'ปลื้มคนโปรด' (Yaoi) [สนพ.Deep Publishing]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 539,289 Views

  • 8,066 Comments

  • 24,103 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    134,401

    Overall
    539,289

ตอนที่ 12 : ปลื้มคนโปรด 11 : คนกำลังปรับ [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46865
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3820 ครั้ง
    4 ม.ค. 62

ปลื้มคนโปรด 11 : คนกำลังปรับ

#ปลื้มคนโปรด

           

คำพูดนั้นทำคนน้องงุนงงไปหมด ถ้ามีเหตุฉุกเฉินอะไรเขาโทรหาเพื่อนสนิทตัวเองไม่ดีกว่าเหรอ อย่างน้อยตั้มกับปีก็น่าจะมาช่วยเขาไวกว่า และไม่ต้องเกรงใจอะไรมากด้วยเนื่องจากเป็นเพื่อนกัน แต่พอเป็นรุ่นพี่ ขนาดพี่เสือที่สนิทกันขนาดนั้น เขาก็ยังไม่กล้ารบกวนอะไรมาก

 

            ทว่าพอเห็นสายตาจริงจังของคนตรงหน้า คนโปรดก็เหมือนต้องกลืนคำพูดลงคอไป

 

            รับมือถือมากดเบอร์ตัวเองลงไปก่อนจะพบว่ามันซิงค์เข้ากับไลน์

 

            มีอะไรก็ทักมาได้ ไม่ต้องเกรงใจเข้าใจไหมไอ้ตัวเท่าหัวไหล่

 

            “จะไม่เหลือพื้นที่ให้หัวใจผมได้ผ่อนคลายเลยหรือไงนะ คนโปรดพึมพำกับตัวเองตอนเดินเข้ามาในมหาลัย และคิดถึงเรื่องเมื่อวาน ตลอดเวลาทำงานคนโปรดเอาแต่คิดเรื่องพี่ปลื้ม คิดหนักกว่าตอนที่แอบชอบใหม่ๆ ซะอีก ราวกับว่ามันเป็นเทปพิเศษที่จะกรออยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่มีวันจบสิ้น

 

            โดยเฉพาะตอนที่พี่เขาลูบหัวปลอบขวัญอย่างอ่อนโยน

 

            ถ้อยคำนั้นคล้ายสะกดให้ความเหนื่อยล้าลดหายไป

 

            มึงเก่งมากแล้ว คนโปรด

 

            ‘มึงทำได้ดีแล้ว

 

            บอกตามตรงว่าตลอดเจ็ดปีที่ชอบพี่เขามา นั่นคือสิ่งที่คนโปรดอยากได้สุดหัวใจ

 

            อยากได้รอยยิ้มที่พี่เขายิ้มให้

 

            อยากได้ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่ลูบหัว

 

            และอยากได้คำปลอบโยนที่รู้ว่าเป็นห่วงมากแค่ไหน

 

            คนโปรดอยากได้ของพวกนั้นมากกว่าการตอบรับความรู้สึกที่มีให้ เพราะเจ้าตัวพอใจแล้วกับจุดยืนที่ได้ยืนมาตลอด

 

            ตรงนี้ที่มองเห็นพี่ปลื้มได้อย่างชัดเจน

 

ติ้ง !

 

            พี่ปลื้ม : มามหาลัยยัง

 

            อะ... ร่างโปร่งสะดุ้งเมื่อจู่ๆ ไลน์ก็ดังขึ้น ส่งผลให้ต้องหยิบขึ้นมาดูก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าใครส่งข้อความมาหา รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขณะเดียวกันก็หยุดชะงัก มีช่วงเวลานึงเหมือนกันที่เขาคิดว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือเขาฝันไปหรือเปล่า

 

            แต่ข้อความนี่ก็ยืนยันแล้วว่าเขาไม่ได้ฝันไป

 

            คนโปรด : อยู่หน้าประตูแล้วครับ

 

            คนน้องส่งไลน์กลับ หูฟังที่สวมอยู่วนลูปเพลงดาวเหนือซ้ำเหมือนกับตอกย้ำว่าความรู้สึกกำลังเป็นไปในทิศทางไหน

 

            อดตกใจไม่ได้ที่พี่ปลื้มส่งข้อความมาหาแบบนี้ ก็ปกติ...

 

            แค่คุยกันยังยากเลย

 

            พี่ปลื้ม : อือ อย่าลืมกินยาแล้วกัน

 

            พี่ปลื้ม : จะใส่แมสด้วยก็ได้นะ จะได้ไม่ต้องไปปากเก่งกับใคร

 

            พูดดีได้ไม่เกินสองวิจริงๆ กลอกตาไปทีพร้อมกับส่ายหน้าอย่างหน่ายใจ ถึงอย่างนั้นก็มีรอยยิ้มประดับไว้ แล้วตอบกลับด้วยการถ่ายรูปแมสที่เตรียมจะใส่ จะได้รู้ไปเลยว่าไม่อยากพูดกับใคร

 

            รวมถึงเขาที่ส่งปิ๊กกีตาร์หน้ายิ้มกลับมา

 

            พี่ปลื้ม : ไปซ้อมละ

 

            เริ่มซ้อมแล้วเหรอ ? ถามตัวเองเบาๆ พลางคิดว่าตอนนี้พี่เขาอยู่ที่ไหน น่าจะอยู่ห้องซ้อมดนตรีของมหาลัย พวกวงที่จะแสดงในงานเขาก็ให้ไปซ้อมที่นั่นกันหมด เลยไม่ใช่เรื่องหน้าแปลกใจเท่าไหร่ จะว่าไปแล้วก็อยากเห็นเหมือนกันว่าตอนซ้อมจะเป็นยังไง

 

            จะแอบเดินผ่านเหมือนเมื่อก่อนก็กลัวจะโดนรั้งไว้

 

            แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้ยิ้มให้กับภาพปิ๊กกีตาร์ที่ส่งมา

 

            สงสัยเพราะมันเป็นลายเดียวกับแมสที่เขาใส่มั้ง

 

            คิดอะไรอยู่เนี่ยคนโปรด ส่ายหัวไปมาขับไล่ความคิด มันไม่มีอะไรหรอก เขาก็แค่ชอบลายนี้เฉยๆ

 

            คนโปรด รอก่อน !”

 

            “หืม ?

 

            “รอพี่ด้วยครับ !” เสียงทุ้มต่ำที่ดังจากด้านหลังรั้งให้คนโปรดหันไปมองพี่เจษที่วิ่งมาหา เจ้าตัวแจกจ่ายรอยยิ้มมาแต่ไกล และโบกมือทักทายให้อีกคนหยุดฝีเท้ารอตามคำสั่ง คนโปรดกะพริบตาปริบๆ ความคิดเมื่อกี้กระจัดกระจายหายไปเมื่อเสียงเรียกดังขึ้น เจษมาหยุดยืนอยู่ข้างหน้า หอบหายใจเล็กน้อยขณะที่จับกระเป๋าใส่กีตาร์ไว้

 

            คิดอีกทีอาจจะไม่ใช่ ในนั้นน่าจะเป็นเบสมากกว่า

 

            ไงคนโปรด แฮ่ก มาแต่เช้าเลยนะพี่มากปีทักทายสลับกับหายใจเอาอากาศเข้าปอด มีเรียนเช้าหรือว่าประชุมเหรอ ?

 

            “ผมมีเรียนเก้าโมงน่ะครับก็เลยต้องมาเร็วหน่อย

 

อ้อ

 

พี่เจษมีอะไรหรือเปล่าเห็นเรียกผมซะเสียงดังน้องเลิกคิ้วใส่ มองคนที่ยกมือขึ้นขอเวลาหายใจชั่วครู่ พี่ไหวไหมครับ ให้ผมไปเอาน้ำหรือหายาดมให้ไหม ?

 

            “ไม่เป็นไรครับ กระเป๋าเบสมันหนักเวลาวิ่งเลยเหนื่อยกว่าปกติ

 

            “อ่า...

 

            “ส่วนเรื่องที่เรียกนี่ไม่มีอะไร แค่เห็นคนโปรดเดินอยู่เลยทักทาย พี่เขาหัวเราะทำหน้าสำนึกผิดทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไร ทำให้ตกใจใช่ไหม ขอโทษนะ พี่เสียงดังไปหน่อยเห็นใส่หูฟังอยู่

 

            “ผมไม่ได้เปิดเพลงดังหรอกครับ แค่ตกใจที่จู่ๆ ก็มีคนเรียก

 

            “ขอโทษจริงๆนะ คนน้องพยักหน้า ไม่ได้ถือสาหาความอะไรทั้งนั้น แล้วนี่คนโปรดจะไปเรียนเลยใช่ไหม ขอเดินไปด้วยคนได้หรือเปล่า ?

 

            “ได้สิครับ ไม่เห็นต้องขอเลยนี่น่า

 

            “ก็เผื่อคนโปรดนัดใครไว้ พี่จะได้ไม่โดนทำร้ายไง เอฟซีคนโปรดยิ่งเยอะอยู่

 

            “ไม่ขนาดนั้นครับ คนพี่หลุดขำ แซวเล่นๆ พร้อมกับก้าวเดินไปพร้อมกับเฮดว๊ากปีสาม คนโปรดขยับแมสปิดปากนิดหน่อยให้มันไม่ปกปิดการหายใจของเขามากเกินไป

 

            แผลยังไม่หายอีกเหรอคนโปรด เห็นใส่แมสมาหลายวัน

 

            “ดีขึ้นมากแล้วครับ แค่ใส่ไว้จะได้ไม่ต้องคุยกับใครมาก

 

            “แบบนี้พี่มากวนคนโปรดหรือเปล่า ถ้าไม่อยากพูดกับพี่ ใช้ภาษามือเอาก็ได้นะ

 

            “ผมเจ็บปากไม่ได้เป็นใบ้นะครับ และผมก็ใช้ภาษามือไม่เป็นด้วย

 

            “แต่พี่ใช้เป็นนะ นี่ไง !” ว่าพร้อมทำมือรูปหัวใจให้คนโปรดนิ่งงันก่อนจะยิ้มขำ ส่วนพี่มากปีพอทำแล้วดันเขินอายขึ้นมา เลยหัวเราะกลบเกลื่อนพลางเกาท้ายทอยตัวเองไปด้วยจะได้แก้เก้อได้ มันน่าอายกว่าที่พี่คิดไว้

 

            “ไม่น่าจะมีใครเห็นทันนะครับ โปรดปลอบใจทั้งที่ความจริงคนแถวนี้เยอะมาก และมันต้องมีมากกว่าหนึ่งคนแน่ๆ ที่เห็นการกระทำที่ไม่สมกับเป็นพี่ว๊ากของเขา ซึ่งถ้าพี่ปลื้มเห็นขึ้นมา บางทีอาจจะเดินมาต่อว่าเหมือนที่ทำกับคนโปรดก็ได้

 

            หรือไม่ก็ไม่ทำเพราะเป็นเพื่อนกัน ส่วนเขาก็แค่เด็กปากเก่งคนนึง

 

            แต่ก็ว่าไม่ได้หรอก

 

            ว่าแต่พี่เจษไม่ไปซ้อมดนตรีเหรอครับ เขาเริ่มซ้อมกันแล้วไม่ใช่เหรอ ?

 

            “คนโปรดรู้ด้วยเหรอว่าวันนี้พวกพี่มีซ้อม

 

            “ก็...ได้ยินผ่านๆ มาน่ะครับเลยถาม เบี่ยงเบนโดยทำเป็นถอดหูฟัง แล้วซ้อมกันจริงหรือเปล่าครับ

 

            “จริงสิ นี่พี่ก็กำลังจะไปซ้อมเหมือนกัน

 

            “ซ้อมที่ไหนเหรอครับ ห้องดนตรีของมหาลัยหรือเปล่า ?

 

            “อื้ม ที่นั่นแหละ

 

            “แล้วทำไมพี่เจษมาทางนี้ล่ะครับ ?

 

ตึก !

 

            “ไปทางคณะนิเทศมันไม่ใกล้กว่าเหรอ ? คนโปรดเอียงคอมองอย่างสงสัย ห้องดนตรีของมหาลัยอยู่ไกลจากคณะวิศวะค่อนข้างมาก ถ้าอยากไปเร็วๆ ต้องข้ามไปอีกฝั่ง ไม่ค่อยมีใครมาทางตึกวิศวะกันเพราะมันไกลกว่า เมื่อก่อนตอนที่ไปแอบดูพี่ปลื้มเล่นกีตาร์ก็ต้องหาเรื่องไปส่งงานไม่ก็ไปคุยกับใครสักอย่างแถวนั้น

 

            ปกติก็จะมีตั้มกับปีคอยหาเรื่องไปเป็นเพื่อนน่ะ เลยคิดว่าถ้าจะไปแอบดูอีกสักครั้ง...

 

            ก็ต้องพึงใบบุญเพื่อนตัวเองหน่อย

 

            ทว่าสิ่งที่ควรโฟกัสตอนนี้คือการที่พี่เจษเลือกที่จะเดินอ้อมโลกต่างหาก

 

            พี่จะไปเอาของที่คณะพอดีน่ะ เลยถือโอกาสเดินไปส่งคนโปรดด้วยไง

 

            “ถ้าพี่รีบพี่ไปก่อนก็ได้นะครับ ผมไม่รีบเท่าไหร่

 

พี่ก็ไม่รีบเหมือนกัน เดินสบายๆ ไปกับคนโปรดเนี่ยแหละ

 

ก็...ได้ครับ คนน้องพยักหน้าไม่ได้เซ้าซี้ต่อเนื่องจากเขาไม่ได้มีหน้าที่คาดคั้นอะไรอีกฝ่าย พี่เจษจะต้องไปเอาของจริงไหมก็เรื่องของเขา คนโปรดมีหน้าที่แค่เดินไปเรียนเท่านั้น ก้มมองนาฬิกาข้อมือหน่อยก็พบว่าตอนนี้เพิ่งแปดโมงกว่า

 

กว่าอาจารย์จะเข้าก็อีกนาน ยังพอมีเวลาที่หาเรื่องไปแถวคณะนิเทศศาสตร์

 

แต่ไม่รู้ว่าตั้มกับปีจะมาทันไหม ถ้ามาไม่ทันเขาก็คงต้องไปรอลุ้นวันอื่น

 

Rrrr !

 

            “อะ !” ทั้งสองสะดุ้งพร้อมกันเมื่อเสียงโทรศัพท์ของพี่มากปีดังขึ้น ส่งผลให้เจษรีบหยิบมารับสาย ตอนแรกคนโปรดก็ไม่ใส่ใจจนได้ยินชื่อปลายสายหลุดออกมา ว่าไงไอ้ปลื้ม กูถึงมอแล้ว

 

            “…”

 

            “รู้แล้ว เนี่ยก็ไม่ได้สาย รถมันติดก็เลยช้า

 

            “…”

 

            ซื้อข้าว ? ข้าวใต้ตึกอ่ะนะ ไอ้เสือด้วยเหรอ ทำไมมันไม่มาซื้อเองล่ะพี่เจษย่นคิ้วใส่ ยู่ปากเล็กน้อยที่อาจจะทำให้สาวๆ หลายคนตกหลุมรักระคนเอ็นดูได้ไม่ยาก ก็ได้ๆ เดี๋ยวซื้อไปให้ เอากล่องเดียวใช่ไหม ข้าวผัดเหรอ ไม่ ตกลงเอาอะไร เชี่ย ห้ากล่อง ไม่กินข้าวบ้านกันมาเลยเหรอวะ

 

            คนโปรดเหลือบตาไปมอง

 

            เออๆ เดี๋ยวจัดการให้ รอหน่อยแล้วกัน ว่าจบก็กดวางสาย พรูดลมหายใจพร้อมกับส่ายหน้าอย่างเอือมระอา พวกมึงนี่มันจริงๆเลย กูมาคนเดียวแทนที่จะมาช่วยกูกัน

 

            “มีอะไรหรือเปล่าครับพี่เจษ ทำไมดูเครียดจัง ?”

 

            “เปล่าหรอกครับ ก็แค่พี่ต้องแวะซื้อข้าวให้พวกมัน

 

            “อ่า

 

            “แต่ไม่มีใครมาช่วยพี่ขนเลยเนี่ยสิ สั่งกันตั้งห้ากล่องแถมยังให้ซื้อขนมไปให้อีก ไม่เห็นใจกันเลยสักนิดไอ้เพื่อนตัวดีพวกนี้หนิ ความเหนื่อยหน่ายฉายชัดเต็มใบหน้า เล่นเอาคนโปรดอยากจะเอื้อมมือไปลูบหลังเป็นการปลอบ ติดที่ว่าไม่ได้สนิทชนิดที่จะทำแบบนั้น และเราอายุน้อยกว่าก็คงไม่เหมาะเท่าไหร่

 

            คนโปรดก้มมองนาฬิกาข้อมืออีกครั้งก่อนจะเสนอไอเดียไป

 

            ให้ผมไปช่วยไหม ผมยังพอมีเวลาอยู่

 

ไม่เป็นไรหรอก พี่ไม่อยากรบกวน

 

ไม่กวนหรอกครับ ผม...ก็ว่าจะไปหาเพื่อนที่คณะนั้นพอดี คนโปรดโกหก เขาก็แค่อยากไปเห็นว่าพี่ปลื้มตอนซ้อมเป็นไง แน่นอนว่าคำพูดนั้นทำให้เจษยกยิ้ม เขาดูดีใจที่คนโปรดเสนอตัวช่วย

 

งั้นก็ดีเลย ถ้าได้คนโปรดมาช่วย พี่ก็คงเบาไปเยอะ

 

ครับ

 

งั้นรีบไปกันเถอะ จะได้ไม่เสียเวลาคนโปรดด้วย

 

โอเคครับ น้องตอบรับก่อนที่ทั้งคู่จะเร่งฝีเท้าไปสั่งกับข้าวร้านประจำ โดยเจษแยกตัวไปซื้อขนมส่วนคนโปรดยืนรออาหาร มียกมือไหว้อาจารย์บ้าง ไม่ลืมส่งข้อความบอกสองแฝดว่าเขากำลังจะไปไหน ถ้าเข้าช้าก็ฝากเช็คชื่อให้หน่อย เดี๋ยวจะรีบไป

 

ซึ่งพอเพื่อนหนูว่าจะไปไหน...

 

TUM : แหมมมม กูอยากจะแหมถึงดาวอังคาร

 

PEE : กูอยากจะเหม็นออกนอกอวกาศ

 

PEE : มองจากดาวเสาร์ยังรู้เลยว่ามึงไปทำไม

 

TUM : แรดนักเพื่อนกู

 

PEE : สงสัยอยากเอาเหยื่อให้ติดเบ็ด

 

ไอ้พวกเวรเอ้ย คนโปรดพึมพำตอนเห็นข้อความ และเลือกที่กดส่งสติ๊กเกอร์รูปปืนไปให้เป็นการตอบ จากนั้นก็รีบเก็บมือถือเมื่อได้ของที่สั่ง ประจวบเหมาะที่พี่เจษกลับมาพอดีก็เลยรีบสาวเท้าไปห้องดนตรีกัน คนโปรดแอบกังวลเหมือนกันว่าจะทำให้พี่ปลื้มรำคาญหรือเปล่าที่โผล่มาให้เห็นหน้าแทบทุกวัน

 

แม้ว่าบางครั้งเขาก็อยู่เฉยๆ ของเขาก็ตาม

 

อ้าวไอ้เจษ มาแล้วเหรอวะ ช้าชิบหาย

 

กึก !

 

            “แล้วไอ้โปรดมึงมาด้วยทำไม รับจ้างเป็นเด็กส่งของเหรอวะ ?” พี่เสือเป็นคนแรกที่ทักขึ้นมา คิ้วนี้ขมวดรวมกันแถมเป็นโบว์ติดของขวัญ และพอเขาพูดจบแบบนั้นทุกคนในห้องก็หันมามองกันเต็มไปหมด เริ่มจากคนทัก ต่อด้วยพี่อีกสองคน จบลงที่พี่ปลื้มที่เลิกคิ้วใส่

 

            ทำหน้าเหมือนงงว่ามาได้ไง ไม่ได้ดีลกันไว้หนิ

 

            เปล่า กูวานน้องให้ช่วยถือของ เพราะพวกมึงไม่มีตัวไหนไปช่วยกูสักคน

 

            “แหม นิเทศกับวิศวะห่างกันก้าวเดียวมั้งไอ้สัส มึงมาช้าก็ต้องรับกรรมเองป่ะ

 

            “แล้วชีวิตก็คือจะไม่ช่วยกันบ้าง ทีรายงานกูยังทำแทนพวกมึงเลยนะ

 

            “โอ้โห้ ลำเลิกบุญคุณสุด เจษยักคิ้วใส่ วางกระเป๋าเบสลงพร้อมกับของที่ซื้อมาข้างลำโพงไม่ไกลจากจุดที่เขายืนเท่าไหร่ ส่วนคนโปรดก็กวาดตามองว่าควรจะเอากล่องข้าวไปหลบไว้ไหน เพราะทุกทีคือเต็มไปด้วยข้าวของเหล่าพี่มากปีที่วางกันอย่างกระจัดกระจาย

 

            เหลือที่ไว้ให้เดินก็ดีเท่าไหร่แล้ว

 

            เอาไปวางข้างไอ้ปลื้มก็ได้คนโปรด

 

            “ตรงไหนนะครับ ?” ถามซ้ำอีกครั้งคนพี่เลยชี้นิ้วไปตรงจุดที่บอก ส่งผลให้คนโปรดเลื่อนสายตาไปมองก่อนจะสบเข้ากับคนที่จูนกีตาร์อยู่

 

            วางไว้ตรงลำโพงก็ได้ เดี๋ยวพวกมันก็กินกันแล้ว

 

            “จริงๆ กินเลยก็ได้นะมึง กูโคตรโซหิวอ่ะบอกเลย

 

            “แดกตีนกูรองท้องก่อนไหมล่ะ

 

            “ไอ้เหี้ยโย เสือยกนิ้วกลางใส่ แทบจะปาไม้กลองด้วยซ้ำถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายไปหลบหลังพี่อีกคน ทำเอาคนอื่นต้องส่ายหน้าด้วยความหน่ายใจ สุดท้ายคนโปรดก็เลือกที่จะเอาถุงข้าวกล่องไปวางไว้ตรงที่พี่เจษบอก แอบเหลือบมองคนที่จูนกีตาร์อยู่นิดหน่อย พลันก็รีบเคลื่อนกลับมา เนื่องจากอีกฝ่ายก็เหลือบมองอยู่เหมือนกัน

 

            มันไม่ใช่ความอึดอัดหรือว่าอะไรแบบนั้น

 

            มันก็แค่ความรู้สึกที่เราไม่สามารถมองหน้าคนที่ชอบได้นานๆ

 

            กินยายัง

 

            “ครับ ?” โปรดสะดุ้งตอนได้ยินเสียงทุ้มต่ำถามโดยไม่มองหน้าเขา ปลื้มดีดกีตาร์ไฟฟ้าตัวเองไปมาเพื่อเช็คเสียง ปกติตอนเล่นกีตาร์คลาสสิคก็ว่าน่ามองแล้ว พอมาจับกีตาร์ไฟฟ้าก็ให้ความรู้สึกเท่ระคนคูลไปอีกแบบเหมือนกัน

 

            ถือว่าเป็นภาพหายากในช่วงนี้เลยแหละ

 

            ถามว่ากินยายัง

 

            “กินก่อนมาแล้วครับ

 

            “แล้วเมื่อคืนกลับกี่โมง

 

            “เที่ยงคืนกว่าๆครับ

 

            “ซื้อของติดบ้านไว้บ้างยัง

 

            “กลับถึงบ้านเที่ยงคืนจะไปซื้อที่ไหนล่ะครับ ขมวดคิ้วใส่กับคำถามนั้น ซึ่งเหมือนคนพี่ก็เพิ่งจะนึกออกว่านั่นก็จริงอย่างที่ร่างโปร่งว่า จะให้ไปซื้อเซเว่นก็คงซื้อแค่มาม่ามาอีก แต่ดูจากสภาพแล้วกว่าจะมีเวลาไปซื้อข้าวปลาจริงๆ มากินก็คงอีกนาน

 

            เอาไว้วันไหนผ่านไปจะซื้อไปฝากแล้วกัน

 

            แล้วไม่ไปเรียน ?”

 

            “กำลังจะไปครับ แค่มาช่วยพี่เจษยกของก่อน

 

            แล้วเพื่อนไปไหนหมดทำไมถึงปล่อยมึงมากับมันสองคน ?”

 

มาสายกันน่ะครับ อีกสักพักก็คงถึงแล้ว รู้สึกเหมือนผู้ร้ายที่ถูกตำรวจจับ พี่ปลื้มถามไม่หยุดแถมยังตีหน้านิ่งใส่ พี่มีอะไรจะถามผมอีกไหมครับ ถ้าไม่มีผมจะไปเรียนแล้วนะ

 

            “เรียนกี่โมง ?”

 

            “เก้าโมงครึ่งครับ อาจารย์เลื่อนเวลา

 

            “แล้วกินข้าวก่อนมายัง ?”

 

            “รองท้องมาบ้างแล้วครับ ตอบตามความจริงเพราะกะจะมากินข้าวเช้าที่มหาลัยต่อ แต่เผอิญเจอพี่เจษซะก่อนก็เลยต้องยกยอดไปกินกลางวัน ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ตำหนิอะไรพี่มากปี ผิดที่เขาที่ไม่พูดอะไร และเลือกที่จะฝืนเพียงแค่อยากเห็นว่าคนที่ตัวเองแอบชอบเป็นไง

 

             ตั้งใจแค่จะแอบดูนอกห้อง ไปๆมาๆก็ดันมาจบลงตรงนี้ซะได้

 

            ทว่าก็เหมือนถูกอ่านใจ ปลื้มที่นั่งจูนกีตาร์อยู่ที่พื้นก็เงยหน้ามามองนาฬิกาที่ติดไว้บนฝาผนัง ตอนนี้แปดโมงครึ่งแล้ว คนโปรดยังมีเวลาอยู่

 

            นั่งดิ กินข้าวกัน

 

            “หา ?”

 

            “แบ่งกับกูก็ได้ กูไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ คนน้องเบิกตากว้าง ร่างกายชะงักค้างขณะที่สมองประมวลผล ที่พี่ปลื้มพูดนี่หมายความว่าไงกัน คือจะให้เขากินข้าวกล่องเดียวกันกับอีกฝ่ายงั้นเหรอ ?

 

            ล้อเล่นน่า

 

            มัวยืนอึ้งทำไม เอาข้าวไปให้พวกมันแล้วก็มานั่งกินกับกูสิ

 

            “มะ...ไม่เป็นไรพี่ ผมไม่หิว

 

            “กูบอกให้นั่งกินกับกูไงคนโปรด

 

            “อะ...

 

            “นั่งลง ยังมีเวลาอยู่ ปลื้มกดเสียงดุ มีการย่นคิ้วให้น้องทิ้งตัวนั่ง คนโปรดเม้มปากพลันก็ยอมย่อตัวลงคุกเข่าแบบเก้ๆ กังๆ ต่อหน้าคนตัวสูง ปลื้มหยิบข้าวกล่องออกจากถุง สไลด์บางกล่องไปให้เพื่อนที่รออยู่ ส่วนตัวเองก็หยิบมากล่องหนึ่งพร้อมกับช้อนหนึ่งคัน

 

            กลิ่นหอมฉุยของข้าวผัดลอยขึ้นมาตอนพี่ปลื้มซุยข้าวเพื่อคลายความร้อน เรียกน้ำย่อยจากหลายกระเพาะ

 

            อ้าปาก

 

            “พี่กินเถอะ

 

กูบอกให้อ้าปาก กดเสียงดุคนน้องหวังเพียงให้ทำตามคำขอ ทำเอานน้องต้องเหลือบตามองพวกรุ่นพี่ที่มองอยู่ ต่างคนต่างมองพวกเขากันนิ่งคล้ายกับอยากรู้ว่าพี่ปลื้มไปโดนตัวไหนมา ยังจะนิ่งอยู่อีก

 

ผมไม่กิน

 

ไอ้...

 

พี่กินเถอะครับ จะได้รีบซ้อม คนโปรดว่าพร้อมจับมือคนที่จะป้อนข้าวเขา เปลี่ยนให้ป้อนเข้าปากตัวเองไป ส่งผลให้ตอนนี้พี่ปลื้มดูเหมือนเด็กที่แม่ป้อนข้าวให้ เล่นเอาน้องถึงกับหลุดยิ้ม ภาพน่ารักที่อีกฝ่ายย่นคิ้วถูกบันทึกลงในความทรงจำ

 

พลันต่างฝ่ายต่างก็นิ่งชะงัก พี่กระแอ่มเรียกความมั่นขณะที่น้องผละมานั่งดีๆ เหมือนเพิ่งสำนึกได้ว่าทำอะไรลงไปต่อหน้าทุกคน

 

ขอโทษครับ

 

ไม่ได้ทำอะไรผิดหนิ เจ้าตัวบอกทำเป็นก้มมองสายกีตาร์   “ถ้ามึงไม่กินก็แล้วแต่นะ แต่มือกูไม่ว่าง ยืมมือมึงป้อนหน่อยแล้วกัน

 

            “หืม ?”

 

            “กูจูนสายกีตาร์อยู่ ไม่อยากเสียเวลา คำพูดนั้นทำให้พวกเพื่อนเขาที่กำลังลองเสียงเครื่องดนตรีต่างๆ ถึงกับชะงัก มองหน้ากันไปมาคล้ายกับส่งความคิด แน่นอนว่าปลื้มไม่ได้สนใจ เขาส่งช้อนให้คนโปรดถือไว้ น้องนิ่งไปชั่วครู่ ไม่แน่ใจว่าควรจะรับมาดีไหม เร็วดิ ถ้ามึงไม่หิวก็เห็นใจหน่อย กูหิวจะแย่แต่ต้องจูนสาย

 

            “พี่จูนให้เสร็จก่อนก็ได้ แล้วค่อยกิน

 

            “แต่กูอยากกินตอนนี้ มึงไม่ได้ทำอะไรก็ช่วยหน่อยสิ

 

            “ไอ้ปลื้มมันพิการเหรอวะ

 

            “สาระแนนัก เสือตบหัวโยจนหน้าคว่ำ ก่อนจะดึงกลับมาเพื่อสังเกตการณ์เพื่อนสนิทตัวเองที่จู่ๆ ก็มือง่อยขึ้นมา เขาทั้งสองกับนักร้องนำอีกคนเอาหัวแนบกันเพื่อจับผิดคนพี่ที่ให้น้องป้อนข้าวให้

 

            คนโปรดที่ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง สุดท้ายก็ต้องทำแต่โดยดี

 

            กินยาไม่เขย่าขวดหรือเปล่าเนี่ย

 

            เจ้าตัวคิด เสียดายที่พูดออกมาไม่ได้ ทำได้แค่มองพี่เขาเคี้ยวข้าว ก้มหน้าก้มตาจูนสายกีตาร์ต่อไป ไม่รู้จะจูนไปถึงเมื่อไหร่ เพราะเห็นดีดๆ ฟังๆ อยู่แค่เส้นสองเส้น อารมณ์เหมือนแค่จะกวนประสาทเขาให้ป้อนข้าวให้ก็เท่านั้น

 

            ถ้าเป็นคนที่ไม่ชอบก็คงจะไม่ยอมทำ แต่เพราะนี่คือคนที่ชอบ...

 

            คนโปรด

 

            “หืม...อ๊ะ !” ข้าวผัดถูกยัดเข้าปากน้องตอนที่พี่เขาเรียก เล่นเอาเจ้าตัวเบิกตากว้าง เกือบสำลักข้าวผัด ดีที่ตั้งรับทันก็เลยเคี้ยวข้าวที่พี่เขาป้อนให้ ซึ่งตอนที่คนตัวเล็กทำหน้าเหวอ กลับเป็นภาพที่ชวนขบขัน ปลื้มหลุดขำผิดกับคนโปรดที่มุ่ยหน้าใส่ พี่เล่นไรเนี่ย ถ้าติดคอผมขึ้นมาจะทำไง ?”

 

            “ก็ปล่อยไว้ให้ข้าวละลายเองยักคิ้วกวนประสาท แต่มือก็ส่งน้ำที่ฝากเจษซื้อมาให้ กินซะจะได้ไม่ติดคอตาย

 

            “รู้งี้ผมไม่ป้อนพี่หรอก ยีหัวน้องด้วยความมันเขี้ยว แล้วปล่อยให้ดื่มน้ำตัวเองไปอย่างไม่ถือสาหรือรังเกียจ ก็บอกแล้วว่าชอบตอนอีกคนหน้ามุ่ย มันตลกชวนให้ขำ

 

            หนำซ้ำยังเป็นรอยยิ้มแรกของวัน ทำให้ใครหลายคนเขาพลอยผ่อนคลายไปด้วย

 

            อย่างน้อยก็ไม่ต้องเจอกับหน้านิ่งๆ ที่เหมือนจะไม่สบอารมณ์ใครตลอดเวลา

 

            ป้อนเร็ว จะหมดแล้ว

 

            “กินเองเลย

 

            “เดี๋ยวเหอะ ทำมาเป็นขู่ สุดท้ายน้องก็ยอมป้อนแต่โดยดี ทว่าในจังหวะที่จะกำลังจะเอาเข้าปาก เจษกลับจับมือคนโปรดแล้วยื่นหน้ามากินข้าวคำนั้นเข้าไปเอง ส่งผลให้ทั้งสองถึงกับชะงักนิ่ง ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนที่มองกันอยู่ ไอ้เจษ

 

            “อื้อหื้อ พอคนโปรดป้อนมันอร่อยอย่างนี้นี่เอง

 

            “…”

 

            “ก็ว่าทำไมมึงถึงกินไม่หยุด เจษหัวเราะกลบเกลื่อนการกระทำที่ทำให้ใครหลายคนเหวอไป อร่อยแบบนี้คนโปรดป้อนพี่บ้างได้ไหม พี่เองก็จะจูนสายเบสเหมือนกัน

 

            “มึงจูนมาแล้วไม่ใช่เหรอไอ้เจษ

 

            “กูก็นึกว่ามึงจูนมาจากบ้านแล้วเหมือนกัน สบตากับเพื่อนรักพร้อมกับวาดแขนไปกอดคออีกฝ่าย แต่เราก็ไม่ได้จูนกันมาทั้งคู่ โคตรบังเอิญเลยมึงว่าไหม

 

            “…”

 

            อีกอย่างกูว่าตอนนี้เรารบกวนคนโปรดมากเกินไป ปล่อยน้องกลับได้แล้วมั้ง เดี๋ยวกูเดินไปส่งให้เอง

 

LOADING 100 PER

คนกำลังปรับ อย่ามาขัดเดี๋ยวมันจะจอด

ตอนนี้เตรียมฟินจิกหมอน เติมเต็มความหวานให้กันและกัน

หนึ่งคนกำลังเปลี่ยน อีกคนกำลังปรับ ถึงเวลาจูนคลื่นความถี่เข้าด้วยกัน

เรียนรู้กันไปทีละนิดนะ ทุกอย่างกำลังดีแล้ว :)

สกรีมลงแท็กเมื่อหวีดความปลื้มคนโปรด

#ปลื้มคนโปรด

ติดตามนักเขียนได้ที่

เพจ Aelisma /  Avery Pie

ทวิต ael_2543

หรือจิ้มที่รูปนะงับ



 

 





S
N
A
P

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.82K ครั้ง

544 ความคิดเห็น

  1. #8030 IIISKY__ (@IIISKY__) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:42
    อยากได้คนป้อนข้าวก็บอกดีๆก็ได้น้าพี่ปลื้ม ทำมาเป็นไม่ว่าง ข้ออ้างคือสีข้างถลอกมากๆ แต่ดูเหมือนจะไม่ง่ายแล้วล่ะค่ะพี่ปลื้ม มีคนขวางคอแน่นอน พี่เจษเผื่อไม่รู้แต่เราโสดนะ จีบได้555555
    #8030
    1
  2. #8011 Sea.C.94 (@kemmiemii) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:55
    โอ้ยยยย มือไม่ว่างจูนกีตาร์งี้ อ่อยให้น้องป้อนไปอีกกก
    #8011
    1
  3. #8003 <N-O> (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:05
    พี่เจษนี่อย่างฮา มานิ่มๆ แต่ร้ายกาจ
    #8003
    1
  4. #7980 Just Right (@kae-7-) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:10

    ตอนป้อนข้าวนี่ได้ใจเรามาก
    นึกถึงตอนแฟนมาจีบแล้วป้อนข้าวเลย ตอนนั้นก็โง่ไม่รู้ว่าเขามาจีบอีกนะ แต่ของเราน่าอายกว่าคนโปรดเยอะ เล่นป้อนตอนงานรับน้องพี่สตาฟเป็นร้อย
    #7980
    1
  5. #7970 Smileyyyyyyyyyy (@06092546md) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:03

    พี่เจษนี่..ใช้ตาตุ่มมอง(?)ก็รู้ว่าพี่เเกคงจะชอบ(?)น้องโปรดดด

    โห่ยย มองจากดาวเนปจูนก็รู้~~ งุ้ยๆๆๆๆๆ พี่ปลื้มมมม มีศัตรูเเล้วม๊างนี่555555 #พี่เจษมันร้าย ///เขินนนนนน เขินนนนน เขินนนนนนน เขินนนนนนน เขินนนนนนน ใครอ่านตอนนี้เเล้วไม่ยิ้มตามนี่คงไม่มี!! เพราะอิพี่มันอ้อนน้องเก่งมากกกกก

    อ้อนเก่งสุดดด งอเเงน้องสุดไรสุดดดด คำถามเยอะสุดไรสุดดดดด โว๊ยยยยยย รู้ตัวไหมว่าการกนะทำพี่เเกชัดเจนมากกกก ติดเเค่ปากเเข็งเเค่นั้นเองงง ฮรือออ เขินเเทนน้อง อิพี่น่ารักมากกก
    #7970
    1
  6. #7959 LoliDark (@nutsume0204ndg7) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:27
    แล่วๆๆๆๆแล้ววววววว ศึกชิงนายปะเนี่ยย
    #7959
    1
  7. #7947 K.white wine (@parindaqu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:54
    เริ่มตะหงิดเจษมานานละ ตอนนี้ยังไม่กล้าฟันธงทันทีกลัวเก็บเศษหน้าไม่ทัน ฮ่าๆ
    ทำไมพี่ปลื้มเนียนเก่งจังเลยยย อยากจะแหมไปถึงดาวพลูโต
    #7947
    1
  8. #7924 a258262 (@fishhwyyy_) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:58
    ว่าแล้วเจษนี่แปลกๆ ชอบคนโปรดแน่ๆ
    #7924
    1
  9. #7917 mmamaexx (@mmamaexx) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:00
    เจษมันชอบน้องมั้ยวะ
    #7917
    1
  10. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:00
    ดุแง้ว
    #7912
    1
  11. #7902 callmeyoon (@yoonmoonoi) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:03
    โอ๊ย ซ้ายก้อดี ขวาก้อดี

    เลือกไม่ถูกเลย 55555
    #7902
    1
  12. #7889 Midnight2602 (@enjoy262) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:25
    เอาแล้วไง พี่เจษต้องชอบคนโปรดด้วยแน่ๆเลย
    #7889
    1
  13. #7874 WangEn_Tuan (@WangEn_Tuan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:41
    อมก......!!!!!! ว่าแล้วอิพี่เจษต้องชอบน้อง
    #7874
    1
  14. #7864 khun_Na (@khun_Na) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 05:57

    อมกกก พี่ปลื้มก็คือชนะมาเจ็ดปีแล้ว อยู่ที่จะรู้ตัวตอนไหนน
    #7864
    1
  15. #7838 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:07
    หึ้ยยยยย เดี๋ยววววว
    #7838
    0
  16. #7824 Aon Meyjforever (@aon_meyj4ever) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:01
    แล้ว...แล้ว...แล้ว
    งานนี้มีเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดชัวร์
    #7824
    0
  17. #7820 130143m (@130143m) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:56
    เอ่อออออ... คนโปรดดูสวยไปเลย5555 มีแต่ผช มารุมแย่งกันน้องรู้ตัวบ้างไหมน้าา
    #7820
    0
  18. #7765 DumpyZa (@dumpyza54130) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:26
    เอออออออ๋
    #7765
    0
  19. #7747 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:45
    พี่เจษนี่ชอบน้องหรือปั่นเก่งงงงอะ555555
    #7747
    0
  20. #7746 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:45
    อื้อหืออออ เนียนเลยนะพี่เจษ แต่กะคือพี่ปลื้มเนียนกว่าา
    #7746
    0
  21. #7744 JM131095 (@JM131095) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:39
    โว้วๆๆๆๆ แย่งกันๆๆๆ
    #7744
    0
  22. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:29
    เอาแล้วๆๆๆๆๆ ปลื้มแกก็ดีกับน้องมากๆน้องจะได้ไม่มองคนอื่น เข้าใจป่ะ โอเค ดีล!!!
    #7737
    0
  23. #7719 GFMB (@GFMB) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:40
    พี่เจษมานี่เลยย มาตรงเน๊ อย่าไปยุ่งกับเค้าเราอ่ะ นี่เล็งไว้ให้พี่เสืออยู่ 5555
    #7719
    0
  24. #7710 Augustra (@NeverPed) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:34
    เพ่เจษ หนูป้อนเองค่ะ มาตรงนี้เดี๋ยวนี้เลย!!!
    #7710
    0
  25. #7652 jh_zvm (@janghyun) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:48
    เปิดศึกแล้ววว
    #7652
    0