อุบัติเหตุแห่งรัก (ประกาศผลผู้โชคดีแล้วค่ะ)

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,236
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 มี.ค. 53

บทนำ

 

                คุณ คุณ มือบางตบเบาๆ ไปที่ใบหน้าของคนแปลกหน้า ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เมื่อเห็นว่าคนที่ไร้ความรู้สึกไม่ขยับตัวเลยสักนิด ก็ทำได้แต่ถอนหายใจ

                เอาไงดีหว่า เจ้าของมือได้แต่พึมพำเบาๆ ยกมือขึ้นเกาศีรษะอย่างไม่รู้จะทำยังไงดี นอนอยู่ตรงนี้ไปก่อนแล้วกันนะ เดี๋ยวฉันหาใครมาช่วย ฉันคงแบกคุณไปไม่ไหวแน่ๆ เสียงใสบอกคนที่นอนหลับใหล พูดกับคนไม่ได้สติเสร็จก็เดินไปหาเจ้าแก่ มอเตอร์ไซด์คู่ชีพของตัวเอง สตาร์ทรถแล้วก็ออกรถไป

                เวลาผ่านไปเพียงสิบห้านาที เสียงรถกระบะก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ชายหนุ่มสองคนลงจากรถ พร้อมกับหญิงสาวอีกคนก็ตามลงมาด้วย

                พี่ต้นกล้า ทางนี้ เร็วๆ สิ ตายหรือยังก็ไม่รู้ เสียงหวานใสเร่งพี่ชายที่เดินชักช้าในสายตาของเธอ

                ก็รีบแล้วไง ยายข้าวหอม ถ้าจะตายก็ตายตั้งแต่เราไปตามพี่แล้วมั้ง ธัญชนกบอกน้องสาวตัวดี

                ตายแถวนี้ ซวยเลยนะพี่ต้นกล้า อย่าลืมสิตรงนี้มันเขตสวนของเรานะ ธัญรดาหันไปบอกพี่ชายอีกครั้ง

                พี่ว่าซวยเพราะคนเจอดันเป็นเรานั่นแหละ ยายข้าวหอม

                พี่ต้นกล้าครับ น้องข้าวหอมครับ ผมว่าเขาตายเพราะเจ้านายของผมมัวแต่เถียงกันนี่แหละครับ จอมพล ผู้ชายร่างใหญ่อีกคนที่ตามมาด้วยพูดขึ้นบ้าง หลังจากเดินตามมาเงียบๆ

                เอ็งมาช่วยพี่หน่อยสิ ธัญชนกหันไปบอกลูกน้องที่ตามมาด้วย หลังจากที่เขามายืนอยู่ข้างรถที่เกิดอุบัติเหตุพุ่งชนต้นทุเรียนแสนรักของเขา

                ตกจากถนนมาได้ยังไงเนี่ย จอมพลมองถนนเส้นหลักไล่สายตาจากไหล่ทางจนถึงรถสปอร์ตคันหรูที่ตอนนี้หน้าตายับเยิน ทางลดระดับลงมาก็สูงเอาการอยู่

                สงสัยขับรถเร็วนะพี่จอม สาวคนเดียวในกลุ่มออกความคิดเห็นบ้าง คอหักไปหรือยังพี่ต้นกล้า ธัญรดาหันกลับไปถามพี่ชายที่กำลังสำรวจคนที่ได้รับบาดเจ็บอยู่

                ปากหรือนั่นยายข้าวหอม ท่าทางจะไม่เป็นอะไรมากนะ หัวแตก โดนเศษกระจก มีแผลตามตัวนิดหน่อย รถแพงขนาดนี้ระบบเซฟตี้ก็คงช่วยได้เยอะนั่นแหละหลังจากสำรวจอาการของคนเจ็บแล้ว เห็นว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง จึงตอบคำถามน้องสาวแบบไร้ความกังวล

                เอาไงดีล่ะพี่ต้นกล้า พาไปโรงพยาบาลดีไหมเมื่อรับรู้อาการจากพี่ชาย เธอจึงเสนอทางเลือกให้อีก

                พาไปบ้านก่อนดีกว่าข้าวหอม กว่าจะถึงโรงพยาบาลตายพอดีธัญชนกบอกน้องยิ้มๆ

                อ้าว! เมื่อกี้บอกไม่ได้เป็นอะไรมากไงธัญรดาเกาหัวแกรกๆ เพราะเริ่มสบสนกับคำพูดของพี่ชายสุดที่รัก สรุปนายนี่อาการหนักหรืออาการไม่น่าเป็นห่วงกันแน่

                ไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่เลือดออกนี่หว่า จอมมาช่วยพี่แบกเขาไปที่รถหน่อยสิ

                ครับ จอมพลรับคำ แล้วก็เข้ามาช่วยลูกพี่พาคนเจ็บขึ้นไปนอนท้ายกระบะ

                เราต้องแจ้งความไหมพี่ต้นกล้า คำถามมาจากน้องสาวคนสวยอีกครั้ง

                ไม่รู้ ทำให้เขาฟื้นก่อนแล้วกัน ถ้าไม่เป็นอะไรมากก็คงไม่ต้องมั้งนี่เป็นครั้งแรกที่คนเป็นพี่แสดงถึงความไม่แน่ใจออกมาให้เห็น

                ไอ้ซากรถนั่นทำยังไงดีครับพี่ต้นกล้า จอมพลตั้งคำถามบ้าง

                ทิ้งไว้อย่างนั้นก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน รีบเถอะ มัวแต่สงสัยโน่นสงสัยนี่ นายนี่ตายสมใจยายข้าวหอมพอดี ไปขึ้นรถกันได้แล้ว คนเป็นพี่ออกคำสั่งซึ่งก็ได้รับการปฏิบัติแต่โดยดี

 

                ตอนนี้คนในครอบครัวนั่งล้อมวงรอบคนแปลกหน้าที่ถูกหามเข้ามาวางไว้ที่ชานบ้านพร้อมหน้าพร้อมตา เริ่มจากปู่ชีพ ย่าแก้ว ธัญชนก ธัญรดา น้าพุด และจอมพล โดยหน้าที่ทำแผลให้กับคนบาดเจ็บก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หลานชายเจ้าของบ้านนั่นแหละ ธัญชนกมีใบประกอบโรคศิลป์ ตามแบบฉบับคุณหมอรักษาโรคโดยทั่วไป แต่เขากลับไม่ได้ทำอาชีพหมออย่างที่เรียนมา เพราะต้องมาดูแลสวนทุเรียนของครอบครัว หลังจากที่บิดาเสียชีวิตลงด้วยโรคหัวใจ เมื่อสองปีก่อน ส่วนมารดาไม่ต้องพูดถึง เพราะท่านเสียตั้งแต่ธัญรดาอายุได้หกขวบ

                ธัญชนกจึงทิ้งความฝันของตัวเองกลับมาดูแลสวนแห่งนี้ นอกจากเขาต้องดูแลสวนแล้ว เขายังต้องดูแลทุกคนในครอบครัวด้วย ทั้งๆ ที่น้องสาวคัดค้านหัวชนฝา เพราะอยากให้พี่ชายทำงานที่ตัวเองรัก และยืนยันว่าเธอดูแลสวนเองได้          แต่เขาก็หาเหตุผลให้น้องจนมุมจนได้ นั่นก็คือ ไม่ว่าเขาอยู่ไหน ทำอะไร เขาก็ยังสามารถช่วยเหลือชาวบ้านที่เจ็บป่วยได้ แถมไม่ได้เป็นหมอเถื่อนอีกต่างหาก

                ส่วนธัญรดาก็ยอมทิ้งความฝันของตัวเองเช่นเดียวกัน เธอมีอาชีพเป็นช่างภาพ ธัญรดารักถ่ายภาพ วาดรูปมาตั้งแต่เด็กๆ เธอให้เหตุผลว่า ภาพถ่ายพวกนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความทรงจำให้กับเธอ โดยเฉพาะแม่ที่อยู่กับเธอเพียงแค่หกปี ดังนั้นภาพถ่ายของแม่เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เธอจำท่านได้ ตั้งแต่ที่เริ่มถ่ายรูปเป็น ธัญรดาก็มักจะถ่ายรูปของทุกคนในบ้านเก็บไว้ จนแทบจะไม่มีที่เก็บ แต่ก็ไม่มีใครห้ามปราม เพราะมันไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร ธัญรดาทำงานที่ตัวเองรักได้เพียงแค่ปีเดียว เธอก็กลับมาดูแลสวนที่พ่อรักพร้อมกับพี่ชายของเธอ

                ต้นกล้า เขาเป็นยังไงบ้างลูก ยาแก้วถามหลานชายคนโต

                คงไม่เป็นไรแล้วครับย่า ที่หนักสุดคงเป็นหัวแตกครับย่า ที่อื่นก็เป็นแผลถลอกนิดหน่อย เท่าที่ผมดูไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะครับ คงต้องรอดูอาการพรุ่งนี้อีกทีครับธัญชนกรายงานอาการของคนเจ็บให้ทุกคนที่นั่งล้อมวงอยู่ทราบ

                แม่พุดไปเอาผ้ามาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เขาหน่อยสิ คนเจ็บจะได้สบายตัวขึ้น ย่าแก้วหันไปบอกแม่บ้านที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยหลานชายเมื่อสักครู่

                คืนนี้จะให้เขานอนที่ไหนล่ะต้นกล้า ปู่ชีพถามขึ้นมาบ้าง

                ผมว่าคงต้องให้นอนลานกลางบ้านนี่แหละครับ เดี๋ยวผมเฝ้าเองครับปู่ เพราะตกดึกไข้อาจจะขึ้น

                ข้าวหอมอยู่ช่วยไหมพี่ต้นกล้าน้องสาวตัวดีเสนอหน้าเต็มที่ แต่งานนี้เขาไม่มียอมตามใจเด็ดขาด ถึงผู้ชายแปลกหน้าจะได้รับบาดเจ็บ เขาก็ไม่มั่นใจถึงความปลอดภัยของน้องสาวอยู่ดี

                ไม่ต้องหรอก พี่เฝ้าเอง เราไปนอนดีกว่า พรุ่งนี้จะได้เข้าสวนแต่เช้า

                ตกลงจ้ะ

                อื้อ เสียงดังจากปากคนที่นอนไม่ได้สติ ทำให้ทุกคนหันกลับไปสนใจคนแปลกหน้าอีกครั้ง

                คุณ คุณครับ ธัญชนกลองเรียกคนไข้จำเป็นของเขาดู

                อื้อออออเสียงครางเบาๆ ก่อนที่เปลือกตาจะเปิดขึ้น ก่อนจะหรี่ลงนิดหนึ่ง เจ้าของดวงตายกแขนขึ้นจับศีรษะของตัวเอง พร้อมหลับตาปี๋ สีหน้าแสดงอาการเจ็บปวด

                รถคุณเกิดอุบัติเหตุครับ ศีรษะแตก ตามตัวก็เป็นแผลถลอกนิดหน่อย จำได้ไหมครับ ธัญชนกพยายามเล่าเหตุการณ์คร่าวๆ ให้คนเจ็บฟัง สักพักเขาก็พยักหน้ารับรู้

                คุณ ช่วย ผม ไว้ หรือ ครับ คนเจ็บพยายามพูด แต่ก็ค่อนข้างทุลักทุเลพอสมควร

                พักก่อนดีกว่านะพ่อคุณ พรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่ ตอนนี้คงเจ็บมากสิ ย่าแก้วบอกคนเจ็บ ซึ่งก็หันมามองท่าน ยกมุมปากนิดหนึ่ง พร้อมก้มหัวเล็กน้อย ย่าแก้วก็รู้ว่านั่นเป็นการทำความเคารพท่าน ท่านก็ส่งยิ้มตอบให้เขาเช่นเดียวกัน

                คุณทานยาแก้ปวดก่อนดีกว่าครับ ธัญชนกจับคนเจ็บกินยาเรียบร้อยก็ปล่อยเขาลงนอนอีกครั้ง

                เดี๋ยวน้าพุดจะช่วยเช็ดตัวให้คุณนะ คุณหลับไปเลยก็ได้ เสียงใสๆ ของใครสักคนดังขึ้น ซึ่งตอนนี้เขาไม่มีแรงลืมตาขึ้นมองได้ ถึงทำได้แต่พยักหน้ารับ ไม่นานความเจ็บป่วยทางร่างกายก็ทำให้เขาหลับสนิท

                ปู่จ๋า ย่าจ๋า ไปนอนดีกว่า ตรงนี้ให้น้าพุดกับพี่ต้นกล้าจัดการ พี่จอมก็ไปพักได้แล้วนะธัญรดาคลานเข่าเข้าไปหาผู้อาวุโสทั้งสองอย่างเอาใจ ก่อนจะหันไปพูดกับจอมพล

                ครับ น้องข้าวหอม จอมพลรับคำแล้วก็ยกมือไหว้ลาผู้ใหญ่ ก่อนจะลงจากบ้านไป

                ฝันดีนะครับปู่ ย่า ธัญชนกหอมแก้มผู้เป็นย่าอย่างที่ทำเป็นประจำทุกวัน

                ไปจ้ะ ข้าวหอมพาไปส่ง หลานสาวคนสวยกอดเอวผู้อาวุโสทั้งสองแล้วพาเดินไปยังห้องพัก ปล่อยให้พี่ชายและน้าพุดจัดการกับคนเจ็บกันตามสบาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

61 ความคิดเห็น

  1. #6 ร้อยมะลิ (@guabean) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2553 / 09:27

    ดีใจด้วยค่ะ วางแผงเมื่อไหร่บอกด้วยน๊า
    สู้ ๆ ต่อไปนะคะ .....

    #6
    0