UNSNOOPY ฟิคหมาป่าอยู่ในห้อง (CHANBAEK) END

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 73,748 Views

  • 1,060 Comments

  • 3,742 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    236

    Overall
    73,748

ตอนที่ 28 : เล่นกับหมาครั้งที่ 27 : นับวันคืนให้เลยผ่าน [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 976
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    3 ต.ค. 60

UNSNOOPY : CHAPTER 27

เล่นกับหมาครั้งที่ 27 : นับวันคืนให้เลยผ่าน

#ฟิคหมาป่าอยู่ในห้อง

 

            คนตัวเล็กทำเสียงงุ้งงิ้งนิดหน่อยตอนที่ผมพูดแบบนั้น รู้แหละว่าคงเขินผมไม่ได้พูดว่าเราเป็นแฟนกันบ่อยๆนิ อาจจะเพราะก่อนหน้านี้ตัวผมไม่ได้อยากเป็นด้วยมั้ง แต่ตอนนี้ไม่ละ อยากเป็น อยากได้ อยากให้กลับมาใจจะขาด เสียดายที่ทำไรไม่ได้มาก

 

            เอาเป็นว่าทำตอนนี้ให้ดีที่สุดเถอะ

 

            (ก็ต้องหึงอยู่แล้วสิ หึงจนจะเป็นบ้าแล้ว)

 

            เออ กูก็หึงเหมือนกันแหละที่ไม่รู้ว่ามึงจะไปคุยกับผู้ชายคนไหนบ้าง

 

            (พูดเหมือนว่าเค้าสื่อสารกับคนที่นี่รู้เรื่องงั้นแหละ นี่จะไปเข้าคอร์สเรียนภาษามือแล้วนะ แกล้งเป็นใบ้น่าจะง่ายกว่า) เจ้าตัวถอนหายใจยาวพรืดใหญ่แสดงความเหนื่อยหน่ายใจน่าดู ผมก็หัวเราะให้กับความไม่รู้ภาษาของมัน ถึงตอนนี้มันจะยังไม่เก่งเท่าไหร่ แต่นานวันไปสังคมรอบข้างจะบีบให้มันเก่งเอง

 

            อีกอย่างแบคฮยอนไม่ใช่คนอ่อนแอ ถึงภายนอกจะดูง้องแง้งไม่ได้เรื่อง ทว่าจริงๆตัวมันเก่งกว่าผมหลายเท่า ติดตรงที่ไม่ค่อยชอบขวนขวายรอให้คนอื่นมาทำให้ตลอดมากกว่า แต่นี่ถ้าป้ามันไม่ดูแล ผมว่ายังไงมันก็ต้องหาทางดิ้นรนเอาเองนั้นแหละ

 

            พลันความสุขของผมก็ต้องจบลงเมื่อเสียงเคาะประตูดังออกมาจากปลายสาย

 

            (แบคฮยอน !)

 

(อ๊ะ !)

 

(จะให้ฉันเรียกไปอีกนานแค่ไหน ครูสอนพิเศษมาแล้วนะ !)

 

(เลิกคุยโทรศัพท์แล้วออกมาได้แล้ว คิดจะทำฉันขายหน้าหรือไง ฉันไม่ตามใจเหมือนพ่อแม่เธอหรอกนะ !)

 

            (ครับคุณป้า ผมขอโทษครับ..)

 

            อะ...ผมถึงกับชะงักเมื่อได้ยินเสียงของผู้หญิงที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน มาพร้อมกับการขานรับของแบคฮยอนคล้ายกับว่าเข้าตัวเศร้านักหนา วินาทีนั้นแหละผมถึงได้รู้ว่า ถึงเวลาที่ผมต้องบอกลามันแล้ว แบคฮยอน

 

            (โทษทีนะชาน ไว้เค้าจะติดต่อไปใหม่)

 

            “…”

 

            (ครูที่ติดต่อไว้มาแล้วล่ะ ถ้าลงไปช้าคงโดนดุอีกแน่ๆ)

 

            เมื่อกี้ป้ามึงเหรอ เสียงโหดจังวะ

 

            (ก็แบบนี้แหละ เค้าชินแล้วล่ะ)

 

            ไอ้แบค...

 

            (เอาเป็นว่าไว้ค่อยคุยกันนะ ถ้าชานอยากโทรหาเค้าก็โทรเบอร์นี้แหละ แต่จะมีบางช่วงที่เค้าไม่ได้รับสายนะเพราะว่าต้องไปเรียน คุณป้าไม่อนุญาตให้เอามือถือไป)

 

            โอ้โห้ นั่นป้าหรือว่าผู้คุมขังวะ นี่มึงติดคุกแล้วโกหกว่าตัวเองไปเยี่ยมย่าหรือเปล่า

 

            (เป็นแบบนั้นได้ก็ดีสิ อย่างน้อยชานก็น่าจะมาประกันตัวเค้าออกไปได้ไง) ร่างบางหัวเราะฝืดๆรู้หรอกว่าผมพูดจี้ใจดำเขา ผมก็อยากจะหยอกมันอีกสักรอบสองรอบนะ แต่มันคงรีบอ่ะเลยขอวางสาย ผมก็บอกลามันอยู่นานเหมือนกันแหละก่อนจะวางสายไป

 

            โดยไม่ลืมบอกมันด้วยคำคำนี้

 

            กูรักมึงนะแบค

 

            (ชาน...)

 

            ไว้กูจะโทรหาใหม่นะ บายผมกดตัดสายทันทีเพื่อไม่ให้บทสนทนาของเรายืดยาว นั่งนิ่งสักพักคิดอะไรไปเรื่อยอยู่พักใหญ่ พอไม่ได้คุยกับแบคฮยอนความเหงามันก็วิ่งเข้ามาจับขั้วหัวใจ มันทำให้ผมรู้เลยว่าใครเป็นสีสันในชีวิตผมตลอดมา ถึงอย่างนั้นความเหงามันก็ไม่ได้บีบผมให้ร้องไห้ กลับกันมันดึงรอยยิ้มออกมาให้ปรากฏบนใบหน้าผม

 

            ใช่ ตอนนี้ผมกำลังยิ้มอยู่ และมันเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่ผมเปิดประตูเข้ามาพอดี

 

            ยิ้มหน่อยยิ้มใหญ่อะไรอยู่ชานยอล

 

กึก !

 

            “ดีใจที่ได้คุยกับหนูแบคฮยอนเหรอแม่ถามพลางคลี่ยิ้มเอ็นดูให้ผม ในตอนที่ผมหันไปยิ้มให้เขา ดูท่าจะมีความสุขมากเลยนะ แม่ไม่ได้เห็นเรายิ้มแบบนี้มานานแล้ว

 

            “ผมเองก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกันครับแม่

 

            “...

 

            “ผมดีใจที่อย่างน้อยพวกเราก็ยังได้คุยกัน

 

            “มันคงเป็นความหวังสำหรับลูกใช่ไหม

 

            “ใช่ครับ มันคือความหวังสำหรับผม ไม่สิ ผมว่าแบคยอนเองก็คิดแบบนั้น

 

            “…”

 

            “ถ้าหากเราคุยกันได้ สักวันพวกเราคงได้กลับมาพบกัน

 

            “…”

 

            ผมจะรอจนกว่าจะถึงวันนั้นครับแม่

 

            คำพูดของผมทำให้แม่ยิ้มออกมา ดวงตาของท่านทอแสงแห่งความหวังคิดว่าคงเชื่อมั่นในตัวของผมไม่น้อยเลย ถึงผมจะเคยคิดว่าตัวเองเป็นพวกโลเล ไว้ใจอะไรไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องไอ้แบคผมว่าก็ไม่มีใครหนักแน่นเท่าผมแล้วล่ะ เพราะต่อให้มันจะทำตัวไม่ดีกับผมแค่ไหน หรือว่าผมจะทำตัวเลวทรามยังไง...

 

            เรื่องของแบคฮยอนก็เป็นเรื่องเดียวที่ผมไม่เคยทำให้ผิดหวัง

 

            เพราะงั้นครั้งนี้ก็เหมือนกัน ผมจะรักษาสัญญารอมันกลับมา และถ้ามีโอกาสที่จะได้เจอมันเมื่อไหร่ผมก็จะรีบกระโจนคว้าเอาไว้ ต่อให้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆแค่หนึ่งวินาทีผมก็ยินดีจะรับมันไว้ อย่างน้อยก็ดีกว่าการไม่ได้เจออะไรเลย

 

            หลังจากตอนนั้นผมก็กลับเข้าสู่สภาวะอารมณ์ปกติ ชีวิตของผมเริ่มดีขึ้นเมื่อสามารถโทรคุยกับแบคฮยอนได้ เราคุยกันเกือบทุกวัน บางวันเหนื่อยมากๆหลับคาโทรศัพท์เลยก็ยังมี หลังๆมานี้ก็เริ่มอัพเกรดวิดีโอคอลคุยกัน ที่บ้านบ้าง ข้างนอกบ้าง ที่โรงเรียนบ้างแล้วแต่ความสะดวกในช่วงเวลานั้น

 

            คุณอาจจะคิดว่ามันบ้า แต่แบคฮยอนร้องไห้ตอนที่พวกเราวิดีโอคอลกันครั้งแรก

 

            เขาบอกว่าผมไม่เปลี่ยนไปเลย แถมยังดูซูบลงไปตั้งเยอะ ซึ่งจริงๆเขาก็ไม่ควรว่าผมหรอก ตัวเองก็ผอมลงยิ่งกว่าผมซะอีก สงสัยคงจะยังไม่ชินอาหารต่างประเทศล่ะมั้ง ยิ่งเป็นพวกกินอะไรยากอยู่ด้วยรายนั้นน่ะ ผมก็เตือนไปหลายครั้งแล้วล่ะว่าอย่าเลือกกินให้มาก ไม่งั้นมันจะไม่ดีต่อสุขภาพ ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะรับฟังไหมเพราะเขาเอาแต่สนใจการสำรวจผมมากกว่า

 

            จากสองอาทิตย์ที่ไม่ได้เจอกันรอนแรมนานไปเกินปี

 

            กระทั่งถึงวันที่ผมสอบเข้ามหาลัย ช่วงนั้นผมกับแบคฮยอนเลยห่างหายกันไปนานพอสมควร

 

กึก !

 

            “ปาร์ค ชานยอล...ผมพึมพำชื่อของตัวเองเบาๆ ขณะที่ดวงตาทั้งสองไล่กวาดมองไปทั่วหน้าจอโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ที่เก็บเงินซื้อเอง เพื่อเอาไว้ทำงานและติดต่อสื่อสารกับแบคฮยอน ทว่าตอนนี้มันคือสิ่งเดียวที่สามารถทำให้ผมรู้ผลของการสอบเข้ามหาลัยในครั้งที่ผ่านมาได้

 

            บอกเลยว่าผมใช้เวลาเตรียมตัวนานมาก จนตอนนี้ยังมือสั่นอยู่เลย

 

            ไม่ได้ตื่นเต้นครับ เผอิญแม่ติดแอร์ให้ใหม่มันเลยหนาว ถุ้ย !

 

            “ปาร์ค...ชานยอล โอ๊ะ !”ผมอุทานลั่นเมื่อเห็นชื่อตัวเองอยู่ในลำดับที่ 30 ในหน้าประกาศรายชื่อมหาลัย A อันเป็นมหาลัยที่เข้ายากที่สุดในโซล ไม่ใช่แค่เพียงค่าเทอมที่แพงหูฉีก แต่ทั้งระบบการศึกษา ระบบการเรียนการสอน มันเป็นแบบมหาลัยต่างประเทศที่เน้นคุณภาพ จึงไม่แปลกถ้าผมจะตะโกนลั่นบ้านด้วยความดีใจ ติดแล้วเว้ย !!!!!!!”

 

ตึกๆ !

 

            “แม่ ! แม่ ! แม่ครับ !”

 

            “โอ้ยๆ อะไรกันชานยอล เอะอะจังเลยเจ้าลูกคนนี้ผู้เป็นแม่ชะเง้อคอออกมาจากห้องครัว หลังจากได้ยินเสียงปึงปังอันเกิดมาจากฝีเท้าของผมที่กระแทกลงพื้นอย่างหนัก เอาง่ายๆคือผมกำลังวิ่งลงจากชั้นสองพร้อมกับหอบโน้ตบุ๊คตัวเองลงมาด้วย อย่าวิ่งสิ เดี๋ยวก็ตกบันไดไปแม่ไม่พาไปส่งโรงบาลนะ

 

            “เรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะครับ แม่มาดูนี่สิ !”

 

            “ดูอะไร ?”

 

            “ดูชื่อผมไง ผมติดมหาลัยแล้วนะแม่ !”

 

            “จริงเหรอ !?”

            “ครับ !”ผมรีบยื่นหน้าโน้ตบุ๊คไปหาแม่ด้วยความตื่นเต้น ถึงขั้นชี้ผิดชี้ถูกตอนหาชื่อตัวเองให้แม่เห็น ซึ่งพอท่านเห็นชื่อผมเจ้าตัวก็รีบเข้ามาโอบกอดผมทันที แสดงความรักที่มีออกมาจนหมด

 

            เก่งมากลูกแม่ แม่รู้ว่าลูกต้องทำได้

 

            “มือไม้ผมสั่นไปหมดเลยอ่ะ ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะดีใจขนาดนี้

 

            ก็ลูกพยายามมามากนิ ก็ต้องดีใจมากสิแม่ลูบหัวผมอย่างเอ็นดู แอบเห็นว่าแม่น้ำตาซึมนิดหน่อยเหมือนกัน ท่านคงดีใจไม่แพ้ผม แน่ล่ะเพราะก่อนหน้านี้ผมอดหลับอดนอน ทำทุกทางให้ตัวเองเรียนเก่งกว่าชานยอลคนก่อน และตอนนี้ผมก็ประสบความสำเร็จแล้ว แบคฮยอนคงดีใจไม่น้อยเลยเหมือนกัน

 

            “อะ...

 

            “ลูกควรโทรไปบอกแบคฮยอนนะผมชะงักไปทันทีตอนที่แม่พูดแบบนั้น ภาพของคนตัวเล็กลอยเข้ามาในหัวซ้อนทับรอยยิ้มของแม่ที่มอบให้ จริงสิ เพราะผมมัวแต่ดีใจระคนตื่นตระหนกมากไปเลยลืมว่าผมจะต้องบอกแบคฮยอน

 

            ถ้าเกิดคนตัวเล็กได้ยินว่าผมติดมหาลัยในฝัน ผมเชื่อเลยว่าเขาต้อง..

 

            (ฮือออ ดีใจด้วยนะชาน ในที่สุดชานก็ทำได้แล้ว)

 

            ร่างบางปล่อยโฮออกมาอย่างที่ผมคาดการณ์เอาไว้ เรียกได้ว่าดูดีใจกว่าผมหลายเท่าทำเอาผมอยากจะบีบจมูกโด่งรั้นนั้นให้แดงช้ำ ไม่ก็ดึงคนตัวเล็กมากอดเอาไว้ คนอะไรก็ไม่รู้ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน แม้ว่านี่จะผ่านมาเกือบปีแล้วก็ตาม

 

            (แล้วชานต้องไปนอนหอไหมหรือว่านั่งรถไปกลับได้ ?)

 

            ปีหนึ่งคงต้องนอนแหละ แต่ไม่อยากปล่อยแม่ไว้คนเดียวกลัวแม่เหงาผมพูดพลางถอนหายใจ แต่รายละเอียดคงจะแจ้งอีกทีแหละว่าต้องนอนไหม

 

            (ถ้านอนหอห้ามมีรูมเมทเป็นผู้หญิงนะ !)

 

            ก็ต้องไม่มีอยู่แล้วป่ะ อาจจะมีผู้ชายตัวเล็กๆน่ารักๆก็ได้

 

            (ไม่ได้ ! ผู้ชายก็ไม่ได้ ต้องนอนคนเดียว !) แบคฮยอนย่นคิ้วใส่ผมรีบปาดน้ำตาออกด้วยความหึงหวง ก็เข้าใจหรอกว่าระยะทางทำให้เราไว้ใจกันยาก แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมก็ไม่เคยมองใครเลยนะ ไอ้หมาหรี่ตามองผมอย่างจับผิด ปากเปิกนี่เชิดให้รู้ว่าไม่พอใจ (เอาง่ายๆไม่ต้องนอนหอหรอก ไปกลับนอนบ้านนี่แหละ)

 

            จะหึงอะไรขนาดนั้น ก็ไม่คิดมีคนอื่นอยู่แล้วป่ะ

 

            (ไม่รู้ล่ะ ยังไงก็ไม่ให้นอนอ่ะ สังคมใหม่อะไรก็เปลี่ยนชานได้)

 

            แต่กูจะไม่มีวันเปลี่ยนใจไปจากมึงนะ

 

            (อะ...)

 

            อีกอย่างมึงควรดีใจที่กูติดที่นี่มากกว่านี้นะแบค

 

            (ชานหมายความว่าไง ?)

 

            “หมายความว่าถ้ากูสอบชิงทุนเรียนต่อโทที่แอลเอลได้…”

 

กึก !

 

            เราสองคนก็จะได้เจอกันสักที

 

            (พูดจริงเหรอ ?)

 

            อือ

 

            (ไม่ได้โกหกจริงๆใช่ไหม พวกเรามีโอกาสใช่ไหม) เสียงของแบคฮยอนเริ่มสั่น ก่อนที่เสียงสะอึกสะอื้นจากตามมาแผ่วๆ รู้เลยว่าคนตัวเล็กรอคำคำนี้มานานแค่ไหน คงจะดีใจที่ในที่สุดพวกเราก็มีหลักประกันว่าจะสามารถเจอกันได้โดยไม่ต้องรอให้ฟ้าลิขิตให้

 

            ผมเพียงแค่ต้องพยายามให้มากขึ้นกว่านี้ นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น

 

            รอกูนะแบค กูจะไปหามึงให้ได้เลย

 

            หลังจากตอนนั้นพวกเราก็คุยกันอีกพักใหญ่ก่อนจะวางสายไป เนื่องจากไอ้ตัวเล็กของผมต้องเรียน ส่วนผมก็ต้องไปกดยืนยันสิทธิ์ บอกเลยวินาทีนั้นคือผมมีกำลังใจขึ้นเป็นกอง ถึงจะรู้ว่ามหาลัยที่ผมเลือกเรียนนั้นมันจะยาก และการสอบชิงทุนก็ไม่ต่างจากการแบกภูเขา แต่ผมก็ยินดีที่จะเสี่ยง อย่างน้อยผมก็ได้ทำตามเป้าหมายของตัวเอง

 

            และเพื่อให้เราสองคนได้มีโอกาสเจอกันมากกว่านี้

 

            แม้เพียงนิดเดียวก็ยังดี

 

            สุดท้ายแล้วผมก็ต้องไปทำเรื่องนอนหอ เพราะว่าปีหนึ่งกิจกรรมเยอะจนกลับบ้านดึกแทบทุกวัน ไหนจะเรียนเช้าที่ห่างออกจากบ้านผมก็ต้องนั่งรถหลายชั่วโมงอีก ผมมาเรียนไม่ทันเกือบทุกวัน แม่เลยสงสารยอมให้ผมมาเช่าหอพักอยู่ ผมก็บอกแบคแหละมันจะได้สบายใจ ดีหน่อยที่ผมพอมีเพื่อนอยู่บ้างเลยแชร์ค่าห้องกัน

 

            ยิ่งไปกว่านั้นมันก็ติดแฟนมันมาก เลยไม่ค่อยกลับมานอนหอตัวเองหรอก ผมเลยเหมือนอยู่คนเดียวทำให้แบคมันสบายใจขึ้นไปอีก

 

            แรกเริ่มอุปสรรคระหว่างพวกเราคือเวลาที่ไม่ตรงกัน ยิ่งผมเป็นเด็กปีหนึ่งอะไรๆก็แย่ลงเข้าไปอีก แบคเองก็เข้าเรียนมหาลัยแล้วเหมือนกัน นอกจากเวลาโลกพวกเราจะต่างกันแล้ว เวลาเรียนของพวกเราก็ไม่ตรงกันอีกด้วย นานๆทีจะได้โทรคุยกันจนผมกลัวว่านี่แหละจะทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเราพังทลาย

 

            ถึงอย่างนั้นผมก็พยายามประคับประคองกันไป ดีหน่อยที่ต่างฝ่ายต่างเข้าใจว่าเวลานี้มันเหนื่อยแค่ไหน แบคฮยอนถ้าไม่จำเป็นจริงๆเขาจะไม่โทรมากวนผม ต่อให้จะอยากคุยแค่ไหนก็ตาม พวกเราเลยทำได้มากสุดแค่แชทคุยกันสั้นๆหรืออัดเสียงหากันเท่านั้น

 

            กระทั่งผมขึ้นมาปีสองนั้นแหละที่ทำให้มีจังหวะได้คุยกันมากขึ้น

 

            พอปีสามผมก็ซื้อของขวัญวันเกิดส่งไปให้มันที่แอลเอ บอกเลยว่าค่าส่งแม่งแพ้กว่าค่าของที่ผมซื้อให้มันอีก แต่เอาเถอะอย่างน้อยก็ดีกว่าละเลยวันเกิดมัน ขนาดวันเกิดผมแบคฮยอนยังอัดคลิปส่งมาให้ บางปีก็ฝากของขวัญมากับพ่อแม่เขา ทำเอาผมอยากจะร้องไห้

 

            กว่าจะรู้ตัวอีกทีว่าคบกันมานานแค่ไหน

 

            มันก็ผ่านมา...

 

            สี่ปีแล้วป่ะวะที่ทำได้แค่โทรคุยกัน เมื่อไหร่จะได้เจอตัวจริงสักที

 

            (เอาน่าอดทนรออีกนิด เดี๋ยวโอกาสก็มาเองนั้นแหละ)คนตัวเล็กตอบกลับพลางหัวเราะเบาๆ ดูเหมือนการพูดว่าเมื่อไหร่จะได้เจอกัน มันกลายเป็นเรื่องตลกสำหรับพวกเราไปแล้ว (แล้วนี่จะกลับบ้านหรือเปล่า หรือจะอยู่หอจนเปิดเรียน ?)

 

            บอกแม่ไปแล้วว่าจะอยู่ทำงาน อาจารย์สั่งงานไม่เกรงใจกันเลย

 

            (แบบนี้คุณน้าก็เหงาเลยสิ กว่าจะได้เจอลูกชายแต่ละที ลำบากลำบน)

 

            ก็ไม่ได้หายหน้าไปนานขนาดนั้น ยังไงก็กลับไปหาท่านทุกครั้งที่หยุดอยู่แล้ว แค่คราวนี้งานมันเยอะจริงๆ กว่าจะเทียวไปเทียวกลับงานไม่เสร็จพอดีผมถอนหายใจเมื่อนึกถึงใบหน้าแม่ ตั้งแต่ขึ้นปีสี่มาผมแทบไม่มีเวลากลับบ้าน งานทุกอย่างรุมเร้าไหนจะธีสิสที่ต้องทำส่งอีก ผมแก้ไปหลายรอบแล้วแต่อาจารย์ก็ยังดูจะไม่เห็นใจสักที

 

            กำลังคิดว่าตัวเองจะตายก่อนที่จะได้เจอกับคนตัวเล็กใหม่

 

            คิดถึงจนไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว

 

            ไว้เดี๋ยวค่อยส่งอะไรไปให้ท่านก็แล้วกัน ท่านจะได้รู้สึกดีที่ลูกยังเป็นห่วงเป็นใย

 

            (ก็ดีน้า แล้ววันไหนว่างก็ค่อยกลับไป)

 

            อือ แล้วมึงอ่ะ ได้เจอพ่อแม่บ้างหรือเปล่า ?

 

            (ได้เจอสิ เมื่อเดือนก่อนแม่ก็มาหา ส่วนพ่อก็วิดีโอคอลกันบ้างถ้าท่านว่างอ่ะนะ)แบคฮยอนพ่นลมหายใจนิดหน่อย คงจะมีเรื่องให้หนักใจนั้นแหละ (ช่วงนี้ที่บริษัทยุ่งมาก พ่อก็เลยไม่ค่อยมีเวลามาหาน่ะ บางทีโทรไปก็ไม่รับเลยต้องฝากข้อความไว้แทน)

 

            งี้แหละอย่าคิดมากเลย พ่อมึงก็ทำเพื่อมึงอยู่นะ

 

            (อื้อ เค้าก็ทำเพื่อทุกคนอยู่เหมือนกัน และเพื่อคุณย่าด้วย)น้ำเสียงของเจ้าตัวเศร้าลงไปนิดหน่อยเมื่อกล่าวถึงคุณย่าที่เพิ่งจะเสียไปเมื่อปีก่อน จำได้ว่าเขาโทรมาร้องไห้กับผมอย่างหนัก ไอ้ผมก็ไม่มีปัญญาบินไปหาเขาไงเลยทำได้แค่ปลอบใจ จริงๆมันก็น่าใจหายเหมือนกัน แต่คนเรามันก็วนเวียนไปตามกรรม อายุขัยหมดมันก็ช่วยอะไรไม่ได้

 

            แต่ป้าของแบคฮยอนก็ดีนะ ดูเหมือนเขาจะใจดีกับมันขึ้นเป็นกองเลย

 

            (เออจริงสิ ถ้าชานอยู่หอแบบนี้แสดงว่าเสาร์อาทิตย์นี้ก็ไม่ได้ไปไหนใช่ไหม ?)

 

            จะให้ไปไหนล่ะ คงฆ่าตัวตายอยู่ในกองโมเดลนั้นแหละผมตอบพลางขมวดคิ้วหน่อยๆที่ได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจของอีกฝ่าย สะใจ ?

 

            (ฮ่าๆเปล่าซะหน่อย)

 

แต่มึงหัวเราะอ่ะ !”

 

(ไม่ได้หัวเราะสะใจชานก็แล้วกัน)

 

แบค...!”

 

(ฮ่าๆไม่มีอะไรหรอกน่า แค่ดีใจน่ะที่จะได้...คืด....แล้ว)

 

            เมื่อกี้มึงพูดว่าไรนะ เสียงมันหายอ่ะผมพยายามเดินให้พ้นจากใต้ตึกคณะ เนื่องจากตรงนั้นแม่งเป็นจุดอับสัญญาณที่ทำเอามือถือมืดบอด กว่าจะคุยกับแบคฮยอนรู้เรื่องมันก็พูดไปไหนต่อไหนนะ เอาใหม่ดิ ไม่ได้ยิน

 

            (ไม่มีอะไรหรอกชาน ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร)

 

            อะไรของมึงเนี่ย มีความลับเหรอ ?

 

            (ความลับอะไรกัน จะมีที่ไหน)

 

            แต่...

 

    (มีแค่เซอร์ไพรส์ที่ต้องรอลุ้นเองJ)

 

LOADING 100 PER

1 เม้น 1 กำลังใจ ให้น้องหมาเล่นเพื่อน !

อย่าลืมติดแท็กเตือนใจ

#ฟิคหมาป่าอยู่ในห้อง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #1017 buakaiyuan (@buakaiyuan) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 02:10
    แบคกับชานจะได้เจอกันแล้วววว เย้!
    #1017
    1
  2. #1014 CBforever96 (@CBforever96) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 21:40
    กลับมาไวๆนะแบคค น่าสงสารจัง
    #1014
    1
  3. #1013 PenguinSeok (@tigerkind) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 22:07
    รอๆๆๆๆๆ
    #1013
    1
  4. #1012 Realpcy61zz (@tenten2548) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 20:48
    รอค้าบ
    #1012
    1
  5. #1011 ZyBEFiEz (@ZyBEFiEz) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 18:55
    สี่ปี งื้ออ
    #1011
    1