It Had To Be You [Yaoi]

ตอนที่ 6 : Chapter 5 : 'ใคร' ที่อยากอยู่ใกล้กัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,718
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,359 ครั้ง
    20 พ.ค. 61












Chapter 5





“กูถามจริงๆเถอะไอ้เอ๊ะ มึงจะมาเสียเงินเช่าบ้านกับพวกกูทำไมวะ ในเมื่อบ้านมึงก็อยู่ใกล้ ไปมาก็สะดวกอยู่แล้ว” เนรัญถามขึ้นระหว่างช่วยกันย้ายของ

อคิราห์หัวเราะ มันพูดถูก ในกลุ่มเพื่อน เขาเป็นคนเดียวที่มีบ้านอยู่ใจกลางกรุงเทพและใกล้คณะที่สุด แต่ก็ยังแค่นจะมาเช่าบ้านอยู่ร่วมกับพวกมัน

“เหตุผลเดียวกับมึงนั่นแหละไอ้รัน” เขาโบ้ยใส่เพื่อน

          เนรัญอาศัยอยู่ในคอนโดกับพี่สาว ถึงจะหรูหราและสบายแต่สุดท้ายก็เป็นฝ่ายขอย้ายออกเมื่อพี่ชวนแฟนหนุ่มให้มาใช้ชีวิตด้วยกัน ถึงจะไม่ได้รังเกียจรังงอนอะไร แต่เขาคิดว่าแยกตัวออกมาจะสะดวกกับทั้งสองฝ่ายมากกว่า

“กูรำคาญเจ๊กู” อคิราห์ตอบ

“เจ๊อิงใจดีจะตาย” กรกฎแย้ง

“ใจดีกับคนอื่นไง กับกูนี่..เอะอะตบตาหลุด”

คนอื่นหัวเราะชอบใจ อยากอยู่ก็เอา มีตัวช่วยหาร ใครจะไม่เอาล่ะ

บ้านหลังนี้มีสี่ห้อง ค่าเช่าเดือนละหมื่นห้า น้ำไฟต่างหาก มีแอร์อยู่แค่สองห้อง ต้องจับฉลากเอาว่าใครได้ ซึ่งก็กลายเป็นว่าอคิราห์กับเนรัญได้ไป ส่วนกรกฎกับจิณณ์โชคร้ายได้ห้องที่เป็นพัดลม ทำเอาพวกมันบ่นโอดครวญกันใหญ่

“ถ้าพวกมึงอยากนอนห้องแอร์ก็มาได้” อคิราห์ยิ้ม “กูคิดราคากันเอง”

“เลือดเย็นฉิบหาย” จิณณ์หัวเราะ

พอจัดการขนย้ายสัมภาระกับข้าวของที่ต้องใช้เข้าห้องตัวเองเสร็จแล้ว ต่างฝ่ายก็ต่างแยกกันไปทำงานส่วนกลาง เนรัญลงมือทำความสะอาด จิณณ์ต่อราวผ้าเอาไว้ใช้ตากเสื้อ อคิราห์ประกอบโต๊ะเอนกประสงค์ที่ซื้อมาจากอีเกีย ส่วนกรกฎเป็นฝ่ายเสบียง ต้องเตรียมอาหารกับของกินไว้ให้พวกใช้แรงงาน

“พวกมึงจะกินเงาะกับสับปะรดไหม จะได้ปอกให้” กรกฎร้องถาม พ่อเขาเพิ่งส่งสับปะรดภูเก็ตมาให้จากบ้าน ฉ่ำกรอบกำลังดีเลย

“กิน~” เนรัญกับจิณณ์ตะโกนตอบ

“ไอ้เอ๊ะล่ะกินไหม” เขาโผล่มาจากในครัว จะได้กะปริมาณถูก

อคิราห์เงยหน้าจากขาโต๊ะที่ปลุกปล้ำอยู่นานแล้ว “ไม่กินสับปะรด แต่จะกินเงาะ” เขาก้มลงไปขันน็อต “ฝานให้ด้วย”

“ห๊ะ?” กรกฎทำหน้างง “ฝานอะไร”

“ฝานเงาะเป็นเสี้ยวๆไง หรือมึงจะคว้านก็ได้ ไม่ว่ากัน”

“มึงกินเงาะกระป๋องง่ายกว่าไหม~” เขายอมแพ้แม่งเลย! “กินเป็นลูก กินไม่เป็นหรือวะ กูปอกเปลือกให้อย่างเดียวนะเว้ย”

“ก็กูจะกินแบบฝาน” เขาย้ำ “ทำให้กูแค่นี้..ทำได้ไหม”

กรกฎเถียงไม่ออก ถ้าเป็นแต่ก่อนเขาจะเอาเงาะขว้างหัวมัน แต่มาตอนนี้ กลับได้แต่ด่าไอ้เอ๊ะในใจว่าไอ้คุณชายแล้วก็คิดว่าทำให้มันหน่อยเถอะ ไหนๆก็เคยไปรบกวนมาหลายครั้ง ทั้งได้น้ำเต้าหู้กินฟรี ได้มันพาไปส่งห้อง พาไปหาหมอ แล้วยังจะช่วยดูสภาพตอนไม่สบายอีก ฝานเงาะแค่นี้น่ะเรื่องจิ๊บจ๊อย

..จะว่าไปแล้ว ไอ้เอ๊ะมันก็ทำดีกับเขาเหมือนกันนะ..

..มีบ่อยครั้งที่มันช่วยไว้หลายอย่าง..แค่เขาไม่ทันสังเกตเท่านั้นเอง..

“ไอ้กลอย!” เสียงเรียกดังมาจากด้านนอก ทำเอาอีกคนสะดุ้ง

กรกฎชะโงกหน้าออกไป “มีอะไรวะ”

“กูหิวน้ำ” อคิราห์พูดเสียงห้วน “ขอน้ำกินหน่อย”

“อ๋อ..” เขาเลยหยิบน้ำสิงห์ไปวางที่พื้นข้างตัวมัน

“ไม่เอา จะกินเป๊ปซี่ใส่น้ำแข็ง”

โอ้โห..เหมือนคนได้ทีขี่แพะไล่..กรกฎส่ายหัว แต่ก็ยอมไปทำให้มันตามขอ พอเอาเครื่องดื่มเย็นๆมายื่นตรงหน้า มันก็ปรายตามอง ตีหน้าเรียบตอนบอก

“ไม่มีมือ” ดวงตาสีเข้มจ้องนิ่ง “เห็นไหมว่าจับขาโต๊ะอยู่”

เขาทำหน้างง “ก็วางก่อนสิ”

“ปล่อยมือมันก็หลุดสิวะ” อคิราห์มุ่นหัวคิ้ว “เข้ามานี่..มาใกล้ๆ”

กรกฎทำตามบอกอย่างมึนๆ “แล้วไง..”

“มาตรงปากกูนี่” ร่างสูงเร่ง “ป้อนกูน่ะ..ทำเป็นไหม”

คนฟังอ้าปากค้าง “ป้อน!!” มึงจะบ้าเรอะไอ้เอ๊ะ~

          “ทำไม? เพื่อนกันป้อนกันแปลกตรงไหน” เขาเลิกคิ้ว “หรือว่า..มึงอาย”

          ใบหูของเขาร้อนวาบ นั่นสินะ..เพื่อนกันป้อนกันแปลกที่ไหน

กรกฎทำปากยู่ สุดท้ายก็ขยับเข้าไปใกล้แล้วยื่นแก้วไปจ่อที่ปาก ไอ้เอ๊ะเหลือบมองครู่หนึ่ง..ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า เหมือนมันยิ้มอยู่อย่างไรชอบกล

“อ๊ะ!” ใจเขากระตุกวูบ เสียวแปลบที่ปลายนิ้ว..เมื่อถูก งับเบาๆ

“อะไรของมึง” อคิราห์ก้มลงประกอบโต๊ะต่อ “ร้องเหมือนโดนอะไร”

          กรกฎรู้สึกว่าหน้าเขาร้อนไปจนถึงหู จะด่าก็ทำไม่ถนัด จะให้บอกว่าร้องเพราะรู้สึกว่าถูกไอ้เอ๊ะ เลียนิ้ว เขาก็พูดไม่ออก ได้แต่เดินลิ่ว หนีออกไป

          คล้อยหลังใครบางคน อคิราห์ได้แต่หัวเราะในลำคอ

          “ไอ้กลอย” จิณณ์เรียกมาจากข้างบน “นี่สมบัติของมึงหรือเปล่า”

          กรกฎเดินออกมามอง พอเห็นเพื่อนลากถุงพลาสติกอันใหญ่ที่ข้างในเป็นสระยางสูบลมแบบพกพาลงมาให้ก็ยิ้มร่า “เออ! ใช่ๆ ของกูเอง”

          เนรัญที่กำลังถูบันไดหันมาแซว “โห..ไอ้กลอย มึงนี่เด็กประถมหรือวะ”

          “อันนี้แหละของช่วยชีวิตเวลาร้อนๆ”

          “เป็นหมา?” ใครอีกคนถาม “ร้อนเมื่อไรต้องลงบ่อเมื่อนั้น”

          “ไอ้ห่าเอ๊ะ~ หาว่ากูเป็นหมา วันหลังถ้าอยากแจมกูไม่ยอมจริงด้วย!

          “หน้าอย่างกูนี่จะเล่นอะไรเด็กๆแบบมึงหรือวะ” อคิราห์เลิกคิ้ว

          จิณณ์ยกมือห้ามกลางวง “พอเลยพวกมึง ยิ่งร้อนๆอยู่ เดี๋ยวก็กัดกันอีก” เขาหันมาทางกรกฎ “แล้วของมึงนี่เอาไง ให้ไว้ห้องเก็บของ?

          “ไหนๆก็เอาออกมาแล้ว ใช้มันซะเลย!” เขามีท่าทางลิงโลด “ตั้งแต่อยู่หอมา กูไม่ได้ใช้เลยเนี่ย มาอยู่บ้านเช่ามีที่เยอะแยะ กูจะนอนแช่ให้ตัวเปื่อย”

          “ปัญญาอ่อนนะมึง” อคิราห์ถอนหายใจ

          “โหย..ไอ้เอ๊ะ ไม่เล่นก็ไม่ต้องยุ่ง~” เจ้าตัวกึ่งดึงกึ่งลากถุงใบเขื่องไปหน้าบ้าน สระพลาสติกทั้งใหญ่ทั้งหนัก ดูแล้ววุ่นวายพิกล

          “กูสูบลมให้” จิณณ์นึกขำ เป็นฝ่ายอาสา

          “มึงต่อราวผ้าเสร็จแล้วหรือวะ” อคิราห์วางไขควงในมือลง พอเพื่อนส่ายหัว บอกว่ายังไม่เสร็จ เขาก็พูด “มึงไปทำต่อก็ได้ เดี๋ยวกูดูไอ้เตี้ยให้เอง”

          “มึงนี่นะ อย่าไปล้อมันบ่อยๆสิ”

          “เออน่า” เขาลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นที่กางเกง “ดื้อๆอย่างมันต้องเจอกู”

          สี่โมงเย็น แดดเริ่มลดลง พื้นที่ทาวน์โฮมด้านหน้าเป็นคอนกรีตสำหรับให้จอดรถ มีสวนขนาดย่อมด้านข้างเอาไว้ปลูกต้นไม้ ด้านหลังบ้านเป็นพื้นที่ซักล้างกับลานตากผ้า พวกเขาจัดสรรปันส่วนใช้ชีวิตกันได้แบบสบายๆ

          กรกฎกำลังคิ้วขมวดกับการคลี่สระยางให้แผ่ออก แต่ยิ่งทำยิ่งยุ่ง กลับบนกลับล่างจนหาจุกสูบไม่เจอ เด็กหนุ่มได้แต่เกาหัวแกรกๆ

          อคิราห์ที่ตามออกมายืนกอดอกหัวเราะหึ “ไอ้ตาเซ่อ”

          อีกคนหันมอง ทำหน้างู่งี่ใส่ “อะไรของมึง~”

          “อ้อนขอกูสิ” เขาแหย่ “พูดว่า..พี่เอ๊ะครับ ช่วยสูบลมให้หน่อย”

          กรกฎทำหน้าเหม็นเบื่อ ถึงอย่างนั้น..เขาก็รู้สึกร้อนที่ปลายจมูกนิดๆ

          “ถ้าไม่พูด กูจะแกล้งเจาะสระของมึงให้พรุน”

          “พี่เอ๊ะครับ~ พี่จะโหดเกินไปแล้ว” เขาร้อง “พี่เอ๊ะใจดี สูบลมให้หน่อย”

          “ก็แค่นั้น” เขาจัดการแผ่สระออกบนลานปูนแล้วเดินเครื่องสูบลม

          สระยางพลาสติกค่อยๆพองตัวขึ้น กรกฎมองอย่างดีใจ ดูเหมือนว่ามันจะเปื้อนฝุ่นอยู่บ้าง แต่เดี๋ยวล้างและเช็ดหน่อยก็ใช้ได้แล้ว เจ้าตัวนั่งยองๆลงกอดเข่าพลางเท้าคางรอ ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะอัดลมเข้าไปได้จนหมด

          แดดตอนใกล้จะเย็นย่ำส่องทะลุผ่านคาคบไม้ลงมา มีลมพัดแผ่วพอให้หายร้อน ถึงอย่างนั้นบนเนื้อตัวก็เริ่มชุ่มไปด้วยหยดเหงื่อ รู้สึกถึงไอผะผ่าวบนหัว

          กรกฎยกมือป้องแสง หากไม่ทันไร ท้องฟ้าที่ยังสว่างอยู่ก็ครึ้มกะทันหัน

          เขาเงยหน้ามอง ชะงักไปกับเงาร่างสูงใหญ่ที่ยืนค้ำอยู่เหนือตัว

          “โง่หรือโง่..มานั่งให้แดดส่องแบบนี้” เสียงทุ้มต่ำเปรยขึ้น “ไปนั่งในบ้านไปไอ้แว่น เดี๋ยวสูบเสร็จกูจะเรียกเอง ไม่ต้องกลัวกูแย่งเล่นหรอก”

          กรกฎกะพริบตาปริบๆ เขาก้มลงมองเงาที่ถูกบังแล้วเงยหน้ามองไอ้เอ๊ะ

          ..มันขยับเข้ามาบังแดดให้เขาจริงๆหรือวะ..

          ..ไอ้เลวเอ๊ะคนนั้นน่ะหรือ..จะใจดีกับเขาขนาดนี้..

          พอเผลอคิดไป แก้มของใครบางคนก็ร้อนวูบวาบขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว

          “เสร็จแล้ว” อคิราห์เดินไปกดดูความแข็งของสระ คะเนว่าใช้ได้ก็ลากสายยางมาเปิดน้ำใส่ ระหว่างนั้นเพื่อนบ้านที่อยู่หลังติดกันพาหมาออกมาเดินเล่น ป้าแกมองแล้วหัวเราะคิกคัก เขาอายจนหน้าเป็นสีแดง

แน่ล่ะ..สระยางมันของเด็ก พวกเขาน่ะปีสองแล้วนะเว้ย!

          “ไอ้เชี่ยกลอย..มึงทำภาพพจน์กูป่นปี้หมด” เขาด่าในลำคอ

          กรกฎมองตามสายตาของป้าแล้วก็ได้แต่หัวเราะ

          “น่าๆ..เดี๋ยวกูแบ่งให้มึงนอนแช่ จะได้หายงู่งี่”

          “ใครจะเด็กแบบมึง ประสาทแดก” อคิราห์บ่น รองน้ำด้วยความอดทนอดกลั้นจนได้ปริมาณ “เสร็จแล้วไอ้ห่า เสียเวลากูฉิบหาย”  

          กรกฎหัวเราะร่วน เริ่มจับจุดติดแล้วว่าไอ้เอ๊ะปากหมาแต่ก็ใจดี

          “แน่ใจนะว่าไม่ลงด้วยกัน” เขาปีนเข้าสระ

          เด็กหนุ่มหัวเราะหึ ยืนมองไอ้กลอยมันลอยตัวไปมาอย่างเพลินๆ

          กรกฎยิ้มบาง เงยหน้าให้หัวโผล่พ้นน้ำแล้วตีแขนตุ๊บป่อง มองท้องฟ้าเหนือหลังคาด้วยอารมณ์แจ่มใส ตอนนี้แดดร่มแล้ว ลมพัดเข้ามาในบ้านแรงขึ้น

          “เชิญมึงคนเดียวเถอะ โตจะตายยังไร้สาระ” อคิราห์เก็บสายยาง “อย่าทำเลอะเทอะนะไอ้สัตว์ น้ำไหลไปโดนปลั๊กไฟจะตายคาสระ ขี้เกียจสวดศพ”

          กรกฎเหล่มอง หมั่นไส้ไอ้เอ๊ะปากหมาเหลือเกิน ทั้งที่มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่จะพูดดีๆกับเขาบ้างไม่เป็นหรือ เอะอะด่า เอะอะว่า กวนตีนฉิบ!

          พอไอ้คนตรงข้ามหันหลังให้ เขาก็บีบน้ำพุ่งปรี๊ดใส่หัวมัน ไอ้เอ๊ะผงะด้วยความตกใจ มันหันขวับมามอง เขาก็บีบปรี๊ดใส่อีก “ก๊าก~ ลูกหมาตกน้ำ”

          “เชี่ยกลอ..! อุ๊บ!” อคิราห์หันหนีเมื่อถูกอีกฝ่ายวักน้ำใส่ “สัตว์! กูเปียก!

          “ก็เล่นให้มึงเปียก นี่ไง! โดนซะบ้าง ล้างหมาออกจากปาก”

          “หยุดไอ้กลอย!” ลูบน้ำออกจากหน้า “ไอ้..!” คราวนี้สาดเข้าเต็มปาก

          อคิราห์สะบัดหัวพรืด ไอ้กลอยหัวเราะชอบใจที่เขาเปียกไปหมดทั้งตัว เขาหรี่ตามอง อาศัยจังหวะมันเผลอ เปิดน้ำจากสายยางแล้วฉีดใส่หน้ามัน

          “ไอ้เอ๊ะ~” กรกฎโวยวาย

          “เป็นไงล่ะมึง สมน้ำหน้า” เขาหัวเราะไอ้ตัวเล็ก

          “มึง~ แสบตา~” เจ้าตัวขยี้ตายิกๆ “ตากูบอดแล้ว~”

          ใครอีกคนชะงัก รีบเดินเข้าไปหา “แสบหรือวะกลอย..ขอดูหน่อย”

          กรกฎยิ้มเผล่ สบโอกาสกระโดดคว้าคอไอ้เอ๊ะแล้วเหวี่ยงมันล้มโครมลงมาด้วยกัน น้ำในสระแตกกระเซ็นหายไปเป็นนิ้ว ทั้งคู่เปียกม่อล่อกม่อแล่ก

          “นี่! โดนซะบ้าง กดแม่งให้จมตายไปเลย!” เขาแกล้งรัดคอมัน ปีนขึ้นหลังแล้วเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอน ใบหน้านั้นเปื้อนยิ้ม ชอบใจที่ได้เอาคืน

          “ไอ้กลอย..มึง!” อคิราห์ดิ้นขลุกขลัก ถูกมันกอดรัดไว้แน่น สุดท้ายเขาก็หลุดหัวเราะออกมาเพราะจั๊กจี้แถวช่วงตัว นิ้วเล็กๆของมันปัดป่ายเขาไปทั่ว

          สายน้ำไหวเพื่อมไปตามแรงขยับ สระยางไหวยวบยาบ

          “หายใจไม่ออกแล้วไอ้แว่น..ปล่อยกูก่อน” เขายกมือยอมแพ้

          กรกฎหัวเราะครึกครื้น เขายอมล่าถอยออกมาแล้วทิ้งตัวอยู่ข้างมัน ถึงสระจะใหญ่แต่ข้างในก็ติดจะตื้น เลยต้องงอเข่าลอยเป็นแมงกะพรุน

          “แสบนักนะมึง” อคิราห์บ่นพึมพำ ถึงอย่างนั้นก็ยิ้มบาง

          “เย็นไหมล่ะ” เขาถอดแว่นที่ขึ้นฝ้าออก

          ร่างสูงหันมามอง แสงสุดท้ายของช่วงวันลับลงหลังแนวพุ่มไม้ ลมอุ่นๆพัดผ่าน หอบเอาดอกปีบริมกำแพงหลุดร่วงลงบนพื้น

“มานี่..” เขายื่นมือไปทางมัน “กูเช็ดให้”

กรกฎมองคนที่เอาแว่นเขาไปถือ ไอ้เอ๊ะใช้คอเสื้อที่ยังเหลือส่วนแห้งอยู่บ้างซับรอยน้ำที่เกาะบนเลนส์ เขานั่งนิ่ง เผลอจ้องอย่างไม่รู้ตัว

“ไม่เห็นจะช่วยเลย” อคิราห์ยกแว่นขึ้นส่องกับแสงไฟหน้าบ้าน จากนั้นก็ขยับมาใกล้ สวมลงบนใบหน้าของเพื่อน “ค่อยไปล้างทีหลังแล้วกันมึง”

ร่างสูงใหญ่โน้มตัวอยู่เหนืออีกฝ่าย นัยน์ตาสีเข้มดูคมปลาบ เรือนผมเปียกชุ่มมีน้ำหยดพราว ไฟที่ส่องอยู่ด้านหลังสะท้อนบนใบหน้าหล่อเหลา  

ช่วงตัวพวกเขาเบียดชิดกันเมื่อฝ่ายหนึ่งคืบเข้ามา กรกฎนิ่งค้าง สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย..ทั้งที่สายน้ำเย็นฉ่ำ แต่ผิวเนื้อที่แตะต้องกลับร้อนวาบ

..และต่างคนก็ต่างนิ่งกันไป..

“เอ่อ..” กรกฎหันหน้าไปทางอื่น รู้สึกร้อนแถวใบหูแปลกๆ “กูว่ากูขึ้นดีกว่า..มึงหิวหรือยังล่ะ” เขาพึมพำ ไม่กล้ามองสบตา

“หิว” อคิราห์ตอบเสียงเบา “หิวตลอดนั่นแหละ”

“กูทำต้มยำกับไข่เจียว อยากกินอะไรเพิ่มไหม”

คนฟังส่ายหัว ผละออกมาพร้อมกับถอนใจเล็กน้อย

..กินมึงไง..ไอ้กลอย..

..อยากจะเก็บกลืนเข้าไปทั้งเนื้อทั้งตัว..

“ไอ้กลอย..ไอ้เอ๊ะ พวกมึงหายออกมาทำอะไรกัน” เนรัญออกมาตาม

กรกฎรีบลุกขึ้นยืน ตัวเปียกโชกจนต้องบิดเสื้อไล่น้ำ “อยู่นี่ๆ” เขาปีนออกจากสระ เช็ดเท้าที่พรมหน้าบ้านแล้วเดินดุ่มเข้าครัว

“อ้าว..แล้วทำไมมึงลงไปเล่นกับไอ้กลอยด้วยล่ะเนี่ย”

อคิราห์หัวเราะหึ ลุกเดินตามใครอีกคนเข้าบ้านโดยไม่ตอบอะไร

 



มื้อค่ำวันนั้น เพราะว่าอคิราห์ต่อโต๊ะไม่เสร็จ เพื่อนๆเลยต้องนั่งกินข้าวกันที่พื้น เรียกว่าโดนพวกมันรุมด่ากันใหญ่ เขาไม่ได้เถียงอะไร ได้แต่หัวเราะอย่างยอมรับ

          “ไอ้เอ๊ะไม่ได้อู้นะมึง มันแค่มาช่วยสูบลมสระยางให้” กรกฎแก้ตัวแทน

          อคิราห์เลิกคิ้ว เหลือบมองคนที่เข้าข้างกันแล้วอดลอบยิ้มไม่ได้

          “ไอ้กลอยแม่งย้ายข้างว่ะ” จิณณ์นั่งขำ

          “อะไร~ เปล่าย้ายเหอะ” กรกฎยกมือขึ้นถูจมูกที่คันยุบยิบ

          “เออ..แต่ก่อนเห็นกัดกับไอ้เอ๊ะจะเป็นจะตาย ตะกี้กูเห็นไอ้สองตัวมันลงไปเล่นน้ำในสระกันสบายใจเฉิบ” เนรัญฟ้องบ้าง

          “ไอ้รัน มึงเนี่ยโม้!” เขาโวยวาย “จะกินไหม สับปะรดเนี่ย!

          “กินๆๆ” เนรัญยื้อจานกลับมา “แล้วเงาะนี่ทำไมมีทั้งฝานมีทั้งลูก”

          อคิราห์เลื่อนจานเงาะฝานมาทางตัวเองทันที “ของกู”

          “โอ๊ะ! ไอ้กลอยลำเอียง ฝานเงาะให้ไอ้เอ๊ะคนเดียวว่ะ”

          กรกฎหน้าร้อนผ่าว “พวกมึงนี่นะ ถ้าไม่กินไปเงียบๆ กูไม่ให้ของดีด้วย!

          “ของดีอะไรวะ” จิณณ์เคี้ยวเงาะแก้มตุ่ย

          “จะกินไหม ฮูการ์เด้นกับโคโรน่าอ่ะ” เขาเอาเบียร์มาขู่

          เท่านั้นเอง จิณณ์กับเนรัญก็โห่ร้องกันใหญ่ ถ้ามีของแกล้ม พวกเขาก็กินได้เรื่อยๆยันเช้า ถ้าไม่ลงไปคลานกับพื้น ไม่ต้องเลิกรา!

“ไอ้พวกขี้เหล้า” อคิราห์ส่ายหัว เขาไม่ค่อยดื่มเหล้ากับเบียร์ แต่ก็ไม่ได้รังเกียจอะไรนัก ถ้าเพื่อนชวนก็ยังพอร่วมวงได้แต่ไม่ถึงกับหัวราน้ำแบบพวกมัน

“คิดยังไงถึงเลี้ยงวะกลอย” จิณณ์เปิดขวดคนแรก กระดกขึ้นดื่มแล้วร้องออกมาด้วยความพอใจ “ร้อนๆแบบนี้มันต้องเบียร์แช่เย็นเลย ให้ตายสิวะ”

“ฉลองเข้าบ้านใหม่ไง แต่ไม่ได้เลี้ยงนะ” กรกฎแบมือรอบวง “จ่ายมาๆ”

พวกนั้นโอดครวญ แต่จะสนอะไร มีให้กินก็ดีแล้ว เรื่องจ่ายน่ะจิ๊บจ๊อย

“ไอ้เอ๊ะ..ทำไมกินน้อยล่ะ” เนรัญถามคนที่ยกเบียร์ดื่มไปแค่ครึ่งขวด

“กูเฉยๆว่ะ” เขานั่งกินเงาะ “มึงก็แดกๆไปเถอะ แต่ถ้าอ้วก จัดการเอง”

          เพื่อนๆหัวเราะชอบใจ จ่ายเท่ากันแต่ลดตัวหารเบียร์ไปคนหนึ่ง จิณณ์กับเนรัญเลยช่วยกันฟาดเสียเต็มคราบ กรกฎก็พลอยร่วมไปกับเขาด้วย

          “ไอ้กลอย..พอแล้วมึง เดี๋ยวก็อ้วกแตก” อคิราห์ขว้างเม็ดเงาะใส่หัว

          “เหย..เมาอะไร..กลอยใจไม่มาว~” คนตัวเล็กกว่านั่งโอนเอน

          คนฟังนิ่งอึ้ง “มึงเรียกตัวเองว่าอะไรนะ”

          กรกฎตาปรือ ได้ยินเสียงต่ำๆข้างหูก็รำคาญ ยกมือปัดๆเพราะนึกว่าผึ้ง

          “ไอ้เชี่ยกลอย..ตามึงเยิ้มแล้ว โคตรทุเรศ”

          เขามุ่นหัวคิ้ว “ไม่..ไม่ทุเรศ กลอยใจเนี่ย..น่ารัก น่าร้าก~”

          “สัตว์..ชมตัวเองก็เป็น” อีกคนหัวเราะเบาๆ

          กรกฎยิ้มตาปิดกลับไป สักพักก็รู้สึกว่าโลกเอียงวูบ เขาล้มปุลงไปนอนกองกับพื้น ข้างๆจิณณ์และเนรัญที่นอนตายไปก่อนเพราะซัดเข้าไปหลายขวด

          “กลอย! ไอ้กลอย!” ตอนที่ตาเริ่มหนักก็ยังได้เสียงเรียกหลายครั้ง

          เด็กหนุ่มมึนหัวไปหมด ถูกเขย่าบ่าแต่ไม่มีแรงจะลืมตามอง ได้ยินเสียงใครสักคนพูดว่าให้ขึ้นไปนอนบนบ้าน “ฮื่อ..ยุ่งน่า” เขาขดตัวนอนตะแคง

          “ไอ้กลอย” เสียงนั้นแสดงความเหนื่อยหน่ายใจ

          กรกฎทำปากขมุบขมิบ กำลังเคลิ้มหลับอีกรอบ ทั้งตัวก็เหมือนจะถูก ยกจนลอยขึ้นจากพื้น เขาขมวดคิ้ว ลืมตาขึ้นแต่เห็นแค่ปลายคางได้รูป “คราย?

          ดวงตาสีเข้มหลุบมอง “ผัวมึงมั้ง..ไอ้ขี้เมา”

“ฮึ่ย! ยัง..ยังไม่มี” กรกฎหัวเราะ “แค่แอบชอบเอง”

ไม่รู้ละเมออะไรผิดไปท่าไหน ทั้งตัวเขาถึงได้ถูกโยนลงเตียงแบบไม่ออมแรงนัก เขาบ่นงึมงำ ก่นด่าไอ้คนที่แกล้งได้กระทั่งเพื่อนที่ไม่มีทางสู้

“คอยดูนะ..จะเอาคืน”

“เพ้ออะไร” เสียงทุ้มต่ำถามมา มือที่ใหญ่และร้อนผ่าวลากร่างที่อ่อนปวกเปียกขึ้นไปนอนดีๆบนหมอน “เอาตัวรอดให้ได้ก่อนไหม ค่อยเอาคืน

กรกฎทำคิ้วย่นยู่เมื่อรู้สึกได้ว่ามีคนห่มผ้าให้ ไอ้บ้าเอ๊ย! นี่มันห้องพัดลมนะ มาห่มทำไมจนชิดอกล่ะ! “ร้อน!” แล้วก็เริ่มถีบแข้งถีบขาไปมา

“ไอ้กลอย! ทำอะไรของมึง”

          ทำอะไร? ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย แค่ดึงเสื้อออกแล้วก็ถอดกางเกงทิ้ง

          “หยุด! ไอ้เชี่ยกลอย”

          “ฮื่ออ..ร้อน..” เขาทำปากยู่ ใช้นิ้วเกี่ยวขอบชั้นในและเริ่มดิ้น

          ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น กรกฎรับรู้ถึงอุ้งมือแข็งแรงที่คว้าเข้าเต็มแขน มันบีบเข้ามาจนเขาต้องร้องคราง เลิกล้มความตั้งใจที่จะแก้ผ้าตัวเอง

          “นี่มึงหาเรื่องยั่วกูหรือไง” เสียงแหบพร่ากระซิบข้างหู

          “อือ..ใคร..” เขาปรือตาขึ้น “จิน?..

          “หึ..” ใต้แสงไฟ เงานั้นยิ้มหยัน ใบหน้าคมโน้มอยู่ใกล้กัน

          สายตาร้อนพล่านจดจ้องไม่ลดละ ประสาทรับรู้ของเขาตื่นตัวไม่เต็มที่ แต่ก็พอแยกแยะได้ว่าไม่ใช่คนคนนั้นที่อยู่ข้างๆตอนนี้..ไม่ใช่..จิน

          “ไม่..ใช่” กรกฎละเมอ

          “ไม่ใช่อะไร” เขาถาม

          ไม่ใช่..เจ้าตัวคราง “จิ...อ๊ะ..!” เจ็บแปลบที่ลำคอ..เหมือนถูกกัด

          “เจ็บไหม” ร่างสูงใหญ่พึมพำ “โดนเสียบ้าง..เจ็บหรือเปล่าล่ะ”

          “เจ็บ” กรกฎนิ่วหน้า ยกมือป่ายปัดไปทั่วแต่ถูกยึดไว้แน่น

          “ถ้าโดนที่อื่น มึงจะเจ็บกว่านี้อีก” นั่นไม่ใช่แค่คำขู่ เพราะอุ้งปากร้อนจัดลามลงต่ำ ขบกัดที่ผิวเนื้อแล้วฝังรอยฟันจางๆพอให้หายหงุดหงิดหัวใจ

          “อ..ย่า..” เขายกมือขึ้นดันแผ่นอกล่ำสัน

          น้ำหนักตัวที่ไม่เบานักถ่ายทับลงมา เนื้อต่อเนื้อทาบเกี่ยวกันจนรู้สึกถึงอุณหภูมิที่เริ่มระอุขึ้น ช่วงล่างบดเบียด สัมผัสได้ถึงความตื่นเร้าที่แข็งขึง

          มีเสียงสบถในลำคอดังอยู่เหนือร่าง กรกฎหายใจถี่ เขาหนัก..ต้องขยับยุกยิก แต่คนด้านบนก็ไม่ให้ความร่วมมือ ซ้ำร้ายยังทิ้งตัวลงมาเต็มแรง

          “อื้ออ..” กรกฎร้อง สะดุ้งเฮือกในความเลือนรางของสติ

          เสื้อที่เขาสวมอยู่ถูกเลิกขึ้น ลมเย็นๆพัดผ่าน เขาเย็นวาบบริเวณแผ่นอก ซ้ำยังรู้สึกเสียวแปลบตรงเนินเนื้อ ทั้งเจ็บจี๊ดและเปียกชื้นไปพร้อมกัน

          คล้ายกับว่าใครบางคน..กำลังตวัดปลายลิ้นดูดกลืนเขาอย่างหิวโหย

          “อืม..” กรกฎคราง เผลอหยัดตัวขึ้นรับแรงยั่วเย้า

          ท่ามกลางอารมณ์ที่ถูกจุดติด กลางความร้อนระอุที่ลามเลียเหมือนไฟ สิ่งหนึ่งที่เขาจับต้องได้..คือความหนักแน่นของความรู้สึกที่กลั่นตัวผ่านความกดดัน หลอมรวมเป็นกระแสความอบอุ่นที่ถ่ายทอดมา

..นี่เขากำลัง ร่วมรักกับใครอยู่หรือเปล่า..

..ใคร..คนที่ไม่ใช่จิน..

          แต่ก่อนที่อะไรจะเลยเถิด น้ำหนักที่ถ่ายเทอยู่บนร่างก็ถูกผละออก

          “ไม่ได้” เสียงนั้นสบถสาบาน “ไม่ได้จริงๆ..”

          อะไรคือไม่ได้..เขางุนงง ความอบอุ่นหายไปจนรู้สึกว่างเปล่า พอลืมตาขึ้นมอง ยกมือเหมือนจะคว้าเอาไว้..ก็กลับโดนปัดทิ้ง

“กู..ทำไม่ได้” เป็นคำสารภาพที่แสนสั้น

          กรกฎเอียงคอมอง ใบหน้าที่ลางเลือนห่างออกไป เห็นเพียงแค่แผ่นหลัง ตอนนั้นในหัวของเขาหนักอึ้ง ภาพทุกอย่างหมุนจนต้องหลับตา เสียงที่ตั้งใจจะเรียกแห้งหายไปในลำคอ มือที่ยกขึ้นรั้งก็ตกอยู่ข้างตัว

          “ไอ้..เอ๊ะ..” เขาครางแผ่ว ก่อนจะผล็อยหลับไป

          ประตูบานนั้นปิดลงในช่วงนาทีเดียวกัน




รุ่งเช้า กรกฎตื่นมาด้วยอาการเวียนหัว ปวดแทบระเบิด แถมผะอืดผะอมจนต้องไปโก่งคออาเจียนในห้องน้ำเสียสองรอบ หมดไส้หมดพุงกันไป

          เขากลับมานอนซมในห้องจนถึงช่วงสาย ดูเหมือนว่าจิณณ์กับเนรัญจะตกอยู่ในสภาพที่แย่กว่า สองคนนอนแผ่เหมือนศพอยู่กลางห้องรับแขกยันเที่ยง

          พอสร่างเมา กรกฎก็ได้แต่นอนวางมือเกยหน้าผาก นึกทบทวนถึงเรื่องเมื่อคืน เขาฝันแปลก..ฝันว่ามีคนคนหนึ่งเข้าหา แต่หมอนั่น..ไม่ใช่จิน

          มีอีกคนที่ติดในความรู้สึก แต่เขาสับสนเกินจะยอมรับ

          ..เป็นไปได้ยากยิ่งกว่าจินเสียอีก..

          กรกฎยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่ร้อนวูบวาบ บางทีเขาอาจจะกินมากไปจนเพ้อ เพราะคนที่เขาเผลอเก็บมาฝันไม่ได้อยู่ในบ้าน ตื่นมาก็ไม่เจอมันแล้ว

          มีเสียงไขประตูด้านหน้า เด็กหนุ่มผงกหัวขึ้นดู จู่ๆแก้มก็เป็นสีเข้มเมื่อเห็นร่างสูงของอคิราห์ก้าวเข้ามา ทันทีที่อีกคนหันมอง ต่างฝ่ายก็ต่างชะงักไป

          “เอ่อ..ไอ้เอ๊ะ” กรกฎยันตัวขึ้น “ไป..ไปไหนมาแต่เช้าล่ะมึง”

          เจ้าของชื่อยืนนิ่ง “กูเพิ่งกลับมาจากบ้าน”

          “ห๊ะ?” เขางุนงง “แปลว่า..มึงไม่ได้นอนที่นี่หรือวะ”

          “เมื่อคืนกูไปค้างที่บ้านมา” เขาตอบ โยนถุงของไว้บนพื้น “ลืมหนังสือนิดหน่อยเลยไปเอา เห็นว่าดึกแล้วเลยไม่ได้กลับน่ะ”

          “อ๋อ..” เจ้าตัวพยักหน้าหงึก มองหนังสือที่เหมือนถูกจับยัดมาส่งๆ

          “ซื้อข้าวมาให้แล้ว” อคิราห์พึมพำ “กูไปนอนต่อหน่อยนะ โคตรง่วง”

          กรกฎไม่ได้ว่าอะไร เขาเพียงแต่ยีหัวตนเองด้วยความมึน ไม่รู้ตัวว่าถูกสายตาคู่เดิมจับจ้องกระทั่งอีกฝ่ายหายขึ้นไปบนชั้นสอง

          เมื่อได้อยู่ตามลำพัง ประตูห้องนอนก็ถูกงับลงแผ่วเบา

          อคิราห์ยืนนิ่ง พิงกำแพงที่เย็นชืด เขาหลับตาลง ถอนใจแผ่วพลางโขกหลังศีรษะกับผนังแข็งกระด้างเป็นการเรียกสติ









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.359K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,093 ความคิดเห็น

  1. #2082 baekbow (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 21:39
    เนี่ย ทำแต่ก็ไม่เคยยอมรับ เหมือนไม่อยากให้เขารู้ แล้วจะทำไปทำไม ทำไปเพื่อให้เขาเข้าใจผิดว่าเป็นคนอื่นทำอ่ะหรอ เพื่อออออ
    #2,082
    0
  2. #2059 aliskyu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 01:18
    เฮ้อออ เมื่อไหร่ตะเลิกละเมอละตื่นขึ้นมารู้สักทีว่าใครรักเธออ่ะยัยกลอยใจ
    #2,059
    0
  3. #2038 PCB614 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 23:54
    เกือบไปแล้วเอ๊ะ เกือบไปแล้ว
    #2,038
    0
  4. #2020 blueeyes111 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 22:27
    ดีที่รอบนี้ไม่คิดว่าเป็นจินนะ
    #2,020
    0
  5. #1990 jan080638 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 20:54

    เอ๊ะ ทำ เราเอ๊ะบ่อยมาก 555 เมื่อไหร่จะได้ละ

    #1,990
    0
  6. #1974 Hare-Akira (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 13:13
    ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรอึกแล้วววว เอ๊ะนะเอ๊ะ
    #1,974
    0
  7. #1958 Nuthathai Por (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 16:41

    ปฏิเสธตลอดแบบนี้ใครเค้าจะรู้ล่ะเอ๊ะ

    #1,958
    0
  8. #1904 🤘🏻🍑 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:44
    เอ๊ะเอ้ยเอ๊ะ
    #1,904
    0
  9. #1870 MB.임지수GOT7 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 12:00
    เอ๊ะ เลิกปากแข็งได้แล้ว!!!
    #1,870
    0
  10. #1850 heykiki (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 00:39
    เอ๊ะจะปากแข็งไปไหน น่าตีจริง ๆ เลยว่ะ
    #1,850
    0
  11. #1839 YisTheBEST (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 14:49
    อยากเอาอะไรง้างปากเอ๊ะอะ =__=
    ไม่ก็ขอยืมปากไปทุบน้ำแข็งทีเถอะถ้าจะแข็งขนาดนี้
    #1,839
    0
  12. #1836 Mookateam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 14:23
    บอกกลอยเถอะเอ๊ะก่อนจะช้าไปปป
    #1,836
    0
  13. #1808 MaiNatkamon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 01:19
    ดีนะไม่คิดว่าจินอีก
    #1,808
    0
  14. #1795 yada_nara (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 04:45
    เอ๊ะ แงงงงง
    #1,795
    0
  15. #1784 xxiuminx (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 20:20
    เจ้าเอ๊ะ น่าสงสารจริงๆๆ
    #1,784
    0
  16. #1769 Arisplai (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 14:25
    โอ๊ยยยย เอ๊ะ~~~ ลุ้นนะหน่ะตอนนั้น แต่พอเอ๊ะบอกว่าทำไมได้ก็โล่งใจ มันต้องไม่ใช่ตอนเน้ พระเอกของเราต้องมีจังหวะที่ดีกว่านี้ ฮื่ออ เอ๊ะออกจะเป็นคนอบอุ่นเนอะ
    #1,769
    0
  17. #1750 A-sujiGoZziii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 09:24

    เอ๊ะเริ่มมีอิทธิพลในความรู้สึกกลอยบ้างแล้วววว

    #1,750
    0
  18. #1744 PloypailinB. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 08:13
    ฮื่ออออออออสงสารเอ๊ะะ แงง
    #1,744
    0
  19. #1721 MManatsawan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 14:10
    เห้ออออออ เอ๊ะ เอ่ย !!
    #1,721
    0
  20. #1694 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 19:13
    ฮือออเริ่มรู้แล้วว
    #1,694
    0
  21. #1681 Nudear (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 17:45

    ยิ่งใกล้กันยิ่งหวั่นไหวนะคะ นุ้งกลอยเริ่มรู้ละว่าไม่ใช่จิณณ์ ต่อไปได้สั่นไหวกว่านี้แน่ 555

    #1,681
    0
  22. #1652 ก้อนดิน ปั้นดาว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 10:02
    เป็นพระเอกที่น่ามสารที่สุดเลย โอ๋นะ
    #1,652
    0
  23. #1642 Timtha (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 14:43
    สงสารพระเอกชั้นนนน
    #1,642
    0
  24. #1614 Yesmyboy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 00:38
    ห้ามใจไว้ก่อน กลัวอย่างเดียวคือกลอยชอบคนอื่นแต้กชอยเริ่มสงสัยเอ๊ะบ้างยัง
    #1,614
    0
  25. #1606 19981010 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 23:12
    ก็พอเก็ทฟีลที่เอ๊ะไม่บอกกลอยอยู่นะ คงต้องให้กลอยรู้เอง ฮืออออ สุ้ๆนะรูกกก
    #1,606
    0