12 God of Prevent เทพผู้คุมครองทั้ง 12

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 ปีศาจผู้มีนามว่าไลเกอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ม.ค. 56

เมื่อเสียงกรีดร้องของมวลมนุษย์ดังขึ้นแบบไม่มีหยุดสิ้น เหล่าปีศาจที่กระหายเลือดก็ปรากฏกายขึ้น ปีศาจที่ฆ่าเมื่อไรก็ไม่


ตายมันมีนามว่า'ไลเกอร์ ' มันไล่ทำลายหมู่บ้านต่างๆมาไม่ต่ำกว่าร้อยและตอนนี้มันกำลังจะทำลายหมู่บ้านในเคนธีรอท


นครที่ใกล้ดินแดนแห่งเทพมากที่สุดในบรรดา 9 นครทั้งหมด


" เจ้ารู้รึป่าว เกรแฮม ว่าเจ้านั่นมันออกทำลายหมู่บ้านอีกแล้ว " เสียงชายหนุ่มผู้หนึ่งดังขึ้นจากนั้นเขาก็กระดกเบียร์ขึ้นดื่ม



" เจ้าสัตว์ประหลาดนั้นอาละวาทอีกแล้ว " ชายวัยกลางคนที่นั่งด้วยกันเอ่ยขึ้นแล้วมองหน้าชายหนุ่มผมสีชาที่อยู่ตรงหน้า


ของตนเองซึ่งมันอาจจะทำให้คนใกล้ตัวกลัวเอาได้



" อย่ามองแบบนั้นสิเกร มันทำให้คนรอบข้างกลัวเอาได้นะ " เสียงหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นเธอค่อยๆวางแก้วเบียร์ลงบน


โต๊ะแล้วยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มทั้งสองแล้วเอ่ยต่อเสียงสูงว่า " แล้วนักล่าปีศาจอย่างพวกนายมากำจัดปีศาจตนไหนละ "



" แอลเธอก็น่าจะรู้อยู่นะ ว่าพวกเราไม่ได้มากำจัดแต่มาสังเกตุการเพียงเท่านั้น " ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งเอ่ยแล้วยิ้มให้หญิง


สาวผมสีม่วง


" แต่ว่านะพวกนายนะ เล่นปลอมเป็นนักล่าปีศาจแบบนี้ จะมีใครรู้ไหมว่าตัวจริงคือ..." หญิงสาวเอ่ยค้างเอาไว้แล้วยิ้มหวาน


จากนั้นนางก็เดินเชิดกลับไปที่บาร์เพื่อทำงานของตนต่อ


" ยังชอบจิกกัดคนอื่นเหมือนเดิมเลยยัยนั้น " ชายหนุ่มนามว่าเกรแฮมเอ่ย


" ถ้าไม่เป็นแบบนี้ก็ไม่ใช่ยัยนั่นนะสิ " ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งเอ่ยแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์จนชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆอดหัวเราะไม่ได้



อีกด้านหนึ่งเหล่าเทพที่ลงมาตรวจตราเมืองก็วุ่นวายกับการใช้น้ำดับไฟที่เจ้าตัวร้ายสร้างขึ้นแต่ไฟนั้นดับอยากมากแต่ก็ใช่


ว่าจะดับไม่ได้



" ไฟนี่มันอะไรกันค่ะ ทำไมใช้วารีเวทย์กับมันถึงไม่ยอมดับไปเสียที" รีสเอ่ยแล้วมองเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างไม่มีแวว


ว่าจะดับหรือวอดไปเลย แต่มันกับลามไปเรื่อยๆเหมือนกลืนกินสิ่งรอบข้างจนหมดแทบจะไม่เหลือแม้แต่เศษซาก



" ไฟโลกัณฑ์ ไฟที่ขยายอาณาเขตการทำลายไปเรื่อยๆและมันจะไม่เผาผู้ใช้มัน " เรอาตอบข้อสงสัยของรีสทันทีที่เจ้าตัว


พูดจบและไม่นานหลังจากนั้นไม่เท่าไรก็มีร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นเขาค่อยเดินออกมาจากเปลวไฟที่ลุกโชน


พร้อมกับถือร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งออกมาด้วยหญิงสาวผู้นั้นมีผมสีชมพูเงางามผิวสีน้ำผึ้งแต่ตามลำตัวมีรอยแผลเต็มไป


หมดทั้งจากการถูกทำร้ายและถูกไฟเผา พอออกมาจากกองไฟชายหนุ่มก็โยนร่างของหญิงสาวไปด้านข้างอย่างรุนแรง


" อ่า~ สวัสดีเหล่ามนุตย์ผู้โง่เขลาทั้งหลาย จงมาเป็นอาหารของซะข้าเถอะ " เสียงชายหนุ่มที่เดินออกมาจากกองไฟที่ลุก


โชนอย่างไม่มีวี่แววว่าจะหยุดและกำลังลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่เขากำลังเดินออกมากลิ่นคาวเลือดก็ฟุ้งโชยเต็มไปหมด



" คงไม่ได้หรอกเพราะทางเราไม่ค่อยว่างซะเท่าไหร่ " ซันไลท์เอ่ยแล้วมองชายหนุ่มตรงหน้า แล้วยิ้มอย่างเป็นมิตร


" ทำไมละหนุ่มน้อย " ชายหนุ่มเอ่ยแล้วยิ้มมาให้ซันไลท์อย่างเยือกเย็น


" ก็เพราะว่าผมจะฆ่าคุณก่อนที่คุณจะกินผม " ซันไลท์เอ่ยแล้วเรียกดาบขนาดเหะมือออกมา


" หืม แน่ใจรึไอ้หนูว่าจะเอาชนะข้าได้ " ชายหนุ่มเอ่ยแล้วค่อยๆกลายร่างเป็นปีศาจที่มีลักษณะที่คล้ายเสือผสมสิงโต


" นั้นสินะ รีสช่วยไปดูหญิงสาวคนนั้นที วอเทอร์น่ากับเรอาหาทางดับไฟก่อนที่ไฟมันจะลามไปมากกว่านี้อีกไม่นานไฟอาจ


จะเข้าไปในเมืองมันอาจจะเกิดความวุ่นวายได้แถมยังมีงานเทศกาลอีก " ซันไลท์เอ่ยแล้วยิ้มให้กับปีศาจที่อยู่ตรงหน้า


" ค่ะ " หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีฟ้าผู้มีนามเรียกขานในหมู่เพื่อนว่ารีสขานรับแล้วเดินไปดูอาการของหญิงสาวที่


ปีศาจหนุ่มตนนั้นเหวี่ยงออกมา รีสค่อยเอามือวางบนร่างกายของหญิงสาวแล้วร่ายเวทย์เพื่อสร้างวงแหวนเวทย์สีขาวที่ใช้


สำหรับการรักษาและตรวจสภาพร่างกายโดนเฉพาะจากนั้นเธอก็พบร่างของเด็กสาวคนนี้มันมีสภาพเป็นยังไงพอรู้ถึงสภาพ


นั้น มือของหญิงสาวก็สั่นเทาทันทีจากนั้นสายธาราก็ไหลรินจากดวงตาสีฟ้าใสของเธอทันทีแถมยังไหลออกมาไม่หยุด


จากนั้นเธอก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอื้นปนความอาลัยว่า " รักษาไม่ได้แล้วเด็กคนนี้เค้าไม่มีชีวิตอยู่แล้วละค่ะ " พอเอ่ยจบหญิง


สาวก็เอามือปิดหน้าของตนแล้วร้องไหออกมาทันทีซึ่งหลังจากรีสเอ่ยออกไปทำให้ทุกคนที่อยู่ในสถานการนั้นอึ้งไป


ตามๆกัน



" รีส " วอเทอร์เอ่ยเสียงเบาจากนั้นเธอก็ร่ายเวทย์น้ำในการดับไฟในทันทีม้ว่าการกระทำนั้นอาจจะไม่ได้ผลก็ตามแต่เธอก็


จะพยายมดับไฟลงให้จงได้เช่นเดียวกับชายหนุ่มเจ้าของเีืรือนผมยาวสลวยสีฟ้าที่กำลังพยายามดับไฟเหมือนเธออยู่


เช่นกันทั้งคู่ลองใช้หลายวิธีทั้งการประสานพลังและการควบคุมพลังต่างๆนาๆแต่ก็ไม่สามารถทำมห้เปลวเพลิงที่ลุกโชน


อย่างบ้าคลั่งดับลงได้


" นี่วอเทอร์น่า ลองใช้ไฟดับไฟไหม " เรอาเอ่ยแล้วมองหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีดำที่ยื่นอยู่ด้านข้างของตนแล้วร่ายเวทย์


เพื่อสร้างวงแหวนเวทย์ไฟในทันทีชายหนุ่มค่อยใช้เปลวไฟหมุนวนไปรอบๆกระท่อมจากนั้นก็ให้เปลวไฟประสานกับเปลว


เพลิงที่ลุกไหม้อยู่พร้อมกับดึงเปลวไฟนั้นมาเป็นของตนแล้วทำให้มันหายไปเหลือแต่ซากกระท่อมที่ถูกไฟเผาจะแทบจะไม่


เหลือเค้าโครงเดินอยู่เลย


" งั้นต่อไปฉันจัดการเอง " หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีดำยาวสลวยเอ่ยพร้อมกับร่างเวทย์เพื่อสร้างเถาวัลย์เล็กๆออกมา


ล้อมรอบเศษสร้างบ้านที่ถูกเผาในทันทีจากนั้นเธอก็ร่ายมนตราบางอย่างซึ่งนั้นมันทำให้บ้านค่อยกับมาอยู่ในสภาพเดิมก่อน


ที่ยังไม่ได้ถูกเผาไปแม้ว่าอาจจะไม่ได้กับมาอยู่ในรูปแบบเดิมก็ตามแต่


" เชอะ ! งั้นข้าขอตัวก่อนละเด้กน้อยทั้งหลายไว้โอกาศค่อยเจอกันไหม " ปีศาจหนุ่มมองไฟที่ถูกดับแล้วมองไปยัง


ซันไลท์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าตนแล้วสร้างหมอกมายาจากนั้นก็ค่อยๆเรือนหายไปท่ามกลางสายหมอก


" หนีไปแล้ว แต่ตอนนี้คงต้องไปดูรีสก่อนแล้วและคงต้องทำอะไรอีกหลายอย่างแล้วค่อยกลับไปหาพวกอัสโตร " ซันไลท์


พึมพำกับตัวเองเบาๆแล้วเดินเข้าไปหารีสแล้วปลอบโยนเธอโดยการเป็นที่ซบให้หญิงสาวได้ระบายอารมย์โดยมีเรอาและ


วอเทอร์น่ายืนมองอยู่ห่างๆ


" เอาละตอนนี้เลิกเศร้าเถอะรีสเราครวจัดการกับร่างของเด็กคนนี้ตามสิ่งทำกันกันดีกว่านะ " วอเทอร์น่าเอ่ยแล้ว


มองรีสจากนั้นก็จับมือหญิงสาวให้ยืนขึ้นส่วนเรอาก็ไปยืนข้างซันไลท์พร้อมกัพร้อมกับใช้เวทย์สร้างหลุมขนาดพอดีตัวของ


ร่างเด็กสาวจากนั้นก็วางร่างหญิงสาวลงในหลุม


" ผมว่าก่อนฝังเราน่าจะพาหญิงสาวผู้เป็นมารดาของเธอมานะ เธอคงอยากจะเห็นใบหน้าของลูกสาวเป็นครั้งสุดท้าย


และคงอยากจะฝังด้วยตัวเองเธอมากกว่า " เรอาเอ่ยยาวหลังจากที่เงียบมองสถานการณ์มาอยู่นานจากนั้นทั้งสี่ก็เดิน


กลับไปหาพวกอัสโตรที่กำลังรออยู่



21 ความคิดเห็น

  1. #20 TyfuuN (@fuun2) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มีนาคม 2556 / 18:07
    สนุกมากค่ะ ^^
    #20
    0
  2. #19 LONDON Night (@pavonratt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 16:47
    100% รึยังงงง บอกด้วยยยยย
    จะได้ไปแก้ไขสักที~~~~~~~

    #19
    0
  3. #18 Midnight (@bofe17) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 09:31
    อัพแล้ว
    #18
    0