It Had To Be You [Yaoi]

ตอนที่ 10 : Chapter 9 : 'ใคร' ที่หวั่นไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,164
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,465 ครั้ง
    27 พ.ค. 61











Chapter 9


 


อคิราห์กำลังรู้สึกหงุดหงิด มีอะไรบางอย่างไม่เหมือนเดิมมาหลายวันแล้ว

          “เป็นอะไรไอ้เอ๊ะ” อินทัชมองคนที่เหวี่ยงเป้ลงกับโต๊ะเรียนท่าทางไม่สบอารมณ์ “กินห่าอะไรผิดสำแดงมา หน้าตาบอกบุญไม่รับเลยนะมึง”

          ร่างสูงไม่ตอบ เขาจ้องไปยังคนที่นั่งตัวลีบอยู่กลางกลุ่ม

          กรกฎที่กำลังเฮฮาในหมู่เพื่อนหันมามอง พอเห็นสายตาดุๆของอีกคนก็รีบหันหนี ยกหนังสือขึ้นมาปิดหน้า โผล่มาแค่หัวยุ่งๆกับใบหูที่เป็นสีแดงก่ำ

          นี่แหละ..สาเหตุที่ทำให้รำคาญใจ ไอ้กลอยหลบหน้าเขา!

          ตั้งแต่กลับจากงานวันเกิดเฮียอั้มคราวนั้น ไอ้กลอยดูจะพยายามหลบเลี่ยงอย่างไรชอบกล ทั้งไม่ไปไหนมาไหนตามคำชวนของเขาสองต่อสอง ชอบแทรกตัวไปเดินตรงกลาง ขนาบข้างด้วยไอ้จินไอ้รันไอ้โอ๊ต ทิ้งให้เขารั้งท้ายไม่ก็ถูกผลักกระเด็นออกไปอยู่มุมอื่น หรืออย่างเวลานั่งรถมาเรียนกันสี่คน ไอ้กลอยจะรีบเข้าไปนั่งชิดประตูแล้วลากแขนไอ้จินหรือไม่ก็ไอ้รันตามติดไปด้วย

          ที่ทำให้โมโหยิ่งกว่า คือพอเขาอ้าปากชวนคุย มันก็เดินหนีไปเสียฉิบ ทั้งหลบสายตา ทั้งตกประหม่า ดูอ่อนไหว ไปไม่เป็น แตะนิดแตะหน่อยทำเป็นสะดุ้ง ทำคล้ายกับว่ามันถูกผีเข้า ส่วนเขาเป็นพระคอยตามสาดน้ำมนต์อย่างนั้น

          ที่มหาวิทยาลัย มันยังพอหลบหลีกเขาได้ง่ายเพราะมีไม้กันหมาเยอะ แต่พอกลับถึงบ้าน ทั้งที่คิดว่าเป็นเวลาเหมาะสม มันกลับใช้ความไวชิ่งเข้าห้องตัวเอง กดล็อคประตูแน่นหนา ไม่โผล่ออกมาเลยจนเช้าอีกวัน เวลาไหนที่ต้องออกมาข้างนอก มันก็จะชวนไอ้จินหรือไอ้รันตามติดไปเป็นเงาแทนตลอด

..ชักจะหงุดหงิดใจมากขึ้นทุกทีแล้วนะ..

          ..มีอะไรก็ว่ามาเลยสิวะ!..

          “ไอ้กลอย” อคิราห์เรียก ดิ่งไปหาคนที่ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือกลับหัวอยู่ เขาดึงการ์ตูนเล่มนั้นออกจากมือมันแล้วคว้าแขน “กูมีเรื่องจะคุย”

          เพื่อนๆเลิ่กลั่ก หันมามองหน้ากัน แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร อาจารย์ก็เข้ามาในคลาส ต่างฝ่ายเลยต้องสลายตัวกลับไปนั่งที่ของตนเอง

          อคิราห์นั่งเรียนอย่างหงุดหงิด อดทนรอกระทั่งหมดคาบ พอเพื่อนๆเริ่มเก็บกระเป๋า เขาก็หันไปหาไอ้กลอยอีกครั้ง แต่เหลือเชื่อเถอะ..มันหายไปแล้ว!

          “ไอ้กลอยไปไหน” เขาถามไอ้จินกับไอ้รันที่นั่งติดกับมัน

          “มันบอกว่าปวดขี้ อยากเข้าห้องน้ำ” เนรัญตอบ

          จิณณ์เก็บหนังสือลงเป้ “มีอะไรกันหรือเปล่ามึง อย่าทะเลาะกันนะ”

          อินทัชที่นั่งติดกับอคิราห์ส่ายหัว “ไอ้เอ๊ะ..มึงก็อย่าแกล้งมันให้มาก”

          “กูน่ะหรือ” เขาหัวเราะหึ “กูเคยรังแกมันหรือไง”

          เพื่อนๆอีกสามคนประสานเสียง “มึงนั่นแหละตัวดี”

          อคิราห์มุ่นหัวคิ้ว “อะไร..กูทำอะไรมัน แค่แหย่นิดแหย่หน่อย พักหลังก็ไม่ได้แกล้งแล้ว” เขาต่างหากที่เป็นฝ่ายหัวหมุนเพราะมัน

          “อย่ามา..เมื่อก่อนมึงน่ะเอะอะก็หาเรื่องมันตลอด ถึงพักนี้จะซาลงแล้วก็เถอะ เป็นกูคงไม่ไว้ใจหรอก” เนรัญบ่น “แล้วนี่ไปทำอะไรมันอีกหรือเปล่า”

          “เปล่า” เขาเถียงไม่ออก ได้แต่ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด  

          “ระวังเข้าเถอะไอ้เอ๊ะ ไอ้กลอยกลัวมึงขึ้นมาวันไหนจะเสียใจ” จิณณ์ว่า

          อคิราห์นิ่งอึ้ง หัวใจเย็นวาบเมื่อนึกขึ้นได้ “มันมาพูดอะไรกับมึง?

          “ไม่ได้พูด” จิณณ์หรี่ตามอง “สารภาพมาเลยไอ้ควาย มึงทำอะไรมัน”

          เด็กหนุ่มขมวดคิ้วแน่น จะทำอะไร เขาน่ะหรือจะกล้า แต่ก่อนน่ะหยอกและแกล้งจริง แต่มันก็เป็นไปตามประสาผู้ชายที่ชอบเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีแรงๆ แล้วก็มักจะมันเขี้ยวสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ เห็นแล้วอยากจับ อยากบีบ อยากบี้ แต่ทั้งหมดที่ทำไปก็เพราะความเอ็นดูล้วนๆ ไม่ใช่ว่าเกลียดชังมันเลย

          จนกระทั่งมาช่วงหลัง เขาถึงเปลี่ยนวิธีเข้าหา เพราะเมื่อไรที่ทำดีกับมัน ไอ้กลอยจะว่าง่าย จะยิ้มให้จนตายิบหยี ทำหน้าสว่างไสวเหมือนโลกทั้งใบเป็นทุ่งผลไม้ เขาเห็นแล้วนึกรักเลยอยากให้มันยิ้มนานๆ ก็เลยคอยตามดูแลตลอด

          ..แล้วนี่อะไร..จู่ๆมันก็เลี่ยงเขา ตีตัวออกห่างอีกแล้ว..

          “เมื่อไรมันจะขี้เสร็จ” อคิราห์ถามห้วนๆ

          “อยากรู้มึงก็ตามไปที่ห้องน้ำสิวะ” อินทัชหัวเราะในลำคอ “กูกลับล่ะ”

          จิณณ์กับเนรัญบอกว่าจะรออยู่ที่สโม ส่วนเขาไปตามตัวไอ้กลอยที่ส้วม

          เขาไม่คิดว่ามันอยากมาทำธุระตอนนี้หรอก มันหลบหน้าเขาต่างหาก

          เป็นจริงอย่างที่คาด พอพ้นห้องเรียนออกมา ไอ้กลอยก็ยืนเหม่ออยู่ตรงหน้าอาคาร สะพายกระเป๋าเสร็จสรรพ เตรียมพร้อมกลับบ้านมาก

          “กลอย!” อคิราห์เรียก “มึงมานี่เลย..ไอ้ตัวดี”

          กรกฎได้ยินเสียงนั้นก็เบิกตากว้าง คิดไม่ทันขาที่ก้าวถอยอัตโนมัติ

          เขาเห็นปฏิกิริยาที่ไม่ผ่านกระบวนความคิด คล้ายว่าเป็นรีเฟล็กซ์จากไขสันหลัง ประมาณว่าเท้าไปถูกของร้อนแล้วชักหลบทันทีก็รู้สึกเจ็บปวดพิลึก

          “มึงเป็นอะไร” อคิราห์สาวเท้าตาม และไอ้กลอยก็วิ่งแน่บ “มึง!

          ร่างสูงวิ่งเข้าใส่ ไม่กี่ก้าวยาวๆ ความห่างของช่วงขาก็ทำให้คว้าตัวมันได้สำเร็จ เขาลากอีกฝ่ายไปข้างอาคาร พวกเด็กคนอื่นหันมามองอยู่ครู่แต่ไม่ทันได้สนใจ เพราะไอ้กลอยที่ตั้งท่าจะเรียกไอ้จินไอ้รันถูกเขาคว้าคอไว้ก่อน

          “เอ๊ะ!..อย่า..” กรกฎยกสองมือปิดปาก “ไม่เอานะ! คนเห็น!

          อคิราห์มองอย่างงุนงง “นี่มึงคิดว่ากูจะทำอะไร..”

          สีเลือดแล่นพล่านขึ้นมากระจุกรวมกันที่สองแก้ม กรกฎหันหนีไปทางอื่น แต่หลบตาไม่ทันไรก็ถูกฝ่ามือใหญ่คว้าเข้าที่คางแล้วจับบีบเสียก่อน

          “อื้ออ..เจ็บ” เขาเตะหน้าแข้งมันเบาๆ

          อีกคนขยับเข้ามา เบียดกันจนเนื้อตัวแนบชิด สองแขนแข็งแรงยันกับผนัง กักตัวร่างที่เล็กกว่าไว้ตรงกลาง ไม่ยอมให้หนีไปได้ “มึงเป็นเหี้ยอะไร”

          “เป็นคน ไม่ได้เป็นเหี้ย” กรกฎเถียง

          “เออ..เป็นคนก็ตอบคำถาม อย่าเลี่ยง” เขาตั้งใจจะเคลียร์ “หนีกูทำไม”

          คนฟังเม้มปากแน่น จมูกเป็นสีแดงก่ำ ร้อนวูบวาบไปหมด “เปล่าหนี..”

          “อ๋อ..ไม่ได้หนีสินะ แล้วเมื่อกี้วิ่งทำไม”

          “ป..ปวดท้อง อยากเข้าห้องน้ำ” โกหกมันคำโต

          “ไหนว่ามึงไปเข้ามาแล้วไง” อคิราห์ดีดแก้มมัน “เอาใหม่..คิดเรื่องใหม่”

          “เอ่อ..” กรกฎล่อกแล่ก “พอดีนึกได้ว่ายังไม่ได้ซื้อปากกา เลยวิ่งไปซื้อ”

          “กลอย” เขาถอนหายใจ ลดแขนลง “มึงกลัวกูจริงหรือวะ”

          “ห๋า..ใครบอก” เจ้าตัวทำตาโต

          ใครกลัว! ไม่ได้กลัวเหอะ แค่ทำตัวไม่ถูกเฉยๆ เขาแค่กำลังอยู่ในภาวะสับสนโคตรๆ ตั้งตัวไม่ติด ตั้งรับไม่ทัน..ก็เท่านั้นเอง

          ลองใครมาอยู่ในสถานการณ์อย่างเขาสิ คนที่เอะอะหาเรื่อง แกล้งบ้าง ด่าบ้าง จู่ๆดันเป็นคนขโมยจูบกันตั้งแต่แรก ปล่อยให้เข้าใจผิด คิดว่าเป็นอีกคน แล้วไหนยังจะแทรกซึมตัวตนเข้ามาในวงจรชีวิตของเขาแบบเนียนๆ ซ้ำยังมีพ่อแม่พี่ให้ความช่วยเหลือ รู้กันหมดทั้งบ้าน มีแต่เขาที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

          ..เป็นใครจะรับได้ทัน..มันก็ต้องถอยฉากออกมาทั้งนั้น..

          “ไอ้จินบอกว่ามึงอาจจะกลัวกู” อคิราห์ตอบ

          “จิน..” พอคิดถึงเพื่อนอีกคนที่ทำให้เขาคิดไปไกล กรกฎก็ยกหลังมือปิดปาก หน้าแดงจัดขึ้นมามากกว่าเก่า ทำเอาคนมองชักจะมีน้ำโห

          “เป็นอะไร..พูดชื่อมันขึ้นมา หน้าแดงเลยนะ” เขาบีบติ่งหูมันแรงๆ

          “โอ๊ย..เจ็บนะเอ๊ะ” กรกฎบ่นพึมพำ “ไม่เกี่ยวกับมึงเหอะ”

          “เกี่ยว!” เขาพูดเสียงดุ “ทุกเรื่องของมึง เกี่ยวกับกูทั้งนั้น!

          คนฟังอ้าปากพะงาบ หูอื้อตาลายคล้ายจะเป็นลม “ท..ทำไม..”

          “ก็เพราะว่ากูน่ะ..” อคิราห์นิ่งไปครู่ รู้สึกหน้าร้อนขึ้นเหมือนกัน “กู..”

          หัวใจของคนสองคนเต้นตึกตัก..ตึกตัก

          แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น..เรียกสติที่หลุดลอยไปไกลของสองฝ่าย

          อคิราห์สบถเบาๆ ยอมผละออกมา แต่อย่างน้อยก็ถือว่าดีตรงที่เขาจะได้ตั้งตัวเหมือนกัน เมื่อกี้โมโหเสียจนเกือบจะสารภาพความรู้สึกออกไปแล้ว

          ..เห็นหน้าด้านแบบนี้ กูก็เขินเป็นนะสัตว์!..

          กรกฎกระแอมเบาๆ ยืนตัวลีบแบนแทบจะกลืนไปกับกำแพงด้านหลังตอนที่ไอ้เอ๊ะรับสาย เขาลอบมองสันมือที่จับโทรศัพท์ มองช่วงแขนยาวที่โอบอุ้มเขาขึ้นจนชิดแผ่นอกในคืนวันที่แกล้งเมา มองเสี้ยวหน้าได้รูปที่โน้มลงจนชิดกัน

          ..และแอบจูบเขาหลายต่อหลายครั้งในความฝัน..

          ถึงรูปร่างของเอ๊ะจะคล้ายจิน มีความมืดพรางตัวจนเข้าใจผิดเรื่องสีผิว แม้ใบหน้าจะลางเลือนไปบ้างเพราะฤทธิ์เหล้า แต่อย่างหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลย จนทำให้เขาต้องฉุกใจคิดย้อนไปถึงหนแรกที่ได้จูบกัน สิ่งนั้นก็คือ..

          ..กลิ่นน้ำหอมของมึงนั่นแหละ! แม่ง~..

          “ม้าว่าไงนะ..” อคิราห์ดูตกใจอยู่บ้าง “แล้วมันเป็นอะไรหรือเปล่า”

          กรกฎหันมาฟัง รู้สึกว่าต้องมีอะไรที่บ้านมันแน่

          “ได้..เย็นนี้เดี๋ยวกลับไป โอเคๆ..เจอกันครับ” พูดแล้วก็ตัดสาย

          “เอ๊ะ..ที่บ้านมีอะไรหรือเปล่ามึง” เขารีบถาม

          อคิราห์ถอนหายใจ “เฮียอั้มมันขับรถไปส่งหมาที่ลูกค้าเอามาฉีดวัคซีน แล้วขากลับดันทะเล่อทะล่า โดนรถเก๋งที่ออกจากซอยชนเอาน่ะสิ”

          “เฮ้ย..” กรกฎตกใจ “แล้วเป็นอะไรมากไหม”

          “กระดูกแขนน่าจะร้าว..ไม่ก็หัก เอ็นเท้าฉีก”

          “ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลอะไรอ่ะ รีบไปหาเฮียกันเถอะ”

          อคิราห์ส่ายหัว “ไม่ได้แอดมิทหรอก มันเอาด้านข้างลง ไม่โดนหัว ไม่ถึงจุดสำคัญ แต่อาซ้อร้องไห้ลั่นบ้านเลย เพิ่งจะท้องอ่อนๆด้วยเลยเสียขวัญ”

          “แล้ว..แล้วทำไงต่อล่ะ” กรกฎกังวลใจตามไปด้วย

          “กูก็คงจะกลับบ้านไปดูแลเฮียพักใหญ่แหละนะ” เขาตอบ ยีผมตัวเองอย่างหนักใจ “เอาเถอะ..ป๊ากับม้าแก่แล้ว พยุงตัวมันไม่ไหว เจ๊ก็เป็นผู้หญิง”

          “ให้กู..เอ่อ..ช่วยอะไรไหม”

          อคิราห์ไม่มีอารมณ์จะทำเรื่องอื่นแล้ว เขาผละออกมาจากไอ้กลอย

          “ไม่เป็นไร มึงก็อยู่กับไอ้จินไอ้รันไปนั่นแหละ กูต้องกลับไปนอนบ้าน”

          กรกฎมองคนที่ถอยห่างจากตัวเขา ไม่รู้ทำไม..รู้สึกว่าใจ..วูบหาย

          “อย่างนั้นหรือ..”

          “อืม” อคิราห์เดินนำ พูดโดยไม่หันมอง “มึงจะได้ไม่ต้องหาเรื่องหนีกูไง” 

          ใครอีกคนอ้าปากค้าง ยกมือจะเรียกไอ้เอ๊ะที่ก้าวออกไปไกล แผ่นหลังกว้างของมันเล็กลงเรื่อย โดยที่เขาเองอยู่ในสภาพที่ยักแย่ยักยัน คิดอะไรไม่ออก

          ..ปัดโธ่เว้ย..ให้เวลากูหน่อยสิไอ้เลวเอ๊ะ!..

 


...............................................................................



อาทิตย์หนึ่งแล้วที่อคิราห์กลับไปนอนบ้านตัวเอง และมาเรียนด้วยสภาพที่ดูเหนื่อยไม่น้อย พอถึงคลาส ถ้าไม่นั่งหลับบ้างก็แอบงีบบ้าง เฉพาะวิชาที่มีการเคลื่อนไหวเท่านั้นถึงจะดูมีเรี่ยวแรง แต่ที่ชัดเจนกว่านั้น คือไม่ได้มายุ่งวุ่นวายกับกรกฎอะไรจนมากความ เรียกว่าดำเนินชีวิตกันไปตามปกติแบบเดิม

          “พี่ชายมึงเป็นยังไงบ้างวะไอ้เอ๊ะ” เนรัญถาม จะไปเยี่ยมมันก็ว่าเกรงใจ

          “เฮียแม่ง..ป่วยแล้วงี่เง่าฉิบหาย” อคิราห์ลูบหน้าตัวเอง เล่าว่าเขาต้องคอยดูแลมัน เช็ดตัวให้ พาไปเข้าห้องน้ำ คอยพยุงเวลาจะไปไหน แล้วเรื่องที่ร้านสัตวะก็ต้องช่วยเคลียร์ตัวที่เจ้าของเอามาฝาก แต่เคสใหม่งดรับชั่วคราว

          “อาซ้อกูก็ต้องมาคอยดูแลผัวขี้งอแงไปด้วย ที่ร้านขนมเลยหยุดไปก่อน ใครแม่งจะรู้วะว่าเฮียกูไม่สบายแล้วจะน่ารำคาญเหมือนเด็กมัธยม น่าเตะฉิบ”

          “ใจเย็น..นั่นพี่มึง” จิณณ์หัวเราะ “ไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้วล่ะน่า”

          “เออ..แต่กูเหนื่อยไง อ่านสือสอบอีก แม่ง..” เขาฟุบหน้าลงกับโต๊ะ

          กรกฎนั่งฟังอยู่ห่างๆ พออาจารย์มา ทุกคนก็กลับเข้าที่ อาศัยจังหวะนั้นขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้แล้วสะกิดใครบางคนเบาๆ “มึง..มึง”

          อคิราห์หันมอง “มีอะไรวะ”

          เขานิ่งไปอึดใจ นึกสงสัยอยู่บ้างที่น้ำเสียงของมันดูห้วนชอบกล หรือว่ามันยังโมโหเขา หรือว่ามันเหนื่อย หรือว่ามันรำคาญ หรือว่ามัน..ไม่อยากคุย

          “นี่..กูแบ่งให้” เขาเอาน้ำเปล่าเขี่ยหลัง มาพร้อมหลอดเสร็จสรรพ

“แบ่งให้กูทำไม” อคิราห์หันกลับ “ไม่ได้เป็นอะไรกับมึง”

กรกฎชะงัก ไม่แน่ใจว่าหูฝาดหรือมันตัดพ้อเขาจริงๆ

..เดี๋ยวนะ..นี่มึงเปลี่ยนกลยุทธ์อะไรหรือเปล่า ตามไม่ทันเลย..

..แต่ที่แน่นอนกว่านั้น..มันรู้สึก..แปลกๆจริงด้วย..

“ก็ไม่ได้มีน้ำใจหรอก” เขาพึมพำ “วันนี้มีโปรซื้อหนึ่งแถมหนึ่งเฉพาะกู”

          คนที่นั่งหันหลังให้ไม่ได้ตอบ เพียงแต่เอื้อมมารับขวดน้ำแล้วยิ้มบาง

          ..สัตว์..โปรหนึ่งแถมหนึ่งนั่นมันมุกกู ขอร้องอย่าเลียนแบบ!..

          คลาส Gened วันนี้คือวิชาดูนก เป็นการเข้าเรียนครั้งสุดท้ายก่อนที่จะมีการเข้าค่ายที่จังหวัดกาญจนบุรี และเพราะปีนี้มีวันหยุดติดกันสามวัน อาจารย์เลยให้นิสิตเลือกเอาเองว่าจะไปแค่สองวัน หรือจัดสามวันสองคืนไปเลย

          “สามวันสองคืนดีกว่าครับ จะได้ไม่เหนื่อย” ส่วนใหญ่ออกเสียงตามนั้น

          “โอเค..งั้นก็แบ่งกลุ่มสามกลุ่มนะคะ แต่ละกลุ่มจะได้หัวข้อการพรีเซ้นท์เรื่องนกประจำถิ่นต่างกัน วันแรกที่เราไปก็พักผ่อนตามอัธยาศัย วันที่สองจะเป็นการเดินสำรวจแถวเขื่อนกับสำรวจนกป่า ตอนกลางคืนนำเสนอผลงาน แล้ววันที่สามก็เดินทางกลับ ข้อสอบของวิชาจะอยู่ในคอร์สบรรยายนี่แหละ”

          อคิราห์ กรกฎ เนรัญ และจิณณ์ได้อยู่กลุ่มเดียวกันตามเคย ส่วนคนอื่นก็แบ่งตามคณะที่เรียนอยู่ ไม่ก็แยกย้ายกันไปให้ครบคน พวกเขาได้ห้องนอนหนึ่งห้อง มีเตียงสองชั้นอยู่สองหลัง ซึ่งก็พักได้สี่คนพอดี

          “แล้ววันเข้าค่ายมึงเอาไงไอ้เอ๊ะ” จิณณ์ถาม “ให้ไปรับไหม”

          “เจอกันที่คณะเลย ช่วงนี้กูต้องดูแลเฮียไปก่อน”

          กรกฎนั่งเงียบๆ ตั้งใจเรียนจนกระทั่งหมดคลาส พอเพื่อนๆกำลังจะแยกย้าย เขาก็รอช่วงที่จินกับรันเดินออกจากห้องแล้วพูดกับไอ้เอ๊ะที่นั่งหาว

          “เย็นนี้ขอไปที่บ้านได้ไหม” เขาอุบอิบ

อคิราห์เหลือบมอง ขมวดคิ้วแน่น “ไปทำไม”

“เยี่ยมเฮียอั้ม”

“ไม่ต้องหรอก” ร่างสูงยกเป้ขึ้นสะพาย “มันดีขึ้นแล้ว”

“มึงไม่ให้รันกับจินไปก็พอจะเข้าใจนะเว้ยว่าเกรงใจพวกมัน” กรกฎบ่น “แต่กูเคยไปบ้านมึงสองครั้งแล้ว รู้ว่าเฮียไม่สบายยังจะไม่ไปเยี่ยม มันน่าเกลียด”

“ก็กูไม่อยากให้มึงไป” อคิราห์ตอบสั้นๆ “ชัดพอไหม..คุณกลอย”

เจ้าของชื่อทำตาโต นิ่งอึ้งจนโต้ตอบไม่ทันกระทั่งมันเดินหายออกไป

..ไอ้เชี่ยเอ๊ะ..ไอ้เพื่อนเลว..ไอ้ผีเปรต!..

กรกฎด่ากราดอยู่ในใจ ไอ้ห่านี่กินอะไรผิดสำแดงมา มึงมันผีเข้าผีออก!

อคิราห์ที่โบกมือให้ไอ้จินกับไอ้รันหันมองคนที่ทุบโต๊ะตุบๆอยู่ตามลำพัง เขาถอนหายใจออกมา ไม่รู้ว่าจะยิ้มดีหรือไม่ยิ้มดีที่ทำตามคำแนะนำของเจ๊อิง

“อาตี๋..รู้จักใช้จิตวิทยาในการจีบคนบ้างสิวะ”

“อะไรอีกล่ะ” เขาฟังสาวโสดที่สถานะไม่การันตีความน่าเชื่อถือเลย

“เวลาจะจีบใครเนี่ย ช่วงแรกๆเรารุกเขาไปแล้วใช่ไหม รุกจนเขารู้สึกว่ามีเราอยู่ในชีวิต สร้างความคุ้นเคย ทำให้เขาชินกับการมีอยู่ของเราให้ได้”

“เออ..แล้วไงต่อ”

“จากนั้นก็เป็นเวลาของการหายหน้าไงล่ะ”

“ยังไงวะเจ๊”

“คนเราถ้าได้อะไรมาง่ายๆ เขาจะรู้สึกเหมือนเราเป็นของตาย คือถึงไม่เรียกร้องมันก็เสนอหน้ามาหาอยู่แล้ว เพราะงั้นต้องทำตัวให้มีค่าบ้าง พอเขาเริ่มชินกับการคงอยู่ของเรา ตอนนี้เราก็ต้องหายหัวออกมา เมื่อไรที่เขารู้สึกว่าการไม่มีเรา มันทำให้เขาไม่เป็นสุข ไม่เป็นตัวของตัวเอง นี่แหละ..โอกาสดีแล้วอาตี๋”

“จะได้ผลหรือวะ”

“เจ๊ใช้วิธีนี้ดักเด็กหนุ่มๆมาได้หลายคนเลย”

“แล้วทำไมไม่คบต่อล่ะ”

“เจ๊สวยเกินไป พวกมันเลยไม่เอา” เจ๊อิงยักไหล่แบบเท่ๆ

..ก็หวังว่าจะกระตุ้นมันได้บ้างนะเจ๊..ถ้าไม่ได้ผล..โดนดีแน่!..

 

กรกฎนั่งรถกลับบ้านมากับจิณณ์และเนรัญ เพื่อนๆคุยกันเรื่องทั่วไป มีมุกตลกบ้าง ซึ่งปกติเขาจะหัวเราะตามจนท้องแข็ง แต่พักนี้รู้สึกมันฝืดเฝื่อนเหลือเกิน

          “เป็นอะไรกลอย..ดูหงอยๆนะมึง” จิณณ์ลูบหัวเพื่อน

          เขายิ้มให้ หลับตาลงสัมผัสกับความอบอุ่นจากมือข้างนั้น น่าแปลกที่ความรู้สึกเก้อเขินมันไม่หลงเหลืออีกต่อไปแล้ว..ตั้งแต่คราวที่มีคนคนหนึ่งเข้ามา

          หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงคิดไม่ถึง แต่หลังจากมีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้น มีเรื่องที่ทำให้เขากับมันได้ใกล้กัน ความรู้สึกห่างเหินก็ค่อยๆเปลี่ยนไป

          แต่จะให้ปรับตัวให้ได้ทันทีกับสิ่งที่มันคิดกับเขาทั้งที่ก่อนนั้นไม่เคยมีวี่แววมาก่อน กรกฎก็ยอมรับว่าอยากได้เวลา ไอ้ประเภทปุบปับอ้าแขนรับ ยอมตกลงโอเคกับมันเลย เขาทำไม่ได้ คนเรามันก็ต้องได้ช่องไว้หายใจบ้างสิวะ

          ..แล้วนี่อะไร..ทำเป็นงอน น้อยใจ ตัดพ้อต่อว่า..

          ..ตัวมันเองก็ยังทำอะไรไม่ชัดเจนสักอย่าง จะให้เขาวางตัวยังไง..

          มาคิดๆดูแล้วก็หมั่นไส้ จนป่านนี้ ไอ้เอ๊ะก็ยังอมพะนำ บอกชอบหรือยัง บอกรักแล้วหรือวะ พอคนอื่นถอยเข้าหน่อยทำเป็นรับไม่ได้ มันน่ะเป็นคนขี้แกล้ง แล้วถ้าทั้งหมดที่ทำมา มันเฉลยว่า อ๋อ..กูแค่อำมึงเล่น เขาจะทำอะไรได้ล่ะ

          กรกฎนั่งหน้ามุ่ยจนกระทั่งถึงบ้าน ไม่มีอารมณ์จะนั่งดูทีวี ไอ้รันมันต้มมาม่าให้กินเขาก็สวาปามเข้าไปจนหมดชามแล้วอาบน้ำขึ้นนอน

          ระหว่างที่กระสับกระส่าย พลิกตัวไปมา นอนมองผนังฝั่งตรงข้ามที่เป็นห้องของไอ้เอ๊ะ มือถือที่เขาปิดเสียงเอาไว้ก็สั่นครืดๆ

          เขาถอนหายใจ คว้ามากดดูกลางความมืดพลางหยีตามองเพราะไม่ได้ใส่แว่น พอเพ่งแล้วเห็นหน้าจอเป็นชื่อ เอ๊ะเขาก็ชะงักกึก ใจเต้นรัวแรงขึ้นทันที

          ..อะไร..โทรมาทำไม..จะพูดอะไรหรือเปล่า..ต้องกดรับไหม..

          มัวลังเลจนสายขาดไป กำลังโล่งอกอยู่ครู่ ไอ้เอ๊ะก็โทรเข้ามาใหม่ เขาชั่งใจอยู่สองสามเฮือก พอจะกดรับ สายก็ขาดไปอีก ทีนี้ลองเปิดเข้าสายไม่ได้รับ ลังเลต่อว่าจะโทรหาดีไหมอยู่ร่วมสองนาที มือถือก็สั่นครืดอีกหน

          “ฮ..ฮัลโหล” เขารับสาย ใจเต้นตุ๊มต่อม

          นอนหรือยังเสียงทุ้มต่ำถามมา

          กรกฎนั่งขัดสมาธิ ลากผ้าห่มมาม้วนอย่างไม่รู้จะทำอะไร “นอนแล้ว”

          อ๋อ..งั้นแค่นี้แหละ

          “เดี๋ยวๆ..” อะไรของมึง~ ไปไวมาไวขนาดนี้ “มีอะไรหรือเปล่า”

          ไม่มีแล้วโทรไม่ได้?’

          “ไม่มีก็โทรมา..ได้” เขาพูดเสียงอ่อย “ว่าไงอ่ะ..”

          จะบอกว่าวันเข้าค่ายเจอกันที่คณะทางนั้นบอกห้วนๆ

          กรกฎพยักหน้า จำได้ว่ามันบอกจินไปแล้วนี่หว่า “อือๆ..” จากนั้นก็เกิดเดดแอร์ขึ้นชั่วขณะ ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เหมือนนั่งฟังแต่เสียงหายใจ

          กินข้าวเย็นหรือยัง

          “กินมาม่าแล้ว..” เขาดึงผมตัวเองหลุดมาเส้นหนึ่ง “มึงล่ะ”

          กินแล้วและเงียบไปอีกครึ่งนาที

          “เอ๊ะ..” กรกฎถูเท้ากับที่นอน ห้องพัดลมของเขามันร้อนชะมัด สู้ห้องของไอ้เอ๊ะไม่ได้ มีทั้งแอร์..มีทั้งพัดลม “มึง..” อยากถามหลายอย่าง

          เฮียอั้มเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นมากหรือยัง อาการทุเลาแล้วใช่ไหม

          ..แล้วมึงน่ะ..เมื่อไรจะกลับมาล่ะ..

          อะไร

          “พูดให้ยาวกว่านี้ไม่ได้หรือไงห๋า แต่ก่อนปากมาก ด่ายาวเป็นหางว่าว”

          มีเสียงหัวเราะหึดังขึ้น ไอ้เอ๊ะไม่ได้ตอบอะไรกลับมา

          “มึง~” เขาลากเสียง “โทรมาแล้วเงียบ โทรมาทำไมวะ”

          กูตั้งใจจะบอกเรื่องเข้าค่ายเท่านั้นแหละ หมดธุระแล้ว..บาย

          ปลายทางเงียบกริบ..เพราะอีกคนมันตัดสายไปแล้ว

          ใครคนหนึ่งรู้สึกใจวูบหล่น เป็นอย่างที่เขาพูดกัน อะไรที่อยู่ในความเคยชินของเรา แล้วสิ่งนั้นหายไป มันก็เป็นธรรมดาที่จะรู้สึกโหวงๆ

          กรกฎค่อยๆวางมือถือไว้ข้างเตียงก่อนจะล้มตัวลงนอนอย่างหงอยเหงา

          ไอ้เลวเอ๊ะ..อย่างน้อยมึงก็น่าจะทำตัวเหมือนเดิมไปเรื่อยๆจนกว่ากูจะตั้งรับได้สิ แค่นี้มันหนักหนานักหรือไง ทีแต่ก่อน ไม่ได้ขอให้มายังเสือกโผล่มาหา

          ..ทีตอนที่กูอยากให้อยู่ อยากไปหาบ้าง..

..แล้วมึงหายไปไหน ปฏิเสธกันทำไมล่ะ..

เด็กหนุ่มถอนหายใจ หลับตาลงทั้งรอยย่นตรงหว่างคิ้ว

 

         


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.465K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,093 ความคิดเห็น

  1. #2086 baekbow (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 00:20
    55555 ไม่แปลกใจที่เจ๊อิงจะเป็นโค้ชให้เอ๊ะได้ เขาว่ากันว่าคนโสดเนี่ยมักเป็นที่ปรึกษาที่ดี
    #2,086
    0
  2. #2063 aliskyu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 01:54
    แผนนี่เอาเรื่อง!!!! มันต้องอย่างนี้
    #2,063
    0
  3. #2042 PCB614 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 00:50
    แผนสำเร็จแล้วนะคะคุณเอ๊ะ

    ฝั่งนั้นเค้าเริ่มรู้ตัวแล้วอะ ครุคริ
    #2,042
    0
  4. #2024 blueeyes111 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 14:39
    ได้ผลวุ้ยย แผนเจ๊อิง
    #2,024
    0
  5. #2009 Haruma_Hunsei (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:43

    แแผนเจ๊อิงเริ่ดมากๆ

    มีเด็กกระวนกระวาย 1 อัตราแน้ววว

    #2,009
    0
  6. #1978 Hare-Akira (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 14:05
    แผนนี้ดี555
    #1,978
    0
  7. #1962 Nuthathai Por (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 22:22

    นิสัยไม่ดีอ่ะเอ๊ะตัวเองไม่ชัดเจนแล้วยังอีก

    #1,962
    0
  8. #1940 MyJS (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 18:59
    โอ๋เอ๋ๆ น้องกลอยเริ่มหงุดแล้ว อดทนหน่อยน้า
    #1,940
    0
  9. #1912 🤘🏻🍑 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:06
    วางแผนกันมาอย่างดี5555
    #1,912
    0
  10. #1911 🤘🏻🍑 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:06
    วางแผนกันมาอย่างดี5555
    #1,911
    0
  11. #1892 withfluffyp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:25
    เหมือนจะได้ผลนะเอ๊ะ555555
    #1,892
    0
  12. #1874 MB.임지수GOT7 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 19:41
    บ้านเอ๊ะนี่ร้ายทั้งบ้าน น้องกลอยก็ตามไม่ใช่ทัน555555
    #1,874
    0
  13. #1854 heykiki (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 13:32
    เอ็นดูความบ้านเอ๊ะ ครอบครัวอบอุ่นมากจริง ๆ 55555555555555 เอาซะกลอยหงอยเลยนะ
    #1,854
    0
  14. #1827 Jekkju (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 21:34
    ทำงานเป็นทีม55
    #1,827
    0
  15. #1816 Jaeyongie (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 21:05
    บ้านเอ๊ะ นี่น่ารักอะ สนับสนุนลูก ทำงานเปนทีม 555555
    #1,816
    0
  16. #1811 MaiNatkamon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 02:24
    เกลียดขบวนการเป็นทีมของบ้านนี้55555 ร้ายทั้งเอ๊ะร้ายทั้งเจ๊
    #1,811
    0
  17. #1798 yada_nara (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 06:23
    สงสารน้องกลอย เอ๊ะแม่งร้ายมาก 5555
    #1,798
    0
  18. #1789 xxiuminx (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 20:56
    น้องกลอยใจจจจจ
    #1,789
    0
  19. #1772 Arisplai (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 15:29
    เคยเป็นมะ อ่านนิยายแล้วมันชาไปยันปลายนิ้วอะ มันเขิน มันอบอุ่น มันซาบซ่า อธิบายไม่ถูก5555555 แต่ที่แน่ๆยิ้มจนแก้มจะฉีกแล้ว
    #1,772
    0
  20. #1756 A-sujiGoZziii (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 19:04

    เอ๊ะรีบกลับมาหาน้องกลอยได้ล้าวววว จะร้องแทนน้องhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-10.png

    #1,756
    0
  21. #1747 PloypailinB. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 01:15
    เอ๊ะขี้แกล้งอะะ ฮืออออ สงสารน้องงง
    #1,747
    0
  22. #1738 nashsha (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 10:34
    โธ่ น้องกลอยของพี่ อย่าเศร้าใจไปเลย ตั้งการ์ดไว้รอรับ-เอ๊ะดีกว่าน้าาาาา
    #1,738
    0
  23. #1716 whitelava blue (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 23:07
    แผนเจ๊อิงสวดยอดด
    #1,716
    0
  24. #1703 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 00:08
    ถถถถรู้กกกแม่
    #1,703
    0
  25. #1689 nun__nutty (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 17:38
    ถถถ แผนเจ๊อิงนี่เอง น่าสงสารน้องกลอย
    #1,689
    0