อุบัติเหตุแห่งรัก (ประกาศผลผู้โชคดีแล้วค่ะ)

ตอนที่ 8 : บทที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 399
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 มี.ค. 53

บทที่ 7

 

                ศพ เอ๊ย! ไม่ใช่ ร่างสูงโปร่งนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นเรือน ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ทำให้คนแอบมองย่องเข้ามาดูใกล้ๆ เห็นดวงตาปิดสนิท ขนตาดำยาวเป็นแพรทอดบนขอบตา บนตัวมีเสื้อเชิ้ตตัวหนึ่งคลุมอยู่ระดับหน้าอก เผยให้เห็นผ้าพันแผลขาวสะอาดตรงหัวไหล่ แขนข้างที่เจ็บวางอยู่บนหน้าอก ส่วนอีกข้างก็ทอดยาวไปกับลำตัว คนที่จ้องจะลักหลับ เอ๊ย! ไม่ใช่ลักหลับแต่เป็นห่วงต่างหากล่ะ ร่างโปร่งแต่ไม่บอบบางนั่งลงข้างร่างของคนที่กำลังหลับสบาย ชะโงกหน้าไปมองใกล้ๆ พยายามมองข้ามฟากไปยังหัวไหล่ที่โดนประทุษร้ายไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เวลาแค่สองวันเธอทำให้แผลของเขาเลือดออกถึงสองครั้ง ไม่รู้อักเสบ ช้ำใน เป็นหนอง ติดเชื้อ สุดท้ายต้องตายตามปากเธอหรือเปล่า

                ในระหว่างที่กำลังตั้งใจสำรวจอาการของคนหลับอยู่นั้น ธัญรดาก็สะดุ้งสุดตัว เมื่อข้อมือข้างหนึ่งซึ่งเธอยันพื้นไว้เพื่อการทรงตัวโดนบางสิ่งบางอย่างครอบครองไว้อย่างรวดเร็วและแน่นหนา

                ปล่อยฉันนะ ธัญรดาเริ่มร้องโวยวาย

                ไม่ปล่อย เสียงทุ้มตอบกลับมาทันที

                ฉันบอกให้ปล่อย ไม่งั้นแผลคุณได้เลือดออกอีกแน่ หญิงสาวขู่ที่จะทำร้ายร่างกายเขาอีกครั้ง

                เอาเลย ตามสบายเลย ข้าวหอมจะทุบ จะตี จะทำให้พี่เจ็บอีกสักกี่ครั้งก็ได้ ถ้ามันจะทำให้ข้าวหอมหายโกรธพี่

                ปล่อยนะ ธัญรดาบิดข้อมือตัวเอง ใช้มืออีกข้างแกะมือใหญ่ออก ซึ่งมันก็ไม่เป็นผล มีแต่คีมยักษ์นั้นจะบีบแน่นเข้าเรื่อยๆ เจ็บนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ปล่อยฉันจะร้องให้บ้านแตกเลย

                พี่ปล่อยก็ได้ แต่เราต้องคุยกันดีๆ ตกลงไหมครับ คนที่นอนนิ่ง ยังพูดด้วยท่าทางสบายๆ ไม่กังวลใดๆ ทั้งสิ้น

                ไม่คุย เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว ปล่อยฉันได้แล้ว คราวนี้ถ้าไม่ปล่อย ฉันทุบแผลคุณแน่ๆ แทนที่เขาจะปล่อย เขากลับนอนยืดอก เหมือนจะบอกว่าเขาพร้อมแล้ว ถ้าเธอจะทำร้ายร่างกายเขาเป็นครั้งที่สองของวัน ธัญรดาเริ่มทนไม่ได้ เงื้อมือขึ้นทำท่าจะทุบไปที่ไหล่ซ้ายของชายหนุ่มจริงๆ

                ปู่ครับ ย่าครับ ข้าวหอมจะทุบแผลผมอีกแล้วครับ ปู่ ย่า ช่วยผมด้วย รัชชานนท์ตะโกนเสียงดังลั่นบ้าน ได้ผล ปู่ชีพวิ่งขึ้นเรือนมาก่อนใคร ตามด้วยย่าแก้ว แล้วทั้งสองคนก็เห็นหลานสาวชูกำปั้นขึ้นด้วยท่าทางที่บอกได้ทันทีว่าคนที่ตะโกนไม่ได้โกหก

                ยายข้าวหอม หยุดเดี๋ยวนี้นะ เราจะทำอะไร พี่เขาเจ็บอยู่เห็นหรือเปล่า ปู่ชีพปรามหลานสาว

                ผมนอนของผมอยู่ดีๆ ครับปู่ พอลืมตาขึ้นมาก็เห็นข้าวหอมนั่งจ้องหน้าผมอยู่ แล้วพอผมจะขอคุยเรื่องที่เกิดขึ้น ข้าวหอมไม่ยอมจะทำร้ายผมครับ รัชชานนท์ฟ้องอีก

                จริงหรือข้าวหอม ย่าแก้วถาม

                ไม่จริงนะจ๊ะย่า ก็เขาจับข้อมือข้าวหอมเอาไว้ บอกให้ปล่อยก็ไม่ยอมปล่อยจ้ะ

                ผมจะปล่อยได้ยังไงครับย่า แขนอีกข้างหนึ่งของผมก็ยังใช้งานไม่ได้ ข้าวหอมจะทุบผม ผมก็ต้องคว้าเอาไว้ก่อนข้างหนึ่ง ปู่ย่าก็เห็นไม่ใช่หรือครับ ถ้าผมไม่ตะโกนนะ ผมคงต้องให้พี่ต้นกล้ามาทำแผลให้ใหม่อีกแล้ว ไม่ต้องบอกว่าสถานการณ์ตอนนี้ใครได้เปรียบ

                ข้าวหอม เราไม่ใช่เด็กแล้วนะ ทำอะไรทำไม่รู้จักคิด ถ้าพี่เขาเป็นอะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ อย่าให้ย่ารู้นะว่าเราทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตอีก ขอโทษพี่เขาเดี๋ยวนี้ย่าแก้วออกคำสั่งกับหลานสาว ถึงท่านจะรักหลานยังไง ท่านก็ไม่เคยคิดจะเข้าข้างหลานแบบไม่ลืมหูลืมตา

                ย่าอะ ข้าวหอมไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ข้าวหอมไม่ขอโทษคนที่คิดว่าตัวเองไม่ผิดน้ำตารื้นขึ้นมาเต็มสองตา น้อยใจที่คนในครอบครัวเข้าข้างรัชชานนท์

                ไม่เป็นไรครับย่า ผมเป็นคนผิดเอง ข้าวหอมคงไม่อยากให้ผมพักที่นี่ เดี๋ยวเย็นนี้ผมโทรให้ยศมารับกลับไปเผชิญชะตากรรมคนเดียวก็ได้ครับ รัชชานนท์พูดเสียงอ่อยจนน่าสงสาร

                ไม่ต้องหรอกเดียว พักที่นี่จนกว่าแผลจะหายนั่นแหละ เพราะย่าถือว่ามีส่วนทำให้แผลเดียวต้องอักเสบขึ้นมาแบบนี้

                แต่ข้าวหอม ชายหนุ่มพูดได้เพียงแค่นั้น

                เราจะคัดค้านอะไรหรือเปล่าข้าวหอม ปู่ชีพถามหลานสาว

                ฮึ ข้าวหอมจะคัดค้านอะไรได้ ข้าวหอมมันหัวเดียวกระเทียบลีบ ไม่มีใครเข้าใจข้าวหอมเลยสักคน หญิงสาวลุกขึ้นเดินลงส้นลงจากบ้านไป

                ข้าวหอมโกรธผมอีกแล้วใช่ไหมครับปู่ ย่า รัชชานนท์ตีหน้าเศร้าอีกครั้ง

                อย่าถือสาน้องเลยนะเดียว ย่าเลี้ยงตามใจมาตั้งแต่เด็กย่าแก้วบอกอย่างอ่อนใจ ปกติหลานสาวเป็นคนว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อดึงอย่างวันนี้เลย

                ไม่เกี่ยวหรอกครับ ข้าวหอมเป็นเด็กดีมาตลอด ผมต่างหากที่ทำให้น้องเสียความรู้สึก ทำให้น้องเสียใจ" รัชชานนท์ยังมีแก่ใจแก้ต่างให้คนขี้งอนของเขาอีก

                ข้าวหอมเป็นเด็กมีเหตุผล ปู่ว่าถ้าเดียวมีโอกาสได้อธิบายให้น้องฟัง น้องจะเข้าใจเดียวนะสุดท้ายยปู่ชีพก็ทำได้แต่ให้กำลังใจหลานนอกไส้อย่างรัชชานนท์

                ขอบคุณครับปู่ตอนนี้เหลือเพียงสาวน้อยคนเดียวของบ้านแล้วที่ยังไม่ยอมยกโทษให้เขา แต่เขาก็ไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด

 

                แดดร่มลมตกก็ได้เวลาพระเอกง้อนางเอกสักที หลังจากแกล้งให้นางเอกงอนไปอีกหนึ่งกระทง รัชชานนท์เดินลงบันไดก็เห็นธัญรดานั่งเล่นอยู่ที่แคร่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ไม่ห่างจะประตูรั้วบ้านนัก ก่อนจะตรงไปหาเธอ เขาก็หาของฝากเล็กๆ น้อยๆ ไปง้อหน่อยก็แล้วกัน ชายหนุ่มเอื้อมมือไปเด็ดดอกมะลิซ้อนที่ปลูกอยู่ข้างเรือนทรงไทย กลิ่นหอมอ่อนๆ ชื่นใจดีแท้ เมื่อได้ของกำนัลจากบ้านของเธอเอง เขาก็ตรงไปหาเป้าหมายที่นั่งโยกขาเล่นอยู่เพียงลำพัง

                หายโกรธพี่นะข้าวหอม รัชชานนท์ยื่นดอกมะลิซ้อนให้กับเธอ นอกจากไม่รับแล้วเธอยังเมินหน้าหนีอีก

                เฮ้อ! ไม่หายโกรธก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้ฟังพี่หน่อยนะ ชายหนุ่มวางดอกมะลิซ้อนไว้บนตักของเธอ

                พี่ไม่ได้แก้ตัว แต่พี่ไม่รู้เรื่องที่พี่โตทำจริงๆ นะ เมื่อวานที่ข้าวหอมไปเยี่ยมพี่ พี่ดีใจมากรู้ไหม เพราะรู้ว่าก่อนหน้านี้ข้าวหอมก็ไปเยี่ยมพี่แล้วแต่ไม่ได้พบกัน เรื่องที่ข้าวหอมไปต่อว่าพี่ ตอนแรกพี่ก็งงๆ ไม่เข้าใจว่าข้าวหอมหมายถึงอะไร จะตามมาคุยกันให้รู้เรื่อง ข้าวหอมก็หนีพี่มาเสียก่อน

                พี่กลับเข้าห้องก็หยิบกระดาษที่ข้าวหอมปาใส่ขึ้นมาดู พอพี่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร พี่โกรธมาก ไม่ใช่แค่เขาดูถูกข้าวหอม แต่เขากำลังดูถูกพี่ด้วยเหมือนกัน พี่ปิดบัญชีนี้ไปแล้ว ในเมื่อใช้กันไม่ถูกวิธี ไม่ถูกเรื่อง เมื่อไม่รู้จักใช้ ก็ไม่ต้องใช้ ธัญรดาตาโต ตกใจกับเรื่องที่ได้ยินเหมือนกัน

                พี่อยากมาขอโทษข้าวหอมและทุกคนที่นี่ตั้งแต่เมื่อวาน แต่ก็ทำไม่ได้จริงๆ วันนี้หมอก็ยังไม่อนุญาตให้พี่ออกจากโรงพยาบาล แต่พี่ก็ยังดันทุรังออกมาจนได้ เสร็จธุระพี่ก็ตรงมาที่นี่ทันที พี่ไม่อยากให้ข้าวหอมและทุกคนเข้าใจพี่ผิด ทุกคนที่นี่มีบุญคุณกับพี่ ช่วยชีวิตพี่เอาไว้ โดยเฉพาะข้าวหอม ถ้าคืนนั้นไม่มีข้าวหอม พี่ก็คงตายสมใจคนจ้างแล้วไม่มีความจำเป็นต้องปิดเรื่องที่เขาถูกลอบทำร้ายกับผู้หญิงที่ร่วมชะตากรรมกับเขาอีก

                พี่เดียวหมายความว่ามีคนจะฆ่าพี่เดียวหรือคะ ธัญรดาถามอย่างลืมตัว

                ใช่ ครั้งแรกที่ข้าวหอมช่วยเหลือพี่เอาไว้ มันก็ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่มันเจตนาฆ่าพี่เลยล่ะ รถของพี่ถูกตัดสายเบรก ที่มั่นใจเพราะคืนนั้นพี่ก็โดนไล่ล่าเหมือนกันรัชชานนท์เล่าถึงความจริงที่เกิดขึ้นครั้งแรกกับเขาให้ธัญรดาฟังทั้งหมด

                ใครคะที่ทำแบบนั้นธัญรดาถามอย่างสงสัยและไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะเจออะไรเลวร้ายขนาดนี้

                พี่ก็อยากรู้เหมือนกันก็เลยตัดสินใจอยู่ที่นี่ ไม่ติดต่อใครอย่างที่ข้าวหอมสงสัย พี่อยากรู้ว่าจะมีใครตามตัวพี่ไหม จะมีข่าวการหายตัวไปของพี่หรือเปล่า ปรากฏว่าทุกอย่างเงียบ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับพี่ ถ้าอยู่ในสังคมธุรกิจ มันก็คล้ายๆ กับว่าพี่ไปทำอะไรสักอย่างอยู่ที่ใดที่หนึ่ง เป็นเหตุการณ์ปกติ เพียงแต่ไม่ได้ออกงานสังคมให้ใครพบเห็นเท่านั้นเองธัญรดานั่งฟังชายหนุ่มไปเงียบๆ และคิดตามไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเสียงของเขาหายไป เธอจึงตัดสินใจถามตามข้อสันนิษฐานของเธอบ้าง

                พี่เดียวหมายความว่า คนที่คิดฆ่าพี่เดียวเป็นคนในครอบครัวหรือคะ ทำไมเขาต้องทำแบบนั้นด้วย ครอบครัวเดียวกันแท้ๆ

                พี่ไม่อยากคิดว่าเป็นพวกเขา แต่ข้าวหอมว่ามันแปลกไหม ถ้าเป็นข้าวหอมล่ะ พี่ต้นกล้าหายไปแบบพี่ ข้าวหอมจะทำยังไงรัชชานนท์ไม่ตอบแต่ถามเธอกลับ จริงๆ แล้วเขาก็ไม่อยากใส่ร้ายคนในครอบครัวให้ใครๆ ฟังเลย แม้แต่หญิงสาวตรงหน้า เพราะเขาไม่อยากให้เธอรู้สึกไม่ดีกับญาติของเขาเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

                ไม่ต้องหายเป็นอาทิตย์หรอกค่ะ แค่คืนเดียว ข้าวหอมก็จะออกตามหาพี่ต้นกล้าให้ควั่กแล้วธัญชนกตอบทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด เพราะไม่ว่าจะใช้เวลาคิดนานแค่ไหนคำตอบของเธอก็ยังเหมือนเดิม

                นั่นสิ แล้วทำไมคนที่บ้านของพี่เขาถึงได้ทำตัวเป็นปกติ ไม่มีใครสงสัยเลยหรือว่าพี่หายไปไหนธัญรดาถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อเริ่มรู้สึกคล้อยตามคำพูดของชายหนุ่ม

                เขาอาจจะตามตัวพี่เดียวเงียบๆ ก็ได้ แบบว่าไม่อยากให้เป็นข่าวอะไรทำนองนี้ ธัญรดาก็ยังพยายามมองโลกในแง่ดี

                พี่ก็อยากให้เป็นแบบนั้นนะข้าวหอม เพราะพี่ไม่อยากดำเนินคดีกับญาติตัวเองรัชชานนท์หนักใจกับเรื่องนี้ไม่น้อย เขาได้แต่ภาวนาอย่าให้เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ

                อะไรทำให้พี่เดียวคิดว่าพวกเขาเป็นคนทำคะธัญรดาถามอย่างไม่เข้าใจ เธอไม่คิดว่าคนที่ได้ชื่อว่าญาติจะทำร้ายคนในครอบครัวเดียวกันได้

                พ่อกับแม่พี่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเมื่อเกือบปีมาแล้ว พี่เป็นคนได้รับอำนาจสูงสุดในบริษัทต่อจากคุณพ่อ ทั้งๆ ที่พี่ไม่เคยเข้ามาทำงานเต็มตัวอย่างญาติคนอื่น พี่มักจะช่วยงานคุณพ่ออยู่เบื้องหลังเท่านั้น เพราะพี่ยังอยากท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ ตอนที่ท่านสองคนเสียชีวิต พี่ยังเที่ยวอยู่เมืองนอกอยู่เลยรัชชานนท์เล่าถึงเรื่องราวในอดีตของเขาให้หญิงสาวฟัง

                พี่เดียวจะบอกข้าวหอมว่า เพราะสาเหตุนี้ใช่ไหมคะ พี่เดียวถึงโดนคนตามฆ่ารัชชานนท์ยิ้ม เมื่อเห็นว่าธัญรดาเริ่มเข้าใจความคิดของเขามากขึ้น

                อำนาจกับเงินทองมันไม่เข้าใครออกใครหรอกนะข้าวหอม บางคนอาจจะคิดว่าพี่มาชุบมือเปิบก็ได้ เขาทำงานกันงกๆ แต่กลับต้องมาเป็นรองไอ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างพี่

                แล้วทุกคนเขาทำได้อย่างที่พี่เดียวทำหรือเปล่าคะเป็นคำถามที่เธอไม่ได้ต้องการคำตอบเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่อยากจะให้กำลังใจเขาก็เท่านั้น

                หึหึ ทำไมถามแบบนั้นล่ะ

                ถึงข้าวหอมจะไม่ได้เรียนบริหาร แต่ข้าวหอมก็พอรู้ บริษัทใหญ่ๆ ที่มีมีบริษัทในเครือเยอะๆ แบบธีฆะธนธรรม ต้องมีผู้บริหารระดับสูงหลายคน มีผู้ถือหุ้นที่เป็นคนนอกไม่น้อยเหมือนกัน ถึงจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แต่ถ้าทำงานไม่ได้เรื่อง ทำให้บริษัทก้าวหน้าไม่ได้ เขาจะเอาไว้หรือคะ เพราะพวกเขาก็มีผลได้ผลเสียจากกำไรขาดทุนของบริษัทเหมือนกันผู้หญิงมีสมองของเขา รัชชานนท์รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เขาก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เขารู้สึกดีมากๆ เมื่อคิดว่าเธอคือคนของเขา

                นี่ข้าวหอมกำลังจะชมว่าพี่เก่งใช่ไหม รัชชานนท์เปิดยิ้มสดใสเป็นครั้งแรกของวัน

                แหวะ หลงตัวเองธัญรดาค้อนใส่คนหลงตัวเอง แต่ก็ไม่ปฏิเสธหรอกว่าเขาเป็นคนเก่ง หากไม่เก่งจริงก็คงดูแลธุรกิจในเครือธีฆะธนธรรมไม่ได้

                หึหึ หายโกรธพี่แล้วนะ รู้ไหมพี่กังวลแค่ไหนที่รู้ว่าข้าวหอมโกรธพี่ แล้วรู้ไหมว่าพี่เป็นห่วงข้าวหอมเหมือนกัน แผลหายดีแล้วใช่ไหมรัชชานนท์เอียงหน้าเข้าไปหาคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ถามอย่างห่วงใย

                ค่ะ เกือบหายดีแล้วค่ะ แต่พี่ต้นกล้าให้สวมผ้ายืดกันเชื้อโรคไว้หน่อยค่ะ พี่เดียวเจ็บแผลมากไหมคะ ข้าวหอมขอโทษ ข้าวหอมไม่ได้ตั้งใจธัญรดารู้สึกเสียใจกับการกระทำของตัวเองจริงๆ ไม่ใช่ว่าเพิ่งรู้สึกหรอก เธอรู้สึกตั้งแต่ทำเขาเจ็บแล้ว แต่ด้วยความน้อยใจหลายๆ อย่าง จึงตั้งแหง่ใส่เขา

                พี่บอกแล้วไง เจ็บอีกกี่ครั้งก็ได้ขอแค่ข้าวหอมหายโกรธพี่ก็พอแล้วชายหนุ่มจ้องเข้าไปในดวงตากลมโต เผยความรู้สึกของตัวเองผ่านดวงตาคมเข้ม จนทำให้ธัญรดาไม่สามารถทนจ้องตาเขาได้

                พี่เดียวมาพักที่บ้านข้าวหอมทำไมคะเมื่อเริ่มทำตัวไม่ถูก เธอจึงหาเรื่องชวนชายหนุ่มคุยต่อ โดยไม่ลืมทอดสายตามองไปรอบๆ บ้าน แทนที่จะมองหน้าคู่สนทนาอย่างที่ควรจะเป็น

                อยากพักให้แผลหายดีก่อน ค่อยกลับไปสู้รบกับคนหลายๆ คน พี่มาพักที่นี่ก็ไม่ได้บอกใคร แต่ก็ไม่รับปากหรอกนะว่าจะมีใครรู้หรือเปล่าจริงๆ เขาอยากจะบอกว่า เขาอยากอยู่ใกล้ๆ เธอแต่ก็ยังไม่กล้าพอ

                แล้วแฟนพี่เดียวไม่เป็นห่วงหรือคะ

                แฟนพี่เหรอ พี่มีแฟนที่ไหนกัน

                อ้าว! ก็คนที่กรี๊ดเสียงแหลมเมื่อวานไงคะ ธัญรดานึกถึงสาวสวยเสียงแหลมปี๊ดคนเมื่อวาน

                พรรณนาราน่ะเหรอ เขาอาจจะอยากเป็นแฟนพี่นะ แต่พี่ไม่อยากได้คนเสียงแหลมปี๊ดเป็นแฟน กลัวหูหนวกก่อนวัยอันควร อืม! พี่อยากมีแฟนแบบไหนดีน้า อ้า! นึกออกแล้ว ขอตัวสูงๆ หน่อยแล้วกัน เตี้ยมากไม่ดีเวลาคุยกันคงเมื่อยคอหน้าดู เอาแบบหุ่นดีๆ ไม่ผอมแห้งแรงน้อยที่เดินแล้วแทบจะปลิวลม วิ่งเก่งๆ หน่อยก็ดี เผื่อต้องหลบกระสุนเป็นเพื่อนพี่ อืม! แล้วอะไรอีกน้า อ๋อ! ต้องเป็นมิสซิสสมิทได้ด้วย สุดท้ายแล้วที่นึกออกตอนนี้ ต้องเป็นคนที่ถ่ายรูปเก่ง ถ่ายรูปอะไรก็ออกมาสวยไปหมด ข้าวหอมว่าพี่จะเจอผู้หญิงคนนี้หรือเปล่าน้าเมื่อได้โอกาสรัชชานนท์ก็หยอดจีบคนตรงหน้าซะเลย

                บ้า เธอพูดแค่นั้นก็ลุกขึ้นเดินผ่านหน้าเขาตรงขึ้นบ้านไป โดยมีเสียงหัวเราะของรัชชานนท์ไล่หลังไป เขาก้มเก็บดอกมะลิซ้อนที่หล่นอยู่ที่พื้น ยกขึ้นมาในระดับสายตา ดวงตาของเขายิ้มเป็นประกาย ดวงหน้าเต็มไปด้วยความสุข เขายิ้มให้กับดอกไม้ตรงหน้าก่อนจะก้าวขาตามหญิงสาวขึ้นไปบนบ้าน

 

                ธัญรดากำลังช่วยย่าแก้วเช็ครายการสินค้าที่ต้องนำไปส่ง และวันนี้เธอก็เป็นวันแรกที่เธอจะกลับมาทำหน้าที่เป็นพนักงานส่งของให้กับอย่างแก้วอย่างเดิมแล้ว หลังจากต้องนั่งๆ นอนๆ มาพักใหญ่

                ย่าขา วันนี้ข้าวหอมไปส่งของเองนะ

                ไม่เจ็บขาแล้วหรือลูก ย่าแก้วอดเป็นห่วงหลานสาวไม่ได้

                หายแล้วจ้ะย่า แล้วข้าวหอมก็เบื่อมากเลย อยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย ให้ข้าวหอมไปนะจ๊ะย่า รับรองว่าข้าวหอมจะขับรถช้าๆธัญรดาอ้อนผู้เป็นย่า เพราะเบื่อเต็มทีแล้วที่ต้องอยู่บ้านเฉยๆ

                ตามใจ แต่วันนี้ไปหลายที่หน่อยนะลูก เพราะต้องเอาไปส่งให้คุณนายฮวงด้วย

                คุณนายฮวงก็คือเจ้าของร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นของกินหรือของที่ระลึก เป็นลูกค้ารายใหญ่ของย่าแก้วเลยทีเดียว ปริมาณในการสั่งก็ไม่ใช่น้อยๆ เพราะเป็นร้านใหญ่ร้านเดียวที่ผูกขาดสินค้าของย่าแก้ว จริงๆ เธอก็รู้ว่าย่าไม่อยากทำแบบนั้น อยากกระจายสินค้าไปยังร้านที่มาติดต่อด้วย แต่ว่าคุณนายฮวงเป็นเจ้าแรกที่รับสินค้าของย่าแก้วไปขาย ซึ่งตอนนั้นร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองร้านอื่นๆ ไม่ตอบรับสินค้าของเธอเลย

                เมื่อสินค้าติดตลาดเป็นที่ต้องการของใครหลายๆ คน ทำให้คุณนายฮวงยื่นข้อเสนอรับสินค้าทั้งหมดของย่าแก้ว และขอร้องไม่ให้ส่งของให้กับร้านอื่นๆ ที่ต้องการ เนื่องจากทำการค้าด้วยกันมานานและไม่เคยมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น อีกทั้งเป็นการตอบแทนน้ำใจของคุณนายฮวงที่เคยให้โอกาสสินค้าของย่าแก้ว ทำให้เธอและพี่ชายตกลงข้อเสนอของคุณนายฮวง แต่สำหรับร้านเล็กๆ ในตลาดที่ไม่ใช่คู่แข่งสำคัญของคุณนายฮวงก็ยังมีสินค้าของย่าแก้วจำหน่ายอยู่เช่นเดิม

                ไม่มีปัญหาจ้ะย่า คราวนี้คุณนายสั่งของเยอะไหมจ๊ะ

                ก็ไม่เท่าไหร่นะลูก หน้านี้หน้าทุเรียน คนก็อยากกินของสดกันมากกว่า แต่ของก็ยังขายได้เรื่อยๆ เพราะส่วนใหญ่จะซื้อกลับไปเป็นของฝากน่ะลูก

                ย่าเช็คของไปพลางๆ นะจ๊ะ ข้าวหอมไปถอยรถมาก่อน จะได้ขนของที่เช็คเสร็จแล้วขึ้นรถ

                จ้า ย่าแก้วก้มหน้าก้มตาเช็คสินค้าของตัวเองต่อไป ปล่อยให้หลานสาวไปถอยรถมาจอดบริเวณใกล้ๆ เพื่อที่จะได้ขนของขึ้นท้ายกระบะโดยไม่ต้องเดินไกล

                ย่าครับมีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ เสียงผู้ชายตัวสูงๆ ที่เดินตรงมาบริเวณโรงงานนรกของย่าแก้ว แขนข้างหนึ่งมีผ้าคล้องคอเพื่อช่วยพยุงแขนข้างที่ได้รับบาดเจ็บเอาไว้

                ตาเดียวลงมาทำไมลูก ยังไม่หายดีเลย ย่าแก้วบอกหลานชายคนใหม่

                ผมไม่เป็นไรแล้วครับ อีกอย่างผมถือคติอยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดายครับคุณย่า ย่าแก้วยิ้มให้กับคำพูดเอาใจคนแก่ของรัชชานนท์

                แล้วแขนเดี้ยงแบบนี้จะปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่นได้หรือคะพี่เดียว เสียงของธัญรดาดังมาจากรถกระทะที่จอดรอรับสินค้าเรียบร้อยแล้ว

                ปั้นวัวปั้นควายไม่ได้ แต่ทำอย่างอื่นได้นะครับ รัชชานนท์หันไปมองตากลมโตของข้าวหอม ส่งสายตาเจ้าชู้พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เล่นเอาหญิงสาวแก้มแดง รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาทันที

                พูดดีๆ นะพี่เดียว ทำอย่างอื่นน่ะทำอะไร ธัญรดาข่มความอาย พูดด้วยน้ำเสียงดุดัน

                อ้าว ก็ช่วยข้าวหอมขนของที่จะเอาไปส่งได้ไงครับ ไอ้ที่ใส่ถุงตรงนี้ทั้งหมดเลยใช่ไหมครับย่า รัชชานนท์ยักคิ้วให้กับชัยชนะเล็กๆ ของตัวเอง ก่อนจะหันมาถามย่าแก้ว ผู้อาวุโสเห็นหลานสาวเสียท่าชายหนุ่มก็ได้แต่อมยิ้ม พร้อมกับพยักหน้าตอบรับรัชชานนท์

                ดี อยากขนนัก ขนขึ้นมาให้หมดเลยนะพี่เดียว ห้ามให้ใครช่วยด้วย ไม่อย่างนั้นน่าดู ธัญรดาพูดพร้อมขบเคี้ยวเขี้ยวฟันด้วยความหงุดหงิดที่เสียรู้คนกะล่อนจนได้

                ย่าครับ ดูหลานสาวคนโปรดของย่าสิครับ ใจร้ายกับผมอีกแล้ว รัชชานนท์หันไปอ้อนย่าของหญิงสาว

                ก็เดียวไปแหย่น้องก่อนทำไม เดี๋ยวย่าให้เด็กๆ มาขนเอง เดียวไปนั่งเล่นตามสบายเถอะ จริงๆ ก็อยากให้หลานสาวแกล้งพ่อตัวดีจะได้รู้จักเข็ดหลาบว่าไม่พูดจาชวนให้คิดเป็นอย่างอื่นอีก แต่ก็อดสงสารคนป่วยไม่ได้

                ไม่เป็นไรครับ ผมอยู่ช่วยขนของก่อนก็ได้ แล้วผมจะไปส่งของเป็นเพื่อนข้าวหอมนะครับ ชายหนุ่มขออนุญาตผู้อาวุโสอีก

                จะไปทำไมคะพี่เดียว ยังไม่หายดีเลย ไหนบอกว่าจะมาพักฟื้น ธัญรดาค้านเพราะความเป็นห่วง

                ได้อยู่กับข้าวหอม พี่ก็ถือว่าได้พักฟื้นแล้วจ้ะ ชายหนุ่มส่งยิ้มให้หญิงสาวที่เดินมาหยิบถุงใบใหญ่ที่บรรจุถุงทุเรียนกรอบถุงเล็กๆ จำนวนมาก

                อะแฮ่ม เดียว ย่ายืนอยู่ตรงนี้นะลูก แล้วอย่าไปพูดจาทำนองจีบหลานสาวให้ปู่ชีพได้ยินเชียวนะ ย่าไม่รับรองความปลอดภัยนะลูก รัชชานนท์ส่งยิ้มพิมพ์ใจให้คุณย่าของหลานสาวคนสวย รู้สึกอายขึ้นมา เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองกำลังจีบหลานสาวต่อหน้าคุณย่าของเธอ

                พี่ชัน พี่ช่วงคะ ช่วยข้าวหอมขนของหน่อยค่ะ สองหนุ่มกล้ามใหญ่ที่ทำหน้าที่กวนทุเรียนก็หยุดงานของตัวเอง มาช่วยเจ้านายคนสวยขนกล่องบรรจุทุเรียนกวน ทุเรียนกรอบขึ้นรถ โดยมีธัญรดาและรัชชานนท์ช่วยกันขนสินค้าที่ถูกจัดไว้ในถุงใหญ่ๆ

                เมื่อขนของเสร็จเรียบร้อยแล้ว ย่าแก้วกับหลานสาวก็ทำการเช็ครายการของอีกครั้ง หลังจากนั้นย่าแก้วก็ยื่นใบรายการที่จะต้องไปส่งยังสถานที่ต่างๆ ให้กับหลานสาว ส่วนรัชชานนท์ไม่รู้กลัวว่าจะอดไปหรืออย่างไร เพราะตอนนี้ชายหนุ่มนำตัวเองไปนั่งประจำที่ข้างคนขับเรียบร้อยแล้ว วันนี้ขอทำตัวไม่เป็นสุภาพบุรุษสักวัน ถ้าจะให้ขับรถตอนนี้คงไม่ไหวจริงๆ ถ้าแผลเกิดการอักเสบขึ้นอีกครั้ง มีหวังเขาต้องถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลอีกรอบ เพราะหมอต้นกล้าไม่รับรองความปลอดภัยการถูกกระทบกระเทือนอีกแล้ว

                ถึงแม้ว่าบ้านหลังนี้จะมีอุปกรณ์การแพทย์ครบถ้วน เรียกได้ว่าเปิดคลินิกรักษาโรคทั่วไปได้สบายๆ แต่ธัญชนกก็เป็นคุณหมอที่ตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท หากเห็นว่าอาการมันเหลือบ่ากว่าแรงที่เขาจะรับผิดชอบได้ เขาจะไม่ดึงดันที่จะรักษา แต่จะแนะนำให้ไปโรงพยาบาลทันที

 

                เจ๊ฮวงป้ายหน้าร้านเด่นเป็นสง่า ร้านขนาดสามคูหา ภายในร้านเต็มไปด้วยของฝากและของที่ระลึก จำนวนผู้คนที่อยู่ในร้านบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าร้านนี้ได้รับความนิยมมากแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นคนในพื้นที่หรือนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ

                พี่เดียวนั่งรอข้าวหอมในรถนะคะ ธัญรดาบอกเพื่อนร่วมทาง

                พี่ลงไปช่วยข้าวหอมขนของก็ได้ครับ

                ไม่ได้หรอกค่ะ ของเจ้านี้อยู่ในกล่องทั้งนั้น พี่เดียวเจ็บแขนอยู่ คงช่วยข้าวหอมไม่ได้ พี่เดียวนั่งในรถน่ะดีแล้ว ไม่ต้องห่วงข้าวหอมนะคะ ที่นี่เขามีพนักงานมาช่วยขนค่ะ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ต้องขนของเอง รัชชานนท์จึงตกลงที่จะนั่งรออยู่บนรถ

                เรียบร้อยแล้วหรือครับข้าวหอม รัชชานนท์ถามเมื่อประตูด้านคนขับถูกเปิดออก

                ยังค่ะ พอดีลูกค้าเยอะ เจ๊เขาเลยขอเวลาเช็คของสักครึ่งชั่วโมงค่ะ ข้าวหอมจะมาชวนพี่เดียวไปทานของแปลกแต่อร่อยค่าเวลา ลงมาสิคะ

                แล้วของที่อยู่หลังรถล่ะครับ ไม่เป็นไรเหรอ

                ไม่มีใครเอาหรอกค่ะ แล้วร้านที่จะพาไปอยู่ตรงข้ามนี่เอง เมื่อได้รับคำตอบพอใจแล้ว ชายหนุ่มจึงเปิดประตูพร้อมกับล็อครถเสร็จสรรพ ไม่นานธัญรดาก็เข้ามาจูงชายหนุ่มพาข้ามถนน การกระทำนั้นส่งผลให้ใบหน้าของรัชชานนท์เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ต่อให้เธอจูงเขาไปลงนรก เขาก็ยอม

                หญิงสาวพาชายหนุ่มตรงไปที่รถเข็นที่จอดอยู่บนทางเท้า เขาเห็นกระทะใบใหญ่ๆ ในนั้นน่าจะมีน้ำมันร้อนๆ ลอยอยู่ ในมือของผู้ชายคนที่ยืนอยู่หน้ากระทะมีอาวุธประจำกายเป็นตะเกียบคู่ยักษ์ เขาเห็นผู้ชายคนนั้นใช้ตะเกียบพลิกบางสิ่งบางอย่างในกระทะอย่างคล่องแคล่ว ละสายตาจากกระทะใบใหญ่ไปมองบนรถเข็น เขาเห็นผ้าขาวบางปกปิดบางสิ่งบางอย่างอยู่ และที่เห็นเด่นชัดที่สุดก็คือตะแกรงที่มีก้อนสีน้ำตาลทองวางสะเด็ดน้ำมันอยู่มากมาย

                ปาท่องโก๋เหรอครับข้าวหอม รัชชานนท์ถามหญิงสาวด้วยความแปลกใจ มันแปลกตรงไหน ส่วนอร่อยมองจากผู้คนที่รอรับถุงปาท่องโก๋ก็พอรู้หรอกว่ารสชาติคงจะดี

                ค่ะปาท่องโก๋ เจ้าประจำของข้าวหอมเลยนะพี่เดียว มาส่งของแถวนี้ทีไรต้องแวะซื้อกลับบ้านทุกที

                พี่ก็ไม่เห็นว่ามันจะแปลกตรงไหนเลยนี่ครับ มันก็เหมือนปาท่องโก๋ทั่วๆ ไป

                เดี๋ยวก็รู้ค่ะว่ามันแปลกตรงไหน ธัญรดาไม่ยอมไขข้อข้องใจให้เขาได้รับรู้ แต่กลับไปหันไปสั่งสิ่งที่เธอต้องการแทน

                รออยู่ประมาณสิบห้านาที ปาท่องโก๋สองถุงใหญ่ก็มาอยู่ในมือของธัญรดา แล้วเขาก็ถูกจูงให้เดินตามต่อไปอีกไม่เกินห้าสิบเมตร ธัญรดาก็ชี้ให้เขานั่งลงบนเก้าอี้สีแดง หญิงสาวางปาท่องโก๋ทั้งหมดบนโต๊ะพับ แล้วเดินไปสั่งอะไรสักอย่างที่รถเข็น ไม่นานน้ำสีขาวขุ่นที่มีไอร้อนลอยขึ้นมาก็ถูกวางลงตรงหน้าของทั้งสองคน

                เคยทานไหมค่ะ น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง ธัญรดาถามรัชชานนท์ยิ้มๆ เมื่อเห็นเขาก้มมองถ้วยน้ำเต้าหู้ไม่วางตา

                ทำไมถามแบบนั้นล่ะครับ

                อ้าว ก็พี่เดียวเป็นมหาเศรษฐี ข้าวหอมก็เลยคิดว่าพี่เดียวคงไม่เคยทานของแบบนี้สิคะ แล้วพี่เดียวก็เล่นจ้องตาเป็นมัน เหมือนไม่เคยเห็นมันมาก่อน

                พี่แค่สงสัยเท่านั้นเอง ว่าไอ้ของแปลกแต่อร่อยของข้าวหอมน่ะ มันคือสองอย่างนี้เหรอ ถ้าข้าวหอมคิดว่าพี่ไม่เคยกินของพวกนี้ก็เลยคิดว่าเป็นของแปลกสำหรับพี่ พี่ขอบอกว่าข้าวหอมคิดผิดนะครับ แล้วพี่ก็ไม่โฮโซขนาดไม่แตะต้องของพวกนี้สักหน่อยเขาไม่ใช่คนเรื่องมากสักหน่อย ทำไมของแค่นี่จะไม่เคยคิด คนรวยกินปาท่องโก๋ข้างถนนไม่ได้หรือยังไง รัชชานนท์แอบงอนหญิงสาวอยู่ในใจ แต่ก็ไม่วายแอบแสดงท่าทีให้เธอเห็น

                โอ๋ๆ ข้าวหอมก็ไม่ได้ว่าพี่เดียวเป็นนี่คะ ข้าวหอมล้อเล่นเท่านั้นเอง ธัญรดาหมุนข้อมือตรงหน้าชายหนุ่ม เหมือนหลอกล่อเด็กน้อยที่กำลังร้องโยเย

                ตกลงมันก็คือปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้ทรงเครื่องเท่านั้นใช่ไหมครับ รัชชานนท์ถามย้ำ

                ใช่ค่ะ แต่มันเป็นของแปลกจริงๆ นะคะ ไม่ใช่แปลกเฉพาะพี่เดียวคนเดียว มันแปลกสำหรับใครก็ตามที่มาเยือนเมืองจันค่ะ

                แปลกตรงไหน

                น้ำเต้าหู้ไม่แปลกหรอกค่ะ มันแปลกที่ปาท่องโก๋นี่ ธัญรดาหยิบปาท่องโก๋คู่หนึ่งออกจากถุง ชูให้ชายหนุ่มดูว่ามันเป็นของแปลกจริงๆ แต่ดูเหมือนรัชชานนท์ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

                ทำไมครับ ปาท่องโก๋ที่นี่ยัดไส้หรือครับรัชชานนท์พยายามหาคำตอบของความแตกต่างของปาท่องโก๋เมืองจันกับปาท่องโก๋เมืองกรุง

                เปล่าค่ะ พี่เดียวเคยทานปาท่องโก๋จิ้มกับอะไรบ้างคะ ธัญรดาก็ยังไม่ยอมเฉลย แต่หาเรื่องถามเขาต่อ

                ก็สังขยา นมข้น โจ๊ก

                แต่ที่นี่เขาทานกับน้ำจิ้มนี่ค่ะ หญิงสาวชูถุงน้ำจิ้มให้รัชชานนท์ดู ชายหนุ่มก็ขมวดคิ้วสงสัย เพราะสิ่งที่เขาเห็นมันคล้ายกับน้ำจิ้มลูกชิ้นปิ้งหรือไม่ก็ลูกชิ้นทอดมากกว่า

                ไม่ต้องทำหน้าสงสัยเป็นหมาบูลด็อกขนาดนั้นก็ได้ค่ะ หน้าผากย่นแล้วหมดหล่อนะธัญรดาถือโอกาสแซวเขาอีกครั้ง

                เขาทานกับน้ำจิ้มนี้จริงๆ หรือครับข้าวหอม แล้วมันจะอร่อยเหรอครับ มันไม่น่าจะเข้ากันได้เลยนะ

                ต้องลองค่ะ ก็บอกแล้วไงค่ะว่าพามาลองของแปลกแต่อร่อย ธัญรดาแกะถุงน้ำจิ้ม แล้วยื่นปาท่องโก๋ให้กับรัชชานนท์

                ป้อนหน่อยสิครับ แขนเจ็บ รัชชานนท์หาทางเอาเปรียบหญิงสาวเล็กๆ น้อยๆ ให้ชุ่มชื่นหัวใจ

                เจ็บข้างเดียว อีกข้างไม่เจ็บไม่ใช่หรือคะ แล้วข้างที่เจ็บนะก็ไม่ใช่ข้างที่พี่เดียวถนัดด้วย ไม่ต้องมาหาข้ออ้างให้ข้าวหอมป้อน

                อีกข้างไม่ว่างแล้วครับ รัชชานนท์ใช้มือขวาจับช้อน ตักน้ำเต้าหู้ทรงเครื่องเข้าปาก

                งั้นก็ไม่ต้องลองของแปลก ข้าวหอมก็ไม่หลงกลง่ายๆ เธอวางปาท่องโก๋กลับเข้าไปในถุงเหมือนเดิม ทำท่าจะมัดถุงน้ำจิ้มด้วย รัชชานนท์ได้แต่ทำหน้าสลด ปากก็บ่นพึมพำไปเรื่อยเปื่อย จนทำให้หญิงสาวอดสงสารไม่ได้ ก็เขาเล่นบ่นเรื่องที่เธอทำเขาเจ็บแผลเมื่อวานนี้ไง

                อ้าปากค่ะ ช้าอดนะคะ หญิงสาวหยิบปาท่องโก๋จิ้มน้ำจิ้มแล้วยื่นไปตรงหน้าชายหนุ่ม ซึ่งเขาก็อ้าปากรับของกำนัลนั้นทันที พร้อมกับเคี้ยวตุ้ยๆ

                อร่อยจริงๆ ด้วยครับ ข้าวหอมลองชิมดูสิ อยู่ดีๆ มือของรัชชานนท์ก็เกิดว่างขึ้นมาแบบปัจจุบันทันด่วน เมื่อเขายื่นมือขวาไปหยิบปาท่องโก๋ในถุง จิ้มลงในถุงน้ำจิ้มที่อยู่ในมือของธัญรดา แล้วยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากบาง ทำให้เธอต้องรีบอ้าปากงับปาท่องโก๋ก่อนที่น้ำจิ้มมันจะหยดลงในถ้วยน้ำเต้าหู้ของเธอ คนป้อนก็ยิ้มตาพราวด้วยความถูกใจ ส่วนคนถูกป้อนก็หน้าแดงระเรื่อด้วยความอาย ก็นี่มันข้างถนน ไม่ใช่ที่ลับตาคน แล้วดูสิ คนเดินผ่านไปผ่านมาตั้งเยอะ

                อร่อยไหมครับ แน่ะยังมีหน้ามาลอยหน้าลอยตาถามอีก

                รีบทานดีกว่าค่ะพี่เดียว ข้าวหอมยังต้องไปส่งของอีกหลายที่ธัญรดาตัดบทสนทนาที่อาจทำให้เธอได้อายอีก

                ครับ ความสุขเล็กๆ ความสุขน้อยๆ ความสุขเล็กน้อยที่ได้ชื่นชม เพลงของพี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ลอยเข้ามาในหัวของรัชชานนท์อย่างรวดเร็ว มันเข้ากับบรรยากาศรอบๆ ตัวเขาตอนนี้จริงๆ

 

                รถกระบะที่มีแผลเป็นรอยกระสุนตรงบั้นท้าย เคลื่อนตัวออกจากร้านเจ๊ฮวงไปยังหน้าตลาด สถานที่รวมตัวของเหล่าแม่ค้าทั้งหลาย มาที่นี่ที่เดียวได้ของครบทุกอย่าง ไม่ว่าของสด ของแห้ง ของกินเล่น ของว่าง หรือแม้แต่อาหารหลักอย่างข้าวแกงหรืออาหารตามสั่ง

                เมื่อหาที่จอดรถได้อย่างเหมาะเจาะแล้ว ธัญรดาก็หยิบถุงหิ้วใบใหญ่ที่บรรจุสินค้าตัวเองอยู่เกือบเต็มถุง ทั้งสองมือ ส่วนถุงที่เบาที่สุดก็คือถุงทุเรียนกรอบ เธอยกให้กับคนแขนเดี้ยงเป็นคนถือ

                มาแล้วจ้าป้าหนู ธัญรดาทักทายเจ้าของร้านขายขนมนานาชนิด อย่างเช่น พวกขนมปังหน้าต่างๆ ขนมหวานอบแห้ง อย่างครองแครงทอด ฝอยทองกรอบ ปั้นสิบ หนึ่งในนั้นก็คือผลิตภัณฑ์ของย่าแก้ว

                ทำไมมาสายจังจ๊ะข้าวหอมป้าหนูถามหลานสาวของย่าแก้วที่วางถุงที่ถือมาลงบนพื้นข้างตัว

                ไปติดอยู่ที่ร้านเจ๊ฮวงค่ะ ลูกค้าเยอะ ข้าวหอมเลยต้องรอจ้ะ นี่ค่ะใบรายการของป้าหนู มีทุเรียนกวนสิบแพ็ค ทุเรียนกรอบยี่สิบถุง หญิงสาวก้มหน้าหยิบทุเรียนกวนขนาดครึ่งกิโลกรัมออกจากถุงตามจำนวนที่ลูกค้าสั่ง ก่อนจะหันมาขอถุงที่รัชชานนท์ถืออยู่ หยิบทุเรียนกรอบออกมาอีกยี่สิบถุง เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้า

                วันนี้มีผู้ช่วยตามมาด้วยเหรอ ป้าหนูถามพร้อมมองคนรูปหล่อที่ยืนยิ้มอยู่

                อ้อค่ะ เพื่อนของพี่ต้นกล้าค่ะ พี่เขาไม่สบายก็เลยมาขอพักฟื้นที่บ้าน เบื่อๆ ข้าวหอมก็เลยพามานั่งรถเล่นค่ะ ธัญรดาเลือกที่จะบอกกล่าวแบบนั้น และเธอไม่คิดที่จะแนะนำชายหนุ่มให้ป้าหนูรู้จักด้วย เพราะป้าหนูขึ้นชื่อว่าเป็นนักข่าวชั้นยอดประจำตลาด อยู่ห่างๆ ไว้เป็นดีที่สุด

                ป้าก็ว่าอยู่เห็นคล้องแขนไว้แบบนั้น แต่ก็ยังอุตส่าห์มีน้ำใจมาช่วยข้าวหอมหิ้วของอีกนะพ่อหนุ่ม

                ครับ ไม่อยากให้ข้าวหอมครับคนมาคนเดียวครับ รัชชานนท์ตอบอย่างเป็นกันเอง

                ต๊ายน่ารักจริงๆ มีน้ำใจแล้วยังห่วงน้องสาวของเพื่อนอีก พ่อหนุ่มแอบชอบข้าวหอมหรือเปล่าจ๊ะ ธัญรดาอ้าปากค้าง คุณป้าขาอะไรจะอยากรู้ขนาดนั้น

                ป้าหนูคะจะเคลียร์บัญชีเลยหรือว่าค่อยมาเคลียร์งวดหน้าคะ หญิงสาวไม่ปล่อยโอกาสให้รัชชานนท์ได้พูดอะไรอีก แล้วก็ไม่เปิดโอกาสให้นักข่าวประจำตลาดได้ซักถามอะไรเพิ่มเติมอีกด้วย

                ข้าวหอมรีบหรือจ๊ะ

                ค่ะ ยังต้องไปส่งอีกหลายที่ค่ะ ธัญรดาตอบรับทันที ระหว่างที่รอป้าหนูนับเงินให้ครบตามจำนวนค่าของ หญิงสาวก็หยิบทุเรียนกรอบที่เหลืออยู่ไม่เต็มถุงมาใส่รวมกันเป็นถุงเดียวกัน ทำให้เหลือสินค้าอยู่เพียงแค่สองถุงเท่านั้น

                นี่จ๊ะ ฝากความคิดถึงถึงย่าแก้วด้วยนะธัญรดารับเงินค่าสินค้าพร้อมกับรับฝากความคิดถึงไปให้ผู้เป็นย่าด้วย

                ขอบคุณค่ะ ข้าวหอมไปก่อนนะคะหญิงสาวไม่อยากอยู่ที่ร้านของป้าหนูนานไปกว่านี้อีกแล้ว

                สวัสดีครับ รัชชานนท์ลาลูกค้าของธัญรดาเช่นเดียวกัน

                จ้ะ ป้ามีอะไรจะบอกพ่อหนุ่มหน่อยนะ บ้านนี้เขาหวงหลานสาว ถ้าคิดจะจีบล่ะก้อ ต้องระวังตัวให้ดีนะ แต่ป้าว่าหน้าตาหล่อๆ แบบนี้ ปู่ชีพคงเปิดทางให้หรอก ป้าหนูพูดพร้อมปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างถูกใจ

                ธัญรดาฉุนกึกแต่ทำอะไรไม่ได้ เธอจึงหยิบถุงสินค้าแล้วหันหลังเดินออกจากร้าน โดยมีรัชชานนท์เดินตามหลังออกมา ด้วยความโมโหและไม่ทันระวังทำให้ข้าวหอมสะดุดขอบฟุตบาท ทำท่าจะจับกบ โชคดีที่รัชชานนท์คว้าเอวของเธอเอาไว้ได้ทัน ทำให้เธอตกอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มอย่างไม่ตั้งใจ และต้องโมโหคนที่หวังดีไม่อยากให้เธอล้มลงอีกรอบเมื่อได้ยินเสียงป้าหนูไล่หลังมาอีก

                สงสัยไม่ใช่แค่เพื่อนพี่ชายแล้วมั้งข้าวหอม กอดกันหน้าร้านป้าแบบนี้ เป็นแฟนก็บอกมาเถอะ ไม่เห็นต้องอายเลย เรื่องน่ายินดีแท้ๆ

                ปล่อยข้าวหอมเดี๋ยวนี้เลยนะพี่เดียว ถ้าไม่ปล่อย แผลฉีกอีกรอบแน่ เมื่อลงกับป้าหนูไม่ได้ เธอก็ลงกับรัชชานนท์แทนก็แล้วกัน ธัญรดาสะบัดจนหลุดออกจากวงแขนของชายหนุ่ม แล้วเดินจ้ำอ้าวไม่รอคนที่มาด้วยกันเลย นายเดียวจะทำอะไรได้นอกจากเดินตามคนที่กระฟัดกระเฟียดใส่ ทั้งๆ ที่เขาช่วยไม่ให้เธอหกล้มแท้ๆ

                ธัญรดาก้มหน้าก้มตาเดินไปส่งของตามร้านค้าในตลาดอีกสองสามเจ้า โดยไม่รอคนที่ตามเธอมาด้วยเลย เธอไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอมากับรัชชานนท์ แค่ป้าหนูคนเดียว เธอก็ดังทั้งตลาดแล้ว ไม่จำเป็นต้องพาพ่อหนุ่มคนนี้ไปให้ในตลาดยลโฉมมากไปกว่านี้หรอก ส่งของหมด เก็บตังค์ครบ ข้าวหอมก็ตรงไปที่รถกระบะของตัวเอง เปิดประตูรถขึ้นไปนั่งก่อนจะปิดประตูแรงกว่าปกติด้วยความหงุดหงิด

                โกรธพี่หรือครับ รัชชานนท์ที่ขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยแล้วเอ่ยปากถาม

                เปล่าค่ะ

                แล้วทำไมเดินไม่รอพี่เลยครับ กลัวใครเห็นอย่างนั้นหรือรัชชานนท์ออกอาการน้อยใจอีกครั้ง

                เปล่าค่ะและเขาก็ได้คำตอบเดิมๆ จากเธออีก

                แล้วข้าวหอมเป็นอะไร ไม่พอใจเรื่องที่ป้าหนูพูดเหรอ

                ก็ทำนองนั้นค่ะ

                ทำไมเหรอ การเป็นแฟนพี่มันเป็นเรื่องน่าอายมากหรือยังไง รัชชานนท์ตัดพ้อ หน้าสลดลงอีก

                เฮ้อ! ข้าวหอมแค่ไม่อยากเป็นขี้ปากชาวบ้าน ป้าหนูยิ่งกว่าฆ้องปากแตก รู้เรื่องอะไรมาก็โพนทะนาไปทั่ว ใส่สีตีไข่จนหาความจริงแทบไม่ได้เธอไม่อยากทำให้คนนั่งข้างๆ เสียความรู้สึกเลยแม้แต่น้อย แต่เธอก็ไม่อยากเป็นขี้ปากคนทั้งตลาดเหมือนกัน

                ถ้างั้นข้าวหอมก็ไม่เห็นต้องไปสนใจเลยนี่ครับ คนแถวนี้ก็คงรู้ว่าป้าหนูนิสัยยังไง เขาก็คงไม่เชื่อในสิ่งที่ป้าหนูพูดหรอกครับรัชชานนท์พยายามปลอบใจหญิงสาว พร้อมชี้ให้เธอคิดบวก

                เชื่อไม่เชื่อ ข้าวหอมก็ไม่ชอบให้ใครพูดถึงข้าวหอมไปในทางที่ไม่ดีธัญรดายังไม่หายหงุดหงิดอยู่ดี

                สรุปว่าข้าวหอมกังวลเรื่องถูกนินทา แต่ไม่รังเกียจที่จะเป็นแฟนพี่ใช่ไหมครับและจังหวะนี้รัชชานนท์ก็พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสให้กับตัวเอง

                ค่ะ รัชชานนท์ยิ้มกริ่ม เฮ้ย! ไม่ใช่ พอตัวเองประมวลผลของประโยคสุดท้ายที่ชายหนุ่มพูดออกมา หญิงสาวก็ร้องเสียงดังลั่นรถพร้อมกับปฏิเสธทันควัน

                พูดแบบนี้แสดงว่าข้าวหอมรังเกียจพี่หรือครับ ชายหนุ่มทำหน้าสลดอีกครั้ง พยายามสร้างความน่าสงสารให้กับตัวเอง ก็ไม่รู้ว่าธัญรดาจะยอมโอนอ่อนผ่อนตามหรือเปล่า

                ข้าวหอมไม่คุยกับพี่เดียวแล้ว พูดอะไรวกวน ทำให้ข้าวหอมงง กลับบ้านดีกว่าค่ะ ข้าวหอมหิวข้าวแล้ว ตอนแรกว่าจะพาไปกินหมูชะมวงเจ้าอร่อยสักหน่อย แต่โทษฐานมีส่วนทำให้ข้าวหอมเป็นขี้ปากชาวบ้านก็อดไปตามระเบียบก็แล้วกัน ธัญรดาไม่ยอมหลงกลคนเจ้าเล่ห์เป็นรอบที่สองเด็ดขาด และไม่ว่ารัชชานนท์จะพยายามชวนคุยอย่างไร หญิงสาวก็เรื่องที่จะนิ่ง ไม่โต้ตอบหรือพูดคุยอะไรด้วย นอกจากตั้งสมาธิในการขับรถอย่างเดียวเท่านั้น

                วันนี้หัวใจเธอทำงานมากกว่าวันปกติมามากพอแล้ว ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นไปอีก เขาทำให้เธอรู้สึกหัวใจพองโตจนคับอกตั้งแต่ตอนที่อยู่ที่ร้านขายน้ำเต้าหู้ ต่อมาก็ตอนที่เขามาช่วยไม่ให้เธอล้มลง ตอนนั้นหัวใจเธอเต้นรัวนับจังหวะไม่ได้ เมื่อร่างกายสัมผัสกับอ้อมกอดที่แข็งแรง สุดท้ายก็ประโยคที่ขอเธอเป็นแฟนหน้าตาเฉยนี่แหละ คนอะไรหาเรื่องให้เธอตกหลุมพรางของเขาอยู่เรื่อยเลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

61 ความคิดเห็น