กระต่ายมาเฟีย

ตอนที่ 5 : เลี้ยงกระต่าย》วันที่ 4《

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,088
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,058 ครั้ง
    19 เม.ย. 63

เลี้ยงกระต่าย》วันที่ 4《


 


 


 

วันนี้เป็นวันหยุด


 

ในหนึ่งสัปดาห์หลานเยี่ยนจะทำงานห้าถึงหกวันตามแต่ความมากน้อยของงานในช่วงนั้นๆ มีหลายวันที่ต้องออกไปร่วมงานสังสรรค์ตามประสาผู้มีอิทธิพลทว่าตั้งแต่มีผมอีกฝ่ายออกไปงานช่วงกลางคืนแทบนับครั้งได้


 

ความจริงผมสามารถอยู่คนเดียวได้ ยังไงผมก็ใช้เวลาส่วนมากไปกับการหลับอยู่แล้ว...ก็เป็นกระต่ายนี่นา


 

ถึงอย่างนั้นหลานเยี่ยนก็ยังใช้ผมเป็นข้ออ้างในการปฏิเสธงานสังสรรค์พวกนั้น ที่ผมรู้ว่าเขาใช้ผมเป็นข้ออ้างก็ด้วยเหตุผลง่ายๆ คืออีกฝ่ายไม่ชอบสถานที่ที่เสียงดัง วุ่นวายหรือต้องพบปะผู้คนหมู่มาก หากไม่มีความจำเป็นจริงๆ ก็แทบจะไม่ไป ดังนั้นถ้าเทียบกับผู้มีอิทธิพลคนอื่นๆ แล้วหลานเยี่ยนเข้าร่วมงานพวกนี้น้อยกว่ามากแต่ในกรณีที่ไปงานไหนก็มักจะได้รับความสนใจอย่างสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพตามสื่อโซเซียลหรือกระทั่งข่าวในหน้าจอโทรทัศน์


 

ยิ่งไม่ชอบให้คนสนใจก็ยิ่งมีแต่คนสนใจ


 

ไม่รู้ว่าควรสงสารหรือหัวเราะดี


 

วันนี้เป็นวันเสาร์


 

ก็อย่างที่เกริ่นไปว่าวันนี้เป็นวันหยุด นั่นหมายถึงหลานเยี่ยนไม่ต้องออกไปทำงาน ช่วงเช้าวันนี้ผมจึงไม่ต้องเข้ากระเป๋าเพื่อไปทำงานแต่ถูกอุ้มไว้ในอ้อมแขนขณะเดินลงไปชั้นล่างแทน


 

ขนาดตัวผมต่อให้โตเต็มที่ก็มีขนาดเล็กกว่ากระต่ายสายพันธุ์อื่นอยู่ดี น่าเสียดายที่ไม่ได้เล็กถึงขนาดจะเข้าไปมุดอยู่ในกระเป๋าเสื้อได้


 

การถูกอุ้มแบบนี้ใช่ว่าจะไม่ดี ผมค่อนข้างชอบทีเดียวหากเทียบกับการต้องอยู่ในกระเป๋าหรือกรง ไม่รู้ว่ากระต่ายตัวอื่นจะรู้สึกแบบเดียวกับผมไหมที่รู้สึกอุ่นใจเวลาได้สัมผัสถึงอุณหภูมิของมนุษย์


 

หลานเยี่ยนไม่ได้กอดแน่นถึงอย่างนั้นทั้งกลิ่นไอและไออุ่นกลับเด่นชัดมากในความรู้สึกผมจนอดไม่ได้ที่จะซุกหน้าลงยังท่อนแขนนั้นแล้วหลับตาลงซึมซับความเป็นหลานเยี่ยนผ่านประสาทสัมผัส


 

เพิ่งตื่นแท้ๆ เริ่มง่วงอีกแล้ว


 

“เป็นอะไร” หลานเยี่ยนถามเมื่อเห็นว่าผมซุกตัวอยู่นิ่งๆ โดยไม่ขยับเขยื้อน


 

“เริ่มง่วงน่ะ” ผมพึมพำตอบเสียงแผ่ว ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังเดินลงบันไดจึงสามารถพูดคุยได้อยู่


 

“เพิ่งตื่นยังไม่ถึงชั่วโมงเลย”


 

“อืม” ก็จริงอย่างที่ว่า


 

“ไม่สบายรึเปล่า”


 

“เปล่า สบายดี สงสัยเพราะอากาศเย็นๆ พอได้ซุกอยู่กับแขนอุ่นๆ เลยทำให้รู้สึกง่วงขึ้นมา” ผมลองหาสาเหตุดู วันนี้อากาศเย็นกว่าทุกวันจริงๆ ไม่ใช่เพราะเป็นหน้าหนาวแต่เป็นฤดูฝน


 

เย็นๆ ชื้นๆ แบบนี้เหมาะแก่การหาที่อุ่นๆ ซุกแล้วหลับสักตื่น


 

นับวันผมยิ่งทำตัวเหมือนกระต่ายมากขึ้นทุกที


 

“ฉันอุ่น?” หลานเยี่ยนถามต่อ


 

“อุ่น”


 

“ชอบเหรอ”


 

“อืม...ชอบเวลาอยู่แบบนี้ รู้สึกดีมากเลย” ระหว่างตอบผมพยายามมุดใบหน้าลงไปมากกว่าเดิมจนเสียงที่เปล่งออกมาเริ่มอู้อี้


 

“อย่ามุด เดี๋ยวได้ตกลงไปหรอก” หลายเยี่ยนเอ่ยเตือนพลางใช้แขนอีกข้างรองไว้กันผมตก


 

“คุณจะปล่อยให้ผมตกได้ลงคอเหรอ”


 

“จะจับกลิ้งตั้งแต่ชั้นสามลงไปถึงชั้นล่างเลย” อีกฝ่ายตอบเสียงเหี้ยม


 

“หลานเยี่ยนที่ผมรู้จักไม่ใจร้ายขนาดนั้น” ทุกวันนี้เขาดูแลผมดีจะตาย แทบจะเปย์ให้ทุกอย่างทั้งที่ผมอยากได้และไม่อยากได้ อาการหนักขนาดนี้ไม่กล้าปล่อยผมตกบันไดหรอก


 

“ฉันใจร้ายกว่าที่นายคิด ถ้านายรู้จักก็น่าจะรู้ว่ามีแต่คนบอกว่าฉันใจร้ายทั้งนั้น” พูดไปหลานเยี่ยนก็ค่อยๆ ก้าวลงบันไดอย่างไม่รีบร้อนราวกับอย่างถ่วงเวลาเพื่อคุยกับผมให้นานขึ้นอีกหน่อย


 

“นั่นเป็นสิ่งที่คนอื่นมองและเป็นสิ่งที่คุณแสดงออกเพื่อสร้างภาพลักษณ์นั้นขึ้นมา จะให้คุณที่เป็นถึงผู้นำตระกูลไห่แจกยิ้มหวานพูดด้วยน้ำเสียงแสนไพรเราะกับสายตาหยาดเยิ้มเหรอ...อุ๊บ...คิก!” พอลองจินตนาการถึงหลานเยี่ยนที่ส่งยิ้มหวานและพูดด้วยเสียงไพรเราะก็เกิดหลุดขำออกมา


 

ตลกเกินไปแล้ว


 

ไม่เหมาะกับหลานเยี่ยนสักนิด!


 

“จินตนาการบ้าๆ” หลานเยี่ยนดึงดูผมเบาๆ เป็นเชิงบอกให้เลิกคิดภาพพวกนั้นซะ


 

“คุณที่เป็นแบบนี้ดีแล้ว ด้วยฐานะและอาชีพของคุณไม่สามารถแสดงออกถึงตัวตนจริงๆ ของคุณได้ทั้งหมด สภาพแวดล้อมที่อยู่จะหล่อหลอมให้เกิดบุคลิกอันเหมาะสม ถึงอย่างนั้นสิ่งที่อยู่ภายในตัวคุณก็ไม่ได้หายไป”


 

“หมายถึงอะไร”


 

“จริงๆ แล้วคุณเป็นคนใจดีและอ่อนโยนมากนะหลานเยี่ยน” ผมไม่ได้พูดประจบแต่อย่างใด เพียงแต่คนที่ได้รับความอ่อนโยนคงมีเพียงหยิบมือ คนใจร้ายจริงๆ น่ะไม่มาดูแลกระต่ายตัวหนึ่งดีขนาดนี้หรอก


 

จะปล่อยทิ้งขว้างหรือให้คนอื่นดูแลให้ก็ทำได้ง่ายๆ แต่เขากลับเลือกที่จะดูแล เลือกที่จะเล่น เลือกที่จะเข้าหาและเลือกจะผูกพันธ์กับกระต่ายอย่างผม


 

ผมคิดว่าอีกฝ่ายคงต้องการหาสถานที่ที่สามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ สามารถแกล้ง สามารถยิ้ม สามารถทะเลาะได้ซึ่งสถานที่นั้นเหมือนจะมีผมอยู่ด้วย


 

อยู่ๆ ภายในอกก็รู้สึกตื้นตันขึ้นมา


 

“พูดมาก หลับไปเลย”


 

“เขินละสิ” ผมเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่เบนหลบไปทางอื่น


 

“ใครจะเขินกัน”


 

“แต่เหมือนหน้าจะแดง...”


 

“จื่อจื่อ” หลานเยี่ยนกดเสียงต่ำใส่ผมพร้อมกับท่อนแขนที่รัดแน่นขึ้นจนกระดูกแทบร้าว


 

“รู้แล้ว...เงียบก็ได้”


 

พ่อคนขี้อายเอ้ย!


 

ผมยอมอยู่เฉยๆ ไม่เอ่ยอะไรที่ให้อีกฝ่ายรู้สึกขัดเขินไปมากกว่านี้ พวกเราลงมาถึงชั้นล่างโดยมีจุดหมายอยู่ที่ห้องอาหารเหมือนอย่างทุกวันแม้จะเป็นวันหยุดก็ไม่ทำให้ผมหรือหลานเยี่ยนเปลี่ยนเวลาในการตื่นหรือกินมื้อเช้า


 

หลานเยี่ยนปล่อยผมลงยังพื้นห้องก่อนจะมีเด็กรับใช้คนหนึ่งคุกเข่าลงและเรียกผมไปหาเพื่อเช็ดตัวทำความสะอาดซึ่งคนที่ทำหน้าที่นี้จะผลัดเปลี่ยนไปในแต่ละวัน หลังเสร็จจากการทำความสะอาดผมก็ถูกปล่อยลงตรงหน้าถาดอาหารอันเต็มไปด้วยหญ้าและผักหลายชนิด


 

มื้อเช้าของหลานเยี่ยนยังคงมีกาแฟเหมือนอย่างทุกวัน ที่เพิ่มเติมขึ้นมาคืออาหารง่ายๆ อย่างพวกขนมปังชนิดต่างๆ หรือพวกข้าวต้ม ไข่คนเป็นต้น ผมบ่นเรื่องมื้อเช้าของเขาอยู่นานหลายอาทิตย์กว่าอีกฝ่ายจะยอมจัดมื้อเช้าเพิ่ม


 

พวกเรากินมื้อเช้าอย่างค่อยเป็นค่อยไปท่ามกลางบรรยากาศเงียบๆ เนื่องจากมีทั้งพ่อบ้าน แม่บ้านและเด็กรับใช้คอยดูแลจึงไม่สามารถพูดคุยโต้ตอบได้เหมือนตอนอยู่ในห้อง ความจริงเป็นแบบนี้ก็ดี...ขืนพูดคุยกันได้ปกติก็ไม่รู้อีกฝ่ายจะหาเรื่องอะไรมาแกล้งผมอีก ถึงต่อให้พูดคุยกันไม่ได้ผมก็มีสิทธิ์โดนแกล้งอยู่ดีก็ตาม


 

เมื่อจบมื้อเช้าหลานเยี่ยนลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินมาช้อนตัวผมขึ้นไปไว้บนท่อนแขนเหมือนตอนขามา แม่บ้านคนสนิทเข้ามาพูดคุยเรื่องมื้อกลางวันอีกเล็กน้อยก่อนหลานเยี่ยนจะเดินออกไป


 

“งี๊ด” ผมส่งเสียงครางเล็กๆ เรียกหลานเยี่ยนเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังจะเดินไปทางบันได


 

“จื่อจื่อ?” ขาที่กำลังก้าวหยุดชะงัก


 

“งี๊ด” ผมเงยหน้าขึ้นสบดวงตาสีเทานั้นเพื่อร้องขอบางสิ่ง บริเวณนี้มีเด็กรับใช้หลายคนกำลังกวาดพื้นและเช็ดพวกตู้อยู่จึงไม่สามารถพูดตอบโต้เหมือนปกติได้


 

หลานเยี่ยนเองก็คงรู้ถึงได้เดินเลี่ยงไปบริเวณที่ไม่มีคนแล้วค่อยถามถึงสิ่งที่ผมต้องการ...


 

“มีอะไร”


 

“จะขึ้นห้องเลยเหรอ”


 

“คงงั้น”


 

“อีกแป๊บได้ไหม” ผมลองถามดู


 

“ทำไม” คิ้วสองข้างของหลานเยี่ยนเริ่มขมวดเข้าหากันคล้ายกำลังทำความเข้าใจถึงความคิดผม


 

“ผมอยากไปวิ่งเล่นในสวน” ผมบอกความต้องการของตัวเองออกไป


 

วันหยุดทั้งทีผมอยากจะออกไปวิ่งเล่นสูดอากาศบ้างไม่ใช่อยู่แต่ในห้องโดนหลานเยี่ยนแกล้งจนหมดวัน


 

“ไหนบอกว่าง่วง?”


 

“ตอนนั้นง่วง ตอนนี้ไม่ง่วงแล้ว” ก่อนหน้านี้รู้สึกง่วงจริงๆ นั่นแหละแต่หลังกินมื้อเช้าเสร็จก็หายง่วงแล้ว อยากเดินเล่นมากกว่า


 

“เอาใจยากซะจริง” อีกฝ่ายบ่นเสียงเบา


 

“คุณกำลังเอาใจผมเหรอหลานเยี่ยน” ถ้าผมอยู่ในร่างมนุษย์อีกฝ่ายคงได้เห็นรอยยิ้มกว้างของผมแล้ว


 

ชีวิตผมตั้งแต่สูญเสียครอบครัวคนสนิทไปก็ไม่เคยถูกใครเอาใจอีกเลย จะมีก็แต่พวกเพื่อนๆ ที่จะตามใจเลี้ยงข้าวหรือพาไปดูหนังในช่วงวันเกิดบ้าง หากเป็นวันปกติล่ะก็มีแต่จะแย่งกันไปคนละร้านดูหนังคนละเรื่องจนต้องตัดสินด้วยการเป่ายิ้งฉุบ เด็กกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว


 

“...” คนถูกถามเงียบลง


 

“นี่หลานเยี่ยน” ผมเรียกอีกครั้ง


 

“เงียบ” หลานเยี่ยนเริ่มออกเดินอีกครั้ง


 

“จะไปไหน”


 

“นายบอกจะไปไหนล่ะ” อีกฝ่ายย้อนถาม


 

“...ขอบคุณนะ” ผมอึ้งไปสักพักไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะพาไปง่ายๆ แบบนี้


 

หลานเยี่ยนไม่ได้พูดอะไรอีกพาผมเดินออกไปยังสนามหญ้าด้านข้าง ขนาดของมันถ้าเทียบกับตัวคฤหาสน์นับว่ามีพื้นที่น้อยกว่าแต่ก็ยังถือว่ากว้างมากอยู่ดี หลานเยี่ยนปล่อยตัวผมให้ลงเดินบนพื้นหญ้าหลังก้าวเข้ามาในสนามสองสามก้าว


 

สัมผัสของหญ้าที่ปัดป่ายอยู่ใต้ท้องให้ความรู้สึกดีแปลกๆ


 

ผมเริ่มด้วยการออกเดินสลับกับดมไปทั่ว พออยู่ในร่างกระต่ายกลิ่นของหญ้าแต่ละชนิดนั้นแตกต่างกันออกไป ผมสูดกลิ่นไอของธรรมชาติเข้าปอดระหว่างก้าวออกไปไกลขึ้น


 

“อย่าไปไกล” เสียงของหลานเยี่ยนไล่ตามหลังมา พอหันกลับไปมองก็เห็นว่าเขาก้าวตามผมมา


 

“ผมไม่หลงหรอก”


 

“หลงก็ไม่ตาม”


 

“จริงเหรอ” ผมถามเสียงยาน


 

ไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยินสักนิด


 

“เหมือนฝนจะตกเพราะงั้นอย่าไปไกล” หลานเยี่ยนเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมีเค้าเมฆสีเทาลอยอยู่ประปราย


 

“คุณไปรอในบ้านก็ได้ เดี๋ยววิ่งอีกสักพักแล้วผมตามเข้าไป” ดูจากสีของท้องฟ้าน่าจะมีเวลาสักพักก่อนฝนจะตก


 

ได้ออกมาทั้งทีก็ขอออกกำลังหน่อยเถอะ ทุกวันนี้กินอยู่สบายขนาดเดินยังแทบไม่ได้เดินเองเนื่องจากมีหลานเยี่ยนคอยอุ้มตลอด ปล่อยไว้แบบนี้คงน้ำหนักเกินกันพอดี สายพันธุ์ของผมมีน้ำหนักตอนเต็มวัยอยู่ประมาณหนึ่งจุดแปดกิโลกรัมนับว่าเบามากถ้าเทียบกับสายพันธุ์อื่น


 

หลานเยี่ยนถึงได้ช้อนอุ้มผมตัวลอยได้ง่ายๆ


 

“นายจะวิ่ง?” หลานเยี่ยนหรี่ตามองคล้ายจะไม่เชื่อ


 

“อืม ทำไม” ผมวิ่งไม่ได้รึไง


 

“วิ่งหรือกลิ้งเอาดีๆ”


 

“หลานเยี่ยน คุณอย่ามาดูถูกความเร็วของกระต่ายลมกรดเชียว” ผมหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายด้วยใบหน้าจริงจัง


 

พูดแบบนี้หยามเกียรติกระต่ายชัดๆ


 

“ขนาดเต่ายังแพ้เลย” หลานเยี่ยนพูดต่อ


 

“นั่นมันในนิทาน” ชีวิตจริงใครๆ ก็รู้ว่ากระต่ายเร็วกว่าเต่าทั้งนั้น


 

“จะบอกว่าตัวเองวิ่งเร็ว?”


 

“คิดว่าเร็ว” ผมไม่เคยวิ่งเต็มสปีดแต่คิดว่าไม่น่าช้า


 

“ฮืม...”


 

“คุณจับตามองผมให้ดีๆ ผมจะวิ่งให้ดู”


 

“ระวังหน้าทิ่ม”


 

“ห่วงผมจังนะ” ผมหันมองหน้าหลานเยี่ยนที่เดินมาขนาบข้าง


 

“จะวิ่งก็วิ่งไป”


 

“ครับพ่อ!”


 

“กวนเก่ง” หลานเยี่ยนคิ้วกระตุกเมื่อได้ยินคำว่าพ่อจากปากผม


 

แน่นอนว่าผมไม่อยู่ให้โดนบ่นเริ่มออกวิ่งเริ่มจากเหยาะๆ แล้วค่อยเพิ่มความเร็วขึ้นทีละนิด กระแสลมตีเข้าใบหน้าอย่างจังเมื่อความเร็วเพิ่มขึ้น ความรู้สึกดีแล่นไปทั่วร่าง ราวกับกำลังได้ปลดปล่อยสัญญาณและประสาทสัมผัสทั้งหมด


 

ผมวิ่งไปเรื่อยๆ โดยไม่ลดความเร็วกระทั่งได้ยินเสียงของหลานเยี่ยนที่บอกประมาณว่าผมไปไกลเกินไปแล้วจึงหมุนตัววิ่งกลับไปหาเจ้าของเสียงเรียก


 

วิ่งไปมาอยู่หลายรอบผมจึงเปลี่ยนไปวิ่งรอบตัวของหลานเยี่ยนเป็นวงกลมแทน ฝ่ายหลานเยี่ยนที่เห็นไม่ได้ก้าวเดินไปไหน หยุดยืนอยู่กับที่พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอัดคลิปผมที่วิ่งไปรอบตัว


 

เท่าที่รู้จักหลานเยี่ยนไม่ใช่คนที่ติดโซเซียล เฟสบุ๊ก ไอจีหรือแม้แต่ทวิตเตอร์เรียกว่าล้างจนคนติดตามลืมไปแล้วว่าเคยฟอลไว้ มีพักนี้ที่เขาเริ่มหยิบจับโทรศัพท์มาถ่ายภาพหรืออัดคลิปซึ่งสิ่งที่อยู่ในภาพก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นตัวผมเองนี่แหละ


 

“ผมน่ารักล่ะสิ” ผมหยุดวิ่งก่อนจะยกเท้าหน้าขึ้นทำท่ากวักๆ ระหว่างที่กล้องยังคงถ่ายมา


 

“หึ...เจอจะต่ายหลงตัวเองด้วย” หลานเยี่ยนเก็บโทรศัพท์ลงหลังถ่ายจนพอใจ


 

“คุณก็หลงกระต่ายตัวนี้เถอะ”


 

“คิดเอาเอง”


 

“คิดถูกล่ะสิ”


 

“ฝนเริ่มลงแล้ว รีบเข้าบ้าน” หลานเยี่ยนเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมีสายฝนโปรยปรายลงมา


 

“อืม” ผมพยักหน้าตอบเพราะไม่อยากเปียกเช่นกัน


 

เพียงพริบตาหลังจากนั้นฝนที่โปรยปรายก็เปลี่ยนเป็นกระหน่ำลงมาอย่างรุนแรงทำเอาหลานเยี่ยนรีบอุ้มผมขึ้นก่อนจะวิ่งกลับเข้าไปในตัวบ้าน ถึงจะเข้ามาในบ้านได้สำเร็จแต่สภาพของหนึ่งคนหนึ่งกระต่ายเรียกว่าเปียกโชกไปทั้งตัว ขนสีเทาเปียกลู่หมดความน่ารักอยู่ในอ้อมแขนของหลานเยี่ยน


 

“ตายแล้ว คุณชาย เปียกหมดเลย ผ้าเช็ดตัวๆ” หัวหน้าแม่บ้านส่งเสียงร้องออกมาเมื่อเห็นสภาพของเจ้าของบ้าน


 

“ไม่เป็นไร จะขึ้นไปอาบบนห้องเลย” หลานเยี่ยนตอบอีกฝ่ายที่เตรียมเรียกเด็กรับใช้ให้ไปหยิบผ้าเช็ดตัว


 

“ได้ค่ะ กระต่ายน้อยเปียกหมดเลย แบบนี้อาบน้ำก่อนค่อยเช็ดตัวดีกว่านะคะ” หัวหน้าแม่บ้านเสนอหลังมองสภาพของผม ปกติผมไม่ได้อาบน้ำเพราะไม่สกปรก แค่ใช้กระดาษเช็ดเปียกทำความสะอาดเช้าเย็นก็สะอาดมากพอแล้ว


 

“มีแชมพูกระต่ายรึเปล่า” หลานเยี่ยนถามต่อ


 

“มีเตรียมไว้ค่ะ” อีกฝ่ายให้แม่บ้านอายุน้อยอีกคนไปหยิบกล่องที่มีแชมพูหลายขวดใส่เอาไว้


 

ซื้อแชมพูเตรียมไว้ด้วยสินะ


 

“ขอบคุณ” หลานเยี่ยนรับมาก่อนจะพาผมเดินขึ้นชั้นบนทั้งๆ แบบนั้น


 

“คุณจะอาบให้ผมเหรอ” ผมส่งเสียงถามเมื่อเห็นว่าบริเวณนี้ไม่มีใคร


 

“ใช่”


 

“คุณเองก็เปียกอยู่ควรรีบอาบน้ำ ให้คนอื่นอาบให้ผมก็ได้นะ” ผมไม่ดิ้นหรือดื้อหรอก


 

“ฉันอยากอาบ”


 

“เดี๋ยวไม่สบายเหมือนวันก่อนหรอก”


 

“ตัวแค่นี้ไม่กี่นาทีก็อาบเสร็จแล้ว” หลานเยี่ยนให้เหตุผล


 

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ผมห่วงว่าคุณจะป่วยนี่” เพราะเป็นห่วงจึงอยากให้อีกฝ่ายรีบอาบน้ำแต่งตัว


 

“ระหว่างหมักตัวนายฉันจะอาบน้ำแล้วค่อยล้างแชมพูให้อีกที” อีกฝ่ายบอกสิ่งที่คิดจะทำคร่าวๆ


 

“...ผมไม่อยากเห็นคุณโป๊หรอกนะ”


 

“มีแต่คนอยากเห็น”


 

“ผมคนหนึ่งที่ไม่อยาก” เอ๊ะ หรือจะอยากดี ยังไงตอนนี้ผมก็เป็นกระต่าย อีกอย่างร่ายกายของไห่หลานเยี่ยนเชียวนะ เชื่อเถอะว่าต้องมีคนยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อจะเห็นร่างกายนั้น


 

“แต่นายทำหน้าเหมือนลังเลนะ” หลานเยี่ยนเปิดประตูพาผมเข้ามาวางในอ่างน้ำก่อนจะเปิดน้ำในอุณหภูมิไม่สูงมาก


 

“แล้วแต่คุณเถอะ” จะเห็นหรือไม่เห็นก็ได้


 

“เอาแชมพูแบบไหน ขนนุ่มลื่น กำจัดกลิ่นสาปหรือจะฟื้นฟูขนแห้งเสีย มีสำหรับโรคเรื้อนด้วย” หลานเยี่ยนหยิบแชมพูขึ้นมาอ่านทีละขวด


 

“ขนนุ่มลื่น” ผมเลือกทันที ตัดอันที่เป็นโรคเรื้อนได้เลยผมออกจะสุขภาพดี


 

“ได้ น้ำร้อนไปรึเปล่า” ดวงตาสีเทาหันมามองผมที่ตอนนี้อยู่ใจกลางอ่างน้ำสีขาว ระดับน้ำค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นทีละนิด


 

“ไม่ร้อน กำลังดี”


 

“งั้นอาบเลย” หลานเยี่ยนที่นั่งอยู่บริเวณขอบอ่างลุกขึ้นถอดเสื้อเปียกๆ โยนไว้มุมห้องน้ำก่อนจะคุกเข่าอยู่ด้านนอกใช้เพียงสองมือยื่นเข้ามากวักน้ำรดตัวผมก่อนจะผสมน้ำกับแชมพูแล้วขยี้ไปทั่วทั้งตัวจนเกิดกลุ่มฟองปกคลุมทั่วทั้งตัว


 

“ยิ้มอะไร” ผมเห็นนะว่ามุมปากของหลานเยี่ยนยกขึ้น


 

“ตลก”


 

“ผม?”


 

“ใช่ ขนสีเทากลายเป็นขนสีขาวไปแล้ว ตลกดี” รอยยิ้มของอีกฝ่ายกว้างขึ้นทีละนิด เป็นรอยยิ้มจริงๆ ไม่ใช่รอยยิ้มเสแสร้ง


 

“ผมเหมาะกับสีขาวไหม” ในเมื่อเรื่องนี้ทำให้หลานเยี่ยนยิ้มได้ผมก็พร้อมที่จะคุยต่อ


 

“สีเทาเหมาะกว่า”


 

“งั้นรีบล้างเลย”


 

“ฉลากเขียนไว้ว่าต้องทิ้งไว้อย่างน้อยห้านาที รอไปก่อน” ระหว่างขยี้ขนผมหลานเยี่ยนปล่อยน้ำออกทำให้ในอ่างเหลือเพียงตัวผม


 

“คุณรีบไปอาบน้ำเถอะ” ผมกลัวเขาจะป่วยจริงๆ นะ


 

“รู้แล้ว” หลานเยี่ยนลุกขึ้นเดินตรงไปยังฝักบัวที่อยู่ด้านข้าง ด้วยขนาดตัวที่เล็กและด้วยมุมที่ผมอยู่ทำให้มองเห็นเพียงบริเวณหน้าท้องเปลือยเปล่าของหลานเยี่ยนขึ้นไปเท่านั้น


 

แบบนี้ก็ไม่ถือว่าโป๊ หน้าท้องและแผ่นอกนั่นเห็นอยู่ทุกวัน ผมเองก็มีกล้ามเนื้อแบบนั้นมาก่อนคิดถึงจังเลยนะ


 

หลานเยี่ยนใช้เวลาในการอาบน้ำไม่นานก่อนจะหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาใส่ไว้ ผมถูกจับทำความสะอาดจนแชมพูออกหมดถึงค่อยเริ่มใช้ผ้าขนหนูเช็ดตัว อีกฝ่ายอุ้มผมออกมานั่งบนเตียงขณะเช็ดตัวให้อย่างค่อยเป็นค่อยไป


 

“ไปแต่งตัวก่อนก็ได้นะ” ผมบอกพลางหลับตาพริ้มเมื่อรู้สึกดีกับสัมผัสที่ได้รับ


 

“เช็ดนายให้แห้งก่อน”


 

“เริ่มแห้งแล้ว ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเช็ดผมตัวเองด้วย” ดวงตากลมโตของผมลืมขึ้นจับจ้องไปยังหลานเยี่ยนที่ผมเปียกจนแนบไปกับแผ่นหลัง เส้นผมสีทองหม่นของอีกฝ่ายยาวมาก คงต้องใช้เวลากว่าจะเช็ดให้แห้งสนิท


 

“นอกจากพ่อ ฉันยังไม่เคยถูกใครสั่งมาก่อน”


 

“ผมไม่ได้สั่งแค่เป็นห่วง ผมเช็ดตัวเองต่อได้เพราะงั้นไปจัดการตัวเองเถอะหลานเยี่ยน”


 

“เช็ดตัวเองได้?” อีกฝ่ายทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ


 

“อืม แบบนี้ไง” ผมให้หลานเยี่ยนปล่อยมือแล้วนอนราบลงกับผ้าขนหนูก่อนจะกลิ้งไปมา


 

“สนุกไหม”


 

“สนุกดี มาลองทำไหม” สายตาท้าทายของผมที่ส่งไปเรียกเสียงหัวเราะจากหลานเยี่ยนได้


 

จากนั้นอีกฝ่ายก็เดินไปแต่งตัวและกลับมานั่งลงบนเตียงโดยที่บนหัวมีผ้าขนหนูกำลังเช็ดผมเปียกๆ ของตัวเองอยู่ ผมเองก็กลิ้งไปกลิ้งมาสลับกับสะบัดขนจนแห้งสนิท


 

“ฝนตกขนาดนี้ไม่ต้องเปิดแอร์ละกัน” หลานเยี่ยนมองออกไปนอกหน้าต่างระหว่างพูด


 

“อืม ถ้าเปิดจะเย็นไป อากาศเหมาะกับการนอนสุดๆ” ผมทิ้งผ้าขนหนูชื้นๆ ให้อีกฝ่ายจัดการส่วนตัวเองก็กลับขึ้นไปอยู่บนที่นอนตัวเองซึ่งอยู่ข้างหมอนของหลานเยี่ยน


 

“ง่วงแล้ว?”


 

“ใช่...ง่วงมากด้วย มานอนกลางวันด้วยกันเถอะ”


 

“ชวนเป็นเด็กอนุบาลเลย” หลานเยี่ยนอมยิ้มกับคำชวนผมแต่ก็ยอมขยับตัวมานั่งพิงหัวเตียง


 

“นั่นสิ” นับวันนิสัยผมยิ่งเด็กลง เพราะถูกเอาใจมากเกินไปแน่ๆ


 

หลานเยี่ยนกำลังทำให้ผมติดเขาซึ่งผมก็ยินดีที่จะติด


 

พวกเราพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยไม่กี่ประโยคก็เป็นผมที่หลับไปก่อน ส่วนหลานเยี่ยนคงรอจนผมแห้งแล้วจึงนอนตามมาอีกที ที่ผมรู้เพราะตอนลืมตาขึ้นมาหลังจากหลับไปร่วมชั่วโมงภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าด้านข้างของหลานเยี่ยน


 

วันต่อมาก็ยังคงเป็นวันหยุดหรือก็คือวันอาทิตย์ ปกติวันนี้บริษัทขนส่งน่าจะหยุดให้บริการแต่กลับมีของหลายกล่องมาส่งในช่วงสายตามการรายงานจากเจียงฮุยที่มาบอกถึงหน้าห้อง


 

พวกเจียงฮุยนั้นมีห้องพักอยู่ที่ชั้นหนึ่งส่วนบอดี้การ์ดคนอื่นๆ มีห้องพักให้อยู่ด้านหลัง มีอาหารสามมื้อบริการให้อย่างดีบางวันเจียงฮุยกับไป๋หยางจะมาร่วมโต๊ะกับหลานเยี่ยนด้วย บางวันที่ไม่มาแปลว่ามีเรื่องให้ต้องจัดการหรือตระเตรียม


 

หลานเยี่ยนที่รู้ว่ามีของมาส่งไม่ได้ให้เจียงฮุยเอาของขึ้นมาแต่ลงไปด้วยตัวเองโดยมีผมที่ถูกอุ้มไปด้วยอย่างงงๆ


 

ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผมต้องลงมาด้วย


 

กล่องพัสดุประมาณแปดกล่องวางอยู่บนโต๊ะตัวเตี้ยหน้าชุดโซฟาสุดหรู ผมค่อนข้างแปลกใจที่หลานเยี่ยนสั่งของมากมายขนาดนี้ เท่าที่ผมรู้เขาไม่ใช่ขาช้อป ที่ช่วงนี้ช้อปเยอะก็จะเป็นพวกของเกี่ยวกับกระต่ายทั้งนั้น


 

หรือว่า...


 

“หลานเยี่ยน” ผมเรียกอีกฝ่ายหลังหันซ้ายขวามองแล้วว่าไม่มีใครอยู่ในห้องรับแขกนี้


 

“ฮืม?”


 

“อย่าบอกนะว่าซื้อที่นอนผมอีกแล้วน่ะ” ผมถามเสียงเข้ม อันล่าสุดที่มาส่งยังไม่ได้เปลี่ยนใช้เลย


 

“เปล่า”


 

“พวกกรงหรือกระเป๋าก็คงไม่ใช่สินะ” ผมถามต่อ


 

“ไม่ใช่” หลานเยี่ยนส่ายหน้า


 

“หรือจะเป็นพวกขนมกับอาหาร...ของเก่ายังมีอยู่ตั้งเยอะ”


 

“ไม่ใช่ทั้งขนมและอาหาร” คำตอบของหลานเยี่ยนทำให้ผมเงียบลงเพราะนึกไม่ออกแล้วว่าจะเป็นอะไรได้อีก


 

“เป็นใช้ของคุณสินะ โทษทีที่ขึ้นเสียง” ผมรีบปรับโทนเสียงให้เป็นปกติ ถ้าเป็นของให้ผมนั้นน่าบ่นอยู่แต่ถ้าเป็นของส่วนตัวหลานเยี่ยนผมไม่จำเป็นต้องบ่นและไม่มีสิทธิ์ที่จะบ่นด้วย


 

“เปล่า...เป็นของนายทั้งหมดแหละ”


 

“...อะไรของผม?”


 

“พูดยาก”


 

“ยากอะไร” แค่บอกมันยากตรงไหนกัน


 

“เห็นเองดีกว่าจื่อจื่อ” หลานเยี่ยนอุ้มผมวางบนโต๊ะสีทองที่มีกล่องพัสดุวางซ้อนกันอยู่ เจ้าของบ้านอย่างหลานเยี่ยนเดินไปหยิบคัตเตอร์และกลับมานั่งเตรียมแกะทีละกล่อง


 

เมื่อกล่องแรกถูกกรีดออกของภายในก็ถูกยกออกมาวางเป็นกล่องพลาสติกสีใสที่ภายในเต็มไปด้วยริบบิ้นรูปแบบต่างๆ ซ้อนทับกันอยู่ในกล่องพัสดุถึงสามกล่อง บางอันเป็นขอบลูกไม้ บางอันเป็นขลิบทอง เรียกว่ามีให้เลือกกว่าหกสิบแบบ


 

“หลานเยี่ยน?” ผมตวัดสายตาไปมองอีกฝ่ายที่แกะเปิดฝาทั้งสามกล่องออกด้วยใบหน้าพึงพอใจ


 

“สีไหนก่อนดี สีฟ้านี่ก็เหมาะอยู่” หลานเยี่ยนไม่รอให้ผมตอบหยิบริบบิ้นสีฟ้าที่บริเวณขอบเป็นลูกไม้สีขาวออกมาสองเส้น แต่ละเส้นผูกเป็นโบว์ไว้กับหูผม อีกฝ่ายพยักหน้าให้กับผลงานตัวเองก่อนจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย


 

“นี่...อย่าบอกนะว่าอีกเจ็ดกล่องนั่นเป็นริบบิ้นทั้งหมดน่ะ” ผมหวังแค่ว่าจะไม่ใช่อย่างที่ผมคิด


 

“ไม่ใช่ริบบิ้น”


 

“แล้วเป็นอะไร...หรือว่าเสื้อผ้า?” เท่าที่คิดได้ก็เหลือแค่พวกเสื้อผ้าแล้ว


 

“ใช่ เสื้อผ้า”


 

“เสื้อผ้าผมทั้งหมดนั่น?”


 

“อืม”


 

“เยอะไปแล้ว” กล่องหนึ่งใช่ว่าจะเล็กๆ


 

“นายชอบโชว์ร่างเปลือยเปล่าโป๊ๆ แบบนี้เหรอ” สายตาที่เหมือนจะลวมลามไปทั่วตัวนั่นทำเอาผมรู้สึกเหมือนโดนมองทะลุกลุ่มขนสีเทายังไงยังงั้น


 

หัวใจดวงเล็กๆ เต้นรัวขึ้นเพราะสายตาหยาบโยนที่ไม่เคยเห็นมาก่อน


 

“มันโป๊ที่ไหนกัน!” ผมสวนกลับไปด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง


 

ถ้ากระต่ายไม่ใส่เสื้อผ้าเรียกว่าโป๊พวกสัตว์ชนิดอื่นๆ ก็คงไม่ต่างกัน


 

หลานเยี่ยนไม่สนใจจะโต้ตอบกับผมง่วนอยู่กับการแกะพัสดุทีละกล่อง กล่องที่สองเป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้นกว่ายี่สิบตัวมีทั้งโทนสีปกติและมีลวดลาย กล่องที่สามเป็นถุงเท้าสีพื้นหลายสิบคู่กับเครื่องประดับอย่างแว่นตาอีกนับสิบ กล่องที่สี่เป็นหมวกรูปแบบต่างๆ มีทั้งหมวกแก๊ปไปจนถึงหมวกวิ๊งๆ เหมือนใส่แสดงโชว์ กล่องที่ห้าเป็นปลอกคอและสร้อยคอรูปแบบต่างๆ ทั้งแบบโซ่สีเงินยันหูกระต่ายสีขาว


 

ผมนั่งมองของแต่งตัวมากมายที่ถูกแกะวางเรียงรายเหมือนภูเขาขนาดย่อมด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก


 

ผ่านมาไม่กี่เดือนหลานเยี่ยนกลายเป็นทาสกระต่ายไปโดยสมบูรณ์แล้วสินะ


 

“กล่องนั่น...แบรนด์เสื้อผ้า?” ผมมองไปยังกล่องที่เจ็ดยังไม่ได้ถูกเปิด แต่ละกล่องจะมีชื่อแบรนด์ติดเอาไว้บ่งบอกถึงราคาและคุณภาพที่ไม่ธรรมดาถึงอย่างนั้นก็ไม่น่าตกใจเท่าแบรนด์ที่ผมเห็นนี้ แบรนด์GSนี้เป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่ได้รับความนิยมในแทบเอเซียเป็นอย่างมาก ได้ยินว่าเจ้าของแบรนด์เป็นลูกครึ่งจีนที่อายุน้อยแต่ฝีมือเกินตัว ผมอาจไม่เคยบอกใครว่าชอบเสื้อผ้าแบรนด์นี้มากๆ


 

และเท่าที่ผมรู้แบรนด์นี้ไม่ได้ผลิตเสื้อผ้าสำหรับสัตว์


 

“ดูดี” หลานเยี่ยนนำชุดสูดไซส์กระต่ายหลายสิบชุดออกมาวางแต่ละชุดจะมีไม้แขวนและถุงใส่กันฝุ่นให้ราวกับเป็นเสื้อผ้าคนไม่มีผิด


 

“อย่าบอกนะว่าคุณสั่งตัดน่ะ” ผมจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็งเพื่อขอคำตอบ


 

“ใช่ แบรนด์นี้รูปแบบสวยเหมาะกับนายมาก” หลานเยี่ยนพยักหน้าตอบโดยไม่ปิดบัง


 

“และคงแพงมากด้วย” ผมต่อประโยคให้ แค่ชุดปกติก็เป็นระดับคนมีเงินระดับนึงถึงซื้อได้ยิ่งย่อขนาดลงโดยที่รูปแบบยังคงเดิมราคาคงสูงลิ่ว


 

“มีส่วนลดพิเศษ”


 

“นั่นไม่ใช่ประเด็นไหม ฟุ่มเฟือยไปแล้ว”


 

“ฉันรวย” เพียงคำเดียวสามารถแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง


 

“ครับๆ คุณรวย แต่ก็สวยจริงๆ นั่นแหละ” ผมก้มลงไปมองสูทสีขาวที่ตัดแต่งอย่างปรานีตโดยมีเสื้อกั๊กสีเลือดนกกับหูกระต่ายอันเล็กสีเดียวกัน สวยมากๆ


 

“ลองใส่ดู” หลานเยี่ยนจัดการแกะริบบิ้นที่ผูกไว้ออกเปลี่ยนชุดให้ผมเสร็จสรรพ


 

รู้ตัวอีกทีก็ถูกจับวางบนโซฟาสีทองก่อนจะถูกถ่ายรูปรัวๆ


 

“ผมยังไม่ทันเก๊กหล่อเลย อย่าถ่ายรัวสิ” ผมยกเท้าหน้าขึ้นแล้วกวักน้อยเป็นเชิงบอกให้อีกฝ่ายหยุดถ่ายรัวได้แล้ว


 

“จะเก๊กไม่เก๊กก็เหมือนกัน”


 

“เหมือนที่ไหน”


 

“งั้นลองเก๊กดู”


 

“ได้ นี่แหละถ่ายเลย” ผมยืดตัวขึ้นหันข้างทำมุมกับกล้อง หรี่ดวงตากลมๆ จิกกล้องขณะเชิดจมูกขึ้นน้อยๆ


 

“หึ...คิก” หลานเยี่ยนถึงกับทนความหล่อเหลาของผมไม่ไหวหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังจนแม่บ้านหลายคนต้องเข้ามาดูอาการ


 

ไม่บ่อยนักที่หลานเยี่ยนจะระเบิดหัวเราะแบบนี้


 

ผมน่าตลกขนาดนั้นเลย?


 

เอาเถอะ ทำให้หัวเราะได้ก็ดีแล้ว


 

“หล่อล่ะสิ”


 

“สุดๆ” ดวงตาสีเทาของหลานเยี่ยนยังทอประกายขบขันอยู่เลย


 

“อีกท่าไหม”


 

“สนุกเหรอจื่อจื่อ”


 

“สนุกดี หลานเยี่ยน...ขอบคุณนะ” ผมเอ่ยขอบคุณด้วยน้ำเสียงที่ออกมาจากใจ ตลอดเวลาที่รู้จักกันมาเขาทุ่มให้ผมมากจริงๆ


 

“ไม่มีอะไรต้องขอบคุณ”


 

“มีเยอะเลยล่ะ ผมดีใจที่ได้คุณเป็นเจ้านาย” ไม่รู้ว่าเขาจะเห็นรอยยิ้มที่ผมส่งไปรึเปล่า


 

“ถ้าดีใจก็ลองใส่ของในกล่องนี้ให้ดูหน่อย” หลานเยี่ยนหันไปหยิบกล่องสุดท้ายที่ยังไม่ได้ถูกแกะมาตรงหน้าผม คัตเตอร์คมๆ กรีดลงอย่างเชื่องช้าก่อนอีกฝ่ายจะหยิบของภายในออกมา


 

“อะ...” ผมถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นสิ่งที่วางเรียงอยู่เบื้องหน้าในตอนนี้


 

“ตัวไหนดีจื่อจื่อ ส่ายเดี่ยวตัวนี้น่ารักนะ” หลานเยี่ยนหยิบชุดสายเดี่ยวสีชมพูฟูฟ่องมาตรงหน้าผม


 

“หลานเยี่ยน!” ผมตวัดขาแตะส่งชุดสีชมพูนั่นจนตกลงพื้น


 

กล่องสุดท้ายเต็มไปด้วยชุดเสื้อผ้าของผู้หญิง เอาตรงๆ คือชุดของกระต่ายตัวเมียนั่นแหละ ผมรู้เลยว่าอีกฝ่ายจงใจสั่งมาแกล้งผมโดยเฉพาะ


 

ผมอาจยอมให้ผูกริบบิ้นแต่กับชุดสาวจ๋าขนาดนี้อย่าหวัง


 

“หึหึ โกรธแล้ว”


 

“คุณจงใจแกล้งผมชัดๆ”


 

“หึ” อีกฝ่ายไม่ตอบแต่ยกยิ้มมุมปากแทน


 

นั่นแปลว่าจริง


 

“รับความโกรธของผมไปเลย” พูดจบผมไม่รอช้ากระโจนใส่หน้าหลานเยี่ยนทั้งข่วนทั้งชกทั้งเตะเท่าที่กระต่ายตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งจะทำได้


 

“โอ้ย! จื่อจื่อหยุด”


 

“ไม่ อย่างคุณมันต้องโดนซะบ้างหลานเยี่ยน”


 

“กระต่ายดุ”


 

“ไม่ใช่แค่ดุแต่ผมจะกัดด้วย” จัดการกับหลานเยี่ยนจนพอใจผมกระโจนกลับไปยังกองเสื้อผ้าฟรุ้งฟริ๋งทำการใช้ขาหน้ากดยึดไว้ก่อนจะกัดกระชากทำลายชุดพวกนั้นจนกลายเป็นเศษผ้าในชั่วพริบตา

.........................................

งื้อออ น่ารัก!

คู่นี้น่ารักเกินไปแล้ววว

ใครเห็นด้วยยกมือขึ้น!

อยากจะแอบเจาะรูที่ประตูแอบมองหลานเยี่ยนอาบน้ำให้จื่อจื่อจังเลย

หลายคนคาดเดาเนื้อเรื่องไปหลายแบบมาก มีทั้งที่ทายถูกและไม่ถูกซึ่งเราขอยังไม่เฉลยนะคะ

รอติดตามต่อไปน้าา

ขอบคุณทุกๆ คอมเม้นท์และกำลังใจที่ให้มากเลยนะคะ

ขอบคุณสำหรับการโดเนทด้วยนะคะ เราดีใจมากๆ เลย

ตอนหน้าจะเป็นบทของหลานเยี่ยน

รอติดตามความหลงกระต่ายได้เลยค่า

ไว้เจอกันตอนหน้าน้าา

บ๊ายบาย

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.058K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,079 ความคิดเห็น

  1. #1075 CUTE_VILLAIN (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 23:26
    อ่านเเล้วอยากเลี้ยงกระต่ายเลย
    #1,075
    0
  2. #1065 ppvs_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 22:43
    น่ารักง่า
    #1,065
    0
  3. #964 PPsry (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 09:55
    น่าเอ็นดูไปหมดเลย งื้อออออออ
    #964
    0
  4. #963 0804211939 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 06:38
    แงงงงง้ น่ารักกก
    #963
    0
  5. #932 PLOYSOIYXX (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 12:50
    สบายทากคุณหนูจื่อจื่อ
    #932
    0
  6. #802 Arany Min Crystal (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 07:04
    เรื่องจริงของกระต่ายคือ น้องเขาดุและสู้เป็น คนเลี้ยงจริงๆต้องโดนน้องกัด โดนน้องทำลายข้าวของ(เช่นสายไฟสายชาร์ตสันหนังสือ)เป็นประจำ
    #802
    0
  7. #801 Arany Min Crystal (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 07:02
    อันนี้เป็นความรู้เด้อออ
    -การหิ้วหลังคอกระต่ายไม่ดีนะ น้องอาจบาดเจ็บได้ ยิ่งน้ำหนักตัวเยอะยิ่งไม่โอเคเลย เพราะงั้นอย่าหิ้วไปมาแบบพี่หลานเยี่ยนนะ
    -กระต่ายอาบน้ำได้ แต่อย่านาน และต้องเป่าลมให้แห้งเดียวจะเป็นปอดบวม ที่ดีคือใช้โฟมแห้งเช็ดตัวน้อง
    -กระต่ายเด็กอายุ6-8เดือนทานแต่หญ้าอัลฟาฟ่า โตมาถึงกินหญ้าทิมโมธี โอ้ต ออชาร์ด
    -กระต่ายกินผักผลไม้สดได้ แต่ไม่มากและได้บางชนิด ที่นิยมให้กินก็แครอต สตอเบอรี่ บลูเบอรี แอปเปิ้ล
    #801
    0
  8. #759 0984363270 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 22:02
    แปลงร่างเปนคนได้ด้วยเถอะ เพี้ยง!!!
    #759
    0
  9. #722 sakura17 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 07:31
    กระต่ายดุจริง555
    #722
    0
  10. #661 Kunkavin_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 18:04
    น่าร้ากกกกกกกกกกกกดก
    #661
    0
  11. #648 Solien (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 03:10
    น้อนนนนนนน น่ารักมากกกกก//เราเป็นเหมือนต่ายกับเพื่อนเลยอะ อะไรที่ต้องไปเป็นกลุ่มที่มี10คนตัดสินใจไม่ได้ก็เปายิ้งฉุบเนี่ยแหละ แม้ว่าตอนนี้จะขึ้นมหาลัยแล้วก็ตาม555
    #648
    0
  12. #466 อัพแล้วหายกันเก่งงง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 07:05
    อย่าแกล้งน้อนนน
    #466
    0
  13. #405 น้องจ๋าขนปุย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 14:13
    ทาสน้องต่ายยยยย
    #405
    0
  14. #391 tavadza12 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 20:52

    เจ้าทาสน้อนโมโหแล้วนะ น้อนน่ารักจริงๆเลย~~~จะไม่ให้รักให้หลงได้ไง
    #391
    0
  15. #277 halfmoonx_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 23:42
    ทาสเจ้าน้อนจื่อที่แท้ 55555
    #277
    0
  16. #131 Kon--Kon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 08:18
    ร้าง รึเปล่าไรท์ 😂 ถึงกับสะดุด555 น้องงง อยากเห็นตอนใส่ไม่น่ากัดทิ้งเลย555
    #131
    0
  17. #129 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 00:22
    อ้ายยยยย น่ารัก มีความเป็นทาสจื่อจื่อ นะหลานเยี่ยน
    #129
    0
  18. #103 Kinwah (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 00:46
    ฮือออ น่ารักกกก
    อยากให้ไรท์อัพทุกวันเลยแง๊!
    #103
    0
  19. #102 Bnbnbnbnbn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 05:37
    ใจเรามันหลงเค้าไปหมดเลยนะหลานเยี่ยนนนน น้องก็ห่วงพี่เก่งทำตัวน่ารักเก่งไม่หยุดงี้ไม่ให้พี่เค้าหลงจนเปย์เอาเปย์เอาได้ไงคะ55555 ไรท์สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้ค่ะรอติดตามนะคะ
    #102
    3
    • #102-2 Bnbnbnbnbn(จากตอนที่ 5)
      25 เมษายน 2563 / 15:12
      ขอบคุณไรท์ที่แต่งนิยายน่ารักๆให้อ่านตลอดเหมือนกันนะคะ ขอบคุณจริงๆค่ะ
      #102-2
    • #102-3 Bnbnbnbnbn(จากตอนที่ 5)
      25 เมษายน 2563 / 15:15
      ซัพพอร์ตเสมอค้าบบบบ สู้ๆนะคะนิยายไรท์คือเมดมายเดย์ไม่ไหวหัวใจขอสารภาพ
      #102-3
  20. #101 ฉันคือนางเงือก (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 17:40
    ถ้าแปะรูปกระต่ายใส่ชุดด้วยจะดีมาก คงน่ารักดี
    #101
    0
  21. #99 JH_SNT (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 18:31
    กิ้สสสสส น่ารักว้อยยย
    #99
    0
  22. #98 CHOLLY_SMO (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 18:11

    ไอต้าวอยู่ด้วยกันแล้วกลายเป็นไอต้าวทั้งสองคนเลย น่ารักที่สุด
    #98
    0
  23. #97 Lentear (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 14:45
    น่ารักว้อยยยย
    #97
    0
  24. #96 MomoStu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 14:15
    กลายเป็นทาสกระต่ายไปแน้ววว
    #96
    0
  25. #95 MomoStu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 14:15
    น่ารักกันจังเลยน้าาาา ขอบคุณไรท์นะคะที่คอยแต่งนิยายน่ารักๆมาให้อ่าน ฮีลหัวใจมากเลยยยย
    #95
    0