ในรอยคิมหันต์ ( ซีรี่ย์ ชุด ร้อยดวงใจในฤดูแห่งรัก)

ตอนที่ 2 : นางฟ้าตัวหอม...(100)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 735
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    10 พ.ย. 58

 

เสียงหัวเราะครื้นเครงดึงให้ชายหนุ่มชะงักเมื่อก้าวเท้าออกจากห้องนอน น่าแปลกใจที่เขาเห็นแก้มบุ๋มตื่นเช้ากว่าปกติ เจ้าตัวเล็กและพี่เลี้ยงกำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับหนังสือเล่มใหญ่สีสันสะดุดตา เหมือนไม่ได้สนใจใครอีกนอกจากสิ่งที่อยู่ในมือของพี่เลี้ยง

“ตื่นเช้าจังเลยนะคนเก่ง” สายตาของคนเป็นพ่อทอดมองบุตรสาวอย่างเอ็นดู

“คุณพ่อขา” เสียงเล็กๆ ใสแจ๋ว ยิ่งฟังยิ่งอยากได้ยิน เด็กน้อยลุกจากที่วิ่งเข้ากอดขาข้างหนึ่งของเมฆาเอาไว้ราวเด็กขี้อ้อน แน่นอนว่าอาการแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก

“คะ ว่าไงคะแก้มบุ๋ม” เขาก้มลงจุ๊บแก้มหอมๆ ของเด็กน้อยไปสองรอบ ไรหนวดที่เริ่มขึ้นบางๆ คงทำให้เจ้าตัวเล็กจั๊กจี้ไม่น้อยถึงได้หัวเราะคิกคัก “อ้อนใหญ่เชียวนะเรา มีอะไรเหรอคะ”

“แก้มบุ๋มอยากมีแม่เป็นนางฟ้าค่ะ นางฟ้าใจดี ตัวหอมๆ นุ๊ม...นุ่ม” เด็กหญิงบอกเสียงเจื้อยแจ้ว เมฆานิ่วหน้าก่อนไล่สายตาไปยังพี่เลี้ยงที่นั่งอมยิ้มไม่ยอมขยับเขยื้อน

“อยากได้ตุ๊กตานางฟ้าเหรอคะ เดี๋ยวตอนเย็นคุณพ่อซื้อมาฝากนะ”

“ไม่!” สิ้นเสียงนั้น พี่เลี้ยงต้องรีบเข้ามาประคองเด็กหญิงเอาไว้พลางเอ่ยกับเจ้าตัวเล็ก

“พูดไม่เพราะนะคะคุณแก้มบุ๋ม ไหนสัญญากับพี่น้ำแล้วไงว่าจะไม่พูดอย่างนี้อีกจำได้มั้ยคะ” ถ้อยคำที่ดูเหมือนตำหนิ แต่เมื่อมันถูกเอ่ยมาพร้อมกับเสียงอ่อนๆ กลับทำให้คนฟังทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ได้รู้สึกไปคนละแบบ เด็กน้อยพยักหน้าเหมือนยอมรับทั้งยังยกมือพนมไหว้ต่อหน้าบิดา

“ขอโทษค่ะคุณพ่อ”

“ไม่เป็นไรค่ะ พ่อไม่โกรธแก้มบุ๋มหรอก เดี๋ยวตอนเย็นพ่อจะรีบกลับมาทานข้าวด้วยนะคะ” ฝ่ามือหนายกขึ้นลูบศีรษะน้อยๆ อย่างรักใคร่ ใบหน้าคมสันให้รู้สึกฉงน จะว่าไปลูกสาวของเขาก็เหมือนกลายเป็นคนละคน ไม่รู้ว่าพี่เลี้ยงแอบเอาอะไรให้กินถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้จนเขาเองแทบปรับตัวไม่ทัน อีกอย่างเสียงหวานๆ ที่คอยปลอบโยนนั้นยังทำให้หัวใจที่เคยด้านชารู้สึกมีชีวิตชีวาได้อย่างประหลาด

“เห็นมั้ยคะ พอไม่ดื้อคุณพ่อก็จะกลับเร็ว” พี่เลี้ยงว่า

“แก้มบุ๋มจะไม่ดื้อ พี่น้ำบอกว่านางฟ้าไม่ชอบเด็กดื้อ แก้มบุ๋มจะเป็นเด็กดีแล้วนางฟ้าจะได้มาหาแก้มบุ๋มค่ะคุณพ่อ” ใบหน้าที่เคยมัวหม่นเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นทันใด ดวงตาใสแจ๋ววาววับเมื่อลูกตาสีดำขยับด้วยความอยากรู้อยากเห็น

เด็กหนอเด็ก...คนเป็นพ่อยิ้มปนขำ นิทานของพี่เลี้ยงแย่งความสำคัญของเขาไปแล้วหรือนี่ คิดแล้วก็เหมือนจะอิจฉาอยู่นิดๆ แต่ก็ยังยอมรับว่าผู้หญิงคนนี้เล่นตามบทของตัวเองได้ดีไม่น้อย และเขาเองก็คงไม่นึกสงสัยหรอก ในเมื่อคนที่เรียนจิตวิทยาต้องมีความรู้ด้านนี้เป็นทุนอยู่แล้ว

“คุณเมฆจ๊ะ” มือที่กำลังเปิดประตูรถชะงัก เสียงหวานที่ดังตามหลังดึงให้ชายหนุ่มหันกลับไปมอง

“ว่าไง มีอะไรเหรอ” คิ้วเรียวหนาขมวดเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีอึดอัดของอีกฝ่าย “มีอะไรก็บอกมาเถอะ ไม่ต้องเกรงใจหรอก”

“คือว่า...คือฉันจะขออนุญาตคุณเมฆไปเรียนวันเสาร์น่ะจ้ะ”

“เรียนเหรอ?” อ้อ...ใช่สิ เธอเป็นนักศึกษาอยู่นี่ ถึงจะมีดีกรีเป็นถึงว่าที่มหาบัณฑิตแต่ก็ยังต้องรอขึ้นสอบก่อนสินะ...เมฆาลอบยิ้ม อยากรู้เหมือนกันว่าแม่คุณจะเสแสร้งเล่นละครบทไหนอีก

“เรียน กศน.จ้ะ ฉันเรียนมาได้ครึ่งปีแล้วล่ะ กลัวว่าถ้าขาดบ่อยๆ เดี๋ยวจะไม่จบ คุณเมฆไม่ว่าอะไรใช่ไหมจ๊ะ” อุษณารีลงมือปั้นน้ำให้เป็นตัว แถมยังมองหาลู่ทางชักแม่น้ำทั้งห้าเอาไว้ เผื่อฉุกเฉินในยามที่เขาเกิดสงสัยขึ้นมากะทันหัน

“ผมน่ะเหรอจะไปว่าอะไร ดีเสียอีกคนที่ชอบหาความรู้ใส่ตัวแบบนี้ผมสนับสนุนเต็มที่อยู่แล้ว ก็ยังดีกว่าคนที่มีความรู้จนล้นแต่ยังชอบหาประโยชน์เข้าตัวเอง แบบนั้นผมเห็นจะไม่ไหว” ดวงตาคมปลาบตวัดมอง เสี้ยวหน้านวลมีแววตระหนก ฉับพลันทันใดก็กลับเป็นปกติได้ดังเดิม ดูเหมือนว่าเธอจะควบคุมสีหน้าอารมณ์ได้ดีไม่น้อย

“ขอบคุณมากจ้ะคุณเมฆ” อุษณารียกมือขึ้นไหว้ด้วยสีหน้าและน้ำเสียงแช่มชื่น ท่าทีนั้นฉุดให้ชายหนุ่มฉุนกึก พูดขนาดนี้ยังใจเย็นอยู่ได้นะแม่คุณ อย่างนี้แล้วจะให้เขาเชื่อแม่น้องสาวตัวแสบได้อย่างไร ว่าเธอจะไม่ก่อเรื่องให้ครอบครัวของเขาต้องวุ่นวายในภายหลัง หรือเขาต้องหาทางป้องกันไว้ก่อนอย่างนั้นหรือ? แล้วจะมีวิธีไหนล่ะ? วิธีที่เจ้าหล่อนจะไม่สงสัยว่านายเมฆานั้นรู้ทุกอย่าง...

 

“มาแล้วค่ะ คุณพ่อมาแล้ว” หญิงสาวร้องบอกเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์หยุดที่หน้าประตูรั้ว ดูเธอจะตื่นเต้นกว่าแก้มบุ๋มเสียด้วยซ้ำ เด็กน้อยที่ง่วนอยู่กับการชมผลงานชิ้นแรกยังไม่ยอมลุกจากที่ จนพี่เลี้ยงต้องส่งเสียงกระแอมกระไอหนูน้อยจึงนึกขึ้นได้

“ไม่ลืมค่ะพี่น้ำ น้องแก้มบุ๋มจำได้” รอยบุ๋มบนแก้มป่องๆ ยิ่งเด่นชัดเมื่อเจ้าตัวยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว ก่อนละมือจากถ้วยขนาดเล็กวิ่งเข้าไปหาบิดา

“คุณพ่อขา กลับมาแล้วเหรอคะ” เสียงแหลมเล็กดูช่างอ้อนออดอย่างน่ารักน่าชัง คนเป็นพ่อเลยรีบช้อนร่างนางฟ้าตัวน้อยของเขาขึ้นมาทักทายกับแก้มใสๆ ไปหลายจุ๊บ

“ตามสัญญาค่ะ วันนี้พ่อรีบกลับมาทานข้าวเย็นกับคนเก่งแล้วเห็นไหม”

“วันนี้แก้มบุ๋มทำบัว เอ่อ...บัว” ยังไปไม่ถึงไหนด้วยซ้ำแม่เจ้าประคุณดันลืมที่ท่องมาซะสนิท ตัวช่วยที่อยู่ไม่ไกลเลยรีบขยับไม้ขยับมือทำปากเหมือนบอกใบ้ “บัว...ลอยค่ะคุณพ่อขา ไปทานกันนะคะ” เด็กหญิงฉุดข้อมือบิดาให้เดินตามไปที่โต๊ะทานอาหาร

“จริงเหรอคะ!?” เมฆาขมวดคิ้วจนหน้ายุ่ง นี่คงเป็นเรื่องประหลาดใจในรอบสี่ปีที่เขาเลี้ยงดูบุตรสาวเพียงลำพังกระมัง แก้มบุ๋มของเขาดูแปลกและแตกต่างจากเมื่อก่อนราวพลิกฝ่ามือเมื่อมีพี่เลี้ยงคนใหม่เข้ามา เจ้าตัวเล็กไม่โวยวายลั่นบ้านหรือกรีดร้องเมื่อไม่พอใจ ที่สำคัญบุตรสาวของเขายังเปลี่ยนท่าทีจากเด็กขี้แย กลายเป็นเด็กหญิงตัวน้อยน่ารักราวกับนางฟ้าเมื่อเสียงเล็กๆ กำลังออดอ้อนเอาใจบิดาเป็นระยะ

“จริงๆ ค่ะ แก้มบุ๋มปั้นรูปหัวใจให้คุณพ่อด้วย มีปลากับกระต่ายน้อยด้วยนะคะ” เริ่มอวดผลงานของตัวเองอีกครั้ง

“โอ้โห! เก่งจังเลยค่ะ ไหนให้พ่อชิมหน่อยซิ อยู่ไหนเอ่ย” ชายหนุ่มรีบเอ่ยเอาใจ ครั้นมาถึงโต๊ะที่มีถ้วยของหวานวางเอาไว้กลับรู้สึกสนเท่ห์ เพราะหน้าตาก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เขาคาดการณ์เอาไว้

“น้ำจ้ะคุณเมฆ” เรียวแขนขาวสะอาดวางชุดแก้วน้ำข้างๆ ถ้วยบัวลอยคล้ายเชื้อเชิญแกมบังคับให้เขาลองลิ้มชิมรสเจ้าผลงานที่แก้มบุ๋มนำเสนอ ครั้นยกหนูน้อยวางลงที่เก้าอี้อีกตัว ชายหนุ่มก็เหมือนถูกจ้องด้วยดวงตาใสแป๋วและแววตากลมโตใต้กรอบแว่นหนาที่สำทับอีกรอบ...เข้าขากันซะจริงนะคู่นี้ แค่สองวันก็ไปกันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย

“ขอบใจนะน้ำ อืม...อย่าบอกนะว่ายัยแก้มบุ๋มทำบัวลอยนี่” ลูกกลมๆ เล็กใหญ่สลับสีแถมมีหัวใจดวงน้อยลอยเด่นอยู่กลางถ้วย ดูน่าทานเสียจนเมฆาอดสงสัยไม่ได้ว่านี่ใช่ฝีมือของแก้มบุ๋มจริงๆ หรือเปล่า

“แก้มบุ๋มทำจริงๆ นะค๊า ปั้นๆ แบบนี้เลยเห็นมั้ยคะคุณพ่อขา” เด็กหญิงสาธิตยืนยัน ทั้งยกฝ่ามือตั้งท่าคลึงแป้งให้เขาเห็น “ปั้นเป็นกระต่ายด้วยค่ะ”

เมฆาฉีกยิ้มกว้างพลางลูบศีรษะลูกน้อย

“เชื่อค่ะเชื่อ งั้นพ่อทานเลยนะคะ”

เมื่อเห็นแรงเชียร์จากลูกน้อย เขาเลยต้องรีบเอาใจหยิบช้อนตักขนมหวานคำแรกเข้าปาก เห็นชิ้นงานเล็กๆ ที่เลือกชิมก็อดยิ้มไม่ได้กับความพยายามของลูกน้อย แม้กระต่ายตัวจี๊ดที่เห็นนั้นจะมีเพียงหูสองข้างโผล่ออกมาให้รู้สึกว่าเป็นกระต่ายก็ตาม

“อร่อยนะนี่ เก่งจังเลยนะคะแก้มบุ๋ม” เมื่อบิดาชมไม่ขาดปาก เจ้าตัวเล็กเลยยิ้มไม่ยอมหุบ ชายหนุ่มรู้ดีว่านี่คงเป็นฝีมือของพี่เลี้ยงคนใหม่เสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะรสชาติของขนมหวานดูละเมียดละไมจนเขาอดคิดไม่ได้ว่า ผู้หญิงคนนี้น่าจะเปิดร้านขายขนมไทยดีกว่ามาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก

“พี่น้ำชวนแก้มบุ๋มทำบัวลอยค่ะ ถ้าคุณพ่อชอบแก้มบุ๋มก็จะได้เจอนางฟ้า” คำพูดสะดุดหูทำให้เมฆาหันไปมองตัวต้นตอความคิด แต่ก็เหมือนแม่คุณจะพยายามหลบตาซ่อนแววบางอย่างเอาไว้

นางฟ้าเหรอ? อะไรกัน? เธอกำลังเล่นอะไรของเธอ คงเป็นเรื่องหลอกเด็กตามเคยอย่างนั้นสิ แม้จะรู้สึกไม่พอใจแต่ไม่วายเอ่ยชมเอาใจลูกน้อย

“ชอบค่ะ คุณพ่อชอบ แล้วก็ชอบทุกอย่างที่ลูกทำด้วย”

“ไชโย! เห็นมั้ยคะพี่น้ำ คุณพ่อชอบบัวลอยด้วย แก้มบุ๋มจะได้เจอนางฟ้าแล้ว” เด็กน้อยกระโดดหยองแหยงไม่ปกปิดความรู้สึกใดๆ อาการนั้นทำให้คนเป็นพ่ออิ่มสุขจนล้นใจ และความสุขใดจะยิ่งใหญ่เท่ากับการได้เห็นบุตรสาวกระปรี้กระเปร่าเหมือนเด็กทั่วๆ ไป ความสดใสร่าเริงที่มาพร้อมรอยยิ้มบนริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้ม ทำให้เมฆาเหมือนได้ชีวิตใหม่กลับมา ใช่...เมื่อมันหายไปตั้งแต่แม่ของแก้มบุ๋มเดินออกจากบ้านหลังนี้...

 

ขณะที่ดวงตาสดใสเริ่มปิดปรือ ร่างระหงในชุดนอนบางเบายาวกรอมเท้าค่อยๆ เคลื่อนกายเข้าใกล้เตียงของเด็กน้อย แก้มบุ๋มยิ้มรับรีบขยับกายลุกขึ้นนั่ง

“นางฟ้าใช่ไหมคะ นางฟ้ามาหาแก้มบุ๋มแล้วใช่ไหม” ริมฝีปากเล็กเอ่ยถามเสียงเบาคล้ายไม่แน่ใจ

“ใช่ค่ะแก้มบุ๋ม นางฟ้ามาหาหนูเพราะหนูเป็นเด็กดี” ร่างบางทรุดกายนั่งลงบนขอบเตียงก่อนยื่นมือลูบศีรษะน้อยเบาๆ

“เพื่อตอบแทนที่แก้มบุ๋มทำดี วันนี้นางฟ้าจะให้พรหนึ่งข้อ แต่ต้องไม่เกินขอบเขตที่นางฟ้าให้ได้นะคะ” กายหอมกรุ่นยิ้มละไมพร้อมเลื่อนฝ่ามือจับแก้มนุ่มของเด็กน้อย เจ้าตัวยิ้มกว้างเมื่อรู้ว่าความพยายามของตัวเองเป็นผลสำเร็จ เด็กหญิงรีบจับมือของนางฟ้าเอาไว้แน่นก่อนเอ่ยคำขอ

“แก้มบุ๋มอยากให้นางฟ้ามาหาทุกคืนค่ะ นอนกับแก้มบุ๋มแล้วก็อ่านนิทานให้แก้มบุ๋มฟัง” ดวงตาสดใสฉายแววเป็นประกายมุ่งมั่น

“ได้สิคะ พรข้อนี้เป็นของแก้มบุ๋มแล้ว นางฟ้าจะมาหาแก้มบุ๋มทุกคืน” ริมฝีปากอิ่มยิ้มอาทร “แต่มีข้อแม้ว่าหนูจะต้องอยู่ในห้องนี้คนเดียวเท่านั้นนะคะ”

“ได้ค่ะ”

“และห้ามดื้อ ห้ามซนกับทุกๆ คนด้วยค่ะ”

“ค่ะแก้มบุ๋มจะไม่ดื้อ” เด็กน้อยตอบรับแข็งขัน แล้วนางฟ้าตัวหอมก็อ้าแขนรับร่างเล็กๆ เอาไว้ในอ้อมกอด เพียงชั่วขณะเจ้าตัวเล็กก็ต้องชะงักเพราะนึกบางอย่างขึ้นมาได้

“แล้วถ้าคุณพ่อมานอนกับแก้มบุ๋มล่ะคะ นางฟ้าจะมาหาแก้มบุ๋มไหม”

ใบหน้าสวยหวานขมวดคิ้วก่อนคลายลง แล้วแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่แต่งแต้มบนริมฝีปากระเรื่อ

“นางฟ้าจะอยู่ข้างๆ หนูแก้มบุ๋มค่ะ แต่จะไม่ปรากฏกายให้คุณพ่อเห็น”

“ทำไมล่ะคะ ทำไมนางฟ้าให้คุณพ่อเห็นไม่ได้” ดวงหน้ากลมมนมีแววกังวล เด็กหญิงอยากอวดนางฟ้าของเธอให้บิดาเห็นตั้งแต่ตอนนี้เสียด้วยซ้ำ

“เพราะผู้ใหญ่ไม่เชื่อเรื่องนางฟ้า แล้วเมื่อคุณพ่อของแก้มบุ๋มไม่เชื่อ ตัวของนางฟ้าก็จะหายไปกับสายลม หนูอยากให้เป็นอย่างนั้นเหรอคะ”

“ไม่ค่ะ แก้มบุ๋มไม่อยากให้นางฟ้าไป” มือเล็กกอดกระชับร่างนุ่มเอาไว้แน่น

“แก้มบุ๋มจะให้นางฟ้านอนฝั่งนี้ ส่วนคุณพ่ออยู่ฝั่งนี้ก็ได้ค่ะ” เด็กหญิงตบที่นอนเบาๆ ตรงที่เก่าของบิดา “แก้มบุ๋มจะแบ่งที่นอนให้นางฟ้าทุกคืนนะคะ”

“ได้ค่ะแก้มบุ๋มคนเก่ง” ร่างบางก้มจูบข้างแก้มป่อง ให้รางวัลกับเด็กน้อยที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองปรารถนา เด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ต้องการความอบอุ่นจากผู้ให้กำเนิด ความหวังจึงเป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะต่อเติมให้หัวใจดวงน้อยๆ ได้กล้าแกร่งและกล้าก้าวไปบนเส้นทางของตัวเอง หากว่าสิ่งที่เธอทำอยู่อาจเป็นเพียงจุดเล็กๆ แต่นั่นคือการเริ่มต้นที่ดีแล้วไม่ใช่หรือ?

 

สองสัปดาห์เต็มที่นางฟ้าตัวหอมของแก้มบุ๋มแอบย่องเข้ามาในห้องเด็กน้อย อาจารย์หนุ่มที่มีตารางสอนเต็มแทบทุกวัน กลับไม่มีเวลาสอดส่องการทำงานของพี่เลี้ยงคนใหม่อย่างที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้ อีกทั้งเมื่อมีหนังสือเชิญให้เป็นกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาต่างสถาบัน ก็เหมือนจำกัดเวลาที่เขาอยากอยู่กับบุตรสาวให้เหลือน้อยลงเพียงแค่วันอาทิตย์วันเดียว กระทั่งคืนวันศุกร์สุดท้ายของสัปดาห์ คุณพ่อที่กลัวนักกลัวหนาว่าอาจถูกเจ้าตัวเล็กแสนงอนตั้งแง่ ชายหนุ่มเลยรีบอาสาพาบุตรสาวเข้านอนด้วยตัวเอง

“วันนี้จะให้อ่านนิทานเรื่องอะไรให้ฟังคะ อืม...เอาเรื่องนี้ดีมั้ย เจ้าหญิงนิทรา” เขาถามพลางหยิบหนังสือปกสวยตั้งท่าจะเปิดอ่าน

“แก้มบุ๋มชอบเรื่องซิลเดอเรลลาค่ะ นางฟ้าใจดีอ่านให้แก้มบุ๋มฟังทุกวันเลย” ผู้เป็นบิดาขมวดคิ้วจนแทบเป็นเส้นเดียว เมื่อเจ้าตัวเล็กดันพูดถึงอีกคนที่ทำหน้าที่นั้นแทนเขา

“นางฟ้าเหรอคะ?” เมฆานิ่วหน้าอีกครั้ง พี่เลี้ยงนั่นเล่นตลกอะไรกับลูกสาวของเขาหรือเปล่า แค่สองอาทิตย์แม่คุณทำให้แก้มบุ๋มติดอยู่กับความฝันของเด็กจนลืมความเป็นจริงไปแล้วอย่างนั้นหรือ นี่ใช่ไหมสิ่งที่เธอต้องการป่วนครอบครัวของเขา ความกังวลเริ่มคืบคลานเข้ามาในความคิด

“ค่ะคุณพ่อ นางฟ้าแสนสวยตัวหอมๆ มานอนกับแก้มบุ๋มทุกคืนเลยค่ะ” เจ้าตัวเล็กตอบเจื้อยแจ้วชื่นชมนางฟ้าคนสวย

“แล้วนางฟ้าของแก้มบุ๋มชื่ออะไรคะ”

“ชื่อน้ำฟ้าค่ะ แก้มบุ๋มเรียกคุณแม่น้ำฟ้า”

“คุณแม่!?” ชายหนุ่มบดกรามแน่น นึกโกรธคนที่กำลังจะทำให้ชีวิตของเขาวุ่นวาย ที่ผ่านมาก็ดีอยู่แล้วแต่เจ้าหล่อนกลับทำให้เรื่องมันยุ่งเหยิง แค่คิดก็อยากจับแม่นั่นมาลอกคราบซะให้รู้แล้วรู้รอด เธอกำลังทำเกินขอบเขตที่เขาวางเอาไว้แล้วจริงๆ

“แก้มบุ๋มอยากมีแม่เป็นนางฟ้าค่ะ คุณพ่อนอนตรงนี้ ส่วนคุณแม่น้ำฟ้านอนตรงนี้” มือเล็กๆ จิ้มลงบนพื้นที่ว่างข้างตัว “แต่วันนี้คุณแม่ไม่ออกมาเพราะไม่อยากให้คุณพ่อเห็น”

มันก็แน่ล่ะสิ...ถ้าเธอโผล่หน้าเข้ามาตอนนี้ก็เท่ากับเป็นการเปิดเผยตัวตนให้เขารู้ เก่งจริงนะแม่คุณ หลอกเขาไม่พอยังหลอกลูกสาวของเขาให้เชื่อเรื่องงมงายพวกนั้น ชายหนุ่มส่ายหน้าในใจนึกอยากเค้นเอาความจริงจากเจ้าหล่อนเสียตอนนี้เดี๋ยวนี้ แต่ครั้นมองหน้าเจ้าตัวเล็กที่ยังไร้เดียงสา หัวใจคนเป็นพ่อก็อดเป็นห่วงความรู้สึกของลูกสาวไม่ได้ แก้มบุ๋มยังเยาว์นัก หากเผลอทำอะไรบุ่มบ่ามที่เป็นการทำร้ายหัวใจดวงน้อยๆ พ่ออย่างเขาก็คงไม่ต่างอะไรกับผู้ใหญ่รังแกเด็ก แล้วเขายังจะเรียกตัวเองว่าพ่อได้เต็มปากอีกอย่างนั้นหรือ

“โอเคค่ะ งั้นวันนี้พ่อจะอ่านเรื่องซิลเดอเรลลาให้ฟังนะ แต่มีข้อแม้ว่าถ้านางฟ้าของแก้มบุ๋มคุยอะไรกับลูก หนูอย่าลืมเล่าให้พ่อฟังด้วยนะคะ พ่อจะได้รู้ว่าคุณแม่น้ำฟ้าใจดีอย่างที่แก้มบุ๋มบอกจริงๆ หรือเปล่า”

“ได้ค่ะ” เด็กหญิงยิ้มกว้าง ดีใจนักหนาที่บิดาเชื่อเรื่องนางฟ้าของเธอ

เมฆาลอบถอนใจรู้สึกเป็นห่วงวันข้างหน้าของหนูน้อย หากลูกรู้ว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่จริงแก้มบุ๋มจะรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างไร เขารู้ว่าลูกต้องการแม่ ต้องการความรักความอบอุ่นจากอ้อมอกของมารดาเหมือนที่เด็กคนอื่นได้รับ แต่เมื่อหัวใจแตกสลายไม่มีชิ้นดี เขาก็ไม่อาจเปิดใจรับให้คนใหม่เข้ามาทำหน้าที่แม่ของแก้มบุ๋มได้อีก

สี่ปีที่ผ่านมาอาจมีผู้หญิงหลายคนให้ความสนิทสนม ทว่าหัวใจของเขากลับไร้ซึ่งที่ว่างสำหรับใครอีกนอกจากบุตรสาวเพียงคนเดียว แก้มบุ๋มคือแก้วตาดวงใจ คือทุกสิ่งที่เขารักสุดชีวิต หากว่าพี่เลี้ยงจอมปลอมนั่นทำให้ลูกของเขาเสียใจ เธอต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม!

 

ร่างบางในชุดกระโปรงสีเรียบเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของอาคารอย่างไม่รีบร้อนเท่าไหร่นัก เรียวหน้าผุดผาดระบายไปด้วยความกระปรี้กระเปร่าเมื่อถึงวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุดของเธออีกครั้ง ทันทีที่ก้าวเท้าผ่านประตูห้องภาควิชาจิตวิทยา ใบหน้าสวยใสก็ได้เอ่ยทักทายพี่ๆ เจ้าหน้าที่ด้วยรอยยิ้มเช่นเคย

“สวัสดีค่ะพี่แก้ว พี่แพท วันนี้ฟ้ามีขนมมาฝากค่ะ” ข้าวของพะรุงพะรังในมือถูกวางไว้บนโต๊ะกลางห้องก่อนที่หญิงสาวจะได้ยกมือไหว้เจ้าหน้าที่อีกที

“สวัสดีค่ะน้องน้ำฟ้า หอบอะไรมาเยอะแยะเชียวคะ ไม่น่าต้องลำบากเลย พี่เห็นคุณน้องแบกมาให้ทุกอาทิตย์ กินทีสามสี่วันกว่าจะหมด” กิ่งแก้วรีบเดินตรงเข้าหาของฝาก แม้ปากบอกว่าเกรงใจแต่ข้างในกลับลุ้นว่าวันนี้สาวสวยตรงหน้าจะหอบหิ้วอะไรมาให้บ้าง

“ถ้าพี่แก้วไม่เอา ขอแพทก็แล้วกันนะคะ ทานเยอะเดี๋ยวอ้วนนะพี่แก้ว” อีกคนรีบขัดคอจนสาวร่างท้วมชะงักมือค้างกลางอากาศ ทั้งที่กล่องขนมเค้กชิ้นเล็กยังติดอยู่ในมือ เธอหันไปบ่นให้อีกฝ่าย

“นี่ยัยแพท หุ่นเจ้อย่างนี้เขาเรียกว่ากำลังพอดีย่ะ เนื้อนมไข่ผู้ชายน่ะเขาชอบ ไม่เหมือนกุ้งแห้งอย่างหล่อน แบนยังกับขนมปังโดนเหยียบ ให้ฟรีแถมตังค์อีกครึ่งล้านกับข้าวสารสองกระสอบก็คงไม่มีใครเอา” กิ่งแก้วสะบัดหน้าพรืดส่งค้อนปะหลับปะเหลือกให้เพื่อนร่วมงานไปหลายที

“หูยยย เจ็บอ่ะพี่ สงสัยเลือดจะไปลมจะมาแน่ๆ เลยน้องน้ำฟ้า ว่าแต่วันนี้มีธุระอะไรเหรอจ๊ะถึงได้แวะมา อาทิตย์หน้าไม่ใช่เหรอที่น้ำฟ้าจะขึ้นสอบ” พัชริดาป้อนคำถามเจ้าของใบหน้ารูปไข่ ดวงหน้าหวานล้ำที่ไม่ว่าหนุ่มน้อยหรือหนุ่มใหญ่เป็นต้องเหลียวหลังเมื่ออุษณารีเยื้องกรายผ่านไป แม้เป็นผู้หญิงด้วยกันเธอยังแอบอิจฉาอยู่ลึกๆ ว่าสาวสวยหุ่นนางแบบคนนี้ชาติก่อนทำบุญด้วยอะไรมาถึงได้สวยปานนางฟ้านางสวรรค์ ต่อให้เธอไปลงทุนทำหน้า ดึงนั่นแปะนี่เป็นสิบๆ รอบคงได้ไม่ถึงครึ่งของอุษณารีแน่

“มาหาข้อมูลเพิ่มเติมที่ห้องสมุดค่ะพี่แพท ใกล้วันแล้วฟ้าต้องเตรียมอีกเยอะ ไม่รู้ว่าคณะกรรมการจะให้ผ่านหรือเปล่านะคะ” อุษณารีกลัวไปสารพัดอย่าง แต่ที่สุดแล้วก็ต้องพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่ออนาคตของตัวเองและเพื่อคุณป้านภาของเธอ

“ขยันจังเลยนะเรา แบบนี้ไม่ผ่านก็ให้มันรู้ไปสิจ๊ะ น้ำฟ้าทั้งสวยทั้งเก่งออกอย่างนี้ผ่านชัวร์ พี่แก้วคอนเฟิร์ม” คนที่ลงมือหยิบนั่นชิมนี่เอ่ยขึ้นมาบ้าง แม้จะยังเคี้ยวอาหารเต็มปากอยู่ก็ตาม

“ขอบคุณค่ะพี่แก้ว งั้นฟ้าขอตัวนะคะ” อุษณารียกมือไหว้ทั้งคู่อีกครั้งก่อนเดินหายออกไปจากห้อง

“ตายล่ะ มัวแต่กินจนเพลิน ลืมบอกน้องน้ำฟ้าว่าทางคณะเปลี่ยนแปลงรายชื่อกรรมการ” จู่ๆ เจ้าของร่างท้วมก็นึกขึ้นได้พลางก้าวเท้าจะวิ่งตามหญิงสาวออกไป แต่ก็เกือบสะดุดเท้าตัวเองเมื่ออีกฝ่ายพูดขึ้นมาทันควัน

“ไม่น่าจะมีปัญหาหรอกพี่แก้ว น้องน้ำฟ้าเขาเก่งออกจะตาย แถมยังสวยซะขนาดนางงามยังชิดซ้าย เป็นฉันให้เต็มร้อยตั้งแต่ยังไม่พรีเซนต์เลยแหละ” เพราะเธอเห็นความสามารถของอุษณารีมาแล้วต่างหาก พัชริดาถึงได้กล้าฟันธง

“เวอร์เกินไปไหมยัยแพท” กิ่งแก้วเบ้ปาก สักพักก็เปลี่ยนใจกะทันหัน “อืม...แต่มันก็ไม่แน่นะ บางทีกรรมการชุดใหม่อาจให้ผ่านทุกคนก็ได้ นี่แหละน๊าคนเกิดมาสวย ทำอะไรก็ดูดีไปหมด”

“พี่แก้วของฉันก็สวยนะ แต่ทำไมเวลาทำอะไรฉันไม่เห็นมันจะน่าดูเลยพี่”

“ได้ทีเป็นจิก นี่ๆ กินเข้าไปเลยปากจะได้ไม่ว่าง” พูดพลางตักขนมเค้กเข้าปากเพื่อนร่วมงาน ตามด้วยคุกกี้อีกหลายชิ้นจนพัชริดาต้องรีบวิ่งออกจากห้องทำงาน ปล่อยให้กิ่งแก้วจัดการกับของฝากจนเกลี้ยงโต๊ะโดยไม่ตอแยรุ่นพี่อีกเลย

อุษณารีใช้เวลาจดจ่ออยู่ในห้องสมุดของคณะร่วมสามชั่วโมงจึงเหลือบดูนาฬิกาที่ข้อมือ เกือบบ่ายสามโมงเย็นแล้วสิ เห็นทีเธอต้องรีบกลับไปรับช่วงงานต่อจากพี่ปุ้ย ไม่รู้ว่าป่านนี้แก้มบุ๋มจะตื่นหรือยัง หากเป็นวันปกติเธอจะให้เด็กหญิงนอนกลางวัน จากนั้นก็พาไปวิ่งเล่นในสนามหน้าบ้าน เป็นอย่างนี้ทุกวันจนกลายเป็นกิจวัตร

ความน่ารักของแก้มบุ๋มพานให้แอบคิดเลยเถิดไปว่าเด็กน้อยเป็นบุตรสาวของตัวเอง ยิ่งในยามที่ต้องอ่านนิทานให้ฟังก่อนนอน แก้มบุ๋มดูจะรักและหวงเธอที่เป็นคุณแม่น้ำฟ้า เด็กหญิงดูน่ารักจนเธอเองอดทำใจไม่ให้หลงรักแก้มบุ๋มไม่ได้เลยจริงๆ หากว่างานของเธอเสร็จสิ้นหญิงสาวก็ไม่รู้ว่าจะเดินเข้าบ้านหลังนั้นในฐานะอะไร คนรู้จักของดอกเตอร์เมฆาก็ไม่ใช่ หรือจะให้ศิริกานดาคิดแผนใหม่ๆ ให้อีกที เพราะรายนั้นคงมีคำแนะนำดีๆ ให้เธอได้บ้าง

หลังจากเก็บหนังสือเข้าชั้นวางเสร็จ อุษณารีจึงรีบเดินลงบันไดมายังชั้นล่างของตึก ช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์อย่างนี้ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านนัก เพราะนักศึกษาระดับปริญญาตรีไม่มีเรียนกัน ส่วนน้อยที่มีกิจกรรมกลุ่มหรือค้นคว้าในห้องสมุด นอกนั้นก็มีเพียงนักศึกษาปริญญาโทและเอกที่เรียนนอกเวลาราชการ ซึ่งส่วนมากจะมีงานทำในวันธรรมดากันเกือบจะทั้งหมด

พอลงจากบันไดได้เกือบถึงขั้นสุดท้าย หญิงสาวที่ตั้งท่าจะก้าวเร็วๆ ด้วยความเร่งรีบ เพื่อให้ทันรถมินิบัสที่จอดรออยู่ไม่ไกลจากคณะ ทำให้ลืมนึกไปว่ายังเหลือบันไดอีกขั้นที่เธอต้องวางปลายเท้าลงก่อนจะเหยียบถึงพื้นด้านล่าง ร่างระหงจึงก้าวพลาดล้มหน้าคว่ำตามมาด้วยเสียงกรีดร้องตกอกตกใจ เอกสารในมือกระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทาง อุษณารีหลับตาปี๋นึกถึงแรงกระแทกที่จะเกิดกับแข้งขาหรือแม้แต่ใบหน้าของตัวเอง แต่แทนที่หญิงสาวจะล้มลงไปนอนวัดพื้นอย่างที่คาด กลับมีมือแข็งแกร่งคว้าเอาตัวเธอไว้อย่างทันท่วงที ครั้นพอลืมตาสำรวจรอบกาย กลับกลายเป็นว่าอุษณารีนอนเกยอยู่บนร่างของใครอีกคนที่คงเอาตัวรองรับเธอเอาไว้...คุณพระคุณเจ้า! เกือบไม่รอดแล้วเรา

“อูยยย...”

“เจ็บตรงไหนบ้างครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหลังจากที่อุษณารีรีบดันตัวเองขึ้นมาจากอกแกร่ง

“เจ็บที่เข่านิดหน่อยค่ะ ถ้าไม่ได้คุณช่วยไว้ฉันคง...คุณ!” ดวงตากลมโตเบิกกว้างราวกับเจอผีหลอกกลางวันแสกๆ เขามาอยู่นี่ได้อย่างไร?

“เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าครับ เหมือนผมจะเคยเห็นหน้าคุณนะ” ใบหน้าคมคร้ามครุ่นคิดระหว่างที่ช่วยพยุงหญิงสาวขึ้นมา อุษณารีรีบหลบตาอีกฝ่าย ใจสั่นเป็นเจ้าเข้า หน้าซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด ในใจหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด...ให้ตกบันไดคอหักตายเสียยังดีกว่ามาเจอเขาในสภาพนี้

“แต่ อืม...ไม่น่าจะใช่หรอก ผมคงจำผิดคน”

“ใช่ค่ะ คุณคงจำคนผิดแน่ๆ เพราะฉันพึ่งเจอคุณครั้งแรกเอง” พอตั้งตัวได้หญิงสาวก็รีบดึงข้อมือของตนออกจากฝ่ามือหนา ในใจก็ภาวนาให้เขาไม่สงสัยว่าเธอเป็นใคร เพราะไม่อย่างนั้นความลับคงแตกก็คราวนี้

“คุณไหวหรือเปล่า ท่าจะเจ็บไม่น้อยเลยนะครับ” เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่สงสัย อุษณารีก็พลอยโล่งอกโล่งใจไปอีกเปราะ

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่เป็นอะไรมาก ขอบคุณมากนะคะ” หญิงสาวยิ้มตอบ ไม่ทันไรคิ้วเรียวก็ขมวดมุ่นเมื่อรับรู้ถึงอาการเจ็บแปลบที่บริเวณหัวเข่าซ้าย...ใช่ ตอนแรกยังไม่รู้สึกอะไร แต่แผลที่ได้มาสดๆ นี่สิ แม้ไม่ลึกมากนักทว่าเลือดที่ซึมออกมากลับทำให้แข้งขาอ่อนยวบลงทันใด

คนตัวโตเห็นหน้าซีดๆ นั้นแล้วก็รู้ทันทีว่าเจ้าของกลิ่นหอมๆ ที่เขาคุ้นเคยน่าจะเจ็บแผลมากกว่ากลัวอย่างอื่น

“คุณไปรอที่ม้านั่งก่อนนะครับ เดี๋ยวผมเดินไปบอกให้ รปภ.หากล่องยาให้” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาดูอบอุ่นเจือไว้ด้วยความห่วงใยจนอีกคนรีบพยักหน้ารับ

“ค่ะ” อาการวิงเวียนทำให้อุษณารีต้องอาศัยมือแกร่งไว้เป็นที่พึ่ง เขาประคองเธอไปยังม้านั่งหินอ่อนใต้อาคารที่อยู่ไม่ไกลนัก เมื่อร่างระหงหย่อนกายลงนั่งชายหนุ่มจึงรีบผละออกไปทันที หญิงสาวมองตามไหล่กว้างที่เดินตรงไปยังตู้ยามหน้าตึกคณะด้วยหลากหลายคำถาม ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำร่างสูงก็เดินกลับมาพร้อมกล่องปฐมพยาลในมือ ทันทีที่วางกล่องไว้บนม้านั่ง เขาก็ทรุดกายลงนั่งต่อหน้าหญิงสาวพลางเอื้อมมือแตะรอบแผลที่หัวเข่าของอีกฝ่าย อุษณารีสะดุ้งเล็กน้อยรีบกระถดหนีโดยอัตโนมัติ

“ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวฉันแผลเอง” เธอรีบปฏิเสธทันควัน

“ไม่เป็นไรครับ ผมว่าคุณอยู่นิ่งๆ ดีกว่า แค่เห็นเลือดคุณก็จะแย่อยู่แล้ว หยุกหยิกแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่เสร็จกันพอดี” ใบหน้าหล่อเหลาเหมือนกำลังขบขัน เท่านั้นก็พอให้หญิงสาวได้ส่งค้อนวงโต

“ฉันไม่ใช่เด็กนะคุณ”

“ผมก็ไม่ได้ว่าคุณเป็นเด็กสักหน่อยนี่ครับ” เขาย้อน

“ก็เมื่อกี้คุณยังบอกว่าฉันหยุกหยิก ถ้าไม่ได้หมายถึงเด็กแล้วคุณจะให้ฉันคิดว่าเป็นอะไรล่ะ” คงคิดว่าตัวเองกำลังอบรมบ่มนิสัยลูกสาวอยู่ล่ะสิถึงได้ทำกับเธอเหมือนแก้มบุ๋มไม่มีผิด

ดอกเตอร์เมฆา อัษฎานุรักษ์ ถึงคุณจะเป็นอาจารย์ แต่ฉันไม่ใช่ลูกศิษย์ของคุณนะคะ จะได้ขู่เอาๆ อย่างนี้ หญิงสาวย่นจมูกให้คนที่ก้มหน้าก้มตาเช็ดแผลด้วยแอลกอฮอล์ไปหลายที พอเจ้าของสายตาคมๆ เงยหน้าจ้องขึ้นมาดื้อๆ อุษณารีกลับทำตัวไม่ถูก ได้แต่เมินหน้าไปทางอื่นเสีย

เมฆาส่ายหน้ายิ้มบางๆ ก่อนตอบออกไป “โอเคครับ ไม่ใช่เด็ก แต่เป็นผู้ใหญ่ที่รีบร้อนจนก้าวพลาดตกบันไดใช่ไหมคุณน้ำฟ้า”

เจ้าของชื่อหันขวับรู้สึกชาวาบไปทั้งร่าง นี่เขารู้แล้วใช่ไหมว่าเธอปลอมตัวเข้าไปในบ้านของเขา!

“คุณรู้จักชื่อฉันได้...ยังไง” หญิงสาวหายใจหายคอแทบติดขัด

“ก็สมุดบันทึกของคุณยังไงล่ะ เขียนตัวโตออกอย่างนั้นใครจะมองไม่เห็นจริงไหม”

คำตอบของเขาทำให้อัตราการหายใจของเธอกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ขืนเจออย่างนี้บ่อยๆ มีหวังเธอได้ขอยาหมอกลับมาทานทุกวันเป็นแน่

“เสร็จแล้วครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

ชายหนุ่มยกยิ้มตอบรับคำขอบคุณ “ไม่เป็นไรครับ แต่คราวหน้าผมหวังว่าจะไม่เจอคุณตกบันไดอีกก็แล้วกัน”

“คงไม่บังเอิญขนาดนั้นมั้งคะ” หญิงสาวส่งค้อนจนตาคว่ำ นี่กะจะแช่งให้ฉันเกิดอุบัติเหตุทุกครั้งที่เจอคุณเลยเหรอคุณเมฆา ถ้าไม่ติดว่าเธอกำลังทำภารกิจอยู่ล่ะก็ คุณได้ถูกทำโทษเหมือนเด็กประถมแน่ๆ คอยดูสิ

เมฆาหัวเราะในลำคอ ดวงตาวาววับจ้องจับใบหน้าหวานไม่วางตา แม้เขาจะเคยจินตนาการถึงความเป็นจริงภายใต้กรอบแว่นหนาและไฝเม็ดใหญ่นั้นอยู่หลายครั้งหลายหน ทว่าสิ่งที่เห็นวันนี้กลับทำให้หัวใจของเขาได้เต้นผิดจังหวะ เรียวหน้าสดใสบวกกับริมฝีปากอิ่มดูช่างเจรจาได้น่าฟัง งอนได้น่ารักเหมือนแก้มบุ๋มจนเขาเผลอยิ้มไปหลายครั้ง นั่นกระมังที่ทำให้เขาอยากต่อปากต่อคำกับหญิงสาวตรงหน้า

“ก็ไม่แน่นะครับ บางทีผมกับคุณอาจเดินสวนกันทุกวัน อาจเป็นในห้างสรรพสินค้า บนถนนหรือแม้แต่ที่มหาวิทยาลัย อย่างเช่นวันนี้” ชายหนุ่มยักคิ้วเหมือนล้อเลียน

“ผมชื่อเมฆครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”

“ใครจะอยากรู้จักคุณ” ใบหน้าสวยสะบัดน้อยๆ ให้เขาเห็นตัวจริงของเธอทุกวันก็แย่สิ

“ถ้าเจอแล้วฉันต้องเจ็บตัว ขอไม่เห็นหน้าคุณจะดีกว่าค่ะ” อุษณารีให้รู้สึกอึดอัดไม่น้อย แต่ไม่วายประชดคนที่เอาแต่ยิ้มกรุ้มกริ่ม นี่เธอกลัวเขาจับได้ขนาดนี้เลยหรือ บางทีอาจเป็นเพราะสายตาคมจัดที่ส่งมาพร้อมกับรอยยิ้มนั่น มันทำให้เธออยากหายวับไปต่อหน้าต่อตาเขาเสียจริงๆ

“ขอบคุณอีกครั้งที่กรุณาช่วยฉัน ขอตัวนะคะคุณเมฆฉันต้องรีบกลับค่ะ” ร่างระหงรีบหยัดกายลุกขึ้นยืน แต่แล้วก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อความเจ็บยังเล่นงานอย่างต่อเนื่อง

“บ้านคุณอยู่ไหน ให้ผมไปส่งไหมครับ” เห็นสภาพของเธอแล้ว อาจารย์หนุ่มก็รีบอาสาโดยลืมความตั้งใจที่อยากแกล้งฝ่ายนั้นไปจนหมด

“ไม่ได้ค่ะ...เอ่อ...คือ ฉันไม่เป็นอะไรมาก แค่นี้เองฉันกลับเองได้”

“รถคุณอยู่ไหนเดี๋ยวผมไปส่งที่รถนะครับ” เขายังตื๊อไม่เลิก คนที่กลัวความลับถูกเปิดเผยส่ายหน้าจนคอแทบเคล็ด

“ฉันขึ้นรถเมล์มาค่ะ อีกอย่างบ้านฉันก็ไปคนละทางกับบ้านของคุณ แค่คุณทำแผลให้ก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว” คนตอบร้อนรนจนเก็บอาการไม่อยู่

“คุณรู้เหรอว่าบ้านผมอยู่แถวไหน” คนตัวโตกว่านึกขัน ดูซิว่าเธอจะหาช่องเอาตัวรอดได้ยังไงอีก

“เอ้อ...ฉันเดาน่ะ เคยมีคนบอกว่าฉันเดาเก่งเสียด้วยสิ” อุษณารีปดคำโต ในใจก็ท่องศีลห้าข้อมุสาผิดถูกหลายตลบ

“รถมาพอดีค่ะ ขอตัวนะคะคุณเมฆ” เธอรีบคว้าเอาเอกสารและสมุดบันทึกอย่างลนลาน เท้าข้างที่เจ็บโขยกเขยกจนอีกคนนึกเห็นใจ แต่เมื่อเจ้าตัวยืนยันอย่างนั้นเขาก็คงทำอะไรไม่ได้ เอาไว้เย็นนี้ค่อยกลับไปดูให้แน่ใจก็แล้วกัน หญิงสาวคงไม่เจ็บมากนักเพราะไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ค้อนแล้วค้อนอีก ดื้อแบบนี้ถ้าเป็นลูกสาวของเขาจะจับมาตีก้นเสียให้เข็ด โทษฐานไม่เชื่อฟัง แถมยังโกหกได้ลื่นไหลเป็นน้ำ จับได้ไล่ทันเมื่อไหร่เขาจะคิดบัญชีแบบทบต้นทบดอกเลยคอยดูสิ

ชายหนุ่มเอี้ยวตัวจะเดินขึ้นบันไดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายขึ้นรถเมล์เรียบร้อย แต่แล้วสายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับกระดาษเคลือบพลาสติกใสแผ่นเล็กใต้ม้านั่งหินอ่อนที่หญิงสาวคงทำตกไว้เมื่อครู่ ดอกเตอร์เมฆาก้มลงหยิบมันขึ้นมาพิจารณาอยู่ชั่วขณะ จึงรู้ว่าเจ้าสิ่งนั้นเป็นบัตรห้องสมุด มีชื่อ นามสกุล รหัสประจำตัวนักศึกษาและรูปถ่ายของเจ้าของบัตรบอกไว้เรียบร้อย อาจารย์หนุ่มยกยิ้ม นี่สินะตัวตนที่แท้จริงของเธอ อุษณารี พิทักษ์ไพรสิทธิ์ เห็นทีว่าเขาต้องหาข้อมูลของเธอแบบจริงจังเสียที

อารมณ์ครึ้มอกครึ้มใจปั่นป่วนชวนให้รู้สึกแปลกๆ อาจเป็นเพราะความใกล้ชิดกระมังที่ทำให้หัวใจคิดเลยเถิด ความรู้สึกเมื่อได้แนบชิดเรียกให้พลังในกายหนุ่มพุ่งพล่าน แปรปรวนดุจเกลียวคลื่นในมหาสมุทร เมฆาเคยคิดว่าความรู้สึกนี้มันได้หายไปแล้วจากชีวิตของเขา หายไปพร้อมผู้หญิงที่เคยมีความสำคัญกับเขาและแก้มบุ๋ม

แต่วันนี้ ความรู้สึกที่เขาจับต้องได้มันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง เมื่อความอิ่มหวานวนเวียนอยู่ข้างกลาย ทั้งน้ำเสียง แววตา และรอยยิ้ม กลิ่นกายละมุนในยามชิดใกล้ ความคิดในมุมมืดสั่งให้เรือนกายอยากครอบครองเป็นเจ้าของหญิงสาว แต่หัวใจยังไม่กล้าพอ นายรออะไรหรือเมฆา?

 

เกือบไปแล้วไหมล่ะน้ำฟ้า เกือบทำให้เขาจับได้อยู่มะรอมมะร่อ ดีนะที่รถเมล์นี่ผ่านมาเสียก่อนไม่อย่างนั้นเธอก็ยังไม่รู้ว่าจะหาเหตุผลกลใดมาอ้างกับอีกฝ่าย

หญิงสาวพ่นลมออกจากปาก ในใจให้นึกหวั่นวิตกว่าเหตุใดเมฆาถึงไปโผล่ที่มหาวิทยาลัยของเธอ จะว่าเขาสอนพิเศษอยู่ที่นั่นก็ไม่น่าจะใช่ เพราะตารางสอนเต็มเอียดที่เธอแอบเช็คมาจากระบบของมหาวิทยาลัยที่เขาสอนอยู่ ทำให้อุษณารียิ่งงงหนัก เขาไปทำอะไรที่ตึกคณะของเธอ? และคงไม่บังเอิญว่าเขาอาจเดินหลงทาง เพราะคนอย่างดอกเตอร์เมฆาจะเตรียมพร้อมทุกอย่างเสมอ ข้อมูลนี้เธอศึกษามาจนทะลุปรุโปร่ง

แต่เมื่อไม่อาจหาคำตอบให้กับตัวเองได้ ตัวช่วยเดียวที่เหลืออยู่ก็คือเพื่อนรัก ศิริกานดาอาจหาเหตุผลมาอธิบายได้เพราะไม่อย่างนั้นแล้วเธอก็คงไม่กล้าเดินเข้าคณะอีก ด้วยกลัวว่าอาจไปจ๊ะเอ๋กับอาจารย์หนุ่มเข้าสักวัน ไม่แน่ถ้าเจอเขาอีกครั้งหญิงสาวคงไม่โชคดีเหมือนกับวันนี้ก็เป็นได้ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

30 ความคิดเห็น

  1. #4 InterPat (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 19:40
    เมื่อรัยจะมาอัพต่อคะ......รออยู่นะคะ
    #4
    0
  2. #3 ท้องฟ้าสีคราม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 08:01
    ไรเตอร์ค่า เมื่อไรจะมาอัพสักที รอยุนะ คิดถึงน้องแก้มบุ๋มแล้วนะค่ะ ว่าที่คุณแม่เลี้ยงของน้องแก้มบุ๋มสินะพี่น้ำ น่ารักมาก
    #3
    0
  3. #2 ท้องฟ้าสีคราม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 18:57
    รออ่านนะค่ะ น่ารักจัง
    #2
    0