได้

          “โอเค ยังไงก็ดูแลน้องด้วยนะ” เจ๊หันไปมองคนที่นั่งยิ้มตาเยิ้มอยู่พลางส่ายหัว “แกนี่จริงๆเลยโซ้ยตี๋..มอมเหล้าลูกชายเขา”

          “ใครมอม? ไม่ได้มอมสักหน่อย มันกินของมันเองทั้งนั้น”

          “จ้า~” เธอกลอกตาอย่างไม่เชื่อน้องนัก “ให้ช่วยพาขึ้นบ้านไหม”

          “ไม่เป็นไร” อคิราห์เดินมาหาคนที่นั่งคอพับคออ่อน ตัวโอนไปเอนมา

          “กลอย..” เขาดีดแก้มมันเบาๆ “ไหวไหม”

          “ฮื่ออ..อะไร แมงหวี่” กรกฎที่เมากลิ้งยกมือปัดๆ

          “อาการหนัก” เจ๊หัวเราะแผ่ว “ถ้าไม่ให้ช่วย เจ๊ขึ้นนอนแล้วนะ”

          “อืม..ไปเถอะ ผมดูแลมันได้” อคิราห์ช้อนตัวเบาหวิวขึ้นอุ้ม ไอ้กลอยงอแงอยู่ครู่ก็เอนตัวมาซบอก ปล่อยให้เขาพาขึ้นห้อง “คืนนี้นอนกับกูนะ”

          เธอหรี่ตามองอยู่ครู่ ปกติโซ้ยตี๋ไม่ได้เป็นคนอ่อนโยนนักหรอก แต่เวลาอยู่กับเด็กคนนี้ น้องชายเธอดูเปลี่ยนนิสัยไปมากเหมือนกัน ปกติออกจะห่ามๆ ไม่ค่อยสนใจใคร แต่กับน้องกลอย อาตี๋ใส่ใจดูแล ห่วงใย ทำเพื่อเขาอยู่ตลอด

          ..จะแย่ก็ตรงที่ลับหลังทำอย่าง แต่ต่อหน้ากลับทำอีกอย่าง..

          ..แล้วเมื่อไรเขาจะรับรู้ล่ะไอ้น้องซื่อบื้อ..

          “นี่..” เธอเดินตามคนที่ขึ้นบันไดไปชั้นสอง “ถามหน่อยเถอะ”

          “อะไรเจ๊” อคิราห์หยุดยืนทั้งที่อุ้มไอ้กลอยอยู่ มันเบาจะตาย

          “บอกเขาไปหรือยัง” เธอบุ้ยใบ้ไปที่คนในอ้อมกอด

          “ยัง” เขาตอบสั้นๆ “เดี๋ยวไก่ตื่น”

          เจ๊อิงหัวเราะ ไม่ได้ถามอะไรอีก เธอเพียงแค่มองอย่างเจ้าเล่ห์

          “อย่ารังแกเขาก่อนจะมีโอกาสได้บอกล่ะ”       

          “ยังหรอก..ยังไม่ถึงเวลา” อคิราห์ยกยิ้ม พาไอ้กลอยเข้าห้อง

          คนขี้เมาที่ไม่เคยรู้ตัวว่าคออ่อนล้มพับไปกับฟูกเมื่อเพื่อนปล่อยตัวลงบนเตียง กรกฎงอก่องอขิง บ่นพึมพำไปเรื่อย ร้อนบ้างอะไรบ้างแล้วก็ขยี้ตายิก

          “กลอย..ไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยมานอน” อคิราห์กระซิบ แต่ดูเหมือนที่พูดจะไม่เข้าประสาทการรับรู้ของมันเท่าไร เห็นยกมือปัดไปปัดมาแล้วนอนต่อ

          เขายืนมองอยู่ครู่ก็ตัดสินใจถอดเสื้อผ้าของมัน สาบานเลยว่าไม่ได้มีใจอกุศลและไม่ได้คิดจะรังแกเหมือนที่เจ๊พูดมา ก็แค่อยากให้นอนสบายเท่านั้น

          “มึงจะอาบน้ำเองหรือให้กูเช็ดตัวให้” เขาถาม

          กรกฎดิ้นตุบตับ หน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์ไวน์ที่ซัดเข้าไปหลายแก้ว

          “ไม่..เอา..แล้ว” เขามุ่นหัวคิ้ว ปัดมือที่ยุ่มย่ามบนตัว

          “สัตว์..กูไม่ทำอะไรหรอก” ถึงจะหายใจติดขัดเล็กน้อยตอนเห็นร่างกึ่งเปลือยของมัน เพราะครั้งล่าสุดที่ได้แตะๆจับๆก็ทำเอาเขาเกือบห้ามใจไม่อยู่

          “ฮื่ออ..” กรกฎพลิกตัวลงนอนตะแคง

          “ถ้าไม่เช็ดตัวก็ไปอาบน้ำไป” เขาดึงคนที่งัวเงียและงอแงขึ้นมา พาไปที่ห้องน้ำ “กูรู้นะว่ามึงไม่ได้เมาขนาดทำอะไรเองไม่ได้..จัดการตัวเองเลย”

          อคิราห์วางตัวมันลงบนฝาชักโครก ตบแก้มเบาๆเรียกสติ ไอ้กลอยปรือตามองแล้วยิ้มอยู่ครู่ เขากำชับให้อาบน้ำอีกรอบก่อนจะผละไปทำแปรงสีฟันให้

          “อาบเร็วๆไอ้กลอย..ถ้ากูกลับเข้ามาแล้วยังท่ามาก กูจะอาบให้”

บอกแล้วก็ออกไปหยิบชุดนอนของเขามาวางไว้บนเตียง เสื้อของมัน เขาเอาออกไปใส่ตะกร้าไว้ เผื่อพรุ่งนี้แม่บ้านมาเก็บห้องจะได้เอาไปซัก

ตอนกลับเข้ามา เขาเห็นกรกฎลงไปนั่งกอดโถส้วม ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“เชี่ย! ไอ้กลอย..นี่มึงไม่รู้เรื่องขนาดนี้เลยหรือวะ” เขารีบฉุดตัวมันขึ้นมา สรุปว่าแม่งเมาเละจริงๆ เห็นกินไปสองสามแก้ว เลยคิดว่าอาการไม่น่าจะหนัก

อคิราห์ด่าไอ้ตัวเล็กที่ทำตัวบ้าบอได้ยิ่งกว่าเด็กอนุบาล “เวร..กอดเข้าไปได้ยังไง” ถ้าเขามาช้ากว่านี้ มันไม่ลงไปจูบฝาส้วมเลยหรือไง

ร่างสูงถอดเสื้อผ้าไอ้กลอยแล้วรีบอาบน้ำให้ จัดการสระผมให้สะอาด ระหว่างนั้นไอ้ตัวแสบก็บ่นเป็นหมีกินผึ้ง ดิ้นบ้างล่ะ ไม่ยอมให้ถูสบู่บ้างล่ะ

“กูไม่ปล้ำมึงหรอก..” เขาบ่น “กูไม่ชอบมีอะไรกับคนเมา ไม่ใช่รสนิยม!

กรกฎหัวเราะคิกคักตอนที่ถูกฝ่ามือใหญ่ลูบไล้บนเนื้อตัว เขาหดคอหนี อคิราห์ใช้น้ำอุ่น ตัวอีกคนเลยแดงเหมือนกุ้งถูกลวกสุก

“อ้าขาหน่อย กลอย” ถึงจะบอกตัวเองว่าไม่ได้มีอารมณ์ร่วม แต่พอต้องจับในส่วนหวงห้าม ใครอีกหนึ่งก็หายใจไม่สะดวกอยู่เหมือนกัน

กรกฎที่นอนงออยู่ในอ่างหดขาเข้าหากัน ไม่ยอมให้ความร่วมมือ

“นิด..เดียว” อคิราห์เองก็ชักจะอยู่ไม่สุข

ดวงตาสีเข้มมองร่างเปลือยเปล่าที่งอตัวอยู่เบื้องล่าง อุณหภูมิของน้ำทำให้มีไอเกาะเป็นฝ้าบนกระจกกั้น ผิวเนื้อขาวโพลนขึ้นสีแดงเรื่อ ใบหน้าได้รูปเอนซบขอบอ่าง สองแขนกอดตัวเองเอาไว้เพราะความหนาวสั่น ช่วงขาเพรียวงอขึ้นจนชิดแผ่นอก คล้ายจะปิดบังบางส่วนที่อยู่ใจกลางตัวตน

“กลอย..เร็วๆ” อคิราห์พึมพำ ความรู้สึกของเขากำลังแล่นไปกระจุกรวมกัน มันร้อนผ่าว สร้างความอึดอัดคับแน่น “ก่อนที่กูจะ..ทนตัวเองไม่ไหว”

กรกฎเงยหน้ามอง ดวงตาฉ่ำน้ำจนคล้ายกับจะยั่วเย้า และก่อนที่จะถูกย้ำซ้ำสอง เขาก็ค่อยๆวางขาลงแล้วพลิกตัวหันหลังให้ฝ่ายตรงข้าม

อคิราห์รู้สึกเหมือนกำลังถูกทรมานในกระทะร้อนๆ เขาหลับหูหลับตา เอาฝักบัวรดร่างที่เล็กกว่า ฟอกสบู่ให้ลวกๆจนทั่ว..กระทั่งซอกเร้นตรงหว่างขา

“แม่งเอ๊ย..” เขาสบถสาบาน “ให้แดกบอระเพ็ดสิบตันยังง่ายกว่าเลย”

พอตัวไอ้กลอยเกลี้ยงเกลา เขาก็รีบก้าวออกจากอ่าง คว้าเสื้อคลุมมาสวมให้ไอ้คนชีเปลือยแล้วอุ้มมันกลับไปที่เตียง จัดการเป่าผมให้แห้ง ดูแลกระทั่งใส่เสื้อผ้าให้ จัดหมอนผ้าห่มอย่างดีและส่งมันเข้านอนโดยสวัสดิภาพ

“นอนไปก่อน..เดี๋ยวกูมา” บอกแล้วก็ผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำ

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทำอะไร..อคิราห์จัดแจงอาบน้ำตัวเองแล้วจัดการลดอารมณ์ที่ค้างอยู่ให้มันบรรเทาลงบ้าง ไม่อย่างนั้นอกอาจจะระเบิดตายเสียก่อน

เด็กหนุ่มถอนหายใจ เปิดน้ำเย็นเฉียบราดรดหัวตัวเองระหว่างที่ปลอบขวัญที่หายไปด้วยมือข้างถนัด ฟันคมกัดปากตัวเองจนซีดขาว ระมัดระวังไม่ให้เสียงดังจนได้ยินไปถึงในห้องนอน ถึงอย่างนั้นเขาก็อดครางไม่ได้

“กลอย..” เขาหลับตาแน่น มือข้างนั้นเคลื่อนไหว “กลอย..”

ความรู้สึกพลุ่งพล่านมาถึงใจกลางร่าง เขาเร่งจังหวะ กล้ามเนื้อหน้าท้องเครียดตึงจนขึ้นเป็นลอน สะโพกสอบขยับแผ่วเบา จินตนาการหยาบโลนว่ากำลังสวมสอดเข้าสู่ร่างของใครคนหนึ่ง..คนที่เกาะกุมหัวใจเขาไว้อย่างมั่นคง

อคิราห์ขบปากตัวเอง ครางออกมาเมื่ออารมณ์พุ่งขึ้นถึงขีดสุด

เสียงทุ้มต่ำร้องอย่างแหบโหยตอนที่ไอรักอุ่นร้อนท่วมทลายออกมาภายนอก ปลายนิ้วหยาบรีดเร้น ปลอบโยนมันให้หายจากความหนาวเยือก

“กลอย..” ใบหน้าหล่อเหลาซบลงกับแผ่นกระเบื้องบนผนัง

..เมื่อไรกัน..เมื่อไร..

เขาหอบหายใจ รอกระทั่งทุกอย่างกลับคืนปกติแล้วถึงจะอาบน้ำ

สิบนาทีให้หลัง เขาก็ออกมาด้วยสีหน้าที่แดงเรื่อ ร่างสูงใหญ่ยืนมองคนที่นอนตะแคงข้างใช้มือหนุนแก้มต่างหมอน แผ่นอกสะท้อนขึ้นลงสม่ำเสมอ เป็นสัญญาณว่าหลับสนิทไปแล้ว เขาถอนใจเบาๆเพราะมันช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย

ฟูกนอนด้านข้างยวบลงตามน้ำหนักตัว ฝ่ามืออุ่นยื่นออกไปเกลี่ยปอยผมนุ่มนิ่มที่ปรกหน้าผากของมันออกให้อย่างเบาแรงก่อนที่จะโน้มลงต่ำ

เรียวปากร้อนผ่าวประกบจูบคนหลับไม่รู้เรื่องด้วยความอ่อนโยน เขาขบเม้ม ดูดคลึงริมฝีปากล่างของกรกฎจากความรู้สึกที่อัดแน่น

ไอ้กลอยขยับเล็กน้อย ทำให้เขาหยุดชะงักไปด้วย แต่แล้วมันก็หลับต่อ

อคิราห์ผละออกมามองด้วยอารมณ์อ่อนไหวอยู่สักพักก็ผละถอย เขาใส่เสื้อผ้า ปิดไฟในห้องจนมืดสนิทแล้วกลับเข้ามานอนซ้อนหลัง ลากร่างของเด็กขี้เมาให้เข้ามานอนซบอก ซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรง

“ฝันดีนะ..กลอยใจ” เขากระซิบ แตะปลายจมูกบนต้นคอแล้วหลับตา

เสียงลมหายใจดังขึ้นในความเงียบ ทุกอย่างรอบด้านนิ่งสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศ..กับเสียงหัวใจของใครบางคนที่เต้นระรัว

ท่ามกลางความมืด กรกฎลืมตาขึ้น ใบหน้าร้อนจัดจนแทบระเบิด

“ฝันดีนะ..กลอยใจ”

          เขายกมือจับปากตัวเอง..อกซ้ายเต้นตุบๆเหมือนหัวใจจะทะลุออกมา

          เขาไม่ได้เมา..เขาเพียงแต่แสร้งทำเป็นเมาเพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่าง

          ..ใช่แล้วล่ะ..รสจูบแบบนี้..กับกลิ่นหอม..ของ Hugo Boss..

          ..คืนแรกที่มันเกิดขึ้น..ไม่ใช่จินอย่างแน่นอน..






.....................................................................................................................................








1หว่อซื่อเจินเตออ้ายหนี่ – ฉันรักเธอจริงๆ

2หว่อจ้ายฮูหนี่ – ฉันแคร์เธอ

3หว่อจื่อโหยวหนี่ – ฉันมีแต่เธอ

4หว่อจื่ออ้ายหนี่อี๋เก้อเหริน – ฉันรักเพียงเธอคนเดียว

5หนี่อ้ายหว่อมะ – เธอล่ะ..รักฉันไหม

www.jeen4u.com




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.263K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,093 ความคิดเห็น

  1. #2085 baekbow (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 เมษายน 2564 / 21:46
    แงงงง ในที่สุดน้องก็รู้สักทีแต่น้องแกล้งเมาได้เนียนมากเลยนะ ถึงขนาดเอ๊ะอาบน้ำให้แล้วยังไม่หลุดเนี่ย หรือจริงๆแล้วก็ต้องการให้เขาอาบให้อยู่แล้ว 55555 แอบร้ายหรอเราอ่ะ แต่ก็คุ้มนะ ที่น้องได้รู้สักที // เอาจริงเราว่าน้องก็น่าจะพอรู้ตัวแหละว่ากำลังโดนจีบอยู่ สังเกตจากที่เขินเอ๊ะอยู่บ่อยๆ
    #2,085
    0
  2. #2075 ~*!Ev@Chan!*~ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มีนาคม 2564 / 19:44
    ถ้าเข้าใจภาษาจีน ตอนอ่านไปถึงที่เอ๊ะพูดกับกลอยเป็นจีน จะเขินมากกกกกกกก
    #2,075
    0
  3. #2072 Ombremb (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 22:57
    เจ้ากลอย เก่งมาก
    #2,072
    0
  4. #2062 aliskyu (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 01:47
    ในที่สุดดดดดดด
    #2,062
    0
  5. #2041 PCB614 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 00:36
    งี้กลอยก็รู้ทุกอย่างหมดเลยสิ โง้ยยย ชั้นควรดีใจหรือยังไงดี เอ๊ะว่าไง!?
    #2,041
    0
  6. #2023 blueeyes111 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 13:12
    งื้ออ กลอยใจรู้แล้วว จะเป็นไงต่อล่ะทีนี้
    #2,023
    0
  7. #2015 yangrun (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 18:09
    แอแง ดือ
    #2,015
    0
  8. #2008 Haruma_Hunsei (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:29

    ออู้ยยยยยย กลอยใจ รู้ง

    ล้าวววว ฉลาดเป็นกลด

    #2,008
    0
  9. #1995 MY SWEET HAERT (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 11:44
    ดีใจ กลอยรู้แล้ว
    #1,995
    0
  10. #1977 Hare-Akira (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 13:53
    งุ้ยยยยยยยย แรงมากเอ๊ะ
    ถ้ากลอยไม่แกล้งเมา คงไม่รู้
    #1,977
    0
  11. #1961 Nuthathai Por (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 21:38

    กว่าจะรู้นะกลอยใจ

    #1,961
    0
  12. #1948 lkpear (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 18:28
    กี้ดดดดดดดด
    #1,948
    0
  13. #1939 MyJS (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 18:37
    น้องกลอยลู๊กกกกกกก เช้ามาจะทำตัวยังไงทีนี้
    #1,939
    0
  14. #1923 psirikwan43 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:44
    เอ๊ะมาว่ะะะะ556555 แต่กลอยรู้แล้วโว้ย5555
    #1,923
    0
  15. #1910 🤘🏻🍑 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:25
    กรี้ดดดดดดดด จะบ้าตายแล้วเอ๊ะ ฮื่อออ น้องกลอยหนูทนได้ยังไงเนี้ย แต่ชอบความพี่น้องมาก น่ารักกันทั้งบ้านเลย
    #1,910
    0
  16. #1891 withfluffyp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:57
    กรี๊ดดดดดดดดดด / ขำความทำกันเป็นขบวนการ5555 พี่น้องบ้านนี้น่ารักมาก ป๊าม้าก็น่ารัก
    #1,891
    0
  17. #1883 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 15:17
    น้องกลายรว้ายยยยยนักนะ เริ่มสงสารอาตี๋ของเราแล้ว แงๆๆ ต้องอดทนๆ ไว้ก่อนนะเอ๊ะ!
    #1,883
    0
  18. #1873 MB.임지수GOT7 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 19:16
    อห กลอยฉลาดว่ะ ในที่สุดๆๆๆ กี๊สสสสส
    #1,873
    0
  19. #1858 Kamobee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 17:09
    น้องกลอยคนร้ายนะคะ5555
    #1,858
    0
  20. #1853 heykiki (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 11:23
    กลอยใจตัวแสบบบบบบ น่าร้ากกกกกกกก เอ๊ะจบละความปากแข็งของเธอต้องเจอการพิสูจน์แบบนี้แหละ
    #1,853
    0
  21. #1841 YisTheBEST (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 15:45
    เอ้าาาาา น้องกลอยจับได้แล้ววุ้ยยยย
    555555 -ที่ครางชื่อเขานี่เขาได้ยินด้วยรึเปล่าเอ๊ะเอ้ยยยยย 55555 ทั้งฟินทั้งขำ
    #1,841
    0
  22. #1837 Mookateam (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 16:12
    กรี๊ดดดกงี้น้องกลอยได้ยินไหมมฮือออเขิน
    #1,837
    0
  23. #1826 Jekkju (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 21:14
    กรี๊ดดๆๆๆๆ เอาไงดีคะน้องกลอย
    #1,826
    0
  24. #1815 Jaeyongie (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 20:56
    โอ้ยยยย เขิลตัวบิดละนะ งืมๆๆๆ
    #1,815
    0
  25. #1810 MaiNatkamon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 02:08
    กรี้ดดดดดด กรี้ดคำแปล กรี้ดที่กลอยรู้แล้ว กลอยเห็นแบบนี้นางฉลาดนะเนี่ย ร้ายยย
    #1,810
    0