อุบัติเหตุแห่งรัก (ประกาศผลผู้โชคดีแล้วค่ะ)

ตอนที่ 6 : บทที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 366
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 มี.ค. 53

บทที่ 5

 

                เป็นยังไงบ้างตาเดียว คุณสุชานาถถามหลานชายที่นอนลืมตาอยู่

                เจ็บครับคุณป้า รัชชานนท์ตอบคำถามพร้อมส่งรอยยิ้มเซียวๆ ไปให้

                เราไปทำอะไรแถวนั้น แล้วหายไปไหนมาเป็นอาทิตย์ คุณชยันต์ถามหลานชายบ้าง

                ผมไปทำธุระครับรัชชานนท์เลือกที่จะตอบสั้นๆ ไม่ขยายความอะไรมากมาย เพราะยังต้องการเก็บข้อมูลจากบุคคลใกล้ๆ ตัว

                รถเราหายไปไหน แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน ผู้เป็นลุงยังเป็นฝ่ายตั้งคำถาม เพราะทราบมาจากยศกรเพื่อนของหลานชายว่ามีผู้หญิงร่วมชะตากรรมกับรัชชานนท์อีกหนึ่งคน

                น้องของเพื่อนรุ่นพี่ครับ รัชชานนท์ฉลาดพอที่จะเลือกตอบแต่คำถามสุดท้าย

                รู้ไหมใครที่ตามล่าเรานะชยันต์ยังคงป้อนคำถามต่อไป

                ไม่ทราบครับคุณลุง

                ศัตรูของเด็กคนนั้นหรือเปล่า คุณสุชานาถถามบ้าง

                คงไม่ใช่หรอกครับ เธอเป็นผู้หญิงนะครับ

                อาจจะเป็นพวกที่ขัดผลประโยชน์ทางการค้าก็ได้นี่นาชยันต์ยังสันนิษฐานว่าเหตุการณ์ครั้งนี้คงเกิดจากผู้ที่ร่วมชะตากรรมกับหลานชาย เพราะหลานชายไม่เคยมีปัญหากับใครมาก่อน

                สวนทุเรียนขนาดกลาง ทำกันสองพี่น้องแบบนั้นจะไปขัดผลประโยชน์ของใครได้ครับคุณลุง ผมว่านักธุรกิจอย่างผมมากกว่าที่น่าจะไปขัดแข้งขัดขาใคร อย่าไปโยนความผิดให้พวกเขาเลยครับรัชชานนท์แก้ทางให้สองพี่น้องตระกูลต้นไม้ จะว่าแก้ต่างให้คงไม่ได้ เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสองคนพี่น้องจริงๆ

                ถือว่าฟาดเคราะห์ก็แล้วกันนะตาเดียว คุณสุชานาถบอกหลานชาย

                ครับคุณป้า แต่ไม่รู้ว่าผมจะฟาดเคราะห์แบบนี้อีกสักกี่หนนะครับรัชชานนท์ตอบยิ้มๆ แต่เป็นรอยยิ้มที่แฝงความหมายไว้หลายแง่หลายมุม

                พูดอะไรแบบนั้น เราน่ะเป็นคนดี ไม่เคยเอาเปรียบใคร ใครเขาจะมาทำร้ายเรา ป้าไม่เห็นเหตุผลที่คนพวกนั้นจะทำอย่างนั้นเลย

                ผมก็หวังให้เป็นแบบนั้นนะครับคุณป้า เพราะผมไม่ใช่คนเหล็กซะด้วย

                เดี๋ยวลุงกับป้า ออกไปก่อนนะจะได้ให้ตาโตกับยายอินเข้ามาเยี่ยมเราบ้าง

                ครับคุณลุง สองสามีภรรยาเดินออกไปไม่นาน สองพี่น้องต่างบิดามารดาก็เดินเข้ามา

                พี่เดียวเป็นยังไงบ้างคะ เสียงสั่นเครือของน้องสาว ทำให้รัชชานนท์อดยิ้มเอ็นดูไม่ได้

                อย่าร้องเป็นเด็กสิอิน พี่ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย มาหอมแก้มหน่อยสิ สาวน้อยวัยใสยิ้มหวานใส่พี่ชายก่อนจะโน้มแก้มไปให้พี่ชายหอมอย่างถนัดถนี่ พร้อมกับตัวเองก็สัมผัสแก้มของพี่ชายด้วย

                อินเป็นห่วงพี่เดียวนี่คะ ใครกันใจร้ายมายิงพี่เดียวของอิน

                ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าตอนนี้พี่ปลอดภัยดี ไม่เป็นอะไรแล้ว เอาไว้พี่ย้ายไปอยู่ห้องพิเศษแล้ว อินก็มานั่งเฝ้าพี่ได้หรือเปล่า

                ได้สิคะอินทิราตอบรับด้วยความเต็มใจ

                แล้วเราไม่เรียนหนังสือหรือยังไงยายอิน ชยานันต์ขัดบทสนทนาของพี่น้องต่างวัย

                ก็เอาไว้วันเสาร์อาทิตย์สิพี่โต อินทราค้อนใส่พี่ชาย

                พี่โตรู้ได้ยังไงครับ รัชชานนท์ถาม

                ยศโทรมาบอก เห็นว่าคนที่ช่วยเราเขาเจอเบอร์ของยศในมือถือของเรานั่นแหละชยานันต์ตอบคำถามของน้องชายร่วมวงศ์ตระกูล

                อ๋อครับ พอดีว่ามือถือผมหาย เพิ่งไปซื้อใหม่มา เมื่อวานก็มีเจ้ายศมันโทรเข้าเบอร์เดียว รัชชานนท์บอกเหมือนเป็นเรื่องปกติ

                เดียวหายไปไหนมา รัชชานนท์พยายามจับสังเกตทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมเขา บอกตรงๆ ว่าเขาไม่รู้ว่าจะเชื่อใจใครได้บ้าง นอกจากอินทิรา สาวน้อยคนนี้คนเดียวที่ดูไม่มีพิษมีภัยกับเขา

                ขอโทษครับพี่โต ผมทำธุระเสร็จก็เลยเที่ยวเพลินไปหน่อยรัชชานนท์ยอมรับผิดแต่โดยดี ไม่คิดจะแก้ต่างใดๆ ทั้งสิ้น ทำเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีเหตุการณ์ร้ายๆ ใดๆ เกิดขึ้นกับตน

                แล้วรถเราหายไปไหน หรืออยู่ที่บ้านผู้หญิงคนนั้น พี่จะได้ไปติดต่อเอากลับมาชยานันต์ถามถึงรถสปอร์ตสุดหรูของรัชชานนท์บ้าง

                เปล่าครับ ไม่ได้อยู่บ้านเธอ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันหายไปไหน ชายหนุ่มก็ตอบตามความเป็นจริง

                หา หมายความว่ายังไง รถโดนขโมยเหรอ

                ก็ไม่เชิงครับ ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมให้ยศกรช่วยติดตามให้แล้วครับ เขาเห็นชยานันต์อึ้งไปนิดหนึ่ง แต่ก็ยังพยายามทำตัวเป็นปกติไม่ให้มีพิรุธ

                อะไรกันคะพี่เดียว รถก็หาย คนก็เจ็บหรือคะ อินว่าพี่เดียวออกจากโรงพยาบาลต้องไปทำบุญล้างซวยหน่อยแล้วค่ะอินทิราเสนอความคิดพาพี่ชายเข้าวัดเข้าวาซะเลย

                ก็ดีนะอิน อินไปเป็นเพื่อนพี่ได้หรือเปล่าล่ะคนเป็นพี่ก็เออออไปกับน้องสาวที่น่ารักด้วย

                ได้สิคะ พี่เดียวชวนไปไหน อินไปด้วยหมดเลยค่ะไม่ว่าพี่ชายชวนไปไหน เธอพร้อมจะไปด้วยเสมอ

                แบบนี้พี่รักตายเลย พี่โตครับ ผู้หญิงคนที่ช่วยผมเอาไว้ เธอเป็นยังไงบ้างหยอดคำหวานให้น้องสาว ก่อนจะหันไปถามความเป็นไปของใครอีกคนที่ร่วมผจญภัยกับเขาด้วย

                พี่ก็ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมหรอก รู้เรื่องเราก็รีบจัดการย้ายเรามารักษาตัวที่นี่ไม่ได้สนใจใครเลย รัชชานนท์ถึงกับถอนหายใจ คนบ้านโน้นจะรู้สึกยังไง อุตส่าห์ช่วยเหลือเขาเอาไว้ตั้งหลายครั้ง ญาติเขาไม่มีน้ำใจแม้แต่จะถามไถ่อาการของหญิงสาวที่เป็นที่รักของทุกคนในบ้านเลย

                พี่โตครับ ผมอยากพักแล้ว เอาไว้ค่อยคุยกันใหม่ได้ไหมครับรัชชานนท์หมดความสนใจในเรื่องต่างๆ ทันที ตอนนี้เขาไม่อยากคุยกับใครเลยจริงๆ

                เอาสิ พี่ก็ลืมไปว่านายเพิ่งฟื้นไม่นาน กลับกันได้แล้วอิน

                อินก้มหน้ามาหาพี่หน่อยสิ สาวน้อยอินทิราก็ทำตามทันที รัชชานนท์หอมแก้มหญิงสาว พร้อมกระซิบบอกว่าน้องสาวว่า โทรตามพี่ยศให้พี่หน่อยนะอิน ความลับนะ สาวน้อยเหลือบตาขึ้นมองคนพูด เมื่อเห็นสายตาของรัชชานนท์เธอก็ส่งยิ้มไปให้

                หายเร็วๆ นะคะพี่เดียว แล้วอินจะมาเยี่ยมใหม่

                ขอบใจนะอิน

                ไม่เป็นไรค่ะ อินเต็มใจ

 

                ธัญรดากลับมาพักฟื้นที่บ้านได้สองวันแล้ว เธอพักอยู่ที่โรงพยาบาลเพียงแค่สามวัน เท้าข้างหนึ่งไม่ต้องพันแผลเอาไว้แล้ว ไม่มีอาการเจ็บอีกแล้ว ส่วนอีกข้างก็ยังคงต้องพันผ้าเอาไว้ เพราะแผลจากลูกทุเรียนลึกไม่ใช่เล่น ทำให้เธอต้องใช้ไม้เท้าค้ำเดินช่วย

                ส่วนคนที่เธอเป็นห่วงก็ยังไม่มีโอกาสไปเยี่ยม เขาก็เช่นเดียวกันที่ไม่สามารถมาเยี่ยมเธอได้ แต่เขาก็ส่งสารวัตรยศกรเพื่อนรักของเขามาเยี่ยมแทน พร้อมช่อดอกไม้ช่อใหญ่ เธอสอบถามอาการของเขาจากสารวัตรยศกรและก็คอยติดตามอาการของเขาจากทางทีวี และเธอก็รู้มาว่าเขาย้ายมาพักที่ห้องพิเศษตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้เธอจึงรบเร้าให้พี่ชายพาไปเยี่ยมชายหนุ่ม พี่ชายออกอาการคัดค้านอยู่บ้าง เพราะอยากให้เธอหายดีก่อน แต่สุดท้ายก็ทนความน่ารำคาญของเธอไม่ไหว

                โชคดีที่วันนี้เป็นวันเสาร์ทำให้การจราจรในกรุงเทพไม่เป็นอัมพาตมากนัก ใช้เวลาเดินทางจากบ้านถึงโรงพยาบาลเพียงแค่สามชั่วโมงเศษ คราวนี้รถที่เธอใช้โดยสารเข้าเมืองกรุงไม่ใช่เจ้าคันที่โดนกระสุนเจาะก้น แต่เป็นรถเก๋งยี่ห้อดังสีเทาดำ เจ้าเทาดำเป็นรถของคุณหมอต้นกล้าตั้งแต่สมัยที่ยังทำงานในโรงพยาบาล ส่วนตัวเธอใช้รถเบ็นซ์สองประตูยี่สิบหน้าต่างเป็นหลัก เพราะงานของเธอมักจะออกต่างจังหวัดมากกว่า ซึ่งเธอเป็นประเภทไม่ชอบขับรถในเมืองหลวง มันน่าเบื่อและเสียสุขภาพจิต การโดยสารรถขสมก.จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

                เมื่อจอดรถเรียบร้อยแล้ว พี่ชายที่แสนดีของเธอก็มาช่วยพยุงเธอลงจากรถ หลังจากนั้นก็เปิดประตูหลังหยิบตะกร้าลองกองของเยี่ยมที่ไม่ต้องลงทุนของสองพี่น้อง จะว่าไม่ต้องลงทุนก็ไม่ได้ ในเมื่อเธอก็ต้องให้น้ำให้ปุ๋ยมันทุกวันนี่นา

                พี่ต้นกล้าถือตะกร้าอย่างเดียวก็ได้ ข้าวหอมเดินเองได้ ธัญรดาบอกพี่ชาย

                หึ เดี้ยงจะตายแล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารมาอีก

                เอาน่า มาถึงที่แล้วจะบ่นทำไมเจ้าคะคุณพี่เจ้าขา วันๆ นั่งอยู่แต่ในบ้าน ปู่กับย่าไม่ให้ข้าวหอมขยับไปไหนเลย แล้วเมื่อไหร่ข้าวหอมจะหายล่ะเออ! ดูสิ ยังอุตส่าห์กระเง้ากระงอดใส่เขาได้อีก

                เดินมากๆ มันก็ไม่ได้ทำให้หายเร็วขึ้นหรอก ยิ่งถ้าเผลอทิ้งน้ำหนักไปเต็มเท้า เดี๋ยวแผลก็ได้ช้ำ เป็นหนอง อักเสบต้องตัดขาทิ้ง พี่ไม่เลี้ยงเราไปตลอดชีวิตหรอกนะ

                พี่ต้นกล้าอะ แช่งน้องแบบนี้ได้ยังไง ใจร้าย แล้วข้าวหอมก็ไม่ได้เป็นมากสักหน่อยธัญรดาย่นจมูกใส่พี่ชาย

                เดินดีๆ ก็แล้วกัน ล้มตรงนี้ พี่ไม่ช่วยนะ เดี๋ยวลองกองหล่นหมดเสียดายของ ธัญชนกอดแขวะน้องสาวไม่ได้ บอกไม่ให้มาก็จะมาให้ได้

                รู้แล้วจ้า ธัญรดาค้อนใส่พี่ชาย

                พอพ้นประตูกระจกเลื่อนทางเข้าตัวตึกของโรงพยาบาล ก็มีรถเข็นคนไข้ปาดมาจอดหน้าข้าวหอมทันที

                มาตรวจใช่ไหมครับ บุรุษพยาบาลที่ทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ทำให้ธัญรดายิ้มไม่ออก ได้แต่ส่งหน้าตาแหยๆ ไปให้ ส่วนพี่ชายก็หัวเราะเสียงดังลั่น ไม่เกรงใจใคร

                เปล่าหรอกครับ ผมกับน้องสาวจะมาเยี่ยมคนไข้ที่นี่ครับ ว่าแต่ไม่ได้มาใช้บริการ ขอยืมรถเข็นคันนี้ให้คนดันทุรังนั่งหน่อยได้ไหมครับ ไม่ว่ายังไงธัญชนกก็เป็นห่วงน้องสาวมากกว่าใคร

                ได้ครับ เชิญครับ

                ผมเข็นไปเองก็ได้ครับ ไม่รบกวน เสร็จธุระแล้วผมจะรีบเอามาคืนนะครับ ถ้ากลัวพารถหนีก็ติดต่อคนไข้ที่ชื่อรัชชานนท์ ได้เลยครับ

                ไม่เป็นไรครับ เชิญตามสบายครับ

                ขอบคุณมากนะคะสำหรับรถ ธัญรดาที่นั่งอยู่บนรถเข็นเรียบร้อยแล้ว ยิ้มหวานให้บุรุษพยาบาลคนนั้น และเธอก็ได้รับรอยยิ้มกลับมาเช่นกัน

                ธัญชนกเข็นรถน้องสาวไปที่เคาน์เตอร์ เพื่อสอบถามห้องพักของชายหนุ่ม ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เขาพาน้องสาวขึ้นไปยังชั้นห้าของตึก พบเคาน์เตอร์ของพยาบาลอยู่เลยประตูลิฟท์ไม่มากนัก

                ขอโทษครับ ไม่ทราบว่าห้องพักของคุณรัชชานนท์ ธีฆะธนธรรม เดินไปทางไหนครับ

                รู้สึกว่าญาติสั่งงดเยี่ยมนะคะ เพราะอยากให้คนไข้พักให้เต็มที่ค่ะ นางพยาบาลที่นั่งในเคาน์เตอร์เป็นคนบอก

                อย่างนั้นหรือครับ เขาก้มหน้ามาหาน้องสาวที่นั่งหน้าเสียอยู่ เอายังไงดีล่ะข้าวหอม เขางดเยี่ยม

                ขอเข้าไปเยี่ยมนิดเดียวไม่ได้หรือคะ เราสองคนมาจากต่างจังหวัดค่ะ ไม่อยากมาเสียเที่ยว ธัญรดาพยายามต่อรอง

                ทางเราอนุญาตไม่ได้จริงๆ นะคะ เพราะทางญาติของคนไข้สั่งเอาไว้แบบนั้นค่ะนางพยาบาลประจำเคาน์เตอร์รู้สึกลำบากใจ แม้จะเข้าใจเจตนาดีของคนมาเยี่ยม แต่คนไข้คนนี้เป็นคนไข้ระดับซุบเปอร์วีไอพี ขืนขัดคำสั่งญาติคนไข้ เธอเดือดร้อนแน่

                ฝากของเยี่ยมแล้วโน้ตเอาไว้แล้วกันนะข้าวหอม เดียวเห็นโน้ตก็คงรู้แล้วว่าเรามาเยี่ยม ธัญชนกบอกน้องสาว

                เสียดายจังเลยพี่ต้นกล้าคนนั่งบนรถเข็นผิดหวังมากที่ไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมพี่ชายคนใหม่ได้

                ไว้ว่างแล้วค่อยมาใหม่ก็แล้วกันเห็นหน้าน้องแล้ว ธัญชนกก็อดสงสารไม่ได้

                แล้วอยู่ดีๆ ธัญชนกก็รู้สึกว่ามีใครคนหนึ่งตบลงที่บ่าของเขา พร้อมกับเสียงที่แสนคุ้นเคย แม้จะไม่ได้ยินมานานพอสมควรแล้ว

                ไงหมอต้นกล้า มาทำอะไรที่นี่

                อ้าวเฮ้ย! ไอ้หมอภาส แกมาเป็นหมอที่นี่แล้วเหรอ ธัญชนกทักทายภาสวร เพื่อนหมอด้วยกัน

                เออ เพิ่งมาประจำที่นี่ไม่นาน ว่าแต่แกมาทำอะไรภาสวรยิ้มให้กับเพื่อน พร้อมถามในสิ่งที่ตนสงสัย

                มาเยี่ยมคนป่วย แต่เขางดเยี่ยมวะ

                สวัสดีค่ะพี่ภาส ธัญรดาได้จังหวะทักเพื่อนพี่ชายบ้าง

                ข้าวหอมไปโดนอะไรมาภาสวรถามน้องสาวของเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

                อุบัติเหตุค่ะแต่เป็นอุบัติเหตุที่ข้าวหอมจะจดจำไปตลอดชีวิตเลยค่ะพี่ภาส

                อืม ซนอีกล่ะสิเรา ว่าแต่มาเยี่ยมใครกัน เผื่อช่วยได้ภาสวรแซวคนเจ็บก่อนจะหันกลับไปถามเพื่อน

                รัชชานนท์ ธีฆะธนธรรม ช่วยได้ไหมเพื่อนธัญชนกบอกเพื่อนไม่จริงจังนัก เพราะไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเพื่อนจะช่วยเหลืออะไรได้หรือเปล่า

                เฮ้ย! เศรษฐีพันล้านเลยนะนั่น ไปรู้จักกันได้ยังไงคุณหมอหนุ่มประจำโรงพยาบาลอุทานเสียงดังลั่น ด้วยคาดไม่ถึงว่าเพื่อนจะรู้จักคนระดับนั้น

                ยายข้าวหอมอยู่ในร่วมชะตาหนีกระสุนปืนเป็นเพื่อนเขานะธัญชนกคิดว่าเพื่อนคงรู้แล้วว่ารัชชานนท์โดนอะไรมา การที่บอกแบบนี้คิดว่าเพื่อนคงประติดประต่อเรื่องราวคร่าวๆ ได้

                เฮ้ย! เป็นไปได้ยังไงเป็นครั้งที่สองที่คุณหมอหลุดมาดสุขุม ส่งเสียงดังลั่นชั้น

                เป็นไปแล้ว นายเป็นหมอ ลองเข้าไปบอกเขาหน่อยได้ไหมว่าข้าวหอมมาเยี่ยมไหนๆ ก็มีตัวช่วยแล้ว ลองดูก็ไม่เสียหาย ถ้าได้ผลก็ถือเป็นโชค แต่ถ้าไม่น้องสาวของเขาก็คงผิดหวังไม่มากไปกว่านี้อีกแล้ว

                เออ เดี๋ยวฉันเข้าไปถามให้ ตามมาเลยก็แล้วกัน ทั้งหมดจึงเดินไปที่ห้องพักของรัชชานนท์

                พี่ภาสคะ พี่เดียวเขาเป็นยังไงบ้างคะธัญรดาที่นั่งฟังบทสนทนาของคุณหมอเพื่อนซี้ได้จังหวะถามถึงอาการของรัชชานนท์บ้าง

                พี่ก็ไม่รู้อะไรมากนะ ไม่ใช่ทีมแพทย์ที่รักษาเขา แต่อาการก็ดีขึ้นเยอะแล้ว คงต้องพักฟื้นอยู่ที่นี่อีกประมาณสองอาทิตย์ อย่างว่าคนรวยอยากนอนจนกว่าจะหายเป็นปกติก็ได้ ว่าแต่เราสองคนไปรู้จักคนระดับนั้นได้ยังไงภาสวรถามด้วยความสงสัย นักธุรกิจหนุ่มเนื้อหอมแถมรวยสุดๆ กับเจ้าของสวนทุเรียน ไม่น่าโคจรมาพบกันได้

                ถ้าว่างแล้วจะเล่าให้ฟัง แกเข้าไปถามเขาได้แล้ว ธัญชนกบอกเพื่อน ในขณะที่ภาสวรกำลังจะเปิดประตูเข้าไป ก็มีคนสามสี่คนเดินตรงมาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว

                มีอะไรหรือคะคุณหมอ จารุภาถาม ทำให้ภาสวรถึงกับหน้าเจื่อน เจอญาติคนไข้เต็มๆ แบบนี้เขาจะมีความผิดหรือเปล่าเนี่ย

                ไม่มีครับ ผมแค่จะแวะเข้าไปดูอาการของคุณรัชชานนท์ ก่อนจะออกเวรเท่านั้นครับภาสวรออกตัวก่อน ทำเหมือนเป็นเรื่องปกติที่เขาจะเข้าไปเยี่ยมเยียนคนไข้

                แล้วสองคนนี้ล่ะ จิรพนธ์ถาม

                คือผมกับน้องสาวมาขอเยี่ยมคุณรัชชานนท์ครับ แต่บังเอิญว่างดเยี่ยม เห็นว่าคุณหมอกำลังจะเข้าไปตรวจ จะรอสอบถามอาการอยู่ข้างนอกครับ ธัญชนกต้องหาทางหลบเลี่ยงเพราะไม่อยากให้เพื่อนเดือดร้อน

                คุณรู้จักกับเดียวได้ยังไง ชยานันต์ถาม พร้อมทั้งประเมินคนตรงหน้าอยู่ในที

                น้องสาวผมเป็นคนช่วยชีวิตของคุณรัชชานนท์เอาไว้ และเธอก็อยู่ในสถานการณ์ความเป็นความตายกับคุณรัชชานนท์ ไม่ทราบว่าแค่นี้พอจะเป็นเหตุผลที่ให้เรามาเยี่ยมหรือเปล่าครับ ธัญชนกไม่ชอบสายตาที่ชยานันต์มองเขากับข้าวหอมเลย

                อ๋อ เธอนี่เองที่มีส่วนทำให้ตาเดียวถูกยิง หลานฉันไม่เคยมีศัตรูที่ไหน นี่คงเป็นเพราะเธอสินะ ตาเดียวถึงได้โดนลูกหลง สิ้นเสียงของจารุมน ธัญรดาก็อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าจะเจอคำพูดเหล่านี้จากญาติของคนไข้

                พวกผมไม่เคยสร้างศัตรูไว้ที่ไหน เรามันก็แค่ชาวสวนธรรมดาๆ ผมว่าน้องผมต่างหากที่โดนลูกหลงเพราะหลานชายคุณ น่าเสียดายจริงๆ น้องสาวของผมไม่น่าเข้าไปช่วยหลานคุณตั้งแต่แรกเลย ข้าวหอมพี่ว่าเรากลับบ้านเรากันเถอะ ธัญรดามองหน้าพี่ชายด้วยความงุนงง เธอไม่เคยเห็นพี่ชายโกรธขนาดนี้ ปกติพี่ต้นกล้าเป็นคนใจเย็นมาก

                ใจเย็นต้นกล้า ภาสวรจับแขนเพื่อนเอาไว้

                ฉันกลับก่อนก็แล้วกัน ขอบใจแกมาก ว่างแล้วเจอกันธัญชนกบอกลาเพื่อน เพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองจะควบคุมอารมณ์ได้นานแค่ไหน สำหรับเขาใครจะว่าอะไรเขาไม่เคยสน แต่อย่ามาแตะน้องสาวที่แสนน่ารักของเขา และเรื่องนี้น้องสาวก็ไม่ได้เป็นคนก่อเรื่อง แต่เรื่องวิ่งเข้ามาชนแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวต่างหาก

                แต่ว่าธัญรดาพยายามจะแย้ง

                ไม่มีแต่ ข้าวหอมอยากมา พี่ก็พามาแล้ว เขางดเยี่ยมเราก็ควรกลับ อย่ารบกวนคนไข้ เข้าใจหรือเปล่าคนเป็นพี่แม้จะสงสารน้อง แต่เขาก็ไม่อยากให้น้องได้ยินอะไรที่ไม่เจริญหูอีก

                เข้าใจค่ะ ธัญรดายังมีมารยาทยกมือไหว้ญาติของชายหนุ่มทุกคน รวมถึงภาสวรด้วย

                ธัญชนกเข็นรถเข็นของน้องมายังเคาน์เตอร์พยาบาลอีกครั้ง ขอปากกาและกระดาษโน้ตส่งให้น้องสาว บอกให้เขียนโน้ตใส่ตะกร้าลองกอง แล้วฝากเอาไว้ที่เคาน์เตอร์ พร้อมยังขอให้นางพยาบาลช่วยนำตะกร้าผลไม้ไปให้ที่ห้องของรัชชานนท์ด้วย

 

                ตกบ่ายภาสวรก็กลับเข้ามาในห้องคนไข้รายใหญ่อย่างรัชชานนท์อีกครั้ง ทั้งๆ ที่เขาออกเวรตั้งแต่เที่ยง เมื่อช่วงสายหลังจากทำทีเข้าไปถามอาการคนไข้อย่างที่บอกญาติเอาไว้ แล้วเดินกลับออกมาก็เห็นนางพยาบาลคนหนึ่งถือตะกร้าลองกอง เขาจำได้ว่าเห็นมันตั้งอยู่บนตักของน้องสาวเพื่อน จึงตรงเข้าไปถามก็ได้รับคำตอบว่าเพื่อนของเขาฝากเอาไว้ให้คนไข้ เขาจึงบอกนางพยาบาลว่าบ่ายๆ เขาจะแวะเอาเข้าไปให้เอง ซึ่งมันก็คือเวลานี้ ภาสวรเคาะประตูก่อนที่จะเปิดเข้าไป โชคดีที่คนไข้ยังไม่หลับ

                เชิญค่ะคุณหมอ อินทิราที่รับอาสาเฝ้าพี่ชายในวันหยุด เมื่อเห็นบุคคลที่เปิดประตูเข้ามาจึงเชิญตามมารยาท

                ขอโทษนะครับที่เข้ามารบกวน นายต้นกล้ากับน้องข้าวหอม ฝากเอาไว้ให้ครับคุณรัชชานนท์ภาสวรบอกถึงเหตุผลที่ตนต้องเข้ามารบกวนเวลาพักผ่อนของคนไข้อีกครั้ง

                คุณหมอว่าอะไรนะครับ ใครฝากมาให้นะครับน้ำเสียงตื่นเต้นและดีใจจนปิดไม่มิด ทำให้ผู้อยู่ร่วมห้องอีกสองคนมองอย่างสนใจ คนหนึ่งสงสัยว่าใครกันที่มาเยี่ยมพี่ชาย อีกคนหนึ่งสงสัยในความสัมพันธ์ของคนทั้งสามนั่นก็คือ รัชชานนท์ ธัญชนก และธัญรดา

                ต้นกล้ากับข้าวหอมครับ สองคนนั่นมาเยี่ยมคุณเมื่อช่วงสาย พอดีว่าทางญาติคุณสั่งงดเยี่ยมคุณหมอหนุ่มย้ำอีกครั้ง

                คุณหมอรู้จักกับพี่ต้นกล้าด้วยหรือครับ

                เราเป็นเพื่อนกันครับ จริงๆ ที่ผมเข้ามาช่วงสายก็ตั้งใจจะมาถามว่า คุณจะอนุญาตให้สองคนพี่น้องเข้าเยี่ยมหรือเปล่าเพราะเขารออยู่หน้าห้อง แต่โชคไม่ดีเจอญาติคุณเสียก่อน รัชชานนท์ขมวดคิ้วรู้สึกติดใจในคำพูดของคุณหมอ

                มีอะไรหรือเปล่าครับ

                ผมไม่ขอพูดอะไรดีกว่าครับ เอาเป็นว่าผมนำของเยี่ยมของเพื่อนมาให้ก็แล้วกันนะครับ หมดหน้าที่ผมแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ สวัสดีครับ แล้วคุณหมอก็ล่าถอยออกนอกห้องไป

                ใครหรือคะพี่เดียว ต้นกล้ากับข้าวหอมอินทิราถามขณะที่นำกระเช้าลองกองไปวางรวมกับผลไม้อื่นๆ

                ก็สองพี่น้องที่ช่วยพี่เอาไว้ไง

                พี่เดียวคะ มีโน้ตด้วยค่ะ อินทิราหยิบกระดาษพับครึ่งที่เสียบอยู่ส่งให้พี่ชาย

                ชายหนุ่มเปิดมันออกอ่าน พร้อมความรู้สึกผิดปกติ ต้องมีใครพูดอะไรไม่ดีกับพี่น้องคู่นี้แน่ๆ ไม่อย่างนั้นธัญรดาคงไม่เขียนข้อความแบบนี้มาถึงเขาหรอก

                ข้าวหอมมาเยี่ยมแล้วนะคะพี่เดียว แต่นางพยาบาลบอกว่างดเยี่ยม ญาติของพี่เดียวอยากให้พี่เดียวพักผ่อนมากๆ อาการพี่เดียวคงดีขึ้นมากแล้ว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงใช่ไหมคะ ข้าวหอมคงไม่มีโอกาสมาเยี่ยมพี่เดียวอีกแล้ว ฝากลองกองไว้ให้ทานนะคะ ขอให้พี่เดียวหายเร็วๆ ข้าวหอมขอโทษ ถ้าเป็นสาเหตุที่ทำให้พี่เดียวถูกยิง / ข้าวหอม

                อ่านจบรัชชานนท์ก็หลับตา เพื่อสงบสติอารมณ์ ใครทำให้เธอน้อยใจเขาแบบนั้น ใครบอกว่าเธอเป็นสาเหตุทำให้เขาถูกยิง ใครกัน เมื่อสายมีใครมาเยี่ยมเขาบ้าง ชยานันต์ จิรพนธ์ จารุภา จารุมน สี่คนนั้นพูดอะไรกับสองพี่น้อง จะไปหาตอนนี้ก็ไม่ได้เขายังต้องพักฟื้นอีกตั้งสองอาทิตย์ ถึงเวลานั้นมันจะทันเวลาอีกไหม โธ่เว้ย!

 

                รถเก๋งสีเทาดำขับออกจากเมืองหลวงมาพอสมควรแล้ว แต่บรรยากาศในรถเงียบกริบ เรียกว่าถ้ามีแมลงหลุดเข้ามาอยู่ในตัวรถก็คงได้ยินเสียงมันกระพือปีก คนเป็นพี่ก็ตั้งใจขับรถอย่างมีสติ ส่วนคนน้องก็นั่งใจลอย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทั้งสองพี่น้องคิดเรื่องเดียวกัน แต่จะในแง่มุมเดียวกันหรือเปล่าคงไม่มีใครรู้

                หิวไหมข้าวหอม ธัญชนกตัดสินใจทำลายความเงียบ

                พี่ต้นกล้าหิวแล้วหรือจ๊ะ

                จะเที่ยงแล้วนะ ก็ต้องหิวสิ เราหาอะไรกินกันก่อนดีไหม เผื่อจะซื้ออะไรไปฝากปู่กับย่าด้วยธัญชนกเอ่ยถึงบุคคลที่เขาและน้องสาวรักมากที่สุด เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศที่ตึงเครียดในขณะนี้ให้กลายเป็นบรรยากาศของความรักและความอบอุ่น

                ตามใจพี่ต้นกล้าก็แล้วกัน ข้าวหอมยังไงก็ได้

                อย่าคิดมากเลยข้าวหอม เราไม่ได้ทำอะไรผิด เราไม่ได้เป็นอย่างที่เขากล่าวหาจะกลัวอะไรเมื่อรู้สึกว่าน้องยังไม่สบายใจ เขาจึงทำหน้าที่ปลอบใจน้องเหมือนทุกครั้งที่น้องเจอปัญหา

                ทำไมคนรวยชอบพูดทำร้ายจิตใจคนอื่นแบบนี้ เมื่อก่อนข้าวหอมไม่เคยเชื่อเลยนะพี่ต้นกล้า ข้าวหอมคิดว่ามันจะมีแต่ในละครธัญชนกไม่คิดว่าตัวเองจะเจอเรื่องแบบนี้ ทั้งๆ ที่ก็รู้ดีว่าสังคมนี้มีผู้คนอยู่มากมาย ทุกคนล้วนแล้วแต่ที่มา คนคิดดีก็มีเยอะ คนคิดร้ายก็มีไม่น้อย คนเรานี่ดูกันแต่ภายนอกไม่ได้เลยจริงๆ แต่เธอก็ยังหวังว่ารัชชานนท์จะไม่ใช่คนแบบนั้น

                ละครก็คือส่วนหนึ่งของการเอาชีวิตจริงไปเขียนนั่นแหละ เราเป็นยังไง เรารู้ตัวเราดีไม่ใช่หรือ

                เสียดายนะคะ ไม่มีโอกาสได้เยี่ยมพี่เดียว

                เราทำหน้าที่ของเราดีที่สุดแล้วข้าวหอม เดียวเขาอยู่ในสังคมนักธุรกิจ เขามีหน้ามีตาทางสังคม ถึงเขาอยากเป็นเพื่อนกับเรา บางทีสถานการณ์มันไม่เอื้ออำนวย เขาก็ทำตามใจไม่ได้หรอก จริงไหมข้าวหอมธัญชนกส่งยิ้มให้น้อง เขาเชื่อว่าน้องสาวจะเข้าใจและยอมรับทุกอย่างได้ด้วยเหตุผล

                จริงค่ะ เกิดเป็นชาวสวนอย่างเราดีกว่าตั้งเยอะ รู้จักคนไปทั่ว ไม่เห็นต้องแคร์เลยใช่ไหมพี่ต้นกล้า

                อืม กินอะไรเสร็จ แวะซื้อข้าวหลามหนองมนไปฝากปู่กับย่าดีกว่านะข้าวหอม

                ดีที่สุดเลย ไม่ได้กินนานแล้วเหมือนกันนะพี่ต้นกล้า พูดแล้วน้ำลายไหล ในที่สุดน้องสาวที่แสนสดใสของเขาก็กลับมาแล้ว

 

                ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ เท้าของธัญรดาเกือบหายเป็นปกติแล้ว ไม่ต้องเดินสามขาอย่างที่พี่ชายล้ออีก ตอนนี้ขาข้างที่เจ็บก็เหลือแต่สวมผ้ายืดกันเชื้อโรคเข้าแผล หลานสาวของย่าแก้วกลายเป็นคนว่างงานไปโดยปริยาย สวนก็ไม่ได้เข้าไปอีกเลย เพราะเจอประกาศิตจากเจ้าคุณปู่ งานถ่ายรูปก็ไม่ได้ทำ วันๆ ก็นั่งเป็นนางกวักขายทุเรียนสด ทุเรียนกวน ทุเรียนกรอบให้ย่าอยู่หน้าบ้าน หรือไม่ก็นอนขึ้นอืดอยู่บนเรือน ชีวิตที่แสนสุขสบายของข้าวหอม แต่มันน่าเบื่อสุดๆ

                สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ ธัญรดาส่งเสียงหวานเมื่อเห็นลูกค้ามาหยุดยืนหน้าร้านของเธอ

                ผมมาหาคุณธัญชนกกับคุณธัญรดาครับชายแปลกหน้าแจ้งความจำนง

                ดิฉันเองค่ะ ธัญรดา ไม่ทราบมีธุระอะไรหรือคะหญิงสาวแนะนำตัวเอง ทั้งๆ ที่ยังแปลกใจว่าชายคนนี้มาหาเธอด้วยเรื่องอะไร

                ผมเป็นคนของคุณรัชชานนท์ ครับ

                มีธุระอะไรหรือคะ หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

                คุณรัชชานนท์ ฝากซองนี่มาให้ครับ บอกว่าเอาไว้เป็นค่าทำขวัญ แล้วก็ค่าซ่อมรถและค่าเสียหายอื่นๆ ครับ ชายคนนั้นยื่นสองจดหมายสีขาวให้กับเธอ

                คุณรัชชานนท์ ฝากมาหรือคะ สาวหน่วยก้านดี กัดฟันถาม

                ครับ ยังไงก็ช่วยรับไว้ด้วยนะครับ ผมขอตัวกลับก่อนครับ

                เดี๋ยว ฉันไม่รับอะไรทั้งนั้น ฝากมันไปคืนเจ้านายคุณด้วย ธัญรดาพูดด้วยความโมโห นี่เขาตีค่าน้ำใจของเธอเป็นตัวเงินอย่างนั้นหรือ

                ผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ คุณก็รับเอาไว้แค่นั้นก็หมดเรื่อง แล้วชายหนุ่มคนนั้นก็ไม่สนใจเธออีก รีบกลับไปขึ้นรถแล้วออกรถไปทันที

                ธัญรดาเปิดซองนั้นดู แล้วมันก็เป็นไปตามความคาดหมาย ในนั้นมีเช็คเงินสดระบุยอดเงินเป็นเลขถึงหกหลัก ความโกรธพุ่งปี๊ด ทำให้เธอวิ่งขึ้นไปหยิบกุญแจรถบนบ้าน ก่อนจะกลับลงมา ขึ้นรถพร้อมตะโกนบอกย่า สตาร์ทรถออกไปทันที โดยไม่ฟังเสียงใครเลย

                ระยะทางที่ผ่านมาเรื่อยๆ ไม่ได้ทำให้อารมณ์ของนางสาวข้าวหอมลดดีกรีความร้อนแรงลง มีแต่ยิ่งใกล้จุดหมายปลายทางเท่าไหร่ อารมณ์ก็ยิ่งพุ่งขึ้นจนแทบจะทะลุปรอท คิดว่ามันคงถึงจุดเดือดเมื่อถึงปลายทางพอดิบพอดี ตอนนี้สาวหุ่นนางแบบ ไม่แคร์ใครหน้าไหนทั้งนั้น ไม่สนใจว่าจะให้เข้าเยี่ยมหรือไม่เข้าเยี่ยม ไม่สนใจว่าเข้าไปแล้วอาจจะทำให้คนป่วยติดเชื้อ เกิดภาวะแทรกซ้อน หรือหัวใจวายตายกะทันหัน รู้แต่วันนี้ไอ้คนอวดรวยคนนั้น มันต้องเจอกับเธอ เอาให้ตายกันไปข้างหนึ่ง

                ประตูถูกเปิดเข้ามาโดยไม่ขออนุญาต ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในนั้น รวมทั้งคนป่วยหันไปมองเป็นตาเดียวกัน

                ข้าวหอม รัชชานนท์เรียกชื่อเธอด้วยความดีใจ จนไม่ทันสังเกตสีหน้าของอีกฝ่าย

                เธอเป็นใคร เข้ามาในนี้ได้ยังไง ไร้มารยาทจริงๆ เข้ามาก็ไม่รู้จักเคาะประตูก่อน ไม่รู้จักคำว่ามารยาทหรือยังไงกัน สาวสวยเสียงแหลมปี๊ด พร้อมกับชุดโชว์หน้าอกหน้าใจที่ดูแล้วมันทุเรศตาเธอที่สุด

                หยุดเดี๋ยวนี้นะยายเสียงนกหวีด อารมณ์ของธัญรดาทะลุจนปรอทแตกอย่างที่คาดการณ์เอาไว้

                กรี๊ดดดดด นังบ้าอยู่ดีๆ มาว่าฉันแบบนี้ได้ยังไง ออกไปเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันจะให้เจ้าหน้าที่มาลากตัวเธออกไปยายเสียงนกหวีดของข้าวหอมก็ยังส่งเสียงกรี๊ดสนั่น ชี้หน้าเธอ แถมออกปากไล่อีกต่างหาก แต่งานนี้ไม่มีคำว่าถอย หากยังไม่ปลดปล่อยอารมณ์ทั้งหลายทั้งปวงจนหมด

                ฉันว่าแกน่าจะถูกส่งไปอยู่โรงพยาบาลบ้ามากกว่าฉันอีกนะ ทำเป็นแต่กรี๊ดๆ แล้วไม่ต้องเรียกใครมาไล่ฉัน ฉันเสร็จธุระเมื่อไหร่ก็จะออกไปเอง ฉันไม่อยากอยู่ในห้องนี้มากนักหรอก กลัวเชื้อคนรวยมันจะติดตัวกลับไปด้วย สาวสวยนางนั้นกำลังจะทำสงครามต่อ ถ้าชายหนุ่มคนเดียวในห้องไม่ห้ามเสียก่อน

                หยุดได้แล้วพรรณนารา เสียงคุณทำให้ผมปวดหูไปหมดแล้ว รัชชานนท์บอกอย่างไม่เกรงใจ ข้าวหอมมายังไง พี่ต้นกล้ามาด้วยหรือเปล่า น้ำเสียงที่ใช้กับสาวคนนี้ผิดกับอีกคนราวฟ้ากับเหว

                แค่ฉันคนเดียวก็พอแล้ว ไม่ต้องให้พี่ชายฉันมารับรู้การกระทำของคุณหรอก ธัญรดาขยำเช็คแล้วปาใส่หน้าคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง

                มิตรภาพ ความจริงใจ และน้ำใจของฉัน มันตีค่าเป็นเงินไม่ได้ แต่ในเมื่อคุณตีค่าสิ่งที่ฉันทำให้คุณเป็นเงิน มันก็เป็นการบอกแล้วว่าคุณกับฉันเกิดมาคนละสังคม สังคมของคุณเงินอาจจะเป็นใหญ่ที่สุด แต่สำหรับฉัน จิตใจสำคัญที่สุด เชิญคุณอยู่ในสังคมของคุณไปตามสบาย เราอย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีก

                เงินซื้อฉันไม่ได้ แล้วที่ฉันมาเยี่ยมคุณ เพราะคิดว่าเราเคยเผชิญภาวะคับขันมาด้วยกัน ครอบครัวฉันคิดว่าคุณเป็นพี่เป็นน้องเป็นหลาน ไม่เคยคิดหาผลประโยชน์จากคนรวยอย่างคุณ ช่วยกรุณาออกไปจากชีวิตครอบครัวฉัน อ้อ! อย่าให้ใครไปยุ่งเกี่ยวกับคนที่บ้านฉันอีก เมื่อได้พูดในสิ่งที่พูดแล้ว ธัญรดาก็หันหลังกลับ เดินจากไปทันที

                ในขณะที่อีกคนกำลังอึ้งและงงกับสิ่งที่เธอพูด พอตั้งสติได้รัชชานนท์รีบลงจากเตียง วิ่งตามหญิงสาวออกไป ไม่สนใจอาการเสียวแปลบที่ไหล่ซ้าย และไม่สนใจเสียงทัดทานพรรณนาราสักนิด เขาตามไปคว้าข้อมือเธอทันตรงหน้าลิฟท์พอดี

                ปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้นะ คุณรัชชานนท์ธัญรดาสะบัดข้อมือตัวเองเต็มแรง หวังให้หลุดจากพันธนาการของเขา แต่ก็ไม่สำเร็จ

                ข้าวหอม คุยกับพี่ก่อนได้ไหม แล้วมันเกิดอะไรขึ้น

                เกิดอะไรขึ้นเหรอ คุณทำอะไรไว้ล่ะก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจดีนะ ธัญรดาสะบัดข้อมือตัวเองอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ได้ผล เธอผลักเขาเต็มแรง ทำให้ชายหนุ่มที่ไม่ทันตั้งหลักล้มลงไป

                โอ๊ย! เสียงร้องของรัชชานนท์ ทำให้ธัญรดาหันกลับไปมอง เธอเห็นเลือดที่ไหลออกจากบาดแผลของเขา ทั้งตกใจ ทั้งเป็นห่วง แต่แรงทิฐิมีมากกว่า เธอจึงหันกลับเดินเข้าไปที่ลิฟท์ ก่อนที่ประตูจะปิดลงเธอเห็นนางพยาบาลหลายคนตรงมาช่วยเขา แค่นี้ก็รู้แล้วว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

 

                ธัญรดาก้มหน้าซบอยู่กับพวงมาลัยรถ น้ำตาแห่งความอัดอั้นไหลออกมา พร้อมกับเสียงสะอื้นที่ดังเป็นระยะๆ เธอไม่รู้ว่าเธอร้องไห้เพราะอะไร แค่ผู้ชายที่ดูถูกน้ำใจของเธอเพียงแค่คนเดียวก็แค่นั้น โดยธัญรดาไม่รู้เลยว่าช่วงเวลาสั้นๆ ได้ผูกเธอเอาไว้กับเขาอย่างแน่นหนาแล้ว

                ไอ้พี่เดียวบ้า ไอ้พี่เดียวใจร้าย มาดูถูกข้าวหอมแบบนี้ได้ยังไง คนบ้า ให้เลือดไหลจนหมดตัว ตายไปเลยก็ยิ่งดี คนอะไรเห็นเงินพระเจ้า คิดจะเอาเงินฟาดหัวใครก็ได้หรือยังไง บ้า บ้า บ้าที่สุดเลย ฮื้อๆๆๆ ธัญรดาร้องไห้สะอึกสะอื้นมากขึ้น

                ข้าวหอม กลับบ้านนะ พี่มารับ เสียงนุ่มที่ดังขึ้น เธอคุ้นเคยมันมาตั้งแต่เด็ก เสียงของคนที่พร้อมจะกอดเธอ ปลอบเธอ ยามที่เธอร้องไห้ พร้อมที่จะให้เธอขี่หลังยามที่เธอหกล้มได้แผล เสียงของคนที่อยู่กับเธอมาตลอดชีวิต คนที่ไม่เคยทรยศหักหลังความรู้สึกของเธอเลยสักครั้ง

                พี่ต้นกล้า ธัญรดาผวาเข้ากอดคอพี่ชายเอาไว้แน่น ทำไมเขาทำร้ายจิตใจเราขนาดนี้ ทำไมเขาถึงได้ดูถูกน้ำใจของเรา เขาคิดว่าสิ่งที่เราทำ หวังเอาเงินของเขาอย่างนั้นเหรอ พี่ต้นกล้า เขาทำได้ยังไง เขาทำแบบนี้กับข้าวหอมได้ยังไง ฮื้อๆๆๆ ธัญชนกยกมือขึ้นลูบผมน้องเบาๆ

                รู้ตอนนี้ก็ดีแล้วไง เราจะได้ไม่เสียความรู้สึกมากไปกว่านี้ เขาก็แค่คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แค่คนที่บังเอิญรู้จักกัน เรากะเกณฑ์ให้ทุกคนเป็นอย่างที่เราคิดไม่ได้หรอกนะข้าวหอม ธัญชนกกอดน้องเอาไว้พร้อมปลอบโยนให้น้องคลายความเศร้า

                เขาขับรถตามมาตั้งแต่น้องสาวขับรถสวนกับรถของเขาที่กำลังจะเลี้ยวเข้าบ้าน ด้วยความเร็วของรถทำให้สงสัยว่าน้องกำลังจะไปไหน และด้วยความเป็นห่วงทำให้เขาตามน้องน้อยของเขามา เมื่อมาถึงเขาก็สั่งให้จอมพลขับรถกลับทันที ส่วนตัวเขาก็ตามน้องขึ้นไป แต่ก็ไม่ทันเพราะเหตุการณ์ที่เขาไปเห็นก็คือ รัชชานนท์กำลังถูกนางพยาบาลหลายคนช่วยกันพากลับห้องพัก เมื่อลงมาก็เห็นน้องร้องห่มร้องไห้ พร้อมตัดพ้อต่อว่าชายหนุ่ม

                กลับบ้านกันดีกว่านะข้าวหอม ป่านนี้ปู่กับย่าเป็นห่วงแย่แล้ว พี่ขับรถให้นะ ธัญรดาพยักหน้ารับ ข้ามไปนั่งข้างคนขับ ปล่อยหน้าที่ขับรถเป็นของพี่ชาย ส่วนตัวเองก็นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ยกมือขึ้นปาดน้ำตาเป็นระยะๆ

 

                รัชชานนท์ถูกนำตัวเข้าไปในห้องพักอีกครั้ง พยาบาลสองสามคนมาช่วยกันทำแผลใหม่ให้กับเขา พร้อมเสียงโวยวายของใครบางคน

                ว้าย คุณเป็นอะไรคะเดียว พรรณนาราร้องขึ้นด้วยความตกใจ

                คุณก็เลิกส่งเสียงได้แล้ว ผมรำคาญ รัชชานนท์บอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด แต่ดูเหมือนเธอจะไม่สนใจคำขอของเขาเลย

                พวกคุณดูแลคนไข้ยังไง ถึงได้เป็นแบบนี้ แล้วระบบรักษาความปลอดภัยมีบ้างหรือเปล่า ปล่อยให้ใครก็ไม่รู้มาอาระวาดคนไข้ คอยดูนะฉันจะฟ้องโรงพยาบาล ไร้ประสิทธิภาพแบบนี้ใช้ไม่ได้เมื่อออกฤทธิ์ออกเดชกับรัชชานนท์ไม่ได้ พรรณนาราจึงหันไปเล่นงานนางพยาบาลแทน

                ผมบอกให้คุณหยุด จะหยุดได้หรือยัง รัชชานนท์ตวาดใส่คนเสียงแหลม ทำให้ทั้งนางพยาบาลและพรรณนาราอึ้งไปตามๆ กัน เพราะไม่เคยเจอภาคมารของคนรูปหล่อและแสนใจดีที่ข่าวออกมาบอกบ่อยๆ

                ทำแผลก่อนนะคะคุณรัชชานนท์ นางพยาบาลใจกล้าคนหนึ่งบอกชายหนุ่ม ซึ่งเขาก็พยักหน้ารับทราบ นั่งบนเตียงปล่อยให้พยาบาลจัดการกับผ้าพันแผลที่เปื้อนเลือด

                คุณกลับไปได้แล้ว นางพยาบาลทำแผลเสร็จ ผมก็จะพักผ่อน ไม่อยากให้ใครรบกวนตอนนี้เขาไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งสิ้น อารมณ์ของเขาไม่ปกติพอที่จะปั้นหน้าในนิ่งสนิทอย่างที่ผ่านมาได้ และเขาก็ไม่ต้องการให้มารองรับอารมณ์ของเขา

                แต่เดียวคะ พรรณอยากอยู่เป็นเพื่อนคุณนี่คะรัชชานนท์ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย สุดท้ายก็ต้องออกปากไล่อีกครั้ง

                ไม่ต้อง ผมอยู่คนเดียวได้ เชิญกลับไปก่อน รัชชานนท์บอกอย่างไม่รักษาน้ำใจสาวสวยเลยสักนิด พรรณนาราได้แต่ชักสีหน้าใส่เขา คว้ากระเป๋าของตัวเองแล้วเดินปั้นปึงออกไปทันที

                คุณพยาบาลครับ เดี๋ยวช่วยเอาป้ายห้ามเยี่ยมมาแขวนไว้ที่หน้าห้องผมด้วยนะครับ และถ้าญาติผมมาเยี่ยมก็บอกให้เขาเข้ามาได้เลยนะครับหลังจากร่างของคนที่ปั้นปึงใส่เขาหายลับประตูไป รัชชานนท์ก็หันกลับมาสั่งนางพยาบาลเสียงเข้ม

                ค่ะ เดี๋ยวจะให้หมอมาดูแผลให้อีกครั้งนะคะ

                ขอบคุณครับ

                หลังจากที่นางพยาบาลทั้งหลายพากันออกนอกห้องไปแล้ว รัชชานนท์ก็ได้แต่ถอนหายใจ ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ขณะที่กำลังจะล้มตัวลงนอน สายตาเขาก็ไปสะดุดกับกระดาษก้อนกลมๆ ที่หล่นอยู่ที่พื้น เขาลงจากเตียงก้มลงเก็บมันขึ้นมา คลี่มันออกดูก็เห็นมันเป็นเช็คเงินสด จำนวนเงินไม่ใช่น้อยๆ เลย เขากวาดตาไปทั่วเช็ค ก็สะดุดกับลายเซ็นที่อยู่บนเช็ค ทำไมเขาจะจำไม่ได้ว่ามันเป็นลายเซ็นของใคร ในเมื่อเจ้าของลายเซ็นนั้นมันก็คือคนที่ถือเช็คอยู่ในขณะนี้ ให้ตายเถอะใครทำบ้าอะไรเนี่ย เขาเหลือบไปมองที่เลขที่บัญชีที่ปรากฏอยู่บนเช็ค ก็ทราบตัวการทันที

                สมุดเช็คของเขามีสองเล่ม สองบัญชี บัญชีหนึ่งสมุดเช็คมันอยู่ที่เขาเอง ส่วนอีกบัญชีที่เขาเปิดเอาไว้ มีเงินในบัญชีห้าล้านบาท เอาไว้ใช้จ่ายในยามที่เขาไม่อยู่ เรียกว่าเป็นเงินสำรองจ่าย เมื่อกลับมาเขาก็มักจะได้รับรายงานการใช้จ่ายจากบัญชีนี้เสมอ และคนที่สามารถนำมันไปใช้ทำอะไรก็ได้มีอยู่คนเดียวชยานันต์ พี่ชายของเขาทำแบบนี้เพื่ออะไรกัน ทำทำไม

                ด้วยความโมโหทำให้รัชชานนท์หยิบมือถือติดต่อกับธนาคารอายัติเงินในบัญชีดังกล่าวทันที พร้อมกับบอกกับทางธนาคารว่าเขาจะเข้าไปปิดบัญชีในวันพรุ่งนี้ เมื่อเขาสำรองเงินไว้ให้ใช้ในยามจำเป็น แต่ไม่รู้จักใช้กันก็ไม่ต้องใช้มัน ดีต่อไปเขาจะเป็นคนเดียวที่ควบคุมการจ่ายเงินในบริษัททั้งหมด หลังจากนั้นเขาก็ต่อสายหาเพื่อนรักคนเดียวของเขา

                ยศ แกแวะมาหาฉันที่โรงพยาบาลหน่อยได้ไหมรัชชานนท์ถามทันทีเมื่อเพื่อนรับสาย

                มีอะไรหรือเปล่าเดียวยศกรถามด้วยความแปลกใจ ปกติเพื่อนไม่เคยโทรตามจิกเขาแบบนี้ แล้วเสียงของมันก็ไม่น่าไว้วางใจและไม่น่าเข้าใกล้เลยจริงๆ

                ออกเวรหรือยังล่ะ ถ้าออกแล้วแวะมาหน่อย ฉันมีเรื่องจะคุยกับแกก็ยังดีที่ยังถามถึงงานของเขา แบบนี้ค่อยหน้าคุยกันหน่อย

                อีกสองชั่วโมงรอไหวไหม ยศกรถามด้วยน้ำเสียงกลั้วเสียงหัวเราะ

                เออ ฉันจะรอ แค่นี้นะ รัชชานนท์วางสายไปแล้ว ตัวเองก็ล้มตัวลงนอนเอามือก่ายหน้าผาก

                จะทำยังไงดีล่ะทีนี้ คราวก่อนมาก็ไม่ได้เยี่ยมเพราะโดนกีดกันจากบรรดาญาติๆ ของเขา เขายังไม่มีโอกาสขอโทษเธอเลย นี่พี่ชายก่อเรื่องอีกแล้ว ไม่ใช่แค่ข้าวหอมคนเดียวแน่ที่โกรธ พี่ต้นกล้า คุณปู่คุณย่าก็คงโกรธเขาด้วย ถ้าเขาไปขอโทษทุกคนถึงบ้าน ทุกคนจะยังต้อนรับเขาอยู่หรือเปล่านะ

                เพียงไม่ถึงสิบนาทีประตูห้องก็ถูกเคาะ ก่อนจะเปิดออกพร้อมเสียงทักทายของท่านสารวัตรใหญ่ ชายหนุ่มผู้มาใหม่ เดินตัวตรงหลังตรง มานั่งเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้

                ติดป้ายห้ามเยี่ยมแล้วเรียกฉันมาทำไมวะเดียวคำถามกวนๆ ของยศกรไม่ได้ทำให้ใบหน้าเรียบเฉยของรัชชานนท์มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นเลย

                ไหนบอกว่าอีกสองชั่วโมงไงล่ะรัชชานนท์ถามอย่างจับผิด

                ก็เห็นน้ำเสียงแกไม่ค่อยดีก็เลยรีบมา ไม่ดีหรือวะยศกรก็ทำท่าเป็นห่วงเพื่อนจนเกินปกติ

                เบียดบังเวลาราชการแบบนี้มันไม่ดีนะโว้ยเขารู้ดีว่าเพื่อนไม่มีทางทิ้งงานมาหาเขาอย่างแน่นอน จึงได้ออกปากแซวเช่นนี้

                หึหึ ฉันออกเวรแล้ว กำลังจะตรงมาหาแก แกก็โทรเข้าไปพอดีถึงแม้จะรักเพื่อนแค่ไหน แต่คนเราต้องรับผิดชอบเรื่องของตัวเองให้ดีก่อน ไม่อย่างนั้นต่อให้อยากช่วยเพื่อนแค่ไหน มันก็คงเป็นไปไม่ได้

                คดีไปถึงไหนแล้ว

                ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเท่าไหร่ เพราะไอ้สองคนนั้นมันก็ยังรักษาตัวอยู่เหมือนแกนั่นแหละ

                อะไรกัน ป่านนี้แล้วมันยังไม่หายอีกเหรอ

                ขอโทษครับท่าน มันกับท่านรักษาในโรงพยาบาลคนละเกรดนะครับ อีกอย่างแผลมันก็ฉกรรจ์ไม่น้อยนะครับ ท่านอยากลองโดนลูกทุเรียนหล่นใส่หัวบ้างไหมล่ะครับ อย่าลืมคิดถึงแรงโน้มถ่วงของโลกสิครับ ขอบอกไม่ใช่เรื่องเล่นๆ วันก่อนฉันตามเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบไปดูพวกมัน เห็นแล้วยังขยาดเลยยศกรขนลุกขนพองขึ้นมาทันที เมื่อนึกถึงบาดแผลของคนร้าย

                แบบนี้จะให้การได้หรือเปล่าวะพอรู้อาการของคนร้าย ทำเอารัชชานนท์หนักใจไม่น้อย

                ไม่รู้เหมือนกัน สรุปแกเรียกฉันมามีอะไรหรือเปล่า หรือจะถามเรื่องคดีอย่างเดียว

                พรุ่งนี้แกมารับฉันหน่อย ฉันจะออกจากโรงพยาบาลรัชชานนท์บอกถึงสาเหตุที่ตามเพื่อนมากะทันหัน เพราะงานนี้ต้องมียศกรคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าเขาจะออกจากโรงพยาบาล

                เฮ้ย! เอาอะไรมาพูด แกยังต้องรักษาตัวอีกอาทิตย์ไม่ใช่หรือ ออกไปแบบนี้ญาติๆ แกเขายอมหรือวะสารวัตรหนุ่มมองหน้าเพื่อนอย่างชั่งใจ มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ดีๆ เพื่อนถึงต้องรีบออกจากโรงพยาบาลด้วย

                ยอมหรือไม่ยอม ฉันไม่รู้ ฉันรู้แต่ว่าพรุ่งนี้ฉันจะออกจากโรงพยาบาลให้ได้ แล้วแกต้องไปบอกกับนางพยาบาล และสั่งห้ามไม่ให้นางพยาบาลพูดเรื่องนี้กับญาติของฉัน ที่แน่ๆ บอกให้เขาจัดการค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดในวันนี้เลย พรุ่งนี้ฉันจะออกจากที่นี่ตอนเจ็ดโมงเช้า และแกก็ต้องเป็นคนมารับฉันออกไป ตกลงไหมนอกจากไม่ให้ความกระจ่างแล้ว มันยังสั่งเขายังกับว่าเขาเป็นทาสของมัน ไอ้เพื่อนบ้า แบบนี้มันน่าช่วยไหมเนี่ย แต่ไม่วายเป็นห่วงมันอีกจนได้

                มีอะไรหรือเปล่าวะเดียว ฉันรู้สึกว่าแกหงุดหงิดอะไรอยู่หรือเปล่า

                เออ แล้วพรุ่งนี้แกก็รู้เอง ทำตามที่ฉันขอก็แล้วกันรัชชานนท์บอกปัดอย่างหงุดหงิด ตอนนี้เขาไม่อยากเอ่ยถึงใครสักคนที่ทำให้เขากับใครบางคนต้องผิดใจกัน

                เออ ไอ้คนรวยเข้าใจยากสุดท้ายยศกรก็อดประชดประชันเพื่อนรักไม่ได้อีก

 

                กลับถึงบ้านธัญรดาก็ไม่พูดไม่จาเดินขึ้นไปบนบ้านเข้าห้องนอนตัวเองไปเลย ส่วนพี่ชายก็ตรงไปหาปู่กับย่าที่นั่งรอฟังข่าวอยู่

                น้องไปไหนมาต้นกล้า ปู่ชีพถาม

                ไปอาระวาดเดียวมาครับ แต่ผมก็ยังงงๆ อยู่ ข้าวหอมพูดทำนองว่าเดียวเอาเงินฟาดหัวเราครับปู่ธัญชนกบอกเล่าตามที่ได้ยินมาจากน้องสาว

                ก่อนออกไป มีผู้ชายคนหนึ่งพูดอะไรกับน้องก็ไม่รู้ ย่านึกว่าลูกค้าก็เลยไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่เห็นเขาส่งซองอะไรสักอย่างให้ข้าวหอม พอน้องแกะซองก็บึ่งรถออกไปเลย ดีนะที่เราตัดสินใจตามน้องไป ย่าแก้วรู้ว่าหลานชายตามไป เพราะจอมพลที่กลับมาก่อนรายงานให้ท่านทราบแล้ว

                เดียวเป็นยังไงบ้าง ปู่ชีพถามถึงคนป่วย

                อาการน่าจะดีขึ้นมากแล้วครับ แต่ตอนนี้แผลอาจจะอักเสบขึ้นมาอีก เพราะผมไปเห็นเขาล้มลงอยู่หน้าลิฟท์ น่าจะทะเลาะกับข้าวหอมครับ

                แล้วข้าวหอมเป็นยังไงบ้างลูก ย่าแก้วถามถึงหลานสาวด้วยความเป็นห่วง

                ร้องไห้ เพราะเสียความรู้สึกครับย่า คงเสียใจเรื่องที่มองเดียวผิดไปด้วยครับ

                ดูแล้วเดียวเขาไม่น่าจะใช่คนแบบนั้นเลยนะ ปู่ชีพตั้งข้อสันนิษฐาน

                ใช่หรือไม่ใช่ มันก็คงไม่เกี่ยวกับเราแล้วครับ ผมว่าทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องทำ เดียวก็เหมือนกัน

                นั่นสิ ก็เป็นคนที่บังเอิญมารู้จักกันเท่านั้น เราก็ไปอาบน้ำก่อนไปต้นกล้า ย่าแก้วบอกกับหลานชาย

                ครับย่า ชายหนุ่มแยกตัวขึ้นบ้านไป ปล่อยให้ปู่กับย่าจัดการกับผลิตภัณฑ์ของท่านต่อ

61 ความคิดเห็น