อุบัติเหตุแห่งรัก (ประกาศผลผู้โชคดีแล้วค่ะ)

ตอนที่ 7 : บทที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    16 มี.ค. 53

บทที่ 6

 

                ผมต้องการคำอธิบายครับ รัชชานนท์ส่งเช็คที่หน้าตายับยู่ยี่ไปหมดให้กับชยานันต์ และนับเป็นโชคดีที่วันนี้บรรดาญาติๆ ต่างพร้อมใจกันมาเยี่ยมเขาครบองก์ประชุม

                พี่แค่อยากตอบแทนน้ำใจของคนบ้านนั้นที่ช่วยเดียวเอาไว้

                ทำไมพี่ไม่ถามผมก่อน คนบางคนเขาไม่ได้ต้องการเงินจากเราหรอกนะครับ เพียงแค่เรากล่าวคำว่าขอบคุณ เขาก็พอใจแล้ว ผมก็ไม่เคยคิดว่าพี่จะเอาเงินไปฟาดหัวเขาแบบนั้น มิตรภาพไม่ได้สร้างกันง่ายๆ หรอกนะครับ แล้วอีกเรื่องที่ผมไม่ถาม เพราะเข้าใจว่าทุกคนเป็นห่วง และเรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว รัชชานนท์ถอนหายใจก่อนที่จะพูดต่อ

                วันก่อนคนที่เขาช่วยชีวิตผมเอาไว้มาเยี่ยม แต่ผมรู้มาว่าญาติๆ ของผมมีส่วนทำให้เขาไม่มีโอกาสเข้ามาเยี่ยมผม และผมค่อนข้างแน่ใจว่าทุกคนรู้ว่าเขาเป็นใคร เขามีน้ำใจมาเยี่ยมผม ทั้งๆ ที่ผมไปสร้างความเดือดร้อนให้เขา ญาติที่รักของผมทุกคนทำอะไรกับคนที่มีบุญคุณกับผมบ้างคำพูดประชดประชันพร้อมเหน็บแนมเป็นระยะๆ ของรัชชานนท์ สร้างความขุ่นเคืองใจให้กับทุกคนไม่น้อย

                เด็กนั่นมันมาฟ้องอะไรเดียว จารุภาถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ

                แล้วคุณอาทำอะไรไว้ล่ะครับ ถึงต้องกลัวว่าเขาจะมาฟ้องผมรัชชานนท์ถามกลับ เขาอยากรู้ว่าในที่นี้ใครจะกล้าพูดความจริงกับเขาบ้าง

                อาก็แค่เป็นห่วง กลัวว่าเราจะโดนลูกหลงเพราะคนพวกนั้นอีกน้ำเสียงที่จริงจังของหลานชายทำให้จารุภามีท่าทีที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

                นี่คุณอาคิดว่าเขาเป็นต้นเหตุทำให้ผมถูกยิงหรือครับรัชชานนท์กระตุกมุมปากขึ้นนิดหนึ่ง ดวงตาส่อแววเย้อหยันอยู่ในที ซึ่งเขาก็ไม่สามารถบอกได้เหมือนกันว่าเขากำลังเย้อหยันใครกันแน่ ระหว่างบรรดาญาติทีเคารพทั้งหลายกับตัวเอง

                ก็น่าจะใช่ เพราะเดียวไม่มีศัตรูที่ไหน

                ถ้างั้นที่พี่โตเอาเช็คฉบับนี้ไปให้เขา เพราะไม่อยากให้เขามายุ่งเกี่ยวกับผมอีกใช่ไหมครับรัชชานนท์ค่อยๆ ป้อนคำถาม ค่อยๆ ต้อนบรรดาญาติทั้งหลายให้เข้าไปอยู่ในมุมที่เขาต้องการ

                มันก็ไม่ใช่ พี่ก็คิดว่าการที่เขามาเยี่ยมนาย อาจเพราะอยากได้ค่าตอบแทน คนเรามีใครบ้างทำอะไรไม่หวังสิ่งตอบแทน ถึงปากจะบอกว่าไม่อยากได้ก็ตามที

                หึหึ เขาไม่ได้จนนะครับพี่ เขาเป็นเจ้าของสวนทุเรียน บ้านเขาถึงจะเป็นบ้านเรือนไทย แต่ก็ใหญ่โตไม่ใช่เล่น ไหนบริเวณบ้านในรั้วรอบขอบชิด ที่ดินในสวนอีก ผมว่าเขามีมากกว่าด้วยซ้ำ ทรัพย์ในดินที่พวกเขาร่วมกันพัฒนา ขอบอกว่ามันอยู่ได้หลายชั่วโคตรเลยนะครับพี่ นักธุรกิจอย่างเราถ้าล้มวันไหน ถามหน่อยเถอะครับลูกหลานจะเอาเงินที่ไหนใช้ จะทำมาหากินได้เงินเป็นกอบเป็นกำอย่างลูกหลานเขาหรือเปล่า รัชชานนท์ยิ้มเยาะ นี่สินะการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันระหว่างครอบครัวของเขากับครอบครัวของหญิงสาว

                เพราะมันมีเงิน มันอาจจะคิดว่าเงินแค่นี้น้อยเกินไป มาเรียกร้องความสนใจจากเดียวน่าจะได้มากกว่าก็ได้นะ เด็กคนนั้นก็หน้าตาดีไม่ใช่เล่น จารุมนแสดงความคิดเห็นบ้าง

                แม่ ทำไมแม่พูดแบบนี้ล่ะ อินไม่ชอบให้แม่พูดจาดูถูกใครแบบนี้เลยนะ แล้วเขาก็มีบุญคุณกับพี่เดียว เขาช่วยพี่เดียวเอาไว้ไม่ใช่หรือคะ นี่ก็อีกความแตกต่าง แม่กับลูก ความคิดความอ่านไปคนละทาง

                ผมว่าเราอย่าไปพาดพิงถึงเขาอีกเลยครับ เพราะดูท่าทางเรื่องมันจะไม่จบลงง่ายๆ ทุกคนมาพร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้ก็ดีแล้ว ผมมีเรื่องจะแจ้งให้ทุกคนทราบรัชชานนท์ตัดบทไม่อยากพูดถึงครอบครัวของหญิงสาวอีก เขาจึงกลับเข้ามาในประเด็นของครอบครัวตัวเอง

                มีอะไรหรือเดียว อินทัชอาเขยคนเล็กถาม

                สำหรับบัญชีเงินสำรองจ่ายที่ผมให้ไว้กับพี่โต ผมอายัติบัญชีไปแล้วนะครับ ผมถือว่าเงินก้อนนี้ผมตั้งใจเอาไว้ให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินที่ผมไม่อยู่ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าทุกคนเอามันไปใช้ในเรื่องไร้สาระ ต่อไปมีอะไรก็รอผมมาเซ็นเช็คให้ก็แล้วกัน จบคำพูดของรัชชานนท์ เขาก็เห็นพี่ชายและอาเขยอย่างจิรพนธ์กำมือแน่น

                เดียวทำแบบนี้ อาไม่เห็นด้วยนะ จิรพนธ์แย้งขึ้น

                อาพนธ์มีปัญหาอะไรหรือครับ

                เงินเบิกจ่ายบางครั้งเราก็รอไม่ได้ เดียวก็รู้เรื่องนี้ดีนี่

                เงินสำรองจ่ายในส่วนที่ฝ่ายบัญชีและการเงินรับผิดชอบก็ยังมีอยู่นี่ครับ ผมจะจัดการเพิ่มตรงส่วนนั้นให้ เพียงแต่ขั้นตอนมันอาจะยุ่งยากสักนิด ต่อไปใครที่ต้องเบิกจ่ายค่าอะไรก็ผ่านโดยตรงกับทางฝ่ายบัญชีเลยก็แล้วกันครับ ผมว่าก็ดีเหมือนกัน เป็นการตรวจสอบ และใครที่ต้องการทำอะไรจะได้เตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ถือว่าเป็นการสร้างระเบียบให้กับทุกคนด้วย

                เดียว ที่ผ่านมาโตก็ไม่เคยทำอะไรผิดพลาดเลยนะ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวต้องทำกันขนาดนี้เลยหรือ ชยันต์พยายามช่วยเหลือบุตรชาย เพราะการกระทำแบบนี้ไม่ใช่แค่หักหน้าผู้บริหารระดับสูงอย่างชยานันต์เท่านั้น แต่มันแสดงให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจในตัวบุตรชายของหลานชายด้วย ถ้าพนักงานในบริษัทรู้เรื่องคงมองชยานันต์ไปในทางที่ไม่ดี คือมีแววส่อทุจริต

                พี่โตจะได้จำไว้เป็นบทเรียนไงครับ ไม่ใช่คิดแต่ว่ามีอำนาจอยู่ในมือ มีเงินอยู่ในมือจะทำอะไรก็ได้ ไม่ใช่เพียงแต่พี่โตที่ได้รับผลกระทบ ผมก็ได้รับผลกระทบจากการกระทำของพี่โตเหมือนกัน และดูเหมือนจะมากกว่าด้วย ในความคิดคนอื่นอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับผมมันเป็นเรื่องใหญ่ ตอนนี้ผมเหมือนพวกที่ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณคน วันนี้พี่โตอาจจะโกรธที่ผมทำแบบนี้ แต่สักวันพี่โตจะรู้ว่าผมทำไปเพราะอะไรรัชชานนท์ไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย

                แล้วแต่นายก็แล้วกันเดียว พี่ยังไงก็ได้ ชยานันต์บอกเสียงเรียบ ไม่คิดว่าการกระทำของเขาจะสร้างผลเสียให้กับตัวเองได้ ทั้งๆ ที่ใจอยากตัดปัญหา ไม่อยากให้น้องชายไปยุ่งเกี่ยวกับคนเหล่านั้นอีก กลัวว่าสองพี่น้องเจ้าของสวนทุเรียนจะสร้างความยุ่งยากให้ในภายภาคหน้า

                ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน ผมจะให้ป้านาถรับผิดชอบทั้งหมด ทุกเดือนผมจะจัดเงินส่วนหนึ่งเอาไว้ที่ป้านาถ ผมเชื่อว่าป้านาถจะดูแลมันได้อย่างดี ถ้าผมจะขอให้ป้าช่วยทำเป็นบัญชีให้ผมด้วยจะได้ไหมครับ สุชานาถซึ่งปกติก็ได้รับความไว้วางใจจากเขาตั้งแต่พ่อกับแม่ไม่อยู่อยู่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะร้องขอให้ผู้เป็นป้าทำ

                ได้สิเดียว ทำเอาไว้ก็ดีนะ

                ขอบคุณครับป้า ผมหมายความรวมถึงทุกบ้านที่อยู่ในอาณาเขตของธีฆะธนธรรมด้วยนะครับ ต่อไปไม่ว่าจะเป็นบ้านของอาภาหรืออามนก็ต้องมาเบิกค่าใช้จ่ายที่ป้านาถนี่เป็นอีกครั้งที่ทำให้ทุกคนอึ้งไปตามๆ กัน เพราะไม่คิดว่าเช็คแค่ใบเดียวจะทำให้เรื่องมันบานปลายได้ขนาดนี้

                เดียว แกทำแบบนี้ได้ยังไง จารุมนโวยวายขึ้นมาก่อน

                ทำไมผมจะทำไม่ได้ล่ะครับ จริงๆ ผมว่าผมไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายภายในบ้านของอาภากับอามนด้วยซ้ำ เพราะอาก็ได้เงินปันผลจากบริษัทอยู่ทุกเดือน อาทัชกับอาพนธ์ก็ทำงานที่บริษัทได้เงินเดือนก็ไม่ใช่น้อย นายเจนกับยายเจนนี่ก็ได้รับเงินเดือนอยู่ทุกเดือน ส่วนของยายอินผมก็รับผิดชอบให้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือเรื่องส่วนตัว แค่นี้ผมว่ามันก็เพียงพอที่จะดูแลครอบครัวตัวเองแล้วนะครับ ไม่ใช่อะไรก็จะใช้แต่เงินกองกลางเหตุผลที่หลุดออกจากปากชายหนุ่มล้วนแล้วแต่เป็นความจริงทั้งสิ้น

                อาก็ไม่ยอมเหมือนกัน ทำไมต้องไปเบิกพี่นาถให้มันยุ่งยากด้วยล่ะ จารุภาขึ้นเสียงขึ้นมาบ้าง

                การที่ผมให้อาสองคนไปเบิกเงินกับป้านาถ มันก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไร ป้านาถซะอีกที่ต้องภาระเพิ่มเพราะต้องทำบัญชีรายงานค่าใช่จ่ายให้ผมทราบ ถ้าอาไม่ต้องการผมก็ไม่ว่าอะไร ผมถือว่าผมยุติธรรมกับทุกคนแล้ว ถ้าไม่ต้องการก็บอก ผมจะได้จัดไว้ให้แต่ตึกใหญ่กับครอบครัวของลุงยันต์ ถือว่าเป็นการลดค่าใช้จ่ายไปในตัว รัชชานนท์ตอบแบบไม่แยแส

                เอาตามที่เดียวว่าก็แล้วกันคุณ จริงๆ ผมว่าที่เดียวพูดมาก็มีเหตุผล เราทุกคนต่างก็มีรายได้ ยังไม่ยอมรับผิดชอบครอบครัวตัวเองอีก อินทัชหันไปบอกภรรยา ส่วนคู่เขยอีกคนได้แต่ยืนนิ่งทั้งๆ ที่ไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ พูดมากไป ถ้าต้องมารับผิดชอบในส่วนที่ไม่จำเป็นก็คงไม่ใช่เรื่องดี เงียบเอาไว้ก่อนอย่างน้อยตอนนี้ก็มีแต่ได้กับได้

                สรุปว่าอาภากับอามนจะเอายังไงครับ จะไปเบิกค่าใช้จ่ายที่ป้านาถ หรือจะไปรับผิดชอบบ้านตัวเอง

                ไปเบิกกับพี่นาถก็ได้ ทั้งสองคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน ทำให้รัชชานนท์กระตุกรอยยิ้มขึ้น ใครบ้างจะยอมเสียผลประโยชน์ของตัวเอง นี่ขนาดคนในครอบครัวเดียวกันนะ

                ถ้างั้นผมฝากด้วยนะครับป้านาถ ถ้าทำไม่ไหวก็ให้พี่โตช่วยนะครับ ดูเหมือนครอบครัวของชยันต์จะยิ้มออกมากที่สุด เพราะดูยังไงก็ยังได้รับความไว้วางใจมากกว่าคนอื่น ชยานันต์ดูจะอารมณ์ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

                ที่ผมทำแบบนี้ไม่ใช่ว่าหวงเงินหรืออะไรหรอกนะครับ ช่วงก่อนที่ผมไม่อยู่ ผมได้ไปเห็นอะไรหลายๆ อย่าง บางคนแก่แล้วยังต้องหาเงินเลี้ยงตัวเอง ครอบครัวเรามีเงินก็จริงแต่ใครจะรู้อนาคต ถ้าวันนี้ไม่รู้จักใช้เงิน อนาคตก็คงไม่มีเงินให้ใช้ ดูเหมือนเหตุผลของรัชชานนท์จะเป็นที่ยอมรับจากผู้ใหญ่หลายคน ยกเว้นอาหญิงทั้งสองคน เพราะทั้งคู่ไม่เคยตกระกำลำบาก มีเงินใช้สอยไม่เคยขาดมือ แถมงานการก็ยังไม่ต้องทำอีกต่างหาก

                พี่โตครับ ช่วงนี้ผมฝากงานที่บริษัทหน่อยนะครับ เป็นยังไงบ้างครับ มีปัญหาอะไรหรือเปล่ารัชชานนท์กลับมาสนใจเรื่องงานของตัวเองบ้าง หลังจากที่หายหน้าหน้าตาไปจากบริษัทพักใหญ่ และมีแนวโน้มว่าจะไม่ได้เข้าบริษัทอีกพักใหญ่เช่นเดียวกัน

                ไม่ต้องห่วง พี่จัดการให้ เดียวพักให้หายก่อนเถอะ พี่ขอโทษด้วยนะเรื่องเช็ค

                ไม่เป็นไรครับ ผมรู้ว่าพี่โตทำไปเพราะความหวังดี แต่ผมไม่อยากให้พี่โตทำแบบนี้อีก คนบางคนเราซื้อเขาได้ด้วยน้ำใจเท่านั้นนะครับ ผมเสียดายมิตรภาพดีๆ ที่หยิบยื่นให้แก่กันก็เท่านั้น ในสังคมอย่างเรามันหาได้ยากเต็มทีเสียงที่ใช้พูดกับพี่ชายอ่อนลง เพราะอย่างน้อยชยานันต์ก็เป็นคนเดียวที่ช่วยเขาบริหารบริษัทในเครือได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

                อ้อ ดูเหมือนจะลืมคนสองคนไป นายเจนกับยายเจนนี่ ต่อไปถ้าไม่เข้าบริษัทหรือไม่สนใจทำงาน เอาแต่ร่อนไปร่อนมา พี่จะตัดเงินเดือนเราครึ่งหนึ่ง เข้าใจไหมรัชชานนท์หันไปสร้างกฎกติกาใหม่ให้กับคนไม่เป็นโล้เป็นพายของบริษัทบ้าง เขาคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องเข้มงวดกับน้องร่วมตระกูลทั้งสองคน

                พี่เดียว สองพี่น้องร้องออกมาเป็นคำเดียวกัน

                ที่ผ่านมาไม่ใช่พี่ไม่รู้ แต่ไม่อยากยุ่งกับเรามากกว่า ที่ทำแบบนี้ก็เพราะเราจะได้พัฒนาตัวเอง พี่กับพ่อแม่ของเราไม่ได้อยู่กับเราไปชั่วชีวิตหรอกนะ อย่างที่บอกวันนี้อาจจะมีเงินใช้ พรุ่งนี้เราอาจจะล้มละลายไม่เหลืออะไรเลยก็ได้ คนอื่นพี่ไม่ห่วงอย่างพี่โตไปทำงานที่ไหนใครก็ต้อนรับ ส่วนนายเล็ก (ชนวีร์) เรียนจบกลับมาเมื่อไหร่ก็คงไม่ต้องห่วง น่าจะเอาตัวรอดได้ แค่ลูกสองคนนี้ ลุงยันต์กับป้านาถก็อยู่อย่างสบายแล้ว แล้วพ่อแม่เราล่ะจะให้เขาทำงานงกๆ เลี้ยงเราสองคนไปเรื่อยๆ หรือยังไง สองคนพี่น้องถึงกับสะอึกในคำพูดของพี่ชาย

                ผมฝากอาพนธ์เคี่ยวทั้งสองคนด้วยนะครับ ผมว่ามันเป็นประโยชน์กับอาพนธ์มากกว่าใครๆเขาคิดว่าครั้งนี้อาเขยคงจะเห็นด้วยกับเขาอย่างแน่นอน เพราะถ้าเจนธรรมและเจนจิราเป็นหลักให้กับธีฆะธนธรรมได้ คนที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดก็คงไม่พ้นครอบครัวของอาสาวของเขานั่นแหละ

                ได้ คิดไปคิดมาอาก็ว่ามันถึงเวลาที่สองคนนี้จะทำงานอย่างจริงจังสักที จิรพนธ์ต้องยอมรับว่าครั้งนี้เขาเห็นด้วยกับหลานชาย ถ้าคิดจะสร้างฐานของตัวเองให้มั่นคงกว่านี้ ก็คงต้องเริ่มเข้มงวดกับลูกทั้งสองคนที่ไม่เป็นโล้เป็นพายก่อน

                แล้วอินล่ะคะพี่เดียว รู้สึกว่ายังเหลืออินอีกคนนะที่ยังไม่โดนพี่เดียวเล่นงานเลย สาวน้อยเสียงใสเดินเข้าไปกอดแขนพี่ชายอย่างเอาใจ

                สำหรับอินก็ต้องตั้งใจเรียนแล้วก็รีบๆ จบมาช่วยพี่ทำงานสิจ๊ะดูเหมือนจะมีอินทิราเพียงคนเดียวที่รัชชานนท์ให้ความรักและเอ็นดูเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะเขาปกป้องดูแลน้องมานานแล้วก็ได้

                โห! ท่าทางจะภาระหนักกว่าคนอื่นนะเนี่ย ในที่สุดก็เป็นน้องนุชคนสุดท้องที่เปลี่ยนสภาวะความตึงเครียดให้กลายเป็นเสียงหัวเราะ

 

                เสียงโครมครามดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเสียงโวยวายของใครบางคน ที่กำลังระบายความโกรธกับข้าวของที่อยู่ใกล้มือ

                โธ่เว้ย! นึกว่ามันตายไปตั้งแต่รถคว่ำ นี่มันยังรอดตายจากกระสุนปืนมาได้อีก ลูกน้องเอ็งทำงานกันภาษาอะไร ปล่อยให้มันรอดมาได้ยังไง

                มันมีปืนต่อสู้กับคนของเราด้วยนะครับนาย ไม่อย่างนั้นคงไม่รอดหรอกครับ เพราะผู้หญิงคนนั้นคนเดียว ไม่งั้นงานเราคงไม่พลาดไอ้เสือพยายามบอกเหตุผลกับเจ้านาย

                ไอ้สองคนที่ถูกจับเป็นยังไงบ้าง มันจะซัดทอดมาถึงพวกเอ็งหรือเปล่าน้ำเสียงของคนเป็นนายปกปิดความกังวลเอาไว้ไม่มิด หากถูกซัดทอดขึ้นมา ทุกอย่างที่คิดจะทำก็จบ ดีไม่ดี อนาคตที่วางเอาไว้ก็จบลงด้วย

                เจ็บหนักครับ ผมให้คนไปสืบมา เห็นว่ามีเลือดคั่งในสมองครับเสือรายงานผู้เป็นนายถึงอาการของลูกน้องที่ถูกตำรวจซิวตัวไป

                ดีให้มันตายไปเลย ความลับจะได้ตายไปกับมันด้วย

                มันไม่กล้าทรยศนายหรอกครับ ครอบครัวมันอยู่ในกำมือเรา

                แกจัดการไปปิดปากมันให้เรียบร้อยแล้วกัน จะด้วยวิธีไหนก็ได้ อย่าให้เรื่องมันสาวมาถึงฉันถึงไม่อยากจะทำอะไรรุ่นแรง แต่เมื่อไม่มีทางเลือกก็จำเป็นต้องทำ ก่อนที่ความเดือดร้อนจะมาถึงตัว

                ครับนาย

                รถของไอ้เดียวล่ะ ไปถึงไหนแล้ว

                ข้ามชายแดนไปเรียบร้อยแล้วครับ ทำเงินได้ไม่น้อยเลยนะครับ ขนาดสภาพยับแบบนั้นเชษฐ์ลูกน้องคนสนิทของไอ้เสือตอบบ้าง

                รถมันไม่ใช่คันละบาทสองบาทนี่หว่า พวกเอ็งเอาเงินที่ได้มาไปแบ่งกันก็แล้วกันผู้เป็นนายตัดสินใจยกเงินในส่วนที่ได้รถของรัชชานนท์ให้กับลูกน้อง เพราะไม่อยากได้เงินร้อนแบบนี้เหมือนกัน มันเสี่ยงกับการถูกจับได้เกินไป

                ขอบคุณครับนาย ทั้งสองคนยกมือไหว้นายท่วมหัว

                แล้วเรื่องเป้าหมายของนายล่ะครับเสือถามถึงงานที่ได้รับมอบหมายบ้าง

                ออกไปให้พวกมันลากคอเอ็งเข้าคุกหรือยังไง ตอนนี้มันก็คงระวังตัวมากขึ้น พวกแกไปกบดานเงียบๆ กันก่อนแล้วกัน มีหนทางเมื่อไหร่แล้วฉันจะติดต่อไป คนที่ถูกเรียกว่า นาย เปิดประตูห้องเดินออกไป

                เอาไงต่อดีล่ะพี่ เชษฐ์ถามลูกพี่ของตน

                ก็หลบไปสักพักสิวะ อยู่ให้ตำรวจมันตามกลิ่นเจอหรือยังไงเสือตวาดใส่ลูกน้องที่แสดงความโง่ออกมาให้เห็น

                แล้วเรื่องไอ้จ้อยกับไอ้จันล่ะ พี่จัดการยังไงเชษฐ์ไม่วายห่วงเพื่อนที่โดนจับเข้าซังเตไปแล้ว ถึงตอนนี้จะรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล แต่อนาคตข้างหน้าก็ไม่พ้นซังเตอยู่ดี

                ดูอาการมันไปก่อน แต่ข้าเชื่อว่ามันไม่กล้าทรยศข้าหรอก ยังไงมันก็รักลูกเมียมัน แค่มันไม่ซัดทอด ลูกเมียมันก็อยู่อย่างสบาย

                แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหนกันก่อนดีล่ะ

                อรัญประเทศ

 

                ความโกลาหลเกิดขึ้นในโรงพยาบาลอีกครั้ง เมื่อญาติคนไข้อาระวาดที่ทางโรงพยาบาลปล่อยตัวคนไข้กลับบ้านกะทันหัน จะว่าไปแล้วมันก็ไม่ได้กะทันหันเลย ก็คนไข้จัดการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อตอนเจ็ดโมงเช้า รัชชานนท์แจ้งความจำนงว่าจะออกจากโรงพยาบาล ซึ่งเขาได้เคลียร์ค่าใช้จ่ายตั้งแต่เมื่อวานเรียบร้อยแล้ว ต่อมาช่วงสายสาวสวยไฮโซที่มาเยี่ยมเยียนบ่อยๆ บางทีก็มานั่งเฝ้าคนไข้ มาแล้วไม่พบ เธอก็ออกอาการวีนแตก สุดท้ายก็ตามญาติโกโหติกาของคนไข้กะมาถล่มโรงพยาบาล

                เอาล่ะครับได้โปรดอยู่ในความสงบ แล้วฟังทางเราชี้แจงเรื่องทั้งหมดได้ไหมครับคุณหมอเจ้าของไข้ยกมือสองข้างขึ้นปรามให้ญาติคนไข้สงบสติอารมณ์เพื่อฟังคำชี้แจงทั้งหมด

                คุณหมอปล่อยคนไข้ไปแบบนี้ได้ยังไง ชยานันต์ต่อว่านายแพทย์เจ้าของไข้

                ผมไม่ได้ปล่อยคนไข้ไปโดยพละการนะครับ คนไข้แจ้งความจำนงว่าจะออกจากโรงพยาบาลวันนี้ ตอนเจ็ดโมงเช้า ตั้งแต่ช่วงบ่ายเมื่อวาน และทางเราก็ได้ทัดทานคนไข้แล้ว แต่คำตอบที่คนไข้บอกมาก็คือ คนไข้อยากไปพักผ่อนในสถานที่อากาศดีๆ คนไข้เบื่อโรงพยาบาล ซึ่งทางเราก็เห็นว่าอาการของคนไข้ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว จึงอนุญาตให้คนไข้ออกจากโรงพยาบาลได้

                แต่คุณหมอก็ไม่ควรปล่อยคนไข้กลับไปคนเดียวแบบนี้นี่ครับอินทัชตำหนิหมอบ้าง

                ทางเราไม่ได้ปล่อยให้คนไข้กลับไปเองนะครับ แต่มีญาติมาติดต่อรับคนไข้นะครับ หมอว่าคุณลองโทรหาคนไข้ไม่ดีกว่าหรือครับ เพราะทางโรงพยาบาลไม่ได้ทำอะไรข้ามขั้นตอนเลยแม้แต่น้อย นายแพทย์เจ้าของไข้บอกอย่างใจเย็น

                หมายความว่ายังไงคะหมอ มีญาติมารับตัวเดียวไปหรือคะ พรรณนาราถามด้วยความสงสัย

                ครับคุณหมอยืนยันคำพูดของตัวเองด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

                เป็นไปไม่ได้ ในเมื่อคนที่บ้านไม่มีใครทราบว่ารัชชานนท์จะออกจากโรงพยาบาลเลยนี่คะ จารุภายังไม่อยากเชื่อในสิ่งที่นายแพทย์ท่านนั้นบอก

                ผมก็ไม่ทราบนะครับว่าคนไข้ทำแบบนี้เพราะอะไร แต่ผมยืนยันได้ครับว่ามีคนมารับคนไข้ออกจากโรงพยาบาลจริงๆ แล้วถ้าจะให้บอกกันตรงๆ ถึงไม่มีญาติมารับคนไข้ ถ้าคนไข้จัดการเรื่องค่าใช้จ่ายเรียบร้อยแล้ว ทางโรงพยาบาลก็ไม่มีสิทธิ์รั้งคนไข้ไว้หรอกครับ หวังว่าทุกคนคงเข้าใจในสิ่งที่ผมพูด นายแพทย์ใหญ่พยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้เย็นมากที่สุด เขายังไม่อยากมีปัญหากับญาติคนไข้

                ถ้างั้นพวกผมต้องขอโทษคุณหมอด้วยนะครับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชยันต์กล่าวด้วยเสียงนอบน้อม เมื่อเห็นด้วยกับคำพูดของนายแพทย์ท่านนั้น

                ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ เอาเป็นว่าถ้าไม่มีอะไรสงสัยแล้ว ผมขอตัวไปตรวจคนไข้ต่อนะครับ บางทีการต้องรับคนไข้ระดับซุปเปอร์วีไอพีมันก็น่าเบื่อเหมือนกัน พวกที่เห็นเงินเป็นใหญ่ คิดว่าตัวเองมีเงินแล้วจะทำทุกอย่างตามใจตัวเองได้ อยากรู้จริงๆ มีเงินแล้วถ้าเขาไม่ยอมรักษาให้ พวกคนรวยจะหายหรือเปล่า

                เอายังไงต่อดีคะคุณโต พรรณนาราหันไปถามชยานันต์

                เดี๋ยวผมจะลองต่อหาเดียวดูครับ ชายหนุ่มกดปุ่มบนมือถือก่อนจะยกขึ้นแนบหู สักพักก็ดึงมือออกมา

                เดียวไม่ยอมรับสาย ผมว่าเรากลับบ้านกันก่อนดีกว่าครับ เผื่อว่าเดียวจะกลับไปที่บ้านแล้ว คุณพรรณกลับไปก่อนดีกว่านะครับ ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยแจ้งข่าวเรื่องเดียวชยานันต์ตัดสินใจแทนทุกคน ก่อนจะหันไปพูดคุยกับพรรณนารา

                ไม่เป็นไรค่ะ พรรณก็ห่วงเดียวเหมือนกันนี่คะ ถ้างั้นพรรณลาทุกคนเลยก็แล้วกันนะคะพรรณานารายกมือไหว้ญาติผู้ใหญ่ของรัชชานนท์ทุกคน

                ขอบใจนะหนูพรรณชยันต์ขอบใจหญิงสาวอีกครั้ง

                พรรณยินดีค่ะ พรรณขอตัวเลยแล้วกันนะคะ สวัสดีค่ะ หญิงสาวเดินออกจากบริเวณนั้นไป ปล่อยให้ครอบครัวธีฆะธนธรรมพูดคุยกันด้วยความไม่เข้าใจในการกระทำของคนป่วย

                เดียวทำแบบนี้ทำไมกัน จารุภาอดสงสัยในพฤติกรรมของหลานชายไม่ได้

                เอาน่าภา เดียวอาจจะอยากพักผ่อนตามที่คุณหมอบอกก็ได้ อยู่โรงพยาบาลก็มีแต่กลิ่นยา แล้วคนที่ไม่เคยอยู่เฉยๆ อย่างเดียวก็คงเบื่อเต็มทนแล้วล่ะ ชยันต์บอกกับน้องสาว

                ผมว่าเรากลับบ้านกันก่อนดีกว่าครับ ถ้าไม่เจอเดียวจะได้รู้ว่าจะทำยังไงกันต่อไป ชยานันต์บอกกับทุกคน

                ผมว่าเอาอย่างที่โตว่าก็ดีนะครับ อยู่ที่นี่ก็ไม่มีประโยชน์ อินทัชสนับสนุนคำพูดของหลานชายคนโต

                งั้นก็กลับกันเถอะ ชยันต์สรุปอีกครั้ง และเป็นผู้นำพาทุกคนออกจากบริเวณนั้นไป

 

                ออกจากโรงพยาบาลสองหนุ่มก็ไปหาอาหารเช้ากินกัน เป็นการค่าเวลาก่อนที่จะไปติดต่อเรื่องปิดบัญชีที่ธนาคารและจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน เพราะเขาคงจะไม่กลับบ้านสักระยะหนึ่ง ใจหนึ่งก็อยากรู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเขาอีกหรือเปล่า แล้วที่บริษัทจะมีความเคลื่อนไหวอะไรบ้าง อีกใจก็อยากไปง้อคนขี้งอนของเขา

                แกไม่ต้องการคนติดตามจริงหรือวะยศกรไม่ไว้ใจสถานการณ์ในตอนนี้เลย แต่ก็ขัดความต้องการของเพื่อนไม่ได้ เขาจึงจำต้องถามย้ำอีกครั้ง

                ไม่ล่ะ ฉันว่าช่วงนี้มันคงไม่กล้าเคลื่อนไหวอะไรมาก ฉันฝากเรื่องที่บริษัทหน่อยแล้วกันนะ ช่วยติดตามความเคลื่อนไหวหน่อยรัชชานนท์ต้องการทำตัวเป็นปกติมากที่สุด

                ฉันถามแกจริงๆ เถอะวะเดียว แกสงสัยใครเขาอยากรู้ว่าเพื่อนสงสัยญาติคนไหนบ้าง

                ถ้าถามฉัน ฉันสงสัยอาพนธ์กับพี่โต

                เฮ้ย! พี่โตนี่นะ ไม่น่าเป็นไปได้ อะไรทำให้แกคิดแบบนั้นวะถึงแม้ว่าเขาเองก็เคยสงสัยชยานันต์ แต่ทุกครั้งมันก็มักจะมีเหตุผลมาหักล้างว่าไม่มีทางเป็นไปไม่ได้ทุกทีสิน่า

                พี่โตไม่ค่อยพอใจที่ฉันอายัติเงินในบัญชีนี้

                ถ้าฉันเป็นพี่โต ฉันก็คงไม่พอใจเหมือนกัน อยู่ดีๆ แกไปทำแบบนั้นมันเหมือนไม่ไว้ใจเขานะ แล้วคนในบริษัทจะมองเขายังไงยศกรหาเหตุผลมาหักล้างของสันนิษฐานของเพื่อนอีก

                จะกลัวอะไรกับคนมอง เราไม่ได้เป็นแบบนั้นจะกลัวอะไร ความจริงมันก็คือความจริงวันยังค่ำคำพูดของรัชชานนท์ทำให้ยศกรถอนหายใจเฮือกใหญ่ เรื่องที่เพื่อนพูดถึงแม้จะเป็นเรื่องจริง แต่ใครบ้างไม่แคร์สายตาของคนรอบข้าง ยิ่งคนที่มีหน้ามีหน้าอย่างตระกูลของเพื่อนแล้วด้วย เป็นไปไม่ได้เลย

                แล้วแกจะให้ฉันติดตามสองคนนี้เป็นพิเศษหรือเปล่าเมื่อเพื่อนสงสัย เขาก็คงอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ แต่ก็อยากถามความเห็นของเพื่อนก่อน

                ไม่ล่ะ ฉันอยากให้โอกาสเขา ยังไงก็ญาติกันทั้งนั้น แกทำตามที่ฉันขอก็พอนั่นไงเขาว่าแล้ว ไม่ว่ายังไงเพื่อนก็ไม่อยากทำอะไรรุนแรงกับญาติของตัวเอง แต่ทำไมคนรอบๆ ตัวเพื่อนไม่คิดอย่างเพื่อนของเขาบ้างนะ

                เออ เรื่องรถพอได้เบาะแสแล้วนะ รู้สึกจะไปอยู่แถวชายแดนแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าข้ามฟากไปประเทศเพื่อนบ้านหรือยังแล้วยศกรก็นึกถึงเรื่องที่เพื่อนฝากให้ติดตามในครั้งก่อนขึ้นมาได้

                ติดตามคนพาไปแล้วกัน เรื่องรถมันข้ามไปแล้วก็ช่างมัน

                เออ! ไอ้คนรวย รถคันเกือบสิบล้าน แกบอกว่าช่างมันยศกรอดประชดประชันอย่างหมั่นไส้ไม่ได้ มันพูดยังกับรถของมันราคาบาทสองบาท หายไปก็ไม่ต้องเสียดาย

                แล้วจะให้ฉันทำยังไง ไปตามเอากลับมาเหรอ เออ! พูดถึงเรื่องนี้ นายแจ้งกับบริษัทประกันกับแจ้งความให้ฉันด้วยแล้วกัน เผื่อจะได้เงินประกันมาออกรถใหม่แล้วรัชชานนท์ก็นึกถึงวิธีที่จะได้รถใหม่โดยไม่ต้องเสียเงินก้อนโต

                ไอ้บ้านี่ เรื่องประกันใครเขาแจ้งแทนกันได้บ้าง ถ้าอยากได้เงินประกันก็ไปแจ้งเอาเอง ส่วนเรื่องแจ้งความฉันจัดการให้ตกลงไอ้เพื่อนรักมันเห็นเขาเป็นพนักงานในบริษัทของมันหรือยังไง สั่งได้สั่งดีจริงๆ

                งั้นฝากนายไปบอกพี่โตด้วยก็แล้วกัน ให้จัดการเรื่องรถของฉันที่หายไปด้วย แล้วฝากบอกด้วยว่าฉันไปพักผ่อน ไม่ได้บอกว่าไปที่ไหน ไม่ต้องเป็นห่วง มีอะไรจะติดต่อกลับมาเองดูมัน สุดท้ายมันก็ยังโยนธุระของมันมาให้เขาจัดการให้จนได้ ปฏิเสธไม่ได้ก็ขอโวยหน่อยก็แล้วกัน

                เฮ้ย! ฉันเป็นเพื่อนนะไม่ใช่ขี้ข้าของแก

                ฉันรู้ แต่แกเป็นตำรวจ ตำรวจก็ต้องบริการประชาชนสิวะรัชชานนท์ยักไหล่ ยิ้มกวนๆ ให้เพื่อน ประมาณว่ายังไงแกก็ต้องช่วยฉันไอ้เพื่อนยาก

                หาทางเข้าข้างตัวเองจนได้นะไอ้เดียวยศกรส่ายหน้าปลงๆ

                ทำธุรกรรมที่ธนาคารเสร็จเรียบร้อย คุณตำรวจก็มีหน้าที่บริการประชาชนอีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวบอกว่าจะไปบ้านของธัญรดา ทำเอาคุณตำรวจขมวดคิ้วสงสัยในพฤติกรรมของเพื่อน

                แกจะไปทำอะไรที่บ้านเธอ

                ตั้งแต่เขาเกิดเรื่องยังไม่ได้ไปเยี่ยมเธอเลยนี่น่าเหตุผลง่ายๆ แต่ทำไมตำรวจอย่างเขากลับไม่เชื่อมันเลยสักนิด

                แกยังกล้าโผล่ไปให้เธอเห็นหน้าอีกหรือวะ พี่น้องแกทำกับเธอขนาดนั้นยศกรลองหยั่งเชิงเพื่อนดู

                กลัวอะไร ฉันมีแกไปเป็นไม้กันหมาให้นี่หว่า เขาคงไม่กล้าทำอะไรไม่ดีต่อหน้าคุณตำรวจหรอกคำตอบของมันทำให้เขาเกิดอาการคันแข้งคันขาอยากเตะประชาชนที่เคารพสักป้าบสองป้าบ แต่สิ่งที่ทำได้จริงๆ ก็คือต้อนไอ้ปลาไหลจอมไหลลื่นให้สารภาพความจริงออกมาให้ได้

                ฉันถามแกจริงๆ เถอะ แกชอบคุณข้าวหอมหรือเปล่า

                ชอบ นี่แหละสิ่งที่เขาต้องการ คำเดียวสั้นๆ ที่ออกจากปากเพื่อน แต่มันก็มากพอแล้ว เพราะรัชชานนท์ไม่เคยเอ่ยปากว่าชอบใครง่ายๆ หนุ่มไฮโซกับสาวสวนทุเรียน งานนี้คงสนุกพิลึก

                ฉันส่งแกเสร็จจะแวะเข้าไปหาสารวัตรที่ทำคดีนี้หน่อย ได้ความคืบหน้ายังไงจะโทรบอก

                ขอบใจ ไม่มีแกฉันคงลำบาก เพื่อนฝูงที่เมืองไทยก็ไม่มีสักเท่าไหร่รัชชานนท์เอื้อมมือไปตบบ่าเพื่อนอย่างต้องการจะขอบใจ

                ใครใช้ให้แกไปเรียนที่เมืองนอกตั้งแต่จบป.6 วะ

                พ่อกับแม่ พอใจไหม แล้วสองหนุ่มก็หัวเราะเสียงดังลั่นรถ

                มิตรภาพของทั้งสองคนเกิดจาก ครั้งหนึ่งยศกรเคยเข้าไปช่วยเพื่อน จากการถูกนักเรียนอันธพาลรุมทำร้าย ตอนนั้นเขาเห็นรัชชานนท์สู้ยิบตา ไม่สนใจว่าใครเป็นใคร ที่มาของการถูกซ้อมก็คือหมั่นไส้ในความรวยและความเป็นคุณหนูของมันนั่นแหละ แต่ใครจะคิดว่าคุณหนูอย่างรัชชานนท์จะกล้าต่อกรกับพวกนั้นบ้าง จบมวยหมู่ทั้งเขาและเพื่อนอยู่สภาพไม่แตกต่างกันนัก ปากเจ่อ หน้าช้ำ หลังจากวันนั้นเขากับลูกเศรษฐีคนดังประจำโรงเรียนก็เดินกอดคอไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด เฮไหน เฮนั่น จนกระทั่งเพื่อนไปเรียนต่อที่เมืองนอก ถึงตัวจะไกลแต่ความสัมพันธ์กลับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

                คุยกันไปเรื่อยๆ ด้วยเรื่องสัพเพเหระ ในที่สุดก็ถึงบ้านทรงไทยหลังหนึ่ง ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ตรงประตูรั้วเปิดกว้าง ซุ้มไม้ไผ่ 2 ซุ้ม มีผลิตภัณฑ์ของย่าแก้ววางจำหน่ายเหมือนเดิม พอก้าวลงจากรถ มองเข้าไปยังใต้ถุนบ้าน บรรดาย่าๆ ทั้งหลายก็ยังนั่งฝานทุเรียนอ่อนไว้สำหรับทอด ภาพเหล่านี้ล้วนเป็นความประทับใจของเขาทั้งสิ้น สองหนุ่มถือวิสาสะเดินตรงไปบริเวณใต้ถุนของบ้าน

                สวัสดีครับย่าแก้ว สวัสดีครับย่าๆ ทุกคน รัชชานนท์กล่าวทักทายแต่ไม่ได้ยกมือไหว้ เพราะตอนนี้แขนข้างหนึ่งของเขาถูกคล้องด้วยผ้า และหมอก็ยังสั่งห้ามไม่ให้ขยับเขยื้อนมาก ส่วนเพื่อนก็กล่าวทักทายเช่นเดียวกันพร้อมกับยกมือไหว้

                ตาเดียว ออกจากโรงพยาบาลแล้วหรือลูก ย่าแก้วทักทายอย่างเป็นกันเอง ไม่มีท่าทีโกรธเคืองเขาเลยแม้แต่น้อย มันทำให้เขารู้สึกเสียใจกับการกระทำของพี่ชายมากขึ้น

                คุณย่าครับ ผมขอโทษ รัชชานนท์คุกเข่าลงต่อหน้าผู้ใหญ่

                อะไรกันเดียว ย่าแก้วยกมือขึ้นตบศีรษะชายหนุ่มเบาๆ

                ก็ที่พี่ชายผมดูถูกน้ำใจของคนที่นี่ ผมอยากบอกว่าผมไม่ทราบเรื่องนี้จริงๆ นะครับคุณย่า และญาติของผมก็พูดจาไม่ดีกับพี่ต้นกล้าแล้วก็ข้าวหอม ทั้งๆ ที่ทุกคนดีกับผมให้ความช่วยเหลือผม ทั้งๆ ที่ผมเป็นคนแปลกหน้า สุดท้ายข้าวหอมยังต้องมาเจ็บตัวเพราะผมอีก

                ช่างมันเถอะพ่อคุณ ปู่กับย่าไม่ได้คิดโทษเดียวเลยนะลูก พี่ชายของเดียวเขาอาจจะมีน้ำใจกับบ้านย่าจริงๆ ก็ได้ คงไม่มีเจตนาเอาเงินมาฟาดหัวคนที่นี่หรอก เดียวเป็นยังไงบ้างลูก ย่าไม่ได้ไปเยี่ยมเลย

                ระยะทางมันไกลนี่ครับ แต่ผมก็มาให้คุณย่าเยี่ยมถึงบ้านเลยนะครับ รัชชานนท์เงยหน้ามองผู้ใหญ่พร้อมส่งยิ้มไปให้

                ลุกขึ้นเถอะเดียว ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นตามคำสั่งของผู้ใหญ่ พ่อยศ วันนี้จะมาเอาอะไรของย่าไปฝากลูกน้องอีกหรือเปล่า ยศกรยิ้มรับ คนบ้านนี้มีน้ำใจมากเลยทีเดียว ครั้งก่อนเขามาเยี่ยมธัญรดาและมาสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ เพื่อจะเก็บข้อมูล เขาได้ทุเรียนกรอบไปหลายถุงใหญ่ ทุเรียนกวนไปอีกหลายกิโล สุดท้ายก็ได้ทุเรียนสดไปอีกเข่ง

                แล้วแต่คุณย่าจะกรุณาครับ

                พี่ต้นกล้ากับข้าวหอมล่ะครับ รัชชานนท์ถามถึงสองพี่น้อง

                ต้นกล้าเข้าสวน อีกไม่นานคงกลับแล้ว ข้าวหอมอยู่บนบ้าน เดียวรอย่าอยู่ตรงนี้ก่อนนะลูก

                ครับ แล้วผู้อาวุโสก็เดินหายเข้าไปที่มุมหนึ่งของใต้ถุน ไม่นานก็กลับมาพร้อมปู่ชีพ สองหนุ่มก็ทักทายผู้อาวุโสอีกคนอย่างเป็นกันเอง

                ขึ้นไปคุยกันบนบ้านก็แล้วกันนะเดียว ยศ ปู่ชีพบอกสองหนุ่ม

                ครับ แล้วทั้งหมดก็เดินตรงไปที่บันไดทางขึ้นบ้าน

                เสียงพูดคุยและเสียงฝีเท้าหลายคู่ที่เดินขึ้นเรือนมา ทำให้หญิงสาวที่นั่งดูทีวีแก้เซ็งอยู่ หันไปมองยังทิศทางนั้น ไม่นานก็เห็นปู่กับย่าเดินนำหน้ามา ตามด้วยสองหนุ่ม หนึ่งหนุ่มนั้นเธอต้อนรับด้วยความเต็มใจ แต่อีกหนึ่งขอบอกว่าเพียงแค่เห็นหน้า อารมณ์มันก็พุ่งปี๊ด พอปู่กับย่าห่างไกลจากรัศมีที่จะโดนทำร้าย ข้าวหอมก็คว้าหมอนขวานใบเล็กที่วางอยู่ข้างๆ ปาใส่ด้วยความแม่นยำ

                มาทำไม เสียงนี้ถามพร้อมกับการปะทะระหว่างหมอนขวานกับแผลของคนเจ็บ

                โอ๊ย! ได้ผล เพราะเธอขว้างเต็มแรงและโดนแผลเขาตรงจุดพอดี ผ้าพันแผลสีขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงและซึมผ่านเสื้อเชิ้ตแขนสั้นที่เขาสวมมา รัชชานนท์ทรุดลงนั่ง แขนขวายกขึ้นจับไหล่ซ้าย สีหน้าแสดงอาการเจ็บปวด ยศกรที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รีบเข้าพยุงเพื่อน

                ตายแล้ว ตาเดียว ข้าวหอมทำไมหนูทำแบบนี้ เห็นหรือเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้น ย่าแก้วร้องเสียงหลง แล้วหันไปต่อว่าหลานสาวตัวเอง

                สมน้ำหน้า ตายได้ก็ดี แผ่นดินมันจะได้สูงขึ้น ไอ้พวกนับถืออำนาจเงินแบบนี้ ไม่สมควรอยู่ให้รกโลกรัชชานนท์รับรู้ได้ในทันทีว่าอารมณ์โกรธของเธอยังพุ่งสูงติดเพดาน เรียกว่าเข้าขั้นวิกฤตเลยล่ะ เขาจะกอบกู้สถานการณ์ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ไหมเนี่ย

                ข้าวหอม เสียงปู่ชีพดังกังวานและหนักแน่น หลานสาวของปู่เป็นคนแล้งน้ำใจตั้งแต่เมื่อไหร่ โทรตามพี่ต้นกล้ากลับมาดูแผลให้เดียวเดี๋ยวนี้ปู่ชีพออกคำสั่งเสียงเข้มก็พอเข้าใจอยู่หรอกว่าหลานสาวโกรธคนเจ็บแค่ไหน แต่ท่านก็ไม่ชอบที่หลานสาวทำกิริยาไม่น่ารักแบบนี้

                ข้าวหอมไม่โทร ข้าวหอมไม่ใช่คนผิด ปู่กับย่าเห็นคนอื่นดีกว่าข้าวหอมได้ยังไง ธัญรดาปาดน้ำตาตัวเอง นึกเสียใจอยู่เหมือนกันที่ทำให้เขาเจ็บตัวอีก แต่ความน้อยเนื้อต่ำใจที่สะสมมาตั้งแต่เมื่อวาน จนถึงเดี๋ยวนี้ แล้วยังต้องมาถูกปู่กับย่าดุอีก หญิงสาวลุกขึ้นวิ่งหนีเข้าห้องนอนไป สองปู่ย่าถอนหายใจในความเอาแต่ใจของหลานสาว

                ยศพาเดียวมานั่งพักก่อน เดี๋ยวปู่ให้คนไปตามต้นกล้ามาดูแผลให้เมื่อเห็นว่าหลานสาวยังดื้อดึง ปู่ชีพจำต้องปล่อยไปก่อน แต่ท่านก็เชื่อว่าหลานสาวจะคิดได้

                ย่าขอโทษแทนข้าวหอมด้วยนะเดียว

                ไม่เป็นไรครับย่า น้องคงโกรธผม ผมผิดเองครับ รัชชานนท์บอกด้วยน้ำเสียงเศร้า

                เดี๋ยวย่าไปเอาเสื้อของต้นกล้ามาให้เดียวเปลี่ยนก่อนก็แล้วกันนะ

                ขอบคุณครับ

                ระหว่างที่เดินไปยังห้องหลานชายที่ติดกับห้องหลานสาว ย่าแก้วได้ยินเสียงหลานสาวบอกให้หลานชายรีบกลับมาที่บ้าน แค่นี้ย่าแก้วก็ยิ้มได้แล้ว ยังไงข้าวหอมก็เป็นเด็กมีน้ำใจและสำนึกผิดได้เสมอ ย่าแก้วส่งเสื้อให้กับชายหนุ่ม ก่อนจะเดินไปกระซิบกับปู่ชีพว่าหลานสาวตามหลานชายเรียบร้อยแล้ว ปู่ชีพพยักหน้ารับรู้รอยยิ้มก็ปรากฏอยู่บนใบหน้าปู่ชีพเช่นเดียวกัน

                เกิดอะไรขึ้นครับ ปู่ ย่า เสียงต้นกล้าดังมาแต่ไกล จริงๆ ตอนน้องสาวโทรไปเขากำลังจะถึงบ้านแล้ว

                ข้าวหอมแผลงฤทธิ์ ทำตัวเป็นเด็กๆ ต้นกล้ามาทำแผลให้เดียวก่อนแล้วกัน ปูชีพบอกหลานชาย

                สวัสดีครับพี่ต้นกล้า

                ออกจากโรงพยาบาลแล้วเหรอเดียว แล้วเมื่อวานพี่เห็นเดียวล้มลง แผลไม่ได้อักเสบหรอกหรือคุณหมอหนุ่มถามอย่างแปลกใจที่เห็นรัชชานนท์มาเจ็บตัวที่บ้านของเขาจากคนคนเดิมที่ทำร้ายชายหนุ่มเมื่อวานนี้

                มันดันทุรังจะออกมาให้ได้ครับพี่ต้นกล้า ผมห้ามแล้วมันก็ไม่ฟัง ตั้งแต่มันรู้ว่าพี่ชายเอาเงินมาให้ทุกคนที่นี่ มันก็จะมาที่นี่ให้ได้ครับ ยศกรบอกพี่ชายของหญิงสาว     
                ต้นกล้าอย่าเพิ่งถามอะไรเลย มาทำแผลให้เดียวก่อน ย่าแก้วสำทับอีกครั้ง

                ครับย่า หมอต้นกล้าไปหยิบอุปกรณ์ทำแผลในห้องตัวเองออกมาทันที

                ระหว่างที่คุณหมอกำลังทำแผลให้กับคนไข้จำเป็น รัชชานนท์ก็พูดในสิ่งที่ตนอยากพูดกับชายหนุ่ม

                ผมขอโทษครับพี่ต้นกล้า ผมไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ นะครับรัชชานนท์รู้ดีว่ามันเป็นคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้น แต่เขาก็อยากบอกให้ทุกคนในบ้านหลังนี้รู้

                ช่างเถอะพี่ก็ไม่ได้คิดอะไร ข้าวหอมไม่ได้โกรธเดียวหรอกนะเพียงแต่เสียใจ ไม่คิดว่าจะมีคนมาคิดแบบนั้นกับเขาธัญชนกไม่ได้ติดใจกับเรื่องนี้จริงๆ อาจเป็นเพราะเขาโตกว่าคนเป็นน้องมาก จึงเข้าใจอะไรๆ หลายๆ อย่างได้ดีกว่า ทำใจรับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีกว่าก็เท่านั้นเอง

                ผมรู้ครับ ถ้าเป็นผม ผมก็คงเสียใจเหมือนกัน รัชชานนท์ยอมรับความผิดที่ตัวเองไม่ได้ก่ออย่างเต็มใจ และเขาก็จะต้องแก้ไขให้มันดีขึ้นให้ได้

                พี่ว่าเดียวน่าจะกลับไปพักที่โรงพยาบาลนะ แผลโดนกระแทกบ่อยๆ แบบนี้ ไม่ดีหรอก อักเสบ ติดเชื้อได้ง่ายคุณหมอหนุ่มอดกังวลกับบาดแผลของชายหนุ่มไม่ได้ แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ใส่ใจนัก

                ผมขอพักที่นี่ได้ไหมครับพี่ต้นกล้า ธัญชนกเงยหน้ามองชายหนุ่มด้วยความสงสัย

                ทำไมหรือเดียว

                ผมอยากขอโทษข้าวหอม ผมไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ข้าวหอมจะหายโกรธ เขาคิดว่าการพูดตรงๆ กับพี่ชายของเธอน่าจะเป็นผลดีกับเขามากกว่า

                พี่ไม่รู้ว่าเดียวทำเพราะอะไร และคนที่นี่ไม่มีใครรังเกียจเดียว แต่เราอยู่กันคนละสังคม พี่ไม่อยากให้ข้าวหอมได้ยินอะไรที่มันไม่ดีอีก ไม่อยากให้ใครมาว่าน้องสาวพี่ ดูถูกน้องสาวพี่ เดียวน่าจะรู้ดีว่าข้าวหอมเป็นที่รักของทุกคนที่นี่คนที่รักน้องยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจย่อมไม่อยากจะให้น้องเผชิญกับเรื่องเลวร้าย ไม่ว่าจะทางด้านร่างกายหรือจิตใจ

                ผมทราบครับ ผมขอเวลาสักระยะไม่ได้หรือครับพี่ต้นกล้า ผมก็ไม่รู้ว่าผมจะมีชีวิตไปอีกนานแค่ไหน ผมแค่อยากจะใช้ชีวิตสงบๆ สักระยะหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าเป็นการรบกวน ผมก็จะไม่ทำให้ทุกคนลำบากใจครับเป็นอีกครั้งที่รัชชานนท์รู้สึกอึดอัดเหมือนจะหายใจไม่ออก นี่เขาจะไม่ได้รับโอกาสให้แก้ไขในสิ่งที่เกิดขึ้นเลยเหรอนที่รักน้องยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจย่อมไม่อยากจะให้น้องเผชิญกับเรื่องเลวร้าย ไม่ว่าจะทางด้านร่างกายหรือจิตใจา ทำใจรับสถานการณ์ต่างๆ

                ขออนุญาตปู่กับย่าก็แล้วกันนะ ยังไงท่านก็เป็นผู้ใหญ่ที่บ้านหลังนี้ธัญชนกอดสงสารหนุ่มรุ่นน้องไม่ได้ และเขารับรู้ถึงความรู้สึกพิเศษที่รัชชานนท์มีต่อน้องสาว เพียงแต่เขาไม่รู้ว่ามันมีมากน้อยเพียงใดเท่านั้น

                ขอบคุณครับพี่ต้นกล้ารัชชานนท์รีบก้มหัวเป็นการขอบคุณธัญชนกด้วยอาการดีใจสุดๆ

 

                ยศกรหลังจากส่งเพื่อนที่บ้านสาวเรียบร้อยแล้ว เขาก็ไปหาความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีที่สถานีตำรวจ โชคดีที่สารวัตรคฑาวุธไม่ได้ออกตรวจท้องที่ เขาจึงมีโอกาสได้เข้าพบท่านสารวัตรใหญ่

                สวัสดีครับท่านสารวัตร ยศกรทักทายเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนตำรวจด้วยกัน

                สวัสดีเช่นกันครับท่านสารวัตรใหญ่ คฑาวุธล้อเลียนเพื่อนกลับเช่นเดียวกัน

                เรื่องคดีไปถึงไหนแล้วล่ะคฑาไม่ต้องบอกก็รู้ว่ายศกรหมายถึงคดีอะไร

                เฮ้อ! บอกตรงๆ นะ ไม่ได้ความคืบหน้าเลยวะ เจ้าสองคนนั้นยังพักรักษาตัวอยู่เลย อาการก็อย่างที่แกเห็นนั่นแหละ ดูท่าทางมันจะไม่ยอมเปิดปากเอ่ยถึงผู้จ้างวานด้วย ผลประโยชน์ที่ได้รับคงไม่น้อย ทางด้านของคุณธัญรดา เธอก็ไม่มีศัตรูที่ไหน พี่ชายของเธอก็เป็นคุณหมอที่ชาวบ้านรักและนับถือทั้งนั้น แล้วทางฝั่งเพื่อนแกมีอะไรคืบหน้าบ้าง คฑาวุธถามบ้าง เพราะเขาคิดว่าถ้าไม่ใช่เรื่องของการขัดผลประโยชน์กันทางธุรกิจ ก็ไม่พ้นเรื่องสมบัติมหาศาลของตระกูลนั่นแหละ

                ไม่มีเหมือนกัน ไม่ว่าจากฝ่ายไหนนะ ปกติไอ้เดียวมันทำธุรกิจด้วยความโปร่งใส ฉันไม่เคยเห็นมันเป็นศัตรูกับใครสักที ส่วนเรื่องครอบครัวมัน ต่างคนต่างก็ได้ผลตอบแทนกันถ้วนหน้าก็ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องแย่งสมบัติกันนะ ทั้งๆ ที่ตัวเขาและรัชชานนท์มุ่งประเด็นไปที่คนในครอบครัวเพียงอย่างเดียว เพราะพฤติกรรมหลายๆ อย่างมันส่อให้เห็น แต่เมื่อยังไม่มีหลักฐานและเขาก็ไม่อยากให้เพื่อนเดือดเนื้อร้อนใจมากไปกว่านี้ จึงตัดสินใจที่จะไม่บอกกับคฑาวุธ

                ของแบบนี้มันก็ไม่แน่นะยศ เงินทองมันเข้าใครออกใครที่ไหนกัน ฆ่ากันตายเพราะความไม่รู้จักพอก็มีให้เห็นกันเยอะแยะ

                นั่นสิ แล้วนายโดนเพ่งเล็งหรือเปล่าที่คดีไม่มีความคืบหน้าเลย ยศกรถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

                จะมาเพ่งเล็งอะไรล่ะ ในเมื่อฉันไม่ได้ละเลยการปฏิบัติหน้าที่นี่หว่า ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าไอ้คนร้ายสองคนอยู่ในสภาพไหน แล้วฉันก็ไม่ได้นิ่งดูดายเกี่ยวกับคดีนี้ ฉันก็พยายามหาหลักฐานเท่าที่จะทำได้แล้วนะ จริงๆ คงต้องรอให้สองคนนั้นอยู่ในสภาพที่ตอบคำถามได้มากกว่านี้ก่อนน่ะ

                ฉันก็เป็นห่วงแกนั่นแหละ ยิ่งไอ้เดียวมันเป็นคนที่ดังด้วย ทำอะไรนิดหน่อยก็เป็นข่าวแล้ว

                ว่าแต่แกมาหาฉันเพื่อถามเรื่องนี้อย่างเดียวเหรอ

                เปล่า ฉันมาส่งไอ้เดียวที่บ้านคุณข้าวหอม เดียวมันอยากมาเยี่ยมผู้ร่วมชะตากรรมด้วยกัน ยศกรบอกกับสารวัตรหนุ่มเช่นนั้น เพราะไม่อยากเอาเรื่องส่วนตัวของเพื่อนมาขาย

                อ้าว ออกจากโรงพยาบาลแล้วเหรอ คฑาวุธถามด้วยความแปลกใจ

                อืม จริงๆ ต้องพักต่ออีกสักระยะ แต่มันเบื่อ คนรวยเข้าใจยาก แกอย่าไปสนใจเลย

                แล้วแกจะกลับกรุงเทพหรือว่าคืนนี้จะอยู่ให้ฉันเลี้ยงข้าว

                สังสรรค์กันหน่อยก็ดีนะ จะว่าไปไอ้เดียวมันมาโดนยิงแถวนี้ก็ดีเหมือนกัน ทำให้ฉันกับแกได้พบกันบ่อยขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

                มาหาบ่อยๆ ก็ดีอยู่หรอก อย่ามาชวนไปเมาบ่อยๆ ฉันยังไม่อยากทำให้ตัวเองเสียภาพพจน์ตำรวจที่ดี

                รู้แล้วน่าท่านสารวัตร แล้วนี่แกจะออกตรวจท้องที่หรือเปล่า

                ก็ว่าจะไปเหมือนกัน

                งั้นไปเลยสิ ฉันไปเป็นเพื่อน ไหนๆ ฉันก็มาปฏิบัติราชการแล้ว

                ข้ออ้างที่ใช้เดินทางมานี่สิ

                ไม่ใช่ข้ออ้างโว้ย ฉันมาติดตามคดีของนักธุรกิจใหญ่จริงๆ หรือแกว่าไม่ใช่

                เออ ฉันไม่อยากเถียงแกแล้ว ไปกันเถอะ คฑาวุธลุกขึ้นหยิบหมวกและอุปกรณ์ของตัวเอง เดินนำเพื่อนออกจากห้องทำงาน สองสารวัตรหนุ่มก็ได้รับการทำความเคารพจากลูกน้องไปตลอดจนถึงรถกระบะที่ใช้ในการปฏิบัติงาน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

61 ความคิดเห็น