'ปลื้มคนโปรด' (Yaoi) [สนพ.Deep Publishing]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 536,401 Views

  • 8,054 Comments

  • 24,042 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    131,513

    Overall
    536,401

ตอนที่ 9 : ปลื้มคนโปรด 8 : เนียนรอคนเหนื่อย [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 149
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3275 ครั้ง
    29 ธ.ค. 61

ปลื้มคนโปรด 08 : เนียนรอคนเหนื่อย

#ปลื้มคนโปรด

           

            คนโปรดปล่อยให้พี่ปลื้มได้ซึมซับรอยยิ้มของตัวเองอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับสู่สภาพเดิมเนื่องจากรถด้านหลังบีบแตรใส่ ปลื้มเลยหลุดจากภวังค์ รีบขับรถต่อไปไม่งั้นคงได้มีเรื่องกับรถที่บีบแตรไล่เป็นแน่ ซึ่งนั่นก็ทำให้คนโปรดหันกลับมามองทางปกติ ส่งข้อความบอกผู้จัดการร้านว่าเขาอาจจะไปช้านิดหน่อยเพราะฝนตก

 

            ดีหน่อยที่ผู้จัดการไม่ว่า เรื่องแบบนี้มันช่วยไม่ได้อยู่แล้ว และก็ต้องขอบคุณที่พี่ปลื้มขับรถเก่งพอที่จะมาส่งคนโปรดได้ทันเวลา

 

            พี่จะกลับเลยไหมครับหรือจะหาไรกินก่อน ?

 

            “ไม่ต้องห่วงกูหรอก ไปทำงานไป คนพี่เอ่ยปากไล่ตอนมาจอดเทียบหน้ารถ สายตาก็กวาดดูว่าตรงไหนมีที่จอดรถไหม คราวก่อนนั่งรถมาไม่ได้เอารถไปก็เลยไม่ต้องห่วงว่าจะต้องไปแย่งชิงที่จอดกับใคร ทว่าวันนี้มันไม่ใช่ แถวนี้มีที่จอดรถบ้างไหมวะ ?

 

            “พี่จะอยู่กินข้าวเหรอ ?

 

            “แค่ตอบกูมา เจ้าตัวย่นคิ้วใส่ คนโปรดเลยถอนหายใจเข้าให้ ชี้ที่ซอยด้านข้างซึ่งมีป้ายติดไว้ว่าที่จอดรถ ก็แค่นั้น

 

            “แล้วตกลงพี่จะกินข้าวไหม เดี๋ยวผมจองโต๊ะไว้ให้

 

            “บอกว่าไม่ต้องห่วงกูไง ไปทำงานได้แล้ว ถ้าโดนตัดเงินเดือนเพราะสาย จะมาโทษกูไม่ได้นะ คนโปรดส่ายหน้าเบาๆ อย่างเบื่อหน่ายคนปากแข็ง ถึงอย่างนั้นก็ยอมเดินเข้าไปในร้าน ทักทายพนักงานก่อนจะรีบไปเปลี่ยนชุดมาต้อนรับแขก

 

            ส่วนปลื้มก็แค่ไปหาที่จอดรถ ตรวจสอบความเรียบร้อยอีกทีพร้อมกับพึมพำว่าพรุ่งนี้คงต้องเอารถไปล้างสักหน่อย ไม่งั้นคงเป็นคราบน้ำฝนเป็นแน่

 

            ไว้ค่อยโทรบอกปลายก็ได้มั้ง เขาพูดกับตัวเองตอนล็อครถเสร็จ จากนั้นก็ก้าวเท้าเข้าไปในร้าน พกโน้ตบุ๊คติดไปด้วยจะได้ไปทำงาน คนโปรดหันขวับตอนพี่เขาเข้ามา ดวงตาประสานกัน และคนน้องทำท่าจะเดินมาหา ติดแค่ว่าเขากำลังรับออเดอร์ลูกค้าอยู่ ถึงวันนี้คนจะไม่เยอะมาก แต่ก็ใช่ว่าพนักงานจะพอ

 

            มากี่ท่านคะ ? พนักงานสาวคนนึงเดินเข้ามาถาม

 

            คนเดียวครับ

 

            “งั้นเชิญทางนี้เลยค่ะ เธอผายมือระคนเดินนำทางไปที่มุมของร้าน เป็นมุมที่เงียบสงบไม่ค่อยมีคนนั่ง หากแต่กลับเป็นมุมที่เห็นความกว้างของร้าน รวมถึงทุกอย่างได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่คนที่เดินผ่านประตูเข้ามายันพนักงานที่วิ่งเข้าวิ่งออกครัวร้าน คนโปรดเป็นหนึ่งในนั้นที่รับออเดอร์เสร็จก็ต้องวิ่งเอาอาหารไปเสิรฟ์

 

            ปลื้มเพิ่งสังเกตว่าอีกคนเอาผ้าปิดปากเขามาใส่ เห็นตอนว๊ากน้องเสร็จถอดออกไป

 

            ทำให้ตอนนี้เหมือนน้องกำลังยิ้มตลอดเวลา

 

            ไม่มีใครไม่เหมาะกับความรักหรอกครับ

 

            ‘เราแค่ต้องหาความรักที่เหมาะกับเราให้เจอ

 

            คำพูดนั้นลอยวนอยู่ในหัว เป็นภาพสโลว์ที่ฉายอยู่ซ้ำๆ ปลื้มไม่แน่ใจว่าคนโปรดรู้ไหมว่าสายตาที่มองมาตอนพูดประโยคนั้นมันอ่อนโยนแค่ไหน มันเต็มไปด้วยความสุข หากแต่ก็แฝงไปด้วยความเสียใจ ทว่าอีกคนเขาก็กลบเกลื่อนได้

 

            หนำซ้ำยังสะกดให้เขารับรู้ถึงความรู้สึกที่ซ่อนไว้

 

            ผมแอบชอบเขามานานจนไม่เหลือที่ว่างให้ใครนอกจากเขาหรอกครับ

 

            “มองโลกในแง่ดีจังวะ ปลื้มพึมพำ เขาสัมผัสได้ถึงทัศนคติดีๆ ของอีกฝ่าย ต่อให้มันจะดูเหมือนคนที่ไม่อยากพยายามอะไรเพื่อตัวเองเลยก็ตาม ต่างจากเขาที่ถ้ารู้สึกว่าชอบหรือว่าถูกใจก็คงจะหาทางเข้าหาสิ่งนั้นจนได้มา แน่นอนว่ามันต้องแลกกับความเหนื่อยล้า และอื่นๆ อีกมากมาย

 

            แต่ช่วงเวลาที่อยู่ในรถด้วยกัน มันเหมือนว่าเขากำลังถูกเซ็ตระบบให้คิดใหม่

 

            เหมือนว่าเขาวิ่งมาสุดทางแล้วเจอป้ายบอกให้เลี้ยวกลับไป

 

            กลับไปมองว่ามีใครเดินตามหลังไหม

 

            แล้วก็หยุดยืนสบตากัน

 

            จะไม่กินข้าวเหรอครับ ?

 

            “อะ !” ปลื้มสะดุ้งตอนที่ถูกทัก รีบหลุดจากภวังค์มามองหน้าเด็กน้อยปีกว่า คนโปรดกะพริบตาปริบๆ พนักงานคนเมื่อกี้เดินมาคุยกับเขาบอกว่าลูกค้าโต๊ะนี้เป็นอะไรไม่รู้ เอาแต่มองตามโปรด คุยด้วยก็ไม่ตอบเลยส่งโปรดมารับหน้าดีกว่า

 

            เล่นเอาคนโปรดถึงกับชะงัก แต่ก็ยอมเดินมา เอาข้าวที่สั่งมาส่งโดยที่ปลื้มไม่รู้ตัวเลยว่าสั่งอะไรไป

 

            หรือพี่เนยรับออเดอร์ผิดครับ ผมจะได้ไปเปลี่ยนให้ ?

 

            “ปละ...เปล่า ไม่ได้ผิด กูกินได้ปลื้มรีบกลับมาวางมาดต่อ แล้วนี่มึงจะมายุ่งกับกูทำไม ลูกค้าเต็มร้านไปทำงานดิ

 

            “ก็เห็นพี่เหม่อๆ เลยเดินมาดูว่าเป็นอะไร

 

            “กูก็แค่คิดอะไรไปเรื่อย

 

            “อยากไปที่บาร์ไหมครับ ? น้องเลิกคิ้วถาม สิ่งแรกที่เขาคิดได้คือพี่ปลื้มอาจจะกำลังคิดเรื่องแฟนเก่า และต่อให้เขาจะไม่อยากให้อีกฝ่ายดื่มเหล้า แต่ก็คิดว่าสำหรับเขา ถ้าได้แอลกอฮอล์เยียวยาอาจจะทำให้ลืมเรื่องที่เจอมาได้ก็เป็นได้

 

            ถึงจะแค่หมดฤทธิ์เหล้าก็เถอะ

 

            แน่นอนคำพูดนั้นทำปลื้มย่นคิ้วใส่ หันไปมองบาร์ก่อนจะเข้าใจว่าน้องหมายถึงอะไร

 

            กูไม่ได้มาดื่ม กูกินข้าวเสร็จกูก็จะไป

 

            “งั้นถ้าอยากให้ช่วยอะไร ก็เรียกนะครับ คนโปรดยืดตัวขึ้นหมุนตัวไปรับออเดอร์ต่อ ทิ้งให้ปลื้มถอนหายใจออก เขาไม่รู้เลยว่าคนในความคิดโผล่มาตอนไหน เป็นครั้งแรกที่เผลอทำอะไรไม่ถูกทั้งที่ปกติจะวางฟอร์มทันไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน

 

            เล่นเอาต้องทุบหัวตัวเองหนึ่งที ถอนหายใจให้กับความใจลอยของตัวเอง โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนโปรดแอบมองอยู่...

 

            เขาไม่สบายเหรอคนโปรด ?

 

กึก !

 

            “ให้พี่เรียกตำรวจไหม ?

 

            “ไม่เป็นไรพี่ ผมคิดว่าเขาคงจะเครียดไม่ก็กำลังคิดอะไร ร่างโปร่งรีบห้ามพนักงานที่ไปต้อนรับพี่ปลื้มไว้ มันไม่แปลกถ้าจะเข้าใจผิดคิดว่าพี่เขาบ้าไป ปล่อยเขาไปเถอะ เราไปทำงานต่อกันดีกว่า

 

            “แน่ใจนะโปรด ถ้าเกิดเขาคลุ้มคลั่งขึ้นมาจะทำไง ?

 

            “เขาไม่เป็นไรหรอกครับ เขาเป็นรุ่นพี่มอผมเอง  โปรดยิ้มขำ ส่ายหน้าเบาๆ เป็นเชิงให้วางใจ ถ้าเกิดเขาทำไม่ดีอะไร เดี๋ยวผมโทรเรียกเพื่อนเขามารับเองครับ พี่เนยไม่ต้องห่วง

 

            “แน่ใจนะ ?

 

            “แน่ใจครับ ไปทำงานเถอะ ดันหลังเธอให้ไปทำงานต่อ ส่วนตัวเองก็ลอบมองคนที่ตักข้าวเข้าปาก พร้อมกับเปิดโน้ตบุ๊คทำงานไปด้วย ไม่รู้ทำไมภายใต้แมสปิดปากกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เวลาที่อีกคนคุยกับตัวเองแล้วตักข้าวกิน กลายเป็นภาพที่เห็นแล้วมีความสุขไม่ต่างจากตอนเห็นพี่เขายิ้มเลยสักนิด

 

            มันเหมือนกับว่าชีวิตนี้ขอแค่นี้

 

            ขอแค่ได้เห็นพี่เขาใกล้ๆ ไม่ได้ถลำลึกเข้าไป

 

            ขอแค่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ ในที่ที่ยืนอยู่ตลอดมา

 

            เขาโอเคแล้วกับจุดยืนของตัวเอง

 

เพล้ง !

 

            “โปรด เด็กทำแก้วตก !”

 

            “เดี๋ยวผมไปเก็บให้ครับ คนโปรดตอบรับผู้จัดการก่อนจะรีบวางผ้าที่เช็ดโต๊ะอยู่ ก้าวฉับมาที่โต๊ะแม่ลูกอ่อน เจ้าตัวขอโทษขอโพยที่ไม่ดูแลลูกให้ดีเพราะมัวแต่ทำงาน ไม่เป็นไรนะครับ อุ้มตัวเล็กไว้ก่อน เดี๋ยวผมมาเก็บแก้วให้

 

            “ต้องขอโทษจริงๆนะคะที่ไม่ระวัง ให้ฉันช่วยไหมคะ หรือจะให้ฉันเก็บเองก็ได้

 

            “ไม่ได้หรอกครับ คุณเป็นลูกค้าจะให้ทำแบบนั้นได้ยังไง ร่างโปร่งยิ้มให้ แค่อุ้มเจ้าตัวเล็กไว้ก็พอครับ หนูไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหม ?

 

            “ไม่ค่ะ หนูไม่เจ็บ

 

            “โอเคครับ โปรดโล่งใจที่เด็กสาวไม่ได้รับบาดเจ็บ พอเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งไปเอาอุปกรณ์มาทำความสะอาด ดีหน่อยที่เป็นแก้วไม่มีน้ำ มีแค่น้ำแข็งเท่านั้นที่กระเด็นออกมา คนโปรดเลยใช้มือหยิบเศษแก้วชิ้นใหญ่ลงถังขยะไปก่อน ส่วนเศษเล็กๆ ค่อยมากวาดทีหลัง

 

            แต่เพราะความไม่ระวังมือก็เลยเกือบไปโดนความคมเข้า

 

            ติดตรงที่ว่ามันถูกจับไว้ซะก่อน

 

            ระวังหน่อยดิ เดี๋ยวก็โดนบาด

 

            “อ๊ะ !”

 

            “ปากยังไม่หายยังจะหาเรื่องเพิ่มอีกนะมึง เจ้าตัวเงยหน้ามองคนที่จับมือเขาไว้ ดันเบาๆ ให้เก็บมือไปพลางย่นคิ้วใส่อย่างหงุดหงิด พี่ปลื้มหยิบไม้กวาดมากวาดเศษแก้วเล็กๆ ออกไปให้ท่ามกลางคนมากมายที่มองอยู่ ใช้ไม้กวาดก็จบแล้ว จะไปใช้มือหยิบทำไม

 

            “ผมเห็นว่ามันชิ้นใหญ่ ก็เลย...

 

            “เลยไม่ระวัง คนโปรดชะงัก หลุบตาต่ำเมื่อถูกดุ ทว่าแทนที่จะพูดจาไม่ดีใส่ ปลื้มกลับถอนหายใจแล้วเทแก้วพวกนั้นทิ้งลงถังขยะ ไปล้างมือไป แล้วค่อยมากวาด

 

            “พี่...

 

    “ต้องจับมือพาไปห้องน้ำไหมคนโปรด บอกให้ไปล้างมือไง ยังจะยืนนิ่งอยู่อีก

 

            “คระ...ครับ กะพริบตาปริบๆ ขณะที่ขานรับไปแบบงงๆ เขานึกว่าจะโดนดุหรือโดนด่าอะไรซ้ำสอง แต่คนตัวโตกลับแค่ไล่ไปล้างมือเท่านั้น แถมยังเก็บไม้กวาดให้คนอื่นมารับงานต่อ คนโปรดเลยหมุนตัวเดินไปล้างมือตามที่พี่เขาบอก ยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ปลื้มถึงเข้ามาช่วยไว้เร็วขนาดนี้ ก็จากโต๊ะที่อีกฝ่ายนั่งกับจุดที่เขายืนอยู่ ต่อให้มันจะไม่ได้ไกลกันมาก แต่ถ้าไม่สังเกตการจะถึงตัวก็คงช้าและคนส่วนใหญ่ก็มักจะปล่อยให้พนักงานจัดการ

 

            ต่างจากพี่ปลื้มที่ปรี่ตัวเข้ามา ทำเขาตกใจไปหมด

 

            ไม่เป็นไรนะ ?

 

            “ไม่เป็นไรครับ ตอบกลับผู้จัดการร้านตอนล้างมือเสร็จ ใจจริงคนโปรดยังอยากคิดเรื่องพี่ปลื้มให้มากกว่านี้ เสียดายที่เวลานี้งานสำคัญกว่า ผมไปทำงานก่อนนะครับ

 

            “เออๆ ระวังตัวด้วยแล้วกัน

 

            “ครับ พยักหน้าให้แล้วทำงานต่อ ไม่ลืมเอาแก้วใบใหม่ไปเปลี่ยนให้โต๊ะนั้น อุปกรณ์ถูกเก็บเรียบร้อยเช่นเดียวกับคนที่มาช่วยไว้ ตอนนี้พี่ปลื้มก็กลับไปนั่งกินข้าว เคลียร์งานกับโน้ตบุ๊คราวกับว่าเมื่อกี้ไม่มีอะไร

 

            พอสบตากันต่างฝ่ายต่างก็หลุบตาหนีไป

 

            คนโปรดหลุบเพราะการสบตามันมีอิทธิพลกับหัวใจ แต่พี่ปลื้มจะหลบทำไม...

 

            แถมยังส่ายหน้าไปมาเหมือนตำหนิตัวเองอีก

 

            อะไรของเขาเนี่ย”      

 

            ผ่านไปหลายชั่วโมงที่คนโปรดวิ่งวุ่นอยู่กับการเสริฟ์อาหาร ความเหนื่อยล้าทำให้เขาแอบพ่นลมหายใจใส่ตัวเองหลายครั้ง ถึงอย่างนั้นก็ต้องทำตายิ้มตั้งใจทำงานต่อ ทำส่วนร้านอาหารเสร็จก็ไปช่วยตรงบาร์ เช็ดถูทำความสะอาดต่างๆ ทั้งที่มีพนักงานค่อนข้างมาก แต่ก็เหมือนมีแค่คนโปรดที่วิ่งวุ่นอยู่คนเดียว

 

            ทำงานหนักจนปลื้มอดสงสัยไม่ได้ว่าเงินเดือนเท่าไหร่ ถึงได้ทำงานเกินเบอร์ขนาดนี้

 

            ผมไปก่อนนะครับ

 

            “เออ กลับดีๆ

 

            หวัดดีครับ คนโปรดยกมือไหว้ผู้จัดร้านกับพวกพี่ที่อยู่หลังร้านหลังจากทำงานเสร็จ บิดขี้เกียจเล็กน้อยเพื่อคลายความเมื่อยล้า พอก้มมองนาฬิกาข้อมือก็พบว่าตอนนี้เที่ยงคืนกว่า พรุ่งนี้เขาไม่มีเรียน ทว่าก็ต้องไปคุยเรื่องประชุมเชียร์และเรื่องรับน้องนอกสถานที่ให้เสร็จ

 

            อาจจะเลทจากเวลาที่นัดในกรณีที่หลับลึกจนตื่นสาย ดีหน่อยที่พวกเพื่อนเขานัดกันตอนบ่ายเลยพอมีเวลาพัก

 

            ดวงตาสีสวยกวาดตามองร้านที่ตอนนี้ทุกโต๊ะถูกยกเก้าอี้วางคว่ำ คนโปรดไม่รู้เลยว่าคนที่นั่งอยู่ตรงมุมร้านหายไปตอนไหน งานเขาเยอะจนไม่มีเวลาสนใจ แค่จะแอบมองยังทำได้แค่มองผ่านๆ แล้วก็เดินจากไป จะให้ไปถามพนักงานคนอื่นก็คงไม่มีใครรู้เช่นกัน

 

            กลับไปตอนไหนนะ เจ้าตัวพึมพำพยายามนึกว่าเห็นอีกฝ่ายเดินออกไปตอนไหน คิ้วสวยขมวดแม้จะเดินออกจากร้านมาเพื่อหารถเมล์นั่งกลับบ้านไป

 

            พลันก็ต้องชะงักฝีเท้าเมื่อพบว่าด้านหน้ามีรถของใครจอดไว้

 

            มาสักที โคตรช้าเลย

 

            “พี่ปลื้ม ? คนโปรดเรียกชื่ออีกฝ่าย เผลอชะงักไปด้วยความตกใจที่พี่เขายังอยู่ คนพี่ปัดยุงที่ตอมออก ทำหน้ามุ่ยให้รู้ว่ารอนานแค่ไหน พี่ยังไม่กลับอีกเหรอครับ นี่มันดึกมากแล้วนะ

 

            “ถ้ากูกลับมึงจะเห็นกูยืนอยู่ตรงนี้ไหม

 

            “ก็ผมเห็นพี่หายไป...

 

            “ก็ไปเอารถไง เลิกพูดมากแล้วขึ้นรถได้แล้ว ง่วง ว่าพร้อมทำหน้าหงุดหงิด ขณะที่เดินอ้อมกลับไปยังฝั่งคนขับ คนโปรดยืนนิ่งอยู่พักนึง กำลังประมวลผลว่าพี่เขาจะพาไปไหน มัวแต่ช้าอยู่ได้ คิดว่ากูจะหลอกไปฆ่าหรือไง ?

 

            “พี่จะพาผมไปไหน ?

 

            “ก็กลับบ้านไง ดึกแล้วหรือจะไม่กลับ ?มีการเลิกคิ้วยียวนกวนประสาท ติดแค่ว่าคนโปรดไม่ได้สนใจเรื่องนั้น นี่ที่พี่ปลื้มมากินข้าวและนั่งรออยู่หลายชั่วโมง เพียงเพราะจะรับเขากลับบ้านทั้งที่บ้านของเราไปคนละทางเนี่ยนะ ?

 

            เมื่อกี้ตอนเก็บแก้วที่แตก มันไปบาดสมองพี่เขาหรือเปล่าเนี่ย ?

 

            เร็วดิ ฝนจะตกอีกรอบแล้ว

 

ครืน

 

            ว่าจบฟ้าก็ร้องเป็นการเสริมทัพ ส่งผลให้คนโปรดยอมก้าวขาขึ้นรถไปอย่างช่วยไม่ได้ แม้ว่าจะเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจและเกรงใจก็ตาม แต่พอเห็นสีหน้าเอาเรื่องแล้วก็ไม่อยากจะชวนทะเลาะตอนเที่ยงคืนกว่า ทั้งเขาและพี่ปลื้มต่างก็เหนื่อยจากกิจกรรมที่พบเจอมา

 

            โดยเฉพาะเขาที่อยากกลับบ้านไปหลับเต็มทน

 

            นี่พี่รอผมเหรอ ?

 

            ไม่ได้รอ แค่ทำงานเพลินแล้วมึงเลิกงานพอดี

 

            “แต่พี่จะกลับเลยก็ได้หนิ ยังไงบ้านเราก็คนละทาง

 

            “พูดเหมือนรู้จักบ้านกูอีกแล้วนะ เคยแอบตามไปหรือไง

 

            “…”

 

            “อีกอย่างกูจะรอหรือไม่รอก็เรื่องของกูไหม มึงควรดีใจที่ไม่ต้องรอรถเมล์เป็นชั่วโมง น้องหรี่ตาลงอย่างจับผิด มันก็จริงที่พี่ปลื้มว่า การมีใครไปส่งมันทำให้เขาประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายถึงจะไม่มาก็ตาม ถึงอย่างนั้นคนโปรดก็อดเกรงใจไม่ได้ ดึกขนาดนี้ทุกคนก็อยากกลับบ้าน กลับช่องกัน ยิ่งไปกว่านั้นพี่ปลื้มก็มาส่งเขารอบนึงแล้ว พอให้ไปส่งอีกรอบ...

 

            ถึงจะก้าวขาขึ้นมาแล้วมันก็อดเกรงใจไม่ได้อยู่ดี

 

            พี่ส่งผมตรงนี้ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมนั่งมอไซต์เข้าไป ชี้ตรงป้ายรถเมล์ที่มีวินมอไซต์ ยังไม่ใช่ป้ายหอพักเขาหรอก คิดเพียงแค่ว่าพี่ปลื้มคงจำไม่ได้ ถ้าทิ้งเขาไว้อีกฝ่ายจะได้วนรถกลับบ้านไป พี่เลยไปหน่อยมันจะมีที่กลับรถ

 

            “หอมึงไม่ได้อยู่ตรงนี้สักหน่อย จะรีบลงทำไม

 

            “พี่จำได้ ?

 

            “กูไม่ได้ความจำเสื่อมหนิ ขมวดคิ้วดุไปทีพร้อมกับมองกระจกข้างเพื่อดูรถด้านหลัง ถ้ามึงเกรงใจก็นอนหลับไป เดี๋ยวถึงแล้วกูปลุก

 

            “ไม่ได้หรอกพี่ จะปล่อยพี่อยู่คนเดียวได้ไง

 

            “กูไม่หลับในขับไปชนใครหรอกน่า ตอบอย่างรำคาญพลางกดเปิดเพลงจะได้เป็นการตัดปัญหา เล่นเอาคนโปรดได้แต่ส่ายหน้า จะให้เขาหลับทั้งที่อีกคนก็ง่วงแทบบ้าได้ไง ถ้าไม่ได้นอนก็ต้องไม่นอนด้วยกันสิ พอคิดแบบนั้นคนโปรดเลยนั่งนิ่งๆ คอยมองทางให้คนพี่เขา

 

            แอบหยิบมือถือมาเล่นบ้างเพื่อให้ตาสว่าง คนพี่เขาก็อยากจะดุที่ไม่ยอมนอนหลับ

 

            ติดแค่ว่าขับรถอยู่ หนำซ้ำตอนนี้ฝนยังตกหนัก ไม่รู้เลยว่าจะถึงบ้านตัวเองเมื่อไหร่ แต่ก็ไม่ได้ว่าน้องหรือตำหนิอะไร เพราะทันทีที่จะหันไป...

 

            หัวของคนที่บอกว่าจะปล่อยให้พี่อยู่คนเดียวได้ไงก็ซบลงมาที่บ่าซะแล้ว

 

            “ไหนบอกจะว่าไม่ปล่อยให้อยู่คนเดียวไงวะไอ้ตัวเท่าหัวไหล่ คนพี่ส่ายหน้าอย่างหน่ายใจ แต่กลับมีรอยยิ้มติดมุมปาก คนน้องขยับตัว เบียดแก้มลงกับไหล่หนา ลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าหลับลึกแค่ไหน

 

            ในมือก็ยังเปิดไลน์ค้างไว้ คำตอบที่พิมพ์ไว้ก็ยังไม่ถูกส่ง สงสัยจะเหนื่อยมากเลยไม่ได้ตอบใครสักคน ปลื้มอาศัยช่วงจังหวะรถติดดึงแมสปิดปากออกให้น้องจะได้หายใจได้สะดวกขึ้นหน่อย

 

            หลุบมองแผลที่มุมปากเล็กน้อย เสียดายที่มองได้ไม่ถนัดเพราะขับรถอยู่

 

            มันขับลำบากนะคนโปรด

 

            “อือ... น้องครางในลำคอคล้ายกับตอบรับ ทว่าก็ไม่ได้ขยับไปไหน พี่ปลื้มเลยต้องค่อยๆ เบี่ยงรถมาเลนซ้ายสุด จอดชิดฟุตบาทเพื่อปรับท่านอนให้น้องนอนดีๆ ดูว่าท่าไหนที่ทำให้น้องไม่สบายตัวก็จัดท่าให้ จากนั้นก็ขับรถต่อ คอยหันไปมองว่าน้องมีท่าทีจะตื่นไหม

 

            ชะงักนิดหน่อยตอนอีกฝ่ายเรียกชื่อใครสักคนออกมา

 

            แม่ครับ...

 

            “หืม ?

 

            ผมอยู่นี่ น้องพึมพำแต่ด้วยระยะห่างคนพี่เลยได้ยิน เจ้าตัวขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่ากำลังฝันอะไรอยู่ ที่รู้คือมันน่าจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อดทนอีกหน่อยนะ...แม่อย่าเพิ่งไป

 

            “…”

 

            “อยู่กับผมก่อนนะ น้องส่ายหน้าไปมาตอบโต้กับคนในความฝัน เป็นครั้งแรกเลยที่ปลื้มได้เห็นว่าอีกคนทำสีหน้าเศร้าๆ ต่อให้จะหลับตาอยู่ก็ตาม หากแต่เสียงแผ่วเบาที่เปล่งออกมาก็เต็มไปด้วยความสั่นไหว ใครๆก็รู้ว่าแม่ของคนโปรดป่วยเลยทำให้ต้องทำงานหนักขนาดนี้

 

            แต่ก็ไม่มีใครรู้เรื่องจริงว่าแม่คนตัวเท่าไหล่ป่วยเป็นโรคอะไร เขาเองก็ไม่เคยถามเพราะไม่อยากก้าวก่าย

 

            ทว่าตอนนี้กลับอยากจะปลุกให้ตื่นมาคุยกันซะได้

 

            แม่น้องเป็นอะไร ทำไมถึงทำให้คนตัวเล็กต้องเหนื่อยขนาดนี้

 

            ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะเลยสิ ปลื้มว่าเสียงเบา ลูบหัวน้องเล็กน้อยเพื่อคลายความกังวลแม้จะไม่รู้ว่ามันจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน มึงนี่นอกจากปากเก่งแล้วยังแบกรับอะไรมากมาย

 

            “…”

 

            “เหนื่อยบ้างไหม...สู้ๆนะ คนโปรด ถ้าน้องได้ยินคงแอบน้ำตาซึมกับคำอวยพรนั่น เสียดายที่หลับอยู่และเริ่มจะนิ่งไปเมื่อพี่เขาลูบหัวด้วยเป็นการปลอบขวัญ พอน้องเริ่มสบายตัว พี่ก็กลับมาตั้งใจขับรถต่อ ใช้เวลานานเหมือนกันกว่าจะมาถึงหอพัก

 

            เนื่องด้วยฝนตกหนักเลยต้องเข้ามาจอดใต้หอ มีเสียงฟ้าร้องเคล้าคลอนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ดังขนาดที่ปลุกอีกคนให้ตื่นได้

 

            ถึงหอแล้วคนโปรดปลื้มหันไปพูดกับอีกคน ไม่ได้เขย่าตัวแค่พูดเฉยๆ และด้วยความที่เสียงข้างนอกมันดังกว่า น้องก็เลยไม่ได้ยินเพราะหลับลึกเกินไป ตื่นได้แล้ว จะให้กูอุ้มขึ้นหอหรือไง

 

            “พี่ปลื้ม...

 

            “อะไร ?

 

            “พี่ปลื้ม คนพี่ย่นคิ้วใส่ นึกว่าน้องตื่นแล้วเรียกชื่อเขา ที่ไหนได้คือละเมอเรียกเฉยๆ มีการหันกลับมาทางเขา ทว่าก็ไม่ได้ลืมตาหรืออะไรทั้งนั้น เล่นเอาเจ้าของชื่อได้แต่ถอนหายใจใส่ คงต้องให้ยามช่วยอุ้มเข้าไป

 

            พลันพอหันจะไปเรียกยามมาช่วยแบกไปก็พบว่า...

 

            ไม่มีใครอยู่เลยเหรอวะ ปลื้มขมวดคิ้วแน่น ถอนหายใจหนักๆ เมื่อเห็นว่าไม่มียามหรือใครที่จะพอช่วยได้เลยสักคน ส่งผลให้เขาต้องลงจากรถ ไปเปิดประตูรถฝั่งคนขับ ดูท่าว่าเขาคงจะต้องให้เด็กขี้เซาขี่หลังขึ้นไปบนห้อง ก่อนจะแบกไปก็ต้องหากุญแจซะก่อนเอาไปไว้ไหนเนี่ย

 

            ลูบตามกระเป๋ากางเกงไปก็บ่นไปด้วย พอไม่เจอก็ถือวิสาสะเปิดกระเป๋าสะพายน้อง ค้นหาทุกช่องเพื่อดูว่ากุญแจห้องอยู่ไหน พอเจอก็หยิบไว้ ดึงแขนร่างโปร่งให้มาพาดคอไว้ ลำบากนิดหน่อยเมื่อต้องแบกขึ้นไปโดยไม่มีใครช่วยจัดท่าให้

 

            นี่ยังต้องระวังไม่ให้หัวน้องโขกกับรถอีก ไหนจะต้องล็อครถเพื่อไม่ให้ใครมาขโมยได้

 

            มึงนี่วุ่นวายจริงๆ ส่ายหน้าด้วยความหน่ายใจ ทีจริงปลุกเขาให้ตื่นก็ได้แล้วไม่เห็นต้องลงทุนเลยสักนิด ทว่าคนพี่ก็ยังดึงดันพาน้องขึ้นลิฟต์ไป เดาเอาจากตัวเลขที่กุญแจห้องว่าน่าจะอยู่ชั้นไหน ไฟในหอก็ติดบ้างไม่ติดบ้างสลับกันไป แม่งอยู่ไปได้ไง อย่างกับบ้านผีสิง

 

            “อือ...น้องขานรับทั้งที่ยังหลับอยู่ ทำเอาปลื้มอยากจะเขกหัวใส่ เขาไล่สายตากวาดดูว่าห้องอยู่ตรงไหน จากนั้นก็รีบเอากุญแจไปไข เมื่อกี้เดินสวนกับผู้ชายที่ห้องอยู่ไม่ไกล ก็แอบส่งยิ้มให้เหมือนรู้จักกัน

 

            คงไม่ได้คิดว่าเขาจะเคลมน้องหรอกใช่ไหม เขาก็แค่พามาส่งเท่านั้น

 

            ไขยากจังวะ แทบจะปากุญแจทิ้งเพราะไขเท่าไหร่ก็ไม่เข้า แถมมือยังต้องคอยจับขาน้องไม่งั้นคงร่วงลงไปกองกับพื้น มีจังหวะนึงที่ต้องหยุดเนื่องจากน้องทำท่าจะตื่น พอน้องกลับไปนอนเข้าที่ก็ค่อยกลับมาไขกุญแจต่อ

 

            มีการพรูดลมหายใจอย่างโล่งอก ถ้าใครเห็นคงงงว่าตกลงจะอยู่ในโหมดไหน

 

            ปลื้มส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอคล้ายกับไม่พอใจ ลูกบิดห้องของคนโปรดแลดูจะไม่ดีเท่าไหร่ พอไขได้ก็รีบเปิดประตูพาน้องเข้าไปด้านใน ใช้ศอกเปิดไฟแล้วกวาดตามองไปทั่วเป็นการสำรวจ แปลกใจไม่น้อยที่มันไม่ได้รกเท่าไหร่ ก็ห้องนอนผู้ชายทั่วไป เผลอๆ อาจจะสะอาดกว่าเพื่อนเขาบางคนอีก

 

            ปลื้มพาน้องเข้ามาในห้องนอน วางลงบนเตียงโดยที่ไม่ได้เปิดไฟ อาศัยแสงจากห้องใหญ่ มันดีกว่าถ้าไม่ทำให้คนที่เหนื่อยมาทั้งวันต้องตื่น

 

            หลับสบายเชียวนะมึง

 

            “…”

 

            “ปกติหลับลึกขนาดนี้เลยเหรอวะ ถามคนหลับทั้งที่ก็รู้ว่าคงไม่ได้คำตอบ ทันทีที่หัวถึงหมอนคนโปรดก็พลิกตัวไปกอดหมอนข้าง ส่งผลให้คนที่แบกมาได้แต่ส่ายหน้า ไม่คิดจะตื่นมาขอบคุณเลยหรือไง กูแบกมึงมานะเนี่ย

 

            เบ้ปากใส่อย่างหงุดหงิด ก่อนจะเปลี่ยนมาอมยิ้มขำ รู้สึกตลกตัวเองเหมือนกันที่แบกอีกฝ่ายขึ้นมา ไม่เห็นต้องทำอะไรยุ่งยากเลยด้วยซ้ำ จริงๆ จะปล่อยให้มันขึ้นรถเมล์กลับหลับยาวจนสุดสายยังได้ แต่ก็เลือกที่จะทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวเองอีก

 

            ถ้าถามเหตุผลว่าเพราะอะไร...

 

            ก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน

 

            ตีหนึ่งแล้วเหรอวะเจ้าตัวเปิดมือถือดูเวลาที่ตั้งไว้สลับกับมองฝนที่ตกหนักและไม่มีท่าทีว่าจะหยุดง่ายๆ ตกแบบนี้กว่าจะถึงคงตีสอง

 

            ‘แต่กว่าจะได้นอนคงเช้าพอดี

 

            คิดในใจอย่างเหนื่อยหน่าย พรุ่งนี้เขามีเรียนบ่ายกลับไปตอนนี้ก็ยังพอมีเวลาข่มตานอนอยู่ อีกอย่างถึงจะดึกแค่ไหน ยังไงก็ต้องกลับอยู่ดี คงไม่นอนที่นี่เพราะไม่ใช่บ้านตัวเองและเจ้าของเขาก็คงไม่อนุญาต นี่ถ้าตื่นมาแล้วรู้ว่าอุ้มมาคงได้ประจันหน้ากันสักฉาก

 

            คิดแบบนั้นปลื้มเลยหันไปมองคนโปรดอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจหมุนตัวเดินกลับ ไม่วายตรวจสอบให้เรียบร้อยว่าทุกอย่างโอเคนะ โดยเฉพาะกุญแจห้องที่วางไว้ในจุดที่อีกฝ่ายเห็นได้ชัด

 

            จากนั้นก็เดินไปจับลูกบิดเตรียมบิดออกไป

 

            พลันก็ต้องขมวดคิ้วใส่

 

    เชี่ย ทำไมเปิดไม่ได้วะ

 

มาแอบบอกว่าเราถูกเด็กดีเชิญไปสัมภาษณ์ด้วยแหละ ตอนนี้เขาเปิดโอกาสให้นักอ่านทิ้งคำถามไว้ได้

ใครมีอะไรสงสัยเกี่ยวกับนิยาย สามารถทิ้งคำถามไว้ที่ใต้โพสต์นี้ได้เลยนะคะ >จิ้ม<

LOADING 100 PER

เนียนรอคนเหนื่อย จู่ๆก็ไม่อยากกลับบ้านตัวเอง

คำพูดบอกรักอ้อมโลกจนจักรวาลยังมองบนใส่

แต่ใจหนึ่งอีกคนก็แลดูจะยอมรับได้ ส่วนอีกใจก็คงตบตี

ทว่าช่วงเวลานี้มันต้องค่อยเป็นค่อยไป ความสูงตัวเท่าหัวไหล่...

อีกไม่นานคงอยู่ใกล้สายตามากขึ้นแล้ว :)

สกรีมลงแท็กเมื่อหวีดความปลื้มคนโปรด

#ปลื้มคนโปรด


ติดตามนักเขียนได้ที่

เพจ Aelisma /  Avery Pie

ทวิต ael_2543

หรือจิ้มที่รูปนะงับ



 

 





S
N
A
P

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.275K ครั้ง

180 ความคิดเห็น

  1. #8027 IIISKY__ (@IIISKY__) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:46
    นั่นสิ จะปล่อยน้องทิ้งไว้ก็ได้ทำไมต้องอุตส่าแบกมาส่งถึงห้องน้า แถมทำท่าเหมือนไม่อยากให้น้องตื่นอีกทั้งๆที่ความจริงก็ปลุกก็ได้ป่ะ นั่นสิๆๆ
    #8027
    1
  2. #7988 <N-O> (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:49
    เรียกชื่อได้ เรียกซะถี่ยิบเลย
    #7988
    1
  3. #7952 Smileyyyyyyyyyy (@06092546md) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:18

    เเม่น้องป่วยเป็นอะไรอ่ะ อยากรู้ ทำไมน้องต้องทำงานหนักขนาดนี้ น้องนี่เป็นคนประเภทไม่ไหวบอกไหว ถถ. อิน้องงงง /// อรั้ยยยย ลูกปิดเป็นใจมวากกกกกกก เอาเลยนอนกับน้องนั่นเเหละอิพี่ 55555 //พี่มันก็ยังคงซึนได้โล่ ปากเเข็งได้ถ้วยตามเคย เห้อออออ ยอมใจความปากเเข็งของพี่มันอ่ะ 5555 ยอมมมมม
    #7952
    2
  4. #7941 K.white wine (@parindaqu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:52
    ลูกบิดเป็นใจจังเลยยยย
    #7941
    1
  5. #7785 130143m (@130143m) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:26
    โอเค..นอนด้วยกันเลยยย ไม่เป็นไรหร๊อกกก นอนเลยย
    #7785
    0
  6. #7736 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:24
    จ้าาาาาาาาาาาาาา คิกๆๆๆๆ
    #7736
    0
  7. #7639 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:11
    ฝนก็ตก ประตูก็เปิดไม่ได้เป็นสถานการณ์คับขันจริงๆค่ะ นอนด้วยกันไปเลย ปลอดภัย
    #7639
    0
  8. #7240 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:27
    ตลกคิดมากเกิบโดนจับส่งตำรวจแล้วเด้อ อิพี่ไปพักไป5555555555
    #7240
    1
  9. #7231 bbntp (@bbntp) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:58
    5555555555555 ซิทคอม ประตูคงเก่า
    #7231
    1
  10. #7202 eyeyes123 (@lueyelu2017) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:53
    จ้าา มุมอ่อนโยนเราก้มีนะเนี่ยย เกรี้ยวกราดบ่อยใจน้องบางหมด
    #7202
    1
  11. #6380 ChoMin •• ❤ (@13thofkm) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 22:20
    อ่านถึงตอนนี้ เราคิดว่ายังไงพี่ปลื้มก็น่าจะรู้ว่าน้องคิดอะไรกับตัวเองอ่ะ แต่เรื่องในอดีตมันอาจจะกดความรู้สึกไว้ แล้วพี่ปลื้มเองก็เหมือนจะชอบโปรดจริงๆ แต่บางทีอาจจะยังไม่มั่นใจความรู้สึกนั้นหรือเปล่า มันเลยกลายเป็นแบบนี้ และมันก็เลยกลายเป็นการสร้างบาดแผลให้โปรดด้วย แต่ดูๆ แล้ว ทั้งคู่เหมือนกลัวจะเสียความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกัน ก็เลยต่างคนต่างไม่กล้าแสดงความรู้สึกป่ะ แต่ในสายตาเรา เราว่าพี่ปลื้มเริ่มแสดงออกเยอะมาก และค่อนข้างชัดเจน เพียงแต่ดันมีเรื่องแฟนเก่าที่ทำให้ไขว้เขว ว่าแต่ถูกขังแบบนี้ ก็ต้องนอนค้างกับน้องแล้วมั้งงงง โปรดตื่นมาจะช็อกตาตั้งมั้ยนั่น 555
    #6380
    1
  12. #5834 ;เซฮาน △ (@chunjiteentop) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 23:32
    โอ้ยพี่ปลื้มมมม ประตูเป็นใจมาก 555555
    #5834
    1
  13. #5758 TiwticAmp_90 (@winnaya) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 21:47

    หวังว่าประตูจะเป็นใจ อิอิอิ

    #5758
    1
  14. #5430 KNOWHERE (@KHOWHERE) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 21:59
    ตลกพี่ปลื้ม55555555
    #5430
    0
  15. #5257 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 18:14
    โอ๊ะโอ จะได้ค้างกันไหม วันนี้
    #5257
    1
  16. #4536 A T O M Y (@Atomy_Dek-D) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 12:19
    ประตู5555555 ช่างเหมาะเจาะ
    #4536
    1
  17. #4368 ShipพายYป่วง (@chompu_y) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 19:23
    ปลื้มเจ้อยากจะรู้จริงๆปากแกกะครกอ่างศิลาบ้านเจ้ อะไรจะแข็งกว่ากัน แหมมมมมมมมๅ
    #4368
    1
  18. #4367 ShipพายYป่วง (@chompu_y) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 19:23
    ปลื้มเจ้อยากจะรู้จริงๆปากแกกะครกอ่างศิลาบ้านเจ้ อะไรจะแข็งกว่ากัน แหมมมมมมมม
    #4367
    1
  19. #3984 MarkBam1n1a (@Notetoaki) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 20:27
    เค้าจะนอนด้วยกัน วิ่งไปฟ้องแม่แพพ 5555555
    #3984
    1
  20. #3980 ThesecondM (@ThesecondM) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 19:36
    อยู่ค้างคืนกับน้องเลย!!
    #3980
    1
  21. #3948 Annelida (@annelida) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 10:20
    นี่ก็ไม่นอกสายตาแล้ว
    #3948
    1
  22. วันที่ 17 มกราคม 2562 / 01:20
    ค้างคืนโลดดดด
    #3688
    1
  23. #3266 แป้งเกียว (@siripachara) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 06:50
    อ่าว ช็อคคคคคคคค
    #3266
    1
  24. วันที่ 15 มกราคม 2562 / 00:30
    ประตูเผเสงงงงงง เผเสงงงงงงงง
    #3253
    2
  25. #3224 ppvs_ (@ppvs_) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 22:10
    ฮือ ตอนคนโปรดละเมอถึงแม่เราน้ำตาซึมเลยอะ
    #3224
    1