Killer Game เกมฆาตกรรม

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 เม.ย. 57

Killer Game เกมฆาตกรรม

บทนำ

ความรู้สึกเวียนหัวชวนคลื่นไส้ พร้อม ๆ กับความหนาวเหน็บที่แล่นมากระทบผิวกายทำให้ผมค่อย ๆ ปรือเปลือกตาขึ้นมาช้า ๆ อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ถึงแม้จะง่วงนอนแทบขาดใจ แต่อากาศหนาวเกินความจำเป็นแบบนี้ใครจะไปหลับตาลงนอนได้กัน

“โอ้ย...”

ความรู้สึกเจ็บแปลบที่ต้นคอ แถมด้วยความรู้สึกเสียดผิวเวลาขยับแขน ทำให้ผมต้องใช้มือซ้ายแตะไปที่ต้นคอตามสัญชาตญาณหลังจากที่พยายามขยับมือขวาแล้วรู้สึกว่ามันหนักผิดปกติ

“เฮ้ย....”

ผมตะโกนลั่น เมื่อเห็นว่าอะไรที่พันธนาการมือขวาของผมอยู่ มันเป็นมือของมนุษย์เพศชายอีกคน ที่กำลังนอนคว่ำหน้าให้หญ้าทิ่มแทงร่างกายเล่นไม่ต่างจากผมเท่าไหร่นัก

ที่นี่...มันที่ไหน ???

นั่นคือคำถามแรกหลังจากที่ผมกลอกตามองไปรอบด้านเห็นเพียงแผ่นฟ้าที่มืดสนิท กับทุ่งหญ้ารกร้างที่หญ้าสูงมาจากพื้นดินราว ๆ หนึ่งไม้บรรทัดเท่านั้น ไม่มีเสียงรถยนต์ ไม่มีแสงไฟ ไม่มีเสียงใด ๆ เลยแม้แต่เสียงของแมลง ทุกอย่างมืดสนิทราวกับคืนเดือนดับ ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นไปได้เลยสักนิด ในเมืงหลวงที่ผมเคยอยู่

“อะไรกันวะ...”

เสียงชายหนุ่มคุ้น ๆ ดังขึ้นจากร่างที่กำลังนอนดมกลิ่นหญ้า ก่อนที่เจ้าหมอนั่นจะขยับร่างกายอย่างเกียจคร้านแล้วกระชากแขนซ้ายตัวเองที่ติดกับผมอย่างไม่สนใจ จนเราหันหน้ามาจ้องกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ไอ้ซีโฟร์”

“ไอ้เกียร์”

ผมกับมันตะโกนใส่หน้ากันเต็มเสียง ก่อนที่หมัดหนัก ๆ ของผมจะกระแทกเข้าหน้ามันอย่างจัง จนร่างของเราวสองคนกลิ้งหล่นลงมาจากเนินด้วยกัน สลับกับการแลกหมัดกันแบบไม่มีใครยอมใคร

“ทำไมแกยังมีชีวิตอยู่วะ ก็ไหนมีคนเสนอฉันมาว่าอยากฆ่าแกใจจะขาด”

ซีโฟร์สบถเสียงเขียว หลังจากที่มันขึ้นคร่อมร่างของผมได้ มันก็ใช้มือขวาข้างถนัดของมันรุมสกรัมผมแบบไม่คิดจะให้ผมได้หายใจหายคอ

“แกจ้างฆ่าฉันเหรอ ?” ผมสบถเสียงเขียว “ความจริงคนที่น่าจะตายไปแล้วคืนนี้มันแกต่างหาก”

ผมกระชากมือขวาสุดแรงจนกุญแจมือที่พันธนาการมือของผมกับมันเอาไว้ครูดเนื้อจนถลอกเป็นทางยาว แรงกระชากเล่นเอาซีโฟร์หน้าทิ่มลงมาทับผม ผมที่ได้โอกาสชิงขึ้นคร่อมร่างของมันแล้วรั่วหมัดใส่มันบ้างแบบไม่ยั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะมันชีวิตของผมคงไม่พังขนาดนี้

เปรี้ยง!!!

เสียงปืนดังสนั่นแหวกอากาศมาหนึ่งนัดทำให้ผมกับซีโฟร์ชะงักในพริบตา เสียงฝีเท้าวิ่งฝ่าหญ้าพร้อมกับเสียงลากอะไรมาตามพื้นทำให้เราทั้งคู่หันไปสบตากันทั้ง ๆ ที่ยังอยากจะสู้กันต่อ แต่อันตรายบางอย่างที่ผมและมันรู้สึกได้ ทำให้เราเลือกที่จะแอบอยู่ใต้เนินมองไปยังผู้มาเยือนที่แฝงไปด้วยความอันตราย

“ชะ...ช่วยด้วย”

เสียงหญิงสาวกรีดร้อง จนซีโฟร์แทบจะถลาออกไป แต่ติดที่ผมล็อกคอกระชากให้มันนั่งลงแอบเอาไว้ ทำให้มันหันมามองผมตาขวาง พร้อม ๆ กับร่างของหญิงสาวเจ้าของเสียง ที่โผล่มายังตำแหน่งเดิมที่ผมกับซีโฟร์เคยซัดกันนัวอยู่

หญิงสาวสวมชุดทะมัดทะแมงที่ขาดวิ่น ตามร่างกายมีรอยคราบเลือดที่แห้งกรังจนกลายเป้นสีดำติดอยู่หลายแห่ง มือซ้ายห้อยลงกับพื้นเพราะต้องเสียเวลาออกแรงลากร่างกายที่เริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง แถมมีร่องรอยของการโดนหนอนแทะหลายแห่งจนเนื้อยุ่ยเละมาตามทาง ใบหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย ในมือขวากระชับปืนสั้นเอาไว้ข้างกายแบบไม่ยอมใครเช่นกัน

เปรี้ยง!!!

เสียงกระสุนดังขึ้นอีกนัดเรียกให้หญิงสาวตวัดหน้ากลับไปดู สีหน้าร้อนรนทำให้เธอขมุบขิมบปากสาปแช่งศพเละ ๆ ที่ถูกมัดติดกับตัวเองเอาไว้ หญิงสาวพยายามกระชากแขนตัวเองออกจากแขนของศพจนหนอนจากแขนกระเด็นเข้าปาก แต่เธอก็ทำเพียงแค่เคี้ยวมันกลัว ๆ แล้วยกเท้าขึ้นกระทืบซ้ำที่ศพอย่างหงุดหงิดใจ

“ไอ้เลวเอ้ย...ตายไปแล้วยังจะเป็นตัวถ่วงฉันอีกเหรอ ?” หญิงสาวสบถหยาบคายอย่างหงุดหงิด “ฉันไม่เสียใจเลยจริง ๆ ที่ได้ยิงแก ไอ้ผู้ชายห่วยแตกที่ทำให้ชีวิตฉันตกต่ำถึงขนาดนี้ฮ่า ๆ”

หญิงสาวหัวเราะทั้งน้ำตาม พลางเอาปลายกระบอกปืนจ่อไว้ที่กลางกุญแจมือแล้วเหนี่ยวไกหลายครั้ง

แฉะ!!! แฉะ!!!

เสียงนกของปืนกระแทกอย่างแรงแต่ไม่มีลูกออกมาทำให้สาวเจ้ายิ่งโมโห เธอโยนกระบอกปืนทิ้งอย่างแรง แล้วพยายามมองหาที่แอบ

แต่ทุกอย่างเหมือนจะสายเกินไปจนหมด...

“จะหนีไปไหน”

เสียงอัมหิตดังลั่นขึ้นเบื้องหลัง ทำให้ผม ซีโฟร์ รวมถึงหญิงสาวโรคจิตคนนั้นหันไปจ้องชายหนุ่มสองคนที่ถือปืนคนละกระบอกในมือซ้ายและมือขวา เพราะอีกมือถูกพันธนาการติดกันเอาไว้เหมือนเดิม

“ส่งกุญแจของแกมาซะ”

“ฉัน...ไม่ให้!!!

“อย่างกไปหน่อยเลยน่า ฉันรู้นะว่าแกมีกุญแจสำหรับอาวุธอยู่หลายดอก แล้วก็มีกุญแจอาหารอยู่เยอะด้วย แถมยังมีกุญแจคีย์ที่อาจจะเป็นของพวกฉันอีกหลายดอกด้วยใช่มั้ยล่ะ”

ชายวัยสามสิบปีที่อยู่ทางด้านขวาพูดออกมาเสียงเรียบ แกเป็นลุงท่าทางนักเลง แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ค่อนข้างสกปรกและไม่มีรสนิยมเท่าไหร่นัก ในมือถือปืนพกชนิด Baretta Cougar ซึ่งจากเสียงที่ได้ยินมาก่อนหน้านี้ผมก็ไม่กล้าเอาตัวเองออกไปเสี่ยงล่ะนะว่าของจริงของปลอม

เปรี้ยง!!!

“แกก็ยังพูดมากน่ารำคาญเหมือนเดิมเลยนะ ฉันล่ะเบื่อจริง ๆ กับคำขู่พล่ามน้ำไหลไฟดับของแก”

ชายสวมแว่นแต่งตัวดีกว่าตาลุงนั่นเยอะพูดขึ้นเสียงเรียบ แบบไม่สนใจเลยสักนิด ว่าตัวเองเพิ่งจะยิงเข้าที่ท้องของหญิงสาว จนเลือดสีแดงไหลซึมออกมาจากช่องท้องย้อมเสื้อเก่า ๆ เป็นดวงกลม ๆ ให้ผมกับซีโฟร์ยืนอ้าปากค้าง

“แค่นี้ก็จบ”

ชายหนุ่มสวมแว่นกระชากร่างของตาลุงที่ทำท่าเหมือนอยากจะหักคอหนุ่มรุ่นน้องสวมแว่นแต่ก็ไม่อาจจะทำได้เอาไว้ ชายหนุ่มผู้สวมแว่น ล้วงมือเข้าไปหาอะไรบางอย่างจากศพอย่างรวดเร็ว แล้วล้วงพวงกุญแจออกมาจากบริเวณเสื้อใน โดยไม่สนใจเลยสักนิด ว่าเขากำลังแก้ผ้าคนตายอยู่

“เจอแล้ว”

ชายหนุ่มโยนกุญแจที่เป็นลูกแดงและน้ำเงินไปทางด้านหลังเหมือนไม่สนใจ พลางเอากุญแจดอกสีเงินมาไขที่ข้อมือตัวเองอย่างเร่งรีบแต่มันก็ไม่ออก นั่นทำให้เขาสบถคำหยาบคายออกมาต่าง ๆ นานา ๆ พลางปากุญแจดอกสีเงินทิ้งอย่างหงุดหงิด

“ให้ตายสิ เมื่อไหร่เกมบ้า ๆ นี่จะจบลงสักทีวะ” ชายหนุ่มสวมแว่นทิ้งตัวนั่งอย่างอ่อนล้า โดยมีชายที่สูงวัยกว่าเดินไปเก็บกุญแจสีน้ำเงินและแดงมายัดใส่พวงกุญแจที่ลุงแกเหน็บหูกางเกงยืนเอาไว้

“เมื่อพวกเราไขมือออกจากกันได้ และไปที่หอคอยส่งสัญญาณโดยที่ไม่ถูกฆ่าตายทุกอย่างก็จะจบลง”

“เรื่องนั้นฉันรู้อยู่แล้วโว้ย แล้วทันทีที่เราไขกุญแจมือออกจากกัน ไม่แกยิงฉันก็ฉันยิงแกอยู่ดี ถ้าไม่ติดที่ว่าฆ่าแกตอนนี้แล้วจะมีสภาพลากศพหนีทั้งเกมแบบยัยนี่ฉันคงไม่ลังเลที่จะเอาลูกปืนยัดปากแกไปแล้ว”

“ฉันก็คิดเหมือนกันว่ะ เรื่องที่แกผ่าตัดผิดพลาดจนลูกสาวฉันตาย ฉันก็ยังไม่ลืม”

รังสีอัมหิตแผ่พุ่งออกมาจากตาลุงสองคนนั่นจนผมกับซีโฟร์แทบจะกลั้นหายใจ ซีโฟร์ลองขยับมือล้วงเข้าไปในกางเกงยีนส์ แล้วล้วงหยิบกุญแจสีเงินดอกหนึ่งออกมาเช่นกัน ผมกับซีโฟร์มองหน้ากันทันทีแบบเข้าใจความหมาย ถ้าชายสองคนนั้นรู้ว่าเราอยู่นี่ มันต้องมาชิงกุญแจดอกนี้ไปแน่ ๆ ผมพยักหน้าให้ซีโฟร์ที่รีบยัดกุญแจกลับเข้าไปในกางเกง แล้วเตรียมจะเผ่นหนีเมื่อมีโอกาส

“เดี๋ยวนะ...”

อยู่ ๆ เสียงของนายคนสวมแว่นก็ดังขึ้นมาให้ผมกับซีโฟร์ชะงัก ตาลุงผู้แสนหงุดหงิดส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ แล้วย่ำเท้าเข้าไปหาหมอวัยยี่สิบเจ็ดปีที่กำลังนั่งพิจารณาพื้นหญ้า

“มีอะไรวะ อยู่ตรงนี้นาน ๆ เดี๋ยวพวกมีอาวุธหนัก ๆ ก็มาฆ่าพวกเราหรอก”

“ดูรอยหญ้าพวกนี้สิ มันเหมือนเคยมีคนนอนกลิ้งอยู่แถวนี้”

“ก็ยัยบ้ากับศพคนที่ข่มขืนมันไง ไม่เห็นจะมีอะไรให้คิดตรงไหน”

“อย่าโง่น่า” หมอหนุ่มสบถอย่างหงุดหงิด “รอยมันกลิ้งเลยไปยันข้างล่าง แกจะบอกว่าแม่นี่ใจดีขนาดลากศพลงไปแล้วลากกลับขึ้นมาหาเราหรือไง ?”

“หมายความว่า...”

“ใช่...นอกจากพวกเราแล้ว ยังมีคนอื่นอยู่ที่ปลายเนินนี่!!!

ผมกับซีโฟร์มองหน้ากันด้วยหัวใจที่เต้นระทึก หมอหนุ่มกระชากปืนออกมาถือเอาไว้แนบอก โดยที่ตาลุงขี้โมโหค่อย ๆ สาวเท้าตามมาช้า ๆ

ตึก...ตึก...

ผมพยายามเค้นหัวคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี ในขณะที่เสียงฝีเท้าก็ย่ำใกล้เข้ามาทุกขณะจิต ผมได้แต่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามถอยหลังหนี ซีโฟร์เองก็พยายามก้าวเท้าให้แผ่วเบาที่สุด โชคดีที่พวกเรากลิ้งตกลงมาใต้เนินดิน ทำให้พอมีที่กำบังอยู่บ้าง

กึก!!!

ความรู้สึกเย็นเชียบจ่อเข้าที่สมองจากตำแหน่งด้านบน เมื่อผมเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็เห็นหมอหนุ่มนั่งยอง ๆ จ่อปืนมาที่ผมพร้อมด้วยรอยยิ้มโหดร้าย ผมได้แต่อ้าปากค้างอย่างตื่นตะลึง โดยมีซีโฟร์เบิกตากว้างมองไปยังตาลุงเบื้องหน้าที่ชี้ปืนจ่อไปทางเขาเช่นกัน

“ลาก่อนนะน้องชาย...”

เปรี้ยง!!!

            คุยกันสักนิด เนื่องจากเขียนสด อัพสด เลยอาจจะมีคำผิดพลาดอยู่บ้าง ต้องขออภัยด้วยนะเจ้าค่ะ จะเข้ามาตามแก้คำผิดอย่างแน่นอน แนวนี้นาน ๆ จะเขียนสักครั้ง เพราะปกติไม่ใช่คนเครียด ขอบคุณที่ตามอ่านตามเมนท์ล่วงหน้า 

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 21:40
    สนุกมากค่ะ อัพไวๆนะคะ
    #4
    0