อุบัติเหตุแห่งรัก (ประกาศผลผู้โชคดีแล้วค่ะ)

ตอนที่ 10 : บทที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 369
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 มี.ค. 53

บทที่ 9

 

                สาวสวยนางหนึ่งปรากฏกายที่ตึกธีฆะธนธรรม เพียงแค่ผ่านประตูหน้าบริษัทเข้ามา พนักงานทั้งหลายต่างก็มองเป็นตาเดียว โดยเฉพาะหนุ่มๆ นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก แต่จะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่หญิงสาวคนนี้มาปรากฏตัวที่นี่ ด้วยรูปร่างอวบอิ่มประกอบกับเสื้อผ้าที่เน้นทุกสัดส่วนของร่างกาย เรียกสายตาชีกอจากหนุ่มๆ ในบริษัทได้เป็นอย่างดี มีอาหารตามาบริการถึงที่ใครบ้างไม่อยากเหลียวมอง

                ส่วนสาวๆ จะมองไปในอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นก็คือ อิจฉาตาร้อน ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง เสื้อผ้าแบรนเนมที่ปกปิดร่างกายของสาวเปรี้ยวนางนี้ไม่มิด สุดท้ายที่สาวๆ ทุกคนอิจฉาก็คือ ผู้หญิงคนนี้ เป็นคนล่าสุดที่มีข่าวกับเจ้านายสุดหล่อประจำบริษัท และเป็นหญิงสาวคนเดียวที่จัดอยู่ในประเภทเหมาะสมกับท่านประธานทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ชื่อเสียงทางสังคม รวมถึงฐานะทางการเงิน ที่เอ่ยถึงมาทั้งหมดนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ไฮโซสาวนามว่า พรรณนารา หนึ่งในทายาทเจ้าของธนาคารที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศ

                ใครๆ ก็อยากเข้ามาเกี่ยวพันกับหญิงสาวคนนี้ทั้งนั้น แต่เธอเลือกที่จะผูกสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจสูงสุดของธีฆะธนธรรมเท่านั้น จะว่าไปท่านประธานบริษัทก็เป็นหนุ่มเนื้อหอมที่สุดในเวลานี้ ไม่มีสาวคนไหนไม่อยากเข้าใกล้ ทั้งหล่อ ทั้งเก่ง ทั้งรวย แถมเป็นทายาทคนเดียวของท่านประธานคนก่อนอีก สมบัติในส่วนของบิดามารดาจึงต้องเป็นของชายหนุ่มเพียงคนเดียว ที่แน่ๆ ยังไม่มีใครสามารถครอบครองหัวใจของชายหนุ่มได้ จากข่าวงในคนที่มาแรงที่สุดตอนนี้ก็คือ พรรณนารา

                หญิงสาว สวย เริด เชิด หยิ่ง ก้าวตรงไปที่ลิฟท์ โดยไม่จำเป็นต้องติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัท และไม่มีใครกล้าทักท้วงเธอด้วย เพราะกลัวคุณเธอจะวีนแตกให้เดือดร้อนกันอีก หลังจากที่เคยเจอมาแล้วครั้งหนึ่ง หลังจากครั้งนั้น ประชาสัมพันธ์สาวก็ไม่คิดจะเดินไปรั้งเธออีก นอกจากจะรีบโทรไปรายงานเลขาหน้าห้องท่านประธานให้เตรียมตัวต้อนรับแขกคนสำคัญ

                สวัสดีค่ะคุณพรรณ ปานชีวาเลขาสาวหน้าห้องท่านประธาน ลุกขึ้นยืนต้อนรับแขกสาวสวยเจ้าประจำของเจ้านาย

                เดียวอยู่ไหม คำถามสั้นๆ ง่ายๆ แต่น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเย่อยิ่ง

                ท่านประธานติดประชุมค่ะ ปานชีวาตอบอย่างนอบน้อม มิใช่กลัวว่าในอนาคตหญิงสาวตรงหน้าจะมาเป็นเจ้านายอีกคน แต่เพราะมารยาทที่ถูกฝึกมาอย่างดีต่างหาก ตั้งแต่เธอรับหน้าที่เป็นเลขาของเจ้านายคนก่อน จนถึงเวลานี้ รู้ดีว่าเจ้านายคนใหม่ มิได้ให้ความสำคัญกับหญิงสาวตรงหน้าไปมากกว่าความเป็นเพื่อน มีหลายครั้งด้วยซ้ำที่เธอต้องรับหน้าผู้หญิงคนนี้แทนเจ้านาย

                อีกนานไหม สั้นและได้ใจความเหมือนเดิม

                คงไม่เกินยี่สิบนาทีค่ะ ปานชีวาก็เลือกที่จะตอบแบบได้ใจความเช่นกัน

                งั้นฉันรอก็แล้วกัน ที่จริงเจ้านายเธอก็เพิ่งหายป่วย ไม่รู้จะรีบมาทำงานทำไมกัน ที่นี่ก็มีคุณโตอยู่แล้ว น่าจะพักให้หายดีกว่านี้ก่อน พรรณนาราบ่นไปเรื่อยเปื่อย ในขณะที่เลขาสาวก็ยิ้มรับอย่างเดียว

                ไม่ทราบว่าคุณพรรณจะรับชาหรือกาแฟดีคะ

                ฉันขอน้ำเปล่าก็แล้วกัน

                เชิญคุณพรรณนั่งรอก่อนดีกว่าค่ะ ปานชีวาผายมือไปยังชุดรับแขกที่ตั้งอยู่ไม่ไกล พรรณนาราพยักหน้ารับและเดินไปยังทิศทางนั้น เลขาสาวก็รีบไปนำน้ำเย็นมาเสิร์ฟให้ทันที

                เวลาผ่านไปไม่ถึงยี่สิบนาทีอย่างที่ปานชีวาบอกเอาไว้ พรรณนาราก็เห็นบุคคลที่ต้องการพบเดินมาจากทิศทางหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นทางไปห้องประชุม เขาเดินมาพร้อมกับผู้เข้าร่วมประชุมอีกสี่ห้าคน และคงมีอีกหลายคนเดินตามมาห่างๆ ระหว่างทางนั้น ชายหนุ่มก็พูดคุยกับผู้บริหารระดับสูง ปรึกษาเรื่องงานตลอดเวลา จนกระทั่งต่างแยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง และนาทีนี้เองที่เธอมีโอกาสโปรยยิ้มหวานที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ยั่วยวนไปให้ชายหนุ่ม เขาก็พยักหน้าส่งยิ้มให้ตามมารยาท และเมื่อหนีไม่พ้นการเผชิญหน้า รัชชานนท์จึงจำเป็นต้องเดินมาต้อนรับพรรณนารา

                สวัสดีครับ รัชชานนท์ทักทายหญิงสาวที่ลุกขึ้นยืน วันนี้เธออยู่ในชุดเดรส ตัวเสื้อเป็นสายเดี่ยวคล้องคอ เผยให้เห็นผิวเนียนขาว และเนินอกอวบอิ่มเล็กน้อย ถ้าให้จินตนาการถึงด้านหลัง ก็คงไม่พ้นโชว์แผ่นหลังเนียนสวยไปเกือบครึ่ง ส่วนตัวกระโปรงก็เป็นแบบบานพลิ้วยาวเหนือเข่า เวลาเดินคงจะสะบัดไปมาตามจังหวะการก้าวขา

                คุณนี่ใจร้ายกับพรรณจริงๆ เลยนะคะ ออกจากโรงพยาบาลก็ไม่บอกใคร ไปพักรักษาตัวที่ไหนก็ไม่ยอมให้ใครรู้ รู้ไหมคะว่าวันนั้นพรรณตกใจแค่ไหน ที่คุณหายออกไปจากโรงพยาบาล พรรณนาราถือโอกาสต่อว่าต่อขาน แต่น้ำเสียงออกแนวกระเง้ากระงอดมากกว่าจะโกรธจริงจัง รัชชานนท์กำลังจะขอโทษขอโพยตามมารยาที่ดี แต่กลับมีเสียงหวานจนเลี่ยนส่งเสียงขึ้นมาก่อน

                สำหรับคนไม่สำคัญ คุณเดียวก็เลยไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องแจ้งให้ทราบก็ได้นะคะคุณพรรณนารา สาวสวยหวานดูท่าทางเรียบร้อย แต่หากความเป็นจริงแล้วร้อยทั้งร้อยหาความเรียบร้อยไม่ได้เลยต่างหาก

                ต๊าย! นึกว่าใคร ที่แท้ก็นางเอกแถวหน้าของเมืองไทยนี่เอง ว่าแต่วันนี้ว่างมาเดินเล่นแถวนี้หรือคะ หรือว่าเบี้ยวกองละครเหมือนที่เคยเป็นข่าว พรรณนาราสะกดความโกรธเอาไว้ แล้วโต้กลับด้วยน้ำเสียงส่อไปทางดูถูกดูแคลนและกดให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้ารู้สึกต่ำต้อย หรือเรียกง่ายๆ เรามันคนละระดับกันนั่นเอง

                ต๊าย! คุณพรรณนาราไปอยู่ที่ไหนมาคะ ถึงไม่ทราบว่าพลีซเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับเครื่องเพชรคอลเล็คชั่นใหม่ของคุณเดียว ท่าทางจะเป็นแค่คนรู้จักจริงๆ นะคะ เรื่องแค่นี้ถึงได้ไม่รู้ กนกพิชญ์ร้องเป็นเสียงเดียวกันกับสาวไฮโซ แต่จริตของเธอมีมากหน่อย ด้วยการตบอกตัวเอง แสดงอาการตกใจจนโอเวอร์ จีบปากจีบคอพูดจนน่าหมั่นไส้

                ถ้าไม่เชื่อถามคุณเดียวดูก็ได้นะคะ กนกพิชญ์ถือโอกาสใช้มือทั้งสองข้างเกาะไปที่แขนของรัชชานนท์อย่างสนิทสนม เป็นการบอกกลายๆ ว่า งานนี้เธอไม่ถอยง่ายๆ ใครดีใครได้ ส่วนชายหนุ่มที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองสาว ได้แต่ลอบถอนหายใจ เห็นแล้วทำให้คิดถึงหญิงสาวคนหนึ่ง ถ้าเธออยู่ที่นี่ด้วย คงจัดการกับสองสาวนี้ได้เป็นอย่างดี การันตีความสามารถของเธอได้จากประสบการณ์ที่เขาเจอ ในขณะที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

                ว่าไงคะเดียว พรรณนาราหันไปถามชายหนุ่ม เรียกขานชื่อเขาอย่างสนิทสนม

                ครับ ทางที่ประชุมลงมติให้คุณพลีซเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับทางบริษัทครับ เอ่อ...ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวไปเคลียร์งานก่อนนะครับ หยุดพักไปนาน งานสุมหัวเลยครับ รัชชานนท์หาทางเลี่ยง เขาไม่อยากอยู่ท่ามกลางสงครามของหญิงสาว โดยเฉพาะทั้งสองคนไม่เคยอยู่ในสายตาหรือเข้าไปอยู่ในหัวใจของเขาเลย ชิ่งหนีดีกว่า ปล่อยให้รบราฆ่าฟันกันตามสบาย

                เดียวค่ะ เที่ยงนี้ทานข้าวด้วยกันนะคะ พรรณนารารีบชิงชวนชายหนุ่มตัดหน้าหญิงสาวอีกคน

                เอ่อ...คือว่า รัชชานนท์พยายามจะหาข้ออ้าง เขาไม่อยากให้ความหวังกับใครอีก เมื่อตอนนี้มีคนของหัวใจแล้ว

                อย่าปฏิเสธเลยนะคะ พรรณมาชวนคุณถึงที่นี่ เธอพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน ตีหน้าใส่ซื่อสุดฤทธิ์ หวังเรียกคะแนนสงสาร

                ก็ได้ครับ ถ้างั้นผมขอตัวไปเคลียร์งานก่อนก็แล้วกันนะครับ ส่วนคุณพลีซ ถ้าสัญญาร่างเสร็จเมื่อไหร่ทางผู้รับผิดชอบจะติดต่อคุณไปอีกครั้งหนึ่งนะครับ สำหรับวันนี้ขอบคุณมากนะครับ ที่สละเวลามาด้วยตัวเอง รัชชานนท์กล่าวไล่อย่างสุภาพกับหญิงสาวอีกคน

                งานนี้พลีซต้องมาด้วยตัวเองสิคะ งานสำคัญแบบนี้ปล่อยให้คนอื่นมาแทนได้ยังไง พลีซขอตัวก่อนนะคะคุณเดียว หวังว่าพลีซจะมีโอกาสเลี้ยงตอบแทนคุณเดียวด้วยนะคะ ที่ให้โอกาสพลีซได้ทำงานกับธีฆะธนธรรม กนกพิชญ์ถ่อมเนื้อถ่อมตัวจนหญิงสาวอีกคนต้องแอบแสยะปากด้วยความหมั่นไส้ในท่าทางดัดจริตของอีกฝ่าย

                มันเป็นเพราะตัวคุณเองมากกว่าครับ เรื่องนี้ผมไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจรัชชานนท์ปฎิเสธที่จะรับความดีความชอบที่เธอหยิบยื่นมาให้

                แต่ยังไงพลีซก็อยากเลี้ยงอาหารเป็นการตอบแทนคุณเดียวสักมื้อนะคะ หรือว่าคุณเดียวรังเกียจที่จะไปรับประทานอาหารกับนักแสดงตัวเล็กๆ อย่างพลีซค่ะ ดาราสาวเจ้าบทบาทสวมบทนางเอกผู้น่าสงสารอีกครั้ง

                ไม่ใช่อย่างนั้นครับ เอาเป็นว่าถ้าผมว่าง ผมยินดีครับเป็นอีกครั้งที่เขาอยากสลัดคราบความเป็นสุภาพบุรุษทิ้ง แต่ก็ทำไม่ได้ เขาต้องคำนึงผลได้ผลเสียที่จะเกิดขึ้นตามมาจากการกระทำของเขาด้วย นี่แหละคือสิ่งที่เขาลำบากใจจนถึงทุกวันนี้ มิตรภาพก็อยากจะเก็บรักษาเอาไว้ แต่คนที่หยิบยื่นมันให้เขากับน่ะสิ ไม่ได้ต้องการแค่ความเป็นเพื่อนอย่างที่เขาอยากมอบให้เท่านั้น

                พลีซถือเป็นคำสัญญานะคะ ถ้าอย่างนั้นวันนี้พลีซขอตัวก่อนนะคะกนกพิชญ์หยิบยกคำพูดของชายหนุ่มเข้าข้างตัวเองทันที

                ครับ ขับรถดีๆ นะครับ เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ รัชชานนท์จึงรับคำพร้อมกับอวยพรส่งท้ายให้กับดาราสาวตามมารยาทที่ดี

                ขอบคุณค่ะที่เป็นห่วง ไปก่อนนะคะคุณพรรณนารา ทั้งสองคนส่งยิ้มให้แก่กัน แต่ดวงตาที่จ้องมองกันนั้นแทบจะเรียกได้ว่า จะกินเลือดกินเนื้อกันก็ว่าได้เลยทีเดียว เมื่อมองกันจนสะใจแล้วว กนกพิชญ์ก็เดินแยกไป

 

                หนึ่งอาทิตย์แล้วที่เขาไม่ได้มีโอกาสติดต่อกับธัญรดาเลย ด้วยงานที่ค้างอยู่ดูดเอาเวลาของเขาไปหมด ไม่รู้เธอจะคิดถึงเขาเหมือนที่เขาคิดถึงเธอหรือเปล่า ไม่ได้เจอหน้าได้ยินเสียงก็ยังดี แต่ทำไงได้ล่ะจะโทรไปตอนนี้ก็ไม่ได้ ห้าทุ่มกว่าแล้ว นี่เขาเพิ่งกลับถึงบ้าน เพราะไปงานเลี้ยงวันเกิดของผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ซึ่งไม่สามารถปฏิเสธได้ ทั้งวันก็โดนงานดูดพลังไปจนเกือบหมด ที่เหลือก็โดนงานเลี้ยงดูดไป นี่เขาแทบจะลืมตาไม่ขึ้นแล้ว ร่างกายอย่างพักผ่อนเต็มที่ ยังไงก็ต้องเก็บแรงให้ตัวเองก่อน ถ้าป่วยก็ยิ่งทำให้เวลาที่จะได้พบเธอต้องถูกยืดต่อไปอีก

                อาบน้ำเสร็จ ร่างกายก็รู้สึกปลอดโปร่ง เพียงแค่หย่อนกายลงที่นอน รัชชานนท์ก็หลับไปในทันที หลับยาวจนถึงรุ่งเช้าวันใหม่ เมื่อร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่ ประจวบกับถึงเวลาที่ต้องตื่น ไม่ว่าจะนอนดึกแค่ไหน ชายหนุ่มก็ไม่เคยตื่นสาย เหมือนร่างกายจะรับรู้ว่าถึงเวลาที่ต้องตื่นมาทำงานแล้ว รัชชานนท์ลุกขึ้นนั่ง บิดขี้เกียจซ้ายทีขวาที ยืดเส้นยืดสายจนพอใจแล้ว เขาก็ลุกขึ้นจากเตียง คว้าผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่เดินเข้าห้องน้ำไป ใช้เวลาไม่นานก็กลับออกมา เตรียมตัวไปทำงานอีกครั้ง

                เขารู้สึกว่าตอนนี้เขาเหมือนเครื่องจักรที่ถูกกำหนดด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป ไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามตารางที่ถูกเขียนเอาไว้ ตั้งแต่กลับมาทำงาน เขาคิดถึงบ้านสวนของข้าวหอมมากที่สุด ทุกวันที่เขาพักผ่อนอยู่ที่นั่น ชีวิตก็เป็นไปอย่างสบาย ไม่ต้องทำตามตารางชีวิตอย่างทุกวันนี้ เหลือเชื่อเวลาไม่นานจะทำให้เขารู้สึกอึดอัดกับสังคมที่อยู่มาตั้งแต่เกิดได้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาไม่มีความรู้สึกนี้เลย

                อรุณสวัสดิ์ครับป้านาถ รัชชานนท์ทักทายป้าสะใภ้ของตนด้วยรอยยิ้ม แม่ไม่อยู่ก็ได้ป้าสะใภ้นี่แหละที่ดูแลเรื่องความเป็นอยู่ในบ้านให้

                ตื่นแต่เช้าเลยนะเดียว เมื่อคืนก็กลับดึกไม่ใช่หรือลูก สุชานาถทักทายหลานชายบ้าง

                พอได้เวลาตื่นก็หลับไม่ลงแล้วครับป้า เช้านี้ป้านาถมีอะไรให้ผมทานบ้างครับ รัชชานนท์เขาไปโอบเอวผู้ใหญ่เป็นการอ้อน

                ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะเรา ไปนั่งที่ไป๊ เดี๋ยวป้าบอกให้เด็กจัดการให้

                ขอบคุณครับ แล้วคนอื่นๆ ไปไหนกันหมดครับ รัชชานนท์ถามหาคนที่พักอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่แห่งนี้เช่นเดียวกับเขา

                ลุงยังอยู่บนห้องจ้ะ ส่วนตาโตออกไปแต่เช้าแล้ว สุชานาถตอบคำถามของหลานชาย

                พี่โตยังเช้ากว่าผมอีกหรือครับนี่ รัชชานนท์เปรยออกมายิ้มๆ เขารู้ว่าชยานันต์ทุ่มเทให้กับงานแค่ไหน  แม้จะผิดใจกันเรื่องเช็คคราวนั้น พี่ชายก็ยังทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ จนถึงวันนี้แม้เขาจะรู้สึกผิดบ้างที่ทำตามอารมณ์ แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะไปเปิดบัญชีให้ใช้กันอย่างสะดวกสบายอีก

                เห็นว่ามีงานด่วนน่ะลูก เดียวทานไปก่อนนะ ป้าขอตัวไปดูลุงก่อน

                ครับป้า ตามสบายนะครับ ไม่ต้องห่วงผม ทานเสร็จผมก็จะเข้าบริษัทเหมือนกันครับ รัชชานนท์ยิ้มส่งป้าสะใภ้อีกครั้ง เขาใช้เวลากับอาหารเช้าไม่นานทุกอย่างก็ลงไปกองอยู่ในท้อง อิ่มท้องแล้วก็ถึงเวลาออกไปรบกับงานกันต่อ

 

                แล้วรัชชานนท์ก็ต้องกุมขมับอีกครั้ง เมื่อเขาเดินทางมาถึงชั้นที่มีห้องทำงานของเขาสิงสถิตอยู่ ก้าวแรกที่เห็นโต๊ะของเลขาหน้าห้อง เขาก็เห็นสองสาวที่ไม่อยากพบเจอ โดยมีรอยยิ้มแหยๆ ของเลขาสาวส่งมาให้เป็นการปลอบใจ นั่นหมายความว่าเธอพยายามกำจัดจุดอ่อนแล้ว แต่ไม่สำเร็จ งานนี้เจ้านายจัดการเองนะคะ คุณเลขาหมดความสามารถ เขาอ่านสายตาของปานชีวา ได้ความว่าอย่างนั้นจริงๆ

                สวัสดีครับพรรณ สวัสดีครับคุณพลีซ รัชชานนท์ทักทายสองสาวด้วยน้ำเสียงสุภาพ ซึ่งก็ได้รับการทักทายจากสองสาวเช่นเดียวกัน

                ไม่ทราบมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ ถึงได้มากันแต่เช้าเลย ชายหนุ่มเลือกที่จะไม่อ้อมค้อมอีก

                แหม เดียวก็พูดเหมือนกับพรรณเป็นคนอื่นคนไกล อย่างพรรณต้องมีธุระด้วยหรือคะ ถึงจะมาหาคุณได้ พรรณนาราออกอาการแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของชายหนุ่มก่อน พูดจบเธอก็ลุกเดินไปยืนเคียงข้างชายหนุ่ม พร้อมกับแตะข้อศอกของเขาเบาๆ

                อย่างว่านะคะคุณเดียว คนบางคนก็ไม่รู้จักทำตัวให้เป็นประโยชน์ ไม่รู้จักทำงานทำการ ทำตัวไร้สาระไปวันๆ ก็คงว่างตลอดนั่นแหละค่ะ บางทีพลีซยังเคยคิดเลยนะคะว่าคนประเภทนี้ ไม่รู้ว่าว่างเฉพาะเวลาอย่างเดียวหรือสมองก็ว่างเปล่าไร้ความคิดด้วย สำหรับพลีซ คนกลุ่มนี้จัดว่าเป็นกลุ่มที่น่าสงสารมาที่สุดเลยค่ะ แต่นับว่าหลายคนโชคดีนะคะที่เกิดมาบนกองเงินกองทอง แต่ถ้าไม่รู้จักใช้ สักวันก็คงกลายเป็นยาจก น่าสมเพช กนกพิชญ์กระทบกระเทียบพรรณนาราชนิดที่รัชชานนท์คาดไม่ถึง เพราะภาพพจน์ของนางเอกสาวคนนี้ค่อนข้างดี สงสัยจะดีแต่สร้างภาพซะล่ะมั้ง ส่วนคนถูกกระทบก็ได้แต่กัดฟันกรอดๆ ด้วยความแค้น

                ไม่ทราบว่าวันนี้คุณพลีซไม่มีงานถ่ายละครที่ไหนหรือครับ รัชชานนท์เปลี่ยนประเด็นในการสนทนาทันที เพราะกลัวว่าถ้าปล่อยให้ยืดเยื้อไปกว่านี้ ต้องเกิดสงครามขนาดย่อมแน่ๆ

                แหม คุณเดียวลืมไปแล้วหรือคะ วันนี้เป็นวันเซ็นสัญญาพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ไงคะ พลีซมาก่อนเวลา เพราะคิดว่าจะมาทวงสัญญาจากคุณเดียวด้วยค่ะ จำได้ไหมคะว่า พลีซสัญญาว่าจะเลี้ยงอาหารคุณเดียวสักมื้อ แล้วคุณเดียวก็รับปากพลีซแล้วด้วย เพราะฉะนั้นห้ามปฏิเสธนะคะ นอกจากเธอจะทวงสัญญาแล้ว เธอยังดักคอไม่ให้ชายหนุ่มปฏิเสธเธออีกด้วย

                หึหึ อย่างว่าอะนะ พรีเซ็นเตอร์กระจอกๆ ท่านประธานบริษัทคงไม่จำเป็นต้องมาคอยดูแล หรือใส่ใจหรอก เพราะมีงานสำคัญให้เดียวทำอีกเยอะ เธอก็อย่าสำคัญตัวเองผิดไป หวังสูง ตกจากที่สูงมันอาจจะถึงตายได้ ฉันขอเตือนเธอด้วยความหวังดี ตัวเองอยู่ตรงไหนก็สมควรอยู่ตรงนั้น อย่าคิดยกระดับของตัวเอง เพราะมันไม่มีวันเป็นไปได้ ถึงที่ฉันตอกกลับบ้างนะยายนางเอกละคร รัชชานนท์ได้แต่ถอนหายใจ ไม่ว่าจะทำยังไงเขาก็คงยุติสงครามครั้งนี้ไม่ได้กระมัง

                ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ของบริษัทนัดคุณพลีซไว้กี่โมงครับ รัชชานนท์ถามเป็นการเป็นงานอีกครั้ง คราวนี้หวังว่ามันจะได้ผลนะ ถ้ายังไม่สามารถดับไฟที่ทำท่าจะโหมกระหน่ำได้ เขาจะปล่อยให้สองสาวฟาดฟันกันตามสบาย

                เก้าโมงค่ะ นี่ก็ใกล้ได้เวลาแล้ว เราเข้าไปพร้อมกันเลยดีไหมคะ กนกพิชญ์จำต้องเปลี่ยนมาคุยเรื่องงาน ทั้งๆ ที่อยากจะตอกหน้าพรรณนาราอีกสักยก เมื่อทำไม่ได้ เธอขอสร้างภาพพจน์ในการทำงานที่ดีของเธอกับชายหนุ่มดีกว่า

                ขอโทษนะครับ พอดีว่าเรื่องการเซ็นสัญญาในวันนี้ผมให้พี่โต เอ่อ...คุณชยานันต์ เป็นคนดูแลรับผิดชอบทั้งหมดแล้วครับ ถ้ายังไงเชิญคุณพลีซที่ห้องประชุมเลยดีกว่าครับ รัชชานนท์ปฏิเสธอย่างนุ่มนวล ส่วนพรรณนาราก็ยิ้มเยาะด้วยความสะใจ ที่เห็นกนกพิชญ์หน้าแตก

                อ้าว? พลีซไม่ทราบมาก่อน แย่จังเลยค่ะ งั้นพลีซขอตัวก่อนนะคะ อย่าลืมนะคะเที่ยงนี้เรามีนัดกัน กนกพิชญ์ยังไม่ลืมความตั้งใจของตัวเอง

                ครับ แล้วเจอกันครับ ในที่สุดเขาก็ปฏิเสธเธอไม่ได้อีกแล้ว เฮ้อ! แต่ก็ยังดีที่สงครามยุติลงสักที เพราะเขาเบื่อที่จะมายืนฟังสาวๆ ทะเลาะกันด้วยเรื่องไร้สาระ

                เดียวคะ พรรณก็ตั้งใจจะมาชวนคุณไปทานข้าวด้วยกันเหมือนกัน คุณปฏิเสธแม่นางเอกนั่นไม่ได้หรือคะ พรรณนาราบอกจุดประสงค์การมาของตัวเอง

                คงไม่ได้หรอกครับพรรณ เอาเป็นว่าไปด้วยกันก็แล้วกันนะครับ แต่ถ้าคุณไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรครับ ถ้าพรรณนาราไปด้วยก็ดีเหมือนกัน การที่ไม่ต้องไปกับสาวๆ สองต่อสองเป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับเขา แต่ไม่รู้ว่าเขาจะกินข้าวลงหรือเปล่า ถ้าสองสาวจะเชือดเฉือนกันด้วยคำพูดตลอดเวลา พรรณนาราทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่ฮึดฮัดไม่พอใจ

 

                ในที่สุดทั้งสองสาวก็ต้องฝืนใจไปร่วมรับประทานอาหารเที่ยงด้วยกัน และชายหนุ่มก็เสนอให้ไปทานกันที่ร้านอาหารในห้างแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากตึกธีฆะธนธรรมนัก เป็นอีกครั้งที่รัชชานนท์รู้สึกผิดมากที่เสนอให้สองสาวไปรถของเขา เพราะต่างคนต่างอยากจะเป็นตุ๊กตาหน้ารถ จนเขาแทบจะเสนอให้คนใดคนหนึ่งเป็นคนขับ ส่วนตัวเขาเสียสละไปนั่งเบาะหลัง ยอมทำตัวไร้ความเป็นสุขภาพบุรุษสักวัน สุดท้ายสาวไฮโซก็เป็นผู้ชนะ

                เมื่อสองสาวตกลงกันได้แล้ว รถปอร์ตสุดหรูคันใหม่ป้ายแดงที่เขาเคยคิดจะให้ตุ๊กตาหน้าคนแรกและคนเดียวของเขานั่งก็มีอันว่าชวดไปตามระเบียบ เพราะตอนนี้พรรณนารากลายเป็นคนแรกที่ได้นั่งที่ตรงนั้น โดยมีดาราสาวนั่งหน้าบอกบุญไม่รับอยู่เบาะหลัง ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงห้างเป้าหมาย ระหว่างทางที่เดินเข้าไปในห้าง เพียงแค่เจ้าหน้าที่เปิดประตูต้อนรับ เสียงโทรศัพท์ของรัชชานนท์ก็ดังขึ้น

                ผมขอตัวสักครู่นะครับ คุณพลีซกับพรรณไปที่ร้านสั่งอาหารรอเลยก็ได้ครับ เดี๋ยวผมตามไป รัชชานนท์บอกสองสาว ก่อนจะเลี่ยงไปรับโทรศัพท์ที่มุมหนึ่ง

                เธอไปที่ร้านอาหารก่อนแล้วกัน ฉันจะรอไปพร้อมเดียวเอง พรรณนาราออกคำสั่ง

                พลีซไม่ใช่คนรับใช้ใครนะคะ อีกอย่างพลีซไม่ได้ทำตัวเป็นส่วนเกินเหมือนใครบางคนแถวนี้ กนกพิชญ์ยักไหล่ ไม่สนใจ ดวงตาที่จ้องเขม้งมาที่เธอชนิดอยากกินเลือดกินเนื้อหรือไม่ก็ฆ่าให้ตายเสียตรงนี้

                ปากดีนักนะแก ระวังตัวไว้ให้ดี อย่าให้หางมันโผล่ออกมา จนชาวบ้านชาวช่องเขาเห็นกันหมด ไอ้ภาพพจน์ที่เพียรสร้างขึ้นมานะมันจะเสียเวลาเปล่า พรรณนาราเริ่มเก็บอารมณ์ไม่อยู่

                ก็ยังดีกว่าพวกสาวไฮโซที่ไม่มีใครเอา ได้ข่าวว่าพยายามมานานแล้วนี่ คุณเดียวเขาก็ยังไม่สนใจเลยไม่ใช่หรือคะ งานนี้ฉันขอบอก ใครดีใครได้ค่ะ เพราะฉันถือว่าคุณเดียวไม่ได้เลือกคุณ แล้วทำไมฉันต้องถอยด้วย เมื่อโอกาสมันมาถึงแล้ว อย่างคุณน่ะ ต่อให้พยายามกว่านี้อีกสักร้อยเท่าพันเท่า คุณเดียวก็คงไม่ชายตาแลหรอกมั้ง เพราะถ้าคุณเดียวสนใจคุณจริงๆ คุณคงไม่ต้องตามหวงก้างชาวบ้านเขาแบบนี้หรอก กนกพิชญ์ไม่ยอมที่จะเป็นฝ่ายถูกต่อว่าอยู่ฝ่ายเดียว ตัวจริงของเธอนะ ไม่ยอมให้ใครมาดูถูกง่ายๆ หรอก ถึงจะไม่ใช่ไฮโซเหมือนคนอื่น แต่เธอก็มีชื่อเสียง มีหน้าตาทางสังคมไม่น้อยไปกว่าพรรณนารา

                กะ...กรี๊ด พรรณนารายังปล่อยออกมาไม่เต็มเสียง ก็มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาหาคู่ปรับของเธอ และเธอก็ได้เห็นความเป็นมืออาชีพของอีกฝ่าย เมื่อกนกพิชญ์ปรับบุคลิกจากนางอิจฉาเป็นนางเอกที่แสนดีได้รวดเร็วทันใจ ยิ่งกว่าจิ้งจกเปลี่ยนสีเสียอีก แล้วดาราผู้โด่งดังก็ถูกต้อนให้ไปถ่ายรูปกับแฟนคลับพร้อมกับแจกลายเซ็น ปล่อยให้พรรณนาราเดินหงุดหงิดงุ่นง่าน เพราะไม่หาที่รองรับอารมณ์ไม่ได้

 

                สาวร่างสูงเพรียวนางหนึ่งเดินจากลานจอดรถไปยังประตูเข้าห้าง ดวงหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสุขสดชื่น ผู้คนที่เดินสวนไปมามองอย่างชื่นชม และเธอก็พร้อมจะมอบรอยยิ้มแห่งมิตรภาพให้กับคนเหล่านั้นด้วย ถึงไม่รู้จักกันก็ยิ้มให้กันได้นี่นา หญิงสาวนางนี้เธอเป็นคนมองโลกในแง่ดีเสมอ วันนี้เธออยู่ในชุดเสื้อยืดพอดีตัว กางเกงยีนสีน้ำเงินเข้ม สวมรองเท้าผ้าใบ ผมยาวถูกรวบสูงเป็นหางม้าที่สอดอยู่ในช่องว่างด้านหลังของหมวกเบสบอลสีดำ ใบหน้าก็มีเพียงแป้งเด็กเท่านั้น ไม่ได้แต่งหน้าอย่างสาวๆ ทั่วไป บ่าข้างหนึ่งสะพายกระเป๋าที่มีลักษณะคล้ายๆ ย่าม

                เพียงแค่พ้นประตูห้างที่ถูกเปิดโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศก็ปะทะร่างของเธอ หญิงสาวหันไปขอบคุณคนที่เปิดประตูให้เรียบร้อยแล้ว เธอก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง อยู่ดีๆ ก็เหมือนจะนึกอะไรได้ขึ้นมา มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในย่าม สายตาละจากทางเดินมาสนใจปากกระเป๋าแทน เมื่อมือข้างที่ล้วงลงไปในกระเป๋าทำงานไม่สะดวก เธอจึงให้มืออีกข้างช่วยเปิดปากกระเป๋า เพราะมัวแต่กังวลใจกับสิ่งที่ตนค้นหา ทำให้เธอไม่ทันระวัง ชนเข้ากับใครบางคนโครมใหญ่

                เฮ้ย!/ว้าย!” เสียงสองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน แล้วร่างทั้งสองที่ถูกดูดเข้าหากันเมื่อครู่ก็ถูกผลักออกอย่างรวดเร็ว นั่นทำให้เสียความสมดุลของร่างกาย ล้มลงทั้งคู่ โอ๊ย และเป็นอีกครั้งที่ทั้งสองคนพร้อมใจร้องออกมา

                สภาพของทั้งสองคนไม่ต่างกันนัก นั่งก้นจ้ำเบ้ากันทั้งคู่ แต่ไม่ว่ายังไงคนเดินมาชนก็ดูดีกว่ามากเพราะเธอนุ่งกางเกง ส่วนคู่กรณีอยู่ในชุดเดรสสีสดใส และสภาพในตอนนี้ก็คือ หวอออก เสียงวี๊หว่อดังลั่นห้าง แต่เจ้าของสัญญาณนี้คงยังไม่รู้ตัว จึงยังนั่งอยู่ในท่าเดิม

                ขอโทษค่ะ คำนี้หลุดออกจากปากผู้หญิงคนหนึ่งที่รู้ตัวว่าตนเป็นฝ่ายผิด แต่ดูเหมือนผู้ร่วมชะตากรรมกลับไม่พอใจ และไม่เต็มใจจะรับคำขอโทษนั้น

                นี่เดินภาษาอะไร ไม่มีตาหรือยังไง ชนเข้ามาได้ เสียงเกรี้ยวกราดดังไปทั่วบริเวณนั้น

                เกิดอะไรขึ้นครับ แล้วพระเอกขี่ม้าขาวก็เข้ามาแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งแรกที่เขาทำก็คือ รีบฉุดคนใส่กระโปรงให้ลุกขึ้นมา เพราะได้เห็นสัญญาณเตือนเต็มสองลูกตา แต่ในภาวะการณ์แบบนี้คงไม่มีใครคิดถึงเรื่องลามก

                ก็ยายบ้านี่สิคะ เดินภาษาอะไรก็ไม่รู้ ชนพรรณเข้าเต็มๆ พรรณนาราถือโอกาสฟ้อง ส่วนอีกคนที่ปีกของหมวกบังใบหน้าเอาไว้ก็ยังลุกไม่ขึ้น

                ก็ฉันขอโทษแล้วนี่คะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ถ้าเห็นจะชนคุณเหรอ หญิงสาวพยุงตัวลุกขึ้นยืน โดนมีแขนของใครบางคนยื่นมาให้เธอจับเป็นหลักยึด ขอบคุณค่ะ เธอพูดโดยไม่ได้เงยหน้ามองเจ้าของแขนแข็งแรงเลย

                เดียว ไปช่วยมันทำไมคะ ไม่เห็นหรือคะว่ามันทำให้พรรณเจ็บ เดียว อย่างนั้นเหรอ หวังว่าคงไม่ใช่ เดียว เดียวกันหรอกนะ แล้วธัญรดาก็เงยหน้ามองคนชื่อเดียว แล้วเธอก็ต้องอ้าปากค้าง ทฤษฎีโลกกลมยังใช้ได้เสมอ

                ข้าวหอม รัชชานนท์เรียกชื่อเธออย่างดีใจ ไม่คิดว่าจะได้เจอกันที่นี่ ชายหนุ่มยิ้มให้หญิงสาวที่ยืนอ้าปากหวอด้วยความตกใจ เขาหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นเธอมองเขาตาปริบๆ ส่วนอีกคนก็จำคู่กรณีที่เคยอาระวาดใส่เธอที่โรงพยาบาลได้แล้ว

                นี่เธออีกแล้วเหรอ นอกจากมารยาททรามแล้ว ยังซุ่มซ่ามอีกนะ พรรณนาราต่อว่าคู่กรณีอีก

                อะไรกันคุณ ฉันแค่เดินชนคุณแค่นี้ ถึงกับว่ามารยาททรามเลยหรือ ไม่มากไปหน่อยหรือยังไง ธัญรดารู้สึกหงุดหงิดเหมือนกัน เพราะเธอยังจำพรรณนาราไม่ได้

                ต๊าย! หล่อนยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่า ตัวเองนะไร้มารยาทขนาดไหน หรือว่าสมองฟ่อ ความจำเสื่อมกันแน่ ไม่คิดจะสำนึกในความผิดของตัวเองบ้างหรือยังไง พรรณนารายังฉะคู่กรณีอีก

                นี่คุณจะมากไปแล้วนะ ฉันไปทำอะไรให้คุณ แล้วฉันว่าคนที่ไร้มารยาทน่ะ น่าจะเป็นคุณมากกว่า เพราะอย่างน้อยฉันก็ยังยอมขอโทษในการกระทำของตัวเอง แต่คุณล่ะรู้จักคำมารยาทหรือเปล่า เวลาคนอื่นเขาขอโทษนะ คุณควรให้อภัย ไม่ใช่มายืนด่าเขาแบบนี้ หนอย อย่าคิดนะว่าคนอย่างฉันจะปล่อยให้คนอื่นมาดูถูกง่ายๆ

                อ้ายยยยยย ยายบ้า เธอมีสิทธิ์อะไรมาว่าฉันแบบนี้ ถ้าจำไม่ได้ฉันจะฟื้นความจำให้เธอก็ได้ ใครกันนะที่ไปอาระวาดชาวบ้านเขาถึงโรงพยาบาล ไปทำร้ายร่างกายคนอื่น ไปยืนชี้หน้าด่าคืนอื่นๆ ป่าวๆ แบบนี้เรียกว่าคนมีการศึกษาเขาทำกันหรือยังไง

                อ๋อ! ฉันนึกออกแล้ว เธอก็คือยายนกหวีดไร้สติที่โรงพยาบาลนี่เอง รักษาอาการบ้าของตัวเองหายแล้วหรือยังไง ถึงได้มาเดินเพ่นพล่านอยู่แถวนี้ แต่เท่าที่ดูนี่ท่าทางจะยังไม่หายนะ ความทรงจำของธัญรดาผุดขึ้นมาแล้ว และเธอก็โต้กลับได้อย่างแสบสันต์

                เดียวคะ พรรณไม่ยอมนะคะ เดียวต้องจัดการแม่นี่ให้พรรณนะคะ พรรณนาราเกาะแขนชายหนุ่ม เขย่าเบาๆ ออดอ้อนเต็มที่ แต่มันน่าหมั่นไส้ที่สุดในสายตาของธัญรดา และเธอก็เงยหน้าขึ้นไปจ้องตารัชชานนท์ อยากรู้เหมือนกันว่า เขาจะทำยังไง นี่หรือคนที่บอกว่ารักเธอ แล้วนี่อะไรกัน เวลาผ่านไปไม่นาน คนที่เขาเคยบอกว่าไม่ใช่แฟน มายืน เดียวคะ เดียวขาต่อหน้าเธอนี่นะ ผู้ชายไว้ใจไม่ได้เลยจริงๆ

                พรรณ ผมว่ามันเป็นอุบัติเหตุนะ ข้าวหอมเขาก็ไม่ได้ตั้งใจ อีกอย่างข้าวหอมเขาก็ขอโทษคุณแล้ว เลิกแล้วต่อกันก็แล้วกัน คุณก็ไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย ส่วนข้าวหอมเขาก็ล้มลงเหมือนกัน ตอบแบบนี้สิ ค่อยน่ายกโทษให้หน่อย คิดว่าจะเข้าข้างยายนกหวีดนี่จนไม่ลืมหูลืมตาซะอีก ธัญรดาคิดในใจ

                ใครว่าไม่เจ็บคะเดียว พรรณเจ็บข้อเท้าจะแย่แล้ว แต่แม่นั่นสิ ไม่เห็นเจ็บตรงไหนเลย ไม่รู้ล่ะพรรณจะเอาเรื่องแม่นี่ แล้วคุณก็ต้องเป็นคนจัดการให้พรรณด้วย รัชชานนท์เริ่มอึกอัก ไม่รู้จะทำยังไงดี จะหักหาญน้ำใจของพรรณนารามันก็คงจะไม่ดี แต่ถ้าเข้าข้างมีหวังคนที่เอาแต่จ้องเขาตาเขม้ง ตัดความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกันไปจนหมดสิ้นแน่ๆ งานนี้เขาซวยทั้งขึ้นทั้งล่องจริงๆ

                ฮึ ธัญรดาไม่รอให้ชายหนุ่มพูดอะไร เพราะเท่าที่ผ่านมาเธอก็พอรู้อยู่ว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษแค่ไหน จึงได้แต่ทำเสียงในลำคออย่างเบื่อหน่าย อยากได้ค่าทำขวัญก็ไม่บอก บอกฉันตรงๆ ก็ได้คุณ ไม่เห็นต้องให้ใครมาจัดการให้เลย ฉันเป็นคนแฟร์เสมอ ธัญรดาล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมา เปิดออกแล้วหยิบธนบัตรสีเทาขึ้นมาสองใบ ยื่นไปตรงหน้าพรรณนารา

                อ้ายยยยยยย คราวนี้เสียงของพรรณนาราดังลั่นห้าง แก แกจะบ้าเหรอใครอยากได้เงินของแกกัน แล้วเงินแค่นั้นนะ ฉันไม่สนใจหรอก เพราะฉันมีเยอะกว่านั้นมาก นั่นสวยใสไร้สมองแล้วยังอวดรวยอีก ธัญรดาทำหน้าละเหี่ยใจ

                ไม่พอเหรอ รู้จักโก่งค่าตัวด้วยนะ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันถือว่าฉันผิด ฉันเพิ่มให้ก็แล้วกัน ธัญรดาหยิบธนบัตรเพิ่มขึ้นมาอีกสามใบ ให้ได้แค่นี้นะคะ เพราะฉันว่ามันมากเกินไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะคุณแค่หกล้มขาเจ็บเท่านั้นเอง ซื้อยาหม่องมานวดก็ไม่ถึงร้อย ที่เหลือฉันให้ทิปที่ทำให้คุณเจ็บก็แล้วกัน ธัญรดายังลอยหน้าลอยตาพูดอีก ในขณะที่รัชชานนท์ก็เลือกที่จะยืนดูเฉยๆ พร้อมกับกลั้นเสียงหัวเราะไปด้วย เห็นแบบนี้แล้วเรื่องอะไรจะเอาตัวไปให้แม่สาวสวนทุเรียนเชือดฟรีๆ แค่นี้ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะโดนคาดโทษไว้หนักหนาสาหัสแค่ไหนแล้ว

                กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด พรรณนารากรี๊ดอย่างกับคนบ้าอีกครั้ง เมื่อไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดมาจัดการกับคนตรงหน้าดี

                นี่คุณ ไม่รู้สึกเจ็บคอบ้างหรือยังไง ถ้าคุณหลอดเสียงแตกขึ้นมา จะโทษว่าเป็นความผิดของฉันไม่ได้นะ เพราะฉันไม่เป็นคนทำ ว่างๆ ข้าวหอมว่าพี่เดียวพาคนของพี่เดียวไปพบจิตแพทย์บ้างก็ดีนะ วันๆ เอาแต่กรี๊ด ไม่นานคงบ้าจริงๆ ธัญรดาอดรนทนไม่ไหวแว๊ดกลับบ้างแต่เสียงไม่ดังนัก เพราะยางอายบนหน้าของเธอยังมีอยู่เยอะ สุดท้ายก็ยังอดแขวะรัชชานนท์ไม่ได้

                ไม่ใช่นะข้าวหอม ข้าวหอมกำลังเข้าใจผิด รัชชานนท์ปฏิเสธทันควัน

                นี่คุณ จะเอาไหมเงิน ฉันไม่ว่างมายืนฟังคุณกรี๊ดทั้งวันหรอกนะ เวลาของฉันเป็นเงินเป็นทอง ไม่ได้หายใจทิ้งไปวันๆ เหมือนคุณ ธัญรดาไม่สนใจคำพูดของชายหนุ่ม หันไปคุยกับพรรณนาราต่อ

                ไม่เอา ฉันไม่ใช่ขอทาน และฉันก็ไม่อยากได้เงินของแกให้เป็นเสนียดติดตัวด้วยพรรณนาราตะคอกใส่คู่กรณีด้วยความโมโห ลืมรักษามาดผู้ดีของตนจนหมดสิ้น แต่จะว่าไปหญิงสาวคนนี้ก็ไม่เคยทำตัวให้สมฐานะของตัวเองเลย มีแต่วีนแตกไปวันๆ หนึ่ง

                ไม่เอาก็ดี ไม่เปลือง ฉันถือว่าฉันรับผิดชอบทุกอย่างแล้วนะ แต่คุณไม่ต้องการเอง หลังจากนี้ถ้าไปทวงสิทธิ์ ฉันไม่จ่ายนะจะบอกให้ ข้าวหอมขอตัวก่อนนะคะพี่เดียว หวังว่าเราจะไม่ต้องเจอกันอีก ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น จัดการกับพรรณนาราเรียบร้อย เธอก็หันมาจัดการกับชายหนุ่มด้วยเช่นกัน แล้วธัญรดาก็เก็บเงินกลับเข้าไปอยู่ที่เดิม เดินจ้ำอ้าวออกจากตรงนั้น ไม่ฟังเสียงเรียกของรัชชานนท์เลย

                ในจุดที่ไม่ห่างจะบริเวณนั้นนัก กนกพิชญ์ก็มองเหตุการณ์ด้วยความสะใจ เธอไม่ได้ยินประโยคสนทนาของคนทั้งสามหรอก แต่ดูจากกิริยาท่าทางแล้ว พรรณนาราคงตกเป็นรอง ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร เธอก็ขอขอบคุณที่มาแก้แค้นพรรณนาราให้กับเธอ

61 ความคิดเห็น