It Had To Be You [Yaoi]

ตอนที่ 18 : Last Chapter : 'ใคร' คนนั้น..คือ 'เธอ'

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,398
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,488 ครั้ง
    27 มิ.ย. 61








 

Last Chapter

 



 

เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น กรกฎละมือจากการยัดเสื้อผ้าลงกระเป๋าแล้วเดินไปเปิดรับก่อนจะพบใครบางคนที่ยืนทำหน้าหงอยเหงาอยู่ด้านนอก

          “เป็นอะไร~” เขาหัวเราะ เปิดประตูค้างไว้เพื่อให้มันเดินเข้ามา

          อคิราห์ไม่ตอบ เขาดึงคนตัวเล็กกว่าเข้ามากอดรัดแนบอก ปลายจมูกโด่งซุกลงกับกลุ่มผมนุ่ม คลอเคลียจนพอใจแล้วเอียงแก้มแนบศีรษะอีกฝ่าย

          กรกฎหูแดงก่ำ ยืนนิ่งอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรง “อ้อน?

          “อือ” เขาถอนหายใจ ไถแก้มไปมากับเส้นผมที่หอมฟุ้งไปด้วยแชมพู “กูไม่อยากให้มึงไปเลยกลอย..แต่ก็เข้าใจว่าต้องกลับบ้านไปหาพ่อกับแม่บ้าง”

          คนฟังหน้าร้อนผ่าว ยกมือขึ้นแตะท่อนแขนคนด้านหลัง “ไปไม่นานน่า”

          “วันเดียวก็ทนไม่ไหวแล้ว” อคิราห์สารภาพหมดเปลือก “คิดถึง..”

          ..กระซิบข้างหูกันแบบนี้ จับตัวกูไปปิ้งบนเตาเลยดีกว่า ร้อนพอกัน..

          “คิดถึงก็โทรมาสิ”

          “ได้ยินเสียงกับเห็นหน้ามันไม่เหมือนกัน”

          “มึงนี่นะ..” เขาหันกลับมามอง “งั้นก็ถ่ายรูปกูเอาไว้ดูต่างหน้าแทน”

          อคิราห์ยืนยิ้ม “รูปมึง? กูมีเป็นอัลบั้มเลย”

          กรกฎตาโตเมื่อไอ้เอ๊ะหยิบมือถือออกมาเปิดไฟล์ลับที่มันเคยแอบถ่ายอิริยาบถของเขาในแต่ละวันให้ดู..ไม่ว่าจะเดินเหม่อ เผลอนั่งหลับในคาบ เล่นกับหมาแมวข้างทาง ทำอะไรบ้าๆบอๆ..นับได้เป็นร้อยรูป

          “นี่มึง..” โอ้โห..ยอมใจแม่ง “อะไรจะขนาดนั้น”

          “ก็ขนาดนี้นี่แหละ” เขาถอนใจ เก็บมือถือกลับ

          กรกฎมองอย่างสงสาร เขาไม่รู้เลยว่ามันจะแอบชอบเขามานานตั้งแต่ปีหนึ่ง ก็ดูมันแสดงออกแต่ละอย่าง นึกว่าจะหาเรื่องกัดมากกว่าหาเรื่องจีบ

          “พี่เอ๊ะ..” เด็กหนุ่มเงยหน้ามอง

          อคิราห์เลิกคิ้ว ใจเต้นตึกกับคำเรียกของมัน “ครับ?

          “ขอกอดหน่อยครับ” ไม่รอฟังคำอนุญาต เขาอ้าแขนออกแล้วกอดรัดแผ่นหลังของมันแน่น เอาคางวางเกยกับบ่ากว้าง “ฮื่อ..อุ่น~”

          “กลอย~” ร่างสูงคราง โอบตัวอีกคนจนแทบจะกดให้จมลงกับอก

          “มึงนี่ตัวหอมจังว้า~” กรกฎเอาจมูกดุนดันแถวซอกคอ “หอม..หอม”

          อคิราห์เกือบเข่าอ่อน เขาดึงตัวมันออก โน้มลงตั้งใจจะฉกปากจูบ ถ้าไม่ติดว่ามีเสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะจนทำเอาสะดุ้งโหยงกันทั้งคู่เสียก่อน

          “พ่อโทรมาอ่ะ” กรกฎชี้บอก “ขอรับสายก่อนนะ”

          คนที่ยืนรอจูบถึงกับรู้สึกเคว้งคว้าง เขาไม่ยอมปล่อยตัวมัน ได้แต่กอดๆหอมๆ ลูบๆคลำๆเหมือนลูกหมาหิวโซ ไอ้ลูกชิ้นปิ้งนี่ก็ส่งกลิ่นช่างยั่วเหลือเกิน

          ..รอกินจนน้ำลายหก..อาการลงแดงเป็นแบบนี้นี่เอง..

          “ได้คร้าบพ่อ..โอเคๆ เจอกันที่หนามบิน” กรกฎคุยกับปลายสาย “กำลังจะออกแล้วครับ เดี๋ยวใกล้ๆแล้วพ่อค่อยมารอก็ได้ เจอกันครับพ้ม~”

          อคิราห์จำใจปล่อยตัวมันออกเพราะรู้ว่าไอ้กลอยต้องรีบไป เขาช่วยมันพับเสื้อผ้าลงกระเป๋าแล้วยกขึ้นสะพาย อาสาจะขับมอเตอร์ไซค์ไปส่งสนามบิน

          “กูเรียกแท็กซี่ไปก็ได้มึง เกรงใจ มึงต้องขับกลับอีก”

          “แค่ดอนเมือง..ต่อให้ไปถึงสุวรรณภูมิกูก็ไปส่งได้”

          “ฮื่อ..” เขาเดินตาม ยิ้มจนแก้มกลม “แต่ว่าขากลับต้องขับระวังๆนะ”

          “ห่วงหรือ?” อคิราห์ล็อคบ้าน หยิบหมวกกันน็อคมาให้

          “ไม่ห่วงมึงให้ห่วงใครล่ะ” กรกฎสวมหมวกของเฮียอั้มที่มันบอกว่าพี่แกยกให้ ไม่รู้คิดอะไรถึงทักขึ้น “พี่มึงนี่หัวเท่ากูเลยเนาะ ดูตาเปล่าน่าจะโตกว่านี้”

          อีกคนหัวเราะเบาๆ “เฮียอั้มหัวใหญ่จะตายห่า ใหญ่กว่ากูอีก”

          “อ้าว..แต่กูใส่แล้วไม่หลวมเลยนะ”

          “ก็แน่ล่ะ” เขาหันมายิ้มให้ ช่วยปรับสาย “ก็กูซื้อไซส์หัวมึงนี่”

          กรกฎนิ่งค้าง ยืนตะลึงมากไปหน่อย ไอ้เอ๊ะเลยช่วยอุ้มขึ้นมอเตอร์ไซค์

          “จะช็อกทำไม” อคิราห์ดันปลายคางมันขึ้น “กูแม่งขี้โกหกเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว” เขาพึมพำ ก้าวขึ้นนั่งคร่อมรถ “สร้างเรื่องเป็นสิบๆเรื่อง สันดานแย่”

          “มึง~” เขากอดมันแน่น ซบหัวลงกับแผ่นหลังกว้าง “ไม่ๆ..มึงไม่แย่”

          “อยากให้เล่าไหมล่ะว่ากูโกหกเรื่องอะไรบ้าง”

          กรกฎนิ่งเงียบ ฟังมันพูดเรื่อยระหว่างที่พาเขาไปสนามบิน ไอ้เอ๊ะร่ายคดีของมัน ซึ่งถ้าจะบอกว่าเป็นสิบเรื่องนี่..น่าจะน้อยไป

          “วันที่มึงโดนรองเท้ากัดแล้วฝากกูหยิบพลาสเตอร์ที่สโม กูไม่ได้ไปจริงหรอก แต่เอาพลาสเตอร์ในกระเป๋าของกูนี่แหละให้มึง..กูจำได้ว่ามึงนั่งบ่นหลายครั้งแล้วเรื่องรองเท้าฟิต กูเลยขโมยจากที่ร้านมาเตรียมพร้อมเอาไว้”

          “ที่กูบอกว่าซื้อน้ำหนึ่งขวดแถมหนึ่งขวด..มันมีโปรแบบนั้นที่ไหนล่ะ”

          “ตอนเอาน้ำเต้าหู้ไปให้ที่ห้อง..กูบอกว่าไปธุระให้แม่แล้วผ่านหอมึงใช่ไหม จริงๆกูขี่มอไซไปจากบ้านเพราะว่าคิดถึง แล้วก็ซื้อให้มึงหน้าหอนั่นแหละ”

          กรกฎนั่งฟังตาลอย..ไม่รู้ทำไม หัวใจถึงรู้สึกอุ่นซ่านขนาดนี้

          “ตอนมึงมาขอพลาสเตอร์ให้ไอ้จิน กูมีนะ..แต่ไม่อยากให้ เพราะกูไม่ได้ใจดีกับใครก็ได้ เลยโกหกว่าไม่มี แต่พอเห็นมึงจะวิ่งไปซื้อเอง..ก็เลยใจอ่อน”

          “วันฝนตก..มึงเจอกูขับรถผ่าน คือกูไม่ได้ไปห้างแล้วเพิ่งกลับมาหรอก” อาศัยจังหวะรถติดหันมามอง “กูจงใจรอมึงอยู่ข้างอาคาร..เปียกฝนทั้งตัวเลย”

“เอ๊ะ..” เด็กหนุ่มครางแผ่ว เลื่อนมือขึ้นเกาะเอวมัน

“มึงทำมาม่าให้กูกิน ถามว่าอร่อยไหม กูบอกงั้นๆ ดีกว่าแดกแกลบ ที่จริงมึงรู้ไหม..กูกินไป น้ำตาจะไหลไป เหี้ยเอ๊ย..ฝีมือคนที่กูรัก ทำไมจะไม่อร่อย”

“เอ๊ะ..”

“มึงไม่สบาย ถามว่าใครเช็ดตัวให้ กูบอกว่าน้ำหน้าอย่างกูนี่หรือจะทำ” เขาส่ายหัวอย่างระอาตัวเอง “แต่กูก็แค่..เขินเกินไป..ที่จะบอกความจริง”

“เอ๊ะ~” กรกฎเอาหน้าผากวางซบช่วงหลัง “รู้แล้วเอ๊ะ..รู้แล้ว”

“รู้ว่ากูขี้โกหก สร้างเรื่องเก่งมากใช่ไหม”

“รู้ว่ามึง..รักกูขนาดนี้” เขายิ้มเป็นบ้าเป็นหลัง ไม่สนใจว่ารถคันข้างๆที่ติดไฟแดงอยู่ด้วยกันจะหันมามองตอนที่เขากอดมันแผ่วเบา “ดีใจมากเลยครับ”

อคิราห์ไม่ตอบอะไร เขาเพียงแต่ขยับมากุมมือของมันเอาไว้

“แต่หลังจากนี้กูจะไม่โกหกอะไรอีกแล้ว..”

กรกฎยิ้ม..เมื่อยหน้า เมื่อยแก้ม เมื่อยปาก..ก็เพราะว่ามีความสุขที่สุด

          “จะไม่ให้มึงต้องสับสนหรือมาเดาใจอะไรกูอีก คิดถึงก็จะบอกคิดถึง..รัก..ก็จะบอกว่ารัก” เขาหันมายิ้มให้ “เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลย..คุณกลอย”

          คนฟังได้แต่นั่งเงียบ แล้วก็ยิ้มให้ลมให้ฟ้าอยู่อย่างนั้นจนถึงสนามบิน

          อคิราห์จอดรถใต้อาคารแล้วช่วยถือสัมภาระของมันไปส่งถึงที่ ระหว่างที่รอเวลาเรียกเข้าเกท พวกเขาไม่มีใครพูดอะไร เพียงแค่นั่งกุมมือกันเงียบๆ

          “มึง..กูต้องไปแล้วนะ” กรกฎเงยหน้ามองคนข้างๆ ไอ้เอ๊ะดูเหงาหงอยจนเหมือนลูกหมาที่เจ้าของทิ้ง “อย่าทำท่าอย่างนั้นสิ~ กูไม่สบายใจ”

          “ไม่ทำก็ได้” เขายิ้มให้มันดู “แต่ห้ามกูไม่ให้คิดถึงนี่..ยากว่ะ”

          “ไปไม่นานก็กลับ มึงไปเที่ยวกับที่บ้านสักที่สองที่ เดี๋ยวก็เจอกันแล้ว”

          อคิราห์พยักหน้า ถือของไปส่งให้ถึงบริเวณที่อนุญาต “เดินทางดีๆนะ”

          “อือ” กรกฎโบกมือบ๊ายบาย “ถึงแล้วกูจะโทรหานะเอ๊ะ”

          เขาทำนิ้วโอเค ยืนมองอีกฝ่ายเดินเข้าไปในเกทก่อนจะหายไปกับฝูงชน




กรกฎถึงสนามบินภูเก็ตเลทกว่าที่ประกาศไว้เล็กน้อย พ่อของเขาขับรถมารับ พอพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของที่บ้านกันเรียบร้อย เขาก็โทรหาอคิราห์ แต่ปรากฏว่ามันไม่ได้รับสาย เขาลองโทรอีกสองสามรอบก็เหมือนเดิม

          ..อาจจะกำลังเก็บของกลับบ้านก็ได้..

          “โทรหาใครเจ้ากลอย” พ่อหันมามองระหว่างขับรถ

          “เพื่อนครับ” เขาส่งไลน์บอกมันว่าถึงแล้ว

          “แฟนหรือเปล่า”

          กรกฎสำลักเบาๆ “คือ..” เขาเลิ่กลั่กเล็กน้อย ไม่รู้จะตอบอะไรดี

          “นั่นแน่ะ..เดี๋ยวนี้แอบคบสาวไม่บอกพ่อบอกแม่”

          เด็กหนุ่มชะงัก ภาพเบลอๆในหัวเลยนิ่งไป

          “เป็นอะไรลูก..” พ่อหันมาขยี้หัว “ดูทำหน้าเข้า เป็นหมาหงอยเลย”

          กรกฎถอนใจ หันมามอง “พ่อ..ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” ชั่งใจกับคนที่พยักหน้าพร้อมรับฟัง “เรื่องอะไรที่จะทำให้พ่อกับแม่ผิดหวังมากที่สุดครับ”

          พ่อเลิกคิ้ว “ผิดหวังกับอะไรลูก?

          “ก็..กับตัวผม..” เขาพึมพำ “มีเรื่องอะไรไหมที่พ่อกับแม่กลัว..”

          “ไอ้ลูกน้อยกลอยใจของพ่อ” แกหัวเราะเบาๆ ดึงลูกชายคนเล็กไปกอด “อะไรที่ทำให้ลูกคิดมากขนาดนั้น บอกพ่อมาได้ไหม เราจะได้มานั่งคุยกัน”

          “พ่อบอกผมก่อนสิ..” กรกฎต่อรอง กลั้นใจฟัง

          ..ถ้าพ่อกับแม่กลัวเรื่องที่เขาจะไปรักไปชอบผู้ชาย..เขาจะทำอย่างไร..

          “เด็กโง่” พ่อยิ้ม “ไม่มีอะไรในโลกทำให้พ่อกับแม่กลัวหรือผิดหวังได้เลย เพราะพ่อกับแม่ไม่เคยคาดหวังให้ลูกต้องทำตามความคิดความต้องการของเรา”

          กรกฎนิ่งเงียบ ความไม่มั่นใจ ไม่แน่นอนที่เขาคิดเอาไว้ค่อยๆหายไป

          “ต่อให้ในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต กลอยจะทำเรื่องที่คนอื่นไม่เข้าใจ แต่จำเอาไว้..อย่ากลัวว่าพ่อกับแม่จะตำหนิ หรือหมดหวังอะไรในตัวกลอย”

          กระบอกตาของใครบางคนร้อนผ่าว “พ่อ..”

          “กลอยเป็นลูกพ่อ..ลูกแม่ รู้เอาไว้นะว่ามีพวกเราอยู่ตรงนี้ ครอบครัวของลูกจะเป็นเบาะนุ่มๆคอยรอรับเวลาลูกล้มหรือเจ็บเสมอ” พ่อโยกหัวตัวน้อยอย่างเอ็นดู “ทีนี้ก็บอกมาเถอะ..อยากพูดอะไรกันแน่ครับไอ้ตัวดี”

          กรกฎยิ้มแหย สูดลมหายใจเข้าลึก “พ่อ..” เขาพึมพำ นั่งมองปลายเท้าตัวเอง “ผมคิดว่า..” เงียบไปอึดใจแล้วโพล่งขึ้น “ผมชอบผู้ชายคนหนึ่งอยู่!

          พ่อนิ่งสนิทอยู่ราวๆห้าวินาทีก่อนจะหันมามองหน้า “แค่เนี้ย?

          “ห๋า?” เขากะพริบตาปริบ “ไม่แค่นี้นะพ่อ”

          “ทำไมทำเหมือนเป็นเรื่องใหญ่ หือ..ลูกกลอย”

          “อ้าว..” กรกฎอ้าปากแล้วหุบ อ้าแล้วหุบ “ก็..ก็..ผมแค่ไม่แน่ใจ”

          “ไม่แน่ใจอะไรลูก..แค่ลูกพ่อชอบผู้ชาย ไม่เห็นมีอะไรเลย”

          “ไม่พ่อ..ไม่ได้ชอบแบบเพื่อน ผมชอบแบบ..ฟ..แฟน..”

          “อือ..แปลว่าเราเข้าใจตรงกัน พ่อก็ว่ากลอยชอบเขาแบบแฟนนี่แหละ แต่แล้วไงล่ะ” พ่องุนงง “ไม่เห็นต้องกลัวใครผิดหวังเลย ชอบก็ชอบสิลูก เรื่องของใจมันกำกับกันได้ที่ไหน ลูกมีความรัก พ่อกับแม่ต้องสนับสนุนถึงจะถูก อย่าแย่งใครมาก็พอแล้ว นี่เขาโสดใช่ไหม มีพันธะอะไรหรือเปล่า พ่อหม้าย? มีลูกติด?

          กรกฎเงียบไปอีกสักพักก็พรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก “โสดครับ”

          “ว่าแต่..หล่อไหม ขอพ่อดูหน้าหน่อย ถ้าหล่อน้อยกว่าไม่ยกให้ อิๆ”

          เขายิ้ม..ยิ้มอย่างคนที่สบายใจที่สุดในชีวิต

          ..ขอบคุณนะครับ..

          บ้านของกรกฎอยู่ในตัวเมืองภูเก็ต เป็นคนละส่วนกับร้านอาหาร ส่วนใหญ่แล้วเขาไม่ได้เข้าไปยุ่งกับกิจการของทางบ้าน เป็นหน้าที่ของพี่สาวมากกว่า

          “น้องกลอย~” แม่อ้าแขนรับมาแต่ไกล “แม่ทำของโปรดลูกไว้เต็มเลย”

          กรกฎยกมือไหว้มารดา แต่ยังไม่ทันอ้าปากพูด พ่อก็ตะโกนลั่น

          “แม่! ลูกเรามีหนุ่มมาจีบ!

          “ห๊า?!” แม่เบิกตากว้าง “พูดใหม่ซิพ่อ”

          “เจ้ากลอยมีหนุ่มมาจีบ!” พ่อหัวเราะร่วน “เด็กมันจีบของมันมาตั้งแต่อยู่ปีหนึ่งแล้ว เพิ่งจะมาความแตกเอาช่วงนี้ เห็นว่าปิดทองหลังพระมากเลยนะ ลูกแว่นแตกก็ช่วยดูแล ไม่สบายก็หาข้าวหาน้ำหายาให้ มีล้างทงล้างเท้าให้ด้วย”

          “ตายแล้ว” แม่เอามือทาบอก “นี่ปล่อยเขาจีบมานานขนาดนี้เลยหรือ”

          กรกฎหัวเราะแหะ จมูกกลายเป็นสีแดงขึ้นมา

          “ทำไมไม่ตกลงไปซะตั้งแต่ตอนปีหนึ่งล่ะ..หายากจะตายผู้ชายแบบนี้” แล้วแกก็หันไปคุยฟุ้งกับพ่ออีกหลายเรื่อง ส่วนใหญ่ก็เรื่องของอคิราห์นี่แหละ

          เขาได้แต่ยืนยิ้ม เข้าไปกอดพ่อกับแม่คนละหนุบสองหนุบ

          “ขอบคุณนะครับ..ที่ไม่เคยผิดหวังในตัวผม”

          แม่เลยหันมาหยิกแก้มลูกชายคนเล็กจนยืด ที่จริงพ่อไลน์มาบอกตั้งแต่อยู่ในรถแล้ว แม่เลยรับรู้และเข้าใจได้เร็ว แต่ไม่ว่าจะบอกตอนไหน หรือฟังจากใคร ผลลัพธ์ก็ไม่ต่าง..นั่นคือลูกคนนี้ยังเป็นลูกคนดีของพ่อกับแม่เหมือนเดิม

          “แม่เลี้ยงกลอยมา..หวังไว้อย่างเดียวเองลูก” แกกอดเด็กหนุ่ม “อยากให้ลูกโตมาอย่างมีความสุข ได้ทำในสิ่งที่รักที่ชอบและพอใจกับสิ่งที่เลือก”

          “มันอาจเป็นเรื่องที่บางคนไม่เข้าใจแต่พ่อกับแม่เข้าใจก็พอแล้ว” พ่อว่า

“ลูกเองเป็นเด็กตัวแค่นี้ ยังมีความคิดอยากทำให้พ่อกับแม่มีความสุข ถึงจะฝืนตัวเองก็ไม่เป็นไร ในเมื่อลูกมีใจให้พ่อกับแม่ขนาดนี้ แล้วพวกเราจะไปบังคับให้ลูกมีชีวิตเพื่อสนองความพอใจของตาแก่ยายแก่อย่างเราทำไม”

“พ่อ..แม่” เขากลั้นน้ำตา “ขอบคุณนะครับ..ขอบคุณครับ~”

          กรกฎกอดทั้งสองคนจนตัวกลม ปล่อยให้พวกแกซักฟอกประวัติไอ้เอ๊ะจนขาวสะอาดแล้วถึงได้ปลีกตัวออกมาโทรหามันอีกครั้ง แต่มันก็ยังไม่รับสาย

          เขานั่งขัดสมาธิบนเตียง รอการติดต่อกลับจากมันด้วยความคิดถึง

          ..ถ้าวันนี้ไม่ยอมโทรกลับ เดี๋ยวจะให้พ่อตัดออกจากกองมรดก!..

          กรกฎนั่งเล่นนอนเล่นจนบ่ายกว่า แม่ก็เรียกออกมากินของว่าง

          “มาคราวนี้จะอยู่จนเปิดเทอมเลยไหมลูก” แกเอาขนมหวานมาให้

          “อยู่ยาวเลยครับ คิดถึงพ่อกับแม่” เขาพูดอ้อน

          “แล้วว่าที่ลูกเขยไม่คิดถึงแย่เรอะ” พ่อแซว

          กรกฎเกือบสำลักลอดช่องออกทางจมูก กำลังเช็ดหน้าเช็ดตาก็มีสายเรียกเข้า แม่เป็นคนหยิบมือถือให้ พอแกดูหน้าจอก็ยิ้มกริ่ม พูดแหย่ยกใหญ่

          “หล่อน่าดูเลยน้า~” แกดูรูปอคิราห์ที่โชว์อยู่บนหน้าจอ  

          เจ้าตัวหน้าร้อนผ่าว กระแอมไปสองสามครั้งแล้วกดรับ แต่เพราะว่าพ่อกับแม่พากันแอบฟังหูผึ่ง เขาเลยเดินเลี่ยงออกมาด้วยความเก้อเขิน “ไงมึง..”

          กลอย..ทางนั้นมีเสียงแทรก เหมือนอยู่ในที่ที่ลมพัดแรง

          “อยู่บ้านหรือเปล่า ทำไมเสียงดัง”

          เปล่าอคิราห์ตอบกลับ กูมาดูวิวเล่น

          “อ้าว..ไปเที่ยวกับป๊าม้าหรือ ที่ไหนอ่ะ”

          มาคนเดียว..ลุยเดี่ยวเลย

          “เก๋ามากมึง” เขาหัวเราะ “แล้วนี่อยู่ที่ไหน เหนือหรือใต้?

          แหลมพรหมเทพ..เขาบอก ภูเก็ต

          กรกฎอ้าปากค้าง เกือบทำมือถือหล่น “อะไรนะ? ล้อเล่น?

          เรื่องจริงเขาพูด มาไหมกลอย..มาดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน

 



กรกฎหายใจหอบเหนื่อย กึ่งเดินกึ่งวิ่งจากลานจอดรถพลางโทรศัพท์หาใครบางคน ทั้งที่เพิ่งจะห่างกันมาเมื่อช่วงเช้านี่เอง..คาดไม่ถึงเลยจริงๆ

          เขากดโทรหา ฟังเสียงทุ้มต่ำบอกจุดนัดพบด้วยใจที่เต้นแรง

          พระอาทิตย์ทอแสงบนท้องฟ้ากระจ่างใส เมฆขาวลอยนิ่งอยู่เหนือเวิ้งทะเล ท้องน้ำเป็นสีน้ำเงินเข้ม ตัดกับสีฟ้าสดของด้านบน

          เนินถนนตรงหน้า เห็นแนวต้นตาลขึ้นคู่ ลมทะเลพัดโกรกเป็นเสียงหวีดหวิว เขามองตรงไป ผ่านกลุ่มคนและฝูงชนที่ยืนออจนได้เจอ

          ร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ตรงนั้น มันใส่เชิ้ตสีเข้มกับกางเกงยีนส์ตัวเก่ง สวมรองเท้าผ้าใบคู่โปรด สะพายเป้ใบเดียว มองมาทางเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

          ..หมาหงอยเมื่อเช้าหายไปไหน..เหลือแต่ไอ้หมาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์..

          กรกฎเดินไปหา แต่เพราะไม่ทันใจ เขาถึงเปลี่ยนเป็นวิ่งก่อนจะกระโดดกอดรัดไอ้ตัวดี..ไอ้คนที่ตามกันมาจากกรุงเทพถึงภูเก็ต..เพียงเพราะคิดถึงกัน

          อคิราห์ตั้งหลักรับไอ้ตัวเล็กอยู่แล้วตั้งแต่เห็นมันวิ่งหน้าตั้งเข้าใส่ ช่วงแขนแข็งแรงอ้ารับไอ้กลอยแล้วดึงมันมาแนบแผ่นอก ซบหน้าลงกับไหล่ลาด

          ใครต่อใครพากันหันมามอง แต่พวกเขาไม่สนใจ

          “มึง~” กรกฎกอดมันแน่น “เกิดบ้าอะไร..นี่ตัดสินใจกะทันหันหรือวะ”

          อีกคนหัวเราะ “คิดไว้ตั้งแต่ที่มึงบอกว่าให้หาเรื่องเที่ยว จะได้ไม่เหงา”

          “ห๋า..” เขาเงยหน้ามอง “กูพูดตั้งแต่คราวไปอัมพวา”

          “นั่นแหละ” อคิราห์ยิ้ม “กูมีที่เที่ยวที่เดียวเท่านั้น..คือที่ที่มึงจะไป”

          “ไอ้เอ๊ะ~” เขายิ้มตาปิด ต่างคนต่างกอดกันแบบไม่สนสายตาคนอื่น

          “นั่น..” เขาชี้มือ “กำลังจะตกดินแล้ว”

          มีเสียงพูดคุยดังจอแจ หลายคนหันหน้าไปทางทะเลกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา แสงอาทิตย์จัดจ้านเริ่มโรยลง กลายเป็นประกายสีทองระยิบระยับบนผืนน้ำ ทิวไม้สูงต่ำทอดเงามืดครึ้ม แต่ฉากหลังยังส่องสว่างจับตา

          ลูกไฟดวงกลมโตค่อยๆหย่อนตัวลงสู่ท้องทะเลเวิ้งว้าง ระหว่างแนวต้นตาลคู่ ลำแสงสีส้มสะท้อนผ่านก่อนที่แสงน้อยจะคล้อยลง ทิ้งไว้ให้เห็นเพียงแนวแผ่นดินปลายแหลมที่ทอดยาวลงเบื้องล่าง พร้อมกับความมืดที่แผ่ออกปกคลุม

          คู่รักหลายคู่เอนตัวลงซบกัน มือสองมือกอบกุมแนบชิด

          อคิราห์หันมายิ้มให้คนข้างกัน เขายกมือขึ้นโอบไหล่อีกฝ่าย

“โรแมนติกเป็นบ้า..ใช่ไหมกลอย”

กรกฎพยักหน้าหงึก เอนหัวพิงบ่ากว้าง ปล่อยให้อุ้งมืออุ่นจับตัวเอาไว้

“อยากดูพระอาทิตย์ขึ้นแล้วก็ตกกับมึงแบบนี้ทุกวันเลย”

“มาอยู่ภูเก็ตสิ” เขาหัวเราะเบาๆ มองพระอาทิตย์ที่จมลงผืนทะเล

“ขอตามมาทุกปิดเทอมแทนได้ไหม” อคิราห์ยีหัวมัน เอียงหน้าลงซบกลุ่มผมนุ่ม รู้สึกต่อกันมากมายจนต้องหันไปจูบแผ่วบนหน้าผาก “กลอย..”

“หือ..” กรกฎยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ คลึงนิ้วเรียวยาวเล่น

“ชอบกูบ้างไหม..” เขาพึมพำถาม “เริ่มชอบกูขึ้นบ้างหรือยัง”

“ไอ้พี่เอ๊ะ” เขาหัวเราะ ย่นจมูกใส่ “ปล่อยให้จูบขนาดนี้ยังจะสงสัย!

“อ้าว~ ก็มึงไม่พูด กูจะรู้หรือวะ” คนฟังหน้าร้อนวูบวาบ ก้มลงบีบจมูกมันอย่างมันเขี้ยว “แล้วเมื่อไรจะยอมคบกัน จะขึ้นเทอมใหม่แล้วนะ”

“ถามสิถาม” กรกฎยิ้มยิงฟัน แต่มันดันทำหน้างงใส่ “ถามอีกเด้~”

อคิราห์ปรับสติอยู่ครู่หนึ่งก็กลั้นยิ้มจนเมื่อยแก้ม “คุณกรกฎครับ..”

“ฮื่ออ~” มาแล้ว มาแล้ว..คำถามนี้แน่นอนเลย

..แล้วก็เป็นอย่างที่เขาคิดไว้จริงๆ..

คุณจะยอมเป็นแฟนกับผม..นายอคิราห์หรือเปล่า

..ขนาดเตรียมใจไว้แล้วนะ หน้ายังร้อนเหมือนนาบกับเตาขนาดนี้..

กรกฎได้แต่ยิ้มแก้มปริ สอดนิ้วประสานกับฝ่ามือร้อนผ่าว

“อื้อ..เป็นสิ” เขาอุบอิบแล้วค่อยถาม “กูเป็นยี่สิบสายแรกของมึงไหม”

อคิราห์หัวเราะร่า ชูสองมือขึ้นกลางอากาศแล้วร้องเยส! เขาดึงมันมากอดแนบอก ถ้าไม่ติดว่ามีหลายคนยังเดินไปมาแถวนี้ เขาจะจูบให้หายคิดถึง

“สำหรับกลอยใจของกู..กูบล็อกสายอื่นตั้งแต่แรก..ไว้รอมึงคนเดียว”

“ดีใจ” เด็กหนุ่มยิ้มตาปิด วางคางเกยไหล่กว้าง ความอบอุ่นแผ่ขยายจนลมที่พัดแรงในช่วงย่ำค่ำยังไม่มีผลอะไรกับพวกเขา “กลับกันเถอะเอ๊ะ..”

“อืม..กลับกันเถอะ” อคิราห์ก้มลงหอมแก้มคุณแฟนหมาดๆ “แล้วนี่มึงมาจากบ้านยังไง นั่งรถอะไรมา เดินทางลำบากหรือเปล่า”

          “พ่อมาส่ง” กรกฎจะช่วยถือของแต่มันบอกปัด “นี่พ่อรออยู่ที่จอดรถ”

          คนฟังสำลักแค่ก “พ่อมึงรออยู่?” หันมองอย่างระแวง “เขาเห็นเราไหม”

          คนฟังหัวเราะ “ไม่หรอกมั้ง” แต่ถึงไม่เห็น เขาก็รู้เรื่องของไอ้เอ๊ะกับลูกชายคนเล็กไปหมดเปลือกแล้วแหละ “ว่าแต่..มึงจองโรงแรมไหนไว้หรือเปล่า”

          “ไม่ได้จองหรอก” อคิราห์ยิ้มบาง

          “อ่า..งั้นก็มานอนบ้านกูไหม” เจ้าตัวพูดเสียงเบา

“นี่เป็นจุดประสงค์แรกของกูเลย” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ “กูจงใจโคตรๆเลยว่ะ”

          กรกฎดันแว่นขึ้นไปกองบนจมูก ใบหูกลายเป็นสีแดงก่ำ

          ทันทีที่พาไอ้เอ๊ะขึ้นรถได้ พ่อเขาก็ทักทายและคุยฟุ้งเหมือนรู้จักมานาน พอถึงบ้านยิ่งแล้วใหญ่ ทั้งแม่กับพี่สาวมารุมล้อมเหมือนได้ลูกชายอีกคน กว่ากรกฎจะพาคุณแฟนปลีกตัวไปที่ห้องเขาได้ก็ลากยาวไปหลายชั่วโมง

          “ไปเก็บของแล้วมากินข้าวนะลูกนะ น้องเอ๊ะอยากกินอะไร แม่จัดให้!

          อคิราห์ก้มหัว ยิ้มด้วยความเก้อเขิน “ขอบคุณครับแม่ เดี๋ยวผมมาครับ”

          กรกฎส่ายหัว นึกขำกับครอบครัวตัวเองที่เปิดใจได้ง่ายเสียยิ่งกว่าง่าย

          “นี่กูขอคิดว่ากูกลายเป็นคนโปรดแล้วได้ไหม” อคิราห์กระซิบถาม

          “มึงน่ะเบอร์สอง กูต่างหากเบอร์หนึ่ง”

          อีกคนหัวเราะ ก้าวตามคุณกลอยขึ้นไปบนชั้นสอง ห้องนอนของมันอยู่ด้านหน้า ประตูไม้สีขาวมีป้ายแขวนไว้ท่าทางน่ารักว่า ห้องเจ้าชายน้อย

          “ฝีมือแม่กูเอง” กรกฎบอกยิ้มๆ เปิดประตูให้ “เอาล่ะ..รกหน่อยนะมึ...”

          ความคิดถึงที่สุมทุมมาตั้งแต่ช่วงเช้า กระตุ้นให้อคิราห์ดึงตัวแฟนหนุ่มเข้าหาอ้อมกอด ฝ่ามือใหญ่ดันท้ายทอยเล็กให้แหงนเงย ปากร้อนจัดฉกจูบ สองเท้าเดินรุกเข้าหา ดันแผ่นหลังอีกคนจนชิดกับผนังทั้งที่ปากยังขบคลึงไม่หยุด

          “เอ๊ะ..เดี๋ยว..” กรกฎดึงคอเสื้อมัน ยังมีสติดันประตูปิดลง

          อคิราห์แทรกปลายลิ้นเข้าสู่โพรงปากอุ่น ทั้งดูดดึง ทั้งโลมเลีย แทบไม่เว้นช่วงให้มันหายใจ เขาประคองแก้มกลม เอียงหน้าเข้าหาแล้วจูบต่อ

          “อืออ..” ครางเสียงแผ่วในลำคอพร้อมกับยกแขนขึ้นกอดตอบ

          ร่วมสองนาที กว่าที่คนสองคนจะยอมหยุด พวกเขาหอบหายใจเบาๆ

          “มึงนี่มัน..” กรกฎหัวเราะ มองหาไอ้เอ๊ะในความมืด

          “ก็คิดถึงนี่หว่า” เขาสารภาพ “เมื่อเช้าไม่ได้จูบ กูเลยมาทวง”

          “เว่อร์มากมึง ห่างกันมาไม่กี่ชั่วโมง แถมรู้ทั้งรู้ว่ายังไงก็ต้องได้เจอกัน มึงวางแผนมาก่อนหน้านี้แล้วไม่ใช่หรือไง ยังมาทำเป็นหิวไส้ขาดไปได้” เจ้าของห้องนึกขำ ผละจากมันไปเปิดไฟในห้อง ดีนะไม่ล้มหัวทิ่มกันตายห่า

          “คิดถึงก็คือคิดถึง..มันไม่มีเวลาหรอก” อคิราห์บอก “เป็นปี เป็นเดือน เป็นวัน เป็นชั่วโมง นาที หรือวินาที..มันก็คือคิดถึงเหมือนกันนั่นแหละ”

          ไฟสว่างวาบขึ้น พวกเขายืนมองหน้ากัน แล้วก็ยิ้มทั้งแก้มแดงๆ

          “ปากมึงเจ่อเลย” อคิราห์ชี้บอก

          “เพราะมึงคนเดียว” กรกฎย่นจมูกใส่ พยักพเยิดไปด้านหลัง “เตียงกูห้าฟุต มึงน่าจะนอนได้นะ เอากระเป๋าวางไว้ตรงนั้นก่อนก็ได้”

          แขกของบ้านหันไปมอง แต่แล้วก็ต้องผงะ เบิกตากว้าง “ไอ้กลอย~”

          ห้องขนาดกลางมีของวางอัด ชั้นหนังสือระเกะระกะ เสื้อผ้าใช้แล้วถอดทิ้งเป็นหย่อม กองการ์ตูนสุมกันอยู่อีกมุม ฝุ่นจับเลอะเทอะหนาเป็นปื้น หัวเตียงมีฝุ่นขาว จานใส่เฟรนช์ฟรายเหี่ยวๆ เลอะซอสมะเขือเทศแห้งกรังวางหมิ่นๆบนโต๊ะหนังสือ แก้วน้ำพลาสติกที่มีน้ำอยู่ก้นแก้ว มีลูกน้ำว่ายเล่นเป็นฝูง

          อคิราห์มองตาค้าง ยกขาหลบแมลงสาบที่วิ่งแซ่กๆผ่านไปแทบไม่ทัน

          “นอนได้ไหม” กรกฎยิ้มให้

          “มึง~” เขาโยนเป้ทิ้ง “ทำ ความ สะ อาด เดี๋ยว นี้!

          ..กลอยใจของกู..โสโครกฉิบหาย..น้ำตาแม่งแทบไหล..

          มหกรรมทำความสะอาดครั้งใหญ่เริ่มขึ้นตอนสองทุ่ม พ่อกับแม่และพี่สาวถึงกับมายืนออเพื่อให้กำลังใจ ซ้ำยังเป็นหน่วยส่งน้ำส่งเสบียงให้อีก

          กว่าห้องของกรกฎจะเรียบร้อยสะอาดดีก็ปาเข้าไปตีหนึ่งครึ่ง อคิราห์ลากตัวที่ปวดเมื่อยสุดๆไปอาบน้ำแล้วคลานกลับมาขึ้นเตียงตอนตีสอง

          “ไอ้เอ๊ะ~” กรกฎนั่งขัดสมาธิบนฟูกที่ถูกปัด เปลี่ยนผ้าปูใหม่แล้ว

          “อย่างแรกของการเป็นแฟนกันเลยนะ” อคิราห์ทิ้งตัวลงนอนคว่ำ ปวดหัวตุบๆ “กูรับได้ที่มึงขี้เกียจนะกลอย..แต่ขอร้องเหอะ..ทำความสะอาดบ้าง”

          หนุ่มแว่นยิ้มแหย “กูเพิ่งกลับมาเมื่อเช้าเอง~”

          “พรุ่งนี้ต้องรื้อของในตู้มาทิ้งนะ กูจะช่วย” เขาพึมพำ

          กรกฎหัวเราะอย่างสำนึกผิด เขามองคนที่เงียบไปสักพักแล้วก็ขยับเข้าหา เขย่าไหล่มันเบาๆ “เอ๊ะ..” เขาพูดเสียงค่อย “เอ๊ะ..”

          ..สลบเหมือดไปแล้ว..ไม่ทันได้จูบราตรีสวัสดิ์..

          เขายิ้มเจื่อน ค่อยๆพลิกตัวมันนอนหงาย ลากเท้าที่เลยปลายเตียงเพื่อจะดึงให้มันนอนบนหมอน ก่อนเอาผ้าห่มใหม่เอี่ยมที่เก็บไว้ในตู้มาห่มให้

          กรกฎแอบมองแฟนที่แสนดีของเขาอยู่สักพักก็เดินไปปิดไฟ แผ่นเรืองแสงที่แปะไว้บนเพดานสะท้อนเป็นรูปไดโนเสาร์ เด็กหนุ่มปีนขึ้นฟูก สอดตัวลงใต้ผ้านวมผืนใหญ่ เครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำทำให้เขาซุกตัวลงนอนซบแผงอกอุ่น

          ปากอุ่นจัดแตะจูบบนสันกราม เลยไปยังแนวแก้ม..กับเรียวปากได้รูป

          “เหนื่อยหน่อยนะมึง..ถ้ามีกูเป็นแฟน” เขากระซิบ “แต่อะไรที่ทำตัวไม่ค่อยดีก็จะพยายามปรับปรุงเพื่อมึงนะเอ๊ะ..ให้สมกับที่มึงทำเพื่อกูมาตลอด”

          กรกฎเอาหัวหนุนแขนแข็งแรง กอดมันแน่น

          “กูน่ะ..แพ้ใจมึงแล้ว..แพ้จน..รักมึงเข้าให้แล้ว” เขานอนยิ้ม ดวงตาปรือปรอย “สำหรับกู..ยังไงก็ต้องเป็นมึงเท่านั้น..ไอ้คุณอคิราห์”

          ลมหายใจอุ่นๆรินรดต้นคอ แผ่นอกไหวขึ้นสม่ำเสมอ ใครบางคนหลับสนิท แต่คนที่แสดงตัวว่านอนไปก่อนหน้า กลับลืมตาขึ้นกลางความมืด

          เด็กหนุ่มยิ้มบาง เลื่อนมือมาเกาะกุมนิ้วเล็กเอาไว้แล้วดึงขึ้นจูบเบาๆ

เขาเอื้อมหยิบมือถือ ตั้งค่าในโปรไฟล์ถึงสถานะปัจจุบัน..

          ..In a relationship..



FIN



Talk :

ขอขอบคุณทุกท่านที่ิติดตามอ่านกันมาถึงตอนนี้มากๆจ้า วัยเรียนเป็นเรื่องที่เขียนยากมากสำหรับเค้า เพราะไม่ค่อยอินชีวิตช่วงนี้ 555+ หากมีข้ออะไรที่ควรปรับปรุง เสนอแนะ คอมเม้นติชมได้เลยน้า จะพยายามแก้ไขและทำให้ดีขึ้นต่อไปคร้าบ

ขอบคุณสำหรับการเข้ามาอ่าน มาเม้น กดติดตาม กดแชร์ และทุกการพูดคุยในเพจ ในทวิต #เอ๊ะกลอย ตามอ่านทุกอัน (แต่บางอันก็ไม่ขึ้นฟีด..แง) อาจจะเข้าไปพูดคุยบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะนั่งอ่านยิ้มๆ แต่ยังไงก็ขอบคุณมากๆน้าา 

เจอกันใหม่เรื่องหน้าจ้า

Nigiri-Sushi





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.488K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,093 ความคิดเห็น

  1. #2093 baekbow (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 13:25

    แงงงง จบแล้วอ่ะ ในที่สุดก็เป็นแฟนกันสักที แถมเลือกสถานที่ขอคบได้โรแมนติกมากกก เราก็กะอยู่แล้วแหละว่าเอ๊ะต้องตามมา 5555 // สำหรับเรื่องนี้ตอนเปิดเรื่องมาก็คือเขากัดกันแรงมาก คือแกล้งกันจริงจังอ่ะ กลอยนี่ดูไม่อยากเข้าใกล้เอ๊ะมากจริงๆ แต่นักเขียนก็เขียนให้รู้ตั้งแต่แรกเหมือนกันว่าเอ๊ะน่ะแอบชอบกลอยอยู่ แล้วพอเอ๊ะเริ่มทำตัวดีกับกลอย มันก็เริ่มละมุนขึ้น เพราะกลอยนี่ก็เป็นคนหวั่นไหวง่ายคนนึงเลย เขาเทคแคร์นิดหน่อยก็เขินไปหมด...ก็เป็นความสัมพันธ์ที่ค่อยๆเป็นค่อยๆไปดี ต่างคนต่างรู้ความรู้สึกของกันและกัน แค่รอเวลาที่จะได้คบกันเท่านั้น น่ารักดี // สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณไรท์สำหรับนิยายน่ารักๆเรื่องนี้ค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #2,093
    0
  2. #2069 aliskyu (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 02:42
    ขอบคุณนะคะที่แต่วเรื่องนี้
    #2,069
    0
  3. #2052 smile_psk (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 17:49
    แอบชอบเพื่อนนี่พูดยากจริง แต่ถ้าพูดออกไปแล้วใจตรงกัน ก็โคตรมีความสุข อย่าว่าแต่กลอยแพ้ใจเอ๊ะ ถ้าเราได้เจอคนที่รักและดูแลเอาใจใส่ขนาดนี้ ก็คงรักเหมือนกันค่ะ

    ขอบคุณสำหรับนิยายน่ารักๆ นะคะ เรากำลังตามอ่านนิยายไรท์ เลยมาอ่านเรื่องนี้ด้วย รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นวัยเรียนอีกรอบ สนุกดีค่ะ ชอบๆ
    #2,052
    0
  4. #2050 ywantane (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 10:24
    ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆ สนุกๆ นะคะ 💞
    #2,050
    0
  5. #2049 PCB614 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 12:54
    ง่ะ น่ารักจังเลยค่ะ

    กว่าเอ๊ะจะสารภาพรักกับกลอยได้ แต่พอพูดออกไปแล้วก็ปากว้านหวาน ตั้งรับแทบไม่ทัน กลอยก็น่ารัก เขินตลอดเลยย อยากอ่านตอนสเปเชี่ยลเลยค่ะ ตอนเป็นแฟนกันคงจะน่ารักมากแน่ ๆ
    #2,049
    0
  6. #2031 blueeyes111 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 00:03
    น่ารักก เป็นเรื่องที่น่ารักและอบอุ่นต่อใจคนอ่านมากเลยค่ะไรท์ ชอบเรื่องนี้มากๆเลย ดีไปหมดเลยอะ ประทับใจมาก แอบอยากให้มีต่ออยากรู้ตอนที่พวกเพื่อนๆรู้จะเป็นไง แง~อยากให้มียาวๆเลย
    #2,031
    0
  7. #2001 Jinnapat26 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 22:23
    ชอบมากเลยค่ะ อ่านกี่ครั้งก็ยังประทับใจ
    #2,001
    0
  8. #1991 aoey-taliw (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 02:40
    เรื่องนี้น่ารักมากๆๆๆๆ อ่านแล้วอบอุ่นไปทั้งใจเหมือนได้เติมพลังเลย
    #1,991
    0
  9. #1988 alphaa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 04:31
    น่ารักทุกเรื่องเลยอ่า ดีต่อใจจจจ
    #1,988
    0
  10. #1987 Giina (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 02:55

    เรื่องนี้ดีต่อใจจัง น่าร๊ากกก #จิกหมอน

    #1,987
    0
  11. #1985 Hare-Akira (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 16:13
    เรืีองนี้ดีมากกกกกก อยากอ่านอีกจังเลยค่ะ ฮือออออ
    #1,985
    0
  12. #1969 Nuthathai Por (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 13:10

    ชัดเจนขนาดนี้ รักมากขนาดนี้ ปล่อยผ่านไม่ได้แล้วล่ะกลอย

    ขอบคุณไรท์มากเลยนะคะสนุกมาก ๆ

    #1,969
    0
  13. #1951 Zzalaza (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 10:59
    เป็นเรื่องที่อยากให้มีต่ออีก2-3ตอนเลยค่ะ อยากอ่านตอนเค้าเป็นแฟนกันแล้ว ต้องน่ารักมากแน่เลย~ เอะต้องหลงแฟนมากแน่ๆ แต่ก็ขอบคุณที่แฟนฟิคดีๆสนุกๆให้อ่านนะคะ ชอบมาก💗
    #1,951
    0
  14. #1949 Ezizen (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 00:18
    อย่าว่าแต่กลอยเลย เรายังแพ้ใจให้น้องเอ๊ะะะ คนดีที่หนึ่ง
    #1,949
    0
  15. #1947 MyJS (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 21:44
    ขอบคุณสำหรับเรื่องราวความรักที่อบอุ่นปนเสียงหัวเราะนะคะ
    #1,947
    0
  16. #1926 CHA-MO-MILE (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 23:57
    แบบบบ .... อิจฉาได้เรยคนนี้

    ชอบ
    ขอเบอร์

    เบอร์คนขายประกันไม่เอา
    #1,926
    0
  17. #1920 🤘🏻🍑 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:12
    น่ารักมากๆๆๆๆๆ ขอบคุณคุณข้าวปั้นค่ะ
    #1,920
    0
  18. #1899 praewii (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:53
    อ่านจบภายใน 1 วัน สนุกมากก ขอบคุณคุณข้าวปั้นสำหรับนิยายน่ารักๆแบบนี้นะคะ
    #1,899
    0
  19. #1898 withfluffyp (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:05
    ชอบนิยายของคุณข้าวปั้นมาก ฮือ ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ
    #1,898
    0
  20. #1881 MB.임지수GOT7 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 00:25
    เอ๊ะคือหลัวออฟเดอะหลัว ดีงามพระรามเก้า
    #1,881
    0
  21. #1864 heykiki (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 23:16
    แสนน่ารักกก เป็นเรื่องที่ฟีลกู๊ดไม่เศร้าเลย เอ๊ะก็ดีต่อใจกลอยก็น่ารัก ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีดีมห้อ่านะคะ ขอบคุณค่ะ
    #1,864
    0
  22. #1861 Kamobee (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 21:08
    ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆน่ารักๆแบบนี้นะคะ
    #1,861
    0
  23. #1844 jiyuri006 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 15:25
    น่ารัก♡
    #1,844
    0
  24. #1843 duckii_memo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 03:33
    ฮือออออ น่ารักมากเลยค่ะ ดีมากๆ แงงงง ขอบคุณที่เขียนจนจบนะคะ
    #1,843
    0
  25. #1838 Mookateam (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 22:31
    อบอุ่นหัวใจมากเลยแงงงง ฉากหนูกลอยกับคุณพ่อคุณแม่คือซึ้งมากร้องไห้
    #1,838
    0