อุบัติเหตุแห่งรัก (ประกาศผลผู้โชคดีแล้วค่ะ)

ตอนที่ 2 : บทที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 643
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 มี.ค. 53

บทที่ 1

 

                กลางดึกขณะที่ข้าวหอมเดินออกจากห้อง เพื่อจะทำธุระส่วนตัวก็เห็นพี่ชายนอนเหยียดยาวอยู่ข้างคนเจ็บ เธอก็อดไม่ได้ที่จะเดินเข้ามาดู

                พี่ต้นกล้านะพี่ต้นกล้า ผ้าห่มก็มีไม่รู้จักเอามาใช้ หญิงสาวบ่นพึมพำเบาๆ ก่อนจะหายเข้าไปในห้องนอนและกลับมาอีกครั้งพร้อมกับผ้านวมผืนใหญ่ เธอบรรจงห่มลงไปบนตัวพี่ชาย

                เพราะมารดาเสียชีวิตไปตั้งแต่เธอยังเด็ก ทำให้เธอและพี่ชายสนิทกันมาก อายุที่ห่างกันถึง 8 ปี ทำให้เธอเป็นเหมือนน้องน้อยของพี่ชายอยู่ตลอดเวลา และเธอก็อยู่ในความคุ้มครองของพี่ชายมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย เพราะความรักของทุกคนในบ้านที่ยกมาให้เธอเกือบหมด ทำให้เธอไม่รู้สึกว่าการขาดแม่เป็นปมด้อยอะไร เธอเติบโตมาท่ามกลางความรักของพ่อ ปู่ ย่า และพี่ชายที่แสนดีของเธอ แค่นี้ก็พอแล้ว

                นะ น้ำ หิวน้ำ เสียงแหบแห้งดังมาจากคนที่นอนอยู่ข้างพี่ชาย ทำให้ธัญรดาหันไปมอง เห็นเหงื่อออกตามใบหน้าของคนเจ็บ ปากแห้งจนกลัวว่ามันจะปริแตกออกง่ายๆ ก็อดเป็นห่วงไม่ได้

                หิวน้ำเหรอคุณ รอเดี๋ยวนะ หญิงสาวหันไปกระซิบกับคนป่วย ก่อนจะเทน้ำใส่แก้ว หยิบหลอดกาแฟใส่ลงไปด้วย แล้วยกศีรษะของคนป่วยยกขึ้นเล็กน้อย จ่อหลอดกาแฟไปที่ริมฝีปากสวย ค่อยๆ จิบนะคุณ เดี๋ยวสำลัก เมื่อคนไข้ดื่มน้ำเรียบร้อยแล้ว เธอก็วางเขาลงนอนเหมือนเดิม

                ธัญรดาลุกขึ้นยกกะละมังที่วางอยู่ข้างคนเจ็บ ไปเปลี่ยนน้ำมาใหม่ แล้วก็ใช้ผ้าชุบน้ำบิดให้แห้ง ก่อนจะเช็ดหน้าให้กับคนเจ็บอีกครั้ง ความร้อนที่ถูกส่งผ่านร่างกายมายังผ้าผืนเล็ก ทำให้หญิงสาวรู้ว่าเขากำลังไข้ขึ้น จึงเช็ดตัวตามแขน ขา และซอกคอให้กับชายหนุ่ม เพื่อให้เขารู้สึกสบายขึ้น ก่อนจะหันไปปลุกพี่ชาย

                พี่ต้นกล้า พี่ต้นกล้า หญิงสาวเรียกชื่อพี่ชายเบาๆ ใช้นิ้วสะกิดไปที่ต้นแขนของพี่ชาย

                มีอะไรข้าวหอมธัญชนกถึงกับขมวดคิ้วไม่พอใจที่เห็นน้องสาวโผล่ออกมากลางดึกแบบนี้

                เขาเป็นไข้ ต้องให้กินยาหรือเปล่า

                แล้วเราออกมาทำไมนอกจากไม่ตอบแล้ว ธัญชนกยังถามน้องเสียงเข้มอีก

                ข้าวหอมออกมาเข้าห้องน้ำ เห็นพี่ต้นกล้าไม่มีผ้าห่มก็เลยเอามาให้ แล้วก็ได้ยินเขาขอน้ำดื่ม นี่เช็ดตัวให้แล้ว พี่ชายพยักหน้ารับรู้และรู้สึกสบายใจขึ้นที่น้องไม่ได้ขัดคำสั่งของเขา โดยการออกมาเฝ้าคนเจ็บเป็นเพื่อน

                เดี๋ยวพี่เอายาให้เขากินเอง เราไปนอนเถอะ ขอบใจนะสำหรับผ้านวม

                ไม่เป็นไรจ้ะ ข้าวหอมไปนอนก่อนนะ ก่อนจะลุกขึ้นกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง สาวน้อยก็บรรจงหอมแก้มพี่ชายสุดหล่อของตน ฝันดีนะจ๊ะ พี่ต้นกล้า

                ฝันดียายข้าวหอม ชายหนุ่มก็ไม่ยอมแพ้กัน จับตัวน้องสาวมาหอมแก้มซ้าย แก้มขวา ก่อนจะปล่อยตัวน้องให้กลับไปนอน

 

                เช้าตรู่ของวันใหม่นางสาวธัญรดาก็ออกจากห้องด้วยความรู้สึกสดชื่น เธอตรงมาหาผู้เป็นพี่ที่ยังนอนหลับใหลคู่กับชายหนุ่มอีกคนที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร หญิงสาวจัดการห่มผ้าที่หลุดลุ่ยให้ทั้งสองหนุ่ม เพราะอากาศในตอนเช้าตรู่ก็เย็นกว่าปกติ ก่อนที่จะก้มลงหอมแก้มพี่ชาย และเดินออกจากตัวบ้านไป

                เจ้าแก่ก็ยังคงทำหน้าที่เหมือนเดิมคือ พาเจ้านายสาวเข้าไปในสวนทุเรียน คนงานสามสี่คนกำลังขนทุเรียนขึ้นรถให้กับแม่ค้าที่มารับ ปีนี้นับเป็นโชคดีของสวนของเธอที่ผลผลิตค่อนข้างดี ส่วนเรื่องคุณภาพไม่ต้องพูดถึง ไม่มีคำว่าด้อยคุณภาพ ทั้งยังไม่ต้องกลัวเรื่องของผลผลิตล้นตลาดอีกด้วย เพราะตอนนี้เรียกว่ามีผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้ราคาถีบตัวขึ้นไปอีก ถ้าสวนไหนรักษาคุณภาพของตัวเองให้อยู่ในเกรดเอได้ ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องราคา

                หลายสวนก็อดแปลกใจกับผลผลิตในสวนของเธอไม่ได้ เพราะเมื่อหลายปีก่อนผลผลิตยังไม่เยอะขนาดนี้ เหตุเพราะตอนนั้นพ่อเริ่มคิดที่จะเปลี่ยนแปลงมาใช้ทุกอย่างที่เกิดจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และสรรหาวิธีอื่นๆ มาจัดการกับศัตรูพืช แทนการใช้สารเคมี รวมถึงพยายามควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน เพื่อไม่ให้ทุเรียนหมอนทองในสวนกลายพันธุ์ หรือมีคุณภาพด้อยไปจากเดิม ซึ่งมันก็ต้องผ่านการทดลอง ลองผิดลองถูก กว่าที่ทุกอย่างจะลงตัว จนเป็นอย่างปัจจุบันนี้

                เธอกับพี่ชายต่างก็ได้รับการเรียนรู้และรับการถ่ายทอดมาจากบิดา ทำให้เมื่อท่านไม่อยู่ คุณหมอธัญชนกก็มารับช่วงต่อได้ทันที และที่เธอเลือกที่จะมาช่วยพี่ชายแทนการเป็นช่างภาพเหมือนเดิม เพราะเธอไม่อยากให้พี่ชายทิ้งความฝันเพียงลำพัง ตอนนี้มีเพียงสองพี่น้องที่เป็นกำลังหลักของบ้าน เธอก็อยากมาต่อสู้พร้อมกับพี่ชาย อย่างที่พี่ชายบอก เขายังสามารถรักษาคนไข้ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นไม่ว่าอยู่ที่ไหนเขาก็เป็นหมอได้เหมือนกัน จึงไม่แปลกถ้าคนแถวนี้จะเรียกพี่ชายเธอว่าคุณหมอต้นกล้า คนนอกพื้นที่ที่เคยได้ยิน มักจะเข้าใจว่าพี่ชายของเธอเป็นหมอที่รักษาต้นไม้ กล้าไม้จริงๆ แต่จะว่าไปพี่ชายเธอก็รักษาได้ทั้งคนและต้นไม้นี่นา

                สวัสดีจ้ะน้าสม ธัญรดายกมือไหว้ลูกค้ารายแรกของวัน

                สวัสดีหนูข้าวหอม เข้าสวนแต่เช้าเลยนะลูกค้าประจำทักทายสาวเจ้าของสวนบ้าง

                ก็ยังช้ากว่าน้าสมนะคะ

                น้ากลัวมาช้า แล้วอดทุเรียนสวนนี้สิ ปีนี้ใครๆ ก็แย่งทุเรียนสวนหนูข้าวหอมทั้งนั้นธัญรดายิ้มรับ เพราะเธอถือว่านี่คือคำชม คำพูดเหล่านี้บอกได้เป็นอย่างดีว่า ผลิตภัณฑ์ของเธอยังคงรักษาคุณภาพไว้ได้อย่างเหนียวแน่นและเป็นที่ต้องการของตลาดมากด้วย

                ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ แล้วน้าสมเป็นลูกค้ากิตติมศักดิ์ของข้าวหอมเลยนะ ยังไงก็ต้องให้น้าสมก่อนค่ะ น้าสมเป็นลูกค้าที่ไม่เคยทิ้งสวนเธอไปไหนเลย ไม่ว่าจะมีผลผลิตน้อยหรือมาก ราคาถูกหรือแพง น้าสมก็มารับทุเรียนสวนของเธอทุกปี

                ขอบใจนะ วันนี้ต้นกล้าไม่มาด้วยหรือ ลูกค้ารายใหญ่ถามหาผู้เป็นพี่

                ติดธุระนิดหน่อยจ้ะ น้าสมมีธุระอะไรกับพี่ต้นกล้าหรือเปล่าจ๊ะหญิงสาวพร้อมที่จะรับเรื่องของลูกค้าแทนพี่ชายเสมอ ส่วนจะตัดสินใจแทนหรือไม่นั่นก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

                ว่าจะเคลียร์บัญชีนิดหน่อยน่ะ

                เย็นๆ แวะไปที่บ้านก็ได้จ้ะ คนกันเอง ไม่ใช่ใครอื่นสักหน่อย ธัญรดาบอกอย่างใจดี

                ก็ดี เผื่อจะไปรับทุเรียนกวนกับทุเรียนกรอบของย่าแก้วไปขายด้วย ลูกค้าติดใจกันหลายคน

                ขอบคุณนะคะที่อุดหนุนสินค้าของข้าวหอมทุกอย่างเลย

                เสร็จแล้วพี่สม คนงานคนหนึ่งเดินมาบอกลูกค้า เมื่อขนของได้ครบตามจำนวนแล้ว

                ขอบใจนะสิงห์ เดี๋ยวบัญชีข้าไปเคลียร์กับต้นกล้าเอง

                ครับพี่ สิงห์หัวหน้าคนงานฉีกสำเนาใบส่งของให้กับลูกค้าเจ้าประจำ

                น้าไปก่อนนะข้าวหอม

                จ้า ขับรถดีๆ นะน้าสม ธัญรดาโบกมือให้กับลูกค้าที่กำลังถอยรถออกไป

                วันนี้มีกี่เจ้าที่จะมารับคะน้าสิงห์เมื่อลูกค้าจากไปแล้ว เจ้าของสวนก็เริ่มทำงานของตนบ้าง

                สี่ห้าเจ้า นี่ก็เร่งตัดอยู่นะน้าสิงห์ตอบเสียงห้วนตามสไตล์หนุ่มลูกทุ่ง

                เอาให้ชัวร์ๆ นะคะ ข้าวหอมไม่อยากเสียลูกค้า เดี๋ยวข้าวหอมเข้าไปดูที่สวนหน่อยก็แล้วกันส่งงานหัวหน้าคนงานเรียบร้อยแล้ว เธอก็ปลีกตัวไปดูแลในส่วนอื่นๆ ต่อไป

                แล้วที่เก็บเงินสดล่ะข้าวหอมนายสิงห์ตะโกนถามเจ้านายสาวที่ขึ้นไปนั่งอยู่บนไอ้แก่เรียบร้อยแล้ว

                เดี๋ยวข้าวหอมแวะกลับมาเอาก็แล้วกันค่ะ เพราะวันนี้พี่ต้นกล้าคงไม่มาแล้ว

                เดี๋ยวน้าจัดการให้เรียบร้อย

                ไปนะคะ ธัญรดาขึ้นนั่งบนเจ้าแก่แล้วก็ออกรถตรงไปยังสวนที่อยู่เบื้องหน้า ปล่อยให้คนงานที่ขนเข่งทุเรียนมาเตรียมไว้ให้กับลูกค้าทำงานกันต่อไป

 

                เข้าไปถึงโซนหนึ่งของสวน ธัญรดาก็เห็นคนงานทุกคนตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตัวเอง ที่นี่เรียกว่าโชคดีที่คนงานที่ทำอยู่ เป็นคนเก่าคนแก่ทั้งนั้น อยู่กันอย่างญาติพี่น้อง ทำให้ไม่มีปัญหาการขโมยผลผลิต หรืออู้งานเลย แต่ก็ว่าจะใช่ทั้งหมด เด็กรุ่นใหม่ๆ ที่อายุพอกับเธอ เกเรก็มีเหมือนกัน ถ้าจับได้พี่ชายของเธอจะให้โอกาสอีกครั้ง แต่ถ้ายังไม่ปรับปรุงตัวก็ไล่ออก ถ้าขโมยผลผลิต พี่ชายของเธอจัดการขั้นเด็ดขาดถึงกับแจ้งความเลยทีเดียว

                สวัสดีจ้ะพี่งาม เป็นยังไงบ้างจ๊ะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า

                อ้าว! วันนี้ต้นกล้าไปไหนล่ะ ข้าวหอมถึงได้มาคนเดียวงามตาถามด้วยความแปลกใจ ใครๆ ต่างก็รู้ดีว่า ปู่ชีพกับหมอต้นกล้า หวงและห่วงหญิงสาวนางนี้แค่ไหน ไม่จำเป็นไม่มีทางปล่อยให้เข้าสวนมาคนเดียวหรอก แต่สาวสวยนางนี้ก็มักจะแอบเข้ามาเล่นซนเป็นเด็กๆ อยู่เป็นประจำ

                ติดธุระนิดหน่อยจ้ะ ว่าแต่มีปัญหาอะไรหรือเปล่าจ๊ะ

                ก็นิดหน่อย บางลูกแตก บางลูกก็เป็นรูโดนเจาะธัญรดาไม่ได้รู้สึกหนักใจอะไรมาก เพราะมันเป็นเรื่องปกติของสวนแห่งนี้

                แยกเอาไว้แล้วกันนะจ๊ะ แล้วค่อยส่งไปที่โรงงานของย่าแก้ว จบคำพูดของหลานย่าแก้ว คนงานที่อยู่แถวนั้นก็หัวเราะออกมาในความขี้เล่นของหญิงสาว

                ลูกอ่อนก็เยอะ เด็กใหม่ยังไม่ค่อยชำนาญแต่ดูเหมือนปัญหาของงามตายังไม่จบ ความกังวลมีอยู่มากจนเกินความพอดีในความรู้สึกของธัญรดา เธอถึงหาทางคลายความกังวลให้กับหัวหน้าคนงานหญิง

                ย่าแก้วซะอย่าง สบายไปแปดอย่าง อันไหนมีปัญหาก็ส่งไปให้ย่าแก้วของข้าวหอมก็แล้วกัน แต่เรื่องลูกอ่อน พี่งามช่วยคุมคนงานใหม่หน่อยนะจ๊ะ แรกๆ มันก็คงมีผิดพลาดกันบ้าง แต่ถ้าไม่แน่ใจก็บอกเขาว่าอย่าตัดเลย เสียดายผลผลิตแม้จะเข้าใจว่า ของแบบนี้มันไม่อะไรให้สังเกตเป็นกฎเกณฑ์ตายตัวว่าลูกไหนสุก ลูกไหนดิบ แต่เธอก็ยังอยากกำชับให้ทุกคนรอบคอบมากขึ้น เธอรู้ดีว่าบางครั้งแค่ทฤษฎีมันไม่ได้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ บางครั้งเราก็ต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์เป็นหลักเหมือนกัน

                จ้ะ ข้าวหอมจะแวะไปดูลองกองหรือเปล่า

                เสร็จทางนี้ก็คงแวะไปดูจ้ะ พี่งามเก็บทุเรียนลูกงามๆ ให้ข้าวหอมสักสองลูกนะจ๊ะ ไม่ต้องใหญ่มาก พอดีที่บ้านมีแขกค่ะอยู่ดีๆ เธอก็นึกถึงใครบางคนขึ้นมา ทำให้อยากเอาผลผลิตของเธอไปอวด

                จ้ะ เดี๋ยวพี่คัดสุดฝีมือเลย รับรองไม่เสียชื่อน้องข้าวหอม

                ขอบคุณจ้ะ ข้าวหอมไปดูลองกองก่อนนะ หญิงสาวโบกมือลาคนงานแล้วก็ออกรถอีกครั้ง

                ก่อนที่บิดาของเธอจะเสียชีวิต ท่านได้นำลองกองพันธุ์ตันหยงมัสมาทดลองปลูก กว่าจะได้ผลผลิตเหมือนกับถิ่นกำเนิดของมันก็เล่นเอาแทบแย่เหมือนกัน แต่เพราะความไม่ย่อท้อของบิดา ทุกอย่างก็ประสบความสำเร็จ และเป็นผลให้เธอกับพี่ชายนำมาต่อยอดอีกครั้ง ตอนนี้สวนของเธอจะแบ่งเป็นสองโซนก็คือ โซนทุเรียนหมอนทองและโซนลองกองตันหยงมัส เหตุที่พ่อไม่ยอมปลูกทุเรียนหลายสายพันธุ์ เพราะกลัวแมลงจะเป็นตัวทำให้ทุเรียนพันธุ์ดีๆ จะกลายพันธุ์เสียเปล่าๆ แล้วที่พ่อไม่ปลูกเงาะโรงเรียนเหมือนหลายๆ สวน เพราะพ่ออยากมีตลาดผลไม้อื่นๆ ไม่เหมือนสวนที่อยู่บริเวณเดียวกัน

                กว่าจะมาถึงทุกวันนี้ พ่อก็ต้องทนต่อคำดูถูกเหยียดหยามของใครหลายๆ คน เพราะไม่มีใครคิดว่าพ่อจะทำสำเร็จ แต่คำพูดเหล่านั้นแหละเป็นแรงผลักดันให้พ่อของเธอทำมันจนได้ และผลประโยชน์ก็ไม่ได้ตกอยู่ที่ใคร เพราะมันได้กับครอบครัวของเราเอง เธอและพี่ชายภูมิใจในตัวของบิดาเป็นอย่างมาก หลังจากที่เข้าไปตรวจดูผลลองกองแล้ว เธอก็ได้มันกลับมาหลายช่อ แน่นอน เธอจะเอามันไปอวดแขกที่ไม่ได้รับเชิญที่บ้านนั่นแหละ และก่อนจะกลับเธอก็ไม่ลืมที่จะแวะมาเอาทุเรียนหมอนทองที่สั่งเอาไว้

 

                เจ้าแก่วิ่งแต๊ด แต๊ด แต๊ด เลี้ยวเข้ามาในบ้านไม้เรือนไทยยกสูงหลังหนึ่ง ใต้ถุนบ้านคือโรงงานที่ธัญรดาพูดถึง มีผู้เฒ่าผู้แก่ รวมตัวกันอยู่สามสี่คน มีผู้ชายหนุ่มอยู่สองคนที่กำลังกวนทุเรียนในกะทะทองเหลืองขนาดใหญ่ ส่วนผู้สูงวัยทั้งหลายก็กำลังฝานทุเรียนอ่อนเพื่อจะนำมาทอด ที่นี่เน้นใช้แรงงานคนมากกว่าเครื่องจักร และมันเป็นสูตรเฉพาะของย่าแก้ว ที่มักจะบอกว่าใช้เครื่องสไลด์มันไม่อร่อยเท่าขี้มือคนทำ

                ท่านจะทำอะไรหลานทั้งสองคนก็ตามใจท่านทุกอย่าง ส่วนหน้าบ้านก็เธอก็มีซุ้มไม้ไผ่มุงจากไม่ใหญ่นักอยู่สองซุ้ม เอาไว้ตั้งสินค้าขายเล่นๆ ยามว่างของคุณปู่และคุณย่าที่แสนขยัน ส่วนที่เหลือก็ส่งเข้าตลาด และแน่นอนอะไรที่ขึ้นชื่อว่าย่าแก้ว ขายดีไม่ต้องเอาไปเททิ้งน้ำ ถึงขนาดว่าพี่ชายเอารูปถ่ายใบหน้าของย่าแก้วไปทำโลโก้ติดอยู่ที่ถุงทุเรียนกวนและทุเรียนทอดกันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะได้ของที่ไม่มีคุณภาพ

                พอเดินขึ้นบันไดไปก็จะพบกับลานกว้าง ฝั่งซ้ายมือจะเป็นห้องนอนของแต่ละคน ส่วนทางขวามือด้านหน้าก็จะเป็นระเบียงโล่ง ส่วนด้านหลังก็เป็นห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัวที่ไม่ได้เอาไว้ทำครัว เนื่องจากย่าแก้วไม่อนุญาต การทำครัวจึงลงไปทำที่ใต้ถุนบ้าน ส่วนครัวบนบ้านก็ไว้สำหรับเก็บเครื่องใช้ในครัว และทำความสะอาดจานชามเท่านั้น อ้อ อนุญาตให้มีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นบางอย่าง เช่นไมโครเวฟ ตู้เย็น กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า เป็นต้น ส่วนตรงกลางที่เป็นลานกว้างเอาไว้ทำสารพัดกิจกรรม เป็นทั้งห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องกินข้าว ห้องนอน แล้วแต่ใครจะใช้ประโยชน์ บนฝาบ้านก็มีรูปถ่ายของบุคคลต่างๆ ในครอบครัวแขวนเต็มไปหมด ส่วนใหญ่ก็เป็นฝีมือของหลานสาวเจ้าของบ้าน

                สวัสดีจ้ะย่าเนียม ย่าพลอย ย่านุ่ม ย่าดาว ธัญรดายกมือไหว้ย่าทุกคนที่เธอทัก

                กลับมาแล้วเหรอข้าวหอม

                จ้ะย่า เอาทุเรียนกับลองกองมาฝากคนข้างบนด้วยจ้ะ ไม่รู้เป็นยังไงบ้างหลานสาวของย่าแก้วชี้ไปที่ตะกร้าของเจ้าแก่ที่มีลูกทุเรียนวางอยู่

                ดูเหมือนยังหลับอยู่นะ เอามาแล้วเขาจะกินได้เหรอ ถามต้นกล้าก่อนล่ะ

                จ้ะย่า ข้าวหอมเอาขึ้นไปเก็บก่อนนะจ๊ะ แล้วข้าวหอมจะรีบลงมาช่วย

                ไม่ต้องหรอกลูก อยู่ช่วยพี่ต้นกล้าแล้วกัน น้าพุดก็เข้าครัวแล้ว เดี๋ยวคงยกสำรับขึ้นไปให้ ธัญรดาพยักหน้ารับคำก่อนจะเดินขึ้นเรือนไป

                เมื่อโผล่หน้ามองไปรอบๆ ก็เห็นแต่คนเจ็บนอนอยู่ แล้วคุณหมอต้นกล้าไปไหนกันเนี่ย ธัญรดาโครงศีรษะเล็กน้อยก่อนจะก้าวเข้าไปในเรือน สองมือถือทุเรียน ส่วนถุงลองกองก็ถูกคล้องอยู่ในแขน เป็นอันว่าต้องรีบว่างมันลงก่อนข้อมือหัก เพราะตัวช่วยไม่อยู่ วางผลไม้เสร็จแล้ว หญิงสาวก็ไปนั่งคุกเข่าอยู่หน้าคนเจ็บ และเวลานี้เองที่เธอได้มีโอกาสสำรวจเค้าโครงหน้าของผู้ชายแปลกหน้า ที่ศีรษะมีผ้าพันแผลสีขาวพันรอบ โครงหน้าเรียว คิ้วเข้มมาก ขนตาก็งอนยาวพอกับขนตาของเธอ แต่ที่เธอแพ้หลุดลุ่ยก็คือขนตาของเขาดกดำเป็นแพ อีตานี่น่าจะเป็นพวกโชว์ทิฟฟานี่นะ ไม่ต้องพึ่งขนตาปลอมเลย ไอ้ที่แอบนินทาก็เพราะอิจฉาเท่านั้นแหละ จมูกก็โด๊งโด่งยังกับฝรั่ง ปากหนาได้รูป สาวๆ มาเห็นคงบอกว่ามันน่าจูบล่ะมั้ง ผิวขาวอมชมพู ดูก็รู้ว่าเป็นพวกหนุ่มเจ้าสำอาง คงไม่เคยโดนแดดโดนลมสิท่า มองหน้าเขาแล้วก็ก้มมองมือของตัวเอง นายทำให้ฉันดำขึ้นเป็นกองเลยนะนายหน้าขาว สรุปได้ว่านายคนนี้รูปร่างหน้าตาเพอร์เฟก หล่อสุดๆ

                ทำอะไรน่ะข้าวหอม เสียงพี่ชายดังมาแต่ไกล

                สำรวจคนหล่อจ้ะพี่ต้นกล้า อยากรู้ว่าจะหล่อกว่าพี่ชายของข้าวหอมหรือเปล่าธัญรดาตอบพี่ชายหน้าทะเล้น

                ทะลึ่งนะเรา เกิดเขาตื่นขึ้นมาได้ยินเข้า เขาจะคิดยังไงถึงจะรู้ว่าน้องสาวพูดเล่น แต่เขาก็ไม่ชอบใจอยู่ดี

                เขาก็ต้องดีใจสิ อยู่ดีๆ มีสาวสวยอย่างข้าวหอมมาชมว่าเขาหล่อแล้วดูสิยายน้องน้อยยังลื่นไหลไปได้เรื่อยๆ จับไม่ได้ไล่ไม่ทันจริงๆ เลยยายจอมซน

                สวยตายแล้วล่ะ ที่สวนเป็นไงบ้างแม้จะยอมรับในความสวยของผู้เป็นน้อง แต่ธัญชนกก็ยังอดแขวะคนหลงตัวเองไม่ได้

                เรียบร้อยดี น้าสมจะมาเคลียร์บัญชีเย็นนี้นะจ๊ะธัญรดารายงานเรื่องที่ลูกค้าฝากมาบอกกับพี่ชาย

                อืมธัญชนกพยักหน้ารับ

                สรุปว่าเขาเป็นอะไรมากไหม เราจะซวยหรือเปล่าธัญรดาถามถึงอาการของคนป่วยบ้าง

                ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว ไข้ก็ลดแล้ว เดี๋ยวเขาตื่นขึ้นมา ถ้าไม่มีอาการข้างเคียง คุยกันรู้เรื่องก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับเขาว่าจะไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหรือเปล่า หรือว่าเขาอยากให้เราติดต่อญาติเขาหรือเปล่า เมื่อเช้าพี่ให้จอมไปดูรถของเขาแล้ว นี่ยังไม่เห็นกลับมาเลยคุณหมอตอบคำถามของคนขี้กังวล

                ไม่เป็นอะไรก็ดีนะพี่ เกิดมาเป็นอะไรในสวนเราแย่เลยสุดท้ายคนที่ช่วยคนเจ็บมาก็ยังอดคิดมากไม่ได้อยู่ดี

                ถ้ากลัวแล้วไปช่วยเขาทำไม ไม่ปล่อยให้เขาตายคารถไปเลยล่ะธัญชนกถามน้องกวนๆ

                แหมพี่ต้นกล้าก็ ข้าวหอมไม่ใช่คนใจดำสักหน่อย แล้วที่นี่ก็มีหมอเก่งที่สุดอยู่ตั้งหนึ่งคนคนเป็นน้องกระเง้ากระงอดใส่พี่ชายที่หันมาแขวะกันเอง

                เราไปล้างหน้าล้างตาสักหน่อยไป เดี๋ยวจะได้มากินข้าวกันธัญชนกก็ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับน้องสาวให้เสียเวลาอีก

                จ้า น้องสาวสุดที่รักปฏิบัติตามคำสั่งอย่างว่าง่าย เพียงแค่ลับหลังน้องสาว คนเจ็บก็ขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้น

                เป็นยังไงบ้างคุณ ลุกไหวไหม ธัญชนกถาม พร้อมกับเข้าไปช่วยประคอง รู้สึกปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียนบ้างหรือเปล่าครับ วิญญาณหมอเข้าสิงชายหนุ่มทันที

                ปวดหัวครับ แต่อย่างอื่นก็ไม่มีครับ มึนนิดหน่อยครับคนเจ็บบอกเสียงกระท่อนกระแท่น และดูเหมือนจะยังงงๆ จับต้นชนปลายไม่ถูกนัก

                คงจะระบมจากแผลหัวแตกครับ ลองนั่งนิ่งๆ ดูสักพักนะครับ ถ้ามีอาการข้างเคียงยังไง ผมจะได้พาคุณไปเช็คที่โรงพยาบาลคุณหมอบอกวิธีปฏิบัติตัวให้กับคนไข้ทันที

                ขอบคุณครับ เมื่อเวลาผ่านสักครู่ใหญ่ คุณหมอเจ้าของไข้ก็ถามขึ้นอีกครั้ง

                ดีขึ้นไหมครับ

                ครับ จะรู้สึกตึงๆ ที่หัวครับ ปวดหัวนิดหน่อย รู้สึกปากแห้ง คอแห้งไปหมดเลยครับคนป่วยก็บอกอาการของตัวเองให้คุณหมอได้รับทราบเช่นกัน

                เมื่อคืนคุณเป็นไข้น่ะ ก็เกิดอาการไข้จากบาดแผลนั่นแหละครับ

                ฟื้นแล้วหรือคะคุณ เสียงใสที่เขาจำได้ว่าเมื่อคืนเขามีโอกาสได้ยินมาแล้วครั้งหนึ่ง ทำให้เขาต้องหันไปมองทางต้นเสียง เขาพบกับผู้หญิง ใบหน้ารูปไข่ ผมหน้าม้า ส่วนผมด้านหลังถูกมัดขึ้นเป็นหางม้า ส่วนที่มัดไม่ถึงก็ระอยู่สองแก้ม ดวงตากลมโต จมูกโด่งเป็นสันรับกับใบหน้า ปากบางได้รูปสีชมพูเข้ม ทำให้เขาคิดถึงเด็กวัยรุ่นญี่ปุ่น เพียงแต่สาวน้อยคนนี้ผิวไม่ขาวเท่าคนญี่ปุ่นเท่านั้นเอง มองแล้วเธอออกแนวน่ารักมากกว่าสวย

                น้องสาวผมเองครับ ข้าวหอมเป็นคนไปเจอคุณประสบอุบัติเหตุครับธัญชนกเห็นชายแปลกหน้ามองหน้าของเขาไม่วางตา สายตามีแววฉายแววสงสัยอยู่ไม่น้อย เขาจึงเป็นฝ่ายแนะนำให้เขารู้จักกับน้องสาว

                ขอบคุณมากนะครับ คุณข้าวหอมที่ช่วยผมเอาไว้ ชายหนุ่มแปลกหน้าขอบคุณด้วยความจริงใจ

                ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ พี่ต้นกล้าต่างหาก ถ้าไม่ได้พี่ต้นกล้า คุณอาจจะตายคารถไปแล้วก็ได้ธัญรดาพูดตามประสาคนเข้ากับคนง่าย จึงไม่ทันระวังคำพูดของตัวเอง แน่นอนมันส่งผลให้โดนพี่ชายสุดที่รักดุเอาจนได้

                ยายข้าวหอม พูดจาแบบนี้ได้ยังไง คุณอย่าไปใส่ใจเลยนะครับ น้องผมชอบพูดจาไม่คิด เลี้ยงกันตามใจไปหน่อย

                ที่คุณข้าวหอมพูดก็ถูกนะครับ ถ้าไม่ได้คุณสองคนมาช่วยผมคงตายไปแล้ว

                คุณจำได้หรือเปล่าคะว่าเกิดอะไรขึ้น ปกติทางสายหลักเส้นนั้นไม่ค่อยมีอุบัติเหตุ ถ้าไม่ขับรถเร็วจริงๆ ธัญรดาถามด้วยความสงสัย เพราะรถของชายหนุ่มตกไหล่ทางลงมาสูงไม่ใช่เล่น สวนทางฝั่งนั้นเป็นด้านต่างระดับกับพื้นถนนพอสมควร อย่างที่พี่ชายบอก ถ้าไม่ใช่เพราะรถของเขาราคาแพงหูฉี่ขนาดนั้น มีหวังคอหักตายไปแล้ว ไม่ได้มีโอกาสมานั่งพูดคุยกันแบบนี้หรอก

                เอ่อ รถผมเบรกแตกนะครับ แล้วผมก็หักหลบรถอีกคัน ที่กำลังตามล่าเอาชีวิตผม ประโยคนี้ไม่ได้หลุดออกไปเป็นคำพูด

                ผมให้คนของผมไปสำรวจรถของคุณแล้วนะครับ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าในรถจะเหลืออะไรบ้าง

                ช่างมันเถอะครับ แค่ผมมีชีวิตรอด แล้วไม่ได้เป็นอะไรมากก็ถือว่าเป็นบุญแล้วครับชายแปลกหน้าตอบสีหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกถึงความคิดและอารมณ์ให้คนภายนอกทราบ

                คุณอยากอาบน้ำหน่อยไหมครับ ผมจะพาไป แต่อย่าให้น้ำโดนแผลที่หัวนะครับเมื่อเห็นใบหน้าที่ส่อแววเครียดขึง ธัญชนกถึงเบี่ยงเบนประเด็นที่คุยกันออกไป

                ก็ดีครับ เผื่อจะเรียกความสดชื่นได้บ้าง ชายหนุ่มแปลกหน้ารับข้อเสนอนั้นแต่โดยดี

                ข้าวหอมไปบอกปู่กับย่านะว่าคนเจ็บฟื้นแล้ว เผื่อท่านจะขึ้นมากินข้าว แล้วก็พูดคุยกัน

                จ้ะ ข้าวหอมไปเดี๋ยวนี้จ้ะ ธัญรดารีบลุกขึ้น เดินลงจากเรือนไป ภายใต้สายตาของใครบางคนที่มองตามออกไป ก่อนที่จะหันกลับไปมองพี่ชายของเธอที่เดินนำเขาไปยังห้องห้องหนึ่งที่อยู่ทางด้านหลังซ้ายมือ

 

                มื้อเช้าวันนี้ช้ากว่าปกติไปเป็นชั่วโมง แต่ก็ยังถือว่าไม่สายจนเกินไป ทุกคนมารวมตัวนั่งล้อมวงกับข้าวที่มีรสไม่จัดจ้านนัก การให้กระเพาะรับอาหารรสจัดแต่เช้าก็คงไม่ดีนัก ทุกคนในบ้านนี้ทำตามตำราของคุณหมอต้นกล้ากันหมด เพราะคุณหมอบอกว่ามื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด เรียกว่าเป็นอาหารมื้อหลักของบ้านนี้เลยก็ว่าได้ ส่วนอาหารมื้อเบาๆ กลับกลายเป็นอาหารมื้อเย็น

                ทานได้ไหมคุณ ปูชีพถามคนเจ็บที่นั่งร่วมวงอยู่ด้วย

                ได้ครับคุณปู่ ปกติมื้อเช้าผมจะไม่เน้นอาหารหนักแบบนี้ครับชายหนุ่มตอบอย่างนอบน้อม

                ชาวสวน ชาวไร่ก็แบบนี้ล่ะคุณ ถ้าให้กินเหมือนคนกรุงมีหวังไม่มีแรงทำงาน ย่าแก้วเสริมทัพ

                จริงๆ อาหารมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดนะครับ คุณหมอต้นกล้าบอกกับคนป่วย

                วิญญาณคุณหมอเข้าสิงอีกแล้ว เสียงใสๆ ที่ออกแนวล้อพี่ชาย ทำให้เขาอดยิ้มไม่ได้ และเขาก็ไม่ได้สงสัยคำพูดของคนน่ารักเลย เพราะช่วงเวลาที่รอผู้ใหญ่ทั้งสอง เขามีโอกาสสำรวจฝาผนังบ้านที่มีใบประกาศและรูปถ่ายของคนในครอบครัวนี้ และได้พบความจริงว่า ถ้าเขาไม่ได้นายแพทย์ธัญชนก ปุณยอนันต์ ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เขาคงได้ตายสมใจใครหลายคน และยังได้ทราบอีกว่าสาวสวยคนเดียวของบ้าน เป็นช่างภาพมืออาชีพ จากประกาศนียบัตรที่ติดเต็มข้างฝา

                อย่ามัวแต่ล้อพี่ชายตัวเองอยู่เลย เกรงใจคุณเขาบ้างสิ ข้าวหอม ปู่ชีพเตือนหลานสาว

                เรียกผมว่าเดียวก็ได้ครับ ชายหนุ่มบอกชื่อเล่นของตนกับผู้อาวุโส

                อาเดียวของจอย สลักจิตหรือเปล่าคะเนี่ย ที่ธัญรดาถามถึงก็คือพระเอกในนิยายเล่มโปรดของเธอ แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่อาเดียวคนนี้ เพราะท่าทางเขาจะงงๆ กับสิ่งที่เธอพูด

                ใครเขาจะบ้านิยายอย่างเรา พระเอกในดวงใจของยายข้าวหอมครับคุณเดียวคนที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นพระเอกก็ยิ้มน้อยๆ

                แหม พี่ต้นกล้าก็

                ลงมือทานกันเลยดีกว่าครับ มัวแต่สนใจยายนี่คงไม่ต้องกินข้าวกันพอดี ธัญชนกเริ่มตักกับข้าวบริการให้ปู่ ย่า และน้องสาวของตน เป็นการตัดบทสนทนาทั้งปวง

                หลังจากจบอาหารมื้อเช้าอย่างเรียบร้อย โดยไม่เกิดสงครามระหว่างสองพี่น้อง ทั้งหมดก็มานั่งล้อมวงคุยกันอีกครั้ง ในเรื่องของคนเจ็บนั่นแหละ

                คุณเดียวจะติดต่อใครบ้างไหมครับ ผมจะได้จัดการให้ ธัญชนกถามคนไข้ของเขา

                ยังไม่ต้องครับจบคำพูดของเขา ครอบครัวเจ้าของสวนทุเรียนก็มองหน้าเขาเป็นตาเดียวกัน

                เอ่อ..คือว่า ครอบครัวของผมเหลือผมคนเดียวครับ คุณพ่อคุณแม่ท่านเสียชีวิตแล้วน่ะครับ รัชชานนท์ตัดสินใจบอกเช่นนั้น ซึ่งมันก็เป็นความจริง เพราะเขาเป็นลูกคนเดียว จึงไม่มีพี่น้องท้องเดียวกันเลย

                เหลือตัวคนเดียวเหรอพ่อคุณ น่าสงสารจริงๆ แล้วญาติพี่น้องไม่มีบ้างหรือยังไง ย่าแก้วถาม สีหน้าและแววตาบ่งบอกถึงความห่วงใยและสงสารในชะตาชีวิตของชายหนุ่ม

                มีครับ แต่ไม่ได้สนิทสนมกันมากครับ ผมก็เลยไม่อยากให้พวกเขาตกอกตกใจกับเรื่องของผม อีกอย่างผมก็ไม่ได้เป็นอะไรมากด้วย อันนี้ก็เรื่องจริงอีกเหมือนกัน เพราะเขาเพิ่งกลับมาอยู่รวมกับญาติพี่น้องไม่นานเท่าไหร่

                ถ้างั้นก็ตามใจ แล้วนี่จะทำยังไงต่อไปล่ะ ปู่ชีพถาม เมื่อเห็นว่าคู่ชีวิตนิ่ง ไม่ซักไซ้อะไรชายหนุ่มอีก

                เอ่อ...ถ้าผมจะขอรบกวนพักฟื้นที่นี่สักสองสามวันได้ไหมครับ

                ตามสบายนะ จะพักจนกว่าจะหายสนิทก็ได้ ต้นกล้าบอกว่ารถของเดียวเสียหายเยอะไม่ใช่หรือ ปู่ชีพอนุญาต เพราะลักษณะท่าทางของคนตรงหน้าก็ไม่น่าใช่คนร้าย

                ขอบคุณมากครับ

                ข้าวหอมไปจัดห้องให้พี่เขาหน่อยนะ ย่าแก้วบอกหลานสาว ส่วนเสื้อผ้าก็ใช้ของต้นกล้าก็แล้วกัน

                ขอบคุณทุกคนมากครับที่ช่วยผมเอาไว้ แล้วยังเมตตาให้ที่พักพิงอีกชายหนุ่มพนมมือขึ้นพร้อมกับก้มศรีษะลงอย่างนอบน้อมให้กับผู้อาวุโสทั้งสอง ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้กับคนอื่นๆ เป็นการขอบคุณ

                ไม่เป็นไรหรอกเดียว มีอะไรช่วยได้ก็ช่วยกันไป ปู่ชีพบอกชายหนุ่มอีกครั้ง

                เดียวนอนพักที่เดิมไปก่อนก็แล้วกัน ข้าวหอมจัดห้องเสร็จก็ค่อยเข้าไปพักในห้อง หน้าตายังดูซีดเซียวอยู่ นอนพักจะได้หาย ยาแก้วบอกชายหนุ่ม

                ครับคุณย่า

                ปู่กับย่าขอตัวลงไปดูงานข้างล่างก่อน ต้นกล้าจะเข้าสวนหรือเปล่า

                ไม่ครับปู่ผมฝากจอมไปบอกคนงานแล้ว นี่ให้ไปดูรถของคุณเดียวตั้งนานแล้วยังไม่โผล่หน้ามาเลยครับธัญชนกบ่นถึงลูกน้องคนสนิท

                เดี๋ยวก็คงมานั่นแหละ เราไม่ไปก็ไม่ต้องให้ข้าวหอมไปแล้วนะ จริงๆ ปู่ไม่ชอบให้ข้าวหอมเข้าไปที่สวนตามลำพัง ยังไงน้องก็เป็นผู้หญิง

                ครับปู่ ธัญชนกรับคำ แล้วผู้ใหญ่ทั้งสองก็ได้ฤกษ์ลงจากเรือน

                ขอโทษครับคุณต้นกล้า คุณทำสวนอะไรครับ

                ทุเรียนพันธุ์หมอนทองกับลองกองตันหยงมัสครับ นี่ข้าวหอมคงเอามาให้คุณชิมด้วย รายนี้ใครไปใครมาก็ขนมาให้ชิมหมดครับ แต่ผมว่าคุณอย่าเพิ่งชิมเลยนะครับ ทุเรียนมันร้อน คุณเพิ่งหายไข้ รอไว้สักวันสองวันก่อนแล้วกันประโยคบอกเล่านั้น ทำให้คนที่นั่งฟังอมยิ้ม และอดอิจฉาความรักของสองพี่น้องคู่นี้ไม่ได้

                เรียกผมว่าเดียวเฉยๆ ดีกว่าครับชายหนุ่มแปลกหน้าบอก

                ดูแล้วผมคงเป็นรุ่นพี่คุณ ถ้างั้นก็เรียกผมว่าพี่ก็แล้วกันนะครับธัญชนกก็ยอมรับไมตรีนั้นแต่โดยดี

                ครับ

                กินยา แล้วก็นอนพักนะ จริงๆ นอนตรงลานแถวนี้จะรับลมได้ดีกว่าในห้องธัญชนกแนะนำ

                ครับพี่ ชายหนุ่มรับคำรุ่นพี่ ส่งยาเข้าปาก ก่อนจะคลานไปยังเสื่อที่ตนใช้เป็นที่หลับนอนมาตั้งแต่เมื่อคืน ส่วนธัญชนกก็เดินตรงไปยังบันได เพื่อไปรอฟังข่าวจากลูกน้องคนสนิท

 

                ข้าวหอมกำลังขะมักเขม้นกับการแกะทุเรียนสองลูกที่ตนนำมาจากในสวน ตรงมุมหนึ่งของระเบียงบ้าน เพียงแค่ทุเรียนถูกแยกออกเป็นสองซีก กลิ่นอันหอมหวนยวนใจสำหรับหญิงสาวก็อบอวลไปทั่วบริเวณ เธอค่อยๆแกะพูของทุเรียนออกมาใส่กระปุก สำหรับคนในบ้านไม่มีใครชอบทุเรียนแช่เย็นเหมือนกับเธอ ดังนั้นเธอจึงต้องแบ่งส่วนหนึ่งไว้ให้กับตัวเอง ส่วนที่เหลือก็เก็บไว้ให้กับทุกคนในบ้าน

                ทำอะไรอยู่ครับคุณข้าวหอม ผู้ที่มีชื่อเหมือนกับพระเอกในนิยาย เดินมานั่งข้างคนที่ใช้มีดกรีดลงบนเปลือกทุเรียนอย่างคล่องแคล่ว

                ตื่นแล้วหรือคะคุณเดียว แผลเป็นยังไงบ้าง ยังปวดหัวอีกหรือเปล่าธัญรดาเงยหน้าขึ้งมอง เปล่งเสียงใสๆ ทักทายคนป่วย ก่อนจะก้มหน้าก้มตาแกะทุเรียนต่อ

                ไม่เป็นอะไรแล้วครับ

                ทานทุเรียนไหมคะ รับรองว่าอร่อย เอ๊! แต่ว่าอย่าเพิ่งดีกว่าค่ะ ต้องถามพี่ต้นกล้าก่อนว่าให้คุณทานได้หรือเปล่า ทานลองกองก่อนก็แล้วกันนะคะ เดี๋ยวข้าวหอมไปหยิบมาให้พอเอ่ยปากชวนก็นึกขึ้นมาได้ว่า เขายังป่วยอยู่ ทำให้เธอไม่กล้าเสี่ยงให้เขาชิมผลผลิตของสวนของเธอ เพราะหากมันส่งผลให้เขาเป็นอะไรขึ้นมา มีหวังเธอซวยทั้งขึ้นทั้งร่อง

                ยังดีกว่าครับ ท่าทางคุณข้าวหอมชำนาญในการแกะทุเรียนมากเลยนะครับ

                ขอบคุณค่ะที่ชม ก็อยู่กับทุเรียนมาตั้งแต่เกิดนี่คะ แล้วไม่ต้องเรียกข้าวหอมว่าคุณหรอกค่ะ ฟังแล้วมันจักกะจี๋ หญิงสาวส่งยิ้มไปให้อาเดียวของใครสักคน

                ถึงแม้ผมจะเป็นอาเดียวของสลักจิตไม่ได้ ผมขอเป็นพี่เดียวของน้องข้าวหอมได้หรือเปล่าครับชายหนุ่มส่งยิ้มให้กับเธอบ้าง

                อิอิ ได้สิคะ เย็นๆ ข้าวหอมจะไปส่งทุเรียนที่ตลาด ไปเที่ยวด้วยกันไหมคะ แล้วเหมือนหญิงสาวจะนึกอะไรขึ้นมาได้อีก จึงส่งยิ้มแหยๆ ให้กับพี่ชายคนใหม่ แหะๆ ข้าวหอมลืมไป พี่เดียวเจ็บอยู่ อย่าเพิ่งไปดีกว่า ถ้าตามไปแล้วพี่เดียวเป็นอะไร หมอต้นกล้าเอาข้าวหอมตายแน่

                จริงๆ พี่ไปได้นะข้าวหอม ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว เผื่อจะได้ซื้อของใช้ส่วนตัวด้วย

                เอาไว้พรุ่งนี้ดีกว่าค่ะ ถ้าเบื่ออยู่บนเรือน ลงไปนั่งเล่นข้างล่างก็ได้นะคะ มีสาวๆ เป็นอาหารตาเพียบเลย ธัญรดาหัวเราะคิก เมื่อเห็นภาพสาวๆ ที่พูดถึง แต่ละคนหกสิบอัพทั้งนั้นเลย

                ข้างล่างเขาทำอะไรกันหรือครับ ได้กลิ่นหอมฟุ้งมาตั้งแต่เช้าแล้ว ชายหนุ่มชวนคนที่ก้มหน้าก้มตาแกะทุเรียนลูกที่สองคุยต่อ

                ผลิตภัณฑ์ของย่าแก้วค่ะ ทุเรียนกวนกับทุเรียนทอด นี่ร่ำๆ ว่าจะลองทำทุเรียนฉาบอยู่นะคะ ก็นี่แหละค่ะที่ข้าวหอมจะเอาไปส่งที่ตลาด ย่าแก้วทำอะไรก็อร่อยไปหมด ดีนะคะย่าแก้วไม่คิดจะเอาลองกองมากวนด้วย ไม่รู้ว่าน่าตามันจะออกมาเป็นยังไงน้ำเสียงและแววตาของเธอนั้น เขาสัมผัสได้ถึงความรักและเทิดทูนบุคคลทั้งสองที่ถูกกล่าวพาดพิงถึง

                ท่านขยันจังเลยนะครับ

                ปู่กับย่าไม่ชอบอยู่เฉยๆ ค่ะ ข้าวหอมแกะทุเรียนเสร็จจะพาพี่เดียวไปทัวร์โรงงานนรกของย่าแก้วนะคะ พูดจบเธอก็หัวเราะออกมาอีก ส่วนอีกคนก็สะดุดหู โรงงานนรกเนี่ยนะ

                หลังจากเสร็จพิธีฆาตกรรมทุเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กระปุกหนึ่งเธอก็นำไปวางไว้บนโต๊ะรวมกับถาดใส่ลองกอง ส่วนอีกกระปุกที่เล็กกว่าเธอก็นำมันไปแช่ตู้เย็นที่อยู่ในครัว

                ไปค่ะ พี่เดียว ไปดูกันว่าปู่กับย่าทรมานสาวๆ ไปถึงไหนแล้ว ธัญรดาเดินนำชายหนุ่มลงจากเรือน สิ่งแรกที่ชายหนุ่มเห็นก็คืออาหารตาที่หญิงสาวบอก ซึ่งมันทำให้เขาอดขำไม่ได้ ก็สาวๆ แต่ละนางรุ่นคุณย่าทั้งนั้น นี่สินะโรงงานนรกที่เธอว่า ใช้แรงงานอายุเกินกว่าหกสิบปีนี่เอง

                ย่าแก้วไปชวนเพื่อนๆ มาทำค่ะ มารวมกลุ่มกันจะได้ไม่เหงา ทำตัวมีคุณค่าแล้วยังได้พบปะพูดคุยกันอีก แถมยังได้ตังค์ใช้ไม่ต้องรอขอลูกหลาน ที่นี่ใช้ฝีมือและความชำนาญล้วนๆ ค่ะ สังเกตว่าเราจะไม่ใช่เครื่องทุ่นแรงเลย อย่างการฝานทุเรียนอ่อนที่จะนำมาทอด ถ้าเป็นที่อื่นเขาจะให้เครื่องสไลด์ ประหยัดเวลาและได้ปริมาณ แต่ย่าแก้วไม่ชอบค่ะธัญรดาอธิบายถึงงานของโรงงานนรกที่เธอแอบตั้งชื่อไปเรื่อยๆ

                แล้วมันจะคุ้มกับทุนที่ลงไปหรือครับ

                เราไม่ได้ทำกะเอารวยนี่คะ ส่วนทุเรียนที่นำมาทั้งกวนและทอด มันก็เป็นส่วนที่เราไม่สามารถส่งให้กับตลาดได้ ที่นี่เราคัดทุเรียนทุกลูกค่ะ อีกอย่างสวนของเราทำตามแนวพระราชดำริของในหลวง เรื่องของความพอเพียงและเกษตรอินทรีย์ ผลผลิตปีแรกๆ ที่เริ่มทำโครงการก็ได้น้อย แต่พอทุกอย่างลงตัว ผลผลิตของเราจะมีคุณภาพมากกว่าที่อื่น ก็มีบางส่วนที่โดนหนอนเจาะบ้าง ถ้าเป็นสมัยก่อนก็ต้องขายในราคาถูก แต่เดี๋ยวนี้เรานำมาแปรรูปเกือบทั้งหมด เปลือกทุเรียนเราก็นำมาตากแห้งแล้วเผาเป็นถ่าน ภูมิปัญญาชาวบ้านค่ะ บางครั้งเอาเปลือกทุเรียนตากแห้งมาจุดไฟไล่ยุงก็มี แต่ข้าวหอมไม่รู้ว่ามันได้ผลหรือเปล่านะคะเรื่องราวเกี่ยวกับสวนแห่งนี้ถูกถ่ายทอดให้กับแขกไม่ได้รับเชิญทราบอีก

                บางคนเขาก็มาขอซื้อไปเลี้ยงปลาดุก เราก็ขายบ้างให้บ้าง ที่แน่ๆ เปลือกทุเรียนมีประโยชน์กับธุรกิจอุตสาหกรรมนะคะ เพราะเป็นวัตถุดิบในการผลิตเซลลูโลสคุณภาพสูง แต่อย่าถามนะคะว่ามันคืออะไร ข้าวหอมรู้แค่นี้ค่ะประโยชน์ทีได้รับจากผลทุกเรียนถูกสาธยายออกมาเป็นชุด ตามความรู้ที่วิทยากรจำเป็นทราบ แบบไม่อมภูมิและไม่อวดรู้ในสิ่งที่ตนไม่รู้

                หึหึ รู้แค่นี้ก็เก่งแล้วครับ พี่ยังไม่รู้เลย

                ยังมีอีกสารพัดประโยชน์ค่ะ บางทีเราก็นำมันไปผสมทำปุ๋ย เรื่องนี้ถ้าพี่เดียวอยากรู้ต้องถามพี่ต้นกล้าค่ะดูเหมือนเธอจะภาคภูมิใจในตัวพี่ชายมากถึงมากที่สุด

                เท่าที่พี่เห็นรูปถ่ายกับประกาศ ทั้งพี่ต้นกล้าและข้าวหอมไม่มีใครจบเกษตรเลยนี่นา แล้วทำไมถึงได้มาทำสวน

                สุดท้ายไม่ว่ายังไงเราก็ต้องกลับมาเป็นชาวสวน เราสองคนโชคดีค่ะที่พ่อยอมให้เดินตามความฝันของตัวเอง เสียดายตรงที่พ่อให้เวลาเราเพียงนิดเดียว พ่อก็ทิ้งเราสองคนไปอยู่บนสวรรค์ซะก่อน จริงๆ ข้าวหอมก็ยังอยากให้พี่ต้นกล้าเป็นหมอ แล้วข้าวหอมจะกลับมาดูแลสวนเอง งานของข้าวหอมอยู่ตรงไหนก็ทำได้เหมือนกัน ที่เรียนมาด้านนี้เพราะชอบเท่านั้นเอง ไม่ได้ไปถ่ายรูปตามสตูดิโอ แต่ข้าวหอมก็ยังส่งผลงานไปตามหนังสือต่างๆ ได้ บางทีก็ถ่ายส่งเข้าประกวดเล่นๆ มันเป็นกิจกรรมที่ชอบมากกว่าค่ะแล้วสองหนุ่มสาวก็เดินมาถึงแคร่ที่วางอยู่ใต้ถุนเรือน ซึ่งในขณะนี้มีบรรดาย่าๆ หลายคนกำลังนั่งฝานเนื้อทุเรียนกันอยู่

                อ้าว! พ่อเดียวลงมาทำไม เสียงย่าแก้วขัดจังหวะการสนทนาของสองหนุ่มสาวพอดี

                ข้าวหอมพามาทัวร์โรงงานของคุณย่าครับ ชายหนุ่มตอบพร้อมเปิดรอยยิ้มกระชากใจสาว

                งั้นมาชิมดูว่าอร่อยหรือเปล่า ย่าแก้วกวักมือเรียก ทำให้เขาต้องเดินไปหาผู้ใหญ่ นั่งลงบนแคร่

                ย่าอย่าให้พี่เดียวกินเยอะนะ หมอต้นกล้ารู้เข้าเดี๋ยวจะโดนหลานสาวคนสวยรีบดักทางผู้เป็นย่า โดยลืมคิดไปว่า ตัวเองก็เป็นพวกชอบนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ออกจากสวนเหมือนกัน

                เออ พี่เราน่ะเก่งเกินตัว อะไรก็ห้ามไปหมด รู้อย่างนี้ย่าไม่ให้เรียนหมอหรอก ย่าแก้วบ่นอุบอิบ เพราะท่านก็โดนหลานชายสั่งห้ามโน่น ห้ามนี่ตลอดเวลา

                ปู่ล่ะจ๊ะย่าธัญรดาหัวเราะคิกก่อนจะถามถึงบุคคลอันเป็นที่รักของเธออีกคน

                ดูเขากวนทุเรียนอยู่

                แล้วพี่ต้นกล้าไปไหน ทำไมไม่มาช่วยล่ะจ๊ะเธอถามเมื่อกวาดตาไปรอบๆ แล้วไม่เห็นพี่ชาย ซึ่งปกติหากไม่อยู่ในสวน พี่ชายก็มักจะมาช่วยทำงานอยู่ในโรงงานนรกของย่าแก้วเช่นเดียวกับเธอ

                เจ้าจอมมารับไปไหนไม่รู้ เห็นคุยกันสักพักก็พากันออกไป

                อ๋อจ้ะ ข้าวหอมเตรียมของที่จะส่งดีกว่านะย่า ใบรายการอยู่ไหนจ๊ะธัญรดาเริ่มปฏิบัติงานของตัวเอง

                โน่น ในลิ้นชัก เช็คดีๆ นะลูกอย่าให้ขาด

                จ้ะ ธัญรดาเดินไปเปิดลิ้นชักตรงโต๊ะที่อยู่มุมหนึ่งของใต้ถุน หยิบใบรายการออกมาดู ที่ย่าแก้วต้องกำชับเรื่องปริมาณของห้ามขาดแต่เกินได้ เพราะผลิตภัณฑ์ของย่าแก้วใครๆ ก็อยากได้ ถ้าร้านนี้เกิน ร้านนั้นขาด แม่ค้าเจ้าประจำก็โอดครวญว่ารายได้ไปตั้งหน่อยนึง สุดท้ายครั้งต่อไปย่าแก้วก็ต้องสมนาคุณคืนลูกค้าอีก เฮ้อ!

 

                คนที่ถูกถามถึงก็กำลังยืนอยู่กับจอมพลที่ที่เกิดเหตุ คุณหมอสุดหล่อได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมไอ้เจ้าคู่กรณีที่บังอาจชนต้นทุเรียนของเขา มันถึงได้หนีไปได้ สภาพแบบนั้นยังมีคนขโมยอีกหรือ ยิ่งคิดก็ยิ่งงง ตอนที่ลูกน้องคนสนิทไปบอกว่าไม่เจอรถในที่เกิดเหตุแล้ว เขาก็อดแปลกใจไม่ได้จึงได้ตามมาดู จะว่าจำสถานที่คาดเคลื่อนก็เป็นไปไม่ได้ ก็ต้นทุเรียนของเขายังมีรอยได้รับบาดเจ็บ ไหนลูกอ่อนของมันก็ยังหล่นกระจัดกระจายเพราะแรงกระแทก

                และดูจากร่องรอยการสูญหายไปของมัน น่าจะถูกลากขึ้นไปบนถนน ใครกันที่ทำแบบนี้ จะว่าชาวบ้านก็ไม่น่าใช่ เพราะยังไงที่ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นที่ส่วนบุคคล อีกอย่างชาวบ้านแถวนี้ก็รู้จักกันดี ถ้ายิ่งรู้ว่ามีอุบัติเหตุน่าจะแจ้งเขาก่อนด้วยซ้ำ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจมาประสบเหตุเลยยกรถไป

                เอาไงดีล่ะพี่ต้นกล้า รถหายไปไหนก็ไม่รู้จอมพลที่งงเป็นไก่ตาแตกตั้งแต่เช้าถามเจ้านายอย่างไม่รู้จะทำยังไงดี

                นั่นสิ คงต้องรอดูว่ามีเจ้าหน้าที่มาติดต่อสอบถามหรือเปล่า เจอรถไม่เจอคน เจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะมาถามเราดูบ้าง คงต้องบอกเดียวว่ารถหายไปแล้ว ดูสิว่าเดียวจะติดต่อกับตำรวจในท้องที่หรือเปล่ามีลางสังหรณ์บางอย่างเกิดขึ้นในใจของชายหนุ่มเจ้าของสวนทุเรียน แต่ก็ยังไม่สามารถตอบได้ว่ามันคืออะไร และมันจะมีผลร้ายแรงอะไรตามมาหรือเปล่า

                หรือจะให้ผมไปถามที่สถานีตำรวจครับพี่ต้นกล้า สีหน้าที่ส่อแววไม่สบายใจของธัญชนกทำให้จอมพลเสนอทางออกของเรื่องนี้อีกครั้ง

                ถามเจ้าของรถก่อนดีกว่าว่าจะเอายังไง ไหนๆ ก็มาแล้ว เข้าไปที่สวนหน่อยก็แล้วกัน ไปเถอะจอม ยืนสงสัยตรงนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ธัญชนกปัดความรู้สึกไม่สบายใจออกจากหัวก่อนจะเอ่ยปากชวนคนสนิท

                ครับพี่แม้ตัวเขาจะรู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำตามคำสั่งของเจ้านาย

61 ความคิดเห็น