กระต่ายมาเฟีย

ตอนที่ 8 : เลี้ยงกระต่าย》วันที่ 7《

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,158
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,011 ครั้ง
    10 พ.ค. 63

เลี้ยงกระต่าย》วันที่ 7《


 


 


 

เฮือก!


 

ดวงตากลมโตสีดำสนิทของผมเบิกกว้างขึ้นพร้อมกับร่างกายที่สะดุ้งอย่างรุนแรงจนสั่นไปแทบทั้งร่าง


 

อะไร


 

เมื่อครู่มันคืออะไรกัน


 

ความฝันหรือความเป็นจริง


 

อาจเพราะภาพที่เพิ่งเห็นทำให้สติสัมปชัญญะลดน้อยลงทำให้แยกแยะความฝันกับความเป็นจริงไม่ได้ แต่เมื่อหันไปเห็นใบหน้าของหลานเยี่ยนที่หลับสนิทอยู่ด้านข้างลมหายใจที่ถี่กระชั้นก็ค่อยๆ กลับคืนสู่สภาวะปกติ


 

เป็นความฝัน


 

ฝันแบบนี้อีกแล้วเหรอ


 

หลายคืนที่ผ่านมาผมฝันถึงเหตุการณ์เดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมาส่งผลให้สะดุ้งตื่นขึ้นมาช่วงกลางดึกอยู่ตลอด เหตุการณ์ในความฝันมันเหมือนจริงมากจนน่าตกใจ หลานเยี่ยนตื่นไปทำงานเหมือนวันอื่นๆ ทว่าขากลับเขาถูกกลุ่มคนพุ่งเข้ามาหมายจะเอาชีวิตซึ่งอีกฝ่ายสามารถจัดการได้ทั้งหมดในเวลาไม่นาน ทั้งที่เป็นแบบนั้นแต่อยู่ๆ ร่างของหลานเยี่ยนก็ทรุดลงบนพื้น เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาบริเวณหน้าออก ทันทีที่ร่างนั้นกระทบพื้นลมหายใจก็ปลิดปลิวไป


 

นั่นเป็นเหตุการณ์ที่ผมฝันเห็นมาตลอดหลายคืน ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆ ถึงฝัน ลางบอกเหตุ เซ้นส์หรือจะอย่างอื่น จะอะไรก็ไม่รู้แต่ผมรู้สึกไม่ดีเลยกับภาพพวกนั้น


 

ราวกับเหตุการณ์พวกนั้นมันจะกลายเป็นจริงเข้าสักวัน


 

ผมรู้ว่าด้วยสถานะ อาชีพหรือแม้แต่ตัวตนของหลานเยี่ยนถูกรายล้อมด้วยอันตราย วันดีคืนดีอาจถูกใครสักคนหมายเอาชีวิตหรือจ้องเร่งงานได้ง่ายๆ อาจเพราะผมรู้เลยเก็บมาคิด เก็บมาเป็นกังวลถึงขนาดเอาไปฝัน


 

มันก็แค่ความฝัน


 

ไม่รู้ว่าผมเฝ้าบอกตัวเองด้วยประโยคนั้นไปกี่ร้อยกี่พันรอบแล้ว ถึงอย่างนั้นภายอกผมกลับไม่รู้สึกสงบเลยแม้แต่น้อย


 

“หลานเยี่ยน” ผมเอ่ยเรียกคนที่กำลังหลับสนิทเสียงแผ่วก่อนจะก้าวลงมาจากเตียงกระต่ายขยับเข้าไปใกล้ใบหน้าหล่อเหลานั้นแล้วคลอเคลียเบาๆ


 

ไม่ได้อยากจะรบกวนหรือปลุกให้ตื่น แค่อยากมั่นใจว่าเขายังปลอดภัยดี


 

หลานเยี่ยนอยู่ตรงนี้ ร่างกายของเขาอุ่นมาก เพราะงั้นไม่เป็นไร ภาพเหตุการณ์พวกนั้นมันเป็นเพียงแค่ฝันร้ายเท่านั้น ไม่ใช่ความจริงแต่อย่างใด


 

อย่าเก็บไว้ให้รกสมอง


 

แต่ถ้านั่นเป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตล่ะ


 

เสี้ยวหนึ่งของสมองผุดความคิดนั้นขึ้นมา เพียงแค่นั้นก็ทำเอาหัวใจผมเต้นรัวขึ้นด้วยความกังวล


 

“ผมอยากปกป้องคุณ” ผมพึมพำออกไปอีกประโยคหนึ่ง หากผมยังเป็นมนุษย์ก็คงดีอย่างน้อยร่างนั้นก็เป็นวิชาสามารถช่วยปกป้องหลานเยี่ยนได้บ้าง ต่างจากร่างเล็กๆ ที่แค่บีบก็ตายคามือได้แล้ว


 

ต้องทำยังไงถึงจะปกป้องหลานเยี่ยนได้


 

“อื้อ...จื่อจื่อ?” เสียงสะลึมสะลือของเจ้าของเตียงดังขึ้น


 

“ขอโทษ ผมทำให้ตื่นสินะ หลับต่อเถอะ” คงเพราะผมขยับตัวเข้าไปชิดเกินไปเลยทำให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวตื่นขึ้นมากลางดึก บริเวณนี้ไม่มีนาฬิกาแต่ถ้าให้กะจากความมืดที่ล้อมรอบคงเป็นเวลาช่วงตีสองตีสามได้


 

“จะหลับต่อได้ยังไง เป็นอะไร...หนาวเหรอ ให้ปรับแอร์ไหม” หลานเยี่ยนยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาลูบตัวผม ไออุ่นที่คุ้นเคยเรียกผมให้ขยับเข้าไปคลอเคลียโดยไม่รู้ตัว


 

“...ผมไม่ได้หนาว” มัวแต่คลอเคลียจนเกือบลืมตอบคำถามซะได้


 

“งั้นเป็นอะไร...หรือว่าฝันร้ายอีกแล้ว” เหมือนหลานเยี่ยนจะเดาได้อย่างแม่นยำ เรื่องเหตุการณ์ที่ผมฝันนั้นผมบอกกับหลานเยี่ยนไปตั้งแต่ตอนที่ฝันครั้งแรก อีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกอะไรเพราะมันเป็นเพียงความฝัน แต่พอผมฝันติดต่อกันหลายวันเพื่อให้ผมลดความกังวลลงอีกฝ่ายเพิ่มคนคุ้มกันมากขึ้น และไม่ได้ออกไปงานเลี้ยงที่ไหน


 

การกระทำของหลานเยี่ยนทำให้ผมรู้ว่าเขาแคร์และเป็นห่วงผมมาก ไม่อยากให้ต้องกังวลหรือคิดมากเลยทำทุกอย่างเพื่อให้ผมสบายใจขึ้น


 

“อืม...ฝันเหมือนเดิมเลย” ผมพยักหน้าส่งไปให้ขณะมุดตัวไปซุกอยู่บริเวณลำคอของหลานเยี่ยน เส้นผมสีทองหม่นที่ยาวกระจายอยู่ถูกผมเหยียบไปหลายครั้งติด ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายก็ไม่เคยบ่นหรือบอกให้ผมเลิกทำ


 

“ไม่เป็นไร” หลานเยี่ยนยอมให้ผมเข้าไปซุก เขาใช้มือข้างเดิมสัมผัสตัวผมไว้คล้ายกำลังกกกอด ในตอนนี้รอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นไอของหลานเยี่ยน


 

“...ผมหวังว่าจะไม่เป็นไร”


 

“จื่อจื่อ”


 

“ผมไม่ชอบเลยที่ต้องมาฝันเห็นเหตุการณ์เดิมๆ แบบนี้ ภาพของคุณที่ล้มลงโดยที่มีเลือดไหลนองเต็มพื้นผมทำได้เพียงตะโกนเรียกชื่อคุณอยู่ในกระเป๋า” ผมระบายสิ่งที่คิดอยู่ออกมา


 

ทำอะไรไม่ได้เลย...ช่วยหลานเยี่ยนไม่ได้สักอย่าง ทำได้เพียงมองอีกฝ่ายต้องจบชีวิตลงซ้ำๆ


 

“จื่อจื่อ...มันเป็นแค่ความฝัน ฉันอยู่ตรงนี้ อยู่กับนาย” น้ำเสียงของหลานเยี่ยนช่วยให้ผมรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเช่นเดียวกับสัมผัสที่ลูบไล้ไม่หยุดปลอบประโลมจิตใจที่ว้าวุ่นของผมได้เป็นอย่างดี


 

“อืม...คุณอยู่ตรงนี้ อยู่กับผม นี่หลานเยี่ยน” ผมถูไถใบหน้าอันเต็มไปด้วยกลุ่มขนนุ่มๆ กับแก้มอีกฝ่ายซึบซับไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น


 

“ฮืม”


 

“ขอนอนด้วยแบบนี้ได้ไหม”


 

“ไม่กลัวตื่นเช้ามากลายเป็นกระต่ายแผ่นเหรอ”


 

“คุณจะทับผมเหรอ”


 

“ก็น่าทับอยู่นะ นุ่มดีด้วย” พูดจบหลานเยี่ยนก็ขยับใบหน้ามาทับตัวผมมากขึ้น


 

“หนักนะ...เอาหน้าออกไป” ผมเริ่มดิ้นเพราะถูกใบหน้าหนักๆ กดทับ


 

“ฉันกลัวจะเผลอพลิกตัวทับนาย” หลานเยี่ยนยอมขยับออกโดยดี


 

“...ผมอยากนอนใกล้ๆ คุณ” อยากรับรู้ถึงลมหายใจ อุณหภูมิและกลิ่นไอของเขาด้วยตัวเอง


 

“งั้นทำแบบนี้ดีไหม” อีกฝ่ายช้อนตัวผมให้กลับไปนอนที่เดิมก่อนจะขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นจนแทบจะชิดกับเตียงกระต่ายของผม มือข้างเดิมเอื้อมมาสัมผัสกลุ่มขนของผมก่อนจะวางคาสัมผัสไว้แบบนั้น


 

“แบบนี้ก็ได้” น้ำหนักของมือข้างเดียวผมยังพอรับไว้ อย่างน้อยก็ยังได้สัมผัสกับหลานเยี่ยน


 

“ไม่ต้องกังวลอะไรจื่อจื่อ ฉันจะไม่เป็นอะไร”


 

“เราไม่รู้อนาคตหรอกนะหลานเยี่ยน อย่าประมาทนะ” ผมเป็นห่วงเขาจริงๆ


 

“ฉันจะไม่ประมาท ไม่ยอมเป็นอะไรหรอก ชุดที่ซื้อมายังเห็นนายใส่ไม่ครบเลย” อีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่องในประโยคสุดท้าย เขาทำเพื่อให้ผมผ่อนคลาย


 

“ที่ยังใส่ไม่ครบเพราะคุณสั่งมาเพิ่มต่างหาก” ทุกวันนี้ผมถูกจับใส่เสื้อผ้าก่อนไปทำงานทุกวัน ลิ้นชักหนึ่งชั้นเรียกว่าเต็มไปด้วยเสื้อผ้าเครื่องประดับของผมไปแล้ว


 

ของเก่ายังใส่ไม่ครบก็มีของใหม่ส่งมาให้อีกแล้ว


 

เป็นแบบนี้เมื่อไหร่จะใส่หมด


 

“ฉันเห็นว่าเหมาะกับนายถึงสั่งหรอก”


 

“เยอะเกินไปแล้ว ตอนนี้เสื้อผ้าผมมีเยอะกว่าของคุณอีกมั้ง”


 

“นั่นสิ...เยอะกว่าจริงๆ นั่นแหละ” แม้จะมืดแต่ผมสัมผัสผ่านน้ำเสียงได้ว่าหลานเยี่ยนกำลังยิ้มอยู่


 

“พอแล้วนะ หยุดซื้อเถอะ”


 

“ฉันรวย”


 

“ผมรู้ว่าคุณรวยแต่ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกอย่างนี่นา”


 

“ไม่ได้ซื้อทุกอย่างสักหน่อย ซื้อแค่ของของนายหรอกจื่อจื่อ” หลานเยี่ยนพูดแก้


 

“ก็นั่นแหละ”


 

“ถ้าไม่มีอะไรที่น่าสนใจฉันก็ไม่ซื้หรอก”


 

“ให้จริงเถอะ”


 

“หึ...นอนได้แล้วจื่อจื่อ เดี๋ยวก็ตื่นเช้าไม่ไหวหรอก” หลานเยี่ยนลูบขนของผมระหว่างพูด


 

“อืม...ฝันดีหลานเยี่ยน” ผมเอ่ยไปตามความเคยชิน


 

“นายก็ด้วย ฝันดีจื่อจื่อ” ครั้งนี้หลานเยี่ยนขยับใบหน้ามาใกล้จูบหน้าผากผมเบาๆ ก่อนจะกลับไปนอนตามเดิม


 

ฝันดีเหรอ


 

อย่าว่าแต่ฝันเลย


 

แค่หลับยังหลับไม่ลงเลยด้วยซ้ำ


 

มาเล่นอะไรก่อนนอนเนี่ยหลานเยี่ยน!


 

กว่าผมจะกล่อมตัวเองให้หลับได้ก็ผ่านไปนานพอดูสังเกตจากหลานเยี่ยนที่หลับสนิทไปนานแล้วก็เดาได้ ในความฝันผมยังคงเห็นภาพเหตุการณ์เดิมๆ ทว่าครั้งนี้มันกลับชัดเจนมากกระทั่งสายตาสุดท้ายของอีกฝ่ายที่มองมาทางผมก่อนลมหายใจจะดับลง


 

เฮือก!


 

ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาบนเตียงอีกครั้งทว่าครั้งนี้บนเตียงกลับมีเพียงผมคนเดียวที่นอนอยู่ หลานเยี่ยนที่มักจะปลุกผมมาเล่นด้วยทุกเช้ากลับไม่อยู่


 

ยิ่งไม่เห็นผมยิ่งคิดฟุ้งซ่าน กระโดดไปกลางเตียงเพื่อซึมซับไออุ่นแต่กลับพบเพียงความเย็นเฉียบของเนื้อผ้า หัวใจผมเต้นรัวด้วยความกังวล ภายในหัวขาวโพลนไปหมด คิดอะไรไม่ออกเลย


 

“หลานเยี่ยน!” ผมตะโกนลั่นอย่างไม่เกรงกลัวว่าจะมีใครได้ยินบ้าง ผมไม่กลัวว่าคนอื่นจะได้ยินที่กลัวน่ะคือการที่หลานเยี่ยนไม่อยู่ต่างหาก


 

แกร็ก!


 

“จื่อจื่อ?” หลานเยี่ยนรีบเปิดประตูห้องน้ำออกมา บนหัวนั้นยังมีฟองของแชมพูอยู่เลย พอได้เห็นหน้าอีกฝ่ายใจผมก็ใจชื้นขึ้น


 

“อาบน้ำเหรอ” ถามแปลกๆ นะตัวผม ฟองเต็มหัวขนาดนั้น


 

“อืม เป็นอะไร...ฝันร้าย?”


 

“ใช่...แต่ไม่เป็นไรแล้ว คุณอาบน้ำต่อเถอะ” จะให้ออกมาทั้งที่หัวมีแต่แชมพูก็ออกจะน่าสงสารเกินไปหน่อย


 

“แน่ใจว่าไม่เป็นไร” อีกฝ่ายถามย้ำ


 

“อืม”


 

“ฉันจะรีบอาบ” หลานเยี่ยนปิดประตูรีบกลับไปอาบน้ำตามที่พูด ไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็เดินออกมาโดยมีผ้าขนหนูพันอยู่รอบเอว


 

เสื้อผ้าชุดต่างๆ มีเรียงแขวนไว้อย่างเป็นระเบียบในตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่จึงสามารถเลือกหยิบมาได้ตามความต้องการ วันนี้หลานเยี่ยนเลือกเสื้อเชิ้ตสีขาวกับเสื้อกั๊กสีน้ำตาลโดยมีกางเกงขายาวเข้าชุดกัน ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมาผมเห็นหลานเยี่ยนออกมาแต่งตัวอยู่ทุกวัน จะว่าชินไหมก็บอกเลยว่าไม่ ทุกครั้งผมมักจะหันหน้าหนีไปอีกทาง


 

“จื่อจื่อ มานี่” หลานเยี่ยนนั่งลงบนเตียงหลังแต่งตัวเสร็จ


 

“อื้อ” ผมวิ่งดุ๊กๆ ไปตามเสียงเรียก


 

“ฉันสัมผัสนายอยู่เห็นรึเปล่า” อีกฝ่ายเอื้อมมือมาลูบไล้ทั้งตัวของผม เขารู้ว่าผมกังวลกับความฝันนั้นจึงมอบสัมผัสเพื่อให้รู้ว่าเขาไม่เป็นอะไร


 

“เห็นชัดเลยล่ะ ทำไมเมื่อเช้าไม่ปลุกผม” ผมถามสิ่งที่สงสัย


 

“ตื่นกลางดึกติดๆ กันแบบนั้นฉันกลัวนายนอนไม่พอเลยไม่อยากปลุก กะว่าแต่งตัวเสร็จค่อยปลุกทีเดียว” หลานเยี่ยนอธิบาย


 

“ผมตกใจแทบแย่ที่ตื่นมาไม่เจอคุณ”


 

“โทษที วันนี้ให้นายเลือกชุดเองละกัน” อีกฝ่ายช้อนตัวผมขึ้นก่อนจะเดินไปเปิดลิ้นชักซึ่งอัดแน่นไปด้วยชุดของผม


 

“ไม่ใส่ไม่ได้เหรอ” ผมเงยหน้าถาม


 

“อยากโป๊รึไง”


 

“ไม่โป๊เถอะ”


 

“โป๊ เลือกมา” คนด้านบนเร่ง


 

“เอาเสื้อเชิ้ตสีดำล้วน” ผมหันไปเห็นเสื้อตัวนั้นอยู่บนสุดพอดีเลยเลือก


 

“ขนนายสีเทาใส่สีดำจะดูทึบไป วันนี้ใส่สีเดียวกับฉันสีขาวละกัน” หลานเยี่ยนหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวมาไว้ในมือแล้วเลื่อนลิ้นชักปิด


 

“แล้วคุณจะถามผมทำไม” แบบนี้ไม่ต้องบอกให้ผมเลือกก็ได้


 

“ไปกินข้าวกันเถอะ เข้ากระเป๋า...”


 

“วันนี้ผมไม่อยากอยู่ในกระเป๋า คุณอุ้มผมได้รึเปล่า” ผมรีบเอ่ยแทรก ไม่รู้ทำไมผมถึงไม่อยากห่างจากหลานเยี่ยน อยากอยู่ให้ใกล้มากที่สุด


 

“ได้สิ” อีกฝ่ายโยนกระเป๋ากลับที่แล้วอุ้มผมลงไปด้านล่าง


 

มื้อเช้าวันนี้หลานเยี่ยนสั่งให้ขยับถาดอาหารของผมมาใกล้กว่าเดิม คำสั่งนั้นทำให้ผมส่งสายตาขอบคุณไปแทบไม่ทัน


 

หลังมื้อเช้าจบลงกิจวัตรเดิมๆ อย่างการขึ้นรถไปบริษัทก็เริ่มขึ้น สิ่งที่ต่างมีเพียงข้อเดียวคือตัวผมที่ไม่ได้อยู่ในกระเป๋าแต่เป็นบนตักของหลานเยี่ยนแทน ตลอดการเดินทางพวกเราไม่ได้คุยอะไรกันทว่าผมกลับรู้สึกดียามถูกฝ่ามืออุ่นๆ ลูบอยู่ตลอดเวลา เมื่อมาถึงบริษัทเขาอุ้มผมขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนโดยมีสายตาสงสัยมองมาตลอดทาง


 

แค่เปลี่ยนจากอยู่ในกระเป๋ามาให้หลานเยี่ยนอุ้มเท่านั้นเอง ต้องตกใจกันขนาดนั้นเลยเหรอ


 

หลานเยี่ยนนั่งลงยังเก้าอี้สีเทาในห้องทำงานก่อนจะปล่อยผมนั่งลงบนตัก ต่างฝ่ายยังไม่ได้เปิดบทสนทนาเจียงฮุยก็ขออนุญาตเข้ามาพร้อมกับเอกสารกองโต


 

“ท่านหลานเยี่ยนวันนี้ท่านหลินเซียนจะเข้ามาช่วงสายๆ นะครับ เห็นว่าโทรหาท่านแล้วแต่ไม่รับ” เจียงฮุยแจ้งกำหนดการในวันนี้


 

ท่านหลินเซียน?


 

ชื่อคุ้นๆ คุ้นมากๆ


 

“ยังไม่ได้เปิดเครื่อง” พูดแล้วหลานเยี่ยนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิด


 

“งั้นผมขอตัวไปจัดการงานต่อก่อนนะครับ”


 

“ฝากด้วย” บอกลาเสร็จเจียงฮุยจึงเดินออกไปจากห้อง


 

ในตอนนั้นเองที่ผมนึกออกว่าคนที่ชื่อหลินเซียนเป็นใคร


 

“น้องสาวของคุณ?” ผมเงยหน้าถาม จำได้ว่าหลานเยี่ยนมีน้องสาวอยู่หนึ่งคนชื่อไห่หลินเซียนเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่หากไม่นับคนอื่นๆ ในตระกูล


 

“รู้ด้วย?” หลานเยี่ยนถามกลับ


 

“รู้สิ ไห่หลินเซียนจบปริญญาจากเมืองนอก ตอนนี้เปิดแบรนด์สร้างน้ำหอมของตัวเองอยู่ สูงร้อยเจ็ดสิบเอ็ด อายุยี่สิบห้า”


 

“ทำไมรู้ขนาดนั้น” หลานเยี่ยนหรี่ตามองคล้ายจะจับผิด


 

“เพราะเธอสวยมากก~” ผมลากเสียงยาวในพยางค์สุดท้ายซึ่งไม่ใช่การพูดเกินจริงแต่อย่างใด ทั้งหน้าตาและบุคลิกล้วนเป็นที่หมายตาของบรรดาชายหนุ่มทั้งนั้น


 

“นายชอบ?”


 

“ชอบสิ” ผมตอบโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด


 

“ฮืม...มากกว่าฉันเหรอ” หลานเยี่ยนถามต่อ


 

“หมายถึงอะไร”


 

“ชอบหลินเซียนมากกว่าฉันอีกเหรอ” คำถามที่ได้ยินทำเอาผมตอบไม่ถูก จริงๆ คือไม่คิดว่าจะได้ยินคำถามนี้จากหลานเยี่ยน


 

“...ชอบทั้งคู่ได้รึเปล่า” ผมลองถามดู


 

“ไม่ได้ ตอบมาเร็วๆ” อีกฝ่ายยื่นคำขาดแถมยังเร่งให้รีบตอบอีก


 

“ถ้าให้เลือกก็คงเป็นคุณแหละหลานเยี่ยน”


 

“...ทำไมเป็นฉัน” หลานเยี่ยนเงียบไปอึดใจหนึ่ง หากไม่สังเกตก็คงไม่เห็นประกายความยินดีในดวงตาคู่นั้นเป็นแน่


 

“ผมรู้จักกับคุณมากกว่า ผูกพันธ์มากกว่าย่อมชอบคุณมากกว่า กับหลินเซียนผมเคยเห็นแต่ในรูปยังไม่เคยเจอตัวจริงหรือพูดคุยด้วย” เลยตัดสินจากความรู้สึกในตอนนี้


 

“แปลว่าถ้าลองได้เจอได้พูดคุยอาจชอบมากกว่าฉัน?”


 

“ก็เป็นไปได้”


 

“กระต่ายใจง่ายเอ้ย” หลานเยี่ยนดีดหน้าผากผมเบาๆ แทนการลงโทษ


 

“เจ็บนะ...ใจง่ายอะไร” ผมอยากจะยกมือสั้นๆ ขึ้นลูบหน้าผากตัวเองส่งสายตาขุ่นเคืองไปให้


 

“คิดจะไปชอบคนอื่นมากกว่าเจ้าของอย่างฉันได้ยังไง”


 

“ผมแค่บอกว่าเป็นไปได้ ไม่ได้บอกว่าจะชอบมากกว่าสักหน่อย” เข้าใจอะไรผิดรึเปล่าหลานเยี่ยน


 

“ก็เหมือนกัน มันมีสิทธิ์ว่านายจะชอบมากกว่านี่”


 

“เป็นธรรมดาของผู้ชายรึเปล่าล่ะที่จะชอบของสวยๆ งามๆ”


 

“ฉันไง”


 

“ฮะ?”


 

“ฉันไม่หล่อรึไง” หลานเยี่ยนอุ้มผมขึ้นให้มองใบหน้านั้นชัดๆ ในระยะใกล้ ผู้หญิงทั่วโลกต้องอิจฉาผมแน่ๆ


 

“...หล่อ...มาก” ผมเติมคำห้อยท้ายให้อีกคำเพราะแค่หล่อยังน้อยไป


 

“หึ...แปลว่าจะชอบฉันมากกว่าสินะ”


 

“...” ผมไปพูดตอนไหน


 

“แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย” หลานเยี่ยนยกยิ้มคล้ายจะอารมณ์ดี วางผมนอนบนตักลูบตัวผมไปทำงานไป


 

ผมเองก็อยากค้านแต่พอเห็นอีกฝ่ายอารมณ์ดีขนาดนั้นผมเองก็เผลอยิ้มตามออกมา เทียบกับหลินเซียนผมชอบหลานเยี่ยนมากกว่า ไม่สิ ไม่ใช่แค่มากกว่า แต่ชอบมากกว่ามากเลยล่ะ


 

ปัง!


 

“มาแล้วพี่ชาย” ผมที่กำลังเคลิ้มๆ ถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูดังลั่นตามมาด้วยเสียงร่าเริงสดใสที่ดังขึ้น


 

“เงียบหน่อย” หลานเยี่ยนเหลือบตามองน้องสาวแท้ๆ ของตัวเองด้วยสายตาเรียบเฉยถึงอย่างนั้นฝ่ายน้องสาวก็ไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวแต่อย่างใด


 

“แหม อย่ามาทำหน้าน่ากลัวน่าพี่ชาย โอ๊ะ...นี่คือจื่อจื่อที่ลือกันสินะ” หลินเซียนก้าวเข้ามาหาหลานเยี่ยนจนสามารถมองเห็นผมที่เงยหน้าขึ้นมองได้


 

ไห่หลินเซียนมีเส้นผมสีน้ำตาลยาวประบ่า ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มหวานดุจนางฟ้า แผ่บรรยากาศเริงร่าชวนให้รู้สึกยิ้มต่างจากผู้เป็นพี่ชายโดยสิ้นเชิง


 

จุดเหมือนกันของทั้งคู่คงมีเพียงดวงตาสีเทาเท่านั้นล่ะมั้ง


 

“ลืออะไร” หลานเยี่ยนหันไปถาม


 

นั้นสิ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าลืออะไร


 

“พี่โจวบอกว่าตอนนี้พี่ชายมีคนรักแล้ว นอกจากจะยอมให้นอนห้องเดียวกันแล้วยังคอยดูแลอย่างดีทั้งเสื้อผ้าทั้งอาหารเปย์ให้ไม่ขาด น่าเสียดายที่คนรักนั้นไม่อาจใช้สรรพนามเป็นคนได้เนื่องจากเป็นกระต่ายตัวน้อยน่ารักที่ครองใจของพี่ชายไว้ทั้งดวง” หลินเซียนผายมือทั้งสองข้างมาทางผมในประโยคสุดท้าย


 

พี่โจวในประโยคคงหมายถึงไมเคิล โจว สัตวแพทย์ที่เข้ามาดูแลตอนผมป่วยเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ได้ยินมาว่าเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของหลานเยี่ยน


 

“พูดจบรึยัง” หลานเยี่ยนทำหน้าเอือมกับประโยคยืดยาวที่ได้ยิน


 

“จบแล้วค่ะ ตอนที่ได้ยินก็ไม่อยากเชื่อหรอกนะแต่พอมาเห็นกับตาแล้วบอกได้เลยว่าข่าวลือเป็นจริงทุกอย่าง ปกติพี่ชอบนั่งทำงานเงียบๆ แต่ครั้งนี้กลับมีกระต่ายน้อยนอนหลับอยู่บนตัก พี่ชายรักจื่อจื่อมากกว่าน้องสาวคนนี้เหรอคะ” เธอเอียงคอเล็กน้อยทำหน้าตาน่ารักส่งมา


 

“ใช่” คำตอบสั้นๆ ทำเอารอยยิ้มของหลินเซียนค้างทันควัน


 

“ไม่ได้นะพี่ชาย พวกเราไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่เดือนพี่จะรักคนอื่นมากว่าน้องสาวคนนี้ไม่ได้นะ”


 

“มานี่มีธุระอะไร” หลานเยี่ยนวางปากกาในมือลงก่อนจะเงยหน้ามองน้องสาวที่ยืนอยู่


 

“คิดถึงพี่ชาย”


 

“...” คนถูกบอกคิดถึงทำเพียงถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นแล้วเอื้อมมือไปวางบนเส้นผมสีน้ำตาลของน้องสาว ผมไม่เห็นสีหน้าแววตาของหลานเยี่ยนแต่เดาว่าอีกฝ่ายต้องเอ็นดูน้องสาวที่ร่าเริงคนนี้มากแน่ๆ


 

“คิก รักพี่ชายนะคะ” หลินเซียนฉีกยิ้มกว้างให้พี่ชาย


 

“รู้แล้วน่า” คนขี้เขินผลักหัวน้องสาวเบาๆ ก่อนจะเดินไปนั่งยังโซฟากลางห้องโดยมีหลินเซียนตามมานั่งด้วย


 

“ขอฉันจับได้ไหม” เธอมองผมที่อยู่ในอ้อมแขนสลับกับพี่ชาย


 

“อย่าเลย มันดุ”


 

“งี๊ด!” ผมตวัดสายตามองหลานเยี่ยนทันควัน


 

ใครดุกัน?


 

ผมออกจะน่ารักเป็นมิตร


 

“อย่าหวงน่าพี่ชาย นี่น้องสาวนะ” หลินเซียนทำหน้าอ้อน


 

“งี๊ดด~” ผมไม่รอให้หลานเยี่ยนอนุญาตกระโดดจากท่อนแขนหลานเยี่ยนไปหาผู้เป็นน้องที่รอรับอยู่


 

“ว้าย มาหาเองด้วย น่ารักที่สุดเลย” หลินเซียนแนบพวงแก้มขาวใสกับกลุ่มขนบนใบหน้าผมแล้วถูไถไม่หยุด


 

“หลินเซียน พอแล้ว” หลานเยี่ยนที่เห็นเอื้อมมือมาหมายจะคว้าตัวผมกลับไปแต่น้องสาวรู้ทันขยับตัวออกห่างทันที


 

“ไม่พอค่ะ ทำไมน่ารักขนาดนี้ ดูดวงตากลมๆ ใสปิ๋งนี่สิ แค่มองก็หลงเสน่ห์จนถอนตัวไม่ขึ้น ตัวผู้แน่ๆ เลยใช่ไหมเสน่ห์ร้ายกาจขนาดนี้” อีกฝ่ายหรี่ตามองและอมยิ้มตอนพูดกับผม


 

“งี๊ด” ผมตอบรับด้วยการพยักหน้า


 

ถูกชมว่ามีเสน่ห์ใครๆ ก็ต้องดีใจ


 

“โอ๊ะ...ฉลาดจัง หรือฉันไปหาซื้อมาเลี้ยงสักตัวดีไหม จะได้เอามาผสมพันธุ์กับจื่อจื่อของพี่”


 

“ไม่” หลานเยี่ยนปฏิเสธเสียงแข็ง


 

“ทำไมล่ะ ฉลาดขนาดนี้ถ้ามีลูกต้องฉลาดมากแน่ๆ” น้องสาวถามอีก


 

“ตอนไปแล้ว”


 

“งี๊ดด~!” ผมแทบจะกระโดดถีบใส่ใบหน้าหล่อเหลานั่นที่โกหกได้หน้าตายเหลือเกิน


 

ตอนอะไรกัน


 

ผมยังเป็นบุรุษเพศที่แสนแข็งแรงนะเออ!


 

“น่าเสียดายจัง งั้นเดี๋ยวซื้อตัวผู้มาให้จะได้เป็นคนรักกันดีกว่าเนอะ ช่วงนี้วายกำลังมาแรง” ดวงตาสีเทาของหลินเซียนทอประกายขึ้น


 

“พอได้แล้ว อย่ายุ่งกับจื่อจื่อ” หลานเยี่ยนตัดบท


 

“อะไรพี่ชาย จะให้จื่อจื่อรักแต่พี่คนเดียวเหรอถึงไม่ยอมหาคู่ให้”


 

“ใช่”


 

“...” คำตอบสั้นๆ ของหลานเยี่ยนทำเอาคนฟังอย่างน้องสาวและผมถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ


 

“มานี่จื่อจื่อ” หลานเยี่ยนเอ่ยเรียกพร้อมกับดวงตาสีเทาที่ประสานมาแทนการเร่ง


 

“งี๊ด” รู้แล้วน่า


 

ผมกระโดดลงจากมือของหลินเซียนแล้วกลับไปหาหลานเยี่ยนที่ช้อนตัวผมขึ้นไปไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง


 

“แบบนี้หรือว่า...”


 

“อะไรอีก”


 

“ฉันว่าไม่ใช่แค่พี่ชายที่รักจื่อจื่อหรอก จื่อจื่อเองต้องรักพี่ชายมากแน่ถึงได้เชื่อฟังขนาดนี้ นี่ต้องเป็นความรักต่างเผ่าพันธ์อย่างแน่นอน” หลินเซียนจ้องมองผมสลับกับหลานเยี่ยนด้วยสายตาที่มีเปลวไฟโหมกระหน่ำอยู่ภายใน


 

“หึ...เข้าใจถูกแล้ว”


 

“งี๊ด” ถูกตรงไหน


 

“จื่อจื่อน่ะรักพี่มากที่สุดเลยล่ะ”


 

“งี๊ดด~” คิดเองเออเอง


 

แค่บอกว่าชอบมากกว่ายังไม่เคยพูดว่ารักสักคำ


 

“เข้าใจถูกสินะ เด็กดีๆ” หลานเยี่ยนเมินสายตาไม่พอใจของผมโต้งๆ


 

“ทั้งพี่ชายทั้งจื่อจื่อน่ารักมากเลย พี่ดูมีความสุขขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก”


 

“เพราะมีจื่อจื่อ” เป็นคำตอบที่ผมไม่คิดว่าจะได้ยินตรงๆ


 

เพราะมีผมเลยทำให้หลานเยี่ยนมีความสุข


 

แค่ได้ยินก็รู้สึกมีความสุขตามแล้ว


 

ภายในอกรู้สึกอุ่นวาบ ดีใจที่สามารถทำให้อีกฝ่ายมีความสุขได้


 

“แบบนี้ดีแล้ว ฉันยังห่วงอยู่เลยเพราะพี่ไม่มีคนรักสักที”


 

“พูดเหมือนตัวเองมีนะคนรักน่ะ” หลานเยี่ยนสวนกลับ


 

“...กำลังหาอยู่น่า”


 

“พี่ก็กำลังหา”


 

“อย่างพี่อย่าใช้คำว่ากำลังหาเลย เรียกว่าไม่สนใจหาจะตรงกว่า” ผมเผลอพยักหน้าเห็นด้วยกับหลินเซียน


 

“ไม่รีบนี่”


 

“ไม่รีบเหมือนกันแหละ”


 

“หึ...”


 

สองพี่น้องที่ไม่ได้เจอกันมานานหลายเดือนใช้เวลาพูดคุยเรื่อยเปื่อยกันนานหลายชั่วโมง หลานเยี่ยนไม่ใช่คนพูดเก่งหรือชวนคุยเก่งแต่กลับพูดคุยได้เป็นชั่วโมง แปลว่าสนิทกับน้องสาวมาก


 

ฝ่ายน้องสาวหรือไห่หลินเซียนหาเรื่องมาพูดคุยได้ไม่มีหมด พอจบหัวข้อนี้ก็มีหัวข้อนั้นมาเสริมใหม่ ขนาดผมเป็นแค่คนฟังยังฟังเพลินๆ เลย


 

ถ้าหลินเซียนแบ่งความร่าเริงมาให้หลานเยี่ยนสักครึ่งหนึ่งก็คง...อุ๊บ คิก!


 

ไม่ไหว


 

พอลองจินตนาการตอนหลานเยี่ยนร่าเริงพูดไม่หยุดแล้วรู้สึกขำจนหยุดไม่อยู่ หลานเยี่ยนเป็นหลานเยี่ยนแบบนี้ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องฝืนปรับเปลี่ยนหรือทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวเองเลย


 

ผ่านไปประมาณสามชั่วโมงหลินเซียนก็ขอตัวกลับหลังอยู่ร่วมมื้อกลางวันกับหลานเยี่ยนเรียบร้อย เพื่อความปลอดภัยหลานเยี่ยนจึงให้ลูกน้องตามไปส่งถึงที่


 

ในช่วงบ่ายผมยังอยู่บนตักของหลานเยี่ยนเหมือนเดิม สัมผัสที่ลูบไล้กับกลิ่นที่คุ้นเคยพอประสานกับไออุ่นจากร่างกายยิ่งกระตุ้นความง่วงให้มากขึ้นจนผมทนไม่ไหวเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว โชคร้ายที่ครั้งนี้ผมก็ยังถูกความฝันนั้นตามมาหลอกหลอนไม่หยุด ลางสังหรณ์ณ์บางอย่างบอกว่าหลานเยี่ยนกำลังตกอยู่ในอันตราย


 

“หลานเยี่ยน ขากลับเพิ่มคนคุ้มกันอีกเถอะ” ผมเอ่ยบอกด้วยความเป็นห่วงเมื่อตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานแล้ว


 

“ฉันพานายไปหาหมอดีไหม” หลานเยี่ยนเองก็ดูเป็นกังวลไม่น้อยเมื่อรู้ว่าผมฝันร้ายอีกแล้ว


 

“ผมไม่เป็นไร ต่อให้ไปหาหมอแล้วคุณจะบอกว่าอะไร กระต่ายฉันนอนฝันร้ายทุกคืนถึงเหตุการณ์ที่ฉันตายงั้นเหรอ” ต่อให้เป็นเพื่อนสนิทอย่างโจวถ้าได้ยินคงได้หัวเราะก๊ากออกมาแน่


 

“ฉันไม่ชอบเวลาที่นายทำหน้ากังวลแบบนี้เลย”


 

“ผมเองก็ไม่ได้อยากกังวลแต่มันสังหรณ์แปลกๆ นี่หลานเยี่ยน”


 

“ฮืม?”


 

“ถ้าผมไม่อยู่คุณจะมีความสุขได้ไหม” ผมเอ่ยถามพลางเงยหน้าขึ้นประสานกับดวงตาสีเทาด้านบน


 

“...พูดอะไรจื่อจื่อ”


 

“ผมแค่อยากให้คุณมีความสุขแม้จะไม่มีผม”


 

“อย่าพูดอะไรบ้าๆ นายคือความสุขของฉัน ถ้าไม่มีนายฉันไม่มีทางที่จะมีความสุข” ประโยคที่ได้ยินทำเอาขอบตาผมร้อนขึ้น ผมพยายามสุดความสามารถที่จะห้ามไม่ให้น้ำตาไหล


 

“ผมอยู่กับคุณเสมอหลานเยี่ยน”


 

“อืม อยู่กับฉันจื่อจื่อ”


 

“กลับกันเถอะ” ได้ยินแค่นี้ก็มากพอแล้ว


 

“ได้”


 

หลานเยี่ยนอุ้มผมไว้เหมือนกับตอนขามาเนื่องจากไม่ได้เอากระเป๋ามาด้วย ทุกย่างก้าวที่มุ่งหน้าออกไปยังประตูหน้าบริษัทสัญญาณเตือนที่ไม่รู้ที่มาดังขึ้นในหัวผมต่อเนื่องไม่ยอมหยุด


 

ทันทีที่ออกมาด้านนอกกลุ่มคนที่หลบซ่อนอยู่พากันพุ่งตัวออกมาจากที่ซ่อน อาวุธอย่างมีดสั้นถูกควักออกมาปะทะแต่เนื่องจากมีบอดี้การ์ดคอยคุ้มกันทำให้ไม่มีใครหลุดมาถึงตัวของหลานเยี่ยนได้


 

ไม่เหมือนในความฝัน


 

ในความฝันคนพวกนั้นบุกเข้ามาได้แต่ก็ถูกหลานเยี่ยนจัดการในตอนท้าย หรือว่าจะเป็นเพราะผมบอกให้หลานเยี่ยนเพิ่มบอดี้การ์ดทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น


 

ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าสาเหตุการตายของหลานเยี่ยนในความฝันคืออะไร อยู่ๆ หลานเยี่ยนก็ล้มลงจมกองเลือดทั้งที่ไม่มีใครเข้าใกล้


 

เดี๋ยวนะ...


 

อาวุธที่ยิงระยะไกล


 

ปืนไรเฟิล!


 

ผมจำได้แม่นว่าไม่ได้ยินเสียงปืน...หรือว่าจะใส่ที่เก็บเสียง?


 

ผมวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทั้งหมดก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองตึกสูงที่รายล้อมอยู่โดยรอบก่อนจะพบว่ามีแสงสะท้อนปรากฎขึ้นบริเวณตึกด้านหน้า


 

ปัง!


 

ตอนนั้นผมไม่มีเวลาแม้จะส่งเสียงบอกหรือเตือนหลานเยี่ยนที่ยืนเป็นเป้านิ่ง เมื่อรับรู้ได้ถึงอันตรายผมกระโดดออกจากวงแขนนั้นซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่กระสุนถูกยิงมาจริงๆ


 

ร่างของผมตกลงสู่พื้นท่ามกลางความตกใจของหลานเยี่ยน ความเจ็บแปล๊บแล่นไปทั่วร่าง เลือดสีแดงหลั่งไหลออกจากร่างพร้อมกับลมหายใจที่ค่อยๆ หมดลง ภาพสุดท้ายที่เห็นคือใบหน้าตื่นตระหนกของหลานเยี่ยนที่เข้ามาหาพร้อมเสียงตะโกนชื่อผมดังลั่น...


 

“จื่อจื่อ!”


 

ผมอยากบอกกับหลานเยี่ยนหลายอย่างแต่ดูเหมือนว่าผมจะทนความเจ็บปวดมากกว่านี้ไม่ไหว


 

จากนี้ผมคงทำได้แค่หวังให้หลานเยี่ยนปลอดภัย


 

อย่างน้อยๆ ผมก็ได้ปกป้องเขาเท่าที่ร่างเล็กๆ นี่จะทำได้แล้ว


 

ถึงไม่มีผมแล้วก็ต้องมีความสุขนะหลานเยี่ยน ไม่ใช่สิ ผมจะอยู่กับคุณเสมอเพราะงั้นต้องมีความสุขมากๆ นะ


 

ดีใจที่ได้เจอคุณ

.......................................

ฮืออออ

แต่งเองร้องไห้เอง

จื่อจื่อ!!

ไม่อยากแต่งตอนนี้เลย แต่ถ้าไม่แต่งก็ไปขั้นต่อไปไม่ได้ ดังนั้นเลยต้องทำใจแต่งทั้งที่ไม่อยากเลย

ดราม่าเพียงหนึ่งเดียวของเรื่องได้จบลงแล้ว

หลายคนน่าจะพอเดาทางออก บอกแล้วว่าเราวางพล๊อตง่ายๆ ไม่ซับซ้อน

ตอนหน้ามารอดูกันว่าเรื่องราวจะดำเนินไปยังไง

หลานเยี่ยนที่ขาดจื่อจื่อไปจะทำยังไงต่อไป

มารอลุ้นไปพร้อมๆ กันในตอนหน้าน้าาา

ขอบคุณสำหรับทุกๆ คอมเม้นท์และทุกๆ กำลังใจมากเลยนะคะ

ทุกคอมเม้นท์ของทุกคนมีค่ากับเรามากๆ เลย

ปล.คำผิดอาจมี สามารถแจ้งได้เราจะเข้ามาแก้ให้ภายหลังน้าา

ไว้เจอกันตอนหน้าค่ะ

บ๊ายบาย

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.011K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,079 ความคิดเห็น

  1. #1066 ppvs_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 23:04
    น้องงงงงง ฮือๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,066
    0
  2. #1057 โคมวิเศษ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 02:38
    จริงๆควรเตือนให้ใส่เสื้อกันกระสุนไว้ข้างในก็พอนะ อย่างมากก็เจ็บไม่ตาย..
    #1,057
    0
  3. #1015 Alial_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 20:29
    น้องงง หลานเยี่ยนต้องโทษตัวเองแน่เลย แงงงง
    #1,015
    0
  4. #1014 Alial_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 20:28
    น้องงง หลานเยี่ยนต้องโทษตัวเองแน่เลย
    #1,014
    0
  5. #975 nep7 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 22:39
    ว่าแล้วอ้ากกกกกก
    #975
    0
  6. #966 0804211939 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 17:18
    นั่งน้ำตาซึมบนรถตู้ที่จะนั่งกลับบ้าน แงงงงงงง้ น้องงงงง
    #966
    0
  7. #936 PLOYSOIYXX (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 13:17
    ฮืออออเข้าใจว่ายังไงน้องต้องตาย/กลายร่างเป็นคนแต่สงสารอ่า
    #936
    0
  8. #923 ujasaai (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 21:11
    แง้งงงงงงน้องงงงง
    #923
    0
  9. #895 zenandzun (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 00:56
    น้องงง น้ำตาไหลพราก
    #895
    0
  10. #817 ma_jung (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 13:16

    น้องงงงงงง
    #817
    0
  11. #762 0984363270 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 22:31
    ไหนไรเฟิลกุจะยิงทิ้งแม่ง!!!
    #762
    0
  12. #739 nuaskook (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 16:35
    น้องอ่าาาาาาา
    #739
    0
  13. #738 Ladyfahx (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 16:26
    แงงงงงงงงง
    #738
    0
  14. #725 sakura17 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 08:12
    ถ้าจื่อจื่อตายจริง หลานเยี่ยนไปตามหาต่ายที่ประเทศไทยเลยนะ
    #725
    0
  15. #672 MORNINGGLORY08 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 21:51
    น้องงงงงง ฮื่ออ
    กำลังขำหลินเซียนเลย วายตัวผู้ให้น้องงี้ วายกำลังมางี้ รักข้ามเผ่าพันธุ์งี้ ฮามาก เจอฉากท้ายน้ามตาาามา
    #672
    0
  16. #666 nonocong (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 23:54

    แง ๆๆๆๆ
    #666
    0
  17. #658 llollwld (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 08:39
    ฮื่ออออออ น้องต้องไม่เปนไรนะ!;-;
    #658
    0
  18. #536 kimmywong (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 20:30
    น้องกระโดดไปรับกระสุนทำไม
    #536
    0
  19. #470 อัพแล้วหายกันเก่งงง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 21:03
    อะไร๊!! น้อนน ทำไมเป็นอย่างงี้
    #470
    0
  20. #407 น้องจ๋าขนปุย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 14:43
    กรี๊ดดน้องงงงงงTToTT
    #407
    0
  21. #392 bire0032 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 21:31
    คือดราม่านะแต่คือ กู:อิเ-้ย

    กระโดดรับไรเฟิล มันแบบ กลั้น
    #392
    0
  22. #352 Smxnk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 23:21
    นี่ใช่มั้ยดราม่า แง่งงงงงงงงงงงงㅜㅜ
    #352
    0
  23. #350 moshimoshiiiii (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 22:29
    น้องงㅠㅠ
    #350
    0
  24. #280 halfmoonx_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 00:28
    จื่อจื่อ T_T
    #280
    0
  25. #211 natnicha8473 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 13:44
    ฮือ ยัยน้องงง อย่าตายน้า
    #211
    0