กระต่ายมาเฟีย

ตอนที่ 2 : เลี้ยงกระต่าย》วันที่ 1《

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,759
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,233 ครั้ง
    29 มี.ค. 63

เลี้ยงกระต่าย》วันที่ 1《


 


 


 

เป็นเพราะอุบัติเหตุที่ต้องเจองั้นเหรอผมถึงต้องมาอยู่ในร่างกระต่าย


 

ผมพยายามใช้หัวคิดประมวลเรื่องราวทั้งหมดเพื่อหาสาเหตุของเหตุการณ์อันแปลกประหลาดที่อาจเรียกได้ว่าพิสดารเกินกว่าหนังเรื่องไหนๆ ที่เคยดูมา


 

จะย้อนอดีตกลับไปอยู่ในยุคโบราณหรือเข้าไปในเกม ในนิยายก็ได้ ยังดีกว่ามาอยู่ในร่างกระต่ายที่แค่พูดภาษามนุษย์ยังทำไม่ได้ละกัน


 

“งื๊ดดด~” ผมลองส่งเสียงดูเผื่อว่าจะสามารถพูดภาษามนุษย์ได้แต่อย่างที่เห็นว่าเสียงที่ออกมานั้นเป็นเพียงเสียงของกระต่ายตัวหนึ่งเท่านั้น


 

โอ้ยยยย


 

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย


 

ต้องทำยังไงถึงจะกลับไปร่างเดิมได้


 

หรือความจริงร่างมนุษย์ของผมถูกรถชนเสียชีวิตไปแล้วทำให้ดวงวิญญาณที่ยังไม่ไปสู่สุขติหาร่างใหม่เพื่อกลับมามีชีวิตอีกครั้ง


 

อืม!


 

นิยายแฟนตาซีไปอีก!


 

ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว


 

ยังไงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก็ไม่ใช่ภาพหลอนหรือความฝันใดๆ แต่เป็นความจริงที่ต้องเผชิญและก้าวต่อไปให้ได้ แค่ดูจากขนาดตัวผมในตอนนี้คงจะเป็นก้าวเล็กๆ ที่ดูน่ารักไม่เลว


 

ผมชอบกระต่าย เพราะงั้นผมจึงมีความรู้ด้านกระต่ายอยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะกับสายพันธุ์ที่ผมมีความคิดว่าอยากจะซื้อมาเลี้ยงสักตัวสองตัวอย่างฮอลแลนด์ลอปซึ่งกระต่ายหูตกที่เล็กที่สุดในโลก


 

สาเหตุที่กระต่ายสายพันธุ์นี้เป็นที่นิยมกันส่วนใหญ่เนื่องจากหน้าตาของเขาที่ไม่ค่อยจะเหมือนกระต่ายสักเท่าไหร่ ด้วยลักษณะพิเศษของสายพันธุ์คือหูที่ตกลงมาอยู่ข้างแก้มกับโครงสร้างลำตัวและหัวที่ค่อนข้างสั้นและกลม มองเผินๆ อาจจะดูเหมือนกับลูกบอลที่มีขน และอีกสิ่งที่มัดใจใครหลายๆคน คือนิสัยของมันที่จะค่อนข้างเชื่อง มีไม่น้อยที่สามารถจดจำเจ้าของตัวเองได้ เรียกก็มาหา นับว่าเป็นกระต่ายสายพันธุ์ที่น่ารักและเชื่องมากๆ


 

ดูขนนุ่มๆ ฟูฟ่องนี่สิ


 

ผมอดไม่ได้ที่จะซุกหน้าลงยังกลุ่มขนสีขาวของกระต่ายสายพันธุ์ฮอลแลนด์ลอปด้านข้าง


 

นิ่มมาก!


 

ในฐานะคนรักกระต่ายการได้ซุกหน้าลงกลุ่มขนนุ่มๆ นี่นับเป็นสรวงสรรค์ก็ไม่ผิด


 

ยังดีที่อย่างน้อยผมก็มาอยู่ในร่างของกระต่ายสายพันธุ์ฮอลแลนด์ลอป ต่อให้กลับร่างเดิมไม่ได้ก็คงมีคนเอ็นดูคอยเลี้ยงดูอย่างดี


 

พอเริ่มปลงกับชีวิตใหม่ในร่างกระต่ายที่ได้รับผมจึงเริ่มมองสำรวจในมุมที่กว้างกว่าเดิมโดยการเดินเตาะแตะไปยังซี่กรงเหล็กสีฟ้า มองดูร้านค้าแผงลอยมากมายที่เปิดเรียงรายกันจนสุดสายตา อย่างร้านฝั่งตรงข้ามเป็นร้านขายปลากัดหลากสีสัน


 

ส่วนร้านที่ผมอยู่คงไม่ต้องพูดถึง แน่นอนว่าเป็นร้านขายกระต่าย ไม่ใช่แค่ฮอลแลนด์ลอปแต่ยังมีอีกหลายสายพันธุ์อยู่ในกรงในระดับที่ต่างกันไปทว่าจำนวนน้อยกว่ามากเนื่องจากกระต่ายสายพันธุ์อื่นไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก กรงของกระต่ายพันธุ์อื่นๆ เป็นกรงแบบปิดต่างจากรงที่ผมอยู่ซึ่งเปิดโล่งด้านบน


 

หากออกแรงสักหน่อยคงสามารถกระโดดหนีออกไปได้


 

แต่...จะหนีไปไหนล่ะ


 

ในร่างกระต่ายแบบนี้ต่อให้หนีไปได้ไม่ถูกเหยียบ ถูกล่าก็คงต้องกลายเป็นกระต่ายจรจัด


 

ฟังดูแล้วน่าเศร้า


 

เพราะงั้นผมจึงเลือกที่จะอยู่นิ่งๆ รอให้มีใครสักคนมาสนใจซื้อผมกลับไปเลี้ยงบ้านก็พอ


 

น่าตกใจที่ผมสามารถปลงกับชีวิตในร่างกระต่ายตัวจ้อยได้ง่ายๆ


 

ว่ากันตามตรงจนถึงตอนนี้ผมก็ยังภวนาให้ตัวเองกำลังอยู่ในความฝันที่พอตื่นขึ้นมาผมยังคงเป็นมนุษย์เหมือนเดิม แต่ไม่ว่าจะพยายามหลอกตัวยังไงความเป็นจริงในตอนนี้ก็คงไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้


 

ทุกอย่างรอบตัวไม่มีทางใช่ความฝัน ผมสัมผัสได้ถึงความเจ็บยามลองใช้ฟันขบกัดยังอุ้มเท้าหรือเท้าหน้าของตัวเอง ผมได้กลิ่นและได้ยินเสียงสิ่งที่อยู่โดยรอบ สิ่งเหล่านั้นทำให้เลือกที่ปลงตกกับความเป็นจริงที่ต้องเผชิญ การเริ่มต้นชีวิตใหม่เป็นสิ่งที่ยากเสมอโดยเฉพาะการต้องมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่างนี้


 

ผมไม่ใช่คนที่กลัวเสียงดังแต่เมื่ออยู่ในร่างกระต่ายแค่เสียงตะโกนของพ่อค้าแม่ค้ายังร้านด้านข้างก็มากพอให้สะดุ้งโหยง แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ผมที่สะดุ้งแต่ยังรวมไปถึงกระต่ายตัวอื่นๆ ด้วย


 

นิสัยของกระต่ายค่อนข้างขี้ตกใจ เสียงที่ดังขึ้นในระยะประชัดสามารถทำให้ช็อคตายได้ง่ายๆ


 

“งี๊ด!” อย่าเสียงดังได้ไหม


 

ผมอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงร้องเตือนทั้งที่รู้ว่าพวกเขาคงไม่เข้าใจถึงที่ผมกำลังจะสื่อ


 

ดูเหมือนว่าบริเวณที่ผมอยู่นี้จะเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่ครึกครื้นมาก เสียงร้องเรียกจากเหล้าแม่ค้าพ่อค้าประสานกับเสียงพูดคุยและเสียงก้าวเท้าของผู้คนมากมาย แค่ฟังเสียงเหล่านั้นก็ทำเอารู้สึกมึนหัวแล้ว


 

ไม่แปลกใจเลยที่สัตว์ซึ่งขายอยู่ตามตลาดจะตายได้ง่ายๆ หากไม่ตายก็ป่วยจากการได้รับเชื้อโรค


 

หวังว่าจะมีใครสักคนถูกใจผมและรับไปเลี้ยงวันนี้นะ สัญญาเลยว่าจะเป็นเด็กดีไม่ดื้อไม่ซน


 

ผมให้สัญญากับตัวเองในใจ


 

เวลาในตอนนี้...มองจากท้องฟ้าที่เห็นรำไรกับแดดที่ส่องลงมาคงอยู่ในช่วงกลางวัน


 

ระหว่างกำลังมองนู่นมองนี่ไปเรื่อยเสียงพูดคุยร้องเรียกลูกค้าก็พลันเงียบลง ความเงียบนั้นสามารถใช้คำว่าเงียบเป็นเป่าสากมาอธิบายได้ เหมือนมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ทุกคนซึ่งกำลังครึกครื้นพร้อมใจกับปิดปากเงียบ ทำเอาทั้งตลาดตอนนี้เงียบเชียบราวกับปราศจากผู้คน


 

เหล่าผู้คนที่เดินขวักไขว่พากันเบี่ยงตัวหลบเปิดทางเดินตรงกลางโดยปราศจากการนัดแนะพูดคุย ราวกับพวกเขารู้ด้วยสัญชาตญาณว่าควรทำเช่นนั้น บางคนถึงกับเข้าไปหลบอยู่ภายในร้านค้าเลยก็มี


 

จะมีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ?


 

หรือว่าจะมีคนใหญ่คนโตมา?


 

แต่คนใหญ่คนโตหรือดาราจะมาเดินตลาดเล่นเหรอ ผมคิดว่าไม่น่าใช่นะ


 

ผมคิดพลางเงี่ยหูฟังเสียงการเคลื่อนไหว อาจเพราะทุกคนหยุดการเคลื่อนไหวแถมบริเวณนี้ยังเงียบสนิทส่งผลให้เสียงการเคลื่อนไหวเล็กน้อยอย่างการก้าวเท้าดังชัดเจนกว่าปกติ เสียงฝีเท้านั้นไม่ได้มีแค่หนึ่งแต่ฟังดูแล้วต่ำๆ ก็น่าจะสิบคน


 

ถ้าไม่มากันเป็นหมู่คณะก็แปลว่าคนที่มานี่ต้องเป็นคนใหญ่โตมากถึงขนาดต้องมีบอดี้การ์ดหรือคนคุ้มกันติดตามจำนวนมาก


 

น่าสงสัยว่าเป็นใครกัน


 

ยิ่งเสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้ความสงสัยก็ยิ่งมีมากขึ้นกระทั่งร่างสูงของชายผู้เดินนำหน้าก้าวเข้ามาอยู่ในระยะสายตา ดวงตากลมโตสีดำของผมเบิกกว้างพร้อมกับอาการเกร็งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติยามสัมผัสได้ถึงอันตราย


 

ทำไมถึงเป็นหมอนั่น


 

ไห่หลานเยี่ยน!


 

เพียงแค่เห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างผมก็สามารถบอกชื่อของอีกฝ่ายได้ ไม่ใช่ว่าเพราะเคยรู้จักกันมาก่อนเป็นการส่วนตัวแต่เพราะอีกฝ่ายเป็นบุคลลอันตรายที่ไม่ว่าใครก็ต้องรู้จัก โดยเฉพาะกับผมที่มีงานพิเศษเกี่ยวข้องกับทางการยิ่งรู้จักเป็นพิเศษ


 

ไห่หลานเยี่ยน หรือที่รู้จักกันในนาม ราชสีห์ขนทอง ฉายาซึ่งแฝงความนัยถึงอำนาจและทรัพย์สมบัติในครอบครองอันมหาศาล ตระกูลไห่เป็นมาเฟียมาตั้งแต่รุ่นแรกทำให้มีอำนาจล้นฟ้าจนตระกูลอื่นไม่กล้ามีปัญหาด้วย แค่ที่ดินที่ทางต้นตระกูลครอบครองก็กินพื้นที่ไปเกือบครึ่งของเมืองSจนถึงตอนนี้จำนวนที่ดินคงมีมากจนแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำ


 

ได้ยินมาว่าตระกูลไห่สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องทำอะไรก็มีเงินจำนวนนับพันๆ ล้านจากค่าเช่าที่มาใช้ในแต่ละเดือน น่าเสียดายที่ผู้นำตระกูลแต่ละรุ่นไม่คิดที่จะหยุดอยู่เฉยๆ ขยายกิจการค้าขายมากมายเสริมอิทธิพลที่มีให้มากขึ้นอีกหลายเท่า


 

ปัจจุบันตระกูลไห่มีผู้นำคนล่าสุดคือไห่หลานเยี่ยน ลูกชายคนโตของไห่ซ่งเจี้ยนซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคร้ายไปเมื่อสามปีก่อน สามปีที่ไห่หลานเยี่ยนขึ้นมาเป็นผู้นำเขากวดล้างผู้ที่คิดจะยึดอำนาจทั้งภายในและภายนอกตระกูล ภายในปีเดียวสามารถกุมอำนาจสูงสุดโดยที่ไม่มีใครกล้าคัดค้าน ปีต่อมากว้านซื้อที่ดินจากต่างเมืองขยายอาณาเขตสลับกับสร้างภาพลักษณ์จัดการพวกพ่อค้ายาหรือมาเฟียที่ลักลอบค้ายาและค้ามนุษย์ทำให้ชื่อไห่หลานเยี่ยนกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น


 

ถึงจะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแต่ยังไงทุกคนก็รู้ดีว่าเบื้องหลังนั้นย่อมไม่สวยงามนัก ว่ากันว่าเขาสามารถลั่นไกปืนใส่หัวคนที่คิดจะต่อต้านได้โดยไม่ลังเล ไม่ก็ลือกันว่าใครที่ทำให้เขาโกรธจะถูกทรมานยิ่งกว่าตกนรก


 

เรื่องของไห่หลานเยี่ยนดังมากในแถบเอเซีย ดังนั้นประเทศไทยที่อยู่ติดกันไม่มีทางเลยที่จะไม่รู้จัก


 

ผมรู้จักเขาในฐานะราชสีห์ขนทองแห่งวงการมาเฟียจากการทำงานพิเศษกับทางการอย่างพวกนกต่อหรือเป็นสายให้ทางการ ตอนแรกผมไม่คิดจะรับทำงานพิเศษพวกนี้แต่พอดีเพื่อนที่เป็นตำรวจต้องการนกต่อล่อซื้อยาสักคน และคงเห็นว่าผมเหมาะเลยติดต่อมา ในตอนนั้นผมก็แค่คิดว่าช่วยเพื่อนแต่พอได้ลองกลับรู้สึกสนุกไม่เลว จึงรับทำเป็นบางงานตามแต่ความสนใจ


 

กลับมาพูดถึงไห่หลานเยี่ยนต่อ ผมรู้จักเขาเพราะเป็นบุคคลอันตรายที่ทางการทำได้แค่จับตามองแต่สำหรับบุคคลทั่วไปนั้นรู้จักไห่หลานเยี่ยนจากภาพลักษณ์ พูดกันตามตรงก็คือหน้าตานั่นแหละ ด้วยความที่มารดาเป็นคนจากทางยุโรปทำให้เขาได้เส้นผมสีทองหม่นมาครอบครองประกอบกับดวงตาเรียวคมสีเทาเข้มและใบหน้าคมคายหล่อเหลาทำให้อีกฝ่ายกลายเป็นตำนานที่ทำให้หญิงสาวมากมายยกให้เป็นสามีแห่งชาติ


 

ผมในฐานะที่เป็นผู้อกสามศอกก็ขอพูดตรงๆ ว่าไห่หลานเยี่ยนหล่อ เป็นความหล่อที่ชวนให้รู้สึกอยากสร้างรอยแผลไว้บนใบหน้าอันหล่อเหลานั้นสักแผลสองแผล


 

ผจะหล่อเกินหน้าเกินตาไปแล้ว


 

อาจเพราะความคิดนั้นทำให้ผมเผลอจ้องเขม็งไปยังไห่หลานเยี่ยนที่กำลังผ่านทำให้อีกฝ่ายหยุดแล้วหันหน้ามามองยังกรงกระต่ายซึ่งกระต่ายหลายตัวที่ถูกดวงตาสีเทานั่นจับจ้องพากันก้มหน้าหลบมุมราวกับคนตรงหน้าไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นสิงโต ดูเหมือนว่าในบรรดากระต่ายนับสิบจะมีเพียงตัวเดียวคือผมที่ยังคงจ้องใบหน้าและสบดวงตาคมคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว


 

จะกลัวทำไม


 

ตอนนี้ผมเป็นแค่กระต่ายตัวหนึ่ง ต่อให้อีกฝ่ายเป็นมาเฟียก็คงไม่ว่างพอถึงขนาดอุ้มกระต่ายไปฆ่าหรอก


 

มีโอกาสได้เห็นหน้าบุคคลอันตรายในระยะประชิดทั้งที ขอมองต่ออีกหน่อยเถอะ


 

“ฮืม...” ดวงตาสีเทาคู่คมประสานกับดวงตากลมโตสีดำของผมนิ่งๆ อยู่พักใหญ่ก่อนรอยยิ้มมุมปากจะปรากฎขึ้นพร้อมกับร่างนั้นที่ก้าวเข้ามาประชิดกรง


 

“งี๊ด!” อะไร เดินมาทำไม


 

ผมถามคนตรงหน้าพลางมองการเคลื่อนไหว


 

“ท่านหลานเยี่ยนมีอะไรรึเปล่าครับ” หนึ่งในผู้ติดตามด้านหลังเอ่ยถามเมื่อเห็นการกระทำอันผิดปกติของเจ้านาย


 

“มี” คำตอบสั้นๆ ไม่ได้ทำให้คลายความสงสัยแต่อย่างใด


 

“มีอะไรเหรอครับ” ทันทีที่ได้ยินคำตอบนั้นบอดี้การ์ดทุกคนพากันระมัดระวังตัวขึ้นเป็นเท่าตัว


 

“กระต่ายตัวนั้นมันหาเรื่อง” ประโยคต่อมาเรียกสายตานับสิบคู่ย้ายมามองผมซึ่งเป็นเป้าสายตาของไห่หลานเยี่ยน


 

“งี๊ด” ใครหาเรื่องกัน ผมแค่มองเฉยๆ เอง


 

ผมเชิดใบหน้าขึ้นมองหลานเยี่ยนด้วยแววตาที่คิดว่าน่ากลัวที่สุดเท่าที่กระต่ายตัวหนึ่งจะสามารถทำได้


 

“เห็นไหม มันจ้องหาเรื่องชัดๆ”


 

“งี๊ด” ไม่ได้หาเรื่อง


 

“...” หลานเยี่ยนไม่ได้พูดอะไรอีกทำเพียงก้าวเข้ามาประชิดก่อนแขนยาวๆ นั้นจะเอื้อมมาหา ผมรีบถอยหลังหนีมือที่หมายจะจับด้วยความเร็วแต่อีกฝ่ายยังคงไล่ตามไม่หยุด จากมือข้างเดียวที่เอื้อมมาจนถึงตอนนี้หลานเยี่ยนใช้สองมือพยายามตะครุบตัวผมให้ได้


 

ผมซึ่งถูกไล่ล่าพยายามไม่วิ่งเข้ามุม ใช้ความอ่อนตัวที่มีไหลออกจากมือที่เกือบคว้าตัวไว้ได้


 

การปะทะระหว่างมาเฟียราชสีห์ขนทองกับกระต่ายตัวน้อยเป็นไปอย่างดุเดือด ในจังหวะที่มือข้าหนึ่งเข้ามาใกล้ผมกระโดดขึ้นไปบนมือนั้นขณะออกแรงถีบเพื่อดีดตัวหนีไปอีกทาง


 

สายตาหลายสิบคู่จับจ้องมายังหลานเยี่ยนสลับกับผม มองก็รู้ว่าพวกเขาแปลกใจแค่ไหนที่เห็นบุคคลอันตรายกำลังไล่จับกระต่ายตัวหนึ่ง


 

กระต่ายตัวอื่นที่อยู่นิ่งๆ ก็ไม่จับ มาจับอะไรผมเล่า!


 

ผมอดไม่ได้ที่จะบ่น


 

เพราะร่างกายเล็กๆ ของกระต่ายพละกำลังเลยมีไม่มาก เคลื่อนไหวไม่นานก็เริ่มเหนื่อยผิดกับหลานเยี่ยนที่ยกยิ้มขึ้นอีกคราเมื่อเห็นว่าความเร็วผมตก สุดท้ายร่างสีเทาเข้มขนปุกปุยของผมก็ถูกมือทั้งสองข้างรวบไว้ได้สำเร็จ


 

“หึ...จับได้แล้ว” หลานเยี่ยนเอ่ยพลางยกตัวผมให้ขึ้นไปเผชิญหน้ากันตรงๆ


 

ดวงตาสีเทาคู่นั้นทอประกายยินดีกับชัยชนะที่หาความเป็นธรรมไม่ได้ ตรงกันข้ามกับผมที่หน้ามุ่ยเต็มที


 

“งี๊ด!” หากอยู่ในร่างมนุษย์ผมไม่ยอมให้จับได้ง่ายๆ แน่


 

“ไม่พอใจ? ช่างเถียงนะ”


 

“งี๊ด” ผมตอบคำถามนั้นด้วยการขบปลายนิ้วอีกฝ่ายหมายจะให้สะดุ้งเพื่อปล่อยตัวผมลงแต่เหมือนจะไม่ได้ผล


 

“กระต่ายนี่เหมือนเข้าใจภาษามนุษย์” หลานเยี่ยนพูดขณะหมุนตัวผมไปมาคล้ายจะสำรวจ


 

“ทะ...ท่านหลานเยี่ยน กระต่ายตัวนั้นเป็นสายพันธุ์ฮอลแลนด์ลอปซึ่งไม่เพียงแค่ฉลาดแต่ยังเชื่องและเป็นมิตรมากด้วยนะคะ” เจ้าของร้านเป็นสตรีในวัยประมาณสี่สิบส่งเสียงบอกข้อมูลอย่างกล้าๆ กลัวๆ


 

“ฮืม...ทำหน้าหาเรื่องแบบนี้จะเชื่องจริงเหรอ” อีกฝ่ายคล้ายจะไม่แน่ใจกับสิ่งที่ได้ยินซึ่งถ้าผมพูดได้ก็คงบอกไปแล้วว่าไม่จริง


 

กระต่ายพันธุ์ฮอลแลนด์ลอปปกติคงเป็นแบบนั้นแต่ผมไม่ใช่กระต่ายมาตั้งแต่เกิดไง


 

“อาจเพราะยังไม่คุ้นน่ะค่ะ”


 

“เอาตัวนี้” คำพูดแบบไม่มีที่มาของหลานเยี่ยนสร้างความเงียบขึ้นมาอีกระลอก แม้แต่ตัวผมเองยังหยุดดิ้นมองใบหน้านั้นอย่างไม่เข้าใจ


 

“...คะ?”


 

ไม่นะ


 

อย่าบอกนะว่าหลานเยี่ยนจะ...


 

“ฉันจะซื้อกระต่ายตัวนี้ เอากรงกับอาหารและพวกของจำเป็นมาด้วย” หลานเยี่ยนขยายความโดยที่ยังไม่ยอมปล่อยตัวผมลง


 

“...” แม้ผมจะหวังให้มีใครสักคนมาซื้อผมไปเลี้ยงแต่ใครจะคิดล่ะว่ามาเฟียอย่างไห่หลานเยี่ยนจะมาซื้อผมไปแบบนี้


 

เท่าที่รู้มาเขาไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อน มีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่ชอบสัตว์


 

แต่นี่อะไร...มาซื้อผมไปทำไม


 

จะทรมานผมเหรอ


 

ขอโทษที่ไปจ้องตอนนี้จะทันไหม


 

“อะไร ทำหน้าเหมือนจะบอกว่าขอโทษเลยนะ” ดวงตาของหลานเยี่ยนมองดูสภาพผมที่หยุดการขัดขืนใดๆ ทำได้แค่จ้องมองอีกฝ่ายอย่างร้องขอ


 

“งื๊ด” ปล่อยผมไปเถอะ


 

อยู่กับมาเฟียอย่างหลานเยี่ยนอายุผมไม่ยืนแน่ๆ


 

ไม่ตายเพราะกระสุนก็อาจตายเพราะถูกกลั่นแกล้ง


 

“หึๆ ทำหน้าหงอยเชียว ไม่อยากอยู่กับฉัน?”


 

“งี๊ด” ผมพยักหน้ารัวๆ ตอบกลับ


 

“ฉลาดจริงๆ แต่เสียใจด้วยจากนี้ไปนายเป็นกระต่ายของฉัน” น้ำเสียงเด็ดขาดดังขึ้นก่อนที่ร่างผมจะถูกจับยัดใส่กรงขนาดกลางที่ภายในปูด้วยกองหญ้า


 

หนึ่งในลูกน้องของหลานเยี่ยนจ่ายเงินทั้งหมดให้แม่ค้าก่อนรับถุงหญ้าและถุงอาหารมาถือไว้


 

จากนั้นหลานเยี่ยนก็ไม่รอช้าออกเดินตามทางต่อ เป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายคงมาเดินตรวจตราความเรียบร้อยของตลาดแห่งนี้ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ให้เช่าของตระกูลไห่


 

กรงของผมหลานเยี่ยนไม่ได้ถือเองแต่ให้ลูกน้องด้านหลังถือให้ เดินไปเรื่อยๆ จนสุดทางก็เป็นอันสิ้นสุดเขตตลาดซึ่งมีรถยนต์คันสีดำจอดรอรับอยู่แล้ว คนขับรถวิ่งมาเปิดประตูให้หลานเยี่ยนขึ้นไปก่อนจะสลับตัวให้บอดี้การ์ดเข้าไปขับแทน บนรถมีบอดีการ์ดอยู่สองคนคาดว่าจะเป็นคนสนิทของหลานเยี่ยน ส่วนที่เหลือแยกไปยังยังรถอีกสองคันด้านหลัง


 

ตามคุ้มกันขนาดนี้สมแล้วที่เป็นมาเฟียมหาอำนาจ รถคันนี้เองคงไม่ใช่รถธรรมดาแต่เป็นรถกันกระสุนแน่ๆ


 

แค่มาอยู่ในร่างกระต่ายก็น่าตกใจพอแล้ว นี่ยังสร้างเซอร์ไพรส์โดยการข้ามมาอยู่ประเทศจีน ปิดท้ายด้วยการถูกไห่หลานเยี่ยนซื้อมา


 

ชีวิตของผมในร่างกระต่ายดูเหมือนจะหาความปลอดภัยไม่ได้ซะแล้ว


 

รถยนต์คันสีดำแล่นไปตามถนนด้วยความเร็วต่ำเนื่องจากการจราจรที่ค่อนข้างติดขัด ภายในรถเต็มไปด้วยความเงียบมีเพียงเสียงแอร์แผ่วๆ เท่านั้น


 

ตอนนี้ผมยังคงอยู่ในกรงบนตักของหนึ่งในลูกน้องของไห่หลานเยี่ยนซึ่งนั่งอยู่ข้างคนขับ ผมลองขยับตัวมองไปด้านหลังก็พบกับเจ้าของรถอย่างหลานเยี่ยนนั่งไขว่ข้าง มือทั้งสองกอดอกและหลับตาคล้ายกำลังพักสายตาอยู่ด้านหลัง เส้นผมสีทองหม่นถูกมัดยาวดูเหมาะกับบุคลิกของเจ้าตัวไม่น้อย


 

ไม่รู้ว่าเพราะผมจ้องมากไปหรืออะไรดวงตาสีเทาที่ปิดสนิทอยู่จึงลืมขึ้นมา ดวงตาสองดวงประสานกันอยู่นิ่งๆ คล้ายจะรองเชิงว่าใครจะกระพริบตาหรือละสายตาออกไปก่อนกัน


 

ผ่านไปสักพักใหญ่ผมที่หาสาระของการจ้องตากับอีกฝ่ายไม่ได้ก็เลือกที่จะหันกลับไปมองอย่างอื่นแทน แอร์เย็นๆ แบบนี้ผมก็ชักจะง่วงแล้ว


 

หาที่หลับดีกว่า


 

“เจียงฮุย” เสียงเรียกจากด้านหลังดังขึ้น


 

“ครับ” คนที่ชื่อเจียงฮุยหรือก็คือคนที่นั่งข้างคนขับและมีกรงผมอยู่บนตักขานรับ


 

“เอากรงกระต่ายมา”


 

“...ครับ” เจียงฉุยเหมือนจะแปลกใจกับคำพูดของหลานเยี่ยนแต่ก็ยอมส่งกรงผมไปให้เจ้านายที่อยู่ด้านหลัง


 

หลานเยี่ยนรับกรงมาวางไว้บนตักพลางทอดสายตามองมายังผมที่ไม่สนใจจะมองตอบ ตอนนี้ผมเริ่มง่วงและอยากหาที่หลับเต็มทีดังนั้นจึงเลือกที่จะเมินหลานเยี่ยนก้าวขาสั้นๆ เพื่อหามุมนอนสงบๆ แต่แล้วความหวังนั้นของก็เหมือนจะไม่เป็นจริงเมื่อได้ยินเสียงเปิดกรงด้านข้าง


 

ดวงตากลมโตสีดำสนิทของผมหันควับไปตามเสียงก่อนจะเจอเข้ากับมือข้างหนึ่งที่สอดเข้ามา ผมรีบวิ่งไปอยู่ชิดมุมด้านในสุดของกรงตามสัญชาตญาณถึงอย่างนั้นด้วยความที่กรงไม่ได้กว้างมือข้างนั้นจึงสามารถเข้ามาจับตัวผมได้อย่างง่ายดาย


 

“งี๊ดด~!” จะทำอะไรฮะ


 

ผมส่งเสียงตะหวาดลั่นเรียกสายตาสองคู่ที่อยู่ด้านหน้าแอบเหล่มองจากกระจกมองหลัง ภาพที่พวกเขาเห็นผมเดาได้เลยว่าคงเป็นภาพที่ผมพยายามใช้ขาหน้าตะกายหนีการจับกุมสุดแรง


 

“อย่าดื้อ” น้ำเสียงทุ้มๆ ติดหงุดหงิดนั่นไม่ได้ทำให้ผมอยากทำตามสักนิด


 

“งี๊ดด~” คนจะนอน จะมายุ่งอะไรเล่า


 

“ออกมา” เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่ตัวผมจะถูกดึงออกมาจากรง ตัวกรงถูกหลานเยี่ยนวางไว้ด้านข้างในขณะที่ใช้มือสองข้างตปบตัวผมไม่ให้หนี


 

ตัวผมก็เล็กอยู่แล้ว มือข้างเดียวก็เพียงพอที่จะหยุดผมแต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่รู้ถึงได้ใช้มือสองข้างแถมยังกดผมซะแทบแบน


 

“บอส เบามือหน่อยเถอะครับ” ชายผมน้ำตาลที่กำลังขับรถอยู่ถึงกับต้องเอ่ยปากเตือน


 

ถ้าผมพูดได้ก็อยากจะเอ่ยขอบคุณอีกฝ่ายเดี๋ยวนี้เลย


 

“เบามือ?”


 

“กระต่ายตัวเล็กแค่นั้นไม่ต้องออกแรงมากก็ได้ครับ อีกอย่างกระต่ายเป็นสัตว์ขี้ตกใจถ้าบอสเอามือเข้าไปไล่ต้อนแบบนั้นอาจช็อคได้นะครับ” คำเตือนจากอีกฝ่ายทำให้ผมอยากตบมือให้ดังๆ ถ้าไม่ติดว่าร่างถูกกดไว้บนตัก


 

“อ่อนแอ”


 

“งี๊ด” ว่าใคร


 

ผมอดไม่ได้ที่จะใช้ดวงตาจ้องเขม็งไปยังหลานเยี่ยน บอกเลยว่าถ้าเป็นกระต่ายปกติถูกทำขนาดคงช็อคตายไปนานแล้ว


 

คำว่าถนุถนอมน่ะสะกดเป็นรึเปล่า!


 

“อยู่เฉยๆ เข้าใจรึเปล่า” หลานเยี่ยมก้มลงออกคำสั่ง ผมในตอนนี้ทำได้แค่ยอมอยู่นิ่งๆ ไม่ดิ้นหรือขยับตัว รอจนอีกฝ่ายเริ่มมั่นใจว่าผมจะไม่ดิ้นมือที่กดอยู่จึงยกออกไป


 

ค่อยสบายตัวหน่อย


 

“เท่าที่ผมสังเกตกระต่ายตัวนี้ฉลาดมากเลยนะครับ” เจียงฮุยลอบมองการเคลื่อนไหวของผมขณะพูด


 

“ผมก็เห็นด้วย” อีกคนที่นั่งอยู่ฝั่งคนขับพูดเสริม


 

“ฉันก็ว่างั้น บอกให้อยู่เฉยๆ ก็เข้าใจในทันที ฉลาดดี” ระหว่างพูดหลานเยี่ยนใช้ปลายนิ้วเกลี่ยหัวผมเล่นไปพลาง


 

ผมยอมนอนอยู่นิ่งๆ บนตักของหลานเยี่ยนเนื่องจากง่วงเต็มที ในเมื่อนอนในกรงไม่ได้ก็นอนมันซะตรงนี้เลยละกัน ดีซะอีกมีหมอนเป็นตักของราชสีห์ขนทอง


 

ใครจะมีโอกาสได้นอนตักมาเฟียอย่างผมบ้าง...พูดเลยว่ายากโดยเฉพาะกับหลานเยี่ยนที่แทบจะไม่มีข่าวเรื่องความรักหรือคนควง


 

“ท่านหลานเยี่ยนคิดชื่อไว้รึยังครับ” เจียงฮุยถามต่อ


 

“ชื่อเจ้านี่น่ะเหรอ” อีกฝ่ายพูดขณะเปลี่ยนมาลูบขนทั้งตัวผม


 

“ครับ”


 

พอได้ยินเรื่องชื่อของตัวเองผมก็อดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้นมาฟัง ยังไงในตอนนี้ผมก็ไม่สามารถกลับไปใช้ชื่อเดิมได้แล้วคงมีแต่ต้องยอมรับชื่อให้ที่หลานเยี่ยนจะตั้งให้เท่านั้น


 

น่าสนใจว่าจะเป็นชื่ออะไร


 

“จื่อจื่อ”


 

“มาจากทู่จื่อเหรอบอส”


 

ทู่จื่อ?


 

ผมเคยได้ยินภาษาจีนคำนี้มา...มันแปลว่ากระต่าย


 

“ใช่ หรือจะเอาทู่ทู่” อีกฝ่ายทำหน้าเหมือนคิดหนัก


 

ส่วนผมนี่แทบจะพ่นลมหายใจออกมาอยู่แล้ว ดูเหมือนว่าผมจะผูกพันธ์กับต่ายมากจริงๆ ขนาดชื่อใหม่ยังมีความหมายว่ากระต่ายเลย


 

เอาเถอะ


 

จะทู่จื่อ จื่อจื่อ หรือทู่ทู่ ก็ได้ทั้งนั้น


 

“บอสลองเรียกทั้งสองชื่อดู ถ้าถูกใจชื่อไหนคงขานรับเอง”


 

“ความคิดดีนี่ไป่หยาง” เจียงฮุยหันไปพยักหน้าให้กับความคิดของเพื่อน


 

“กระต่ายตัวนั้นฉลาดอยู่แล้วด้วย”


 

“ท่านหลานเยี่ยนลองดูเถอะครับ”


 

“อยากได้ชื่อไหนก็บอกล่ะ จื่อจื่อ ทู่ทู่ ทู่จื่อ” หลานเยี่ยนไล่เรียกทั้งสามชื่อซึ่งทุกชื่อนั้นล้วนได้รับเสียงครางแผ่วเบาของผมตอบกลับไป


 

ไม่ใช่ไม่อยากเลือก แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกชื่อไหนดี


 

“ขานตอบทุกชื่อเลย”


 

“เสียงขานตอนชื่อจื่อจื่อดังสุด ต่อไปนี้ให้เรียกว่าจื่อจื่อ” หลานเยี่ยนสรุป


 

อยากตั้งชื่อจื่อจื่อก็บอกมาเถอะ


 

ผมจำไม่เห็นได้ว่าส่งเสียงดังกว่าชื่ออื่นตรงไหน


 

จื่อจื่อก็จื่อจื่อ


 

ผมไม่ได้สนใจการสนทนาต่อจากนั้นอีก ความง่วงที่มีมากเกินพอให้ผมผล๋อยหลับไปอย่างง่ายดาย สัมผัสได้ว่าตัวเองถูกยัดกลับใส่กรงก่อนจะพาไปที่ไหนสักที่


 

ตื่นมาอีกทีผมก็มองเห็นห้องขนาดใหญ่อยู่เบื้องหน้า ผมลุกขึ้นมานั่งบนที่นอนกระต่ายซึ่งเป็นเบาะนุ่มๆ สีขาว รอบข้างมีรั้วกั้นบริเวณเหมือนเป็นคอกให้ผมอยู่โดยด้านข้างมีน้ำใส่ถ้วยเตรียมไว้ให้ บนพื้นเป็นพื้นพรมสีเทามีถาดอาหารวางอยู่ทว่าด้านในไม่มีอะไรใส่อยู่ มองดูแล้วในคอกนี้น่าอยู่ไม่เลว


 

ถัดออกไปตรงหน้าผมมีร่างของไห่หลานเยี่ยนนั่งทำงานอยู่ยังโต๊ะโทนสีเทาสุดหรู ปากกาในมือเคาะลงยังแฟ้มเป็นจังหวะคล้ายกำลังใช้ความคิด


 

เท่าที่มองที่นี่คงเป็นห้องทำงานของหลานเยี่ยน


 

นี่ผมได้รับสิทธิ์พิเศษให้อยู่ในห้องของไห่หลานเยี่ยน?


 

น่าตกใจเกินไปแล้ว


 

หรือความจริงภายใต้หน้ากากมาเฟียจะซ่อนคนรักสัตว์เอาไว้ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นก็น่าจะมีข่าวออกมาบ้างสิ หรือไม่แน่ว่าอาจเพิ่งมาสนใจเลี้ยงสัตว์เมื่อเร็วๆ นี้


 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก


 

“เข้ามา” หลายเยี่ยนเอ่ยอนุญาต


 

“ครับ”


 

“มีอะไร”


 

“มีรายงานว่าพื้นที่เขตซีไม่สามารถเก็บค่าเช่าได้ครับ” คนที่เดินเข้ามารายงายคือเจียงฮุย


 

“ตระกูลเหยา?” หลานเยี่ยนถามกลับโดยไม่ละสายตาออกจากแฟ้มเอกสาร


 

“ใช่ครับ”


 

“ถ้าไม่จ่ายภายในสามวันก็ไล่ออกไปซะ” วิธีจัดการที่ดูเหมือนจะง่ายๆ แต่พอเอาเข้าจริงคงได้มีการเสียเลือดก่อนจะได้ไล่ออกไปแน่


 

“รับทราบครับ โอ๊ะ...จื่อจื่อตื่นแล้ว” คำพูดของเจียงฮุยเรียกสายตาคมกริบของหลานเยี่ยนให้หันมามองผมที่จ้องไปทางพวกเขา


 

“นอนนาน นึกว่าจะกลายเป็นกระต่ายแช่แข็งซะแล้ว”


 

“เขาพึ่งอายุสองเดือนเองท่านหลานเยี่ยน อีกอย่างกระต่ายนอนเยอะเป็นปกติอยู่แล้ว” เจียงฮุยพูดต่อ


 

“ตัวผู้อายุสองเดือนสินะ” อีกฝ่ายพึมพำ


 

“ครับ ไหนๆ ก็ตื่นแล้วท่านหลานเยี่ยนลองให้อาหารจื่อจื่อไหมครับ หรือจะให้ผมจัดการดีครับ” เจียงฮุยถามพลางเดินไปเปิดตู้ชั้นล่างสุดที่บัดนี้เต็มไปด้วยอาหารของกระต่าย แค่หญ้าอย่างเดียวก็เหมือนจะมีอยู่เกือบสิบถุง


 

นี่คิดจะซื้อตุนไม่กลัวหญ้าเน่าเลยสินะ


 

“...ฉันให้เอง” หลานเยี่ยนลังเลสักพักก็ตัดสินใจวางปากกาลงแล้วลุกขึ้นมาหา


 

มือข้างหนึ่งเอื้อมมาหาผม คว้าหมับเข้าที่หลังคอและหิ้วผมขึ้นทั้งๆ แบบนั้น ความรู้สึกในตอนี้เหมือนกำลังถูกสิงโตคาบไปกินไม่มีผิด แถมยังรู้สึกหวิวๆ จากความสูงอีก


 

ผมยอมให้หลานเยี่ยนพาผมมานั่งบนตักโดยดีไม่มีการหลีกหนีหรือวิ่งหลบ สังเกตเห็นว่าสายตาอีกฝ่ายทอประกายประหลาดใจกับท่าทีของผมไม่น้อย


 

“ดูเชื่องผิดปกติ” อีกฝ่ายลอบมองผมอย่างจับผิด


 

“คนขายก็บอกว่ากระต่ายพันธุ์นี้เชื่องและเป็นมิตร ที่เห็นตอนแรกอาจเพราะยังไม่คุ้นเคยกับท่านก็เท่านั้น” เจียงฮุยหยิบหญ้าออกมาสองชนิดยื่นส่งให้หลานเยี่ยน


 

“ฉันไม่คิดแบบนั้น ที่ไม่ดื้อเพราะหิวล่ะสิ หมดแรงดื้อไม่ไหว” น้ำเสียงคล้ายจะรู้ทันนั่นมาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากอันเป็นเอกลักษณ์


 

“...” ผมไม่ส่งเสียงแต่พยักหน้าให้


 

เป็นอย่างที่อีกฝ่ายพูด ผมไม่หนีไม่ดิ้นเพราะไม่มีแรง ตั้งแต่มาอยู่ในร่างนี้ผมยังไม่ได้กินอะไรเลย


 

หิว...หิวมาก


 

“หึๆ พยักหน้าบอกว่าจริงด้วย” ดูเหมือนอีกฝ่ายจะถูกใจกับการแสดงออกของผมไม่น้อย


 

“เหมือนเข้าใจภาษมนุษย์จริงๆ” เจียงฮุยก้มลงมองผมที่นั่งนิ่งๆ อยู่บนตัก สายตาจับจ้องไปยังหญ้าสีเขียวในมือหลานเยี่ยน


 

“หิว? อยากกิน?”


 

“งี๊ด” หิวมาก อยากกิน


 

“ถ้าอยากกินก็เอามามือมา ขอมือก่อน” หลานเยี่ยนแบมือข้างหนึ่งตรงหน้าผม


 

“ท่านหลานเยี่ยน กระต่ายไม่ใช่หมานะครับที่จะฝึกขอมือได้” คนสนิทที่มองอยู่เอ่ยบอก เท่าที่ผมรู้มาไม่ใช่สัตว์ทุกสายพันธุ์ที่จะสามารถฝึกขอมือได้อย่างแมวเองก็มีเพียงไม่กี่ตัวที่สามารถขอมือได้ กับกระต่ายยิ่งไม่ต้องพูดถึงแค่เข้าใจสิ่งที่พูดก็นับว่าหายากมากแล้ว


 

“จะเป็นกระต่ายของฉันต้องฉลาด แค่ขอมือต้องทำได้”


 

ผมเป็นแค่กระต่ายนะ!


 

คุณจะเอาอะไรนักกับกระต่ายตัวนึง


 

อีกอย่างผมไม่ได้อยากเป็นกระต่ายของคุณสักหน่อย


 

ผมได้แต่ปฏิเสธในใจโดยที่ยกขาหน้าขึ้นวางลงบนฝ่ามือของหลานเยี่ยนท่ามกลางสายตาตกใจสองคู่ที่มองมาอย่างไม่เชื่อสายตาว่าแค่บอกขอมือครั้งเดียวก็ได้มือกระต่ายมาจริงๆ


 

ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เหรอ


 

มันกินอิ่มได้ไหมล่ะ


 

“...ท่านหลานเยี่ยน ขอผมพูดอีกรอบเถอะ...กระต่ายตัวนี้ฉลาดจริงๆ นะ”


 

“ฉันก็ว่างั้น”


 

“ถ้าไม่เห็นว่าเป็นกระต่ายตัวน้อยผมคงคิดว่ามีใครสักคนแปลงโฉมมาเพื่อเข้าหาท่าน” ประโยคของเจียงฮุยเรียกเสียงหัวเราะจากหลานเยี่ยนได้ทันควัน


 

“หึ...ปลอมเป็นกระต่าย? ต้องเก่งแค่ไหนถึงจะทำได้ล่ะ”


 

“นั่นสิครับ”


 

“น้ำลายยืดแล้ว” หลานเยี่ยนยกยิ้มขึ้นขณะมองมายังผมที่มองหญ้าในมือนั้นไม่วางตา


 

“...งี๊ด” น้ำลายไม่ยืดสักหน่อย


 

ทรมานกระต่ายแบบนี้มันบาปนะ


 

“ค่อยๆ กินล่ะ” อีกฝ่ายยื่นใบหญ้าต้นหนึ่งมาให้


 

ผมไม่รอช้างับใบหญ้าแล้วเคี้ยวเข้าปาก รสชาติของมันค่อนข้างอร่อยทีเดียวขมนิดๆ และมีความหวานแทรกอยู่ จำได้ว่าชื่อของหญ้านี้จะเป็นหญ้าอัลฟัลฟ่าซึ่งถ้าเกรดดีๆ ราคาไม่น้อยเลย


 

เมื่อหมดก้านแรกผมคาบก้านอันปราศจากใบหย่อนทิ้งบนพื้นแล้วเงยหน้าขึ้นมองหลานเยี่ยนเพื่อขออีก อีกฝ่ายก็เหมือนจะรู้ความต้องการผมแบมือมาตรงหน้า ทันทีที่ผมให้มือหญ้าอีกก้านก็ถูกส่งมา ผมนั่งแทะอยู่บนตักของหลานเยี่ยน


 

น่าแปลกที่อีกฝ่ายไม่มีท่าทีจะปล่อยผมลงไปกินบนพื้นห้อง


 

“เดี๋ยวตามสัตวแพทย์มาตรวจสุขภาพกับฉีดวัคซีนจื่อจื่อด้วย” หลานเยี่ยนบอกเจียงฮุยที่ยืนอยู่ด้านข้างขณะที่ผมกำลังจัดการหญ้าก้านที่หก


 

“รับทราบครับ” เจียงฮุยพยักหน้ารับคำสั่ง


 

คนระดับนี้ไม่ต้องไปหาใครมีแต่เป็นฝ่ายรอให้คนมาหาทั้งนั้น


 

“กินเยอะๆ กินอีก” หลานเยี่ยนยัดใบหญ้าที่เด็ดออกมาใส่ปากผมโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ดีที่สามารถเคี้ยวและกลืนลงไปได้ไม่งั้นคงได้ติดคอไปแล้ว


 

ให้อาหารสัตว์มีใครเขายัดเหมือนเอายาพิษกรอกปากบ้างเนี่ย


 

ต้องบอกว่าสมกับเป็นมาเฟียใช่รึเปล่า


 

“มองแบบนั้นอยากกินอีกสินะ จัดให้จื่อจื่อ” อีกฝ่ายที่เห็นสายตาขุ่นเคืองของผมส่งไปยกยิ้มขึ้นก่อนจะยัดใบหญ้าใส่ปากผมอีกรอบ


 

เล่นแบบนี้ใช่ไหม


 

ได้!


 

ผมเคี้ยวหญ้าที่อีกฝ่ายยัดมาสลับกับดึงใบหญ้าอันใหม่เข้าปาก สะสมใบหญ้าที่เคี้ยวแล้วโดยไม่กลืนลงคอ เมื่อเห็นว่ามากพอผมเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคมสีเทาก่อนจะทำสิ่งที่ร่างมนุษย์ไม่กล้าทำอย่างการคายหญ้าในปากใส่กางเกงสีดำราคาแพงจนชุ่มโชก


 

“จื่อจื่อ!” เสียงตะโกนของหลานเยี่ยนไม่ได้ทำให้ผมกลัว


 

อย่าคิดว่าจะมาแกล้งกระต่ายอย่างผมได้ง่ายๆ เชียว!

..............................................

มาตอนกันกับตอนแรก

พระเอกนายเอกเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว

ดูว่าซุกซนของกระต่ายตัวน้อยนั่นสิ น่ารักอะไรขนาดนี้

ตอนนี้หลานเยี่ยนอาจยังไม่หลงแต่ต่อไปน่ะเหรอ หึ ทาสกระต่ายดีๆ นี่เอง

ของฝากผลงานเรื่องใหม่ของเราด้วยนะคะ

ไว้เจกันใหม่ตอนหน้าค่ะ

บ๊ายบาย

ปล.ดีใจมากที่มีคนมาเม้นท์ให้ตั้งแต่เมื่อวานทั้งที่เรายังไม่ได้อัพเลยสักตอน ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ 

ดีใจจังเลย><

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪

รูปกระต่ายสายพันธ์ฮอลแลนด์ลอปค่ะ

เป็นสีเดียวกับจื่อจื่อนายเอกของเราเลย น่ารักมากๆ

เครดิตรูป : pinterest

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.233K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,078 ความคิดเห็น

  1. #1062 ppvs_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 22:09
    โอ้ย เอ็นดู5666666
    #1,062
    0
  2. #1059 GRAPOAK (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 19:03
    อืมมมมม มาอยู่ไม่เท่าไรก็แผลงฤทธิ์ซะแล้วยัยน้องงงงง
    #1,059
    0
  3. #1020 dittatorekun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 22:11
    คือสนุกนะแต่เสียงร้องเนี่ยกระต่ายจะร้องเฉพาะตอนกลัวมากๆเท่านั้นนะ เวลาโกรธจะเป็นเสียงขู่ ถ้าเค้าอารมณ์ดีจะแสดงออกทางท่าทางแทน
    #1,020
    0
  4. #1019 dittatorekun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 22:11
    คือสนุกนะแต่เสียงร้องเนี่ยกระต่ายจะร้องเฉพาะตอนกลัวมากๆเท่านั้นนะ เวลาโกรธจะเป็นเสียงขู่ ถ้าเค้าอารมณ์ดีจะแสดงออกทางท่าทางแน
    #1,019
    0
  5. #970 doggyv (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 14:37
    คำว่า

    兔子 (ทู่จื่อ)ที่แปลว่ากระต่ายในภาษาจีน ที่จริงอักษรที่แปลว่ากระต่ายคือคำว่าทู่(兔) ตัวเดียวนะคะ อักษรจื่อ (子)เป็นคำสร้อยลงท้่ายคำนาม ตัวคำว่าจื่อส่วนตัวมันเองจะแปลว่าลูก, สิ่งที่อายุน้อยยังเป็นเด็ก ทำนองนี้
    ชื่อสัตว์ที่ลงท้ายด้วยคำว่าจื่อมีอีกหลายชนิดเช่น สิงโต (ซือจื่อ 狮子 )ลิง(โหวจื่อ猴子) เสือดาว (ป้าวจื่อ 豹子)เป็นต้น

    ถ้าออกเสียงจริงๆ คำว่าจื่อมาอยู่เป็นคำลงท้ายมันจะลดเสียงอ่่านว่า จึ

    สั้นๆด้วยค่ะ
    อธิบายเป็นความรู้เพิ่มเติมนะคะ จะเอาไปปรับในเนื้อหาไหมแล้วแต่นักเขียน ถ้าชื่อจื่อจื่อก็อาจกล้อมแกล้มแปลว่าตัวน้อยได้... คิดว่านะ อันนี้ไม่แน่ใจเพราะยังไม่เคยเจอชื่อจื่อจื่อมาก่อน เลยไม่รู้ว่าถ้าใช้ซ้ำสองทีแบบนี้จะมีความหมายว่าอะไรได้บ้าง แต่คนชื่อแปลกก็เยอะไม่แน่อาจจะมีก็ได้
    #970
    1
    • #970-1 สุนัขน่ารัก(จากตอนที่ 2)
      7 สิงหาคม 2563 / 13:37
      ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ ตอนเราหาข้อมูลก็รู้แค่ทู่จื่อแปลว่ากระต่าย แต่เราเอามาปรับเป็นจื่อจื่อเลยไม่แน่ใจว่ามันจะมีความหมายของชื่อนี้อยู่รึเปล่า แค่อยากให้เรียกแบบน่ารักๆ ค่ะ ขอบคุณที่มาเขียนอธิบายบอกเรานะคะ >< และขอบคุณที่ติดตามด้วยน้าา
      #970-1
  6. #961 0804211939 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 23:43
    ฮื้อออ เป็นน่ารัก เป็นน่าเอ็นดูมาก ๆ เลยยย อ่านไปยิ้มไป ยิ้มจนปวดแก้ม ยิ้มจนแม่ถามว่าดูอะไรน่ะ
    #961
    0
  7. #930 PLOYSOIYXX (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 12:18
    น้อนนนนน
    #930
    0
  8. #894 ;เเมเนอร์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 23:26
    เอ็นดูน้องกระต่ายกับเจ้าของ5555
    #894
    0
  9. #845 มิยู♥️ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 21:49
    น้องน่าร้ากกกกก~
    #845
    0
  10. #826 endfeel (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 00:20
    อยากฟัดน้อนนน
    #826
    0
  11. #812 ฺBenja (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 21:03
    55555แสบมากน้องงงง
    #812
    0
  12. #756 0984363270 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 21:20
    งือออออ
    #756
    0
  13. #751 Peonies-zz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 02:34
    เราถึงขนาดเสิร์ชเสียงกระต่ายฟังเพื่อให้รู้ว่ามีเสียงยังไง เคยเลี้ยงนะ แต่น้องไม่ส่งเสียงเลย เลยงงว่าน้องมีเสียงด้วยหรอ สรุปเสียงคล้ายๆไก่นะแต่แหลมกว่า55555
    #751
    1
    • #751-1 SKchannel(จากตอนที่ 2)
      6 กรกฎาคม 2563 / 20:57
      +1

      5555
      #751-1
  14. #740 SopitSopit (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 16:39
    น่ารักกกกกก
    #740
    0
  15. #719 sakura17 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 06:51
    เดี๋ยวเถอะ5555
    #719
    0
  16. #669 MORNINGGLORY08 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 07:19
    55555น่ารักกกกกกอ่า
    #669
    0
  17. #660 Kunkavin_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 17:12
    สนุกเว่ย55555555555555 คนตีกับกระต่าย55555555
    #660
    0
  18. #593 IamonRead (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 10:34
    งื้ออออออออออ น้องงงงงงน่ารักน่าหยิกน่าตีมากกกกกก แงแงงง
    #593
    0
  19. #587 DionNight (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 23:06
    ตอนบอกผมสีทองกับตาสีเงิน จู่ๆภาพของลูเซียส มัลฟอย มันก็ลอยเข้ามา
    #587
    1
    • #587-1 NM._(จากตอนที่ 2)
      22 มิถุนายน 2563 / 08:44
      เอ๊อะ!? จริงด้วย!
      #587-1
  20. #584 Pompam1988 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 17:18

    กระต่ายน่ารักมากกกกกก

    #584
    0
  21. #576 ychibi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 14:53
    แอวะหญ้าใส่กุงเกงเลหรอเจ้าแสบ
    #576
    0
  22. #571 Tor_Patnarin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 04:12
    คือว่าเราว่ามันมีส่วนที่ไม่สมเหตุสมผล อย่างตอนที่น้องบอกว่า พระเอกเป็นมาเฟีย ใหญ่แบบอุ้มฆ่าคนได้ แต่ออกมาเดินตรวจตลาดเองนี่เราว่ามันแปลกๆนะ
    #571
    0
  23. #511 อศินาย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 14:35
    กระต่ายแสบบ
    #511
    0
  24. #486 super__p (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 13:01

    มองหน้าแปปเดียว ตกได้ตัวใหญ่เลยนะน้อง

    #486
    0
  25. #461 xวาuxวาu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 20:16

    แงงงง น่าร้ากกกกกก
    #461
    0