กระต่ายมาเฟีย

ตอนที่ 20 : เลี้ยงกระต่าย》วันที่ 19《

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,131
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 523 ครั้ง
    26 ก.ค. 63

เลี้ยงกระต่าย》วันที่ 19《


 


 


 

คนรัก


 

สถานะใหม่ของผมกับหลานเยี่ยน เป็นสถานะที่ควรจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างแต่ไม่รู้ทำไมสำหรับพวกเรามันถึงยังเหมือนเดิม


 

ผมตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของหลานเยี่ยนโดยที่ตัวผมเองกอดรัดอีกฝ่ายแน่นอยู่ตลอดคืน หลังงัวเงียได้สักพักก็ตื่นเต็มตาเอ่ยทักทายยามเช้าอีกสองสามประโยคก่อนผมจะโดยหลานเยี่ยนคว้าตัวไปฟัดต้อนรับอรุณจึงจะสามารถลุกจากเตียงไปอาบน้ำได้ เมื่อลงมาด้านล่างก็กินมื้อเช้าด้วยกัน ออกไปทำงานด้วยกัน กินมื้อกลางวันด้วยกัน กลับด้วยกัน กินมื้อเย็นด้วยกันและปิดท้ายด้วยการนอนร่วมเตียงเดียวกัน


 

ก่อนจะเป็นคนรักกันเป็นยังไงพอเป็นคนรักแล้วก็ยังคงเหมือนเดิม อ้อ...มีเรื่องที่ต่างจากเดิมอยู่คือหลานเยี่ยนฟัดผมบ่อยขึ้น ไม่ใช่แค่ฟัดแต่ยังชอบคว้าตัวผมมาจูบอย่างดูดดื่มทุกครั้งที่มีโอกาส


 

พอมาลองย้อนนึกดู พวกเราทำตัวเหมือนเป็นคนรักกันมาตั้งนานแล้วแค่ยังไม่ระบุสถานะนั้นก็เท่านั้น


 

สิ่งหนึ่งที่ผมต้องยืนกรานไม่ยอมหลานเยี่ยนก็คือการทำงาน ในเมื่อตอนนี้ผมเป็นคนรักของเขาและต้องมาอยู่ในเมืองSแห่งนี้อีกนานนับปี ดีไม่ดีคงต้องตลอดชีวิต ดังนั้นเรื่องการทำงานเป็นสิ่งที่ผมจำเป็นต้องมี


 

ผมต้องมีงานทำ!


 

ผมประกาศต่อหน้าหลานเยี่ยน ไม่มีการอ่อนข้อใดๆ ทั้งสิ้นต่อให้อีกฝ่ายจะอ้างเหตุผลใดๆ มาก็ไม่ทำให้ความตั้งใจผมสั่นคลอน


 

‘ฉันรวย’


 

นั่นเป็นประโยคแรกที่หลานเยี่ยนพูดขึ้นหลังผมบอกว่าจะออกไปหางานทำ แน่นอนว่าผมย่อมสวนกลับไป เขารวยไม่ได้แปลว่าผมต้องใช้เงินของหลานเยี่ยน เงินพวกนั้นไม่ใช่เงินผมต่อให้เขาพร้อมที่จะให้และไม่คิดอะไรแต่ผมไม่ใช่


 

ก่อนหน้านี้ผมยอมอยู่เฉยๆ เพราะมีเรื่องความปลอดภัยเข้ามาเกี่ยวข้องทว่าในตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ผมอยากออกไปทำงาน อยากมีเงินที่หาได้ด้วยตัวเองไม่ใช่ของหลานเยี่ยน


 

พวกเราพูดเรื่องนี้กันอยู่หลายวันเนื่องจากหลานเยี่ยนเองก็ยืนกรานไม่ยอมให้ผมอยู่ห่างสายตา ส่วนตัวผมนั้นอยากออกไปหางานเต็มที คุยไปคุยมาก็ได้ข้อสรุปว่าหลานเยี่ยนยอมให้ผมทำงานเพียงแต่งานนั้นต้องอยู่ในเกณฑ์...


 

1.อยู่ใกล้ที่ทำงานของหลานเยี่ยนไม่เกินสองร้อยเมตร


 

2.ต้องผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นงาน สถานที่หรือคนในที่ทำงาน


 

3.พื้นที่นั้นต้องเป็นของตระกูลไห่


 

4.ต้องบอกให้คนในที่ทำงานรู้ว่ามีคนรักแล้ว


 

5.ต้องมากินข้าวกลางวันด้วยกัน


 

นั่นคือเกณฑ์ที่หลานเยี่ยนบอกผม ซึ่งถ้าถามว่าง่ายไหมที่จะหาก็ต้องบอกว่ามีทั้งข้อที่ง่ายและไม่ง่ายอย่างข้อที่ง่ายก็อย่าง ‘พื้นที่นั้นต้องเป็นของตระกูลไห่’ พื้นที่แถวที่ทำงานของหลานเยี่ยนเป็นพื้นที่ของตระกูลไห่แทบทั้งสิ้น ส่วนข้อที่ยากคือต้องอยู่ใกล้ที่ทำงานของหลานเยี่ยนไม่เกินสองร้อยเมตร นี่แหละที่ยากเพราะไม่รู้ว่าในพื้นที่จำกัดจะมีงานที่เหมาะกับผมรึเปล่า


 

ช่วงนี้ผมเลยหาเวลาออกไปเดินดูที่ทางรอบๆ อยู่ แต่เหมือนหลานเยี่ยนจะไม่อยากให้ผมได้งานเร็วนักจึงมักจะหาเรื่องชวนผมออกไปข้างนอกบ้าง กอดผมไว้ไม่ปล่อยบ้าง บางวันก็หนุนตักผมนอนกลางวันเป็นชั่วโมง


 

นี่ก็ผ่านมาเกือบสองอาทิตย์แล้วที่ผมยังไม่ได้ออกไปเดินดูรอบๆ ตามที่ตั้งใจ วันนี้ผมตั้งใจเต็มที่ว่าจะไม่ยอมหลานเยี่ยนอีกต่อไป ยังไงก็จะออกไปเดินดูรอบๆ ให้ได้ แต่เมื่อหลานเยี่ยนเอ่ยมาเพียงประโยคเดียวผมก็พับความตั้งใจนั้นกลับไปก่อน...


 

‘วันนี้จะพาไปเดินตลาดที่ฉันซื้อนายมา’


 

ตลาดนั้นเป็นตลาดที่ผมอยากไปเดินมาตลอด อีกทั้งไม่บ่อยนักที่หลานเยี่ยนจะลงพื้นที่ด้วยตัวเอง แล้วจะให้ปฏิเสธได้ยังไง เพราะปฏิเสธไม่ได้ตอนนี้ผมกับหลานเยี่ยนรวมไปถึงเจียงฮุยและไป๋หยางจึงกำลังเดินทางมุ่งหน้าไปยังตลาดอยู่


 

ระหว่างรถกำลังเคลื่อนที่ผมเปิดไลน์ขึ้นมาอ่านข้อความจากหลายๆ คนที่ส่งมาไม่ว่าจะเป็นจงอี้กับหลินเซียนที่ตอนนี้คบกันมานานหลายเดือนแล้ว เวลาทั้งคู่อยู่ด้วยกันมักจะแผ่บรรยากาศหวานๆ สีชมพูออกมาเสมอ จงอี้เห็นว่าเป็นผู้สืบทอดตระกลูเหม่าที่เอาจริงเอาจังและไม่ยอมอ่อนข้อให้ใครแต่เมื่อยู่ต่อหน้าหลินเซียนก็พูดได้เต็มแค่สองคำ...


 

‘ครับ’ ‘ได้ครับ’


 

สองคำนี้เอง


 

ข้อความที่ส่งมาส่วนมากจะเป็นภาพถ่ายอาหารไม่ก็ภาพคู่ตอนไปเที่ยวด้วยกัน นอกจากภาพแล้วยังมีข้อความบอกประมาณว่าลองพาพี่เขยมาเดทที่นี่ดูนะครับ


 

ร้านคาเฟ่ซานริโอ้เนี่ยนะ


 

อย่าเลย


 

ทางด้านหลินเซียนก็จะหนักกว่าหน่อยเพราะชอบมาระบายความเขินอายให้ผมฟัง บางครั้งแค่พิมพ์มันไม่ทันใจต้องโทรเข้ามาคุยด้วยเป็นสิบนาที เห็นว่าเคยทักหลานเยี่ยนไปแต่ฝ่ายนั้นตอบกลับไปแค่ อืม


 

ตอบข้อความของทั้งสองคนเสร็จคนต่อมาที่ผมกดเข้าอ่านก็คือเพื่อนสนิทอย่างต้อง ต่อให้ไม่ได้เจอหน้ากันนานนับเดือนแต่เพื่อนก็ยังเป็นเพื่อน อีกฝ่ายยังคงทักมาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเสมอ กับต้องผมไม่จำเป็นต้องหาคำมาโกหกบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปตามจริงแต่ละเรื่องที่ผมเคยเป็นกระต่ายไว้


 

ตอนที่ต้องรู้ว่าผมอยู่เมืองSก็ตกใจพอแล้วแต่พอผมบอกว่าพักอยู่กับไห่หลานเยี่ยนเท่านั้นแหละ ฝ่ายนั้นแทบจะขึ้นเครื่องมาพาผมกลับถึงที่ แน่นอนว่าผมปฏิเสธไปแล้ว


 

ผมรายงานความคืบหน้าให้ต้องฟังบ่อยๆ ล่าสุดผมบอกไปว่าเรื่องทุกอย่างจบลงแล้ว ต้องเลยถามกลับมาว่าจะกลับเมื่อไหร่จะมารับที่สนามบิน


 

“คุยกับใคร” หลานเยี่ยนที่นั่งอยู่ข้างๆ หันมาถามผมที่ก้มหน้ามองจอโทรศัพท์อยู่


 

“คุยกับต้อง เขาเป็นเพื่อนสนิทของผมเอง” ผมบอกหลานเยี่ยน


 

“ที่เป็นตำรวจสินะ” เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรสำหรับไห่หลานเยี่ยน เขาสามารถค้นข้อมูลน้ำหนักแรกเกิดของผมได้ง่ายๆ ด้วยซ้ำ


 

“ใช่ เขาถามว่าผมจะกลับเมื่อไหร่จะมารับถึงสนามบินเลยด้วย” ผมบอกหลานเยี่ยนอย่างไม่ปิดบัง


 

“ไม่กลับ” อีกฝ่ายแย่งโทรศัพท์ผมไปพิมพ์สองคำนั้นก่อนจะกดส่งอย่างรวดเร็ว


 

“เฮ้ย! คุณจะตอบห้วนๆ แบบนั้นไม่ได้นะ” ผมรีบแย่งโทรศัพท์ของตัวเองคืนมาแทบไม่ทัน


 

“ทำไมจะไม่ได้ ยังไงนายก็ไม่ได้กลับไปอยู่แล้ว”


 

“นี่คุณไม่คิดจะให้ผมกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดบ้างเลยเหรอ”


 

“...ถ้าจะกลับฉันจะไปด้วย” หลานเยี่ยนทำท่าคิดก่อนจะให้คำตอบ


 

“คุณกลัวผมไปแล้วไม่กลับมาหาคุณล่ะสิ” ผมใช้ศอกกระทุ้งแขนอีกฝ่ายอย่างรู้ทัน


 

“หึ...แค่จับกระต่ายตัวหนึ่งคงไม่ยากอะไร”


 

“ลองดูไหมว่าจะยากรึเปล่า?” เล่นไล่จับงั้นเหรอ ฟังดูน่าสนุกทีเดียว


 

“ลองก็ได้ แต่เมื่อไหร่ที่จับได้ นายต้องถูกฉันฟัดเท่าเวลาที่นายหายไป” ดวงตาสีเทาของหลานเยี่ยนหรี่ลงมองมาคล้ายจะรอฟังคำตอบจากปากผม


 

“...ไม่ลองดีกว่า เลิกพูดเรื่องนี้เนอะ ไว้ถ้าผมจะกลับไทยผมจะบอกคุณล่วงหน้านะ” ต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง ขืนยังพูดต่อผมสัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามา


 

“หึ...”


 

“ผมว่าจะบอกกับต้องไปตามจริงแหละ” ผมกลับมาพูดเรื่องเพื่อนสนิท


 

“บอกว่า?”


 

“ผมมีคนรักอยู่ที่นี่คงไม่ได้กลับไป ถ้ากลับไปเมื่อไหร่จะไปหา ประมาณนี้” ไม่มีความจำเป็นต้องโกหกหรือปิดบังแค่ผมไม่ได้บอกเท่านั้นเองว่าคนรักของผมชื่อไห่หลานเยี่ยน


 

“ดี...เด็กดี” หลานเยี่ยนดูจะพอใจยกมือขึ้นวางแปะบนหัวผม


 

“ผมอายุเท่ากับคุณนะ”


 

“แล้วยังไง”


 

“อย่าบอกว่าเด็กสิ”


 

“อยากบอก”


 

“ไม่เถียงกับคุณแล้ว ผมเคยชนะสักกี่ครั้งกัน” ผมเลือกที่จบการถกเถียงครั้งนี้ลงด้วยตัวเอง


 

“หึหึ...” หลานเยี่ยนหัวเราะคล้ายจะชอบใจ สายตาสื่อความเอ็นดูยามมองมายังผมที่ทำหน้ามู่ทู่ ไม่นานมือข้างที่แปะอยู่บนหัวก็เปลี่ยนมากุมมือผมไว้แทน


 

ผมไม่ได้ดึงหรือสะบัดมือนั้นออกตรงกันข้ามกลับค่อยๆ กำมือแน่นขึ้นทีละนิดส่งผ่านไออุ่นให้กันและกันกระทั่งมาถึงจุดหมายซึ่งแม้จะเป็นตลอดแต่ไม่ได้ใหญ่มากทว่ามีจุดเด่นอยู่ที่ความยาว


 

ตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ร้านแต่ละร้านจะตั้งหันหน้าเข้าหากันเว้นช่องให้คนเดินตรงกลาง เมื่อเดินถึงมุมก็จะมีทางเลี้ยวต่อไปยังร้านอื่นๆ ตลาดที่นี่จะแบ่งออกเป็นหลายโซนอย่างด้านหน้าสุดที่ผมกับหลานเยี่ยนเดินผ่านคือโซนอาหาร มีทั้งแบบเป็นเพิงให้นั่งและซื้อกลับบ้าน


 

“หลานเยี่ยนผมอยากกินเกาลัดหวาน” ผมกระตุกชายเสื้ออีกฝ่ายเบาๆ ขณะที่สายตาจับจ้องไปยังร้านขายเกาลัดหวาน เกาลัดที่กำลังคั่วกับเมล็ดกาแฟส่งกลิ่นหอมอบอวลชวนให้ลิ้มลอง


 

อยากกิน!


 

“จะกิน?”


 

“อืม”


 

“เหมือนจะไม่มีแบบแกะเปลือกแล้ว ต้องมานั่งแกะเองจะเอาเหรอ” หลานเยี่ยนมองไปยังร้านขายเกาลัดหวานเล็กๆ ที่มีคนทำแค่คนเดียว


 

“เอา ผมแกะเป็น” ผมพยักหน้าส่งไป


 

“ได้ เจียงฮุย...”


 

“ไม่ต้องๆ ผมไปเอง” ผมรีบห้ามก่อนหลานเยี่ยนจะหันไปบอกให้เจียงฮุยไปซื้อ ผมแค่ขอก่อนไม่ได้อยากให้ไปซื้อให้


 

ผมก้าวยาวๆ ไปหยุดอยู่หน้าร้านขายเกาลัดซื้อเกาลัดหวานมาถุงใหญ่ พ่อค้าก็แถมมาให้ไม่น้อย ที่แถมนี่ไม่แน่ใจว่าเพราะใจดีหรือเพราะกลัวหลานเยี่ยนที่ก้าวมายืนซ้อนอยู่ด้านหลังผม


 

ทุกย่างก้าวของหลานเยี่ยนทำให้ผู้คนในตลาดเงียบเสียงลง ผ่านร้านไหนร้านก็จะเงียบกริบราวกับไม่มีคน ผมยังจำได้ว่าตอนแรกที่เจอหลานเยี่ยนรอบข้างก็เงียบสนิทแบบนี้


 

ถัดจากโซนของกินก็เป็นโซนขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับ โซนนี้ไม่ค่อยมีอะไรที่ผมสนใจจึงไม่ได้แวะร้านไหน ต่อมาเป็นโซนขายต้นไม้ ถัดไปอีกนิดก็คือโซนสัตว์เลี้ยง เมื่อก้าวเข้ามาในโซนสัตว์เลี้ยงผมหันซ้ายหันขวาไม่หยุด โดยส่วนตัวผมเป็นคนชอบสัตว์แต่เพราะต้องออกไปทำงานแทบทุกวันเลยยังไม่พร้อมที่จะเลี้ยงสัตว์ตัวไหน


 

ผมเดินมองนู่น มองนี่ไปเรื่อยกระทั่งมาถึงร้านขายกระต่ายที่หลานเยี่ยนมาซื้อตัวผมไป ดวงตาสีน้ำตาลของผมจับจ้องไปยังกระต่ายสายพันธุ์ฮอลแลนด์ลอปหลายสิบตัวด้านใน เพราะผมหยุดก้าวหลานเยี่ยนที่สังเกตจึงหยุดตาม เช่นเดียวพวกเจียงฮุยและบอดี้การ์ดด้านหลังก็พากันหยุดในจังหวะเดียวกัน


 

“คิดถึงเนอะ” หลานเยี่ยนขยับตัวเข้ามาใกล้มองดูกระต่ายพวกนั้นด้วยสายตาที่ไม่แข็งเหมือนเดิม เขากำลังคิดถึงผมตอนที่อยู่ในร่างกระต่าย


 

“อืม”


 

“ดูเหมือนนายจะชอบกระต่าย?”


 

“ใช่ ผมชอบกระต่ายมาก” เป็นสัตว์ที่ชอบที่สุด


 

“อยากเลี้ยงรึเปล่า” หลานเยี่ยนถามต่อ


 

“อยากสิ” ผมตอบโดยไม่ต้องคิด


 

“อยากเลี้ยงก็ซื้อ”


 

“ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ” ผมเงยหน้ามองอีกฝ่าย


 

“อืม”


 

“คนละตัวไหม พวกมันจะได้มีเพื่อน ซื้อตัวเดียวคงเหงาน่าดู” ผมลองเสนอความคิดเห็น พวกเราคงไม่มีเวลาดูแลพวกมันมากนัก ดังนั้นซื้อไปสองตัวจะได้ไม่เหงา


 

“เอาสิ” หลานเยี่ยนพยักหน้า


 

“งั้นมาเลือกกัน ตัวไหนดี...” เมื่อตัดสินใจว่าจะซื้อผมก้มลงดูกระต่ายตัวน้อยที่อยู่ในคอก สายพันธุ์ฮอลแลนด์ลอปมีสีอยู่มากมายทว่าผมมีสีที่เลือกในใจแล้ว ผมอยากได้กระต่ายสีเทาเหมือนอย่างที่ผมเคยอยู่ในร่างนั้นมาก่อน


 

หากเป็นกระต่ายสีเทาในคอกมีอยู่ประมาณสามตัว ผมไล่มองทั้งสามตัวอย่างครุ่นคิดก่อนจะสะดุดสายตากับตัวหน้าที่นั่งนิ่งๆ เงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม ทันทีที่ดวงตากลมโตสีดำสนิทของมันประสานมาผมก็เอื้อมมือไปอุ้มมันขึ้นมาในทันที


 

“เลือกตัวนี้?” หลานเยี่ยนก้มหน้าลงมามองกระต่ายที่ผมอุ้มขึ้นมา


 

“อืม ตัวนี้ น่ารักจัง” ผมสบดวงตาคู่นั้นขณะลูบขนสีเทาของมันอย่างเบามือ


 

งี๊ด!


 

กระต่ายตัวน้อยส่งเสียงครางตอบรับสัมผัส ยิ่งทำให้ผมรู้สึกเอ็นดูมากเข้าไปใหญ่


 

“เลือกให้ฉันด้วยสิ” หลานเยี่ยนพูดต่อ


 

“ให้ผมเลือก? คุณเลือกเองดีกว่าหลานเยี่ยน” เรื่องแบบนี้ไม่ควรให้คนอื่นเลือกให้ มันอยู่ที่ว่าเราถูกชะตากับสัตว์ตัวไหน


 

“...ตัวนั้นเป็นไง” หลานเยี่ยนชี้ไปยังกระต่ายสายพันธุ์เดียวกันที่อยู่ด้านในเกือบสุด กระต่ายตัวนั้นทั้งตัวมีสีเดียวคือสีน้ำตาลอ่อน รอบข้างมันไม่มีกระต่ายตัวไหนเข้าใกล้ ใบหน้าเองก็ดูนิ่งๆ คล้ายกับใครสักคน...


 

“คิก!” ผมหลุดขำออกมาเมื่อนึกออกว่ากระต่ายตัวนั้นเหมือนหลานเยี่ยนไม่มีผิด เส้นขนสีน้ำตาลอ่อนนั่นดูเผินๆ คล้ายสีทองไม่น้อยยิ่งใบหน้านิ่งๆ แผ่บรรยากาศไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้นี่เหมือนกันแด๊ะ


 

“หัวเราะอะไร” อีกฝ่ายหันมาถาม


 

“ทำไมคุณถึงเลือกตัวนั้นล่ะ” ผมถามกลับ


 

“หน้ามันนิ่งๆ ดี สีขนก็เด่น” หลานเยี่ยนให้เหตุผลซึ่งผมก็เห็นด้วย ในบรรดากระต่ายทั้งหมดกระต่ายที่หลานเยี่ยนสนใจหน้านิ่งที่สุดแถมขนสีน้ำตาลอ่อนดูคล้ายสีทอง มองเผินๆ เหมือนสิงโตในคราบกระต่ายไม่มีผิด


 

“คุณไม่คิดว่ามันเหมือนตัวเองเหรอ”


 

“...เหมือนฉัน? กระต่ายหน้านิ่งขนเหมือนสิงโตนั่นน่ะนะ เหมือนตรงไหน”


 

“ฝากหน่อย” ผมส่งกระต่ายสีเทาในมือตัวเองไปให้


 

“จะทำอะไร...”


 

“หันหลังหลานเยี่ยน เจียงฮุย ไป๋หยาง คุณว่าเหมือนไหม” กระต่ายตัวสีน้ำตาลอ่อนด้านในเกือบสุดถูกผมอุ้มออกมาเทียบกับใบหน้าของหลานเยี่ยนโดยให้คนสนิทด้านหลังเป็นคนตัดสิน


 

“...” เจียงฮุยและไป๋หยางไม่ได้เอ่ยตอบแต่เม้มปากตัวเองแน่นพยายามอย่างมากที่จะไม่หลุดหัวเราะออกมา ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถปกปิดมุมปากที่ยกขึ้นกับดวงตาที่เบิกกว้างได้


 

ทุกคนลงมติเป็นเอกฉันท์


 

“จื่อจื่อ” หลานเยี่ยนเรียกชื่อผมเสียงนิ่ง


 

“ครับๆ ไม่แกล้งแล้วครับ สรุปสองตัวนี้เนอะ” ผมสรุปเสียงสดใส


 

“เจ้านี่ก็เหมือนนาย”


 

“ฮะ?”


 

“เหมือนไหม” ในขณะที่ผมกำลังงงหลานเยี่ยนอุ้มกระต่ายสีเทาในมือมาเทียบข้างใบหน้าผมให้คนสนิททั้งสองคนดู


 

“เหมือนครับ” ครั้งนี้เจียงฮุยและไป๋หยางตอบพร้อมกัน


 

“น่ารักเหมือนกันใช่ไหมล่ะ” ผมเอียงหัวน้อยๆ ขณะย่นจมูกทำหน้าที่คิดว่าเหมือนกระต่ายมากที่สุดให้หลานเยี่ยนเห็น


 

“หึ...น่ารัก” หลานเยี่ยนขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จูบปลายจมูกผมเบาๆ ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่มองอยู่


 

ใบหน้าผมเห่อแดงจนอยากจะหาอะไรมาคลุมหัวซะเหลือเกิน ผมได้ยินหลานเยี่ยนให้เจียงฮุยจัดการเรื่องค่าใช้จ่าย กระต่ายสองตัวถูกใส่ไว้ในกระเป๋าที่มีหน้าต่างอยู่ด้านข้าง ของใช้หลายอย่างไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่มีแค่พวกอาหาร


 

หลังจากนั้นผมก็เดินก้มหน้างุดๆ จนกระทั่งออกจากเขตตลาดและขึ้นรถเตรียมกลับจึงจะกล้าเงยหน้าขึ้นมา


 

“เขินเหรอ” หลานเยี่ยนยิงคำถาม


 

“คุณมาลองโดนไหมล่ะ” ผมย้อนถาม


 

ถูกทำแบบนั้นต่อหน้าสายตานับสิบไม่มีใครที่ไม่อายหรอก


 

“เอาสิ” อีกฝ่ายที่ได้ยินยื่นหน้าเข้ามาใกล้เตรียมพร้อมให้ผมจูบปลายจมูกนั้นเต็มที่


 

“หลานเยี่ยน” ผมผลักใบหน้านั้นออกห่างทันควัน


 

“หึหึ...”


 

“คุณนี่มัน ชอบแกล้งผม”


 

“ก็นายชอบทำตัวน่าแกล้ง”


 

“ไม่เคยทำ” ผมค้านเสียงแข็ง


 

“ทำอยู่เนี่ย” หลานเยี่ยนบีบจมูกผมพร้อมกับคลี่ยิ้มออกมา


 

“เปลี่ยนเรื่องเลย คุณคิดรึยังว่าจะให้กระต่ายชื่ออะไร” การจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงสักตัวสิ่งแรกที่ต้องทำก็คือการตั้งชื่อกระต่ายสายพันธุ์ฮอลแลนด์ลอปสามารถจำชื่อตัวเองได้ เราสามารถเรียกให้มาหาได้


 

“จินเซ่อ”


 

“...” ภายในรถถึงกับเงียบกริบเมื่อได้ยินคำตอบจากหลานเยี่ยน ขนาดคนสนิทสองคนที่นั่งหน้ายังเหลือบตามามองผ่านกระจกมองหลังเลย


 

“เอาจริง?” จินเซ่อที่แปลว่าสีทองอ่ะนะ


 

“ขนมันเหมือนสีทองก็ให้ชื่อจินเซ่อไป แล้วกระต่ายนายล่ะ” หลานเยี่ยนถามกลับบ้าง ดูเหมือนว่าเจ้ากระต่ายน้อยหน้านิ่งจะได้รับชื่อจินเซ่ออย่างแน่นอนแล้ว


 

“คานิน” ผมบอกชื่อที่คิดไว้ให้อีกฝ่ายฟัง


 

“หึ...แทบไม่ต่างกับจื่อจื่อเลย” อีกฝ่ายเหมือนจะรู้ว่าคานินแปลว่ากระต่ายเช่นกัน


 

“เพราะกว่าละกัน”


 

“จื่อจื่อออกจะเพราะ”


 

“...ก็เพราะอยู่” พอถูกเรียกบ่อยๆ มันก็ชิน หลานเยี่ยนเป็นคนเดียวที่เรียกผมว่าจื่อจื่อ คนอื่นๆ จะเรียกผมว่าต่ายทั้งนั้น แต่เอาเถอะ...ก็ผมเป็นกระต่ายของเขานี่นา


 

และแล้ววันนี้พวกเราก็ได้สมาชิกใหม่มาสองตัวเป็นกระต่ายพันธุ์ฮอลแลนด์ลอปสีเทาและสีน้ำตาลอ่อนชื่อคานินและจินเซ่อ


 

เมื่อกลับมาถึงบ้านพวกเราหาที่อยู่ชั่วคราวให้กระต่ายสองตัวเนื่องจากหลานเยี่ยนไม่คิดจะได้ให้เลี้ยงกระต่ายในห้องนอนเหมือนอย่างที่เคยเลี้ยงผมก่อนหน้านี้ซึ่งก็เข้าใจได้ ด้วยนิสัยของหลานเยี่ยนเขาไม่ได้ชอบสัตว์มากถึงขนาดต้องให้มาอยู่ในห้องนอน ในกรณีของผมจึงนับว่าค่อนข้างพิเศษ


 

“ตอนผมเป็นกระต่ายทำไมคุณถึงยอมให้ผมอยู่ในห้องด้วยเหรอ” ผมถามหลานเยี่ยนหลังจากที่สรุปได้ว่าจะเลี้ยงกระต่ายสองตัวไว้ในห้องว่างของชั้นหนึ่งชั่วคราว


 

เห็นว่าจากนี้จะทำห้องกระต่ายอีกที


 

“...ไม่รู้สิ” ความเงียบกินเวลานานหลายนาทีกว่าหลานเยี่ยนจะตอบ เหมือนเขากำลังย้อนนึกแต่ก็หาคำตอบไม่ได้


 

“ไม่แน่คุณอาจหลงผมตั้งแต่ตอนเป็นกระต่ายก็ได้” ดวงตาสีน้ำตาลของผมหันไปสบอย่างหยอกล้อ บนตักผมตอนนี้มีกระต่ายสีเทาอย่างคานินนอนนิ่งให้ลูบอยู่


 

เป็นกระต่ายที่น่ารักมาก แถมยังไม่ตื่นมนุษย์ด้วย


 

“ก็อาจใช่ ฉันคงหลงนายตั้งแต่วินาทีแรกที่เจอกันแล้ว” หลานเยี่ยนขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ ใช้ปลายจมูกคลอเคลียปลายจมูกผมโดยที่ดวงตายังคงสอดประสานมาในระยะใกล้


 

“...ไม่ต้องมาหยอดเลย ผมจำได้นะคุณบอกว่าผมหาเรื่อง” จนถึงตอนนี้ผมก็ยังจำเหตุการณ์ในวันแรกที่เราเจอกันได้ดี


 

“ก็นายมองมาแบบหาเรื่องจริงๆ นี่ ตอนนั้นคิดอะไรอยู่ ถ้านายรู้จักฉันก็ควรจะทำตัวเรียบร้อยไม่ก็กลัวจนตัวสั่นสิ” อีกฝ่ายถามต่อ กระต่ายตัวสีน้ำตาลอ่อนจนเกือบทองที่ชื่อจินเซ่อนั้นตอนแรกถูกจับมานั่งอยู่บนตักของหลานเยี่ยนด้วยฝีมือผมทว่าพอดวงตาของหลานเยี่ยนกับจินเซ่อประสานกันต่างฝ่ายต่างก็จ้องกันเขม็ง ไม่มีใครยอมใครไม่ว่าจะเป็นราชสีห์ในร่างมนุษย์หรือราชสีห์ในร่างกระต่ายก็ตาม


 

ผลสุดท้ายคือหลานเยี่ยนหันมามองผม ส้วนจินเซ่อนั้นกระโดดลงจากตักไปนั่งอยู่บนพื้นเงียบๆ


 

เหมือนกันสุดๆ


 

ส่วนคานินก็อ้อนมาก ยอมหงายท้องให้ผมได้ลูบด้วย


 

“ตอนนั้นผมคิดว่าคุณหล่อจังนะ อารมณ์ประมาณว่าอยากสร้างบาดแผลไว้บนหน้าหล่อนั้นสักแผล” ผมตอบไปตามตรง ไม่มีการปิดบังใดๆ


 

“หึ...กระต่ายโหด” หลานเยี่ยนไม่ได้โกรธกับคำตอบนั้นตรงกันข้ามดวงตากับฉายชัดถึงความเอ็นดู


 

จะมีสักกี่คนที่กล้าบอกว่าอยากสร้างบาดแผลบนใบหน้าของมาฟียอย่างไห่หลานเยี่ยนเหมือนอย่างผม


 

“โหดแล้วรักไหมล่ะ”


 

“รักสิ แต่จะรักมากกว่านี้ถ้านายยอมให้ฟัด...”


 

“พอเลย ขยับหน้าออกไป” ผมรีบละมือจากการลูบคานินมาเป็นยันใบหน้าหล่อเหลานั้นเพื่อเว้นระยะห่าง เผลทีไรเป็นต้องเข้ามาฟัดทุกทีสิน่า


 

“ขอสักทีแล้วฉันจะยอมถอย”


 

“คุณเคยพอแค่ทีเดียวรึไง” คิดว่าผมไม่รู้เหรอ


 

“อย่าดื้อจื่อจื่อ”


 

“คุณสิที่ดื้อ” อย่ามาบอกว่าผมดื้อทั้งที่ตัวเองดื้อกว่านะ


 

“จื่อจื่อ”


 

“ผมไม่ยอมคุณหรอก”


 

“...” คำพูดของผมเรียกดวงตาสีเทานั้นให้หรี่ลง มองดูราวกับราชสีห์ที่เตรียมท่ารอตระครุบเหยื่อ


 

“เอาแบบนี้ไหม ผมจะหอมแก้มคุณทีนึง” ผมลองยื่นข้อเสนอ


 

“ไม่คุ้ม” หลานเยี่ยนส่ายหน้าปฏิเสธ


 

“สองทีล่ะ” ผมชูสองนิ้วขึ้น


 

“ก็ยังไม่คุ้ม”


 

“คุณจะให้ผมหอมกี่ที?” ครั้งนี้ผมย้อนถามบ้าง


 

“สิบ”


 

“...คานินเข้ากรงก่อนนะ ไว้จะมาหาใหม่...อ๊ะ หลายเยี่ยน?!” ผมรีบพาคานินเข้ากรงเตรียมจะลุกหนีทว่ากลับถูกหลานเยี่ยนคว้าเอวไว้ก่อนจะรั้งตัวผมให้ขึ้นไปนั่งอยู่บนตัก


 

สภาพแสนน่าอายนั่นทำเอาผมเริ่มดิ้นแต่เพราะถูกรัดแน่นสุดท้ายก็จำต้องนั่งนิ่งเพราะความแข็งขืนใต้กางเกงนั่นเริ่มมีปฏิกิริยาขึ้นมาแล้ว


 

“ไม่ดิ้นต่อล่ะ กำลังได้อารมณ์เลย” หลานเยี่ยนกระซิบถามข้างใบหู


 

“หลานเยี่ยน” ผมขึ้นเสียงใส่อีกฝ่ายด้วยใบหน้าแดงก่ำ


 

“ไม่ทำอะไรก็ได้”


 

“ผมเชื่อคุณได้ไหม” จากที่อยู่ด้วยกันมาเชื่อไม่ค่อยได้โดยเฉพาะกับเรื่องนี้


 

“หอมแก้มฉันก่อนแล้วจะปล่อย”


 

“จริงนะ”


 

“อืม”


 

“...หอมแล้ว” ผมรีบหันหน้าไปหอมแก้มหลานเยี่ยนเร็วๆ


 

“อีกที”


 

“ไหนบอกทีเดียว?” ผมย้อนถาม


 

“ใครบอกว่าทีเดียว? ฉันแค่บอกว่าหอมแก้มก่อนแล้วจะปล่อย ไม่ได้พูดสักคำว่าทีเดียว” คำพูดนั้นทำเอาอยากข่วนหน้าอีกฝ่ายสักแผลจริงๆ


 

“หลานเยี่ยน ปล่อยเลย”


 

“หอมสิบทีก่อนแล้วจะปล่อย”


 

“คุณชอบแกล้งผม”


 

“ก็นายน่ารัก” ไม่พูดเปล่าหลานเยี่ยนยังฟัดแก้มผมไปหลายทีระหว่างรอ


 

สุดท้ายผมก็จำตอนหอมแก้มซ้ายขวาของหลานเยี่ยนไปข้างละห้าครั้ง ใบหน้าตอนนี้แดงก่ำ แก้มสองข้างร้อนผ่าวราวกับมีเตาไฟแผดเผาอยู่ภายใน


 

“...จินเซ่อกับคานินจะสนิทกันได้ไหมนะ” ผมเปลี่ยนเรื่องคุยหลังพาตัวเองมานั่งพื้นได้ปกติ ตอนนี้จินเซ่อกลับเข้าไปในกรงด้วยตนเองแต่ไม่ยอมเข้าไปหาคานิน ไม่รู้ว่าเพราะไม่ถูกกันหรืออะไร


 

“ต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย” หลานเยี่ยนปรายตามองกรงกระต่ายที่มีกระต่ายสองตัวอยู่กันคนละฝั่ง


 

“ผมหวังว่าพวกเขาจะสนิทกันเร็วๆ”


 

“ไม่ต้องกังวล”


 

“ไม่กังวลได้เหรอ ตั้งแต่ซื้อมาแยกกันอยู่คนละฝั่งตลอด” ผมมองกระต่ายสองตัวในกรงด้วยความกังวล


 

“อีกไม่นานจะตัวติดกันจนแยกไม่ออก”


 

“คุณมั่นใจ?”


 

“มั่นใจสิ ก็เหมือนกับนายที่ตัวติดกันจนแยกห่างไม่ได้”


 

“เป็นฝ่ายคุณมากกว่ามั้งที่ตัวติดกับผม” ผมพูดขึ้น ทุกวันนี้หลานเยี่ยนแทบไม่อยากให้ผมอยู่ห่างสายตา


 

“อืม” หลานเยี่ยนยอมรับโดยดี


 

“ไม่ต้องมาพยักหน้าเลย”


 

“กลับห้องกันเถอะ” อีกฝ่ายเอ่ยพลางลุกขึ้นยืน


 

“จะได้ให้พวกมันทำความรู้จักกันสินะ” ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจ มีมนุษย์มานั่งจ้องคงคุยภาษากระต่ายกันลำบาก


 

“เปล่า”


 

“...?”


 

“ฉันจะได้ไปฟัดนายสักที” คำตอบนั้นทำเอาดวงตาสีน้ำตาลของผมเบิกกว้างขึ้น ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรถูกลากเข้าห้องแล้วจับฟัดอยู่เกือบชั่วโมง

..............................................

มาอัพต่อแล้วค่าา

หลายคนอยากให้ทั้งคู่เลี้ยงกระต่ายอีก เราก็เช่นกัน กระต่ายสองตัวเหมือนจื่อจื่อกับหลานเยี่ยนภาคกระต่าย

น่ารักน่าเอ็นดูมากๆ

เหลือตอนหน้าอีก1ตอน จะเป็นตอนสุดท้ายนะคะ

จากนั้นจะมีลงตอนส่งท้ายในอาทิตย์ถัดไปค่า

ใครรอฉากแต่งงานตอนหน้าแน่นอน!!

ใครรอฉากจื่อจื่อโดนกิน...แค่กๆๆๆ

ขอบคุณทุกคนที่เอ็นดูเรื่องนี้นะคะ

การดำเนินเรื่องอาจช้าเร็วไปบ้างแต่เราก็พยายามวางออกมาให้ดีที่สุดแล้ว และเราก็ค่อนข้างพอใจกับผลงานชิ้นนี้ของตัวเองมากๆ ความจริงที่ดูว่าน้อยอาจเป็นเพราะแต่ละตอนที่เราลงค่อนข้างยาวก็เป็นได้ อยากจะตัดแบ่งให้ตอนสั้นลงแต่ก็กลัวนักอ่านจะไม่คุ้มกับการรอหนึ่งอาทิตย์

ตอนหน้าจะเป็นตอนจบแล้ว

ฝากติดตามด้วยนะคะะ

ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าค่า

บ๊ายบาย

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 523 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,074 ความคิดเห็น

  1. #929 aommy-22 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 08:53
    น้อนต่ายยยยย
    #929
    0
  2. #928 CHOLLY_SMO (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 16:30
    จินเซ่อกับคานินนี่คู่รองสินะ งุ้ยยยยยยย~~ ใจเหลวหมดแล้วง้า~
    #928
    0
  3. #927 comet2522 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 22:17
    หวานมากกกกก อื้อ อยากให้จินเซ่อสนิทกะคานินไวๆ
    #927
    0
  4. #925 Bnbnbnbnbn (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 18:35
    ใจเลาเหลวหวานไปมึ้ยตุเองแต่เราควรชินอะเนอะเค้าหวานกันมานานแล้ว55555พี่หลานไม่เคยแผ่วแรงมานานแค่นั้นก็จะยังแรงต่อไปแบบนั้น แอบกาซิบว่าเอ็นดูคู่น้องหลินกับน้องจงมากมันม้อบแม้บในใจจังเลยแอแง รักษาสุขภาพด้วยนะคะคุมไรท์
    #925
    0
  5. #924 smile1432 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 11:12
    เขินอ่ะะ ฮืออ รอจื่อจื่อโดนกินน
    รอน้าา
    #924
    0
  6. #922 kuropop (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 14:56
    ใช่ค่ะ ตัวติดกันทั้งนายทั้งต่ายเลย
    #922
    0
  7. #921 ฉันคือนางเงือก (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 07:54
    จะจบแล้วหรอ จื่อจื่อต้องโดนกินแล้ว
    #921
    0
  8. #920 namton_Armybts (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 21:02
    น่าร้ากกกกกก💜💜
    #920
    0
  9. #919 PhimpinTT (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 18:36
    อย่าว่างั้นงี้เลยแต่คือ สำหรับคนที่มูฟออนเป็นรูปหัวใจในกูซูอย่างฉันแล้วมันแบบ...
    #919
    0
  10. #918 kung21k (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 18:16
    เลี้ยงอยู่ตอนนี้6ตัวแล้วกำลังผสมพันกันขาวล้วนกับลายขาวเทาแนวนี้ก้อน่ารักดีออกแฟนตาซีชอบๆ
    #918
    0
  11. #917 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 17:11
    น่ารัก ขนาดซื้อกระต่ายมายังเหมือนกับตัวเองเลย อิอิ
    #917
    0
  12. #916 Midnight2602 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 16:54
    โอ๊ยยยยย เอ็นดูอ่ะ ความร่างโคลนนิ่ง
    #916
    0
  13. #915 Littlemar (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 16:41
    เหมือนมากเลยค่ะ 555555
    #915
    0
  14. #914 Niraaaa. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 15:34
    อารมณ์ประมาณว่าร่างโคลนของหลานเยี่ยนกับต่ายเวอร์ชั่นกระต่าย 5555555
    #914
    0
  15. #913 Neko-cha (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 14:35
    น่ารักๆๆๆๆๆ คำนี้มันเต็มหัวไปหมด
    #913
    0
  16. #912 @A.S.E. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 14:17

    รอดูกระต่ายโดนฟัดหนักค่ะ
    #912
    0
  17. #911 เด็กสาวที่ถูกลืม (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 14:12

    งือออ นอกจากเรื่องของอี้ป๋อกับเซียวจ้านแล้ว ก็ยังมีเรื่องนี้ที่ทำให้อยากเลี้ยงกระต่าย
    #911
    0
  18. #910 nutwu (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 14:10
    จะจบแล้ววต้องคิดถึงเรื่องนี้แน่ๆเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้คุณไรท์นะคะ
    #910
    0
  19. #909 Anjel_of_Death (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 14:09
    อยากให้แต่งพาร์ทกระต่ายที่ซื้อมาจังเลยค่าาาาา แบบว่าอยากเห็นกระต่ายคุยกัน5555
    #909
    0
  20. #908 ;เเมเนอร์ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 13:51
    อยากเลี้ยงน้องต่ายบ้างงง
    #908
    0
  21. #907 xวาuxวาu (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 13:38
    น่ารัก~
    #907
    0
  22. #906 Phoebe1998 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 13:24
    จะเป็นไรมั้ย ถ้าอยากอ่านพารท์น้องต่ายที่น้องซื้อมา5555
    #906
    0
  23. #905 เจ้าเมฆน้อยฯ. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 13:23
    อยากให้ไรท์ลองแต่งแนวต่างโลกบ้าง;-;

    สู้ๆน้าค่าาาาาา
    #905
    0
  24. #904 3pm_tonhya (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 13:23
    เขิลลลบล
    #904
    0
  25. #903 Lalaland332221 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 13:21
    รอค่าาาาา
    #903
    0