ครั้งหนึ่งวันนั้นของเจ้าหญิงทรอยแมร์

ตอนที่ 8 : ครั้งหนึงวันนั้น...ที่ฉันเต้นไปตามเกม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 77
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    17 พ.ค. 62




            ในโลกนี้...เช่นเดียวกับโลกที่ฉันจากมา...เวลา...เป็นสิ่งเดินไปข้างหน้า ไม่ไหลย้อนกลับ ดังนั้น ความปรารถนาที่สุดอย่างหนึ่งของฉันคือ การที่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อที่ฉันจะได้เลือกทางเดินที่ดีที่สุด….

แต่มันก็เป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยจะทำได้เลย...การรู้อนาคตหน่ะนะ

 

 

สองชั่วโมงถัดมา พวกเราขี่ม้าจนมาถึงเมืองเมืองหนึ่งที่อาร์วีบอกว่าเป็นเมือง ริมแม่น้ำ....เอาจริงๆนะ ฉันจำชื่อเมืองในเกมไม่ได้หรอก ยิ่งเป็นบทแรกๆด้วยแต่ก็ตามน้ำไปกับอาร์วี .....ในใจก็ค่อยๆนึกไป...ว่าในบทแรกมันเกิดอะไรขึ้นนะ

 

จำไม่ค่อยได้……

 

เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ มาที่ปัญหาตรงหน้าดีกว่า....ฉันจะลงจากหลังม้าตัวนี้ยังไงดี?

.

..

เอ่า อึบ!

ด้วยความช่วยเหลือจากลูค ฉันจึงลงจากม้าได้อย่างปลอดภัยตามคำแนะนำของเขา แต่เมื่อลงมายืนตรงเท่านั้นแหละ อาการปวดเมื่อยต้นข้าจากการขี่ม้าก็เริ่มแสดงออกมา....ฉันจึงยืนขาโก่งอย่างช่วยไม่ได้

“อุ๊ป!

นาวิรีบเอามือปิดปากตัวเอง และกลั้นหัวเราะอย่างเต็มที่

“หึหึ”

เมดี้ที่ยืนอยู่ข้างๆก็เอามือปิดปากตัวเองเช่นกัน แต่เสียงหัวเราะก็ยังลอดออกมา

“ฮะ ฮ่าๆๆ”

ลูคเองก็หัวเราะตามไปด้วย คนนี้ไม่คิดจะกลั้นเลยสักนิด หัวเราะจนตาตี่เป็นเส้นตรง

“เอ๋? หัวเราะอะไรกันหรอ.....อ่ะ.... ฮ่าฮะฮ่าๆๆๆๆ”

อาร์วีที่เพิ่งกลับมาจากการนำม้าไปพักที่คอกถามขึ้น เมื่อเขาเห็นท่ายืนของฉันแล้วก็ขำออกมาด้วยอีกคน

ทำไมไม่ลงไปนอนขำบนพื้นเลยล่ะคะ

...เฮ้อ...แม่ค่ะ...หนูอายจนอยากจะมุดหัวลงดินตอนนี้เลยค่ะ

 

 “องค์ –ฮ่าๆ– หญิง ไปหา ที่นั่ง กันก่อน –ฮ่า–ไหมขอรับ”

นาวิพยายามพูดพร้อมกันกลั้นหัวเราะด้วยความยากลำบาก

“ไปสิ รีบๆเลย นาวิ”

“ฮ่าๆๆๆ”

“หยุดหัวเราเดี๋ยวนี่ เจ้าชายอาร์วี!!

“ก็เธอเดินขาโก่งซะ”

“เจ้าชายลูคคะ เอาเจ้าชายอาร์วีไปเก็บ!

“ฮ่าๆๆๆ แหม่ๆ ไม่ต้องอายหรอกครับ ครั้งแรกก็เป็นแบบนี้ทุกคน ฮ่าๆๆๆ”

เอ่อ...ลูคคะ คำปลอบใจของคุณจะดีกว่านี้ ถ้าคุณไม่หัวเราะเปิดและปิดท้ายประโยคนะคะ!

 

เฮ้อ...พอได้ที่นั่ง ฉันจึงขอให้เมดี้ร่ายเวทรักษาให้ เขาแปลกใจที่ฉันรู้ว่าฉันรู้จักพลังเวทของเขาได้อย่างไร ฉันจึงเปิดหน้าจอขึ้นมาให้เขาเห็น ร่ายเวท(ลากลูกแก้ว)เพิ่มประสิทธิภาพให้เขา และขอเมดี้ก็ใช้พู่กันวาด วงเวทย์รักษา กลางอากาศและส่งมาที่ขาของฉัน

วิ้ง....ขาฉันจึงกลับมาสภาพเดิม ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่ต้องโก่งขาแล้ว

ส่วนเมดี้ก็ท่าทางปลาบปลื้มในสกิลของตัวเองสุดๆ

 

“นี่ เจ้าหญิงอากิ เธอไม่เคยหัดขี่ม้ามาก่อนหรือ?”

อาร์วีถามหลังจากเมดี้รักษาเสร็จ

“เท่าที่จำได้ก็ไม่เคย”

ฉันตอบอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ ตัวฉันเองจริงๆก็ไม่เคยหรอก แต่ร่างของเจ้าหญิงทรอยแมร์นี่......ฉันไม่รู้

“ขออนุญาตขัดสักนิดนะขอรับ เจ้าชายอาร์วี เนื่องจากองค์หญิงอากิไปอยู่ที่โลกอื่นมานาน แถมความทรงจำส่วนใหญ่ก็ขาดหาย เพราะฉะนั้น องค์หญิงจะลืมอะไรไปบ้างก็ไม่แปลกหรอกขอรับ”

แล้วฉันเพิ่งมารู้ทีหลังว่า บรรดาเจ้าหญิงเจ้าชายต้องเรียนขี่ม้ากันตั้งแต่เด็ก

“ใช่ๆ ขนาดเวทมนต์ยังใช้ไม่ค่อยเป็นเลย”

“แล้วองค์หญิงอากิจะรับอย่างหน้าชื่นตาบานทำไมล่ะขอรับ”

“อ่าว...นาวิ สองวันก่อนฉันยังเป็นแค่สามัญชนที่อีกโลกอยู่เลยนะ”

“สามวันต่างหาก เจ้าหญิงอากิ”

“เอ๋?”

ฉันหันไปหาลูคที่บอกว่าสามวัน.....ด้วยความงงของฉัน พวกเขาสามคนจึงผลัดกันเล่าออกมาว่าฉันสลบไปวันหนึ่งเต็มๆ เพื่อปลุกพวกเขาทั้งสามออกมาจากแหวนและขี่หลังพวกเขาเพื่อกลับปราสาท....โอ้ย....ต้นขาของฉันเสียซิงให้สามคนไปซะแล้ว

เอ่อ...มันใช่เรื่องไหม?

 

.

..

...

พวกเราเดินไปรอบๆเมืองตามคำแนะนำของนาวิ เพื่อหาปีศาจกินฝัน

ฉันแอบถามนาวิระหว่างที่เดินว่า เป็นไปได้ไหมที่เจ้าหญิงทรอยแมร์จะเป็นตัวเรียกปีศาจกินฝันเข้ามาหา นาวิขนฟูไปทั้งตัว ตาโตขึ้นด้วยความตกใจ หยุดเดินไป ฉันจึงรีบอุ้มเขาขึ้นมา และเดินตามพวกอาร์วี

พอตั้งสติได้ เขาก็พูดออกมาไม่หยุดจนจบการอธิบาย

เลเวลเจ้าหญิงยังไม่สูงพอที่จะมีสกิลนี้

ฉันสรุปจากที่เขาอธิบายยาวยืดออกมา

 

โอเค ฉันเองก็ไม่อยากเป็นตัวดึงดูดความซวยเหมือนเด็กน้อยนักสืบสักเท่าไร...

 

อ่ะ.... บทแรก ไม่สิ บทแรกมันเดินทางข้ามมิติมา ต้องเป็นเนื้อเรื่องบทที่สอง...ฉันพอนึกออกแล้ว เด็กน้อยพาเที่ยวรอบเมือง ดราม่า เกิดเรื่องแล้วหลับไป...

 

อืม....

การที่ฉันขี่ม้ามาอีกเมืองจะทำให้เรื่องมันเพี้ยนไปไหมนะ...

ช่างเถอะ

 

 

เมื่อเดินมาถึงลานกว้างของเมือง ปีศาจกินฝันก็ปรากฏตัวขึ้นมาจำนวนมาก รูปร่างก็ดำๆเป็นก้อนควัน ชาวบ้านแถวนั้นตกใจ แต่บรรดาอัศวินที่ทำงานได้รวดเร็วก็เข้ามา จัดการกันคนออกไปจากบริเวณนี้ และเมื่อเห็นอาร์วี พวกเขาต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ฉันแอบได้ยินพวกเขาบอกว่า ดีแล้วที่เจอเจ้าชายอาร์วีแถวนี้ จะได้กำจัดปีศาจกินฝันให้สิ้นซาก ไม่ต้องมาคอยไล่ไปแล้วรอมันกลับมาอีก

...นี่ พวกนายเห็นเจ้าชายของอาณาจักรเป็นอะไรกัน? เครื่องมือกำจัดปีศาจกินฝัน?

 

ฉันไม่ได้คิดอะไรต่อจากนั้น ...ฉันก็มีสิ่งที่ตัวเองต้องทำ ฉันเปิดหน้าจอขึ้นมาให้ฉันมองเห็นคนเดียว ลากลูกแก้ว(ร่ายเวท)เสริมพลังให้สามคนนั่น และ...ฉันก็ได้รู้จัก ฟังก์ชั่นของลูกแก้วระเบิด.....

นอกจากมันจะทำลายลูกแก้วรอบๆแบบในเกมแล้ว มันยังส่งก้อนพลังเวทย์มาให้ฉันยิงไปที่ปีศาจกินฝันอีกด้วย แต่ธาตุอะไรนั้นเป็นแบบสุ่ม ดังนั้น ระหว่างต่อสู้ พลังของฉันจึงเป็นสีเขียวที สีฟ้าที สีแดงที สีม่วงที สุ่มๆกันออกมา

โคตรจะรู้สึกภูมิใจเลยอ่ะ //ทำมือเป็นรูปปืนแล้วเป่านิ้วชี้ของตัวเอง

 

 

ส่วนพวกอาร์วี ...ในเกมเราจะเห็นแค่พวกเขาโดดเข้าไปปะทะกับปีศาจกินฝันใช่ไหมล่ะ  แต่ความจริงตรงหน้าของฉันคือ.....อาร์วีเอาดาบใหญ่เข้าไปฟันปีศาจกินฝันอย่างต่อเนื่อง ไม่มีผลัดกันรุกผลัดกันรับเหมือนในเกม....

อืม โอเค แต่พลังของฉันก็จะคอยส่งไปเพิ่มให้พวกอาร์วีทุกๆสิบวิเหมือนเดิม เท่าที่ฉันนับ....อาร์วีฟันร่างของปีศาจกินฝันไปประมาณห้าครั้งปีศาจกินฝันถึงจะสลายไป

ส่วนลูค เขาจะใช้ขลุ่ยร่ายเวทเสียงเพลงออกมา คอยเสริมประสิทธิภาพการโจมตีของอาร์วี  และมีบ้างที่พวกตัวโน๊ตเข้าไปโจมตีปีศาจกินฝัน แต่ส่วนใหญ่จะคอยตรึงปีศาจกินฝันไว้กับที่ได้ช่วงเวลาหนึ่งมากกว่า

ทางเมดี้....สีจากพู่กันของเขาเหมือนกับเป็นยาพิษไปป้ายที่ตัวของปีศาจกินฝัน แสบๆคันๆ แต่ไม่ถึงตาย แต่ดิ้นทุรนทุราย.....และเหมือนจะทำให้ก้อนควันของปีศาจกินฝันมีรูปร่างที่ชัดเจนขึ้น....แต่ถ้าป้ายบนสิ่งอื่น จะไม่เกิดอะไรขึ้น และจะหายไปหลังจากผ่านไปได้สักพัก ซึ่งเมดี้มาอธิบายทีหลังว่า มันเป็นสีที่เกิดจากพลังเวทของเมดี้เอง

อ่า....ตัวโจมตีน้อยไปแหะ จะไปหาเพิ่มที่ไหนดีเนี่ย

 

สายตาที่ซุกซนของฉันละออกมาจากการต่อสู้ และกลับมามองที่หน้าจอโปรงแสง

พอจ้องมองไปที่หลอดHPของแต่ละคน...เอ๋? ทำไมมันไม่รวมกันเป็นหลอดเดียวแบบในเกมล่ะ นี่เป็นของรายบุคคลเลย แถมเมื่อแตะที่ลูกแก้วหัวใจแล้ว ก็ต้องไปกดที่ไอคอนรูปเจ้าชายอีก...

รักษาได้ทีละคนหรือไงค่ะ ม่ายยยยย

 

แต่พอให้เมดี้ใช้สกิวฮีลแล้ว ทุกคนได้รับการเพิ่มHP เหมือนกันหมด เฉลี่ยๆกันไปคนล่ะ สามร้อย...ดีงาม

อ่อ ฉันลืมบอกไป เมื่อฉันกดใช้สกิลแล้ว ประสิทธิภาพการต่อสู้ของเจ้าชายก็จะเพิ่มขึ้น อย่างอาร์วีก็ฟันปีศาจกินฝันได้ทีเดียวสองสามตัว ตามที่อยู่ในวิธีดาบ หรือเวทเสียงของลูคทำให้ปีศาจหายไปได้ทันที...หนึ่งตัวถ้วน ส่วนเมดี้ก็ตามที่บอกไปเมื่อครู่

ฉันรู้สึกเหมือนเล่นเกมออนไลน์MMORPG แบบในนิยายที่ฮิตในช่วงสองสามปีที่ผ่านมานี้เลยทีเดียว


อีกเรื่องคือ ถ้าฉันกดสกิลของเจ้าชายนอกเวลาการต่อสู้ สกิวจะไม่ทำงานจนกว่าเจ้าชายคนนั้นๆจะตัดสินใจใช้ อาร์วียังบอกอีกว่ารู้สึกเหมือนมีพลังเอ่อล้นอยู่ตลอดเวลา และจะไม่หายไปจนกว่าจะได้ใช้พลังนั้นออกมา แถมเมื่อใช้ออกมาแล้ว มันจะออกมาเป็นในรูปแบบใดก็ได้ ตามที่เจ้าชายคนนั้นต้องการ

ถ้าให้ยกตัวอย่าง....ซึ่งมันเป็นเรื่องหลังจากตอนนี้ ฉันลองกดสกิลให้อาร์วีและ เขาก็เอาไปใช้ร่ายเวทจุดไฟเพื่อก่อกองไฟ จากเดิมที่เคยได้แค่เท่าลูกเทนนิส(อาร์วีบอกมา)  ตอนนี้ขนาดใหญ่กว่าลูกบาสอีก และเผาเนื้อกวางที่ล่ามาได้สุกทั้งตัวพอดี

 

 

กลับมาที่กลางเมือง

หลังจากปีศาจกินฝันหายไปจนหมด ฉันขอให้นาวิพยายามตรวจสอบโดยรอบดูอีกครั้ง และพบว่าไม่มีปีศาจกินฝันเหลือในเมืองนี้แล้ว พวกเราจึงเดินทางกันต่อ

 

พวกเราไม่ได้เดินทางไปตามเส้นทางของในเกมหรอก  เราเริ่มเมืองแรกที่เมืองริมแม่น้ำ และไปทางตะวันออก เดินทางไล่ลงไปตามเมืองต่างๆวนตามเข็มนาฬิกา....

ระหว่างทาง ฉันเปิดหน้าจอดูสเตตัสของเจ้าชายทั้งสามไปเรื่อยๆ และเมื่อเห็นความสามารถแฝงของพวกเขาจึงรีบนำออกมาใช้จริงทันทีที่เจอกับปีศาจกินฝัน พวกเราเหน็ดเหนื่อยกันบ้าง หอบกันบ้าง แต่ด้วยเวทมนต์ของเมดี้ รวมกับวิธีใช้ของฉัน พวกเราราวกับได้ยาชูกำลัง...การล้างบางปีศาจกินฝันในอาณาจักรอัลสโตเรียจึงเริ่มขึ้นโดยพวกเราสี่คน และเริ่มมีกองกำลังขนาดเล็กของดยุกคนหนึ่งมาช่วยพวกเราด้วย ...จนกว่าจะกลับไปถึงเมืองริมแม่น้ำอีกครั้ง

 

ระหว่างนั้น ฉันก็ได้รู้จักสกิวของเจ้าหญิงทรอยแมร์เพิ่มขึ้นสองสามสกิล

อย่างเช่น

เวทสลักอาวุธ...ซึ่งช่วยทำให้สิ่งที่โดนเวทนี้สลักลงไปกลายเป็นอาวุธ....

อาจจะดูประหลาด แต่ฉันทดลองครั้งแรกกับก้อนหินกลมที่หยิบมาจากแม่น้ำ และเขวี้ยงแบบนักเบสบอลไปที่ปีศาจกินฝัน...ทะลุ...และสลายไปทันที....

...

หึหึ...เสร็จโจร

จากนั้น ฉันก็เอาพู่กันของเมดี้มาลงสลักเวท...ไม่มีผลอะไรกับปีศาจกินฝัน...อืม....ทำไมนะ แต่เมื่อฉันมองในแง่ดีว่าอาจจะมีวิธีใช้กับอย่างอื่นก็ได้ เมดี้ผู้ไม่คิดอะไรมากก็ค่อยๆลองหากันไป

แต่พอเอาขลุ่ยของลูคมาลงสลักเวท.....ตอนเป่าก็ไม่เท่าไร แต่แล้วเมื่อเอาไปฟาดปีศาจกินฝันโดยบังเอิญ มันก็สลายหายไปทันทีที่โดนตัว.....ตัวเล็กตีแค่เบาๆ ตัวใหญ่ให้ตีแรงๆ

เออ ดี นี่มัน อ้างอิง ตามแบทเทิลสกิวของเจ้าชายในเกมสินะ ดี ดี

ทีนี้ลูคเลยเอาขลุ่ยไปฟาดเล่นอย่างเมามัน

 

 

 

สิบวัน....พวกเราเดินทางไปทั่วอัลโตเรียในสิบวัน

ขอบคุณเวทรักษาสารพัดประโยชน์ของเมดี้ ขอบคุณหัวคิดประยุกต์ที่แสนปราดเปรื่องของลูค...ทำให้ฉันต้องมานั่งสลักเวทบนอาวุธให้กับอัศวินทุกเมืองที่เราผ่าน และขอบคุณอาร์วีที่ทำหน้าที่ไกด์ทัวร์พร้อมตัวแทงค์ตลอดทริปนี้

เลเวลของเจ้าหญิงทรอยแมร์เลยเพิ่มพรวดๆ และของเจ้าชายทั้งสามคนก็ด้วย

 

เมื่อกลับมาที่เมืองริมแม่น้ำอีกครั้ง

หน้าจอก็แจ้งว่าเลเวลของลูคและเมดี้ถึงระดับที่พอจะจุติแล้ว

“นี่...นาวิ ....แล้วฉันจะจุติเจ้าชายยังไงอ่ะ”

“จุติ? คืออะไรหรือขอรับ ใช่อัพเกรดเปลี่ยนชุดหรือเปล่า? ถ้าเช่นนั้นก่อนอื่นก็ต้องซื้อผ้ามาตัดนะขอรับ”

“หืม..แล้วแฟรี่หรือพวกภูติล่ะ?”

“องค์หญิงอากิ เจ้าชายแค่เปลี่ยนชุด จะให้ภูติมาทำไมล่ะขอครับ แถมภูติก็มีอยู่แค่ที่แดนภูติด้วย”

ฉันกระพริบตาปริบๆ

นี่....ตกลงมันอ้างอิงตามเกมไหมนะ หรือเกมในมือถือมันจะลดฟังก์ชั่นบางอย่างไปให้ง่ายต่อการเล่นบนมือถือกันนะ?

ฉันควรมองมันเป็นเกมออนไลน์แทนหรือเปล่า?

ไม่สิ ฉันควรมองตามความเป็นจริงมากกว่า ถึงเวทของเจ้าหญิงทรอยแมร์จะดูคล้ายๆกับอินเตอร์เฟสของนิยายเกมออนไลน์คลื่นสมองก็ตาม

ว่าแต่...สกิวตัดเสื้อผ้า ฉันจะไปหาจากไหนอ่ะ?

 

 To be continue...






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 19:30
    คุณจะได้ตัดผ้ารึตัวนิ้วตัวเองคะเจ้าหญิงอากิ=.=?(ดูมันคิด=-= ใครก็ได้เอาไปลงโลงที!!!)
    #13
    1
    • #13-1 nightya(จากตอนที่ 8)
      5 พฤษภาคม 2560 / 10:39
      ตัดนิ้วคนอื่นค่ะ //ยิ้มอ่อน มองนิ้วอาร์วีที่ช่วยจับผ้า

      5555
      ขอยืมมุกไปใช้นะ
      #13-1