กระต่ายมาเฟีย

ตอนที่ 16 : เลี้ยงกระต่าย》วันที่ 15《

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,704
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 670 ครั้ง
    12 ก.ค. 63

เลี้ยงกระต่าย》วันที่ 15《


 


 

วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ผมเปิดประตูห้องทำงานของหลานเยี่ยนเข้ามาพร้อมเครื่องดื่มเมนูใหม่จากร้านคาเฟ่เจ้าประจำ ก่อนจะเข้ามาผมเดินสวนกับเจียงฮุยพอดีจึงทักทายกันเล็กน้อยก่อนผมจะกลับเข้าห้อง คนติดตามด้านหลังเมื่อพาผมมาส่งถึงห้องแล้วก็แยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ


 

“กลับมาแล้ว” ผมเอ่ยทักทายคำแรก


 

“อืม” หลานเยี่ยนขานรับโดยที่สายตายังไม่ละออกจากกระดาษตรงหน้า


 

“มีงานเพิ่มเหรอหลานเยี่ยน” เดาเอาจากที่เห็นเจียงฮุย ถ้าไม่ได้ยกแฟ้มเอกสารมาเพิ่มก็คงมาบอกกำหนดการต่อไป ไม่แน่ว่าอาจเป็นประชุม


 

“ต้องไปงานเลี้ยงช่วงเย็น”


 

“งานเลี้ยง?” ไม่เห็นหลานเยี่ยนไปร่วมงานเลี้ยงไหนมานานมากแล้ว


 

“อืม งานนี้จำเป็นต้องไป”


 

“ถึงจะไม่ชอบก็ตาม?” แค่มองหลานเยี่ยนก็รู้แล้วว่าไม่ชอบ ทำหน้าเหมือนเด็กถูกบังคับให้กินผักไม่มีผิด


 

“ใช่ จะรีบเข้าไปรีบออกมา” หลานเยี่ยนตอบ


 

“คนจัดงานคงเสียใจแย่” งานเลี้ยงแต่ละงานการจะจัดได้คงทุ่มทุนไปไม่ใช่น้อยทั้งค่าสถานที่ ค่าอาหารหรือแม้แต่บัตรเชิญ น่าเสียดายที่หลานเยี่ยนแทบจะไม่สนใจ


 

“หึ...คงงั้น นั่นน้ำอะไร” หลานเยี่ยนขมวดคิ้วทันทีที่เงยหน้าขึ้นมาเห็นเครื่องดื่มในมือผม


 

“น้ำองุ่นโยเกิร์ต ด้านล่างเป็นโซดา เวลากินพร้อมกันจะให้ความรู้สึกสดชื่นน~” ผมลากเสียงยาวในประโยคสุดท้าย นี่เป็นเมนูใหม่ของร้านหลังเทศกาลมะม่วงหมดไป


 

“ไม่เห็นน่าอร่อย”


 

“อร่อยมากนะ”


 

“...” อีกฝ่ายทำหน้าไม่ค่อยอยากเชื่อ


 

“อร่อยจริงๆ อืมม~ อร่อย” ผมสาธิตด้วยการดูดน้ำในแก้วให้หลานเยี่ยนเห็น รสชาติยังคงเป็นรสองุ่นที่นำขึ้นมาตามมาด้วยความหวานเปรี้ยวนิดๆ ของโยเกิร์ต ปิดท้ายด้วยความซ่าของโซดา


 

อร่อยมาก


 

“ฉันยังไม่เคยเห็นนายกินอะไรแล้วบอกไม่อร่อย”


 

“มีออกเยอะแยะ”


 

“อย่างเช่น?” อีกฝ่ายถามกลับ


 

“ก็อย่างเช่น...อย่างเช่น...คุณหาซื้อแต่ของอร่อยมาให้ผมนี่นา” คิดอยู่นานสุดท้ายก็คิดไม่ออกเลยโยนความผิดไปให้คนถามซะเลย


 

ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่อาหารการกินผมดีมาก ในแต่ละมื้อมีทั้งของคาวของหวานแถมรสชาติของแต่ละอย่างนั้นไม่ต้องพูดถึง คืออร่อยมาก


 

ผมคาดว่าน้ำหนักตัวคงขึ้นมาเกือบห้าโลแล้ว ยังดีที่ผมออกกำลังสม่ำเสมอเลยไม่ดูอวบขึ้น คฤหาสน์ของหลานเยี่ยนมีห้องออกกำลังกายอยู่ เวลาว่างหรือช่วงวันหยุดผมจะเข้าไปใช้พร้อมกับหลานเยี่ยนเสมอ


 

ก็เคยสงสัยอยู่ว่าทำไมหลานเยี่ยนถึงหุ่นดีขนาดนี้ทั้งที่ไม่ได้ไปฟิตเนสเลย ที่ไหนได้มีห้องฟิตเนสส่วนตัวอยู่ในบ้านต่างหาก ไม่รวยจริงคงทำไม่ได้เครื่องออกกำลังกายแต่ละอย่างใช่ว่าจะถูก ผมเองก็เคยคิดว่าจะซื้อมาไว้คอนโดสักอันแต่มาคิดอีกทีใช้ของที่ทำงานก็ได้เลยไม่ซื้อ มีฟิตเนสอยู่ในบ้านแบบนี้น่าอิจฉาเกินไปแล้ว


 

“แล้วชอบไหม”


 

“ชอบสิ”


 

“ชอบฉันแล้ว?” คนถามยกยิ้มมุมปากขึ้นเพิ่มเสน่ห์จากเดิมที่มีอยู่เป็นเท่าตัว


 

“ชอบอาหารต่างหาก” ผมกลั้นใจตอบกลับไปด้วยใบหน้าที่คิดว่านิ่งที่สุดต่างจากที่หัวใจตอนนี้เต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก


 

เดี๋ยวนี้หลานเยี่ยนหยอดเก่งเกินไปแล้ว


 

เหตุการณ์เมื่อาทิตย์ก่อนยังปรากฏเข้ามาในห้วงความฝันของผมเป็นบางครั้ง เพราะความเข้าใจผิดดูเหมือนจะทำให้หลานเยี่ยนรู้ถึงความรู้สึกของตัวเองว่าเขา...ชอบผม


 

เพราะชอบเขาจึงคิดจะจีบและทำให้ผมชอบตอบให้ได้


 

หากถามความรู้สึกของผมที่มีต่อหลานเยี่ยน แน่นอนว่าไม่ได้เกลียด ชอบไหมก็คงต้องตอบว่าชอบ...ชอบมากๆ เลยด้วย แต่จะให้ผมยอมบอกไปตรงๆ ตอนนี้ก็ยังไม่มีความกล้ามากพอจึงขอเก็บไว้อีกสักพักรอจังหวะเหมาะๆ แล้วผมจะบอกละกัน


 

“จะบอกว่าไม่ชอบฉันรึไง” หลานเยี่ยนถามต่อ


 

“ผมไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย”


 

“แปลว่าชอบ”


 

“คุณอย่าเพิ่งถามได้ไหม” รุกขนาดนี้ผมเขินนะ หัวใจจะวายอยู่แล้ว


 

ถ้าผมเป็นลมล้มลงไปใครจะรับผิดชอบ


 

“หึ...เขิน”


 

“หลานเยี่ยน!” ผมไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเป็นมาเฟียฉายาราชสีห์ขนทองหรืออะไรก้าวเข้าไปเผชิญหน้าตรงๆ ก่อนจะชกไหล่อีกฝ่ายเพื่อระบายความเขิน


 

“แรงก็มีตั้งเยอะจะออมไว้ทำไม” หลานเยี่ยนวางปากกาลงเลิกสนใจเอกสารเลื่อนเก้าอี้ออกเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผมที่กำลังทำหน้ามุ่ย


 

“ผมไม่ได้อยากทำร้ายคุณสักหน่อย” ต่อให้เขินแต่ไม่ได้อยากทำให้อีกฝ่ายเจ็บตัว


 

หมับ!


 

อยู่ๆ หลานเยี่ยนก็ดึงแขนผมอย่างแรงจนร่างกายเซล้ม รู้ตัวอีกทีก็มานั่งอยู่บนตักของเจ้าของห้องแล้ว ดีนะที่เครื่องดื่มในมือมีฝาปิดอยู่ไม่งั้นคงหกเลอะพื้นไปหมดแล้ว


 

“ก็ชอบทำตัวน่ารักแบบนี้ จะทำให้หลงไปถึงเมื่อไหร่” คนด้านหลังกระซิบข้างใบหู มือทั้งสองข้างค่อยๆ ขยับมาโอบเอวผมทีละนิด


 

“ไม่ได้ทำ”


 

“นายกำลังทำอยู่”


 

“ก็บอกว่าเปล่าไง”


 

“กล้าเถียง? ดื้อเหรอจื่อจื่อ”


 

“อื้อ...อย่ากัดสิ” ผมถึงกับสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ หลานเยี่ยนก็ขบลำคอผม


 

“มันเขี้ยว ทำไงดี ฉันอยากฟัดนายอีกแล้วจื่อจื่อ” คำพูดที่ได้ยินทำเอาสัญชาตญาณผมร้องเตือนจนต้องรีบหนีแต่เพราะถูกกอดรัดไว้จึงไม่สามารถลุกออกจากตักไปได้


 

“ปล่อยผมเลยนะหลานเยี่ยน”


 

“ไม่อยากปล่อยนี่ เมื่อก่อนนายก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนตักฉันออกบ่อย”


 

“ตอนนั้นผมเป็นกระต่าย” ผมสวนกลับทันควัน ตอนนั้นกับตอนนี้แค่รูปร่างหน้าตารวมไปถึงขนาดก็ต่างกันลิบลับแล้ว


 

“ตอนนี้นายก็ยังเป็นอยู่...เป็นกระต่ายของฉัน”


 

“พอเลย ผมไม่ฟังแล้ว ปล่อยผมด้วย” ยิ่งฟังหน้าก็ยิ่งเห่อร้อน หลานเยี่ยนคิดจะฆ่าผมทางอ้อมชัดๆ


 

“ไม่ปล่อย”


 

“ดื้อ”


 

“อืม”


 

“เอาแต่ใจ”


 

“อืม”


 

“ใจร้าย”


 

“นายชอบบอกว่าฉันใจดีนี่” หลานเยี่ยนเกยคางบนไหล่ผมเล่นขณะถาม ดูเหมือนว่าเอกสารตรงหน้าจะหมดความน่าสนใจไปแล้ว


 

“ตอนนี้ใจร้ายแล้ว”


 

“จริงเหรอ”


 

“...แค่บางเรื่อง” ผมเปลี่ยนคำพูด


 

“หึ...นายน่ารักจริงๆ นะจื่อจื่อ” อีกฝ่ายซุกไซร้ผมไม่หยุด บรรยากาศรอบตัวที่แผ่ออกมาเต็มไปด้วยความสุขจนบางครั้งผมก็แปลกใจที่หลานเยี่ยนแสดงออกว่ามีความสุขมากขนาดนี้


 

ถ้าทำให้คุณมีความสุขขนาดนี้ผมยอมน่ารักก็ได้


 

“ลองชิมน้ำนี่หน่อยไหม อร่อยจริงๆ นะ” ผมเปลี่ยนเรื่องชูเครื่องดื่มในมือที่เริ่มละลายเพราะมัวแต่พูดคุยกันเพลินไปหน่อย


 

“สักคำก็ได้” หลานเยี่ยนยื่นหน้ามางับหลอดแล้วดื่มเข้าไปหลายอึก


 

“เป็นไง อร่อยไหม”


 

“รสองุ่น”


 

“ก็มันน้ำองุ่นนี่” ถ้าไม่ให้รสองุ่นแล้วจะให้รสอะไร


 

“รสชาติแปลกๆ ดี” หลานเยี่ยนสรุปหลังชิมไปอีกคำ


 

“แล้วแต่คนชอบมั้ง ปล่อยผมได้แล้ว” ผมใช้มือตัวเองแตะลงยังท่อนแขนของหลานเยี่ยน


 

“ยังไม่อยากปล่อย...แต่ปล่อยก็ได้” อีกฝ่ายยอมคลายวงแขนให้ผมลุกออกมาได้


 

“คุณบอกจะไปงานเลี้ยงสินะ ผมต้องกลับคฤหาสน์ก่อนใช่รึเปล่า” ผมถามต่อ เวลาไปงานพวกนี้หลานเยี่ยนจะไม่พาผมไป และตัวผมเองก็ไม่ค่อยชอบงานแบบนี้ด้วย


 

“ไม่ นายต้องไปด้วยกัน”


 

“จะให้ผมไปงานเลี้ยงด้วย?”


 

“พูดให้ถูกคือให้ไปสถานที่จัดการเลี้ยงด้วยกันแต่ไม่ได้เข้าไปในงานเลี้ยง” หลานเยี่ยนขยายความขณะก้มหน้าจัดการงานต่อ


 

“ให้ผมไปด้วยทำไม”


 

“เพราะวันนี้เราจะค้างกันที่นั่น”


 

“ฮะ?” ไม่เห็นเคยรู้มาก่อนเลยว่าวันนี้ต้องไปค้างที่อื่นด้วย


 

“ฉันจองโรงแรมกับจัดดินเนอร์ไว้แล้ว รอฉันไปงานเลี้ยงแป๊บเดียวแล้วพวกเราค่อยไปดินเนอร์กัน”


 

“ผมไม่ได้เตรียมชุดมา”


 

“ให้เจียงฮุยจัดการแล้ว”


 

“คุณเพิ่งวางแผนสินะ” ผมเดาเพราะเหมือนอะไรๆ ก็ดูกะทันหันไปหมด


 

“อืม ตัดสินใจตอนรู้สถานที่จัดงานเลี้ยง ที่นั่นค่อนข้างไกล ถ้าไปกลับคงถึงบ้านดึกเลยตัดสินใจค้างดีกว่า” หลานเยี่ยนสรุปให้ฟัง


 

“เข้าใจแล้ว” ถ้าอยู่ไกลค้างสักคืนน่าจะดีกว่า


 

หลังจากนั้นผมก็กลับไปนั่งยังโซฟาสีขาวซึ่งเป็นที่นั่งประจำของผมไปแล้ว หลานเยี่ยนทำงานจนถึงเวลาเลิกงานหรือก็คือห้าโมงก่อนจะเตรียมตัวไปงานเลี้ยงต่อ


 

ในเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นงานเลี้ยงชุดที่ใส่ย่อมต้องดูมีระดับขึ้นกว่าชุดใส่ทำงาน ตอนนี้หลานเยี่ยนอยู่ในชุดสูทสามชั้นสีน้ำตาลอ่อนเหลือบทอง มองเผินๆ เหมือนอีกฝ่ายกำลังส่องแสงระหว่างเดิน เสน่ห์ของหลานเยี่ยนแทบจะไหลทะลักออกมา ราวกับชุดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อหลานเยี่ยน


 

การเดินทางไปยังงานเลี้ยงใช้เวลานานอย่างที่หลานเยี่ยนบอกว่าระยะทางค่อนข้างไกล กว่าจะไปถึงก็ปาไปจะสองทุ่มอยู่แล้ว สถานที่จัดงานเลี้ยงเป็นโรงแรมขนาดไม่ใหญ่มากแต่มีจุดเด่นอยู่ที่ความสูง หากเทียบกับตึกโดยรอบจะเห็นได้ชัดว่าที่นี่สูงกว่าอย่างชัดเจน


 

หลานเยี่ยนพาผมไปส่งยังห้องพักของโรงแรมพร้อมกับให้คนเฝ้าอยู่หน้าห้องอยู่ถึงห้าคนก่อนเจ้าตัวจะเดินทางไปงานเลี้ยงพร้อมพวกเจียงฮุย ห้องพักที่ผมอยู่นี้นับว่าหรูหราไม่เบามีเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่อยู่ใจกลางห้อง ด้านในสุดมีประตูกระจกเลื่อนสำหรับเปิดออกไปยังเบียง ห้องน้ำเองก็มีอ่างให้แช่


 

ในช่วงที่รอหลานเยี่ยนกลับมาผมตัดสินใจอาบน้ำอีกสักรอบ ไปงานเลี้ยงทั้งที่คงไม่ง่ายที่จะปลีกตัวออกมาได้ ต่อให้ไม่ได้ไปเห็นด้วยตาแต่ผมก็เดาได้ว่าต้องมีคนพยายามเข้าหาหลานเยี่ยนไม่น้อย ความไม่พอใจเล็กๆ ที่ปรากฏขึ้นคงเป็นเพราะความรู้สึกชอบที่กำลังเพิ่มขึ้นทุกทีนี่ก็ได้


 

ผมเคยรู้สึกชอบและเคยมีแฟนมาก่อน ถึงจะไม่เยอะมากแต่ใช่ว่าจะไม่มีประสบการณ์ ทว่าประสบการณ์ที่มีนั้นกลับเอามาใช้ไม่ได้ ความรู้สึกชอบที่มีต่อพวกเธอกับหลานเยี่ยนมันแตกต่างกันเกินไป


 

ใช้เวลาอาบน้ำอยู่สักพักใหญ่ผมก็ออกมาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่เจียงฮุยนำมาให้ตั้งแต่ตอนอยู่บนรถ ในขณะที่คิดว่าจะทำอะไรต่อเสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้น เมื่อเปิดออกไปบอดี้การ์ดด้านหน้าก็มีท่าทีร้อนรนปนเร่งรีบอย่างเห็นได้ชัด


 

“มีอะไรรึเปล่าครับ”


 

“พวกเราต้องรีบไปในงานเลี้ยง คุณเจียงฮุยแจ้งว่ามีเหตุผิดปกติเกิดขึ้นครับ” หนึ่งในบอดี้การ์ดบอก


 

“เหตุผิดปกติ?”


 

“พวกเรายังไม่แน่ใจ แต่ควรรีบไปเสริมกำลังคุ้มกันท่านหลานเยี่ยน คุณต่ายรออยู่ในห้องก่อนนะครับ” อีกฝ่ายพูดต่อ


 

“เข้าใจแล้ว ระวังตัวด้วยครับ” ผมพยักหน้าส่งไปให้ พวกเขารอผมกลับเข้าห้องและล็อกให้เรียบร้อยจึงค่อยรีบวิ่งออกไป


 

ใจจริงผมอยากจะไปด้วยแต่ก็รู้ว่าไม่ควร ขืนหลานเยี่ยนเห็นผมคงโดนบ่นยาว อีกอย่างสถานการณ์อาจไม่เลวร้ายอย่างที่คิด ยังไงที่นี่ก็เป็นโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงของแขกระดับสูง ระบบการป้องกันย่อมไม่หละหลวม


 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก


 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลังเหล่าบอดี้การ์ดวิ่งออกไปได้ไม่กี่วินาที ผมไม่คิดจะเปิดประตูออกไปแต่ใช้การมองผ่านประตูแมวเห็นใครคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหน้าทั้งตัวสวมฮูดสีครีมดูแล้วกลืนกับสีของผนังด้านนอก จากการสังเกตใบหน้าส่วนล่างตั้งแต่ปลายจมูกลงมาจนถึงคางมีรอยเหี่ยวย่นบ่งบอกว่าเป็นคนมีอายุ


 

ไม่ว่ามองยังไงก็ดูน่าสงสัย


 

“ผมรู้ว่าคุณอยู่หน้าประตู คุณต่าย” เสียงติดแหบของคนด้านหน้าดังขึ้น


 

“คุณเป็นใคร” ผมเอ่ยถามคำถามแรก


 

“เป็นลูกน้องของคนคนหนึ่ง”


 

“คนที่ว่านั้นเป็นใคร”


 

“คุณยังไม่ได้รับความไว้ใจพอที่จะรู้” อีกฝ่ายตอบกลับมา


 

“มีธุระอะไรกับผม” จากการถามตอบไม่กี่ประโยคผมรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายต้องมาหาผมด้วยธุระที่ไม่ได้ดีนัก การที่อีกฝ่ายมาปรากฏตัวในช่วงที่เหมาะเจาะกับที่บอดี้การ์ดวิ่งออกไปพอดีมันน่าสงสัย ผมสังหรณ์ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงอาจเป็นการล่อให้บอดี้การ์ดหน้าห้องผมออกไป ซึ่งถ้าให้เดาเป้าหมายคงเป็นหลานเยี่ยน


 

“คุณฉลาดมาก ฟังจากน้ำเสียงเหมือนจะเดาได้หลายๆ อย่างแล้วล่ะมั้ง ผมมาเป็นตัวแทนของบอสเพื่อตกลงกับคุณเรื่องไห่หลานเยี่ยน”


 

นั่นไง หลานเยี่ยนจริงๆ ด้วย


 

“ตกลงอะไร” ผมถามต่อแต่ไม่มีความคิดที่จะเปิดประตูคุยกัน ระหว่างนี้ผมแอบหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปอีกฝ่ายจากช่องตาแมว วางแผนมาดีขนาดนี้ดีไม่ดีกล้องวงจรปิดอาจถูกทำลายชั่วคราว ที่ผมยังนิ่งได้ขนาดนี้ไม่ใช่ว่าผมไม่กลัวหรือกังวลแต่ผมพยายามสะกดความรู้สึกพวกนั้นลงไป ตอนนี้ผมต้องมีสติให้ได้มากที่สุด


 

“หากคุณยอมเป็นสายให้บอสเพื่อรายงานความเคลื่อนไหวของไห่หลานเยี่ยนคุณจะได้รับทุกสิ่งที่คุณต้องการ”


 

“สายให้บอสคุณ? ทำไมผมต้องทำด้วย บอสคุณเป็นใครผมก็ไม่รู้ จะไว้ใจได้รึเปล่าก็ไม่รู้อีก”


 

“แล้วคุณคิดว่าไห่หลานเยี่ยนไว้ใจได้เหรอ เขาเพียงแค่ถูกใจคุณชั่วครั้งชั่วคราว คนอย่างเขาน่ะหากหมดความสนใจก็สามารถพรากลมหายใจของคุณได้ในทันที ผมสืบเรื่องของคุณมาหมดแล้วครอบครัวไม่มีเหลือ ประสบอุบัติเหตุเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ครึ่งปี อยู่ๆ ไห่หลานเยี่ยนก็เข้ามาตีสนิทคิดว่าคุณเป็นกระต่ายที่ตายไปของตัวเอง สติคงไปหมดแล้ว เห็นว่ารักกระต่ายตัวนั้นมาก น่าขำ” อีกฝ่ายยังคงพูดไม่หยุดในขณะที่ผมเปลี่ยนมาอัดบทสนทนาเหล่านั้นไว้ด้วย


 

ผมมีสติมากพอที่จะทำหลายๆ อย่างเพราะรู้ดีว่าการพุ่งออกไปจับตัวอีกฝ่ายไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ดี มองก็รู้ว่าเป็นพวกที่ยอมตายดีกว่าจะบอกข้อมูล เพราะงั้นต้องค่อยๆ


 

“แล้วยังไง”


 

“คุณก็เป็นได้แค่ตัวแทนของสัตว์ตัวหนึ่ง ที่ถูกกักขังอยู่ในพื้นที่แคบๆ อย่างน่าสงสาร ผมรู้ว่าคุณอยากมีอิสระ อยากจะก้าวออกมา เพราะงั้นมาร่วมมือกันสิ เป็นสายให้พวกเราและจัดการไห่หลานเยี่ยนไปด้วยกัน” เนื้อความจริงๆ อยู่ที่ประโยคสุดท้ายนี่เอง


 

“คุณพูดถูก หลานเยี่ยนคิดว่าผมเป็นกระต่ายของเขา เขาให้ผมอยู่ในพื้นที่แคบๆ มีคนคอยตามอยู่ตลอดและผมอยากมีอิสระ” ที่ผมพูดออกไปเป็นความจริงแต่ไม่ใช่ทั้งหมด


 

ความสัมพันธ์ของผมกับหลานเยี่ยนไม่ว่าใครที่ไปตามสืบก็ต้องคิดว่ามันเป็นความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวยที่เกิดขึ้นในชั่วพริบตา มีเพียงไม่กี่คนที่รู้เท่านั้นว่าความสัมพันธ์ของพวกเรามันไม่ได้ฉาบฉวยหรือเปราะบาง ผมไม่ใช่ตัวแทนของกระต่าย...กระต่ายตัวนั้นต่างหากที่เป็นเหมือนตัวแทนของผม


 

เรื่องกักขัง เรื่องอิสรภาพ ไม่มีใครชอบที่จะถูกกักขังหรือต้องอยู่แต่ในบริเวณที่กำหนด ทุกคนย่อมต้องการอิสระ จริงอยู่ผมต้องการแต่อิสระนั้นต้องมีหลานเยี่ยนอยู่ข้างๆ ด้วย


 

ประเด็นหลักคือถ้าฝ่ายนั้นไม่สร้างเรื่องขึ้นมาในตอนแรกผมจะถูกหลานเยี่ยนเฝ้าระวังขนาดนี้ไหม ตอบเลยว่าไม่ ถ้าจัดการฝ่ายนั้นได้นั่นแหละคืออิสระ


 

“ได้ยินแบบนี้แปลว่าคุณตกลง...”


 

“ผมจะเชื่อใจพวกคุณได้งั้นเหรอ”


 

“คุณมีแต่ต้องเชื่อ” ดูเหมือนอีกฝ่ายจะมั่นใจมากกว่าผมจะยอมรับข้อเสนอนั้น


 

“เข้าใจแล้ว” ผมตอบรับแต่ไม่ได้บอกว่าตกลงนะ


 

“เดี๋ยวจะมีคนแอดไลน์คุณไป ให้รายงานความเคลื่อนไหวทุกอย่างของไห่หลานเยี่ยนส่งมา เมื่อทุกอย่างจบคุณจะได้อิสระและสิ่งที่คุณต้องการจากบอส” พูดจบอีกฝ่ายก็เดินจากไปทันที


 

พูดมาได้นะ...หลังเรื่องจบผมอาจเป็นคนแรกที่โดนยิงทิ้งด้วยซ้ำ


 

เรื่องนี้ไว้ค่อยบอกหลานเยี่ยนอีกที


 

ตอนนี้ผมชักห่วงแล้วว่าอีกฝ่ายจะเป็นอะไรรึเปล่า เพราะความเป็นห่วงผมจึงเปิดประตูออกจากห้องมุ่งหน้าไปยังสถานที่จัดงานเลี้ยงซึ่งอยู่ถัดลงไปอีกห้าชั้น


 

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกผมก้าวไปยังห้องจัดงานที่เงียบสงบเกินกว่าจะมีเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นได้ ประตูกระจกขนาดใหญ่ด้านหน้าสามารถมองทะลุไปภายในได้ ผมเห็นหลานเยี่ยนอยู่ไกลๆ เหมือนกำลังมีใครหลายคนพากันก้มศีรษะขอโทษอยู่ พนักงานด้านหน้ารีบลุกขึ้นมากันผมที่กำลังจะเปิดประตูเข้าไปทันที


 

“ขออภัยด้วยครับก่อนเข้าไปในงานพวกเราจำเป็นต้องตรวจบัตรเชิญก่อนครับ” พนักงานเอ่ยเสียงสุภาพ


 

“ผมมากับหลานเยี่ยน” ชื่อที่หลุดออกจากปากผมทำให้พนักงานหลายคนที่ฟังอยู่ถึงกับสะดุ้ง


 

“หากมากับท่านหลานเยี่ยนจริงคุณก็น่าจะเข้าไปด้านในพร้อมกัน” ฟังดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายไม่เชื่อว่าผมรู้จักกับหลานเยี่ยนจริง


 

เพราะเป็นห่วงเลยรีบลงมาทำให้ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าให้เสร็จ ทั้งตัวผมตอนนี้เลยมีแค่เสื้อเชิ้ตสีฟ้ากับกางเกงขายาวสีดำดูเหมือนพวกเซลขายของ หากเปลี่ยนเป็นหลานเยี่ยนมาอยู่ในชุดนี้คงดูดีราวกับนายแบบก็ไม่ปาน


 

ความเท่าเทียมอยู่ที่ไหน?


 

“ผม...”


 

“คุณต่าย?” ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบอะไรไป๋หยางก็เดินออกมาพร้อมบอดี้การ์ดห้าคนที่ก่อนหน้านี้ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องผม


 

“ไป๋หยาง เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” ผมรีบหันไปถาม


 

“ไฟบนชั้นนี้ถูกดับครับ ประตูเองก็ถูกล็อกจากด้านนอกทำให้เปิดออกมาไม่ได้ พนักงานไม่มีลูกกุญแจสำหรับไข พนักงานก็ตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูกเจียงฮุยเลยตามพวกเขามาคุมสถานการณ์ด้านนอก สถานการณ์เพิ่งกลับมาเป็นปกติเมื่อครู่เองครับ ผู้จัดการโรงแรมกำลังขอโทษแขกอยู่” ไป๋หยางเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง


 

เป็นเหตุการณ์ที่เหมือนเด็กทำไม่มีผิด ไฟดับล็อกห้อง ดีไม่มีในบรรดาพนักงานที่อยู่ด้านนอกนี่แหละที่เป็นคนล็อกกุญแจโดยอาศัยความมืด


 

“ปลอดภัยก็ดีแล้ว” ผมโล่งใจที่ไม่ใช่เหตุการณ์ร้ายแรง


 

“ครับ คุณต่ายออกมาตามลำพังแบบนี้ถ้าบอสรู้เข้าจะเป็นห่วงเอานะครับ” การพูดคุยอย่างเป็นกันเองของผมกับลูกน้องคนสนิทของหลานเยี่ยนทำให้พนักงานรอบๆ พากันหน้าซีดเผือก


 

“ผมจะรีบกลับขึ้นห้องเลยครับ” แค่มาเห็นว่าไม่เป็นไรก็พอแล้ว


 

“เหมือนจะไม่ทันนะครับ” ไป๋หยางส่งสายตาเป็นเชิงให้ผมมองไปด้านใน ดูเหมือนว่าหลานเยี่ยนจะสังเกตเห็นผมแล้ว


 

ดวงตาสีเทาจ้องเขม็งมาทางผมก่อนจะสาวเท้ายาวๆ ออกมาโดยมีเจียงฮุยและบอดี้การ์ดที่เหลือตามมาด้วย กลายมาเป็นว่าประตูทางเข้าออกเต็มไปด้วยคนของไห่หลานเยี่ยน พนักงานพากันยืนสั่นเป็นเจ้าเข้า


 

“หลานเยี่ยน...”


 

“ทำไมมาอยู่นี่” น้ำเสียงของหลานเยี่ยนแม้จะฟังดูเหมือนโกรธทว่ากลับเป็นไปด้วยความห่วงใย เขากลัวว่าผมจะเป็นอะไร


 

“ผมเป็นห่วงคุณ” ผมไล่สายตามองหลานเยี่ยนตั้งแต่หัวจรดเท้า


 

“ฉันเป็นห่วงนายมากกว่าอีก มาแล้วทำไมไม่เข้าไป” หลานเยี่ยนถามต่อ


 

“เอ่อ...ผมไม่มีบัตรเชิญ”


 

“บอกสิว่ามากับฉัน”


 

“...” ผมเลือกที่จะเงียบ เรื่องมากับหลานเยี่ยนผมบอกพนักงานไปแล้วแต่เหมือนพวกเขาจะไม่เชื่อ


 

“พวกเขาไม่ให้นายเข้าไป?” หลานเยี่ยนรู้คำตอบจากความเงียบของผมได้ทันที


 

“หลานเยี่ยน”


 

“ให้คนขึ้นไปเอาของบนห้อง ไปนอนโรงแรมอื่น” หลานเยี่ยนตัดสินใจในเสี้ยววินาทีก่อนจะคว้าแขนผมเดินไปทางลิฟต์


 

“ฮะ? จะไปโรงแรมอื่น?”


 

“ใช่ โรงแรมที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อ”


 

“แต่ตอนนี้มันจะสี่ทุ่มแล้วนะ” ผมยกนาฬิกาขึ้นมามองเวลา


 

“ฉันให้เจียงฮุยจองที่ใหม่แล้ว” พูดจบผมก็ถูกหลานเยี่ยนดันให้เข้าไปนั่งในรถ


 

นั่งรอในรถไม่นานรถก็เคลื่อนออกจากโรงแรมไปตามถนนเส้นหลัก บรรยากาศในรถนับว่าค่อนข้างแย่ หลานเยี่ยนเหมือนจะอารมณ์ไม่ดีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากเดิมที่ไม่ชอบพวกงานเลี้ยงงานสังสรรค์ตอนนี้อาจกลายเป็นเกลียดไปเลยก็ได้


 

อยากช่วยให้อีกฝ่ายอารมณ์ดี แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน


 

ผมเหล่มองหลานเยี่ยนที่นั่งกอดอกใช้สายตามองตรงไปข้างหน้าด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก ก่อนจะตัดสินใจเอื้อมมือไปสะกิดแขนนั้นจนอีกฝ่ายหันมามองเป็นเชิงถามว่ามีอะไร ผมยังไม่บอกแต่ดึงมือที่กอดอกแน่นมากุมไว้


 

“ผมหิวแล้ว” ผมเริ่มต้นด้วยการหาเรื่องคุย


 

“ดินเนอร์คืนนี้ต้องยกเลิก...ขอโทษ” หลานเยี่ยมกุมมือผมตอบขณะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด


 

“ไม่เป็นไร พอถึงห้องเราสั่งเข้ามาในห้องก็ได้”


 

“อืม”


 

“จะว่าไปพรุ่งนี้คุณหยุดใช่ไหม”


 

“ใช่” อีกฝ่ายพยักหน้า ปลายนิ้วของหลานเยี่ยนขยับลูบฝ่ามือผมไม่หยุดราวกับกำลังเจอของเล่นชิ้นโปรด


 

“งั้นคืนนี้เรามานั่งดื่มกันดีไหม ไม่เมาไม่เลิก” ผมส่งยิ้มไปให้หลานเยี่ยนที่มองมา


 

“ก่อนหน้านี้นายเพิ่งว่าไม่ควรดื่ม”


 

“มันก็มีช่วงที่อยากดื่มบ้าง เอาน่า นานๆ ที” เรื่องดื่มผมไม่ค่อยชอบแต่ใช่ว่าดื่มไม่ได้ เห็นแบบนี้ผมค่อนข้างคอแข็งทีเดียว


 

“ถ้าฉันเมา?”


 

“เดี๋ยวผมพยุงไปนอน...แถมเช็ดตัวด้วยเอ้า”


 

“แล้วถ้านายเมา?” หลานเยี่ยนถามต่อ


 

“คุณก็พยุงผมไปนอนเตียงไง”


 

“จะอุ้มไปนอนเตียงแถมฟัดทั้งคืน”


 

“ไม่เอาของแถมได้ไหม” ผมได้ยินแล้วรู้สึกไม่ปลอดภัยชอบกล


 

“หึ...”


 

ไม่ได้ล่ะ สีหน้าแบบนี้หลานเยี่ยนเอาจริงแน่น ต้องทำให้อีกฝ่ายเมาก่อนเท่านั้นสินะผมถึงจะมีโอกาสรอด


 

ผมตัดสินใจในทันที


 

กว่าจะกิน กว่าจะดื่ม ขืนโดนฟัดอีกผมคงไม่ต้องได้นอนกันพอดี


 

เมื่อมาถึงโรงแรมแห่งใหม่ หลานเยี่ยนให้ผมสั่งอาหารเครื่องดื่มขึ้นมาตามใจ โดยคนเลี้ยงอย่างหลานเยี่ยนเดินเข้าไปอาบน้ำ ผมโทรไปสั่งอาหารมาประมาณห้าอย่างกับวิสกี้และน้ำแข็ง


 

ไม่นานของที่สั่งก็มาเสิร์ฟถึงหน้าห้อง ความจริงพนักงานจะเข็นเข้ามาให้แต่ผมปฏิเสธเลือกที่จะเข็นเข้ามาเอง สถานที่ที่ผมตั้งใจจะกินมื้อดึกกับหลานเยี่ยนคือบริเวณระเบียงห้องที่มองเห็นวิวของตึกเรียงรายอยู่ด้านนอก ด้วยความที่เป็นชั้นสูงสุดบรรยากาศเลยค่อนข้างดี มีลมพัดแผ่วๆ แถมไม่มียุงอีกต่างหาก


 

ผมยกอาหารทุกอย่างวางบนโต๊ะพร้อมกับเครื่องดื่มซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่หลานเยี่ยนออกมาจากห้องน้ำพอดี อีกฝ่ายยังคงเหมือนเดิมคือเดินออกมาโดยมีผ้าขนหนูพันรอบเอวเพียงผืนเดียว ไม่ว่าจะเห็นมากี่ครั้งก็รู้สึกไม่ชินสักที


 

“หิวก็กินไปก่อนเลย” หลานเยี่ยนหันมาบอกผมที่นั่งรออยู่


 

“ได้ งั้นผมกินเลยนะ”


 

“อืม”


 

ผมเริ่มด้วยการตักโกยซีหมี่เข้าปาก นี่เป็นเมนูโปรดของผมตั้งแต่อยู่ประเทศไทยแล้ว รสชาติคล้ายราดหน้า บนโต๊ะไม่ได้มีแค่แนวจีนแต่ยังมีแนวฝรั่งอย่างมันบด ไก่ทอดและพิซซ่าทำมืออีกถาด


 

“แก้วนี้ของคุณ” ผมส่งแก้ววิสกี้ไปให้หลานเยี่ยนที่ตามมานั่งหลังจากผมเริ่มกินไม่นาน


 

“ขอบใจ แค่นี้จะอิ่มเหรอ” หลานเยี่ยนมองอาหารที่ไม่ได้มากอะไรบนโต๊ะ


 

“อิ่มสิ เอาเกาลัดหวานไหม” ผมเลื่อนถ้วยที่มีเกาลัดหวานใส่อยู่จนพูนไปให้


 

“สักอันก็ดี” อีกฝ่ายหยิบเกาลัดที่แกะเปลือกแล้วเข้าปากก่อนจะยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบสลับกับตักอาหารอื่นๆ


 

“ที่นี่บรรยากาศค่อนข้างดีเลย” ผมทอดสายตามองไปยังแสงไฟจากตึกและบ้านเรือนที่อยู่ถัดออกไป


 

“นายชอบก็ดีแล้ว”


 

“คุณตามใจผมมากเกินไปรู้รึเปล่า” ผมว่าจะพูดเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว


 

“ไม่เห็นรู้”


 

“ต้องรู้สิ คุณตามใจผมจนใกล้จะเคยตัวแล้ว” ค่าใช้จ่ายทุกอย่างตั้งแต่ผมมาอยู่กับเขาผมแทบไม่ได้ออกเอง อยากกินอะไรหลานเยี่ยนก็ออก อยากได้อะไรหลานเยี่ยนก็ให้ ยิ่งกว่าลูกเศรษฐีอีก


 

“ก็เคยตัวซะสิ”


 

“ได้ที่ไหน”


 

“นายเป็นกระต่ายของฉัน ค่าใช้จ่ายทุกอย่างฉันเป็นคนออกก็ถูกแล้ว” หลานเยี่ยนตอบพลางเทวิสกี้ในขวดใส่แก้วแล้วยกจิบเป็นแก้วที่สาม


 

“ตอนนี้ผมไม่ใช่กระต่ายแล้วนะหลานเยี่ยน” จะให้ผมย้ำอีกกี่ครั้งกัน


 

“นายเป็น...กระต่ายของฉัน” ดวงตาคู่นั้นเบนมาประสาน สื่อความจริงจังจนใบหน้าผมร้อนผ่าว


 

“...ผมคิดว่าอยากทำงานพิเศษระหว่างอยู่ที่นี่...”


 

“ไม่ได้” ยังไม่ทันได้เอ่ยจบหลานเยี่ยนก็พูดแทรกขึ้นมา แถมยังทำตาขวางส่งมาอีก


 

“คุณจะไม่ให้ผมทำอะไรเลยเหรอ”


 

“นายแค่อยู่ข้างๆ ฉันก็พอ เป็นกำลังใจของฉัน”


 

“ผมอยากทำอะไรบ้างนี่ บางทีการอยู่เฉยๆ ก็น่าเบื่อไป” ผมเริ่มบ่น วิสกี้แก้วแรกของผมตอนนี้ยังไม่หมดเลยตรงกันข้ามกับหลานเยี่ยนที่ดื่มไปค่อนขวดแล้ว ใบหน้านั้นเริ่มแดงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์


 

“...ตอนนี้ยังไม่ปลอดภัย” หลานเยี่ยนเหมือนจะเข้าใจความรู้สึกผมแต่ก็ยังไม่ยอมอยู่ดี


 

“ถ้าปลอดภัยแล้วคุณจะยอมให้ผมทำงานใช่รึเปล่า...ถึงตอนนั้นผมคงต้องกลับแล้วละมั้ง”


 

“ฉันไม่ยอมให้นายกลับแน่”


 

“หลานเยี่ยน...”


 

“อยู่กับฉันจื่อจื่อ” หลานเยี่ยนเหมือนจะเมาแล้ว


 

“คุณเมาแล้ว ไปนอนกันเถอะ” พวกเราอยู่ตรงนี้มานานหลายชั่วโมง อากาศเริ่มเย็นลงทุกที


 

“จื่อจื่อ นายต้องอยู่กับฉัน” หลานเยี่ยนลุกขึ้นยืนพร้อมกับร่างที่เริ่มเซ


 

“ระวัง...โอ๊ะ” ผมแทบจะทรงตัวไม่อยู่เมื่อถูกหลานเยี่ยนโผลเข้าใส่ทั้งตัว ยังดีที่ขนาดตัวไม่ได้ต่างกันมากผมจึงสามารถพยุงอีกฝ่ายไปยังเตียงได้


 

ความยุ่งยากอยู่ที่หลานเยี่ยนไม่ยอมนอนลงไปดีๆ เอาแต่กอดรัดตัวผมไว้แน่นจนพวกเราทั้งคู่ต่างล้มลงไปบนเตียง ผมที่แผ่นหลังสัมผัสกับเตียงกำลังจะเตรียมลุกทว่าหลานเยี่ยนกลับกดตัวผมไว้ขณะขึ้นคร่อม


 

ใบหน้าหล่อเหล่าขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น ลมหายใจร้อนๆ เจือไปด้วยกลิ่นของวิสกี้ชวนให้รู้สึกมัวเมาส่งผลให้สมองเบลอไปชั่วขณะ กว่าจะรู้สึกตัวริมฝีปากของพวกเราก็แนบสนิทกัน


 

“อื้ออ~” ผมส่งเสียงครางในลำคอตอบรับการรุกรานด้วยแรงอารมณ์ของหลานเยี่ยน อีกฝ่ายขบเม้มริมฝีปากผมจนเจ่อช้ำก่อนจะรุกล้ำเข้ามาหยอกเย้าอย่างร้อนแรง


 

อุณหภูมิภายในร่างกายที่สูงขึ้นเพราะแอลกอฮอล์ยังไม่มากเท่ากับจูบอันเร่าร้อนของหลานเยี่ยน ดูดดื่มจนสติหดหาย


 

รู้สึกดี จูบของหลานเยี่ยนรู้สึกดีมาก


 

ผมแทบไม่รู้ตัวว่าตัวเองกลายเป็นฝ่ายโอบลำคอนั้นลงมาจูบตอบด้วยความร้อนแรงที่ไม่น้อยไปกว่ากันตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้เพียงว่าตอนนี้กำลังมัวเมาไปกับรสสัมผัสยามปลายลิ้นได้เกี่ยวพันกัน


 

ส่วนร้อนผ่าวภายใต้กางเกงขาวยาวของหลานเยี่ยนกำลังตื่นตัวขึ้นเสียดสีกับส่วนเดียวกันของผมกระตุ้นปลุกเร้าจนค่อยๆ ผงาดขึ้นมาในเวลาอันสั้น


 

“จื่อจื่อ...อยากฟัด...อ่า” หลานเยี่ยนละริมฝีปากออกไปเปลี่ยนมาซุกไซร้ลำคอผมแทน 

 

 

 

 

--------------------ตัด สามารถเข้าไปอ่านในfictionlog Readawriteได้ค่ะ------------------

 

 


 

ผมนอนหอบแฮกอยู่บนเตียงโดยมีหลานเยี่ยนที่หลับสนิทไปหลังจากปลดปล่อยอยู่ด้านข้าง มือทั้งสองข้างของอีกฝ่ายกอดผมไว้หลวมๆ พยายามขยับใบหน้าเข้ามาซุกทั้งที่กำลังหลับอยู่


 

อาจเป็นเพราะดื่มเข้าไปเยอะ พอปลดปล่อยไปเลยสบายตัวจนผล็อยหลับไป ผมเองก็เริ่มง่วงแล้วแต่ยังนอนไม่ได้เพราะสภาพของตัวเองและหลานเยี่ยนตอนนี้เลอะเทอะเกินกว่าจะทนไหว


 

ทั้งคราบน้ำคาวที่เลอะทั้งเสื้อและกางเกง ทั้งเหงื่อที่ชโลมไปทั้งกายอีก


 

หลับในสภาพนี้ไม่ลงจริงๆ


 

ผมขยับตัวออกจากวงแขนนั้นก่อนจะถอดเสื้อถอดกางเกงให้อีกฝ่าย เดินไปหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้ ส่วนตัวผมนั้นเข้าไปอาบน้ำอีกรอบ ตอนนี้พวกเราไม่มีชุดสำรองเนื่องจากชุดที่ใส่ก่อนหน้านี้กำลังส่งไปซักรีดน่าจะมาถึงพรุ่งนี้เช้าได้


 

จะให้ใส่เสื้อผ้าที่เลอะน้ำกามต่อผมก็ทำใจไม่ได้ จึงตัดสินใจอย่างแมนๆ ขึ้นไปนอนบนเตียงทั้งๆ ที่ต่างฝ่ายต่างเปลือยเปล่า


 

ก็ผู้ชายเหมือนกันไหม


 

ไว้ค่อยอายตอนตื่นอีกทีตอนนี้ผมง่วงมาก แค่หัวถึงหมอนสติก็ไหลออกไปอย่างรวดเร็ว

..........................................

ยาวมาก

ยาวจริงๆ ตอนนี้

แต่งไปก็แบบ...นี่มันข้ามขั้นไปไหม เพิ่งจับกันตอนที่แล้วตอนนี้มาขึ้นเตียงกันแล้ววว

จับจื่อจื่อมาตีก้น! อย่ายอมหลานเยี่ยนง่ายสิ!!

อยากจับหลานเยี่ยนมาเขย่าคอด้วยความอิจฉา!

อยากไปเป็นแจกันดอกไม้อยู่ข้างเตียงจัง

ดราม่ามีแค่ตอนเดียวเท่านั้นนะคะซึ่งผ่านไปแล้วตั้งแต่ต้นเรื่อง ดังนั้นอ่านได้อย่างสบายใจเลยน้าาา

ขอบคุณทุกๆ คนที่ติดตามเสมอนะคะ

อาจไม่ได้ตอบกลับคอมเม้นท์แต่เราอ่านทุกคอมเม้นท์นะคะ

ขอบคุณที่มาเป็นกำลังใจให้กันค่ะ

เรื่องนี้ไม่ยาวนะคะ วางไว้ประมาณเดือนหน้าหรือเดือนสิงหาก็จบแล้วค่ะ

ฝากติดตามจนจบด้วยน้าา

มีภาพแฟนอาร์ตมาอวดด้วยค่า ครั้งก่อนวาดกระต่ายตัวน้อยมาให้ วันนี้วาดเป็นจื่อจื่อตัวน้อย

ขอบคุณ คุณ@Nokk_JKมากๆ เลยนะคะ น้อนน่ารักน่าฟัดมากๆ เลย!!

ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้า8jt

บ๊ายบาย

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 670 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,079 ความคิดเห็น

  1. #1078 CUTE_VILLAIN (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 01:06
    รีบบอกพี่เขาเรื่องศัตรูก็ดี ชั้นใจไม่ดีเลย
    #1,078
    0
  2. #829 NuuYaoi (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 19:39
    ยังไม่ได้อ่านบินไปแล้ววววววววววToT
    #829
    1
    • #829-1 สุนัขน่ารัก(จากตอนที่ 16)
      12 กรกฎาคม 2563 / 13:09
      กำลังปลดแบนอยู่ค่า เข้าไปอ่านทางfictionlog หรือ Readawriteได้นะคะ
      #829-1
  3. #823 Sirayugi (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 14:04
    อะ…บิน…เด็กดี!!! ปิดทำมายยยยยยยยย แงงงงง
    #823
    0
  4. #790 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 19:20
    หืมมมมม จื่อจื่อ หลานเยี่ยน
    #790
    0
  5. #772 kuropop (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 09:03
    จื่อจื่อลืมคลิปเหรอ
    #772
    0
  6. #771 ^ จู ^ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 20:07

    รูปกระต่ายน้อยน่ารักมากเลยค่ะ

    #771
    0
  7. #770 halfmoonx_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 12:47
    เรื่องนั้นก็รีบบอกนะ กลัวหลานเยี่ยนรู้แล้วจะไปกันใหญ่
    #770
    0
  8. #769 Soo Gass (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 11:59
    ถ้าน้องลืมบอกแล้วพี่มารู้ทีหลัง พี่จะทำยังไงอ่ะ ฮืออ
    #769
    0
  9. #767 yen0 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 07:52

    ขอเลือดมาเติมหน่อยคะ
    #767
    0
  10. #765 cherry bomb (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 23:11
    อย่าลืมบอกหลานเยี่ยนนะจื่อจื่อ พี่ไม่อยากแดกมาม่า
    #765
    0
  11. #755 Bnbnbnbnbn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 20:37
    แรงไม่ไหวแซ้ววววพี่หลานคะสินสอดละคะมี๊ตะนั่งรอขบวนขันหมากอยู่กงนี้นะคะ!!คิดว่าฟัดลูกมี๊แล้วมี๊จะไม่เรียกสินสอดเหรอฝันไปเถอะค่ะ น้องต่ายฟังมี๊นะคะอย่าคิดเยอะมารอขันหมากกับมี๊นะลูกละก็อย่าลืมบอกพี่เค้าเรื่องคนมาล่อซื้อหนูด้วยถ้าพี่เค้ารู้ทีหลังกริ้วขึ้นมาหนูจะไม่ไหวเอานะคะอย่าเอาตัวเองไปเจ็บตัวด้วยค่ะเดี๋ยวลูกเขยมี๊บ้าเลือดอีกใจมี๊ก็แค่นี้ไม่พร้อมอ่านฉากฆาตกรรมค่ะ/จุ้บเหม่ง ปล.อย่าลืมดูแลสุขภาพนะคะคุมไรท์
    #755
    0
  12. #754 ฉันคือนางเงือก (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 12:08
    ต้องบอกหลานเยี่ยนเรื่องคนลึกลับที่โรงแรม กับเอาคลิปเสียงให้ฟังนะ เดี๋ยวมารู้ทีหลังจะเป็นเรื่อง
    #754
    1
    • #754-1 คุโรยูกิ คิทสึเนะ(จากตอนที่ 16)
      30 มิถุนายน 2563 / 19:43
      เป็นเรื่องใหญ่ด้วย ให้หลานเยี่ยนคิดแผ่นแตลบหลังไปเลยยย
      #754-1
  13. #753 LittleJune (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 08:54
    เอ็นดู-////-
    #753
    0
  14. #752 KiRasaKR (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 03:09
    กิ้ดดด จื่อจื่อ!!! โอ้ยเขินนนนไม่ไหววแงงงง้ มันนุ้บนิ้บกัวจัยย เป็นกำลังใจให้เน่ออออ
    #752
    0
  15. #750 TanSarochinee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 01:20
    จะลืมบอกเรื่องผู้ชายคนนั้นตอนที่อยู่โรงแรทเก่าไหมนะ//ไม่เอามาม่าน้าคราวที่แล้วร้องไห้ตาบวมจนที่บ้านตกใจเลย
    #750
    0
  16. #749 baby-m2 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 00:11
    แงงงงง เขิน! หนูเปงเขิน555 อยากอ่านต่ออ ที่จริงถ้าไรท์แต่งncได้ก็อยากให้แต่งด้วยง่ะ5555 จะดูหื่นมั้ยวะชั้น ตามใจไรท์อ่ะค่ะ ถ้าไม่ได้ก็เอาแบบที่แต่งในตอนนี้ก็ได้ค่ะ ไม่ติดอะไร สนุกมากค่าา รออ่านต่อน้าาา
    #749
    0
  17. #743 comet2522 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 21:24
    เดี๋ยววว ข้ามมาก ข้ามขั้นสุด ปล.น้องจื่อๆ ลืมบอกอะไรหลานเยี่ยนหรือเปล่าเดี๋ยวจะเป็นเรื่องนะ
    #743
    0
  18. #742 ดิเดียร์ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 21:00
    อย่าลืมบอกเรื่องคนร้ายนะ
    #742
    0
  19. #741 supitcha_sue (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 17:57
    ทำไมไม่บอกละน้องงง
    #741
    0
  20. #736 Sarunghaja (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 15:13
    รึว่าจะได้...
    #736
    0
  21. #735 Lopa_Amr (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 13:20
    เสียวโดนแบนมากแม่
    #735
    0
  22. #734 Lee Green (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 12:15

    น้องรีบบอกนะ กลัวจะมีการเข้าใจผิดอ่ะ แต่หลานเยี่ยนคงไม่โง่หรอกมั้ง

    #734
    1
    • #734-1 Sarunghaja(จากตอนที่ 16)
      29 มิถุนายน 2563 / 15:13
      คิดเหมือนกัน
      #734-1
  23. #733 Kinwah (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 10:14
    น้องงง รีบบอกอิพี่นะะ

    รอจ้าา
    #733
    0
  24. #729 smile1432 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 08:36

    โอ้ยย มันดีย์มากกกกก นี่ยังไม่ได้เข้าด้ายเข้าเข้าเข็มนะะะ ถ้าเขานะต้องแซ่บซี้ดดดแน่ๆ

    รอน้าา
    #729
    0
  25. #718 key10994 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 06:26
    ทำcut เถอะ please~ ชั้นกลัวปลิวววว
    #718
    0