It Had To Be You [Yaoi]

ตอนที่ 4 : Chapter 3 : 'ใคร' ที่ห่วงใยเสมอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,867
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,440 ครั้ง
    20 พ.ค. 61











Chapter 3







เลิกเรียน เพื่อนๆนัดกันไปเล่นบาส ช่วงพักครึ่ง กรกฎก็เดินเข้าไปหาจิณณ์ที่นั่งจิบน้ำอยู่ข้างสนาม เขารื้อเป้ ดึงเสื้อนิสิตที่ขาวสะอาดและเนี้ยบกริบส่งให้

          “จิน..มึงลืมเสื้อเอาไว้ที่ห้องกู” เขาพึมพำ ใบหูเป็นสีแดง แต่คิดว่าคงไม่มีใครทันสังเกต “คือ..กูซักกับรีดให้แล้วนะ”

          “เฮ้ย..จริงหรือนี่ ขอบคุณมาก!” จิณณ์นึกทึ่ง “ปกติมึงไม่รีดผ้า”

          “ก็ลองๆดู” กรกฎยิ้มบาง “เกือบทำไหม้แน่ะ”  

          “เก่งๆ” อีกคนยิ้มให้ “แต่ทีหลังไม่ต้องก็ได้ เดี๋ยวกูเอากลับไปรีดเอง”

          “ไม่เป็นไร ถ้าทำได้ก็ทำ” เขาหัวเราะเมื่อถูกเพื่อนขยี้ผม

          จิณณ์เป็นคนตัวสูง เวลาลุกขึ้นยืนแล้วกอดเขาเอาไว้แบบนี้ กรกฎรู้สึกว่าตัวเขาแทบจะจมหายลงไปในแผ่นอกของมันเลยทีเดียว

          เขาอมยิ้ม จมูกขึ้นสีแดงไปพร้อมกับเสียงในอกที่เต้นตึกตัก

          ..ชอบจินแล้วสินะ..ต้องชอบจินเข้าแล้วแน่ๆ..

          ..ไม่อย่างนั้น..จะรู้สึกมีความสุขขนาดนี้หรือ..

          พักพอหรือยังพวกมึงน่ะ..จะเล่นต่อไหม

          ทั้งสองคนชะงักเมื่อมีเสียงห้วนสั้นดังมาจากเพื่อนอีกคนในกลุ่ม

          กรกฎเงยหน้ามองอคิราห์ที่ปรากฏตัวตรงหน้า ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้รู้สึกงู่งี่อะไร ดวงตาเขาเป็นประกายแวววามเหมือนเด็กๆ รู้สึกอารมณ์ดีไปหมด

          “ลงๆ เดี๋ยวเก็บเสื้อให้จินก่อนแล้วจะตามไป”

          “ไอ้จินมันมือเดี้ยงหรือไง ถึงพับเก็บเองไม่ได้” อคิราห์ถามอย่างรำคาญ

          “ไอ้ขี้อิจฉา” จิณณ์หัวเราะ “ทิ้งไว้นี่แหละกลอย ป่ะ..เดี๋ยวพ่อด่า”

          อคิราห์โยนขวดน้ำไปไว้ด้านหลัง พอลงสนามได้ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ได้ลูกเมื่อไรเป็นโยนซวบๆลงแป้น บ้าพลัง ใช้เรี่ยวแรงวิ่งห้อไปทั่วพื้นที่

          “ไอ้ห่าเอ๊ะ! แดกยาบ้ามาหรือไงมึง” อินทัชตะโกนถาม

          “ส่ง!” เขาเรียกเอาลูกบาสจากเพื่อนแล้วดังค์ใต้ห่วง

          ฝ่ายตรงข้ามแย่งบอลที่หล่นมาได้ เขาปล่อยมันเดาะลูกไปสักพักก็พุ่งเข้าไปตัดกลับ พวกนั้นร้องอย่างหมดแรงเพราะไม่ทันไรเขาก็ทำแต้มได้อีกสาม

          “ไอ้เอ๊ะผีเข้า” จิณณ์วิ่งเหยาะๆ

          กรกฎหัวเราะชอบใจ ตีคู่ตามขึ้นมาพร้อมกับเพื่อน ได้ลูกแล้วส่งให้รัน

          “ไอ้รัน” อคิราห์เรียกเพื่อน วิ่งไปเปิดช่องอีกทาง 

อีกทีมวิ่งมาดักหน้า เขาขยับหลบ กำลังหาทางหนีทีไล่ก็เห็นไอ้กลอยวิ่งซ่อกแซ่กอยู่ข้างสนาม มันไม่ได้คอยจังหวะจากเขา แต่ดันวิ่งตามไอ้จินเสียฉิบ เด็กหนุ่มสบถในใจ หงุดหงิดจนต้องหยุดอยู่กับที่ อ้าปากพร้อมด่า

          “ไอ้เอ๊ะ! ระวัง!” เสียงเตือนดังมาจากไอ้รัน แต่ช้าไปเสียแล้ว

          ลูกบาสที่พุ่งเข้ามาด้วยความแรงกระแทกเข้ากับช่วงตัวเขา ดีที่ยกมือขึ้นปัดทัน แต่ก็โดนแผ่นอกจนเจ็บแปล๊บได้พอตัว อคิราห์เซถอย

          “เป็นอะไรหรือเปล่า” เนรัญตะโกน

          เด็กหนุ่มชูนิ้วเป็นสัญญาณว่าโอเค “กูเหม่อเอง”

          กรกฎตามมาสมทบ จิณณ์ก็ชะโงกมอง

          “ไอ้เอ๊ะ..เป็นอะไรมากไหม” น้องเล็กของกลุ่มออกปากถาม

          “ยังไม่ตาย!” เขากัดฟัน

          “เอ้า..ถามดีๆก็ตอบดีๆสิวะ” กรกฎบ่น “ตายไปเลยมึงอ่ะ!

อคิราห์ขบกรามกรอด อยากจะด่าไอ้กลอยที่มัวแต่ตามไอ้จินจนละเลยตำแหน่งของมันแต่ก็จุกเสียจนพูดไม่ออก เขาขอพัก เดินออกจากสนาม  

“กูพอแล้ว พวกมึงต่อเลย”

          เพื่อนๆเออออตาม ไม่กี่นาทีก็หมดเวลา ทีมเขาชนะอีกฝั่งไปหลายแต้ม

          “เป็นไงมึง หายเจ็บหรือยัง” อินทัชโยนผ้าเช็ดตัวให้

อคิราห์สบถสาบาน ถอดรองเท้าออกมานวดขา “จุกน่ะสิวะ”

ทุกคนทยอยกันออกจากสนาม เหลือแต่แก๊งเขาที่ยังลอยชายอยู่ ไอ้รันโทรคุยกับแฟน เป็นงานประจำของมัน ว่างทีไรเป็นต้องโทรหาสาวครุ ส่วนไอ้จินกับไอ้กลอยก็ตัวติดกัน คุยห่าเหวได้ทุกเรื่องตั้งแต่เชื้อราไปจนถึงสงครามเย็น

“พวกมึงเอาไง กูจะกลับแล้วนะ” อินทัชตะโกนถาม “เลิกจู๋จี๋กันได้แล้ว”

อคิราห์ตวัดสายตามองไอ้โอ๊ตทันที “ใช้คำอะไรของมึง”

“ก็จู๋จี๋ไง” อินทัชคว้าเป้ขึ้นพาดบ่า “ไอ้จินไอ้กลอยตัวติดกันขนาดนั้น”

คนฟังถอนหายใจด้วยความหงุดหงิด พอดีกับที่กรกฎวิ่งตุบๆเข้ามาหา ไอ้ตัวแสบดันแว่นขึ้นไปเหนือดั้งจมูก ใบหน้าเปื้อนยิ้มถามขึ้น

“นี่ๆ..ใครมีพลาสเตอร์ยาบ้าง”

“ถามไอ้เอ๊ะสิ บ้านมันเป็นร้านขายยาไม่ใช่หรือ” อินทัชโบ้ย

“แล้วไง บ้านกูเป็นร้านยา แต่กูไม่ใช่ตู้ยานะเว้ย”

“มีหรือเปล่า” เจ้าตัวถามย้ำ

“จะเอาไปทำอะไร” อคิราห์ถอนหายใจ ค้นกระเป๋าตัวเองกุกกัก

“จินโดนรองเท้ากัดน่ะ ถ้าไม่มีกูจะได้ไปซื้อให้”

ใครอีกหนึ่งหยุดชะงัก จากนั้นก็ก้มหาพลาสเตอร์ต่อ

“หาไม่เจอ” อคิราห์บอกเสียงเรียบ

“เซเว่นน่าจะมีมั้ง” กรกฎพึมพำ “แต๊งกิ้ว เดี๋ยวกูวิ่งไปซื้อเอง”

“ไอ้กลอย!” คนด้านหลังเรียกไว้

เจ้าของชื่อหันมอง ไอ้เอ๊ะกวักมือให้กลับไปหาแล้วยื่นพลาสเตอร์แบบผ้าให้สองแผ่น “อ้าว..ตะกี้เห็นบอกว่าไม่เจอ”

“ตอนนี้เจอแล้วไง” อคิราห์ขมวดคิ้ว ท่าทางหงุดหงิด “จะเอาไม่เอา”

“เอาๆ ขอบคุณครับ” กรกฎยกมือประกบแปะ

ร่างสูงมองตามคนที่วิ่งหน้าตั้งกลับไปด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

“พักนี้มึงขี้โมโหนะไอ้เอ๊ะ” อินทัชบอก “แดกแคลเซียมซะบ้าง”

“ยุ่งน่า” เขาโบกมือไล่ เก็บของกลับบ้าง

กรกฎกำลังช่วยจิณณ์ติดพลาสเตอร์ยาที่นิ้วเท้า ถึงฝ่ายนั้นจะบอกปัด แต่อีกคนก็ไม่ยอมอยู่ดี อ้างเหตุผลว่าตอนเขาไม่สบาย เพื่อนก็ช่วยดูแล

“ไปซื้อข้าวต้มให้มื้อเดียว ต้องตอบแทนกันขนาดนี้เลยหรือ” จิณณ์ยิ้ม

เจ้าตัวเกาท้ายทอย หัวเราะแหะๆ ยังไม่ทันตอบอะไร เป้ใบย่อมก็ถูกเหวี่ยงมาฟาดผัวะเข้าให้กลางหลัง เขาเซถลา ดีแต่ที่จิณณ์รับตัวไว้ทัน

“ไอ้เชี่ยเอ๊ะ!” กรกฎขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ทางเดินตั้งกว้าง มาเบียดเพื่อ!

“อ้าว..มึงอยู่ตรงนี้ด้วยหรือวะ..พอดีกูมองไม่เห็น” อคิราห์ทำท่าหันซ้ายขวาแล้วก็มองผ่านหัวมันไปไกล “โทษที..มึงไม่ได้อยู่ในระดับสายตาของกู”

จิณณ์ส่ายหัว คว้าแขนไอ้กลอยที่ตั้งท่าจะเข้าไปกระโดดเตะไอ้เอ๊ะ

อินทัชหัวเราะหึๆ ยกมือบอกจิณณ์กับกรกฎว่าจะขอกลับก่อน เชิญพวกมันสามคนอยู่กัดกันได้ตามสบาย เขาไม่ขออยู่เป็นก้าง

“อย่าให้กูสูงเท่ามึงนะ” เขาคาดโทษ

“แดกนมอีกตัน มึงก็ไม่มีวันสูง ต้องตายแล้วเกิดใหม่นะกลอย”

“ไอ้เอ๊ะ~”

จิณณ์ยกมือห้าม “กลับกันเถอะ ฝนทำท่าจะตกแล้ว”

กรกฎหน้ามุ่ย “จินกลับก่อนเลย เราจะไปห้องสมุดหน่อย”

อคิราห์เหลือบมอง เขาไม่ได้สนใจอะไรตอนที่เดินเลาะไปทางลานจอดรถ เขาเอามอเตอร์ไซค์มา มันง่ายแล้วก็สะดวกดีเวลาไปกลับ

“อย่าอยู่ดึกนะ” จิณณ์บอกอย่างเป็นห่วง

“อือ..ไม่เป็นไรหรอก ค้นงานแล้วก็จะกลับ” กรกฎโบกมือให้ แยกกับเพื่อนตรงหน้าอาคารแล้วปลีกตัวไปยังห้องสมุด เขาต้องค้นข้อมูลนิดหน่อย

ใช้เวลาไปประมาณชั่วโมง พอเซฟเนื้อหาเรียบร้อยแล้ว เขาก็ออกมา โชคร้ายที่ฝนดันตกกระหน่ำเสียก่อน ตอนนี้หกโมงกว่าแล้ว รอบด้านเริ่มมืด

“แล้วกัน” กรกฎนั่งจับเจ่า ผ่านไปร่วมสิบนาที เม็ดฝนที่ตกหนักก็เบาลง เขาตัดสินใจไม่รอให้หยุดสนิทเพราะไม่รู้ว่ามันจะเทลงมาซ้ำอีกเมื่อไร

เด็กหนุ่มวิ่งทุลักทุเลฝ่าสายฝนโปรยปราย ก้าวได้ไม่เท่าไร สปอร์ตไบค์คันหนึ่งก็วิ่งผ่านมา แสงไฟด้านหน้าส่องกราดมาที่เขา

กรกฎชะงัก ตกใจนึกว่าจะโดนเฉี่ยวแล้ว พอหันไปมองก็ตกใจยิ่งกว่า

“ไอ้เอ๊ะ!” เขางงหนัก “มึงกลับไปแล้วไม่ใช่หรือไง”

อคิราห์มุ่นหัวคิ้ว เปิดหน้ากากหมวกกันน็อคขึ้น “อ้าว..มึงเองหรือนี่”

“ทำไมยังไม่กลับ” กรกฎสงสัย

“กูไปห้างมา เพิ่งจะกลับมาเอารถ” เขาตอบ พยักพเยิด “จะไปไหน”

“กลับบ้าน” เขาเดินไปทางถนน “กูไปล่ะนะ เดี๋ยวฝนตกหนักกว่านี้”

“เดี๋ยวๆ” อคิราห์ขี่รถตาม “ขึ้นมาไอ้กลอย กูจะไปส่ง”

“ห๊ะ?

“อย่ายืนงงเป็นหมาแดกแฟ้บ ฝนหล่นใส่กบาลกูอยู่เนี่ย” เขาเร่ง

กรกฎเลยต้องเดินมึนๆไปขึ้นรถของมัน แล้วไอ้มอเตอร์ไซค์คันนี้ก็ใช่ว่าจะมีที่ให้ซ้อนท้ายสักเท่าไร ด้านหลังยกสูงจนเขานั่งหัวโด่

“กูมีเสื้อกันฝนอยู่ตัว เอาไปใส่ไป” อคิราห์บอกให้มันรื้อจากในเป้

“แล้วมึงล่ะ” เจ้าตัวยื่นหน้ามาถาม

“กูใส่หมวกกันน็อคอยู่นี่ไง มึงก็ใส่ๆไปเหอะ อย่าเรื่องเยอะ”

กรกฎหน้ามุ่ย เวลาพูดกับไอ้เอ๊ะทีไร มันต้องกัดแกมด่าเขาเรื่อย จะคุยกันดีๆไม่ได้เลย “งั้นกูไม่เกรงใจล่ะนะ”

อคิราห์ไม่ได้ตอบ เขาขับไปติดไฟแดงตรงแยกข้างหน้า หอของไอ้กลอยอยู่ไม่ไกลเท่าไร แต่ช่วงฝนตกแบบนี้รถติดเอาการ ไปมอเตอร์ไซค์เร็วกว่า

“กูเพิ่งเคยซ้อนรถมึงเนี่ย” กรกฎพึมพำ “ยี่ห้ออะไรวะ สวยดี”

Honda CBR” เขาตอบ  

“หูย..แพงไหมมึง”

“150R ไม่เท่าไรหรอก เป็นสปอร์ตไบค์ ไม่ใช่บิ๊กไบค์ อย่างหลังนี่แสนอัพ” อคิราห์บอก “ป๊ากูให้เป็นรางวัลที่สอบติด..แต่เพิ่งจะมาซื้อไม่กี่เดือนนี้เอง”

“แล้วเท่าไรวะ”

“ก็..ประมาณแปดหมื่น”

กรกฎไอค่อกแค่ก “ไม่เท่าไรของมึงนี่กูกินข้าวได้หลายปี!

“เว่อร์ไป” เขาหัวเราะ “แต่ที่จริงแล้วกูว่าสู้รถยนต์ไม่ได้”

“ทำไมล่ะ มันก็เท่ดีนะ” เขาชอบสีดำทั้งคันแบบนี้ ยิ่งเป็นทรงสปอร์ตด้วยแล้ว เจ๋งมากเลย “กูนี่ยังขับไม่เป็นสักอย่าง มอไซหรือรถยนต์ก็ขับไม่ได้”

“มันไม่ดีตอนฝนตกนี่แหละ” อคิราห์พึมพำ “กูนี่รอจนเปียกโชก”

กรกฎเอียงคอมองอย่างข้องใจ มันพูดอะไรของมันวะ

          ไฟเขียวพอดี ร่างสูงบิดเครื่องยนต์ผ่านกลุ่มรถราบนถนน สักพักก็มาถึงหอไอ้กลอย พอจอดรถใต้อาคารและดับเครื่องไม่ทันไร ฝนห่าใหญ่ก็เทโครม

          “มึงกลับไม่ได้แล้วเอ๊ะ” กรกฎเงยหน้ามองฟ้า “ขึ้นห้องกูก่อนเถอะ”

          อคิราห์นิ่งอยู่อึดใจ เขาถอดหมวกกันน็อคออกแล้วปัดผมที่เปียกซ่ก

          “ขอบคุณสำหรับเสื้อกันฝนนะ” คนตัวเล็กกว่ามองอย่างสำนึกผิด “มึงเลยโชกไปทั้งตัว ถ้ายังไงมึงก็อาบน้ำก่อนกลับไปเลยแล้วกัน”

          “เอาไงก็เอา” เขาแขวนหมวกไว้ที่แฮนด์แล้วเดินตาม

          กรกฎไขกุญแจห้อง แว่นตาเขามีแต่หยดน้ำเกาะเต็มไปหมด

          “ถอดแว่นมา” ใครอีกคนบอกเสียงเรียบ “กูเช็ดให้”

          “ถอดแว่นกูก็ตาบอดน่ะสิ” เขาหัวเราะ “เข้ามาๆ ไม่ต้องเกรงใจ”

          “ใครบอกกูเกรงใจ” อคิราห์ถอดรองเท้าหน้าห้อง เช็ดรอยเปียกที่พื้นพรม ไอ้กลอยอุตส่าห์ทำความสะอาดทั้งที เขาจะได้ไม่ทำห้องมันสกปรก

          “มึงอาบก่อนเลยเอ๊ะ” กรกฎรีบเก็บผ้ามาจากระเบียง โชคดีที่ตากไว้แต่กางเกงใน ถึงอย่างนั้นก็เปียกชื้นไปหมด “ปัดโธ่..แล้วคืนนี้กูจะใส่อะไร”

          อีกคนยืนเงียบ แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อไอ้กลอยถอดเสื้อนิสิต

          “หยุด! ไอ้แว่น มึงมาถอดอะไรตรงนี้”

          “ห๊ะ? แล้วให้กูถอดที่ไหน ระเบียงเรอะ?

          “ไอ้ควาย” เขาเขกหัวมัน ดันตัวให้เข้าห้องน้ำ “มึงนั่นแหละไปอาบก่อน กูรอได้ เดี๋ยวจะหาว่ามาห้องเขาแล้วรบกวนเจ้าของห้อง”

          “เออ~ กูยังไม่ทันว่าอะไรเลย” กรกฎคว้าผ้าเช็ดตัวตาม

          ประตูห้องน้ำปิดลง อคิราห์ถอนหายใจแผ่วเบา เขามองซ้ายขวา ถือวิสาสะหยิบผ้าเช็ดตัวอีกผืนมาใช้ก่อน ไม่งั้นห้องไอ้กลอยคงเปียกโชกกว่านี้

          “กูยืมผ้าขนหนูมึงนะ” เขาตะโกนบอก

          “เออๆ ใช้ไปเลย” ฝ่ายนั้นตอบมา ได้ยินเสียงฝักบัวเปิดดังแว่ว

          เด็กหนุ่มถอดเสื้อแล้วพาดไว้ที่ราวตากตรงระเบียง ใช้ผ้าพันท่อนล่างเอาไว้ ระหว่างรอ เขาสังเกตว่าไอ้กลอยมีเสื้อผ้าตัวใหญ่โคร่งหลายตัว

          ครู่ต่อมา กรกฎก็โผล่หัวออกจากห้องน้ำ เขาไม่พูดอะไร ได้แต่เดินสวนเข้าไปอาบน้ำต่อ แต่ยังไม่วายกำชับให้ไอ้แว่นกินยาดักเอาไว้ด้วย

          “ว่าแต่..มึงมีเสื้อให้กูยืมไหม” ชุดนิสิตเขาเปียกไปหมด

          “อ้อ..มึงยืมเสื้อจินใส่ก่อนก็ได้ มันไม่ว่าอะไรหรอก”

          อคิราห์มุ่นหัวคิ้ว รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาเสียเฉยๆ

          “มันมาค้างกับมึงบ่อยหรือไง” เขามองคนที่นั่งขัดสมาธิเช็ดผม

          “พักนี้จินสอนพิเศษเด็กที่สยามน่ะ เลยมาขอค้างด้วย”

          คนฟังไม่โต้ตอบ ได้แต่ปิดประตูห้องน้ำดังปึงใหญ่

          “มึงกินอะไรมาหรือยังเอ๊ะ” กรกฎร้องถาม

          “ยัง” อีกฝ่ายตอบห้วนสั้น

          “กูทำมาม่าให้กินเอาไหม” เขาพูด “ตอบแทนที่อุตส่าห์ขับมาส่ง”

          คนด้านในเงียบไปครู่ก็ตอบกลับเสียงอ่อน “เอาสิ”

          กรกฎทำนิ้วโอเค เขาไม่ได้เป็นพ่อครัวหัวป่าก์อะไรหรอก กับข้าวน่ะทำเป็น แต่ที่นี่เป็นแค่หอแคบๆ ไม่มีครัว มีแต่เตาปิกนิกกับหม้อและกระทะใบเล็ก

          เขารื้อบะหมี่สำเร็จรูปในถุง พวกนี้เป็นเสบียงไว้กินกันตายเวลาขี้เกียจออกจากห้อง แกะออกมาสามห่อแล้วโยนลงหม้อ สับกะหล่ำปลีกับตอกไข่ไก่ใส่ลงไป แบ่งได้สองชาม เทเครื่องปรุงลงไปหน่อยแล้วคลุกๆก็เสร็จสรรพ

          อคิราห์ออกมาตอนที่เส้นพองตัวได้ที่ เขาชอบให้มันอืดเล็กน้อย

          “เป็นไง อร่อยป่ะ” กรกฎกางโต๊ะญี่ปุ่นออกมานั่งกิน ข้างนอกฝนยังตกเรื่อยๆแต่อีกสักพักคงจะหยุด “ฝีมือลูกชายร้านอาหารใหญ่เลยนะเว้ย”

          “ก็งั้นๆ” ร่างสูงตอบ เรียกเสียงก่นด่าจากคนทำให้ “ดีกว่ากินแกลบ”

          “ปากหมาจริงๆเลยมึงเนี่ย เดี๋ยวก็เทให้หมากินจริงๆหรอก”

          “เสือก! กินของมึงไป” อคิราห์ยกชามหนี ไม่อยากเถียงเลยก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียว ถึงไม่พูดอะไร เขาก็กินจนหมดเกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่น้ำซุป

          ฝนหยุดตกแล้ว เขาจะเอาชามไปล้าง แต่ไอ้กลอยบอกว่าจัดการเองได้

          “มึงรีบกลับเถอะ เดี๋ยวฝนลงเม็ดอีก”

          อคิราห์เออออตาม ก่อนออกจากห้องไม่วายกำชับ “กินยาด้วยไอ้แว่น”

          “รู้แล้วน่า” กรกฎตอบรับ “ไปได้แล้ว กูง่วง!” เขาดันหลังเพื่อน

          อีกคนหัวเราะหึ พอออกมานอกห้องเขาก็ขยับปากบอก

          “ขอบคุณนะ..สำหรับมาม่าของมึง”

          กรกฎนิ่งไปครู่ก็ยิ้มกว้าง “ขอบคุณที่มาส่งเหมือนกัน ไว้เจอพรุ่งนี้”

          อคิราห์ไม่พูดอะไร เขาคว้ากุญแจมอเตอร์ไซค์กลับลงไปใต้หอ

          ..พร้อมด้วยอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตามลำพัง..

 

เช้าวันรุ่งขึ้น กรกฎที่ไม่ได้กินยาตามเพื่อนบอกก็มีอาการร้อนๆหนาวๆ สลับกับคัดจมูก ตกบ่ายน้ำมูกก็เริ่มไหล ตามด้วยการจามฟึดติดกันหลายหน

          “ฮัด..ชิ้ว!” เขาจามพรืดใส่แผ่นหลังของไอ้เอ๊ะที่นั่งด้านหน้า

          “ไอ้เชี่ยกลอย!” อคิราห์หันมา ทำหน้าขยะแขยง “น้ำมูกมึง!

          “ขอโทษๆ” เขายิ้มเจื่อน ขอทิชชูจากจิณณ์

          “กูว่าเย็นนี้มึงไปหาหมอดีไหม” จิณณ์บอก

          เนรัญชะโงกมอง “โดดไปตอนนี้เลยก็ได้ เหลือแค่ส่งงานเองนี่”

          “อันไหนยังไม่เสร็จเดี๋ยวกูทำต่อให้” อินทัชเสนอ

          กรกฎมองเพื่อนๆอย่างซาบซึ้ง จะมีก็แต่ไอ้ห่าเอ๊ะที่ยังทำท่ารังเกียจน้ำมูกเขาอยู่ได้ เดี๋ยวก็ปั๊ดสั่งใส่เสื้อนิสิตมันให้เป็นรอยเสียเลย

          “ขอบคุณมากๆ กูว่ากลับไปนอนพักก็หาย ที่ห้องมียาอยู่”

          “รั้นตลอดอ่ะไอ้กลอย” จิณณ์บ่น

          “รั้นมากก็ช่างมัน ปล่อยตายห่าคาหอไปเลย” อคิราห์พูดลอยๆ

          “เออ..กูตายแล้วไม่ต้องมางานศพนะ จ้างให้ข้าวต้มสักเม็ดก็ไม่ให้กิน”

          “ปากหมา” คนที่ด่ากันอยู่หยกๆหันมาทำหน้าดุใส่

          เพื่อนๆหัวเราะเบาๆ ต่างกำชับให้ไอ้กลอยไปหาหมอซะ จะได้ดีขึ้น

          พอหมดคาบ ต่างคนก็ต่างแยกย้าย จิณณ์บังคับอีกครั้งให้กรกฎแวะไปคลินิกก่อนกลับบ้าน ถ้าไม่ไป เขาจะพาไปเอง

          “ไม่เป็นไรๆ” เจ้าตัวมองด้วยความซึ้งใจ “ขอบคุณมากนะจิน”

อคิราห์ยืนอยู่แถวนั้น เขาทำสีหน้าเบื่อโลก “มึงจะห่วงอะไรมันนักหนา ไอ้กลอยมันโตแล้ว พูดคำเดียวก็ต้องรู้เรื่อง ถ้าอยากรั้นมากก็ช่างแม่งสิ”

“ยุ่งจริงๆเลยไอ้เอ๊ะ” กรกฎหันไปเตะหน้าขาเพื่อน แต่พอถูกยันหัวหน่อยเดียว ไม่ว่าจะวงสวิงจากแขนหรือขาก็ไปไม่ถึงช่วงตัวไอ้เอ๊ะสักนิด

“ชกถึงก็เอาสิ..ไอ้ขาสั้น มือก็สั้น” เขาหัวเราะเมื่ออีกคนทำหน้าบูด

“มึงก็อย่าแกล้งไอ้กลอยมาก มันไม่สบายอยู่” จิณณ์หยิบทิชชูส่งให้ แต่พอเห็นว่าหมดแล้วเลยเอาผ้าเช็ดหน้ายัดใส่มือให้แทน “เอ้า..หัดพกบ้างนะมึง”

กรกฎรับมาจากมือเพื่อนด้วยท่าทางตื่นๆ “ยกให้กูหรือเนี่ย”

“เอาไปเถอะ จะใช้สั่งน้ำมูกอะไรก็ทำไป” จิณณ์หัวเราะ ยีหัวเล็ก “อย่าลืมไปหาหมอนะ กินยาเข้า จะได้หายไวๆ เดี๋ยวเรียนตามไม่ทัน”

เขายิ้มรับ มองตามหลังจิณณ์อย่างเผลอตัว แต่จู่ๆ คนที่อยู่ด้านหลังก็เอื้อมมือมาผลักหัวแรงๆ “เป็นอะไรของมึงเนี่ย~ กินมาม่ากูไปแล้วยังรังแกกูอีก”

“ให้กูกินแค่มาม่าแล้วจะไม่ให้กูแกล้งมึง?” อคิราห์เลิกคิ้ว หัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “มึงจ่ายถูกไปไอ้กลอย คนอย่างกู กินจุกว่านั้นหลายเท่า”

“ไอ้สาดด” กรกฎบ่นอุบอิบ

“ด่าใครไอ้สัตว์” เขาดึงแก้มมัน “พูดใหม่ซิ..กลอยใจ”

“ห๊ะ!” เขาทำตาโต “เรียกอะไรของมึง”

“ด่ากูคำ กูจะเรียกมึง..กลอยใจ” อคิราห์ยิ้มมุมปาก “แลกกัน”

กรกฎรู้สึกว่าหลังใบหูร้อนผ่าว เขาเผลอเสมองไปทางอื่น คิดมากไปเองหรือเปล่าที่สายตาของไอ้เอ๊ะมัน..ดูแปลกๆ คล้ายกับว่า..จะกลืนกันเข้าไปทั้งตัว

“ฮึ่ย..ไม่คุยกับมึงแล้ว กูจะกลับบ้าน” พอเดินออกก็ต้องชะงักเพราะถูกไอ้เอ๊ะจับข้อมือเอาไว้แน่น “อะไรของมึง~ กูจะกลับบ้าน~”

“ไปหาหมอก่อน” อคิราห์สั่ง ไม่รอฟังคำค้านก็ลากมันให้เดินตาม

“ไม่ไป~ ที่ห้องมียา” เขาไม่ชอบหาหมอจริงๆนะ หมอชอบเอาไอ้แท่งเหล็กมากดลิ้น ล่าสุดที่ถูกกดตอนไข้ขึ้น เขาเกือบจะอ้วกใส่ หมอสะดุ้งหนีเลย

“กูคิดแล้วว่ามึงต้องรั้น” ร่างสูงปรายตามอง ไม่ยอมปล่อยมือตอนที่พาเดินมาขึ้นมอเตอร์ไซค์ของเขา ไอ้กลอยยักแย่ยักยัน เขาเลยอุ้มมันมานั่งคร่อม

“ไอ้เอ๊ะ~” กรกฎตั้งท่าจะกระโดดลง

“หยุดเลยไอ้แว่น! ถ้ารถราคาแปดหมื่นของกูล้ม กูเอามึงตาย!

อีกคนเลยตัวแข็งทื่อ นั่งสงบเสงี่ยมรออีกฝ่ายอย่างเชื่อฟัง








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.44K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,093 ความคิดเห็น

  1. #2080 baekbow (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 20:51
    แงงงงง เอ๊ะนี่เป็นพวกปากร้ายแต่ใจดีสินะ ไม่ก็ทำร้ายกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนไว้ แต่จินเองก็ดีอ่ะ เราเป็นกลอยก็ดูไม่ออกหรอกจริงๆ
    #2,080
    0
  2. #2057 aliskyu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 00:19
    ก็ชอบว่าชอบแกล้งเขาแบบนี้ไงใครจะไปรู้ว่ารัก แต่ก็เอาใจช่วยนะ
    #2,057
    0
  3. #2036 PCB614 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 23:21
    โถ่ ทำเป็นอย่างงู้นอย่างงี้ จริง ๆ ก็ห่วงเค้าแหละ ใช่มั้ยยย~
    #2,036
    0
  4. #2018 blueeyes111 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 13:59
    พูดกับเขาดีดีหน่อยพี่เอ๊ะ
    #2,018
    0
  5. #1993 MY SWEET HAERT (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 21:13
    ก็เป็นซะอย่างงี้ไง ให้ไอ่จินคาบไปแดกเลยมั้ย
    #1,993
    0
  6. #1972 Hare-Akira (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 12:44
    ปากร้ายมาก 555 ใครจะไปคิดว่าชอบ
    #1,972
    0
  7. #1956 Nuthathai Por (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 15:48

    ก็ปากร้ายแบบนี้ไง ใครเค้าจะเห็นความดีที่ทำล่ะ

    #1,956
    0
  8. #1952 aeyrth (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 08:34
    -ตัวเร้กกกก จับอุ้มง่ายๆงี้เลย โอ่ยตายๆๆๆ
    #1,952
    0
  9. #1928 Jube-Roj (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 19:08

    แอบชอบเขาก็พูดกับเขาดี ๆ สิจ๊ะพ่อคุณ เหมือนจิณณ์น่ะ ทำได้ไหม

    #1,928
    0
  10. #1902 🤘🏻🍑 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:46
    ด่าเก่งจังพ่อ การกระทำนำไปนู่น แต่น้องกลอยจะรู้กับพ่อปะจ๊ะ คะแนนติดลบไปเลย
    #1,902
    0
  11. #1882 novelonline2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 11:34
    เจอแบบเอ๊ะก็ไม่ไหวจริง ๆ ต่อให้เป็นแค่เพื่อนเราก็ไม่ชอบคนแบบนี้ พูดจาไม่รักษาน้ำใจคนอื่น แถมชอบพูดหักหน้าเพื่อนอีก
    #1,882
    0
  12. #1868 MB.임지수GOT7 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 11:43
    เอะอะก็ด่าเขา เขาจะรู้ได้ไงอะเอ๊ะ ฮื่อ
    #1,868
    0
  13. #1848 heykiki (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 00:11
    กลอยซื่อก็จริง แต่เอ๊ะชอบด่ากลอยคงไม่กล้าคิดหรอกว่าเอ๊ะชอบ 55555555
    #1,848
    0
  14. #1822 Jekkju (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 12:30
    ตีกันเหนื่อย555
    #1,822
    0
  15. #1814 Jaeyongie (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 19:42
    เอ๊ะ~~~~~ น้องกลอยนี่ช่างไม่รุ้อะไรบ้างเลย~~
    #1,814
    0
  16. #1793 yada_nara (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 04:06
    ไหนว่าให้ปล่อยๆ ไปไงเอ๊ะ นี่ถึงขั้นอุ้มขึ้นรถเลย ใจมันได้นะเราเนี่ย คริคริ
    #1,793
    0
  17. #1775 WinGz of Evil (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 21:02
    รีบทำคะแนนนะคะ ก่อนที่กลอยจะไปตกหลุมรักจินแทน5555555
    #1,775
    0
  18. #1742 PloypailinB. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 00:43
    โหยยยเอ๊ะะะะ แงงๆๆ~~
    #1,742
    0
  19. #1736 A-sujiGoZziii (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 21:18

    ใจไม่ดีกับคำว่า "ก ุเอ า - ตาย" อ่ะค่ะ

    คิดดีไม่ได้เลยแงงงง แค่ฟ้าเหลืองไม่ได้หรอhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-08.png

    #1,736
    0
  20. #1714 whitelava blue (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 22:05
    จิงๆก้อแอบเศร้านะเนี่ย กลอยแอบมองแต่จิณณ์จริงจัง แต่อย่างน้องเอ๊ะก้อได้ดูแล
    #1,714
    0
  21. #1691 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 18:40
    โอ๊ยยยยเอ๊ะเอ้ย55555
    #1,691
    0
  22. #1678 Nudear (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 14:00

    ปากอย่าง การกระทำอย่างนะคะ น่าสงสารเนอะ ทำดีหลายอย่างแต่นุ้งกลอยยังไม่เห็นนะเคอะ 555

    #1,678
    0
  23. #1640 Timtha (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 14:04
    หึงแรงเด้อ
    #1,640
    0
  24. #1611 Yesmyboy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 00:12
    เอ๊ะก็หึงแรง กลอยอย่าพึ่งไปชอบจินนะ
    #1,611
    0
  25. #1604 19981010 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 21:55
    เอ๊ะต้องแสดงออกเยอะๆนาาา
    #1,604
    0