อุบัติเหตุแห่งรัก (ประกาศผลผู้โชคดีแล้วค่ะ)

ตอนที่ 11 : บทที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 384
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 มี.ค. 53

บทที่ 10

 

                เมื่อรวมกลุ่มกันครบ รัชชานนท์ก็พาสองสาวตรงไปยังร้านอาหารทันที เพราะมันเลยเวลามามากพอสมควรแล้ว อีกอย่างตอนนี้เขาต้องหาทางติดต่อคนที่โยนหัวใจของเขาลงพื้นไปแล้วเมื่อกี้ให้ได้ เรื่องอะไรเขาจะยอมหายไปจากชีวิตของเธอ มิสซิลสมิทอย่างข้าวหอม หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

                สั่งอาหารตามสบายเลยนะครับ ผมขอโทรศัพท์แป๊บหนึ่ง รัชชานนท์บอกหลังจากเลื่อนเก้าอี้ให้สองสาวแล้ว

                เดียว คุณจะโทรหาใครอีกคะ นี่มันเวลาพักนะคะ ไม่ใช่เวลาทำงาน พรรณนาราทำเสียงเล็กเสียงน้อยใส่เขาอีก

                ธุระสำคัญครับ ไม่ต้องรอผมแล้วนะครับ ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ทานกันแน่ๆ สั่งอาหารก่อนดีกว่าครับ จะได้ไม่เสียเวลา คุณพลีซก็เหมือนกันนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ เอาเป็นว่ามื้อนี้ผมเลี้ยงเองดีกว่าครับรัชชานนท์ตัดบท ไม่ต้องการให้ใครมานั่งรอเขาอีก

                ขอบคุณค่ะ เชิญคุณเดียวคุยธุระตามสบายเลยนะคะ กนกพิชญ์เล่นบทโอนอ่อนผ่อนตาม ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะไปกระตุ้นต่อมไม่สบอารมณ์ของชายหนุ่ม

                เดี๋ยวผมมานะครับ รัชชานนท์กล่าวจบก็เดินเลี่ยงออกนอกร้านไป เมื่อพ้นสายตาของสองสาวแล้ว เขารีบต่อสายหายธัญรดาทันที

                มีอะไรหรือคะพี่เดียว หรือว่าหมอบอกว่าคนของพี่เดียวเจ็บหนักจนต้องตัดขาทิ้ง ธัญรดาไม่กล่าวประโยคทักทายชายหนุ่มเลย เห็นเบอร์ปุ๊บ รับปั๊บ ประชดปึ๊บ

                โธ่ข้าวหอมครับ พี่บอกแล้วไงว่าเขาไม่ใช่แฟนพี่ ไม่เชื่อพี่หรือครับ รัชชานนท์ส่งเสียงออดอ้อนไปทันที

                พี่เดียวมีอะไรหรือเปล่าคะ ธัญรดาไม่ตอบแต่ถามเขาแทน

                ข้าวหอมอยู่ไหนครับ

                อ้าว ถามแปลกๆ เมื่อกี้พี่เดียวเจอข้าวหอมที่ไหนล่ะคะ ข้าวหอมก็อยู่ที่นั่นแหละเสียงสะบัดของคนปลายสายทำให้รัชชานนท์ยิ้มออกมาได้นิดนึง อย่างน้อยอาการงอนของเธอก็ยังบ่งบอกได้ว่าเขาคือคนสำคัญ

                อย่าประชดสิครับ พี่อยากรู้จริงๆ น้า ชายหนุ่มง้อหญิงสาวอีก

                รู้ไปพี่เดียวก็มาหาข้าวหอมไม่ได้หรอกค่ะ เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นที่ข้าวหอมต้องบอก

                อย่าโกรธพี่เลยนะ พี่ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย พี่ไม่ได้โกหกข้าวหอมจริงๆ นะ เอางี้บอกพี่มาว่าข้าวหอมอยู่ส่วนไหนของห้าง พี่จะไปหาข้าวหอมเดี๋ยวนี้ รัชชานนท์ยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

                เฮ้อ! เอาเป็นว่าข้าวหอมไม่ได้โกรธพี่เดียว ข้าวหอมเชื่อพี่เดียวก็แล้วกันนะคะ พี่เดียวไม่ต้องมาหาข้าวหอมหรอกค่ะ ข้าวหอมกำลังจะคุยงานกับเจ้านาย พี่เดียวไปดูแลคนที่พี่เดียวพามาด้วยดีกว่า แค่นี้นะคะ

                ไหนบอกว่าเชื่อพี่ไงล่ะ ทำไมยังพูดแบบนั้นอีก สรุปข้าวหอมไม่เชื่อพี่ใช่ไหมครับรัชชานนท์ออกอาการตัดพ้อ

                เชื่อก็ได้ค่ะ ธัญรดาตัดปัญหาเพราะไม่อยากคุยเรื่องนี้อีก ส่วนจะเชื่อยังไงมันก็เรื่องของเธอ จะว่าไปเรื่องของเรามันก็เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น จะเป็นไปในทิศทางไหนก็ยังไม่รู้เลย

                คุยงานเสร็จแล้วเราเจอกันได้ไหมครับ พี่คิดถึงข้าวหอมจะแย่แล้วรัชชานนท์หยอดคำหวานผ่านทางคลื่นอีกครั้ง หวังจะลดอาการขุ่นมัวในหัวใจของเธอให้จางลงบ้าง

                อันนี้ไม่อยากเชื่อเลยค่ะ แต่วันนี้คงไม่ได้นะคะพี่เดียว คุยงานเสร็จข้าวหอมต้องรีบกลับบ้านค่ะ เอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันนะคะ หญิงสาวปฏิเสธ เพราะวันนี้เธอขับรถมา และไม่อยากกลับถึงบ้านค่ำนัก

                ก็ได้ครับ เอาเป็นว่าเราเข้าใจกันแล้วนะ ขากลับก็ขับรถดีๆ นะครับ พี่เป็นห่วงเมื่อเห็นว่าเธอไม่ให้ความร่วมมือกับเขาเลย เขาก็ไม่อยากดันทุรังให้เธอโกรธไปมากกว่านี้ จึงยอมถอยให้กับเธอก่อน

                ค่ะ สวัสดีค่ะ แล้วสัญญาณก็ถูกตัดไป รัชชานนท์ถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยเธอก็ยังไม่ตัดบัวจนไม่เหลือใย

 

                ชีวิตวุ่นวายแต่สงบสุขกลับมาหารัชชานนท์อีกครั้ง เมื่อผ่านวิกฤตอาหารมื้อเที่ยงที่แสนอลวนวันนั้นมาได้ เขาก็ไม่คิดจะพาสาวที่ไหนไปกินข้าวด้วยอีกเลย (ถ้าเขาเลี่ยงได้นะ) เนื่องจากทฤษฎีโลกกลมยังใช้ได้ดี และอีกทฤษฎีที่เขาตั้งขึ้นเอง นางเอกกับนางร้ายมักหนีกันไม่พ้น ไม่ว่าจะอยู่ห่างกันสุดล่าฟ้าเขียว ทั้งสองก็สามารถเดินชนกันได้ โดยที่ต้องมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอยู่กับเขาทุกครั้ง ให้ตายสิ เขาไม่ได้คิดว่าเขาเป็นพระเอก ข้าวหอมเป็นนางเอก พรรณนาราเป็นนางร้าย เพราะตั้งแต่ปะทะคารมกันวันนั้น สองคนนี้ก็ยังไม่ได้เจอกันอีกเลย รวมถึงเขาด้วยที่ไม่มีโอกาสได้เจอกับข้าวหอม มีแต่โทรคุยกันบ้างประปราย เพราะงานเขายุ่งเหลือเกิน

                แต่ทฤษฏีนี้เขาใช้กับพรรณนาราและกนกพิชญ์ต่างหาก สองคนนี้เจอกันเป็นไม่ได้ ต้องหาเรื่องมาแขวะกันตลอดเวลา จนเขารู้แล้วว่า กนกพิชญ์ตัวจริงกับกนกพิชญ์นางเอกละครอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ภาพลักษณ์ไปคนละแนว เท่านั้นยังไม่พอ เธอยังตีสนิทกับเขาด้วยการเปลี่ยนจากคุณเดียว กลายเป็น เดียวคะ เดียวขา เหมือนกับพรรณนาราอีก แรกๆ เขาก็เดาเอาว่าเธอคงอยากยั่วหญิงสาวอีกคนมากกว่า แต่พอพูดบ่อยๆ เขาก็กลายเป็นสรรพนามที่ใช้เรียกเขาไปโดยปริยาย

                ท่านคะ เสียงตกอกตกใจ และกิริยาท่าทางที่พรวดเข้ามาในห้องของปานชีวา ทำให้เจ้าของห้องขมวดคิ้วเป็นปม

                มีอะไรหรือเปล่าครับคุณปาน

                ประชาสัมพันธ์แจ้งมาว่า คุณพรรณกับคุณพลีซทะเลาะกันอยู่ข้างล่าง ไม่มีใครกล้าห้ามค่ะ ปานชีวารายงานสถานการณ์อย่างรวดเร็ว

                โอเค ผมรับทราบ เดี๋ยวผมลงไปจัดการเอง รัชชานนท์บอกอย่างเหนื่อยหน่าย เลขาสาวก็มองอย่างเห็นใจ ใครจะกล้าห้าม คนหนึ่งก็มีแนวโน้มจะเป็นคุณนายท่านประธาน อีกคนก็เป็นพรีเซ็นเตอร์คนสำคัญของบริษัท เกิดพลาดท่าเสียทีไปทำร้ายเข้าให้ เป็นเรื่องกันพอดี

                รัชชานนท์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ประจำตำแหน่ง เดินออกจากห้องไป โดยมีเลขาสาวคนสวยทำหน้าที่ปิดประตูให้เรียบร้อย ไม่นานเขาก็ลงมาถึงสมรภูมิรบของสองสาว หลายคนที่กำลังมองดู พอเห็นใครคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น พนักงานทั้งหลายต่างสลายไปในพริบตาเดียว

                ชายหนุ่มยืนมองผู้หญิงสองคนที่ทำท่าจะกระโจนเข้าหากันในวินาทีใดวินาทีหนึ่งต่อจากนี้ มันน่าอิจฉาหรือน่าสมเพชตัวเองดี ที่มีผู้หญิงมาตบตีเพื่อแย่งชิงตัวเอง มาก่อเหตุถึงที่ทำงาน จะบอกว่าเขาไม่รู้สึกอะไรก็ไม่ได้ เพราะเขารู้สึกอับอายพนักงานทุกคน สงสัยงานนี้ต้องจัดการขั้นเด็ดขาด เสียงด่าทอ รวมถึงมือที่เงื้อค้างไว้ของคู่กรณีทั้งสอง ทำให้รัชชานนท์ต้องใช้เสียงที่แสดงถึงอำนาจและความเฉียบขาดทันที

                หยุดเดี๋ยวนี้ ที่นี่มันบริษัทของผม ไม่ใช่โรงถ่ายละครที่คุณทำงานนะครับคุณกนกพิชญ์ รัชชานนท์เล่นงานพรีเซ็นเตอร์สาวก่อน เพราะยังไงก็ถือว่าเป็นคนของเขา พรรณนาราได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มเยาะอย่างสะใจ ในขณะที่กนกพิชญ์หน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด

                ส่วนคุณพรรณนารา ที่นี่เป็นที่ส่วนบุคคล ไม่ใช่ที่สาธารณะที่คุณจะมาหาเรื่องใครก็ได้ ถ้าไม่รู้จักให้เกียรติสถานที่ ก็น่าจะรู้จักรักษาหน้าตัวเองเอาไว้บ้าง พรรณนาราก็หน้าเสียเช่นกัน เธอไม่เคยโดยใครว่ากล่าวต่อหน้าสาธารณชนแบบนี้

                คุณสองคนก็เป็นคนมีการศึกษาด้วยกันทั้งคู่ มีหน้ามีตาทางสังคมไม่ด้อยกว่ากัน ไม่รู้สึกอายบ้างหรือครับที่ทำตัวไม่สมกับที่มีคนหลายๆ คนอิจฉาพวกคุณ คนหนึ่งเป็นถึงลูกมหาเศรษฐีมีเงินใช้จนเหลือเฟือ อีกคนก็เป็นนักแสดงฝีมือฉกาจ แต่วันนี้คุณสองคนตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนอื่นหรือยัง รัชชานนท์ถือโอกาสสั่งสอนทั้งสองสาวไปในคราวเดียวกัน ส่วนจะฟังหรือเปล่า มันก็ไม่ใช่เรื่องของเขา

                แต่เดียวค่ะ คุณพรรณเธอมาหาเรื่องพลีซก่อนนะคะ กนกพิชญ์ฉวยโอกาสฟ้องก่อน

                ไม่จริงนะคะเดียว พรรณไม่ได้หาเรื่องยายนี่ มันสิคะ ที่มาหาเรื่องพรรณก่อน พรรณนาราฟ้องบ้าง

                ไม่จริง เธอนั่นแหละหาเรื่องฉันก่อน กนกพิชญ์โต้ตอบอีกครั้ง

                ไม่จริง เธอต่างหากที่หาเรื่องฉันก่อน พรรณนาราโยนความผิดให้อีกฝ่าย แล้วทั้งสองคนก็เริ่มโยนความผิดกันไปกันมา จนรัชชานนท์ทนไม่ไหว

                หยุดเดี๋ยวนี้ หยุดทั้งสองคน ถ้าพวกคุณยังไม่หยุดเถียงกัน ผมจะให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยโยนคุณออกไปนอกบริษัทของผม และสั่งห้ามไม่ให้คุณสองคนเข้ามาเหยียบที่นี่อีก สิ้นเสียงทรงอำนาจ ก็ไม่มีเสียงนกเสียงกาหรือเสียงอะไรดังขึ้นอีกเลย สองสาวต่างชะงักงัน ไม่คิดว่ารัชชานนท์จะโกรธขนาดนี้

                ชูร์! สงบสติอารมณ์กันได้แล้วใช่ไหม ถ้าใช่ เชิญตามผมไปที่ห้องทำงาน ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณสองคน รัชชานนท์พูดจบก็หันหลังเดินตัวตรงกลับไปที่ลิฟท์ ไม่สนใจว่าจะมีใครเดินตามเขามาหรือไม่

 

                ปานชีวาเห็นเจ้านายเดินหน้าบอกบุญไม่รับ แล้วก็รู้สึกเกรงขึ้นมาเสียเฉยๆ ปกติเจ้านายเป็นคนยิ้มง่าย ไม่เคยเห็นหน้าดุอย่างตอนนี้เลย และเมื่อมองเลยไปทางด้านหลังก็เห็นหญิงสาวสองคนเดินตามหลังมา ใบหน้าของทั้งสองคนไม่ต่างกันนัก นั่นก็คือเหี่ยวเป็นต้นไม้ขาดน้ำ ท่าทางจะโดนอำนาจมืดของเจ้านายของเธอเข้าให้อย่างจัง งานนี้ไม่ใครคนใดคนหนึ่งคงกระเด็นออกจากวิถีชีวิตของท่านประธาน หรือไม่ก็อาจจะกระเด็นกระดอนไปทั้งคู่

                คุณปานเชิญที่ห้องด้วยครับ รัชชานนท์พูดเสียงเรียบ ก่อนจะเดินนำคู่กรณีเข้าไปในห้อง โดยมีปานชีวาปิดท้าย รัชชานนท์ทำอะไรบางอย่างกับหน้าจอโน้ตบุคของตน ก่อนจะเลื่อนหันข้างให้ตัวเขา

                คุณปานช่วยพิมพ์เอกสารให้ผมหน่อยนะครับ ปานชีวามองท่านประธานอย่างไม่เข้าใจ เพราะเธอไม่เห็นชายหนุ่มยื่นสิ่งที่ต้องพิมพ์ให้กับเธอเลย

                ผมว่าพิมพ์ที่นี่คงไม่สะดวก เชิญที่โซฟาดีกว่าครับ เชิญคุณสองคนด้วย รัชชานนท์บอกกับเลขาสาวเสร็จก็หันไปบอกคนก่อเรื่องทั้งสองคน และเขาก็เป็นคนถือโน้ตบุคไปวางบนโต๊ะกระจกที่ตั้งอยู่หน้าโซฟารับแขกรัชชานนท์เลือกให้สองสาวนั่งอยู่ที่โซฟายาวด้วยกัน ส่วนเขากับเลขาก็นั่งที่โซฟาเดี่ยวตรงข้ามกัน

                คุณปานช่วยเป็นพยานให้ผมด้วยนะครับ หากหลังจากนี้มีเหตุการณ์ที่ผิดไปจากข้อตกลง ผมจะได้พ้นข้อหาทำการเกินกว่าเหตุ

                ค่ะท่าน แม้ว่าจะยังไม่เข้าใจ แต่คิดว่าคงเป็นเรื่องที่สองสาวก่อเอาไว้แน่ๆ

                ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก ที่พวกคุณก่อกวนบริษัทของผม ผมจะไม่เอาเรื่องเอาราวอะไร เพราะคิดว่าคุณทั้งสองคนเป็นเพื่อน แต่ถ้ามีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นอีก ผมคงต้องจัดการขั้นเด็ดขาด และผมก็อยากตกลงกับคุณทั้งสองคนให้เข้าใจ เพราะครั้งหน้าไม่ว่าจะเกิดเรื่องเล็กหรือว่าเรื่องใหญ่ สำหรับผมไม่มีคำว่าปราณีอีกแล้ว รัชชานนท์มองหน้าหญิงสาวที่ละคน สายตาของเขาบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเขาพูดจริงทำจริง

                สำหรับคุณพลีซ คุณเซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทในเครือของผมเป็นเวลา 2 ปี และถ้าผมจำไม่ผิด ในสัญญาระบุไว้ด้วยว่า ถ้าหากคุณทำให้บริษัทเสียชื่อเสียง สัญญานั้นเป็นอันยกเลิก ซึ่งผมขอรวมในกรณีที่คุณก่อเหตุทะเลาะวิวาทด้วย ทะเลาะกันที่อื่น ผมอาจจะเอาเรื่องคุณไม่ได้ แต่ทะเลาะกันที่นี่ ผมเห็นกับตาและผมก็คิดว่านี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บริษัทของผมเสียหาย ดังนั้นหากเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้อีก ผมจะยกเลิกสัญญาที่ทำขึ้น กนกพิชญ์หน้าซีดเผือดลงอีก ถ้าโดนยกเลิกสัญญานั้นหมายถึงรายได้มหาศาลของเธอก็หลุดหายไปด้วย พรรณนารามองคู่กรณีอย่างสะใจ

                ถึงคุณจะเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบริษัทของผม แต่คุณก็ไม่ใช่พนักงานประจำ ไม่จำเป็นต้องเข้ามาที่นี่บ่อยๆ ก็ได้ จากนี้ไปถ้าไม่มีอะไรเกี่ยวกับงานของคุณ คุณก็ไม่จำเป็นต้องมาที่นี่อีก ผมว่าเอาเวลาที่คุณมาที่นี่ไปทำงานของคุณดีกว่า อย่ามาเสียเวลาอะไรที่บริษัทของผมเลย เท่าที่ผ่านมาผมว่ามันทำให้คุณขาดรายได้ไปไม่น้อยแล้ว หากคุณจะมาหาผมในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง ผมยินดี แต่เพื่อนก็ไม่จำเป็นต้องมาหากันทุกวัน จริงไหมครับ ผมหวังว่าคุณคงเข้าใจ กนกพิชญ์ได้แต่เจ็บใจที่ไม่สามารถโต้ตอบหรือโต้เถียงชายหนุ่มตรงหน้าได้เลย

                ส่วนคุณพรรณ คุณซึ่งไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับบริษัทของผม ไม่ว่าจะเป็นในฐานะพนักงาน พรีเซ็นเตอร์หรืออะไรก็ตามแต่ ผมก็ว่าคุณไม่ต้องมาเดินเฉิดฉายที่บริษัทผมทุกวันหรอกครับ ผมว่าคุณเอาเวลาที่มาที่นี่ไปช่วยคุณอาทำงานดีกว่านะครับ มันน่าจะเกิดประโยชน์กับตัวคุณมากกว่า ที่ผมพูดตรงๆ กับคุณ ก็เพราะคิดว่าคุณเป็นเพื่อน เพื่อนย่อมหวังดีกับเพื่อนเสมอ แล้วคุณก็ไม่จำเป็นต้องมานั่งเฝ้าผมอย่างที่คุณทำอยู่ มันไม่ได้มีประโยชน์อะไร เวลาเป็นสิ่งมีค่า คุณสมควรที่จะไปทำอะไรก็ได้ที่ทำให้ตัวคุณเกิดคุณค่าขึ้นมา ที่ผ่านมาผมพยายามแล้วที่จะประนีประนอมกับพวกคุณ เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่สนใจการกระทำของพวกคุณ เพราะผมยังรู้สึกห่วงใยความรู้สึกของคุณสองคน แล้วคุณสองคนเคยคิดถึงความรู้สึกของผมหรือเปล่าครับ รัชชานนท์พยายามที่จะพูดจาให้สุภาพที่สุด ไกล่เกลี่ยให้นุ่มนวลที่สุด

                ถ้าคุณสองคนคิดว่าผมเป็นเพื่อน เพื่อนก็ย่อมที่จะไม่ทำเพื่อนลำบากใจใช่ไหมครับ ดังนั้นถ้าคุณสองคนทำตามข้อเสนอของผมได้ ผมก็ยินดีที่จะคบกับคุณสองคนต่อไป สองสาวยิ้มขึ้นอย่างมีความหวัง

                คุณปานช่วยพิมพ์ตามคำพูดของผมให้หน่อยนะครับ ปานชีวาที่นั่งฟังเจ้านายพูดอยู่นานพอสมควรก็ถึงเวลาที่เธอจะทำหน้าที่ต่อแล้ว

                มารยาทที่พึ่งกระทำ รัชชานนท์บอกหัวข้อเรื่องให้กับปานชีวา ข้อหนึ่ง ที่นี่คือสถานที่ทำงาน ไม่ใช่ห้างสำหรับเดินช็อปปิ้ง ไม่ใช่ตลาดสดที่มีแม่ค้ามากหน้าหลายตาส่งเสียงตะโกนใส่กัน เพราะฉะนั้นที่นี่ก็ไม่ใช่ที่สำหรับคุณพรรณนาราและคุณกนกพิชญ์มาเดินช็อปปิ้งหรือรับฝีปากกัน ปานชีวาพิมพ์ข้อความไป ก้มหน้าแอบยิ้มไป เจ้านายเธอนี่วาจาเราะร้ายไม่ใช่เล่น

                ข้อสองที่นี่เป็นสถานที่ส่วนบุคคล ไม่ใช่สวนสาธารณะหรือที่ออกกำลังกายของใคร เพราะฉะนั้นที่นี่ก็ไม่ใช่ที่สำหรับคุณพรรณนาราและคุณกนกพิชญ์ใช้เป็นที่ประลองฝีมือกันว่าใครมือหนักเท้าหนักกว่ากัน

                ข้อสามที่นี่เป็นสถานที่ทำงาน ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเดินเข้าเดินออก ที่นี่เป็นที่สำหรับพนักงาน เป็นที่สำหรับบุคคลที่มาติดต่อเกี่ยวกับเรื่องงาน ดังนั้นที่นี่จึงไม่ใช่โรงถ่ายละคร ไม่ใช่ที่ที่คุณกนกพิชญ์จะมาเดินเล่น รอเวลาเข้าฉาก และไม่ใช่ธนาคารกรุงสยามของครอบครัวคุณพรรณนารา ดังนั้นคุณพรรณานารามาที่นี่ก็ไม่สามารถเบิกหรือถอนเงินจากบัญชีของคุณได้ ฉะนั้นคุณสองคนก็ไม่จำเป็นต้องมาที่นี่บ่อยๆ

                ข้อที่สี่ซึ่งเป็นข้อสุดท้าย ผมนายรัชชานนท์ ธีฆะธนธรรม เป็นประธานกรรมการบริษัทฯ ด้วยคุณวุฒิ วัยวุฒิที่มีมากพอสมควร ผมหาข้าวทานเองได้ โดยไม่ต้องมีใครมารับไปทานข้าวเป็นประจำ เหมือนที่คุณพรรณนาราและคุณกนกพิชญ์พยายามทำอยู่ ดังนั้นหากไม่มีโอกาสพิเศษอะไร หรือมีความจำเป็นอะไร คุณทั้งสองคนก็ไม่ควรสละเวลาอันมีค่ามาชวนผมไปทานข้าว และสุดท้ายผมดูแลตัวเองได้ ผมเลือกชีวิตตัวเองมาตั้งแต่เด็ก และตอนนี้ผมก็ยังยืนยันที่จะเลือกทางเดินชีวิตเอง โดยที่คุณสองคนไม่ต้องพยายามยัดเยียดมันให้กับผม เพราะถ้าผมไม่ มันก็คือไม่ ตกลงนะครับ รัชชานนท์มองหน้าสองสาวที่จ้องหน้าเขานิ่ง ไม่มีคำพูดใดหลุดจากปากสองสาวเลย จะว่าไปเป็นเพราะเขาไม่เปิดโอกาสให้พูดมากกว่า

                คุณปานช่วยปริ้นเอกสารนี้ให้ผมสัก 3 ชุดนะครับ ช่วยลงชื่อผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย ผมจะให้ทุกคนเซ็นรับทราบข้อตกลง ปานชีวายิ้มให้กับเจ้านาย แสดงว่าเจ้านายไม่หงุดหงิดเท่าไหร่ ยังมีอารมณ์ขันหยอกเล่นกับเธอได้

                รอสักครู่นะคะท่าน

                ครับ อ้อ! ฝากบอกแม่บ้านให้เอาน้ำมาเสิร์ฟให้แขกของผมด้วยนะครับ ผมก็ลืมไปเลยมัวแต่คิดหัวข้อการประชุม ปานชีวาอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ ให้สะใจ แต่เธอก็ไม่สามารถทำได้

                ในระหว่างรอผมก็ให้คุณตัดสินใจแล้วกันครับว่าจะลงนามในสัญญาของผมหรือเปล่า ถ้าไม่ผมก็คงไม่มีอะไรต้องพูดอีก แต่ผมถือว่าผมให้ความกระจ่างกับพวกคุณแล้ว

                ในที่สุดทั้งสองคนก็ต้องยอมเซ็นสัญญาลงนามของรัชชานนท์ พรรณนารายังหวังว่าเธอมีโอกาส ส่วนกนกพิชญ์คิดว่า เธอไม่มีความจำเป็นต้องมายื้อแย่งผู้ชายคนนี้อีก แต่การตัดสัมพันธ์กันไปเลย อาจทำให้งานที่เธอทำอยู่อาจมีปัญหาได้ บทสรุปทั้งหลายแหล่จึงจบลงด้วยดี

 

                ทางด้านของธัญรดาหลังจากที่คุยงานกับเจ้านายที่ห้างวันนั้น เธอก็ง่วนอยู่กับงานที่ได้รับมอบหมายมา ไม่มีเวลาคิดถึงใครอีก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวว่าอาจจะถูกลืม จึงพยายามส่งเสียงหล่อๆ มาตามคลื่น อย่างน้อยวันละครั้ง เพราะถ้ายุ่งมากๆ เขาก็หายเข้ากลีบเมฆเหมือนช่วงก่อนที่จะเจอกันที่ห้าง มีเสียงโอดโอยเรื่องงานเยอะมาเป็นระยะๆ ซึ่งเธอก็พูดคุยกับเขาไม่กี่คำ เพราะตอนนี้เธอก็กำลังยุ่งมากเหมือนกัน

                คิ้วผูกโบแล้วยายข้าวหอม แล้วนี่อะไรกัน รื้อออกมาทำไมเยอะแยะน่ะ ดูสิกระจายเต็มบ้านแล้ว ธัญชนกทักน้องสาวก่อนจะบ่นเรื่องที่น้องสาวเอาภาพถ่ายมาเรียงไว้ที่พื้นเรือน โดยตัวเองนั่งอยู่ตรงกลางเป็นไข่แดง มีบรรดาภาพทั้งหลายรวมตัวเป็นไข่ขาวอยู่รอบๆ

                ก็ข้าวหอมไม่รู้จะเลือกรูปไหนดีนี่พี่ต้นกล้า พี่ต้นกล้าช่วยข้าวหอมเลือกหน่อยได้ไหมจ๊ะ ข้าวหอมเลือกมาหลายวันแล้ว ตาลายไปหมดเลย สงสัยเสร็จงานนี้ ข้าวหอมต้องไปตัดแว่นมาใส่แน่ๆ เลย ธัญรดาเอาหัวไปถูแขนพี่ชายที่แหวกรูปเปิดทางให้ตัวเองนั่งลงข้างๆ เหมือนลูกแมวขี้อ้อน

                เลือกไปไหนล่ะข้าวหอม รูปพวกนี้ข้าวหอมเอาไปใช้งานหมดแล้วไม่ใช่เหรอ ธัญชนกถามน้องสาวอย่างแปลกใจ

                พี่สิษฐ์สิคะ บอกให้ข้าวหอมเลือกรูปไปร่วมงานพิทักษ์สัตว์ป่าอะไรสักอย่างนี่แหละค่ะ

                อืม งานเกี่ยวกับสัตว์ป่าเหรอ แต่ข้าวหอมไม่มีภาพถ่ายพวกนั้นเลยนี่ แล้วทำไมพสิษฐ์ถึงเรื่องผลงานของข้าวหอมล่ะชายหนุ่มมองหน้าน้องอย่างแปลกใจ

                ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ได้ยินพี่สิษฐ์บอกว่าอยากแหวกแนวให้ข้าวหอมเป็นช่างภาพหญิงคนเดียวที่เอาภาพเข้าร่วมงานค่ะ ธัญรดาตอบข้อสงสัยของพี่ชาย

                งั้นเหรอ ถ้างั้นเราก็เอาให้แหวกแนวไปเลยดีไหมธัญชนกออกความคิดเห็นพร้อมกับกลั้วหัวเราะที่เห็นคิ้วของน้องผูกเป็นโบ คงยังคิดไม่ออกว่าเขาหมายถึงรูปไหน

                ยังไงคะ

                ก็เอารูปที่ข้าวหอมส่งไปประกวดแล้วได้รางวัลมาสิ วิถีชาวบ้าน อันนั้นเป็นภาพที่ข้าวหอมภาคภูมิใจเลยไม่ใช่เหรอ ธัญชนกตอบโจทย์คำว่าแหวกแนวของเขา

                ก็ดีเหมือนกันนะ เอารูปย่าๆ ไปโชว์ดีกว่า ขอบคุณนะคะพี่ต้นกล้า ธัญรดาซบลงบนไหล่พี่ชายยกแขนกอดเอวคนตัวใหญ่กว่าเอาไว้ โยกตัวน้อยๆ เรียกความเอ็นดูจากธัญชนกได้ไม่น้อย เขายกมือขึ้นมาโยกหัวน้องเล่นเบาๆ ความรัก ความผูกพันที่มีให้กันมาตั้งแต่เด็ก ทำให้สองพี่น้องไม่เคยอายที่จะแสดงความรักต่อกัน ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลังคนอื่น

                เอาไปโชว์ที่งานเหรอข้าวหอม หลังจากซึมซับความหวานของกันและกันพอแล้ว ธัญชนกก็ตามน้องถึงเรื่องงานอีก

                เอาไปโชว์ด้วย ประมูลด้วยจ้ะ เงินรายได้ช่วยสมาคมพิทักษ์ป่าอะไรสักอย่างนี่ล่ะจ้ะ ข้าวหอมก็เลยยอมรับปากว่าจะหารูปส่งให้ ธัญชนกยิ้มให้ความใจดีของน้องสาว

                แล้วข้าวหอมยอมเอารูปที่ได้รางวัลไปประมูลเหรอ ธัญชนกถามเมื่อนึกได้ว่า น้องสาวหวงรูปนี้ขนาดไหน

                ข้าวหอมว่าจะเอาไปขยายแล้วก็อัดกรอบใหม่น่ะ โนเนมอย่างข้าวหอมคงไม่มีใครสนใจหรอกว่าเป็นภาพต้นฉบับหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นของอาจารย์ท่านอื่นๆ น่ะไม่แน่ งานนี้มีอาจารย์หลายท่านร่วมงานด้วยธัญรดาบอกเสียงใส ไม่ได้รู้สึกน้อยใจอะไรที่ตัวเองเป็นเพียงแค่ตัวประกอบงาน แค่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือมูลนิธินี้ เธอก็ภูมิใจที่สุดแล้ว

                โห! น้องสาวพี่ได้เข้าร่วมงานใหญ่หรือนี่ ชักจะเก่งใหญ่แล้วนะเรา ธัญชนกล้อน้องสาวยิ้มๆ

                อ๊ะๆ อย่าดูถูกข้าวหอม ให้รู้ซะบ้าง ข้าวหอมน่ะน้องสาวหมอต้นกล้า ไม่เก่งได้ยังไง ธัญรดายกยอปอปั้นพี่ชาย ทำให้คนเป็นพี่อดหมั่นไส้ในความน่ารักของผู้เป็นน้องไม่ได้ ต้องคว้าตัวมากอดแล้วให้รางวัลโดยการหอมแก้มซ้ายและแก้มขวา

61 ความคิดเห็น