อุบัติเหตุแห่งรัก (ประกาศผลผู้โชคดีแล้วค่ะ)

ตอนที่ 14 : บทที่ 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 607
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    20 มี.ค. 53

บทที่ 13

 

                คนแขนหักนั่งเฝ้าคนขาหัก พอหันหน้ามาสบตากันต่างคนต่างก็ปล่อยเสียงหัวเราะออกมา โชคดีที่เขากับเธอไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่านี้ ถึงแม้จะโดนไอ้ยักษ์ใหญ่กับไอ้ยักษ์เล็กพุ่งชน แต่มันก็ไม่ได้โดนอัดก๊อปปี้

                ปีนี้ดวงข้าวหอมเป็นยังไงก็ไม่รู้ มีเหตุต้องเดินไม่ได้ตลอดเลย ช่วงก่อนก็โดนผ้าพันแผลพันเท้าทั้งสองข้าง วันนี้โดนเข้าเฝือกเกือบครึ่งแข้ง เฮ้อ!” เมื่อผ่านพ้นนาทีชีวิตมาได้ บรรยากาศรอบๆ ตัวก็ดูปลอดโปร่ง ไร้ความกังวลใดๆ

                พี่ก็ไม่ต่างจากข้าวหอมหรอก ครั้งก่อนไหล่ซ้ายถูกยิง วันนี้แขนซ้ายหัก สองหนุ่มสาวหัวเราะให้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง อาจเป็นเพราะทั้งสองคนรอดพ้นมันมาได้

                ข้าวหอมเป็นยังไงบ้าง เสียงดังพร้อมกับประตูที่เปิดออก คนกลุ่มหนึ่งก็ตรงเข้าไปหาคนไข้ ทำให้คนเฝ้าไข้ต้องหลีกทางมานั่งที่เก้าอี้โซฟา

                ขาหักจ๊ะพี่ต้นกล้าธัญรดาตอบเสียงใส ราวกับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติสำหรับเธอไปแล้ว

                ทำไมดวงเบญจเพสหนูแรงขนาดนี้ข้าวหอม น้าพุดพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง

                นั่นสิ สงสัยย่าต้องพาเราไปทำบุญครั้งใหญ่แล้วย่าแก้วเห็นด้วยกับน้าพุดทันที

                ข้าวหอมว่าดวงซวยของคนโน้นแรงมากกว่านะจ๊ะย่า ข้าวหอมไปกับเขาทีไรเกิดเรื่องทุกที ธัญรดาทำปากยื่นชี้ไปที่คนที่ไม่ได้รับความสนใจตอนนี้

                เดียวเป็นยังไงบ้าง ปู่ก็มัวแต่ห่วงข้าวหอม เข้ามาเลยไม่ทันมอง ปูชีพหันไปถามคนเจ็บอีกคน

                แขนหักอย่างเดียวครับ ผมขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่ทำให้ข้าวหอมเจ็บตัวอีกแล้วรัชชานนท์ก้มศรีษะลงอย่างสำนึกผิด

                มันเป็นคราวเคราะห์ของเราสองคนมากกว่า อย่าโทษตัวเองเลยเดียว ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้หรอก ย่าแก้วบอกให้ชายหนุ่มสบายใจ

                ขอบคุณทุกคนมากนะครับ ที่ไม่เอาผิดกับผม พี่ต้นกล้าครับ ไปดูที่เกิดเหตุหรือยังครับชายหนุ่มหันไปถามเจ้าของรถกระบะที่ตอนนี้อยู่ในสถาพยับเยินไม่ต่างจากรถสปอร์ตของเขาที่ชนต้นทุเรียนของธัญชนก

                ยัง เดียวโทรไปพี่ก็รีบพาทุกคนมาที่นี่ก่อนธัญชนกตอบเสียงเรียบ ทำให้รัชชานนท์ใจฟ่อลงไปมากเลยทีเดียว

                เรื่องรถเดี๋ยวผมจัดการให้นะครับ รัชชานนท์ตัดสินใจพูดถึงเรื่องรถก่อน อย่างน้อยก็เป็นการแสดงความจริงใจที่ดีที่สุด ส่วนเรื่องทำให้น้องสาวของคุณหมอเจ็บตัวก็คงต้องรอฟังคำพิพากษาของคุณหมอ เขาหวังว่าคงได้รับความเห็นใจจากธัญชนก ไม่ใช้บทลงโทษรุนแรงนัก

                ไม่เป็นไร พี่จัดการเองได้เสียงของคุณหมอหนุ่มอ่อนลง เมื่อเห็นท่าทีของรัชชานนท์ จะว่าไปมันก็ไม่ใช่ความผิดของเขาเลย

                ให้ผมรับผิดชอบเถอะครับพี่ต้นกล้า แค่นี้ผมก็รู้สึกผิดมากพอแล้วครั้งนี้รัชชานนท์ไม่เห็นด้วยกับคุณหมอ ขอให้เขาได้รับผิดชอบเถอะ ไม่ว่าจะเสียเงินทองแค่ไหนเขายอมได้ ขอเพียงแค่ธัญชนกอย่าเอ่ยปากให้เขาต้องเลิกรากับธัญรดาก็พอแล้ว

                ถ้างั้นก็ตามใจอยากเสียเงินนักก็ตามใจ นี่คงกลัวจะเอาผิดที่ทำให้น้องสาวเขาเจ็บตัวด้วยสิ แต่ครั้งนี้เขายกผลประโยชน์ให้กับจำเลย เพราะเห็นว่าน้องสาวไม่ได้เป็นอะไรมาก แถมไม่มีอาการขวัญหนีดีฟ่ออีก เจ็บตัวขนาดนี้แล้ว น้องสาวของเขายังยิ้มได้ หัวเราะได้ ก็พอให้อภัยได้อยู่

                เดียวคิดว่าเป็นพวกเดิมหรือเปล่า จบเรื่องรถ ธัญชนก็ถามเรื่องคดีต่อเลย

                น่าจะใช่นะครับ คราวนี้จะพยายามจับต้นตอให้ได้ครับ

                แค้นเคืองอะไรกันหนักหนาถึงกับต้องฆ่าแกงกัน ย่าแก้วบ่นตามประสาคนแก่ที่เป็นห่วงลูกหลาน

                บางทีเงินทองก็ไม่เข้าใครออกใครนะครับย่า รัชชานนท์บอก

                เดียวพูดเหมือนรู้ตัวการ แล้วเป็นคนใกล้ชิด ปู่ชีพถามอย่างประเมินสถานการณ์

                ผมคิดว่าเป็นแบบนั้นครับปู่ แต่ผมไม่อยากให้มันเป็นเรื่องจริง เพราะมันบั่นทอนจิตใจผมมากที่สุด ที่รู้ว่าคนใกล้ตัวต้องการเอาชีวิตผม สายตาของชายหนุ่มบ่งบอกถึงความเจ็บปวดจริงๆ

                อย่าเพิ่งคิดไปก่อนเลยเดียว คืนนี้จะพักที่โรงพยาบาลหรือเปล่า ธัญชนกถาม

                ผมขออยู่เป็นเพื่อนข้าวหอมได้ไหมครับ

                คนป่วยทั้งคู่จะช่วยอะไรกันได้ ปู่ว่าเราไปพักที่บ้านปู่ก่อนก็ได้ ถ้าไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล ธัญรดาเบือนหน้าหนีทุกคนเพื่อกลั้นหัวเราะ สามผู้อาวุโสของเธอหรือจะยอมให้หนุ่มๆ มานอนเฝ้าเธอ ไม่มีทาง

                งั้นผมไม่รบกวน ขอพักฟื้นที่โรงพยาบาลดีกว่าครับ ตอนนี้ไม่มีปัญญาขับรถไปไหนแล้ว คงต้องรอให้ยศมารับกลับ นี่คงมาดูคดีกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ครับรัชชานนท์ถอดใจ รู้ว่าไม่มีทางได้เฝ้าสาวอย่างที่ตั้งใจเอาไว้แน่ๆ

                พี่ต้นกล้าพาปู่กับย่า แล้วก็น้าพุดกลับก่อนเถอะค่ะ พี่ต้นกล้าจะได้ไปดูรถ เอาอุปกรณ์ทำมาหากินของข้าวหอมกลับมาด้วยนะ ป่านนี้ไม่รู้ยังอยู่หรือเปล่า ไม่อยู่แย่แน่ ไปถ่ายใหม่ก็ไม่ได้แล้วเสียงอ่อยๆ ของน้องสาวทำให้หมอต้นกล้าอดเข้าไปลูบหัวน้องไม่ได้

                เดี๋ยวพี่ไปดูให้ ไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าหายพี่จะให้เดียวซื้อกล้องรุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมอุปกรณ์ครบชุดให้เลยดีไหมธัญชนกโบ้ยความรับผิดชอบไปให้คนที่จะมาเป็นเขยของบ้าน

                ยินดีครับพี่ต้นกล้า ถึงจะหาเจอแต่ถ้าข้าวหอมจะเรียกร้องค่าเสียหายเป็นกล้องตัวใหม่ ผมก็จะจัดให้ครับ รัชชานนท์รับปากทันที อย่างน้อยเขาก็รู้แล้วว่าคุณหมอไม่เอาเรื่องเขาที่ทำให้ธัญรดาเจ็บตัว

                พี่ไปก่อนนะ เสร็จธุระแล้วจะมาอยู่เป็นเพื่อน ธัญชนกส่งยิ้มให้ชายหนุ่มก่อนจะหันกลับมาพูดกับน้องสาว

                ไม่ต้องหรอกค่ะ ที่บ้านก็ไม่มีใคร แล้วข้าวหอมไม่ได้เป็นอะไรมากด้วย ที่นี่ก็มีนางพยาบาลดูแล

                ธัญชนกเดินเข้ามาหอมแก้มน้องสาวทั้งสองข้างก่อนจะกระซิบที่ข้างหู วางแผนอะไรหรือเปล่า

                สัญญาด้วยเกียรติค่ะ ข้าวหอมไม่ได้วางแผนอะไรเลย พี่ต้นกล้าไว้ใจได้ ข้าวหอมรู้นะว่าอะไรควรไม่ควร แต่อาจจะให้กลับห้องดึกหน่อยได้ไหมคะ

                ต้องรักษาสัญญานะข้าวหอม น้องสาวพยักหน้าตกลง พร้อมยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มสากของพี่ชายเป็นการยืนยันคำพูดของตัวเอง

                ปู่จ๋า ย่าจ๋า มาให้ข้าวหอมรักหน่อยสิจ๊ะ ธัญรดาอ้าแขนทั้งสองข้าง ผู้อาวุโสทั้งสองก็ผลัดกันมาปลอบขวัญหลานรักอย่างเต็มใจ

                ขอบคุณน้าพุดนะคะที่มาเยี่ยม อ้อ! พี่จอมด้วย ไม่ได้ยินเสียงพี่จอมเลย ข้าวหอมลืมไปแล้วนะเนี่ยว่าพี่จอมมาเยี่ยมข้าวหอมด้วย

                หายเร็วๆ นะน้องข้าวหอม จอมพลที่ยืนมองคนไข้อยู่นานมาก แต่ไม่ได้มีโอกาสพูดก็เอ่ยปากเลย

                ขอบคุณค่ะ ถ้าข้าวหอมกลับบ้านแล้ว ไม่มีคนแบกเข้าสวนจะใช้บริการพี่จอมนะคะ ธัญรดายิ้มหวาน

                ครับ ถ้าปู่อนุญาตให้เข้าไปนะครับจอมพลตอบยิ้มๆ

                พวกเรากลับกันเถอะ ข้าวหอมจะได้พักผ่อนสักที เดียวก็เหมือนกันนะ ธัญชนกบอกกับทุกคนก่อนจะหันไปกำชับกับชายหนุ่ม แววตาที่สื่อถึงกันก็พอบอกได้ว่าพี่ชายของหญิงสาวต้องการบอกอะไรกับเขา

                ครับพี่ต้นกล้า ขอบคุณมากนะครับแล้วคนไข้ทั้งสองคนก็กล่าวลาผู้ใหญ่ก่อนที่ท่านจะเดินออกจากห้องไป

                หิวไหมข้าวหอม รัชชานนท์กลับมานั่งข้างเตียงคนไข้ จับมือเธอคลึงเล่นเบาๆ หลังจากที่บรรดาญาติๆ ของเธอพ้นประตูไปแล้ว

                หิวเหมือนกันค่ะ

                งั้นรอพี่แป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวพี่กลับมาพร้อมของอร่อยรัชชานนท์ทำท่าจะผละไปหาซื้อของกินมาให้เธอ แต่เสียงของหญิงสาวก็หยุดเขาเอาไว้เสียก่อน

                ไม่ต้องก็ได้ค่ะ ข้าวหอมดื่มนมกล่องในตู้เย็นก็ได้

                จะอยู่ท้องเหรอชายหนุ่มถามด้วยความเป็นห่วง

                พี่เดียวหิวใช่ไหมคะ

                รู้ทันอีกแล้ว เขาเอื้อมมือไปบิดจมูกเธอเล่นเบาๆ

                อย่าไปนานนะคะ แล้วไม่ต้องซื้อมาเยอะ กินไม่หมดเสียดายของ

                ครับผม รัชชานนท์ยกมือเธอขึ้นมาจูบเบาๆ ก่อนจะผละออกไป

 

                รัชชานนนท์นอนหลับอยู่ที่เตียงคนไข้ เมื่อคืนเขาถูกธัญรดาไล่ให้กลับมานอนที่ห้องของตัวเอง โดยมียศกรที่เดินทางมาจากกรุงเทพ มานอนเป็นเพื่อนแทนที่จะพักโรงแรมให้เสียเงินในกระเป๋า แปดโมงเช้าแล้วสองหนุ่มก็ยังคงนอนหลับใหล เพราะกว่าจะได้นอนก็ตีสาม เพราะมัวแต่พูดคุยกันด้วยเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น

                คนขับรถหกล้อหนีไม่พ้น เพราะประตูด้านคนขับชนกับรถกระบะอย่างแรง ทำให้คนขับได้รับบาดเจ็บ ส่วนอีกสองคนที่มากับรถเก๋งก็โดนจับเหมือนกัน เพราะสายตรวจคิดว่าประชาชนประสบเหตุ จึงเข้าช่วยเหลือและสองคนนั้นก็ยอมรับความช่วยเหลืออย่างดี เนื่องจากไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอได้รับแจ้งจากสารวัตรคฑาวุธ สายตรวจก็จับกุมคนร้ายได้ทันที นับว่าการจับคนร้ายคราวนี้เป็นไปอย่างละมุนละม่อม แต่ถ้าใครเห็นสภาพรถกระบะคงคิดว่าคนนั่งข้างคนขับไม่น่าจะรอด เพราะสภาพที่ยังดีอยู่มีแค่ฝั่งคนขับเท่านั้น เรียกว่ารัชชานนท์และธัญรดา โชคดีมากๆ ที่เจ็บตัวไม่มากนัก

                ก๊อก ก๊อก ก๊อก สิ้นเสียงนี้ประตูก็ถูกเปิดออก รถเข็นคนไข้ถูกเข็นเข้ามาด้วยฝีมือนางพยาบาลคนหนึ่ง ดูเหมือนว่าคนไข้กับคนเฝ้าไข้หลับลึกมาก เพราะยังไม่มีใครรู้สึกตัวเลย นางพยาบาลเข็นรถไปหยุดที่หน้าเตียง

                ขอบคุณนะคะที่มาส่ง ที่เหลือเดี๋ยวข้าวหอมจัดการเองค่ะ นางพยาบาลส่งยิ้มให้ แล้วก็เดินออกไป

                ธัญรดามองสองหนุ่มที่ยังหลับปุ๋ย คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างให้ใช้ความคิด สักครู่เธอก็เกิดปิ๊งไอเดียเก๋ๆ ขึ้นมาหนึ่งอย่าง เธอมองไปที่โต๊ะหัวเตียงก็ไม่พบสิ่งที่ต้องการ จึงมองไปยังผู้ที่เธอคิดว่าเขาต้องมีสิ่งๆ นี้แน่นอน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏอยู่บนใบหน้าของหญิงสาว เธอหันรถเข็นไปทางเป้าหมาย ใช้มือเลื่อนล้อรถจนถึงหน้าโซฟา มือข้างหนึ่งเอื้อมไปยังบริเวณหน้าอกของชายหนุ่ม กำลังจะได้สิ่งที่ต้องการอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้ยินเสียงประหลาดเกิดขึ้นก่อน

                อะแฮ่ม ทำอะไรครับข้าวหอม เสียงท่านสารวัตรใหญ่นั่นเอง คนถูกจับได้ได้แต่หัวเราะแหะๆ

                ไม่ได้หลับหรือคะพี่ยศ

                พี่เป็นตำรวจนะครับ หลับลึกได้ยังไง ถ้ามีคนร้ายเข้ามายิงไอ้เดียว พอดีได้ตายหมู่ พี่เห็นตั้งแต่ข้าวหอมเข้ามาแล้ว ตกลงจะทำอะไรครับ

                จะขอยืมปากกาที่เสียบอยู่หน่อยค่ะ ยศกรดึงปากกาจากกระเป๋าเสื้อให้เธอ

                เอาไปทำอะไรครับ

                เดี๋ยวก็รู้ค่ะ พี่ยศมานอนที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืนหรือคะ

                ครับ ไปที่เกิดเหตุ แล้วก็คุยกับสารวัตรคฑาวุธ เสร็จธุระก็แวะมานอนนี่ครับ ไม่เปลืองค่าโรงแรม นอกจากขาหักแล้ว เจ็บที่ไหนอีกบ้างหรือเปล่าครับ

                ก็มีจุกเพราะแรงกระแทกค่ะ แต่ไม่ได้เป็นอะไรมาก พี่เดียวช่วยเอาไว้ค่ะ

                รู้สึกว่าดวงสมพงษ์กับผู้ร้ายเหลือเกินเลยนะสองคนนี้ เวลาไม่เจอกันก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น เจอกันทีไรเกิดเรื่องทุกที

                สงสัยข้าวหอมต้องเลิกคบพี่เดียวค่ะ ข้าวหอมไม่น่าไปเจอพี่เดียวรถคว่ำเลยธัญรดาส่งยิ้มให้กับท่านสารวัตรใหญ่

                พี่ว่าคงไม่ทันแล้วมั้ง ท่าทางเดียวจะไม่ยอมปล่อยข้าวหอมไปใช้ชีวิตแบบสงบสุขตามเดิมแล้วไม่ใช่แค่เขาหรอก ตัวเธอเองก็ไม่อยากให้เขาเดินออกไปจากชีวิตของเธอเช่นเดียวกัน

                เดี๋ยวข้าวหอมมาคุยด้วยนะคะ ขอทำภารกิจก่อน พี่เดียวตื่นแล้วจะอด ดวงตาที่ส่องประกายเหมือนเด็กๆ ที่คิดจะเล่นซน ทำให้ยศกรอดเอ็นดูเธอไม่ได้ ธัญรดาหมุนรถเข็นหันกลับไปที่เตียงนอน คราวนี้มีสารวัตรช่วยออกแรงส่งให้เบาๆ ก็ถึงหน้าเตียงแล้ว

                ธัญรดาลุกขึ้นยืนด้วยขาที่ข้างไม่ได้เข้าเฝือกอย่างทุลักทุเล ยศกรเห็นท่าไม่ดีจึงเข้ามาช่วยประคอง ส่งเธอขึ้นไปนั่งข้างเตียง และก็รู้แล้วว่าเธอจะทำอะไร เมื่อเธอจรดปลายปากกาไปที่เฝือกสีขาวสะอาดของเพื่อน แต่ดูเหมือนมันจะไม่ถูกใจเธอ เพราะเขาเห็นเธอทำปากขมุบขมิบอย่างขัดใจ

                เขียนไม่ติดเหรอข้าวหอมยศกรถามหญิงสาวที่กำลังเล่นซนกับเฝือกของเพื่อน

                ไม่ใช่ค่ะ เฝือกมันขรุขระ แล้วปากกามันเส้นเล็ก ไม่ได้อย่างใจเลย ธัญรดาบ่นเบาๆ

                พี่ให้เจ้ายศไปซื้อสีเมจิกมาให้ดีไหม แล้วอยากวาดอะไรก็วาดตามสบาย คนไข้ไม่พูดเปล่า ใช้แขนที่ว่างโอบเอวเธอไว้อีก

                ว้า พี่เดียวตื่นแล้ว เซ็งเลยว่าจะเซอร์ไพรส์สักหน่อยธัญรดาเสียดายสุดๆ ที่ไม่ได้ทำอย่างใจคิด

                เข้ามานานแล้วเหรอข้าวหอม แล้วมาได้ยังไงรัชชานนท์ไม่สนใจท่าทางเสียดายหนักหนาของเด็กซน เขาเลือกที่จะถามถึงการมาปรากฎตัวของเธอมากกว่า

                ไม่นานเท่าไหร่คะ พี่พยาบาลพามาส่งค่ะ

                นั่งคุยกันไปก่อนนะ ฉันไปล้างหน้าล้างตาก่อน เดี๋ยวจะลงไปหาอะไรมาให้กินด้วยยศกรไม่อยากเป็นส่วนเกินของคู่รักคู่วิบากคู่นี้ จึงหาทางเลี่ยงออกจากวงโคจรหวานของคนทั้งคู่

                อืม อย่าลืมสีเมจิกของเด็กด้วยนะ รัชชานนท์บอกเพื่อนยิ้มๆ

                ข้าวหอมไม่ใช่เด็กนะพี่เดียวเสียงฉุนๆ กับหน้างอๆ ทำให้เขานึกอยากแกล้ง

                งั้นไม่ต้องซื้อมาแล้ว ข้าวหอมไม่เอา

                เอาสิ พี่ยศซื้อมาเยอะๆ เลยนะ ธัญรดารีบบอก พร้อมกับทำปากยื่นปากยาว

                ได้สิ ข้าวหอมอยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าท่านสารวัตรยิ้มให้กับท่าทางโดนขัดใจของเด็กโข่ง

                ไม่มีค่ะ แล้วแต่พี่ยศจะสะดวกค่ะ ยศกรหายเข้าไปในห้องน้ำไม่นานก็ออกมาด้วยใบหน้าที่สดชื่นขึ้น

                รอแป๊บนะ เดี๋ยวมาพร้อมของที่สั่งทุกอย่าง ธัญรดาโบกมือให้กับท่านสารวัตร โปรยยิ้มแถมไปด้วย

 

                จบอาหารมื้อเช้า คนไข้สองคนก็ย้ายห้องมาอยู่ที่ห้องของฝ่ายหญิงบ้าง ส่วนสารวัตรยศกรก็ขอตัวไปติดตามความคืบหน้าของคดีต่อ ตอนนี้สองหนุ่มสาวกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงเดียวกัน โดยฝ่ายหญิงกำลังเพลินเพลินกับการวาดรูปที่เฝือกของฝ่ายชาย สาเหตุที่รัชชานนท์ต้องขึ้นไปอยู่บนเตียงด้วย ก็เพื่อให้เธอวาดรูปได้สะดวกนั่นแหละ แต่ก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่แขนที่ว่างได้พาดไว้บนหมอนข้างหลังเธอ ก็เปรียบเสมือนเขากำลังโอบเธอเอาไว้นั่นเอง มีความสุขจริงๆ แบบนี้หรือเปล่านะที่เขาเรียกว่าทุกขลาภ

                ภาพแรกที่เธอลงมือวาดก็คือ ภาพรถสปอร์ตคันหรูชนต้นทุเรียน มีคนอยู่ในรถและมีผู้หญิงคนหนึ่งมายืนด้อมๆ มองๆ อยู่ กรอบต่อไปมีตัวการ์ตูนประกอบด้วยกัน 3 คน ผู้ชายสองคนนอนหลับอยู่ ผู้ชายคนหนึ่งมองก็รู้ว่าเป็นพี่ชายของเธอ ส่วนอีกคนก็น่าจะเป็นเขาเพราะมีผ้าพันแผลที่หัว และสุดท้ายก็คือเธอที่นั่งจ้องหน้าคนป่วย กรอบถัดมาเป็นรูปผู้หญิงกำลังยิงปืนอยู่หลังบังเกอร์กระสอบปุ๋ย ส่วนผู้ชายเหรอนั่งหมดสภาพพิงต้นทุเรียนอยู่หลังเธอ กรอบต่อไปก็เป็นตัวการ์ตูนที่เธอไปอาระวาดเขาที่โรงพยาบาล กรอบต่อไปก็งานประมูลภาพเป็นรูปผู้หญิงยืนยิ้มกว้างอยู่บนเวที เขาคิดว่าน่าจะเป็นตอนที่เขาประมูลภาพของเธอในราคาสามแสนบาทนั่นแหละ กรอบต่อไปก็ตอนที่เขาเต้นรำกับเธอและเราก็ได้ทำสัญญาใจกันเอาไว้

                กรอบรองสุดท้ายก็เป็นภาพเขาเลี้ยงถั่วฝักยาวให้กับฝูงปลา และกรอบสุดท้ายแม้จะไม่ได้วาดเต็มคันรถ แต่ก็รู้ว่าอยู่ภายในรถ เป็นภาพตอนที่เขากอดเธอแน่นเพื่อไม่ให้เธอกระเด็นไปชนกับพวงมาลัยและเธอก็กอดเขาเอาไว้แน่นเช่นเดียวกัน ภาพทั้งหมดของเธอเต็มเฝือกเขาพอดิบพอดี กะช่องไฟเก่งจริงๆ เลยแม่คุณ ท่าทางเรื่องหาของเล่นนี่ไม่ใช่ย่อยเหมือนกันนะเนี่ย และเธอทำเวลาในการวาดรูปการ์ตูนพวกนี้ได้ดีมากๆ สงสัยจะฝึกฝีมือบ่อย เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้รัชชานนท์ดึงแขนที่พาดหลังเธออยู่กลับ ทำท่าจะลงจากเตียง แต่ก็ไม่ทัน ประตูห้องถูกเปิดออกซะก่อน

                เดียวทำอะไรน่ะ เสียงปู่ชีพขมปี๋เลย

                เปล่าครับปู่ ข้าวหอมเขาอยากวาดรูปที่เฝือกของผม ถ้าไม่ขึ้นมานั่งบนเตียงด้วยกันก็ไม่ได้ครับ รัชชานนท์แก้ตัวเป็นพัลวัน

                ข้าวหอมเราไม่ใช่เด็กแล้วนะ โตเป็นสาวแล้ว ทำอะไรทำไมไม่รู้จักคิด เดียวก็เหมือนกัน เราเป็นผู้ชายนะจะทำอะไรก็ให้เกียรติผู้หญิงบ้างดุหลานสาวเรียบร้อยแล้วก็หันมาดุใส่ว่าที่หลานเขยในอนาคตอีกคน

                ผมขอโทษครับปู่ ผมไม่ได้มีเจตนาใดแอบแฝงนะครับนิดเดียวเท่านั้นนะครับปู่ นอกนั้นตั้งใจทำล้วนๆ รัชชานนท์ตอบปู่ชีพในใจ

                ปู่รู้แต่คนอื่นเห็นมันจะไม่ดี ลงมาจากเตียงยายข้าวหอมได้แล้วปู่ชีพสั่งเสียงเข้ม เมื่อเห็นว่ารัชชานนท์ยังไม่ยอมลงจากเตียงของหลานสาว

                ครับปู่ รัชชานนท์ตอบรับเสียงอ่อยๆ พร้อมกับค่อยๆ ถดตัวลงจากเตียงคนไข้

                ปู่จ๋า อย่าโมโหไปเลย ข้าวหอมขอโทษ ก็ข้าวหอมเบื่อนี่นา ไม่รู้จะทำอะไรก็เลยวาดรูปเล่น ปู่จ๋ามาให้ข้าวหอมกอดหน่อยนะ ปู่คนดีของข้าวหอม เจอหลานสาวสุดที่รักอ้อนแบบนี้ ปู่ชีพมีหรือจะใจแข็งได้นาน ก็ต้องเดินมาให้หลานสาวกอดให้หายคิดถึง

                ทำไมวันนี้ปู่มากับย่าล่ะครับ แล้วพี่ต้นกล้าไม่มาด้วยหรือครับ

                อืม ต้นกล้าต้องเข้าสวน แล้วต้องไปโรงพักด้วยก็เรื่องคดีนั่นแหละ ปู่ชีพบอก

                ผมขอโทษนะครับ ทำให้เดือนร้อนกันไปหมดเขาไม่รู้ว่าต้องพูดคำคำนี้กับครอบครัวนี้อีกสักกี่ครั้ง ความรู้สึกผิดของตัวเองจึงจะหมดไป

                ช่างเถอะเดียว นี่กินอะไรกันหรือยัง

                ทานเรียบร้อยแล้วครับ ผมขอตัวกลับห้องก่อนดีกว่าครับ ปู่กับย่าจะได้คุยกับข้าวหอมตามสบาย พี่ไปก่อนนะข้าวหอมรัชชานนท์คิดว่าเวลานี้ควรปล่อยให้เธอได้อยู่กับครอบครัวของเธอตามลำพัง

                ค่ะ หญิงสาวโบกมือลาหยอยๆ หลังจากที่ประตูถูกปิดลง เวลาที่เหลือก็เป็นเวลาอ้อนปู่กับย่าของนางสาวข้าวหอม โดยไม่มีใครมารบกวนความสุขในการอ้อนคนแก่ของเธอ เธอรู้ดีว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ครอบครัวของเธอก็มีความอบอุ่นมอบให้แก่กันเสมอ

                ช่วงเย็นรัชชานนท์มาบอกกับเธอว่า เขาจะต้องกลับกรุงเทพพร้อมกับยศกร เพราะต้องไปจัดการเรื่องคดีให้เรียบร้อย สีหน้าเขามีแต่ความเคร่งเครียด คิ้วผูกโบหลายชั้น เห็นแล้วไม่น่าจะแกะมันออกง่ายๆ ธัญรดาเอื้อมมือไปนวดหัวคิ้วให้เขาเบาๆ เพื่อคลายความยุ่งยากนั้นออกบ้าง เธอเห็นเขาส่งยิ้มมาให้ ก่อนจะคว้าตัวเธอเข้าไปกอด

                ขอกำลังใจหน่อยนะข้าวหอม พี่อาจจะหายไปสักพัก อยากจัดการเรื่องคดีให้เรียบร้อย เสียงที่บ่งบอกถึงความอึดอัดใจ เหนื่อยใจ ท้อใจ ลำบากใจ ทำให้ธัญรดากอดเขาตอบ

                ทุกอย่างมันเป็นไปแล้วนะคะพี่เดียว เราแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ข้าวหอมไม่รู้ว่าอะไรทำให้พี่เดียวเครียดขนาดนี้ แต่ข้าวหอมเชื่อว่าพี่เดียวจะทำมันอย่างดีที่สุดธัญรดาลูบหลังของเขาช้าๆ ราวกับปลอบเด็กน้อยที่กำลังหลงทาง เธอเชื่อว่าการตัดสินใจทำอะไรก็ตาม เขาคิดอย่างรอบคอบแล้ว

                ขอบคุณครับ ข้าวหอมก็รักษาตัวดีๆ นะ วันที่ต้องเอาเฝือกออก พี่จะพาข้าวหอมไปถอดเฝือกเอง ช่วงนี้ออกไปถ่ายรูปไม่ได้ก็นั่งวาดรูปเล่นแก้เซ็งไปก่อนก็ได้ หรือถ้าเบื่อก็โทรหาพี่นะ

                ค่ะ แต่คงไม่เบื่อหรอกค่ะ ข้าวหอมจะเล่นขี่ม้าส่งเมืองกับพี่ต้นกล้าทุกวันเลย รอยยิ้มมีความสุขของเธอ ดวงตาที่แววระยับไปด้วยความสดใส มองโลกในแง่ดี ทำให้คนที่สวยและน่ารักอย่างข้าวหอมน่ามอง น่าหลงใหลเข้าไปอีก รัชชานนท์เอียงหน้าเข้าสัมผัสกับแก้มนวลทั้งสองข้าง ก่อนจะจรดริมฝีปากไปที่ปลายจมูกรั้น

                ถือเป็นกำลังใจให้พี่นะข้าวหอม หน้าแดงระเรื่อกับรอยยิ้มอายๆ ของเธอ ทำให้เขาอดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้

                ระวังตัวด้วยนะคะพี่เดียวธัญรดาอดกำชับเขาไม่ได้

                ครับ เสร็จธุระแล้วพี่จะรีบมาหาข้าวหอมเลยนะ

                มาหาอย่างเดียวนะคะ ไม่ต้องพาใครมาทำให้ข้าวหอมต้องสวมบทโจลีที่พี่เดียวมอบไว้ให้อีก อยากเล่นแนวโรแมนติกบ้างค่ะ บู๊ระห่ำคงไม่เวิร์ก เพราะเจ็บตัวตลอดเลยเธอตั้งใจสร้างเสียงหัวเราะให้กับเขาก่อนที่เขาจะไปเผชิญกับความตึงเครียดมากมาย

                ฮ่าฮ่าฮ่า รัชชานนท์หัวเราะออกมาได้ในที่สุด ความทุกข์กับเรื่องที่รับรู้จางหายไปกว่าครึ่ง เธอทำให้เขามีความสุขได้ในทุกสถานการณ์จริงๆ

 

                ความเคร่งเครียดแผ่อยู่รอบตัวทุกคนที่อยู่ในห้อง ซึ่งตอนนี้ประกอบไปด้วย ชยันต์ ชยานันต์ สุชานาถ และรัชชานนท์ ทุกคนตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก ไม่รู้จะทำยังไงกับเรื่องราวที่รับรู้ มันหนักหนาสาหัสสำหรับคนในครอบครัวจริงๆ และเจ้าบ้านอย่างรัชชานนท์ ทำได้แค่ยืดเวลาได้ไม่นานเท่านั้น เพราะไม่อย่างนั้นจะเปิดโอกาสให้คนร้ายหนี ซึ่งคราวนี้เขาก็จะโดนข้อหาสมรู้ร่วมคิดพาผู้ร้ายหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกโล่งใจที่สุดก็คือ พี่โต ไม่ได้เป็นคนทำเรื่องนี้ เพราะถ้าใช่ เขาจะทุกข์ใจหนักกว่านี้อีก ไม่เพียงเพราะเป็นพี่ชาย แต่ยังเป็นกำลังหลักของธีฆะธนธรรมอีกด้วย

                ผมควรทำยังไงดีครับลุงยันต์ รัชชานนท์ยกมือลูบหน้าตัวเองอย่างหนักใจ

                เราจะทำอะไรได้อีกหรือเดียว ถ้ารู้ก่อนหน้านี้ มันยังมีทางแก้ไขชยันต์ก็หนักใจไม่น้อยไปกว่าหลานชาย เขาไม่คิดจริงๆ ว่าจะเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้กับคนในตระกูลธีฆะธนธรรม

                แต่ผมสงสารอากับน้อง ถ้ารู้ว่าอาเขยเป็นผู้ต้องหาคดีร้ายแรง

                ป้าไม่เข้าใจเลย ทำไมเขาต้องทำแบบนั้น ในเมื่อตอนนี้เขาก็ได้รับผลประโยชน์จากธีฆะธนธรรมอย่างเต็มที่ ทุกอย่างในบ้านเดียวก็เป็นคนออกให้เขา

                มันก็เรื่องผลประโยชน์นั่นแหละครับแม่ เพียงแต่ไม่มีใครรู้ นอกจากผม เดียว และอาญาณ เราไม่อยากให้เรื่องมันบานปลาย และคิดว่าได้พูดคุยกันถึงข้อตกลงเรียบร้อยแล้ว ดูเหมือนอาเขยจะยอมรับข้อเสนอนั่นแต่โดยดี ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าอะไรทำให้อาเขยตัดสินใจทำแบบนี้ชยานันต์ถอนหายใจก่อนจะกล่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตและมันก็ส่งผลเลวร้ายจนมาถึงปัจจุบัน

                ผมคิดว่าผมพอทราบนะพี่โต แต่ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นชนวนให้อาเขยต้องการเอาชีวิตผม มันมีอย่างอื่นมากกว่านี้หรือเปล่าก็ไม่รู้นี่ต่างหากคือสิ่งที่เขาอยากได้ยินจากปากของอาเขย อะไรคือสาเหตุกันแน่

                พี่เดียว พี่เดียว เปิดประตูให้อินหน่อย เสียงร้อนรนของน้องสาวดังมาพร้อมกับเสียงเคาะประตูไม่หยุด ทำให้สุชานาถเดินไปเปิดประตูให้หลานสาวคนเล็ก

                มีอะไรหนูอิน แล้วเป็นอะไรทำไมถึงหน้าตาตื่นมาแบบนี้ สุชานาถถาม

                พี่เดียวไปห้ามพ่อหน่อยสิ แม่ร้องใหญ่แล้วอินทิราโผเข้ากอดพี่ชายเอาไว้แน่น

                อาทัชทำไมหรืออินรัชชานนท์ใจคอไม่ดีเลย ไม่รู้ว่ามันจะเกิดเรื่องวุ่นวายอะไรอีกหรือเปล่า แค่นี้เขาก็จะรับมันไม่ไหวอยู่แล้ว

                พ่อเก็บเสื้อผ้าจะไปไหนก็ไม่รู้ แม่ก็หาว่าพ่อมีเมียน้อย ทะเลาะกันใหญ่เลยค่ะพี่เดียว นี่แม่ก็ขวางพ่ออยู่ อินไม่รู้จะทำยังไง ฮื้อๆ ชยานันต์เป็นคนแรกที่วิ่งออกไปดู ก่อนที่เหตุการณ์มันจะบานปลายกว่านี้

                ลุงยันต์ ป้านาถ ผมฝากทางอามนด้วยนะครับ ผมมีเรื่องจะคุยกับอิน ถ้าเรียบร้อยแล้วพาทุกคนมาที่นี่นะครับรัชชานนท์หันไปขอร้องผู้เป็นลุงให้จัดการเรื่องที่เกิดขึ้นที ส่วนเขามีเรื่องที่จะคุยกับน้องสาวคนเล็กมากมายก็ไม่รู้ว่าน้องจะรับมันได้มากน้อยแค่ไหน

                ไม่ต้องห่วงนะเดียว ลุงจัดการเอง

                ขอบคุณครับ ลุงกับป้าออกไปแล้ว พร้อมล็อคประตูห้องให้เสร็จสรรพ

                นั่งก่อนสิอิน หยุดร้องได้แล้วนะคนเก่ง รัชชานนท์พาน้องเดินไปนั่งที่โซฟา กอดน้องเอาไว้ เสียงสะอื้นค่อยๆ เบาลงจนยุติลง

                ถ้าอินต้องมาอยู่ในความดูแลของพี่ อินจะรับได้ไหม รัชชานนท์ถามน้องด้วยน้ำเสียงเอื้ออาทร

                พ่อมีเมียน้อยจริงๆ หรือคะพี่เดียวอินทิราสะอื้นอยู่กับอกของพี่ชาย เมื่อคิดว่าผู้เป็นพ่อนอกใจแม่แล้วจริงๆ

                ไม่ใช่หรอก อาทัชไม่เคยมีใครนอกจากแม่ของอิน แต่อาทัชอาจจะต้องไปอยู่ที่อื่น พี่ก็เลยต้องดูแลอินกับแม่แทนอาทัชยังไงล่ะรัชชานนท์ยังไม่กล้าพอที่จะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ ให้น้องสาวฟัง เขาจึงหยั่งเชิงความคิดของน้องก่อน

                ถ้าพ่อไม่ได้นอกใจแม่ แล้วทำไมพ่อต้องไปอยู่ที่อื่นด้วยล่ะพี่เดียว

                ผลมันก็ต้องมาจากเหตุสิอิน ถ้าไม่มีเหตุมันก็ไม่มีผลตามมา จริงไหม ตอบพี่ก่อนถ้าต่อไปอินต้องมาอยู่ในความดูแลของพี่ อินจะยอมไหมรัชชานนท์พยายามไม่สนใจคำถามของน้อง แต่เขาพยายามที่จะให้น้องตอบคำถามของเขา

                ยอมค่ะ อินรักพี่เดียว พี่เดียวเป็นคนที่ดีกับอินมากที่สุดในบ้าน พี่เดียวเข้าใจอินทุกอย่าง ไม่บังคับอินเหมือนแม่ คำตอบของอินทิราทำให้รัชชานนท์โล่งใจไปเปาะหนึ่ง

                ต่อไปอินอาจจะต้องดูแลแม่ด้วยนะ แม่อาจจะไม่สบายใจที่พ่อไม่อยู่ แม่อาจจะรับไม่ได้ถ้าพ่อของอินต้องไปอยู่ที่อื่น อินอย่าทิ้งแม่นะ ที่เขาบังคับก็เพราะเขาหวังดี

                ค่ะ อินรู้ ไม่ว่ายังไงแม่ก็เป็นแม่ของอิน พี่เดียวบอกอินได้หรือยังคะว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วพี่เดียวจะส่งพ่อไปอยู่ที่ไหน แล้วแขนพี่เดียวไปโดนอะไรมาคำถามที่คาใจสาวน้อยถูกพรั่งพรูออกมาหมด

                เอาไว้ให้ทุกคนมากันพร้อมหน้าพร้อมตาก่อนนะอิน จำไว้นะพี่รักอินมาก อินเป็นน้องสาวที่พี่ห่วงมากที่สุด พี่ไม่ได้อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ อินต้องเข้มแข็งเป็นหลักให้กับแม่ เข้าใจไหม อินทิราเริ่มรู้สึกไม่ดีกับคำพูดของพี่ชาย มันมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับครอบครัวของเธอกันแน่

                เข้าใจค่ะ แม้จะยังงงๆ อยู่แต่อินทิราก็รับปากพี่ชาย

 

                นี่นับเป็นไม่กี่ครั้งที่คนในครอบครัวธีฆะธนธรรมอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ครบถ้วนกระบวนความกันทุกคน และนี่ก็นับว่าเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้มีโอกาสอยู่กันพร้อมหน้าแบบนี้ แถมเรื่องที่ทำให้ทุกคนมาอยู่รวมกันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีของบ้านเลย แต่มันเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของรัชชานนท์ ถ้าไม่รวมเรื่องที่เขาสูญเสียบิดามารดาไป

                ชายหนุ่มลูบหน้าตัวเองอีกครั้ง ถอนหายใจอย่างแรง ยิ่งเห็นน้องกับอาคนเล็ก คำพูดทุกอย่างมันแล่นมาจุกที่อก รู้สึกปวดร้าวไปหมด เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าบุคคลที่ต้องการเอาชีวิตเขาจะเป็นคนๆ นี้ คนที่เขาไม่เคยคิดจะสงสัย เพราะอินทัชไม่เคยแสดงอาการไม่พอใจอะไรเขาสักอย่าง ไม่ว่าเขาจะจัดการเรื่องราวต่างๆ ยังไง อินทัชก็ยอมรับแต่โดยดีเสมอ หรือเพราะเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้อาเขยเกลียดเขาจนถึงกับต้องเอาชีวิต แต่สิ่งที่เขาทำทั้งหมดมันก็เพื่ออนาคตของลูกสาวคนเดียวของอินทัช แล้วมันเกิดอะไรขึ้น

                ผมไม่รู้จะพูดอะไรดี ผมไม่เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น ผมไม่รู้จะช่วยอะไรได้อีก รัชชานนท์รู้สึกสับสนในหัวใจจริงๆ เขาไม่รู้จะเริ่มต้นเรื่องนี้ยังไง

                ไม่ต้องพูด ฉันทำอะไรไว้ ฉันรู้ดี ในเมื่อหนีไม่ได้ ฉันก็จะรับผิดชอบทุกอย่าง แกน่าจะพอใจ

                อาคิดว่าผมควรดีใจหรือครับ ผมไม่รู้ว่าอาทำแบบนั้นทำไม ทั้งๆ ที่ผมพยายามช่วยเหลืออาทุกอย่าง

                มันมีอะไรกันแน่เดียว บอกอาได้ไหม อาเขยของเดียวมีคนอื่นจริงๆ ใช่ไหม จารุมนยังปักใจเชื่อว่าสามีนอกใจ

                ผมอยากให้อาทัชเป็นคนบอกทุกคนครับ รัชชานนท์หันไปบอกอาเขย พร้อมกับเดินไปคว้าตัวน้องสาวคนเล็กของครอบครัวมากอดไว้แนบอก อินทิราพอจะมองออกว่ามันต้องเป็นเรื่องร้ายแรงแน่ๆ เธอก็กอดเอวพี่ชายเอาไว้แน่นเช่นเดียวกัน อย่างน้อยมันก็รู้สึกอบอุ่นที่สุดในเวลานี้

                ฉันเป็นคนจ้างวานฆ่าเดียว สิ้นเสียงของอินทัช ทุกคนร้องตกใจเป็นเสียงเดียวกัน ไม่เว้นแม้แต่จิรพนธ์ที่แม้จะไม่ชอบใจการตัดสินใจของรัชชานนท์ในหลายๆ ครั้ง แต่ก็ไม่เคยคิดจะเอาชีวิตหลานชาย

                คุณว่าอะไรนะทัช คุณจะฆ่าหลานชายของฉันหรือ จารุมนถามเสียงเบาหวิว

                ใช่ ผมนี่แหละที่เป็นคนจ้าง อินทัชตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน จารุมนปล่อยเสียงสะอื้นหนักขึ้น มีพี่สะใภ้และพี่สาวคอยปลอบ สักพักเธอก็หมดสติไป ส่วนลูกสาวที่ยืนอยู่ในอ้อมกอดของพี่ชายก็ดูเหมือนจะช็อกกับสิ่งที่ได้ยินเหมือนกัน ไม่มีเสียงร้อง แต่น้ำตาไหลออกจากดวงตาทั้งสองข้าง แววตามองพ่อด้วยความเจ็บปวด อกมันร้าวเข้าไปถึงทุกอณูของหัวใจ ก่อนจะลามไปจนทั่วร่างกาย ตอนนี้อินทิรารู้สึกมีเหล็กแหลมนับล้านเล่มจิ้มตามตัวเธอเต็มไปหมด

                อาบอกผมได้ไหมครับ ทำไมอาต้องทำแบบนี้ ผมทำอะไรให้อาแค้นใจหนักหรือครับ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้ว แต่พอได้ยินจากปากคนที่เป็นอาเขย เขาก็อดที่จะรู้สึกเจ็บปวดไม่ได้อยู่ดี

                เพราะแกตัดหนทางหาเงินของฉันทุกอย่าง ฉันเป็นหนี้บอลหลายสิบล้าน ถ้าฉันไม่มีเงินไปใช้หนี้ ฉันก็ต้องตายเหมือนกันเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่มีอะไรต้องปิดเป็นความลับอีก

                นี่อากลับเล่นการพนันอีกแล้วหรือครับ ชยานันต์ถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ

                กลับไปเล่นอีกแล้วหมายความว่ายังไงคะพี่โต อินทิราถาม

                เฮ้อ! ไหนอาสัญญากับอาญาณ ผม แล้วก็เดียวแล้วไงครับว่าจะไม่กลับไปแตะต้องมันอีก แล้วการที่เดียวตายมันจะช่วยอาได้ยังไง ผมยังไม่เห็นมีทางเลย ผมว่าการที่อามาบอกผมกับเดียวตรงๆ มันน่าจะดีกว่าชยานันต์อดสงสัยในการกระทำของอาเขยไม่ได้

                แกไม่ต้องทำพูดดีไป ตอนที่เดียวมันรถคว่ำ แกก็ดีใจเหมือนกันไม่ใช่หรือ เพราะถ้ามันตาย แกก็จะเป็นใหญ่ที่สุดในบริษัทแทนมันอินทัชแสยะยิ้มใส่หลานชายคนโตอย่างคนรู้เท่าทันกัน

                ผมไม่เคยคิดจะฆ่าน้อง ชยานันต์ปฏิเสธเสียงแข็ง

                หึหึ ไม่เคยคิดจะฆ่าน้อง แต่ถ้าน้องตายก็ดีเหมือนกันใช่ไหม แกจำได้หรือเปล่า หลังจากวันที่เดียวรถคว่ำ หายไปวันสองวัน ยายอินมันถามหาพี่ชายสุดที่รักตลอด ทั้งๆ ที่แกรู้อยู่เต็มอกว่าเดียวหายไป แกก็ไม่คิดจะออกตามหา แถมยังบอกยายอินว่า พี่ชายไปติดต่อธุรกิจไม่ต้องเป็นห่วง การกระทำของแกมันหมายความว่ายังไง รัชชานนท์อึ้งอีกครั้ง สรุปวันนี้เขาต้องมารับรู้ว่ามีคนในครอบครัวอย่างน้อยก็สองคนที่อยากให้เขาจบชีวิตลง จะมีเพิ่มมาอีกหรือเปล่านี่ และก็มีบุคคลที่ช็อกเพิ่มขึ้นก็คือชยันต์และสุชานาถ เมื่อรับรู้ความคิดของบุตรชาย

                มันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเราครับนี่ เจนธรรมพูดออกมาอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

                นั่นสิพี่เจน เจนนี่ไม่เข้าใจ ทุกคนเป็นอะไรกันไปหมด พ่ออย่าบอกนะว่าพ่อก็อยากให้พี่เดียวตายเหมือนกัน ไม่รู้อะไรดลใจให้เจนจิราถามพ่อตัวเองแบบนั้น และคำตอบมันก็บอกได้เป็นอย่างดีว่าพ่อคิดอะไร เพราะท่านไม่ตอบปฏิเสธ เอาแต่นั่งก้มหน้า ให้ตายเถอะ มันเกิดเรื่องบ้าบออะไรในบ้านหลังนี้ และเพราะความเงียบเป็นคำตอบของผู้เป็นสามี จารุภาก็กอดคอน้องสาวร้องไปด้วย ต่อให้เธอปากร้ายหรือเอาเปรียบหลานชายยังไง แต่รัชชานนท์ก็คือหลานในไส้ เธอไม่เคยคิดร้ายกับหลานเลยสักนิด

                ไม่ใช่แค่เรื่องการพนันอย่างเดียวใช่ไหมครับอาทัช รัชชานนท์ถามแบบปลงๆ ในเมื่อวันนี้มันเป็นวันเลวร้ายที่สุดในชีวิตเขาแล้ว เขาก็ขอรู้มันทุกเรื่องเลยก็แล้วกัน

                ใช่ จริงๆ มันก็เริ่มตั้งแต่สมัยพี่ญาณนั่นแหละ ตอนฉันแต่งงานกับมน คุณพ่อได้ให้หุ้นของบริษัทเป็นของขวัญวันแต่งงานด้วย ตอนนั้นฉันตั้งใจและทุ่มเทให้กับบริษัท จนได้รับความไว้วางใจจากคุณพ่อรองจากพี่ญาณ หน้าที่การงานที่โดดเด่น ทำให้ฉันได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นผู้จัดการดูแลโรงงานผลิตจิวเวลรี่

                ในขณะที่พนธ์มันก็ทำงานโรงแรม ที เค พัทยา พาราไดซ์ ในเครือธีฆะธนธรรม ซึ่งจะว่าไปผลงานของมันก็ไม่ได้ดีไปกว่าของฉันเท่าไหร่นัก แต่พ่อแกสนับสนุนให้มันเข้ามาดูแลกิจการในโรงแรมในเครือทั้งหมด แทนที่จะเป็นฉัน ตอนนั้นคุณปู่ของแกตั้งใจผลักดันให้ฉันขึ้นเป็นผู้บริหารโรงแรมแทน แต่พ่อแกคัดค้าน ทำให้ฉันเป็นได้แค่ผู้จัดการโรงงานผลิตจิวเวลรี่เรื่องราวในอดีตถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกคร้ง

                ผิดแล้วทัช นายเข้าใจผิดแล้ว เสียงของชยันต์ดังขึ้น

                ผิดตรงไหน ในเมื่อผมได้ยินกับหูอินทัชตวาดใส่พี่เมียเสียงดังลั่น

                ถ้าแกได้ยินกับหู หูแกคงเพี้ยนน่าดู พี่จะบอกอะไรให้นะทัช ญาณมันสนับสนุนทุกคน และมันรู้ว่าแต่ละคนถนัดที่จะทำงานอะไร ที่มันค้านไม่ให้แกไปดูแลงานโรงแรม เพราะตอนนั้นมันมีโครงการที่จะเปิดโรงงานจิวเวลรี่ที่เชียงใหม่ ญาณมันกำลังจะสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับแกและครอบครัว ญาณบอกกับพี่และคุณพ่อว่าสักวันโรงงานจิวเวลรี่จะเป็นของครอบครัวของมนทั้งหมดโดยเด็ดขาดเสียงของชยันต์ก็ไม่ได้เบาไปกว่าน้องเขยคนเล็กเลย

                ส่วนพนธ์ก็ให้บริหารโรงแรมส่วนหนึ่งของธีฆะธนธรรม ครอบครัวของภาก็จะได้เป็นเจ้าของโรงแรมในเครือธีฆะธนธรรมภาคตะวันออกโดยเด็ดขาดเช่นเดียวกัน ญาณมันพยายามผลักดันให้ทุกครอบครัวมีรากฐานที่มั่นคง และต่อยอดด้วยตัวเองได้ ถึงแม้ว่าจะขึ้นชื่อว่าอยู่ภายใต้อาณัติของธีฆะธนธรรม แต่ทุกคนในครอบครัวก็รู้อยู่ดีว่าอะไรเป็นอะไร และเราก็จะเกื้อหนุนธุรกิจกันได้ พี่น้องทุกคนจะมีทรัพย์สินและธุรกิจเป็นของตนเอง ไว้ให้ลูกหลานต่อยอดต่อไป นี่หรือที่แกบอกว่าญาณมันขัดขวางความเจริญของแกประโยคสุดท้ายพี่คนโตของบ้านย้ำเสียงหนักแน่น ราวกลับอยากให้มันไปตราประทับที่หัวใจของทุกๆ คนที่อยู่ในห้องนี้

                หึหึ ไหนล่ะโรงงานจิวเวลรี่ที่เชียงใหม่อินทัชหัวเราะเยาะให้กับเรื่องราวที่ได้ยิน

                ก็เพราะแกอีกนั่นแหละทัช หลังจากญาณร่างโครงการโรงงานจิวเวลรี่ได้ไม่นาน ประสิทธิภาพในการทำงานของแกก็ลดลง ทำให้โครงการนี้ถูกยืดไปก่อน แต่ดูเหมือนแกจะไม่ได้ทำตัวดีขึ้นเลย แผนงานโครงการทุกวันนี้ก็ยังอยู่ที่โต ญาณบอกโตเอาไว้ว่าอยากให้โครงการนี้เป็นรูปเป็นร่างเร็วๆ แต่เมื่อเห็นว่าแกยังไม่พร้อม ญาณก็ตั้งใจเก็บโครงการนี้ไว้ให้ยายอิน

                คุณอา จำเรื่องที่คุณอาลักลอบเอาเพชรพลอยออกไปขายได้ไหมครับ ตอนนั้นอาญาณกับผมจับได้ว่าอาเริ่มเล่นการพนัน ปลอมแปลงสินค้า ทำให้เราเสียหายไปเท่าไหร่ ดีกว่าเราเก็บพวกเครื่องประดับพวกนั้นกลับมาทัน ก่อนจะถูกส่งไปยังร้านจิวเวลรี่ของเรา อาญาณไม่เอาผิดอาเลยสักอย่าง แถมยังให้โอกาสอาทำงานในตำแหน่งเดิม ขอเพียงแค่อาสัญญาว่า ถ้าเราเคลียร์หนี้ทุกอย่างเกี่ยวกับการพนันให้อาหมด และเรื่องโรงงานจิวเวลรี่จะเป็นความลับตลอดไป อาจะเลิกเล่นการพนันและกลับมาตั้งใจทำงานเหมือนเดิม ผมก็เห็นอาทำได้ดีมาตลอดแล้วมันเกิดอะไรขึ้นครับเป็นอีกครั้งที่ชยานันต์ถามด้วยความสงสัย และต้องการความกระจ่างทั้งหมด

                ผมคงเป็นคนกดดันอาเป็นคนสุดท้ายสินะครับ ทำให้อาอยากจะฆ่าผม รัชชานนท์หลับตาลง ก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้เขานั่งอยู่ที่เก้าอี้ทำงาน มีน้องสาวที่เขารั้งให้เธอนั่งบนตัก เขาไม่ยอมปล่อยอินทิราจากอ้อมกอดของตัวเองเลย ตั้งแต่เริ่มรับฟังเรื่องราวต่างๆ น้องนั่งฟังนิ่งเงียบ เงียบจนบางครั้งเขากลัวใจน้องเหลือเกิน

                ใช่ แกทำให้ฉันไม่มีทางเลือก

                เดียวบอกอาสิ เดียวทำอะไรให้อาทัชไม่มีทางเลือก จารุมนถามหลังจากฟื้นขึ้นมารับรู้เรื่องราวต่างๆ ถ้าต้องรู้อีกสักเรื่องก็คงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้

                หลังจากคุณพ่อเสีย พอผมเข้ามาบริหารงานก็เจอเอกสารชุดหนึ่งจากฝ่ายจิวเวลรี่ ผมรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ ก็เลยเริ่มหาความจริง พบว่าหลังๆ มีเพชรพลอยคุณภาพต่ำปนเข้ามาเยอะมาก แถมราคาของก็สูงขึ้นผิดปกติ มีลูกค้าติงมาหลายครั้ง แต่พนักงานก็ทำอะไรไม่ได้ เมื่อเรื่องมาถึงอาทัช ทุกอย่างก็เงียบ ไม่มีการแก้ไขจุดที่บกพร่อง จนกระทั่งผมได้หลักฐานมาทั้งหมด ก็เลยเชิญอาทัชมาพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว

                ทำให้ผมรู้ว่าอาทัชยังไม่เลิกเล่นการพนัน เพียงแต่อาทัชเพิ่มความรอบคอบมากขึ้นเพื่อไม่ให้พ่อกับพี่โตสงสัย อาทัชขยันทำงานเหมือนเดิม เงินที่ยักยอกไปก็ไม่ได้หมดไปกับการเล่นพนันทั้งหมดหรอกครับ ส่วนหนึ่งก็คงต้องการเก็บเอาไว้ให้อินกับคุณอาด้วย ถ้าผมคิดไม่ผิดคืออาทัชคงไม่แน่ใจในความมั่นคงของตัวเองในบริษัท อย่างที่ลุงยันต์บอก อาทัชคิดว่าพ่อผมกีดกัน ตัวผมก็คงคิดจะกีดกันอาเหมือนกัน แต่สิ่งที่ผมทำ ผมบอกได้เลยนะครับ ผมทำเพื่อครอบครัวอานั่นแหละหลังจากเล่าเหตุการณ์ต่างๆ รัชชานนท์ก็จบด้วยการบอกถึงเจตนาที่แท้จริงของตัวเอง

                โดยการยึดหุ้นฉันคืนไปเป็นของแกงั้นเหรออินทัชมองหลานชายด้วยแววตาสมเพชและไม่คิดจะเชื่อในคำพูดเหล่านั้นเลย

                เปล่าเลยครับอา ที่ผมไม่เอาผิดอาเรื่องยักยอกทรัพย์ของบริษัท เพราะอาเป็นอาเขยของผม ที่ผมให้อาเอาเงินไปใช้หนี้พนันบอลอีกครั้งเพื่ออินทิรา ที่ผมยึดหุ้นคืนก็เพื่ออินทิรา และที่ผมย้ายลุงมาทำงานที่บริษัทแทนการตำแหน่งเดิมของอาก็เพื่ออินทิรา ผมไม่อยากให้น้องเห็นพ่อตัวเองหมดตัว ผมไม่อยากให้น้องตกระกำลำบาก ผมอยากให้น้องมีชีวิตที่ดี เป็นน้องที่น่ารักและสดใสสำหรับผมตลอดไป

                ที่ผมยอมให้หุ้นยังเป็นชื่อของอา ผมก็เสี่ยงมากพอแล้ว ทั้งๆ ที่ผมสามารถโอนเป็นชื่อผม หลังจากอินทิราเรียนจบ ผมค่อยโอนคืนน้องก็ได้ แต่ผมไม่อยากทำแบบนั้น ผมอยากให้มันเปลี่ยนจากชื่ออาเป็นชื่อของอินทิรา น้องจะได้รู้สึกว่าพ่อตั้งใจให้เป็นของขวัญ ไม่ใช่ให้น้องมารับรู้เรื่องที่อาทำอย่างตอนนี้ ผมผิดหรือครับแววตาแห่งความเสียใจของรัชชานนท์ฉายออกมาเพียงนิดแล้วก็จางหายไป

                ในเมื่อเดียวใช้หนี้ให้แกหมดแล้ว ทำไมแกยังต้องฆ่าเดียวอีก ชยันต์ถาม

                ผีพนันเข้าสิงแล้วมันไม่ได้เลิกง่ายๆ หรอกครับพี่ยันต์ อีกอย่างผมก็ไม่รู้ว่าเดียวจะคืนหุ้นให้กับอินจริงหรือเปล่า ถ้าเดียวตาย หุ้นมันก็จะกลับมาเป็นของผมเหมือนเดิม ไม่ต้องกลัวว่าเดียวจะโกงหุ้นส่วนนี้หรือเปล่า และที่แน่ๆ ผมจะกลับมาได้รับความสำคัญเหมือนเดิม มีเงินทองมากขึ้นกว่าเดิม ทำอะไรได้มากกว่าที่เป็นอยู่ และไม่มีใครมาจับผิดผมอีก

                พอคนของผมทำไม่สำเร็จ ผมก็ตั้งใจจะรอเวลาให้ผ่านไปอีกพักใหญ่ แต่เดียวก็บีบบังคับผมทางอ้อม โดยการตัดบัญชีเงินสำรองที่อยู่ที่โต ทำให้ผมไม่สามารถหมุนเงินไปจ่ายให้กับพวกเจ้าหนี้ เมื่อไม่มีทางหาเงิน ผมก็ต้องเล่นหนักขึ้น ถ้าชนะจะได้มีเงินมาใช้หนี้ แต่ปรากฏว่าโชคก็ไม่เข้าข้างอยู่ดี หนี้จากพนันบอลเพิ่มขึ้น จนหาทางออกไม่ได้ มีทางเดียวคือขายหุ้นของผมมาใช้หนี้เขา

                และทางเดียวที่จะทำให้ผมขายหุ้นได้โดยไม่มีใครรู้เรื่องราวที่ผมทำเอาไว้ก็คือต้องจัดการกับเดียว กว่าจะได้โอกาสก็ต้องรอให้เดียวกลับจากอังกฤษ แต่ผมก็ไม่คิดว่าจะสบโอกาสเร็วแบบนี้ เสียดายที่หลานชายพี่ดวงแข็ง ไม่งั้นงานนี้คงมีคนดีใจพร้อมกับผมอีกหลายคน จริงไหมโต พนธ์อินทัชแสยะยิ้มอย่างดูหมิ่น ใครบ้างไม่อยากเป็นใหญ่ ไอ้ที่พูดออกจากปากมันก็แค่คำพูดสวยหรู เอาเข้าจริงๆ มันก็เหมือนกันหมด

                อินไม่อยากได้อะไร อินไม่ต้องการอะไร ทำไมพ่อต้องทำแบบนี้ด้วย ทำไมพ่อใจร้ายแบบนี้ พี่เดียวเขาดีกับเราแค่ไหน พ่อไม่รู้เหรอ พ่อทำได้ยังไง ทำไม ทำไมพ่อต้องทำแบบนี้ด้วย อินทิราตัดพ้อผู้เป็นพ่อ สายตามองท่านอย่างเจ็บปวด เธอกอดพี่ชายเอาไว้แน่น พ่อจะฆ่าคนดีของเธอ พ่อทำได้ยังไง หัวใจสาวน้อยอินทิราแตกสลายไม่มีชิ้นดี เธอไม่เคยคิดเลย พ่อที่แสนจะใจดีของเธอ จะสั่งฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น

                ก๊อก ก๊อก ก๊อก ทั้งหมดหันมามองหน้ากัน รัชชานนท์พยักหน้า เจนธรรมซึ่งอยู่ใกล้ประตูมากที่สุดเป็นคนเปิด คนรับใช้คนหนึ่งของบ้านนั่นเอง

                มีอะไรส้มเจนธรรมถาม

                เอ่อ..มีตำรวจมาเต็มบ้านเลยค่ะ ขอพบคุณอินทัชค่ะ คุณเจนสาวใช้รายงานเจ้านายอย่างกลัวๆ กล้าๆ แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็พอดูออกว่ามันไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

                ถึงเวลาแล้วสินะ ไปบอกเขา เดี๋ยวฉันลงไปอินทัชบ่นพึมพำก่อนจะหันไปสั่งสาวใช้

                ค่ะ ประตูถูกปิดลงอีกครั้ง

                พ่ออาจจะทำผิดต่ออินต่อแม่ แต่พ่อรักลูกนะอิน ขอให้อินเป็นเด็กดี พ่อฝากแม่ด้วย ดูเหมือนเด็กสาวจะยังไม่พร้อมที่จะรับรู้อะไร เธอไม่มองแม้แต่หน้าพ่อ เอาแต่ซุกอยู่กับอกของพี่ชาย

                มน ผมขอโทษ ผมรักคุณนะ ต่อไปดูแลตัวเองให้ดี ผมคงต้องไปแล้ว ลาก่อน จารุมนลุกขึ้นกอดสามีร้องไห้ตัวโยน ไม่มีคำพูดใดออกจากปากเธอเลย

                อาฝากอินด้วยนะเดียว อย่าทิ้งน้อง ทุกอย่างมันเป็นความผิดของอาคนเดียวสุดท้ายอินทัชก้องยอมรับว่าคนเดียวที่จะดูแลลูกสาวสุดที่รักของเขาได้อย่างดีที่สุดนั่นก็คือคนที่เขาจ้องจะเอาชีวิต

                ครับอา รัชชานนท์รับปากด้วยน้ำเสียงหนักแน่น อิน ไม่อยากกอดพ่อเหรอ พี่รู้ว่าอินเสียใจ แต่อินรู้ใช่ไหมว่าพ่อทำเพื่อใคร ไม่ว่ามันจะเป็นวิธีที่ถูกต้องหรือไม่ พ่อก็ทำเพราะรักอินนะ อินทิราลุกจากตักของพี่ชาย เดินเข้าไปกอดพ่อ สามคนพ่อแม่ลูกกอดกันร้องไห้ เป็นภาพที่แสนจะสะเทือนใจสำหรับทุกคนที่อยู่ในห้อง

                ครอบครัวของอินทัชออกจากห้องไปแล้ว จารุมนและอินทิรา ต่างพร้อมใจไปส่งอินทัช เพราะไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัวอีกเมื่อไหร่ สำหรับคนที่เหลือในห้องก็จับจองมุมของตัวเองเอาไว้อย่างเหนียวแน่น ไม่มีใครพูดอะไรออกมา นอกจากเสียงถอนหายใจเป็นระยะ ทุกคนรับรู้ถึงความสะเทือนใจของคนรอบข้าง ในที่สุดก็เป็นชยันต์ที่เริ่มบทสนทนา

                ไหนๆ วันนี้ลุงก็พูดอะไรไปเยอะแล้ว วันนี้ลุงของพูดเรื่องราวทั้งหมดเลยแล้วกันนะเดียว จะได้ไม่ต้องมีการเข้าใจผิด จนมีความคิดจะให้คนในครอบครัวเดียวกันตายอีก คำสุดท้ายชยันต์ย้ำอย่างหนักแน่นและจ้องลูกชายคนโตไม่วางตา ชยานันต์หลบตาผู้เป็นพ่อ

                เฮ้อ! มีอะไรอีกครับลุง รัชชานนท์รู้สึกสมองตื้อไปหมด ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว แค่เขารู้ว่าคนที่เป็นหลักให้บริษัทฯ ทั้งสามคนอยากให้เขาตาย โดยไม่สนใจว่าจะตายเอง ถูกยิงตาย หรือเกิดอุบัติเหตุตาย แต่เป้าหมายมันก็คือต้องการให้เขาตายนั่นแหละ

                เรื่องของครอบครัวลุง ลุงเป็นคนบอกพ่อของเดียวเองว่า ลุงอยากให้ลูกชายของลุงทั้งสองคน ช่วยญาณบริหารงานในส่วนที่เหลือ และถ้าเดียวมารับช่วงต่อ ลุงก็อยากให้ทั้งสามคนพี่น้องร่วมแรงร่วมใจกันทำให้ธีฆะธนธรรมมั่นคงและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่าลุงกับพ่อของเดียวคือทายาทของธีฆะธนธรรม รุ่นต่อไปและลุงยอมวางมือให้พ่อของเดียวบริหาร เพราะเชื่อฝีมือและคิดว่าตัวเองคงทำไม่ได้ เมื่อโตเรียนจบ ญาณก็ให้โตเข้าไปช่วยงานและสอนงานทุกอย่าง เพื่อรอเดียวกับเล็กกลับมา พ่อของเดียวจะได้ปลดเกษียณพักผ่อน ปล่อยให้ธีฆะธนธรรมรุ่นใหม่ไฟแรงมาสานต่อความสำเร็จต่อไป ลุงไม่คิดว่าญาณจะจากไปเร็วแบบนี้ และไม่คิดว่าลูกชายลุงมันจะมีความคิดชั่วๆ อยู่ในหัว อยากให้น้องที่ใช้นามสกุลเดียวกันตายประโยคสุดท้ายที่หลุดออกจากปากของชยันต์เต็มไปด้วยความเจ็บปวด และเสียใจที่สุดกับการกระทำของบุตรชายคนโต

                พ่อครับ ผมขอโทษ ชยานันต์ลุกเข่าต่อหน้าบิดา ก้มลงกราบที่เท้าของผู้เป็นพ่อ

                สำหรับผมคงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้แล้วครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ รัชชานนท์ตั้งใจบอกกับทุกคน แล้วเขาก็เดินออกจากห้องไป เพราะไม่อยากพูดคุยกับใครอีก ไม่อยากรับรู้อะไรอีก มันเต็มจนไม่มีที่จะยัดเข้าไปแล้ว พอแล้วสำหรับเรื่องเลวร้ายต่างๆ พอกันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

61 ความคิดเห็น