ในรอยคิมหันต์ ( ซีรี่ย์ ชุด ร้อยดวงใจในฤดูแห่งรัก)

ตอนที่ 1 : พี่เลี้ยงเจ้าแผนการ...(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,119
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    10 พ.ย. 58

สองเท้าที่พึ่งก้าวลงจากแท็กซี่ส่วนบุคคลพลันหยุดกึก เมื่อดวงตาคู่สวยสะดุดเข้ากับประตูรั้วอัลลอยด์อันเป็นด่านแรกที่ อุษณารี ได้ตัดสินใจเริ่มต้นปฏิบัติการหาข้อมูลเพื่อประกอบวิทยานิพนธ์ของเธอเอง แม้ขนาดอยู่บนรถแท้ๆ หญิงสาวยังเผลอหลุดขำกับสภาพของตัวเองเสียไม่ได้ ยัยเพื่อนตัวแสบหรือก็อุตส่าห์สรรหาอุปกรณ์อำพรางได้อย่างแนบเนียน

คนที่เคยแต่งกายทะมัดทะแมงกลับต้องมานุ่งผ้าซิ่นยาวกรอมเท้า มีเสื้อหม้อฮ่อมแขนสั้นปักด้วยมือรูปรวงข้าวสลับสีลายพร้อย แต่ที่แปลกไปกว่าชุดที่สวมกลับเป็นวิกผมหน้าม้าสั้นเต่อ แถมท้ายด้วยไฝสีดำเม็ดเป้งแปะไว้ข้างมุมปากนั่นต่างหากที่ทำให้เจ้าตัวพลอยไม่มั่นใจกับบทบาทใหม่ที่ได้รับ

คิดดีแล้วเหรอน้ำฟ้า ดาว่าขอยื่นเปลี่ยนหัวข้อใหม่จะไม่ดีกว่าเหรอ แบบนี้มันเสี่ยงนะ

ดูเหมือนว่า ศิริกานดา ไม่เต็มใจสนับสนุนความคิดของเธอนัก เพราะไม่อย่างนั้นเพื่อนรักคงไม่โทรนัด แล้วลากเธอให้ออกมาพบหลังจากที่รู้เรื่อง อุษณารีส่ายหน้าเผยยิ้มบางเบา

จิตวิทยาเด็กนะดา ถ้าไม่ลงมือปฏิบัติแล้วเราจะได้ข้อมูลเชิงลึกมาได้ยังไง จริงไหม? เจ้าตัวย้อนถาม แม้ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ของเหล่าบุคลากรโรงเรียนอนุบาล รวมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองของหนูๆ ทั้งหลาย อาจจะช่วยให้งานของเธอเดินหน้าไปได้ถึงครึ่งทางแล้วก็ตาม แต่ถ้าหากไม่มีกรณีศึกษามาประกอบ แล้วคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์จะให้งานของเธอผ่านได้หรือ?

เรื่องนั้นดาไม่เถียงหรอก แต่ถ้าน้ำฟ้าจะแอบเข้าบ้านคนอื่นที่เป็นใครก็ไม่รู้ เล่นไปกินไปนอน ไปเลี้ยงลูกให้เขาแบบนั้นดาไม่เห็นด้วยจริงๆ นะ ยิ่งถ้าเกิดเป็นไอ้พวกหัวงูล่ะ สวยๆ อย่างน้ำฟ้าจะรอดเหรอ

ใบหน้าขาวซีดเริ่มมีความกังวลแฝงมากับน้ำเสียงขอร้องแกมขู่ อุษณารีเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าศิริกานดาเป็นห่วงเป็นใยเธอมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อหญิงสาวกลายเป็นเพื่อนรักเพียงคนเดียวที่คบหากันอย่างเหนียวแน่น แม้คำค่อนแคะใดๆ ก็ไม่อาจสร้างรอยร้าวให้กับความสัมพันธ์นี้ได้

อย่าคิดมากสิดา ฟ้าเอาตัวรอดได้น่า ก็แค่ซัมเมอร์นี้เท่านั้นเองอย่าห่วงเลยนะ

เธอลองใช้ระยะเวลาเสริมให้เพื่อนยอมคล้อยตาม แม้จะรู้ว่าเสี่ยงแต่ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ผลลัพธ์ได้อย่างไร  

เจ้าของบ้านผู้ชายหรือผู้หญิง? ใบหน้ายุ่งเหยิงยังไม่มีท่าทีว่าจะยอมง่ายๆ

ผู้ชาย สี่สิบต้นๆ เอง

โอ๊ย! ไม่เอาๆ ฝ่ายนั้นโวยวายเสียยกใหญ่ แบบนี้ยิ่งเข้าเค้าเลยล่ะ เผลอๆ จะไม่ลากเธอเข้าห้องกลางวันแสกๆ เหรอน้ำฟ้า

คิดเลยเถิดไปกันใหญ่แล้ว ผู้ชายลูกติดใช่ว่าจะเหมือนกันทุกคนนะจ๊ะ ประวัติคร่าวๆ ที่ฟ้ารู้มา เขาก็แค่เคยมีเมียมาสองคน แล้วพึ่งหย่ากับเมียคนสุดท้ายเมื่อเร็วๆ นี้เองเลยรีบรับสมัครหาพี่เลี้ยงเด็กไงจ๊ะ อีกอย่างใช่ว่าฟ้าจะเดินเข้าไปในบ้านเขาในสภาพแบบนี้เสียหน่อย แต่งนั่นเสริมนี่บ้างเขาคงไม่มานั่งจับผิดฟ้าหรอก

ไม่รู้ว่าเพราะประวัติของนายจ้าง หรือท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวของเพื่อนสาวกันแน่ ที่เป็นเหตุให้ศิริกานดาผลุนผลันลุกขึ้นจากโต๊ะ หนำซ้ำยังขยี้ผมยาวๆ เสียจนฟูฟ่อง เรียกสายตาทุกคู่ที่นั่งตามมุมต่างๆ ของร้านอาหารหันมองกันเป็นตาเดียว

จะบ้าตาย!! หยุดเลยยัยน้ำฟ้า ถ้ายังเห็นดาเป็นเพื่อนอยู่ล่ะก็ เลิกคิดเรื่องบ้าๆ แบบนี้เลยนะ

ชู้ววว เบาๆ สิดา อายคนอื่นเค้า

อุษณารีกวักมือเรียกเพื่อนที่คล้ายสติเตลิดให้รีบหย่อนก้นกลับลงมาที่เดิม เพื่อนรักยอมทำตามแต่โดยดี เว้นแต่ริมฝีปากสีจืดยังคงขมุบขมิบอยู่เช่นเคย

มีใครเคยห้ามเธอได้สักทีมั้ยเนี่ย

อุษณารีกลั้นหัวเราะ รู้ว่าดาเป็นห่วง แต่ฟ้าตัดสินใจแล้วนะ เมื่อวานพึ่งไปสมัครงานมาแล้วด้วย พูดพลางยกแก้วน้ำทรงสวยขึ้นจ่อริมฝีปาก

ดาคงห้ามน้ำฟ้าไม่ได้แล้วใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นขอให้ดาได้มีส่วนร่วมเพื่อความปลอดภัยของเพื่อนสักครั้งเถอะนะ

ฝ่ายนั้นจ้องเขม็งจนอุษณารีต้องรีบวางแก้วน้ำในมือตั้งหน้าตั้งตาฟัง เพราะเดี๋ยวอาจเจอคนขี้งอนเดินสะบัดก้นออกจากร้านให้เธอตามง้อแทบไม่ทันเชียวล่ะ

ดาจะหาบ้านให้เอง

ดา!’

ดวงหน้าสวยใสมีแววตระหนก แต่ลึกๆ กลับรู้สึกอบอุ่นที่เธอยังมีเพื่อนอย่างศิริกานดาคอยรับฟังทั้งสุขและทุกข์ แล้วบ้านที่ว่าปลอดภัยถูกใจเพื่อนรักนั้นจะออกมาสภาพไหนนะ คิ้วเรียวเริ่มขมวดมุ่นแทนคำถาม

ให้ดาช่วยเถอะ เป็นห่วงน้ำฟ้าจริงๆ นะ ดามีลูกพี่ลูกน้องอยู่คนนึงไว้ใจได้เลยล่ะ แล้วยัยแก้มบุ๋มก็น่าสงสารด้วยที่ขาดแม่

แปลว่าบ้านนี้ก็พ่อหม้ายลูกติดว่างั้นเถอะ เมื่อเจอฝ่ายนั้นพยักหน้า ศิริกานดาเลยถูกค้อนหนักๆ ไปหนึ่งยก

แน๊ะ!...ทีฟ้าเลือกแล้วดากลับห้าม

แต่คนนี้ดาเอาหัวเป็นประกันได้เลย พี่เมฆของดาเป็นสุภาพบุรุษสุดๆ หรือถ้าน้ำฟ้ากลัวก็ลองปลอมตัวนิดๆ หน่อยๆ อย่างที่บอกเมื่อกี้พี่เมฆคงไม่สงสัยหรอก เรื่องนั้นเดี๋ยวดาจัดการให้เอง อุษณารีเอียงหน้าคล้ายตั้งคำถาม คนห่วงเพื่อนเลยรีบสำทับอีกหน

น่า นะน้ำฟ้า เชื่อดาเถอะนะ แล้วดาจะแอบไปหาบ่อยๆ เวลาที่พี่เมฆไม่อยู่บ้าน

อุษณารีสั่นหน้า แต่ฟ้าทำการบ้านไว้แล้วนะ แถมข้อมูลของบ้านที่ฟ้าเลือกก็มีเพียบ หากเริ่มนับหนึ่งใหม่เธอไม่ต้องเสียเวลาขุดคุ้ยพฤติกรรมและภูมิหลังของพ่อลูกคู่ใหม่นี้อีกหรืออย่างไร เวลาแค่สามเดือนที่มีจะพอให้เธอได้ข้อมูลอย่างที่ต้องการจริงๆ หรือ

ถ้าน้ำฟ้าไม่ตกลง รับรองว่าเรื่องนี้ถึงหูคุณป้านภาแน่

ยัยดา!’ อุทานออกไปไม่ทันไร กลับต้องมาถอนหายใจหนักๆ

เล่นแบบนี้ฟ้าก็แย่สิ ถ้าคุณป้ารู้มีหวังฟ้าถูกเรียกตัวกลับเชียงใหม่แน่ๆ

อุษณารีเท้าคางกับโต๊ะอาหารพลางครุ่นคิด คุณป้าที่รักของหลานๆ ถ้าท่านรู้เข้าอนาคตว่าที่มหาบัณฑิตของเธอคงไปไม่ถึงฝัน คุณป้านภาคนที่รู้แทบทุกอย่างผ่านการนั่งวิปัสสนากรรมฐาน ชื่อเสียงของท่านเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่คนที่มีความเชื่อเรื่องภพชาติ ไม่เว้นแม้แต่ผีสางนางไม้ที่ใครๆ ต่างก็ยกให้ท่านเป็นสื่อกลางในการติดต่อ หรือเรียกอีกนัยหนึ่งว่าโทรจิตกับวิญญาณอะไรประมาณนั้น

เธอคือหนึ่งในหลานสาวของคุณป้านภา แต่เป็นพี่สาวคนโตที่ไม่มีเค้าลางทางไหนจะเหมือนหรือใกล้เคียงความสามารถของคุณป้าแม้แต่ปลายเล็บ แม้น้องสาวคนรองจะรับส่วนดีของท่านมาบ้าง พิรุณรัศมี ก็ทำได้แค่ฝันเห็นภพชาติที่แล้วของตนเองเพียงน้อยนิดจนแทบเลือนรางเต็มที

ส่วนน้องสาวคนสุดท้องที่ได้อยู่ใกล้ชิดท่าน คงทำให้ ศิศีรกาล ได้รับพลังจากคุณป้ามามากโข การมองเห็นอนาคตเพียงแค่เสี้ยววินาทีถึงกับทำให้คุณป้านภาปลื้มแล้วปลื้มอีก

สำหรับเธอที่ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ปรากฏ กลับทำให้ท่านเป็นห่วงกว่าใครเพื่อน นอกจากจะคอยให้น้องๆ โทรเช็คทุกฝีก้าว หรือฝากฝังศิริกานดาให้ช่วยดูแล ยังอุตส่าห์ฝันเป็นเรื่องเป็นราวให้เธอระวังโน่นนี่ แม้จะยืนยันค่ำเช้าว่าตัวเองไม่ใช่เด็กๆ เหมือนเมื่อก่อน คุณป้าก็ยังห่วงไม่เว้นแต่ละวัน และแน่นอนว่าถ้าคุณป้าของเธอรู้เรื่องนี้เข้า คงไม่พ้นตามมารับถึงกรุงเทพอย่างแน่นอน

ถ้าไม่อยากให้คุณป้านภารู้ น้ำฟ้าก็ต้องทำตามข้อเสนอของดาสิจ๊ะ และห้ามมีข้อต่อรองด้วยสาวหน้าหมวยขู่อีก

เตรียมเก็บข้าวของไว้รอ อีกสามวันไปเป็นพี่เลี้ยงของแก้มบุ๋มได้เลย ส่วนวันนี้ดาจะปูทางให้ก่อน แล้วเราค่อยออกไปช้อปหาเสื้อผ้ามาลองแต่งตัวเป็นพี่เลี้ยงคนใหม่กัน

คนเจ้ากี้เจ้าการสรุปเองเสร็จสรรพ ใจยังนึกสนุกเหมือนเด็กๆ กำลังเล่นขายของหรือบทบาทสมมุติอะไรทำนองนั้น

ฟ้ายังไม่ได้ตอบตกลงเลยนะ นี่ดาเล่นมัดมือชกเลยเหรอ อุษณารีบ่นเสียงอ่อนกรุ่นๆ อารมณ์โกรธที่ถึงแม้อยากโกรธก็คงทำได้แค่ส่งค้อน

นี่น้ำฟ้าโกรธดาแล้วเหรอจ๊ะ คนที่ถือไพ่เหนือกว่าขำจนตาเล็กหยี เป็นเพื่อนกันมากี่ปีทำไมเธอจะไม่รู้ว่าอุษณารีไม่เคยถือโทษโกรธเธอจริงๆ จังๆ เลยสักครั้ง

อย่าโกรธเค้าน๊า เพราะดาห่วงต่างหาก มีเพื่อนอย่างน้ำฟ้าคนเดียวถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนของดา ชาตินี้ดาก็คงไม่ให้อภัยตัวเองที่รู้แล้วแต่กลับทำเฉย ศิริกานดาเอียงหน้าออดอ้อนจนน่าหมั่นไส้ เลยโดนฟาดเบาๆ ที่ต้นแขนจากคนไม่มีทางเลือก

และนี่กระมังที่เป็นสาเหตุให้เธอต้องมายืนแสร้งทำเป็นไม่รู้หน้าที่ของออดหน้าบ้าน

“มีใครอยู่มั้ยจ๊ะ สวัสดีจ้ะ ฉันมาสมัครงาน” ลองร้องตะโกนโหวกเหวกไปอย่างนั้นคงได้ยินถึงหลังบ้านเลยล่ะมั้ง หญิงสาวไม่ลืมหยิบแว่นกรอบหนาขึ้นมาสวมเพื่ออำพรางดวงตาไว้อีกชั้น ไม่นานนักก็เห็นร่างเล็กของผู้หญิงคนหนึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงมาที่ประตู

“มาหาใครเหรอจ๊ะ”

“สวัสดีจ้ะพี่ ฉันมาสมัครเป็นพี่เลี้ยงเด็กจ้ะ คุณดาบอกให้มาหาคุณเมฆาที่บ้านนี้” แล้วข้อมูลที่ได้จากเพื่อนรักสดๆ ร้อนๆ ก็ถูกนำมาใช้กับอีกด่าน

แม่บ้านรายวันพยักหน้าหงึกเหมือนรู้ล่วงหน้า จึงรีบเปิดประตูให้อุษณารีเดินตามเข้าไป

“เข้ามาเลยจ้ะ คุณเมฆกำลังจะออกไปทำงานพอดี” แม่บ้านวัยเกือบสามสิบเดินนำร่างที่เคยระหง แต่ตอนนี้กลับดูเทอะทะให้เข้าไปในบ้านของว่าที่นายจ้าง แน่นอนว่าลูกจ้างกำมะลออย่างเธอจะเล่นให้สมบทบาทตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้าแบบไม่มีกั๊กเลย

“พี่ชื่ออะไรเหรอ ฉันชื่อน้ำนะพี่ ลูกสาวคุณเมฆาชื่อแก้มบุ๋มใช่ไหมเห็นคุณดาบอกว่าเธอน่ารักมาก” เริ่มปะเหลาะเพื่องานของตัวเองแม้ว่าข้อมูลที่ได้จากศิริกานดาจะทำให้รู้แทบทุกซอกทุกมุมของทั้งบ้านและคนอาศัย แต่เมื่อมีโอกาสเข้ามาถึงแหล่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลด้านไหนเธอจะต้องเก็บให้ครบทุกรายละเอียด

“เรียกพี่ปุ้ยก็ได้จ้ะ คุณหนูแก้มบุ๋มเธอยังไม่ตื่น สงสัยเมื่อคืนจะงอนคุณพ่อที่หาพี่เลี้ยงให้”

“แปลว่าคุณแก้มบุ๋มไม่อยากได้พี่เลี้ยงเหรอจ๊ะพี่” แสร้งทำตาโตไปตามบท เพราะเท่าที่รู้มานั้นลูกสาวของบ้านนี้เปลี่ยนพี่เลี้ยงเป็นว่าเล่น

“อย่าให้พี่พูดเลย เดี๋ยวพอเห็นคุณแก้มบุ๋มน้ำก็จะรู้เองแหละ...” เพียงก้าวผ่านประตูบ้านที่ถูกเปิดโล่ง ดวงตาระแวดระวังก็สะดุดเข้ากับร่างสูงที่กำลังก้าวเท้าลงจากชั้นบน ในมือของเขามีเอกสารพะรุงพะรังแถมมืออีกข้างยังหิ้วกระเป๋าโน้ตบุ๊กดูเหมือนเร่งรีบ

ผู้ชายที่เธอเคยเห็นเพียงภาพจากจอสมาร์ทโฟนของเพื่อน เขามีตัวตนจริงๆ หรือนี่ ตอนแรกก็แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองที่ได้ดูภาพนั้นเพราะความอยากอวดของศิริกานดา แถมอุษณารียังย้อนถามกลับไปอีกว่าเพื่อนรักใช้แอพตกแต่งภาพเกินจริงไปหรือเปล่า แต่เมื่อมาเจอกับตัวจริง หญิงสาวจึงยอมรับได้เต็มปากว่าทุกอย่างที่ประกอบขึ้นมาเป็นตัวเขาช่างดูสมบูรณ์แบบ จนอุษณารีไม่อาจละสายตาไปจากร่างสูงนั้นได้เลยจริงๆ หากว่าไม่ได้ยินเสียงแม่บ้านที่ดึงให้สติของเธอกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว

“คุณเมฆจ๊ะ นี่พี่เลี้ยงที่คุณดาส่งมาจ้ะ”

“อ้อ...ลืมไปเลย นั่งก่อนสิ” เขาเดินนำไปที่ชุดโซฟารับแขกก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง พร้อมกันนั้นอุษณารีก็รีบค้อมกายคุกเข่าลงข้างๆ โซฟาอีกตัว...ยังไงก็ขอทดสอบน้ำใจเจ้าของบ้านก่อนแล้วกัน ว่าจะเป็นจริงดั่งคำที่ศิริกานดาโฆษณาเอาไว้หรือเปล่า

“ไม่ใช่ตรงนั้น ข้างบนนี่เลยผมไม่ถือ” เขาเคาะฝ่ามือเบาๆ บนโซฟาและดูเหมือนว่าเจ้าบ้านกำลังยิ้มที่เธอออกจะทำตัวเงอะงะให้เห็น แต่เอ...นี่เขาขำท่าทางของเธอหรือหัวเราะรูปร่างหน้าตาที่ศิริกานดาปั้นแต่งกันแน่

“ยัยดาบอกว่าชื่อน้ำใช่ไหม”

“จ้ะคุณเมฆา” แม้นั่งประจันหน้าเขา แต่หญิงสาวยังพยายามหลบตา กลัวว่าเจ้าของบ้านอาจจับพิรุธได้

“เรียกผมเมฆก็ได้” หญิงสาวชะงักรีบสบตาอีกฝ่าย รอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากหยักบางประกอบกับใบหน้าคมสันไม่มีเค้าลางของคนวัยสามสิบห้าเลยสักนิด ดอกเตอร์เมฆา อัษฎานุรักษ์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยชื่อดังยังดูหนุ่มแน่นเหมือนเพื่อนชายวัยไล่เลี่ยกันกับเธอ ยิ่งได้เห็นเขาใกล้ๆ ก็เหมือนมีพลังบางอย่างป่วนให้รู้สึกแปลกๆ และอุ่นข้างในพิลึกจนต้องรีบขยับแว่นตากลบเกลื่อน

“อ้อ...จ้ะคุณเมฆ”

“เคยรับเลี้ยงเด็กมาบ้างหรือเปล่า” เขาถามเป็นการเป็นงาน

“ก็เคยจ้ะ เคยเลี้ยงให้น้าที่บ้าน” เขาพยักหน้าเหมือนกำลังใช้ความคิด...ก็เรื่องจริงนี่นา เธอเคยเลี้ยงน้องให้คุณน้า แต่เป็นแบบชั่วครั้งชั่วคราวนะ ไม่ได้รับจ้างเลี้ยงเหมือนตอนนี้

“อืม...มีครอบครัวหรือยัง ขอโทษนะที่ถามเรื่องส่วนตัว” เข้าทางหญิงสาวพอดิบพอดี ที่เตรียมท่องมาทั้งวันทั้งคืนเลยต้องรีบงัดออกใช้

“มีแล้วจ้ะคุณเมฆ ลูกสาวสองคนจ้ะ ตอนนี้ให้ยายเลี้ยงเพราะฉันพึ่งเลิกกับแฟน แต่คุณเมฆไม่ต้องกังวลนะจ๊ะ ฉันไม่พาลูกมารบกวนคุณเมฆหรอก”

“เปล่าๆ ผมไม่ได้ว่าอะไร มาทำงานห่างลูกแบบนี้ เด็กๆ คงคิดถึงแย่” หากดูไม่ผิด เหมือนสีหน้ายิ้มๆ เมื่อครู่กลับขุ่นมัวลงทันใด แล้วไม่กี่วินาทีเขาก็เปลี่ยนทีท่าเป็นปกติดังเดิม

“ผมอนุญาตให้น้ำลากลับไปเยี่ยมลูกได้นะ แต่ยังไงก็ช่วยแจ้งผมก่อนจะได้ให้ปุ้ยทำหน้าที่แทน ส่วนเรื่องค่าจ้างยัยดาบอกน้ำแล้วใช่ไหม”

หญิงสาวพยักหน้า เก้าพันบาทตามกฎหมายแรงงานพร้อมที่หลับที่นอนและกับข้าวครบทุกมื้อ แถมยังมีวันหยุดให้อีกหนึ่งวันเต็มๆ เป็นใครใครก็อยากทำค่ะคุณเมฆถ้าไม่ติดตัวปัญหาที่คงงอนก้นป่องอยู่ข้างบนนั่น คิดถึงภารกิจแล้วอุษณารีก็หลุดยิ้มกับตัวเอง ทว่าพอเจอสายตาคมๆ จ้องจับ หญิงสาวเลยต้องรีบเม้มริมฝีปากแน่น

“ทราบแล้วจ้ะคุณเมฆ ขอบคุณคุณเมฆมากๆ นะจ๊ะที่รับฉันเข้าทำงาน” อุษณารียกมือขึ้นไหว้รวดเร็วจนนิ้วชนกับแว่นปลอมๆ ที่ไม่คุ้นเคย ต้องรีบขยับแว่นตาให้เข้าที่เข้าทาง

“ดีแล้วล่ะ ผมจะได้ไม่ต้องอธิบายอะไรอีก” เมฆาเหลือบมองนาฬิกาเรือนทองข้างตู้โชว์พลางถอนหายในเล็กน้อย “วันนี้ผมต้องรีบไปทำงาน ฝากปุ้ยกับน้ำดูยัยแก้มบุ๋มด้วยนะ เย็นนี้อาจจะกลับดึกสักหน่อยพอดีมีงานเลี้ยง อ้อ...ก่อนปุ้ยกลับช่วยบอกงานให้น้ำคร่าวๆ ก่อนแล้วกัน มีอะไรขาดเหลือก็โทรบอกผม”

เจ้าของใบหน้าทรงเสน่ห์หยัดกายขึ้นเต็มความสูง ทำให้อุษณารีต้องรีบดีดกายออกจากโซฟาราวอัตโนมัติ นี่เธอว่าตัวเองสูงแล้วนะ ร้อยเจ็ดสิบยังถึงได้แค่ไหล่ของเขาเองเหรอเนี่ย

เมฆายิ้มให้แล้วก้าวเท้าผ่านหน้าหญิงสาว แต่แล้วก็เหมือนเขาจะหยุดกะทันหันคล้ายชั่งใจอะไรบางอย่าง ดวงตาคมกล้าตวัดมองมาที่เธอ วูบนั้นเหมือนว่าเขาอาจสงสัย ทำเอาอุษณารีหน้าซีดเผือด

“ยัยแก้มบุ๋มถึงจะดื้อแต่แกก็เป็นเด็กดี หวังว่าน้ำคงไม่แอบหนีกลับหลังเจอหน้าลูกสาวผมนะ” ใบหน้าคมคายส่ายนิดๆ และยิ้มเหมือนปลงตก หญิงสาวเองก็พลอยโล่งอกและได้แต่คิดในใจ...เพราะเด็กอยากมีแม่ ที่งอแงดื้อรั้นก็คงเรียกร้องหาแม่เหมือนเด็กคนอื่นๆ นั่นแหละ เรื่องนี้เธอก็พอจะรู้อยู่บ้างจากในตำราที่เคยเรียนมา

“ฉันจะพาหนูแก้มบุ๋มเข้านอนก่อนที่คุณเมฆจะกลับมาเสียอีก” อะไรบางอย่างทำให้เธอมั่นใจอย่างนั้น แม้ยังไม่เห็นหน้าเด็กน้อย หญิงสาวก็เชื่อว่าลูกไม้คงหล่นไม่ไกลต้น คนเป็นพ่อออกจะง่ายๆ เด็กตัวเล็กๆ เธอคงรับมือไหว...กระมัง

“โอเค แล้วผมจะโทรเช็คเรื่อยๆ แล้วกัน” เขายักไหล่เหมือนการโทรศัพท์เข้าบ้านบ่อยๆ กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว

“ขอบใจมากนะน้ำ ถ้ามีอะไรเหลือบ่ากว่าแรงก็ให้บอกผม” เมฆายกยิ้มอีกครั้ง ยิ้มน้อยๆ เป็นกันเองคล้ายแฝงไว้ด้วยความไว้ใจ ทว่าเล่นเอาคนมองถึงกับร้อนๆ หนาวๆ จะอะไรเสียอีกหากไม่ใช่อาการของวัวสันหลังหวะที่รู้ว่าตัวเองทำผิดเพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

ถึงขั้นนี้แล้วจะถอยดีไหม? เธอจะทำอย่างไรถ้าเขารู้ความจริงขึ้นมา พี่เลี้ยงเฉพาะกิจกลืนน้ำลายดังเอื๊อก!

 

ลับร่างของคนที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ แม่บ้านก็เหมือนไม่ได้รู้สึกคลางแคลงใจอะไรเกี่ยวกับตัวเธอ อุษณารีถูกพาไปที่ห้องของเด็กน้อย ร่างเล็กบนเตียงยังนอนคุดคู้เห็นเพียงแผ่นหลังของเจ้าตัวขยับเหมือนรับรู้ว่ามีคนเข้ามาในอาณาจักรส่วนตัว

“คุณแก้มบุ๋มขา พี่เลี้ยงคนใหม่มาแล้ว หันหน้ามาหน่อยสิคะ” ปุ้ยร้องเรียกเสียงอ่อนเสียงหวาน

“ไม่!

คำเดียวที่ตอบกลับมาจากเจ้าของห้อง พี่เลี้ยงคนใหม่ทำหน้าหนักใจ แต่เมื่อตัดสินใจแล้วเธอต้องเดินหน้าให้ถึงที่สุด

“นะคะคุณแก้มบุ๋ม คุณพ่อไปทำงานแล้วตื่นเถอะค่ะ”

“ไม่!” เด็กน้อยยังดื้อดึงจนแม่บ้านถอนหายใจเฮือกใหญ่

“เป็นแบบนี้ประจำจ้ะ วันนี้คงงอนคุณเมฆเหมือนเคย”

อุษณารีอมยิ้ม แล้วคนเจ้าแผนการก็เริ่มยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อนึกบางอย่างขึ้นได้ “พี่ปุ้ยจ๊ะ ตอนที่ฉันเดินเข้าบ้านมาเมื่อกี้ เห็นแสงอะไรก็ไม่รู้น่าจะอยู่ที่ห้องคุณแก้มบุ๋มนี่แหละ”

“หือ? อะไรเหรอน้ำ ตาฝาดหรือเปล่าจ๊ะ” แม่บ้านขมวดคิ้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

“เหมือนที่ฉันเคยเห็นตอนเด็กๆ เลยล่ะพี่ปุ้ย ไอ้แสงแบบนี้ฉันว่าที่บ้านหลังนี้ต้องมีนางฟ้าอยู่แน่ๆ” หญิงสาวพูดพลางขยิบตาถี่ยิบเป็นสัญญาณให้แม่บ้านไปตามน้ำ

“เอ่อ...อ้อ ใช่ๆ บางทีพี่ก็เห็นเหมือนกันนะ เคยเห็นมันสว่างๆ แล้วก็หายไป” แม่บ้านเริ่มเล่นตามบทที่ถูกยัดเยียดให้กะทันหัน ทั้งที่อยากหัวเราะเต็มแก่แต่ก็ต้องกลั้นเสียงขบขันเอาไว้ และคงไม่ถึงอึดใจด้วยซ้ำอุษณารีก็ได้เห็นดวงตาสีดำวาววับเป็นครั้งแรก เมื่อร่างบนเตียงพลิกกายหันมามอง เรือนผมสีดำอ่อนหยักศกนิดๆ ปรกระข้างแก้มป่อง เห็นแล้วน่าหยอกน่าหยิกจนอยากเดินเข้าไปหา แต่ยังก่อน...ตอนนี้ยังต้องเล่นบทเป็นเด็กเล็ก เพื่อล่อหลอกให้เด็กเล็กกว่าเปิดใจรับเสียก่อนสินะ แล้วพี่เลี้ยงคนใหม่ก็ทำจมูกฟุดฟิดสูดดมนั่นนี่ไม่เว้นแม้แต่ตัวของแม่บ้านปุ้ยที่คิ้วเริ่มผูกโบอีกระลอก

“ดมอะไรฉันเนี่ย”

“แม่ฉันเคยเล่าให้ฟังว่านางฟ้าจะชอบมาหาคนตัวหอมๆ น่ะพี่ ฉันอาบน้ำแล้วนะใส่น้ำหอมด้วย แล้วพี่ปุ้ยล่ะ”

“อาบแล้วจ้า อาบมาสองรอบเลย” พลางเอามือปิดปากตัวเองไว้ไม่ให้หลุดขำ ยิ่งเห็นดวงตาสีดำกลมโตวิบวับอยากรู้อยากเห็น แม่บ้านปุ้ยยิ่งอยากเล่นละครหลอกเด็กไปกับพี่เลี้ยงจอมวางแผน

อุษณารีแสร้งยกฝ่ามือปัดปลายจมูก

“แล้วทำไมยังเหม็นอยู่ล่ะพี่ แบบนี้นางฟ้าจะกล้าออกมาเหรอ งั้นฉันไปดีกว่า...” พอหันหลังจะก้าวเท้าออกจากที่ก็ต้องชะงัก เมื่อแม่บ้านดึงตัวเอาไว้

“อ้าว! จะไปไหนล่ะน้ำ” คนไม่รู้เกมสงสัยจนล้นอก

“ก็ไปอาบน้ำอีกรอบน่ะสิพี่ปุ้ย คงต้องอาบสักสามรอบสี่รอบเลยล่ะ วันนี้ฉันอยากเห็นนางฟ้า ขืนทำตัวเหม็นๆ ก็ชวดกันพอดี” ว่าแล้วก็หันกายจะเดินออกจากห้องปล่อยให้ปุ้ยเกาหัวสองสามแกรกที่ตามอีกคนไม่ทัน ครั้นจะวิ่งตามอุษณารีออกไปเธอก็ต้องรีบหันหลังกลับ เมื่อได้ยินเสียงเล็กๆ แว่วมา

“แก้มบุ๋มอยากอาบน้ำ”

“ดีเลยค่ะคุณหนู” แม่บ้านเดินตรงไปที่เตียง “ให้พี่น้ำอาบให้นะคะ”

“ไม่!” เด็กน้อยสะบัดหนี สองแขนป้อมๆ กอดอกจ้องพี่เลี้ยงคนใหม่ที่ยืนอยู่หน้าประตูเขม็ง “แก้มบุ๋มจะให้พี่ปุ้ยอาบ”

“พี่ปุ้ยยังทำงานบ้านไม่เรียบร้อยเลยนะคะ ให้พี่น้ำช่วยอาบดีกว่าจะได้หอมๆ ไง” แม่บ้านลองเอาน้ำเย็นเข้าลูบแต่เด็กหญิงยังปฏิเสธท่าเดียว

“ไม่! ไม่เอา!” เสียงแหลมเล็กดังลั่นห้องเมื่อถูกขัดใจ

“เดี๋ยวฉันทำงานแทนพี่ปุ้ยเองจ้ะ รีบอาบให้คุณแก้มบุ๋มเถอะ ฉันกลัวไม่ได้เห็นนางฟ้า” อุษณารีพยักพเยิด อย่างน้อยก็ถือว่าเข้าทางเธอแล้วไม่ใช่หรือ แม้เจอหน้าครั้งแรกหนูน้อยอาจยังไม่ยอมรับ แต่เธอเชื่อว่าแก้มบุ๋มต้องเป็นหนึ่งในสมมุติฐานอีกหลายๆ ข้อที่เธอตั้งเป็นประเด็นขึ้นมาสำหรับงานนี้

 

“พี่ปุ้ย ฉันทำงานเสร็จแล้วนะพี่”

“ฮื่อ! เร็วจัง พี่อาบน้ำให้คุณแก้มบุ๋มแป๊บเดียวเองนะ แล้วงานหนักไปมั้ยจ๊ะ” แม้จะสงสัยอยู่นิดๆ แต่ก็โล่งใจไม่น้อย ถึงพี่เลี้ยงคนใหม่ยังไม่ทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ แต่การทำงานแทนเธอก็เท่ากับว่าภาระอันหนักอึ้งลดลงไปตั้งครึ่งหนึ่ง คงเพราะการลาออกของพี่เลี้ยงแต่ละคนทำให้งานของเธอเพิ่มเป็นสองเท่านั่นเอง

“ไม่หรอกจ้ะ แค่ล้างจานกับกวาดบ้านแค่นี้ถือว่าช่วยๆ กัน” พี่เลี้ยงยิ้มกว้างก่อนเริ่มแผนใหม่

“วันนี้มีแค่นี้ใช่ไหมจ๊ะ งั้นฉันขอพักอ่านหนังสือแป๊บนึงนะพี่ปุ้ย ค้างเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน พอไม่ได้อ่านต่อมันรู้สึกขาดๆ ไม่ต่อเนื่องยังไงไม่รู้”

“ได้สิ แล้วอ่านหนังสืออะไรเหรอน้ำ” แม่บ้านประคองไหล่เล็กเดินมาจนถึงห้องนั่งเล่นพร้อมด้วยสมุดวาดเขียนและกล่องสีเทียนในมือ

“เรื่องนางฟ้ากับพรสามข้อจ้ะพี่ พี่ปุ้ยอยากฟังหรือเปล่าฉันจะอ่านให้ฟัง” แค่ได้ยินชื่อหนังสือแม่บ้านปุ้ยได้แต่ยิ้มหน้าบาน บอกไม่ถูกว่าพี่เลี้ยงคนนี้ช่างแปลกและแสนแปลกกว่าพี่เลี้ยงคนไหนๆ แม้เจ้าตัวไม่ถามไม่พูดกับหนูน้อยตรงๆ แต่ทุกการกระทำนั้นเล่ากลับดึงให้เจ้าบ้านตัวเล็กสนอกสนใจได้ไม่น้อย

แค่เริ่มเรื่องเด็กหญิงแก้มบุ๋มก็ลืมกิจกรรมวาดภาพไปทันที หนูน้อยดูตั้งอกตั้งใจแถมยังวี๊ดว๊ายเมื่ออุษณารีกลายร่างเป็นแม่เสือเขี้ยวยาวเตรียมขย้ำเจ้าหญิงข้างนอกหนังสือ และเสียงหัวเราะสดใสยังตามมาติดๆ ในยามที่หญิงสาวแสดงบทบาทเป็นเจ้าชายแอบหอมแก้มเจ้าหญิงแก้มบุ๋มไปหนึ่งฟอด เจ้าตัวก็ไม่มีท่าทีอิดออดเหมือนตอนแรกที่เห็นหน้า แม้ว่าใบหน้าของพี่เลี้ยงจะมีไฝเม็ดใหญ่แปะไว้จนดูน่าเกลียดก็ตาม

ดูเหมือนว่าปฏิบัติการนางฟ้าในวันแรกจะจบลงด้วยดี เมื่อหนูน้อยเข้านอนไปพร้อมกับนิทานอีกเรื่อง แม่บ้านปุ้ยกลับไปตั้งแต่หัววันหลังจากสะสางงานจนแล้วเสร็จ เกือบห้าทุ่มจึงได้ยินเสียงเครื่องยนต์เคลื่อนจอดที่หน้าบ้าน กว่าที่อุษณารีจะเดินจากชั้นบนลงไปถึงห้องรับแขก ตั้งใจว่าจะเปิดประตูให้กับเมฆา แต่กลายเป็นว่าเจ้าของบ้านจอดรถในโรงรถเรียบร้อยตามสโลแกน ง่ายๆ ของเขา ที่เธอแอบให้ใบประกาศนียบัตรไปตั้งแต่แรกพบหน้า

ร่างสูงไม่ทันได้สังเกตด้วยซ้ำว่ามีใครยืนรอ จนเมื่ออุษณารีเอ่ยทักเขาจึงละมือออกจากเนคไทที่ดึงออกมาจากปกเสื้ออย่างหลวมๆ

“อ้าวน้ำ”

“ฉันช่วยถือจ้ะคุณเมฆ” พี่เลี้ยงยื่นมือรับกระเป๋าโน้ตบุ๊กจากมือของอีกฝ่าย แต่ดูๆ อีกทีเรียกว่าแย่งต่อหน้าต่อตาน่าจะเหมาะกว่า ชายหนุ่มจึงปล่อยเลยตามเลย

“ยังไม่นอนอีกเหรอ”

ถามได้นะคะคุณเมฆา ถ้านอนแล้วจะเห็นยืนทนโท่อยู่อย่างนี้เหรอ ในใจอยากรวน แต่อีกใจกลับบอกให้รีบส่งยิ้มเพราะอยากอวดผลงานที่อุตส่าห์คุยเอาไว้เมื่อตอนเช้านั่นต่างหาก

“สงสัยแปลกที่น่ะจ้ะเลยนอนไม่หลับ อ้อ...คุณเมฆจ๊ะ คุณหนูแก้มบุ๋มหลับแล้วนะ หลับไปตั้งแต่สองทุ่มแล้ว”

“ฮื่อ! เก่งนี่ ปกติถ้าผมยังไม่กลับยัยแก้มบุ๋มไม่มีทางหลับก่อนผมหรอก ยิ่งเจอพี่เลี้ยงใหม่อย่างน้ำด้วยแล้วผมต้องรีบดิ่งกลับบ้านทุกที” อาการยิ้มกว้างนั้นบอกให้เธอรู้ว่าเขาน่าจะพอใจกับผลที่ออกมา เห็นแบบนี้แล้วคนเจ้าแผนการเลยได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนลืมสังเกตว่าร่างสูงหยุดลงกะทันหันที่หน้าห้องของลูกน้อย

“อุ๊ย!

“ขอโทษๆ ผมคิดเพลินไปหน่อย เจ็บหรือเปล่า” คนที่เดินไม่ดูตาม้าตาเรืออย่างเธอเลยต้องลูบหน้าผากป้อยๆ เพราะชนเข้ากับอกกว้างอย่างจัง

“ไม่เป็นไรจ้ะ” ปากว่าไม่เป็นไรแต่ทำไมถึงรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ได้นะ ผู้ชายเขาเป็นแบบนี้กันทุกคนหรือเปล่า? มีเนื้อมีหนังเหมือนกันแท้ๆ แต่พ่อเจ้าประคุณแข็งอย่างกับหิน!

“นี่นะคนไม่เป็นไร” เมฆาส่งเสียงหึในลำคอ แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็บังเกิดดุจสายฟ้าแลบเมื่อเจ้าของบ้านเล่นยกนิ้วมือขึ้นมาคลึงหน้าผากให้เบาๆ อุษณารีนิ่งอึ้ง! เธอยอมรับว่าที่เขาทำมันแค่เบาๆ แต่กระแสบางอย่างที่สัมผัสได้เหมือนถูกนาบด้วยเหล็กร้อนจนเธอต้องขยับหนี

“ถ้าหัวปูดขึ้นมาผมต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลมั้ยนี่” เขาพูดทีเล่นทีจริงเหมือนไม่ได้สนใจการกระทำของตนเท่าไหร่นัก

รอยกดยิ้มที่แตะแต้มริมฝีปากหยัก เหมือนเชื้อเชิญให้คนมองไม่อาจละสายตาไปจากเรียวหน้าคมคร้ามนั้นได้ แม้จะรู้ทั้งรู้ว่านี่เป็นกฎเหล็กที่เธอตั้งขึ้นมาให้กับหัวใจของตัวเอง แต่เมื่อได้เห็นยิ้มอบอุ่นจากผู้ชายตรงหน้า กลับกลายเป็นว่ากำแพงที่อุตส่าห์ก่ออิฐฉาบผนังเสียดิบดีแทบกะเทาะออกเป็นแผ่นๆ หญิงสาวที่ไม่เคยยอมรับไมตรีจากชายใดเพียงเพราะการตั้งมั่นกับการเรียนของตัวเอง วันนี้กลับรู้สึกชอบรอยยิ้มเมื่อครู่แม้พึ่งรู้จักเขาก็ตาม

“เอ้อ...ไม่เป็นไรจริงๆ จ้ะ แล้วคุณเมฆจะเข้าไปดูหนูแก้มบุ๋มก่อนไหม” ไถลออกนอกเรื่องทันทีเมื่อใจมันเริ่มสั่น แล้วเธอจะสั่นไปเพื่ออะไร ก็เขาแค่แตะหน้าผากนิดเดียวแค่นั้น!

“ที่หยุดก็เพราะอยากแวะหาลูกนี่แหละ” เขาบิดลูกบิดประตูเบาๆ ก่อนแทรกกายเข้าไปในห้องของบุตรสาว คนอยากรู้อยากเห็นรีบก้าวตามไปติดๆ เก็บข้อมูล...เก็บข้อมูล ท่องไว้จนเหมือนติดที่ริมฝีปาก แล้วภาพที่เห็นก็เป็นจริงดังคาด คุณพ่อก้มจูบแก้มขาวๆ ของลูกน้อยแผ่วเบาในขณะที่เด็กหญิงนอนหลับปุ๋ย รอยยิ้มเจือไว้ด้วยความห่วงใยอาทรที่เด็กน้อยคือแก้วตาดวงใจและเป็นทุกอย่างในชีวิต ถ้าครอบครัวสมบูรณ์แบบกว่านี้ ทั้งเมฆาและแก้มบุ๋มจะมีความสุขแค่ไหนนะ...คนเจ้าแผนการแอบคิดนอกกรอบจนต้องหยิกแขนตัวเองให้รีบสลัดความคิดนั้นทิ้งไปเสีย

“น้ำไปนอนเถอะ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้วไม่ใช่เหรอ” เหมือนเขาพอดูออกว่าพี่เลี้ยงคนใหม่อย่างเธอต้องผ่านศึกอะไรมาบ้าง “มาเดี๋ยวผมเก็บเอง” โน้ตบุ๊กในมือถูกเขาดึงกลับ

พอได้ยินคำว่า นอน จากปากเจ้าของบ้านก็คล้ายตัวกระตุ้นให้หนังตาปิดปรือไปอย่างอัตโนมัติ ริมฝีปากบางขยับหาวเบาๆ แต่ยังไม่ลืมยกฝ่ามือปิดตามมารยาท

“จ้ะ” ขานตอบไปแค่นั้น พี่เลี้ยงคนใหม่ก็หันหลังเดินออกจากห้อง โดยไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจเลยว่าเจ้าของบ้านมีสีหน้าเช่นไรเมื่อลับร่างของเธอไปแล้ว

ร่างสูงเพ่งพิศอยู่เป็นนาน เขากัดริมฝีปากแน่น เสียงหัวใจเต้นระรัว ฝ่ามือหนากำแน่นเพื่อระงับแรงกรุ่นโกรธ

เธอทำแบบนี้เพื่ออะไรกัน...งานอย่างนั้นเหรอ?

หากเขาไม่เอะใจคงไม่รู้ความจริงสินะว่าพี่เลี้ยงคนนี้เข้ามาในบ้านของเขาเพื่อผลประโยชน์ใด หากมองเผินๆ ใครก็คงคิดว่าเธอแค่ต้องการทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก แต่อุปาทานหลายอย่างทำให้เขาไม่แน่ใจ ผิวเนื้อขาวเนียนละเอียดอีกทั้งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมชั้นดี ดูขัดกันกับชุดที่ใช้อำพรางและสิ่งแต่งแต้มบนใบหน้า

เมฆาที่เคยรู้จักพี่เลี้ยงเด็กมานักต่อนัก มั่นใจในแวบแรกที่เขาเห็นเธอเดินเข้ามาในบ้าน และนั่นก็เป็นสาเหตุให้ชายหนุ่มต้องเค้นเอาความจริงจากน้องสาวตลอดทั้งบ่าย แน่ล่ะ...ศิริกานดาไม่มีทางโกหกเขาได้

พี่เมฆอย่าดุเพื่อนของดาเลยนะคะ ดาเองที่เป็นคนผิดไปบังคับให้เพื่อนทำงานกับพี่เมฆ คนที่รู้ตัวว่าผิดเต็มๆ บอกเสียงอ่อยทั้งยังทำหน้าเหมือนขอความเห็นใจ

แล้วทำไมไม่พูดดีๆ ก็รู้อยู่ว่าพี่ไม่ชอบคนโกหก อีกอย่าง...นี่ก็เรื่องครอบครัวของพี่นะยัยดา ญาติผู้พี่ขู่ทั้งน้ำเสียงและแววตา ทำเอาศิริกานดาก้มหน้างุดหลบระเบิดแทบไม่ทัน

ก็แหม...ถ้าเดินเข้าไปขอตรงๆ อย่างนั้นจะให้สังเกตได้ไงคะ ก็พี่เมฆหวงยัยแก้มบุ๋มจะตายไป ถามถึงแม่ก็ไม่ได้

ดา!’

ค่าๆ ดาไม่พูดก็ได้ แต่อย่าไล่เพื่อนของดาออกนะคะพี่เมฆ คราวนี้เธอลองเอาลูกอ้อนเข้าใช้กับเขาบ้าง อย่างพี่ชายของเธอก็เป็นคนดีคนหนึ่งที่ศิริกานดารู้จักมาตั้งแต่เด็ก

ดาไม่อยากให้เพื่อนไปเสี่ยงอันตราย ไอ้พวกผู้ชายหัวงูน่ากลัวจะตายไป

เมฆาส่ายหน้าระอาเอือมในความคิดของลูกพี่ลูกน้อง กลัวว่าเพื่อนจะเป็นอันตราย แล้วเขากับลูกล่ะ เขาจะไว้ใจได้อย่างไรกัน แค่ปกปิดความจริงเขาก็เริ่มฉุนๆ ขึ้นมาแล้ว นี่ยังจะเอาข้อมูลส่วนตัวของเขากับลูกไปประจานเพื่องานของตัวเองอีก ผู้หญิงคนนี้สะกดคำว่าอายไม่เป็นหรืออย่างไร

หึ! เสี่ยงอันตราย แล้วไม่คิดว่าพี่จะทำอะไรเพื่อนเรารึไง นี่เป็นครั้งแรกเลยกระมังที่เขาพูดประชด

ดาเป็นน้องสาวของพี่เมฆนะคะ พี่ชายของตัวเองนิสัยยังไงทำไมดาจะไม่รู้ ไม่อย่างนั้นดาคงไม่ส่งเพื่อนรักคนเดียวของดาไปที่บ้านพี่เมฆหรอก

คนเป็นพี่ระบายลมหายใจหนัก เห็นแววตาออดอ้อนของอีกฝ่ายเขาก็เริ่มปลงกับชีวิต รู้สึกอยากไล่ผู้หญิงคนนั้นออกไปจากบ้านเต็มทน หากแต่จิตใต้สำนึกกลับอยากทดสอบอะไรบางอย่าง ว่าภายใต้กรอบแว่นหนาและผมม้าสั้นเต่อนั่น หล่อนต้องการแค่ข้อมูลประกอบวิทยานิพนธ์จริงๆ หรือเปล่า หรือต้องการปั่นป่วนให้ครอบครัวของเขาวุ่นวาย หากมีอย่างหลังเพิ่มมาด้วยเขาคงไม่มีทางยอมได้แน่

ก็ได้...แต่อย่าหาว่าพี่ใจร้ายก็แล้วกัน ถ้าเพื่อนของดาทำเกินขอบเขต

แน่นอนค่ะ เพื่อนดาเป็นคนดี รับรองว่ายัยแก้มบุ๋มจะติดพี่เลี้ยงแจเลยล่ะคราวนี้ ศิริกานดายิ้มหน้าบาน และแน่นอนว่างานของอุษณารีต้องผ่านฉลุย จะเพราะอะไรก็ช่างเถอะ ที่แน่ๆ พี่ชายของเธอรู้ความจริงแบบนี้แล้วคงได้มีเรื่องตื่นเต้นให้เห็นกันบ้าง

แต่มีข้อแม้อยู่อย่างหนึ่ง

คะ!?

เราต้องสัญญากับพี่ก่อน ว่าจะไม่บอกเขาเรื่องที่พี่รู้จากดาแล้ว

อันที่จริงแล้วเขาเองก็ไม่ได้ต้องการจ้องจับผิดอะไรเธอมากนัก ออกจะฉงนอยู่ไม่น้อยที่มาวันแรกก็เล่นยัยแก้มบุ๋มซะอยู่หมัด หากเป็นคนอื่นเขาคงต้องเหนื่อยเป็นสองเท่า ทั้งปลอบบุตรสาวและต้องคอยกล่อมพี่เลี้ยงให้อยู่ต่อเมื่อเจองานช้างตั้งแต่วันแรก แต่นี่ไม่เลย ผู้หญิงคนนี้ไม่มีท่าทีอย่างที่เขาเคยเห็น เจ้าตัวยังยิ้มได้แม้ต้องขลุกอยู่กับบุตรสาวของเขาตั้งครึ่งค่อนวัน

“ฉันคงประเมินเธอต่ำไปจริงๆ” อาจารย์หนุ่มเผลอพูดกับคนในกระจกเมื่ออยู่ในห้องส่วนตัว เสี้ยวความคิดหนึ่งที่เขานึกถึงหน้าตาตื่นตระหนกของเธอ ดวงตากลมโตที่ขยับไหววาบ ใบหน้านั้นแดงปลั่งราวสีของผลทับทิม ในขณะที่เขาลองหยั่งเชิงหาเหตุผลอื่นที่นอกเหนือจากคำสารภาพของศิริกานดา อาจมีอะไรซ่อนอยู่ภายใต้แววตาคู่นั้น สิ่งที่เขาต้องรู้ให้ได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

30 ความคิดเห็น

  1. #5 Krittaya (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:30
    มาเปนแฟนฟิคอาจารย์ ชักติด
    #5
    0