กระต่ายมาเฟีย

ตอนที่ 15 : เลี้ยงกระต่าย》วันที่ 14《

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,913
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 859 ครั้ง
    21 มิ.ย. 63

เลี้ยงกระต่าย》วันที่ 14《


 


 

“ไม่ใช่ทางไปที่ทำงานคุณนี่?” ผมหันไปถามหลานเยี่ยนที่นั่งไขว่ข้างมองมาทางตัวเองอยู่


 

วันนี้เป็นเช้าวันอังคารซึ่งจุดมุ่งหมายของรถคันนี้ก็ควรจะเป็นที่ทำงานของหลานเยี่ยนทว่าเส้นทางที่รถยนต์คันนี้หักเลี้ยวไปเป็นคนละทิศกัน ถึงผมจะไม่รู้ทางในเมืองSแต่กับทางที่ไปกลับแทบทุกวันผมก็คุ้นๆ อยู่บ้าง


 

“วันนี้ไม่ไปทำงาน” คนข้างกายเฉลย


 

“ไม่ไป? ได้ด้วย?”


 

“ฉันเป็นเจ้าของ จะทำอะไรก็ได้”


 

“แต่คุณจะหยุดงานไม่ได้” จากที่ผมไปทำงานกับหลานเยี่ยนมาผมรู้ว่าในแต่ละวันอีกฝ่ายมีเรื่องที่ต้องจัดการเยอะมากไม่ว่าจะเป็นงานเอกสารหรือกการไปประชุม บางครั้งก็จะมีแขกเข้ามาพูดคุยถึงในห้อง ผมที่ไม่ได้มีส่วนร่วมจะไปอยู่ในห้องพักด้านข้างแทน


 

งานเยอะขนาดนั้นแต่วันนี้กลับบอกว่าไม่ไปทำงาน


 

“หึ...”


 

“อะไรของคุณ หรือว่าจะออกไปทำธุระ” ผมลองทายดู วันนี้อาจต้องไปทำธุระข้างนอกก็ได้


 

“ก็ไม่ผิด ถือเป็นธุระอย่างหนึ่ง”


 

“แบบนั้นน่าจะบอกก่อน ผมจะได้รออยู่ที่บ้าน” ถ้าไปคุยพวกธุรกิจผมไปก็มีแต่จะนั่งทำหน้างงเท่านั้นแหละ


 

“ไม่ได้ นายต้องมาด้วย”


 

“จะให้ผมไปทำไม ผมไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยสักหน่อย”


 

“ฉันว่านายรู้นะ”


 

“หมายถึง?”


 

“ธุระของฉันคือนี่” หลานเยี่ยนชี้นิ้วลงไปยังกระบอกปืนที่เหน็บอยู่ข้างเอว เพียงแค่เห็นผมก็สามารถสรุปได้ในทันทีถึงสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะไปทำ


 

“คุณจะไปคุยเรื่องค้าอาวุธ?” ผมเอ่ยเสียงดัง มั่นใจหลายส่วนว่าความคิดของตัวเองนั้นถูกต้อง


 

“อุ๊บ...คิก ขออภัยครับ” เจียงฮุยซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าถึงกับหลุดขำออกมา


 

“หึหึ” ตามมาด้วยเสียงหัวเราะคล้ายกำลังขบขันของหลานเยี่ยน ท่าทางของพวกเขาทำให้ความมั่นใจที่มีในตอนแรกลดหวบ


 

“...ไม่ใช่เหรอ” ผมถามเสียงแผ่ว


 

“ถ้าไปคุยธุระอันตรายแบบนั้นฉันจะเอานายไปด้วยทำไม” หลานเยี่ยนบอก ความหมายขอประโยคคือไม่ปฏิเสธว่ามีการพูดคุยธุรกิจอันตรายสินะ


 

“ผมไม่รู้ว่าคุณมีธุรกิจอันตรายอะไรบ้างแต่หากเป็นพวกยาละก็...ผมไม่อยากให้คุณทำหรอกนะ” ได้ชื่อว่าเป็นมาเฟียไม่มีทางที่จะไม่มีธุรกิจมืด ผมไม่ได้อยากก้าวก่ายแต่ก็ไม่อยากให้คนรู้จักของตัวเองต้องไปยุ่งเกี่ยวกับมัน


 

“จื่อจื่อ”


 

“ฮืม?”


 

“ฉันรวย”


 

“...อ่า...ผมรู้” ผมพยักหน้ารับรู้ถึงจะไม่เข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายต้องการจะบอกจะก็ตาม


 

“นายไม่รู้” อีกฝ่ายส่ายหน้าไปมา


 

“รู้สิ” เรื่องความรวยผมรู้ตั้งแต่ได้ยินชื่อไห่หลานเยี่ยนแล้ว


 

“ฉันรวยมากถึงขนาดที่ใช้ทั้งชีวิตก็ไม่หมด ในเมื่อรวยขนาดนี้ฉันไม่จำเป็นต้องไปยุ่งเกี่ยวกับพวกยาบ้าๆ นั่นหรอก” คำอธิบายเพิ่มเติมจากหลานเยี่ยนทำให้ผมคลี่ยิ้มออกมา


 

“อืม” เข้าใจแล้วว่าหลานเยี่ยนต้องการจะบอกอะไร แค่ได้ยินแบบนี้ผมก็สบายใจ จะว่าไปก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินข่าวที่หลานเยี่ยนจัดการกับพวกค้ายาในพื้นที่ของตัวเองบ่อยๆ เหมือนกัน


 

“จะบอกเพิ่มให้ ในพื้นที่ของฉันถ้ามีใครคิดจะค้ายาพวกนั้นฉันก็ไม่คิดจะปล่อยไว้เหมือนกัน” หลานเยี่ยนพูดต่อ สายตาจริงจังที่ผมเห็นแปลว่าเขาเอาจริง


 

“คุณนี่ใจดีกว่าที่คิดอีกนะ” ผมขยับตัวเข้าไปใกล้ใช้ไหล่ตัวเองชนเข้ากับไหล่อีกฝ่ายเบาๆ รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ตัวเองยิ้มกว้างแค่ไหน


 

“หึ...”


 

“ผมทายใหม่ก็ได้ ไปซื้อปืน?” ผมวกกลับมาที่เรื่องแรกอีกครั้ง จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าจุดหมายของการเดินทางครั้งนี้จะไปสิ้นสุดที่ไหน


 

“ก็ถูกอีกแต่ยังไม่หมด ฉันจะพานายไปซื้อปืนเป็นของตัวเอง” หลานเยี่ยนพยักหน้าเล็กน้อย


 

“ปืนไม่ได้ถูกนะ ไหนจะค่ากระสุนอีก” ปืนที่ผมเคยจับเป็นปืนของต้องเพื่อนสนิทผมไม่ก็ปืนในสนามฝึกยิงปืน


 

ฮืม?


 

หรือว่า...


 

“ทำหน้าเหมือนคิดอะไรออก” อีกฝ่ายมองสังเกตสีหน้าผม


 

“พวกเราจะไปสนามยิงปืนใช่รึเปล่า” ครั้งนี้ผมมั่นใจมากๆ ว่าตัวเองจะตอบถูก


 

“กว่าจะตอบถูก”


 

“คุณก็เฉลยแต่แรกสิ” มันไม่ง่ายที่จะเดาหรอกนะ


 

“เห็นนายทำหน้าครุ่นคิดแล้วตลกดี”


 

“ชอบแกล้งผมซะจริง” ผมขยับตัวไปกระแทกไหล่หลานหยี่ยนอีกรอบ คนถูกเอาคืนไม่ได้หงุดหงิดแต่อย่างใดตรงกันข้ามกลับหัวเราะหึหึเหมือนกำลังชอบใจซะด้วยซ้ำ


 

ระยะทางในการไปสนามยิงปืนค่อนข้างไกล ใช้เวลาสองชั่วโมงนิดๆ กว่าจะมาถึง ลานจอดรถด้านหน้ามีรถจอดอยู่เพียงคันเดียวซึ่งเป็นช่องที่มีป้ายติดว่าสำหรับพนักงาน


 

ไม่มีคนมาเลยสักคน?


 

จะว่าแปลกก็ไม่แปลก จะมีสักกี่คนที่มายิงปืนยังแต่หัววันแบบนี้


 

ผมเดินตามหลานเยี่ยนเข้าไปด้านในโดยด้านหลังมีบอดี้การ์ดประมาณสิบคนเดินตามมา


 

“ยินดีต้อนรับครับท่านหลานเยี่ยน” ทันทีที่เดินไปถึงประตูพนักงานด้านในเปิดประตูต้อนรับพร้อมกับเอ่ยคำต้อนรับราวกับกำลังเดินเข้าโรงแรมไม่มีผิด


 

“อืม” หลานเยี่ยนพยักหน้ารับ


 

“ขอบพระคุณที่วันนี้ท่านเหมาสนามยิงปืนของเรา หากมีเรื่องอะไรสามารถเรียกใช้ได้ตลอดเวลานะครับ” พนักงานคนเดิมโค้งศีรษะลง


 

เพิ่งมารู้ตอนนี้เองว่าหลานเยี่ยนเหมาสนามยิงปืน ก็ว่าทำไมไม่มีใครมา


 

“ช่วงนี้มีปืนดีๆ แนะนำไหม” หลานเยี่ยนถามเสียงเรียบ ใบหน้าเองก็นิ่งได้อีก เพราะชอบทำหน้าแบบนี้ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องรู้สึกกลัวกันทั้งนั้น ยกเว้นสาวๆ ที่ชอบผู้ชายสายเถื่อนลุคเย็นชาน่ะนะ


 

“ท่านหลานเยี่ยนจะใช้เองรึเปล่าครับ”


 

“เปล่า ให้เขาใช้” หลานเยี่ยนเบนสายตามามองผม


 

“เคยใช้ปืนมาก่อนไหมครับ” พนักงานสอบถามข้อมูล


 

“เคยครับแต่ไม่รู้ว่าชื่ออะไร เป็นปืนขนาดประมาณนี้เลยแต่เบากว่าหน่อย” ผมชี้ไปยังกระบอกปืนที่เหน็บอยู่ข้างเอวหลานเลี่ยน


 

บอกเลยว่าถึงผมจะยิงปืนเป็นแต่หากถามข้อมูลเรื่องปืนล่ะก็...ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อเรียกของปืนด้วยซ้ำ ปืนกระบอกเล็กก็เรียกปืนสั้น กระบอกยาวก็ปืนยาวกับไรเฟิล ข้อมูลลึกกว่านี้อย่าได้ถามเพราะผมไม่รู้


 

“มีตัวที่อยากแนะนำอยู่สองตัวครับ ลองเข้ามาดูก่อนได้ครับ” พนักงานชายคนเดิมผายมือให้พวกเราเข้าไปด้านใน


 

หลานเยี่ยนสั่งให้ไป๋หยางพาบอดี้การ์ดคนอื่นๆ ไปซ้อมยิงปืนส่วนเจียงฮุยให้ตามผมกับหลานเยี่ยนเข้าไปดูปืนที่พนักงานแนะนำ


 

ปืนสองกระบอกที่อยู่ตรงหน้าผมเป็นปืนสั้นขนาดพอดีมือและน้ำหนักเบา ทั้งสองตัวต่างกันที่รูปแบบและสี อันแรกเป็นสีดำมีรูปแบบปกติที่หาได้ทั่วไป ส่วนอีกกระบอกเป็นสีเงินลวดลายบริเวณด้ามจับถูกออกแบบมาให้ดูหรูหรากว่า


 

แน่นอนว่าหากให้ผมเลือกผมย่อมเลือกกระบอกแรกที่เป็นสีดำรูปแบบปกติธรรมดาทว่าคนเลือกกลับไม่ใช่คนที่ใช้ปืนอย่างผมแต่เป็นหลานเยี่ยน เขาเลือกปืนกระบอกเงินให้ผมพร้อมจ่ายเงินให้เรียบร้อย ราคาของมันนั้น...เอาเป็นว่าเงินในบัญชีผมที่มีตอนนี้ยังไม่พอซื้อเลยละกัน


 

“คุณซื้อให้ผมจริงๆ น่ะเหรอ” ผมเดินถือปืนที่เพิ่งบรรจุกระสุนเข้าไปเต็มแม็กขนาบข้างหลานเยี่ยนเข้าไปด้านในสนามฝึก


 

“ใช่ นายก็เห็นฉันจ่ายเงินแล้วนี่”


 

“ผมต้องค่อยๆ ผ่อนใช้คุณรึเปล่า”


 

“ไม่จำเป็น” หลานเยี่ยนปฏิเสธ


 

“แต่รับฝ่ายเดียวแบบนี้ผมรู้สึกไม่ค่อยดี” ถ้าเป็นพวกของเล็กๆ น้อยๆ หรือของที่จำเป็นมากๆ ผมก็ไม่คิดอะไรแต่พอเป็นของชิ้นใหญ่ราคาแพงอย่างนี้ผมรู้สึกเหมือนเอาเปรียบหลานเยี่ยนเกินไป


 

“ฉันเต็มใจที่จะให้ นายก็แค่รับไป ไม่จำเป็นต้องรู้สึกไม่ดี มีปืนติดตัวไว้สักกระบอกฉันจะได้วางใจได้บ้าง” หลานเยี่ยนปลดกระดุมข้อมือเตรียมพร้อมสำหรับการฝึกยิง


 

“คุณเป็นห่วงผมเกินไป ผมดูแลปกป้องตัวเองได้ และจะปกป้องคุณด้วย”


 

“ถ้าไม่ให้ห่วงนายฉันก็ไม่รู้ว่าจะไปห่วงใคร จนถึงตอนนี้ความรู้สึกตอนนายจากไปยังติดอยู่ในใจ”


 

“หลานเยี่ยน” นี่คุณยังรู้สึกผิดอยู่อีกเหรอ


 

“ฉันไม่ได้รู้สึกผิดแล้วจื่อจื่อ นายบอกว่าไม่ใช่ความผิดของฉัน ฉันเชื่อ ถึงอย่างนั้นความรู้สึกยามต้องสูญเสียนายไปมันแย่มากจนฉันไม่อยากรู้สึกแบบนั้นอีก” หลานเยี่ยนหันมาสบตากับผมตรงๆ ระหว่างพูด


 

“ผมว่าตัวเองเข้าใจความรู้สึกนั้น” ตอนที่ผมฝันเห็นภาพที่หลานเยี่ยนตายซ้ำๆ ความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ภายในมันแย่มากเกินกว่าจะรับไหว เขาคงรู้สึกไม่ต่างกับผม


 

“ฉันรู้นายไม่ชอบที่ฉันจำกัดอิสรภาพนาย ไม่ให้ออกไปไหนไกลสายตาแถมยังต้องมีคนติดตามตลอด นี่จื่อจื่อ”


 

“ฮืม?”


 

“เบื่อรึเปล่าที่ต้องอยู่ในพื้นที่แคบๆ แบบนี้ เคยนึก...อยากจะกลับไปใช้ชีวิตปกติไหม” คำถามนั้นมาพร้อมกับดวงตาสีเทาที่สั่นน้อยๆ


 

“ผมจะไม่โกหกคุณนะหลานเยี่ยน แน่นอนว่าผมเคยคิด ไม่สิ ตอนนี้ก็ยังคิดว่าอยากกลับไปที่ประเทศไทย กลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม ผมเบื่อที่ไม่สามารถออกไปไหนตามใจตัวเองได้...”


 

“จื่อจื่อ...”


 

“แต่ผมรู้ว่าทุกอย่างที่คุณทำนั้นก็เพื่อความปลอดภัยของผม เพราะงั้นคุณไม่ต้องกังวล” ผมพูดต่ออีกประโยคให้จบ


 

“ฉันไม่ได้ทำแค่เพื่อความปลอดภัยของนายเท่านั้นหรอก ฉันอยากให้นายอยู่ข้างๆ อยู่ด้วยกันแบบนี้” หลานเยี่ยนเอื้อมมือมาสัมผัสกับพวงแก้มผมอย่างอ่อนโยน ดวงตาคู่นั้นกำลังสื่อความรู้สึกบางอย่างมาให้


 

“คุณก็รู้ว่าผมอยู่ไม่ได้”


 

“ทำไม”


 

“คุณจะให้ผมอยู่ในฐานะอะไร เพื่อนเหรอ”


 

“...” อีกฝ่ายเงียบคล้ายกำลังคิดตาม


 

“หรือจะเหมือนที่โจวบอก...คนรัก” ทันทีที่ผมเอ่ยคำสุดท้ายดวงตาสีเทาของหลานเยี่ยนก็เปลี่ยนไป


 

“...ฉันไม่รู้...ฉันไม่แน่ใจว่าความรู้สึกนี้คืออะไร นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกแบบนี้กับใคร” หลานเยี่ยนดูเหมือนคนกำลังสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง


 

“ไม่ใช่แค่คุณหรอกที่สับสน ผมเองก็ไม่ต่างกัน...ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร บางทีมันอาจต้องใช้เวลานานกว่านี้อีกหน่อย” ผมส่งยิ้มบางๆ ให้หลานเยี่ยน


 

“ฉันอยากอยู่กับนายนะจื่อจื่อ” มือที่ใมผัสแก้มผมอยู่นี้อุ่นมาก แถมยังให้ความรู้สึกดีมากด้วย


 

“ผมก็เหมือนกัน”


 

หมับ!


 

“จื่อจื่อ” อยู่ๆ หลานเยี่ยนก็คว้าตัวผมไปกอดแน่น บอดี้การ์ดรอบข้างหันมามองเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะหันกลับไปซ้อมยิงปืนของตัวเองต่อ มีแค่เจียงฮุยกับไป๋หยางที่เหล่มองมาเป็นระยะ


 

“ทำอะไรของคุณน่ะ ปล่อยเลยหลานเยี่ยน” ผมออกแรงผลักอีกฝ่ายออก หัวใจเต้นเร็วขึ้นจนเกินกว่าจะควบคุมได้


 

“กอดนาย”


 

“ผมรู้ว่ากอด ที่ถามคือกอดทำไม” นี่อาจเป็นครั้งแรกที่หลานเยี่ยนกอดผมแบบนี้ ก่อนหน้านี้มีแต่ผมที่มักจะกลิ้งไปกอดอีกฝ่าย ตื่นมาทีไรก็เจอเข้ากับแผงอกเปลือยเปล่าอยู่ทุกเช้า


 

หัวใจเต้นเร็วจนรู้สึกเหนื่อย


 

“อยากกอด”


 

“...” เป็นเหตุที่ดี อยากกอดก็เลยกอด


 

“ทีนายยังกอดฉันได้เลย” หลานเยี่ยนหันกลับไปหยิบปืนเพื่อเตรียมพร้อมขณะพึมพำเสียงดังคล้ายจะจงใจให้ผมได้ยิน


 

“ในกรณีผมคือกอดโดยไม่รู้สึกตัวต่างหาก” ผมหันกลับไปมองเป้าที่อยู่ห่างออกไปของตัวเองบ้าง


 

“มาแข่งกันยิงเป้าไหม” อีกฝ่ายหันมาท้า


 

“ไม่ล่ะ” ไม่จำเป็นต้องคิด ผมส่ายหัวดิ๊กๆ ตอบกลับไป


 

แข่งยิงปืนกับมาเฟีย


 

คงมีโอกาสชนะหรอก


 

“จะไม่ลองสักหน่อยเหรอ อาจชนะก็ได้”


 

“โอกาสน้อยเกินไปผมไม่รับคำท้าหรอก อย่าพยายามกล่อมผมเลย คุณคิดจะแกล้งอะไรผมอีกล่ะ” ผมเลิกคิ้วเท้าเอวถามตรงๆ


 

“แค่อยากฟัด”


 

“หลานเยี่ยน!” ไม่น่าเลย ผมไม่น่าถามเลยจริงๆ


 

ตั้งแต่ครั้งแรกที่ถูกหลานเยี่ยนฟัดจนสติหลุดลอย พอเห็นอีกฝ่ายก้าวเข้ามาในระยะเกินพอดีผมจะตั้งการ์ดเตรียมพร้อมไม่ก็ถอยหนีตลอด สรุปก็คืออีกฝ่ายได้ฟัดผมแค่ครั้งนั้นครั้งเดียว


 

การฟัดของหลานเยี่ยนมันอันตรายเกินไป อันตรายต่อร่างกายและหัวใจ


 

“ฉันพูดจริงนะ อยากฟัดนายจื่อจื่อ”


 

“ผมไม่ยอมให้คุณฟัดแล้ว”


 

“แต่ฉันยาก”


 

“ผมไม่อยากนี่”


 

“ก็ใช้การดวลปืนเป็นตัวตัดสิน ใครชนะก็ได้ตามที่ตัวเองต้องการ” หลานเยี่ยนวกกลับมาเรื่องดวลปืนอีกครั้ง


 

“ทำไมต้องดวลปืนด้วย”


 

“เพราะฉันจะชนะ”


 

“ขี้โกงเกินไปแล้ว” แบบนี้มันล็อกผลชนะชัดๆ


 

“ตามนี้ เริ่มเลย”


 

“หลานเยี่ยน” อีกฝ่ายไม่เปิดโอกาสให้ผมโต้เถียงอะไรอีก ยกปืนขึ้นตั้งท่าก่อนจะยิงกระสุนออกไปติดๆ กันหลายนัด


 

ปัง! ปัง! ปัง!


 

ด้วยระยะห่างที่ค่อนข้างมากผมไม่แน่ใจว่าตำแหน่งที่ยิงโดนเป็นตรงไหนแต่เท่าที่กะ...ไม่ตรงกลางก็ใกล้เคียง ซึ่งหลานเยี่ยนยังไม่พอแค่นั้นแต่ยิงต่อกระทั่งกระสุนหมด


 

เมื่อเป้าที่เพิ่งถูกยิงเลื่อนเข้ามาใกล้ผมก็เห็นลางแพ้ของตัวเองชัดขึ้น เป้าวงกลมขนาดกลางมีกระสุนเจาะอยู่หลายนัดซึ่งทุกนัดนั้นอยู่ในตำแหน่งกลางเป้า


 

อืม...ไม่ต้องให้ผมยิงก็ได้มั้ง


 

“ตานายแล้ว ยิงสิ” หลานเยี่ยนพยักหน้าพอใจกับผลงานตัวเองก่อนจะหันมาเร่งผม


 

“โกง...คุณมันขี้โกงสุดหลานเยี่ยน”


 

“ยิงเร็ว”


 

“รู้แล้วน่า” ผมสูดลมหายใจเข้าเพื่อเรียกสติก่อนจะตั้งท่าเตรียมยิง ระยะห่างจากปืนถึงเป้าเป็นระยะห่างปกติที่ใช้ฝึกยิงซึ่งผมก็เคยยิงมาก่อนเพียงแต่ไม่ได้แม่นยำขนาดหลานเยี่ยน


 

ปัง! ปัง! ปัง!


 

ผมยิงกระสุนออกไปเมื่อเล็งตำแหน่งที่คิดว่าเป็นตรงกลางได้ ขณะยิงผมสัมผัสได้ว่ามีสายตากดดันจากหลานเยี่ยนมองอยู่ในระยะประชิด แรงกดดันอันมหาศาลนั่นทำเอาปืนหนักขึ้นอีกสิบกิโลได้


 

“จ้องกันเกินไปแล้ว” ผมตวัดสายตาไปทำตาขวางใส่หลานเยี่ยนหลังยิงจนหมดกระสุน ที่เหลือก็แค่รอดูผล


 

“...ฉันชนะ” หลานเยี่ยนยกยิ้มขึ้นทันทีที่เห็นเป้าของผมเลื่อนเข้ามา กระสุนส่วนมาอยู่ใกล้จุดตรงกลางแต่ไม่ได้โดนแป๊ะๆ


 

ห่างชั้นกับหลานเยี่ยนเกินไป ไม่ใช่คู่มือเลย


 

“ไม่ต้องทำหน้าดีใจเลย คุณรู้อยู่แล้วนี่ว่าตัวเองต้องชนะ” ผมทำหน้ามู่ทู่ส่งไปให้หลานเยี่ยนที่แผ่บรรยากาศดีใจออกมา


 

“ต้องดีใจสิ จะได้ฟัดนายทั้งที”


 

“ผมไม่ได้ตกลงสักหน่อย” มีแต่ฝ่ายนั้นที่พูดเองเออเอง


 

“จื่อจื่อ”


 

“ผมไม่กลัวคุณหรอกนะ” น้ำเสียงเข้มๆ กับสายตาไม่พอใจไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกกลัวสักนิด


 

“ฉันชนะแล้ว” อีกฝ่ายย้ำ


 

“...อย่างอื่นไม่ได้เหรอ”


 

“ไม่” ชัดถ้อยชัดคำ


 

“อยากฟัดอะไรผมนัก มีอะไรให้น่าฟัดรึไง” ผมกอดอกมองหน้าหลานเยี่ยนตรงๆ


 

“ทั้งตัว”


 

“...” เป็นผมเองที่เป็นฝ่ายพูดไม่ออก


 

“จื่อจื่อ” ครั้งนี้น้ำเสียงของอีกฝ่ายอ่อนลงคล้ายกำลังขอ


 

“...สอนผมให้ยิงเข้ากลางเป้าให้ได้ก่อน ถ้าผมทำได้...จะยอมให้ฟัดละกัน” ผมยื่นข้อเสนอใหม่ รู้ว่ายังไงก็คงหนีไม่พ้นการโดนฟัดอยู่แล้วแต่ก็อยากให้คุ้มกับที่ตัวเองต้องสติหลุดหน่อย


 

“พูดแล้วนะ” หลานเยี่ยนหรี่ตามองเป็นเชิงบอกว่าห้ามกลับคำเชียว


 

“อืม”


 

“มาเริ่มกันเลย นายมีสมดุลที่ดีอยู่แล้วแต่เพราะการตั้งท่าทำให้ร่างกายส่วนบนเกร็งไป กางขาน้อยกว่านี้ ผ่อนคลายมือที่จับอีกหน่อย” เพียงพริบตาเดียวมาเฟียฉายาราชสีห์ขนทองก็กลายมาเป็นคุณครูสอนยิงปืนมากฝีมือ


 

การสอนของหลานเยี่ยนเข้าใจง่ายมาก เขาไม่ได้พูดพวกทฤษฎีความน่าจะเป็นใดๆ เขามองการยิงของผมและช่วยปรับไปทีละส่วน


 

เป้าซ้อมยิงถูกเปลี่ยนไปหลายอันเพราะผมยังยิงไม่โดนตรงกลาง ฝ่ายคนสองเองไม่ได้มีท่าทีหงุดหงิดที่ผมทำไม่ได้สักที ดูเหมือนว่าหลานเยี่ยนจะใจเย็นกับการสอนผมไม่น้อย ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การสอนแต่เหมือนจะเป็นผมที่เล็งเป้าได้ไม่ดีพอ ปกติเวลาซ้อมยิงกับต้อมแค่ยิงให้โดนก็เพียงพอไม่จำเป็นต้องเล็งเป้าแบบเป๊ะๆ


 

การฝึกซ้อมผ่านไปหลายชั่วโมงในที่สุดเป้าที่เลื่อนกลับมาก็มีรอยกระสุนเจาะอยู่ตรงกลาง ผมแทบจะกระโดดตัวลอยกับความสำเร็จนี้หากไม่ติดว่าถูกหลานเยี่ยนลากเข้าไปในห้องหนึ่งที่ปราศจากผู้คน


 

ผมถูกจับให้นอนหงายลงบนโซฟาโดยมีร่างของหลานเยี่ยนคร่อมอยู่ด้านบน ใบหน้าและน้ำเสียงของคุณครูผู้แสนใจเย็นกลายมาเป็นเสียงลมหายใจถี่กระชั้นบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ใกล้ควบคุมไม่อยู่เต็มที


 

“จื่อจื่อ...ขอฟัดนะ” แม้จะเป็นคำขอทว่าสายตาที่มองมาไม่มีใครกล้าขัดขืนหรือปฏิเสธหรอก นี่มันสายตาของราชสีห์ตอนกำลังกระหายล่าเหยื่อชัดๆ


 

“...อย่ารุนแรงมากล่ะ”


 

“จะพยายาม” พูดจบปลายจมูกนั้นก็จรดลงยังแก้มซ้ายขวาผมสลับกัน


 

“อื้อ! เบาหน่อย...อ๊ะ” ผมเบี่ยงหน้าหลบการจู่โจมที่ทั้งรวดเร็วและร้อนแรงจากหลานเยี่ยน บอกแล้วแท้ๆ ว่าอย่ารุนแรงแต่นี่แค่เริ่มแก้มผมก็เหมือนจะช้ำไปหมดแล้ว


 

หลานเยี่ยนพรมจูบไปทั่วใบหน้าผมสลับกับก้มลงมาขบเม้มบริเวณลำคอ ความรู้สึกในตอนนี้เหมือนกำลังถูกกลืนกินไปแทบทั้งร่าง


 

ร่างกายเกร็งขึ้นทุกครั้งที่ถูกย้ำสัมผัส หัวใจเองก็เต้นเร็วเกินกว่าจะควบคุมไหว สติที่มีเริ่มเลือนรางลงทุกที ตอนนี้ผมไม่กล้าแม้แต่จะลืมตามองภาพเบื้องหน้า แต่ถึงจะไม่มองผมก็รับรู้ได้ผ่านสัมผัสว่าหลานเยี่ยนกำลังฟัดแก้มขวาผมซ้ำๆ อยู่ข้างเดียว


 

การฟัดครั้งนี้ยาวนานกว่าครั้งก่อนมากราวกับอีกฝ่ายเก็บความอยากฟัดเอาไว้แล้วมาลงกับผมทีเดียววันนี้ เวลาตอนที่ถูกลากเข้ามาจำได้ว่าเป็นช่วงบ่ายสองแต่พอกลับออกไปอีกทีเวลาดันกลายเป็นตอนสี่โมงครึ่งซะอย่างนั้น


 

หากนาฬิกาไม่ได้เสียแปลว่าผมถูกฟัดอยู่ร่วมสองชั่วโมงครึ่ง


 

ผมแทบจะมุดลงใต้ดินหลีกหนีสายตามากมายที่มองยังแก้มช้ำๆ กับร่องรอยบริเวณลำคอของตัวเอง


 

และการมาสนามยิงปืนครั้งนี้ก็จบลงด้วยการที่ผมนั่งก้มหน้าซ่อนใบหน้าแดงๆ ของตัวเองไปตลอดทาง


 

ผมบอกกับตัวเองว่าจะไม่ยอมให้มีครั้งหน้าอีกอย่างแน่นอน!


 

หลายวันต่อมาผมยังคงมาทำงานกับหลานเยี่ยน ช่วงนี้อีกฝ่ายมีประชุมแทบทุกวัน บางวันต้องเข้าประชุมถึงสามครั้งเรียกว่าผมใกล้จะกลายเป็นเจ้าของห้องทำงานนี้เต็มที


 

ทุกวันนี้ผมยังคงต้องอยู่ในสายตาของหลานเยี่ยนและมีคนคอยติดตามอยู่ตลอดทว่ามีข้อยกเว้นเล็กๆ น้อยๆ อย่างการออกไปซื้อเครื่องดื่มที่ร้านคาเฟ่ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของที่ทำงาน คาเฟ่แห่งนี้ผมเห็นมานานมาแต่เพิ่งลองขอหลานเยี่ยนว่าอยากลงมาซื้อเมื่ออาทิตย์ก่อน ตอนแรกอีกฝ่ายบอกมาว่าอยากกินอะไรก็บอกจะให้คนไปซื้อให้ แต่ผมอยากไปดูเมนูเองเลยตัดสินใจเลยคะยั้นคะยอจนหลานเยี่ยนยอมในที่สุด คาเฟ่แห่งนี้จึงเป็นอีกสถานที่ที่ผมมาได้เพียงแต่ต้องมีคนติดตามมาด้วย


 

วันนี้เองผมก็มาเยือนยังคาเฟ่ซึ่งตกแต่งเป็นธีมธรรมชาติอีกครั้ง พนักงานในร้านยิ้มต้อนรับการมาเยือนของผมเป็นอย่างดีเช่นเดียวกับคนคุ้มกันด้านหลัง ผมเพิ่งมารู้เมื่อไม่กี่วันนี้ว่าคาเฟ่แห่งนี้เช่าที่ของหลานเยี่ยนอยู่เช่นกัน


 

“วันนี้รับอะไรดีคะ” พนักงานสาวเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม


 

“เอาคาราเมล...โอ๊ะ...เมนูใหม่เหรอครับ” ผมหันไปมองป้ายที่อยู่ด้านข้าง


 

“ใช่ค่ะ เป็นเมนูมะม่วงค่ะ สมูตตี้โยเกิร์ตแมงโก้เป็นเมนูที่มีลูกค้าสั่งมากที่สุดในตอนนี้เลยนะคะ”


 

“งั้นขอเมนูนี้เลยครับ” ไม่ได้กินมะม่วงมานานแล้ว


 

“ได้ค่ะ นั่งรอสักครู่นะคะ” พนักงานคิดเงินก่อนจะยื่นใบเสร็จส่งมาให้


 

ผมเดินไปนั่งรอเครื่องดื่มยังโต๊ะริมกระจก มองดูถนนที่มีรถสัญจรอย่างเหม่อลอยกระทั่งร่างของชายคนหนึ่งเดินเข้ามาอยู่ในสายตา ดวงตาสีน้ำตาลของผมหรี่ลงอย่างใช้ความคิดเพราะรู้สึกคุ้นหน้าอีกฝ่ายซะเหลือเกิน อาจเพราะจ้องมากไปฝ่ายนั้นจึงหันมามองผมซึ่งนั่งอยู่ในร้าน


 

เมื่อดวงตาสองคู่ประสานผมก็นึกออกทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ผมไม่รู้ชื่อเพราะเขาไม่ได้บอกแต่อีกฝ่ายเป็นคนเดียวกับที่ผมเจอในห้องน้ำและสนใจไห่หลินเซียนน้องสาวของหลานเยี่ยนอยู่


 

ฝ่ายนั้นหรี่ตามองมายังผมคล้ายกำลังครุ่นคิดบางอย่างไม่นานเขาก็ก้าวเข้ามาในร้าน เดินอาดๆ เข้ามาหาผมโดยไม่สนว่าคนติดตามผมจะลุกขึ้นเตรียมหยิบปืนไปจ่อหัว


 

“ฉันไม่ได้มาร้าย แค่อยากคุยกับเขาเท่านั้น พวกนายคงรู้จักฉันอยู่แล้วงั้นก็น่าจะรู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ” สายตาของเขาคล้ายกับหลานเยี่ยน ความคล้ายนี้ไม่ได้คล้ายในเชิงพี่น้องแต่เป็นบรรยากาศและความรู้สึกกดดันจนผู้ติดตามถอยกลับไปยืนประจำที่ตามเดิม เดาได้เลยว่าอีกฝ่ายต้องไม่ใช่คนธรรมดา


 

“บังเอิญจังนะ สวัสดี” ผมยกมือโบกไปมา


 

“พี่ต่าย สวัสดีครับ” อยู่ๆ อีกฝ่ายก็โค้งศีรษะลงแทบจะเก้าสิบองค์ศา ท่าทีกับน้ำเสียงที่แสดงออกต่างจากครั้งก่อนราวกับเป็นคนละคน


 

“...เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า” ผมอดไม่ได้ที่จะถาม ครั้งก่อนที่เจอยังแสดงท่าทีคุกคามกันซะขนาดนั้น มาวันนี้กลับเรียบร้อยสุดๆ แถมเรียกผมว่าพี่อีก


 

“ผมยังไม่ได้แนะนำตัวสินะครับ ต้องขอโทษที่เสียมารยาทเมื่อครั้งก่อนด้วย ผมเหม่าจงอี้ครับ ยินดีที่ได้รู้จักพี่ต่าย” อีกฝ่ายแนะนำตัวพร้อมกับเอื้อมมือมาจับผม


 

“เหม่า? หรือจะเป็นน้องของกรอเซีย?” ผมถามเมื่อได้ยินสกุลที่คุ้นเคย


 

“เป็นน้องคนละแม่ของพี่กรอเซียครับ” จงอี้บอก


 

“อ้อ...”


 

“เครื่องดื่มได้แล้วค่ะ” พนักงานนำเครื่องดื่มสีเหลืองนวลมาเสิร์ฟ


 

“ขอบคุณครับ”


 

“พี่ต่าย ผมมีเรื่องอยากให้พี่ช่วย” จงอี้เอ่ยด้วยใบหน้าจริงจัง


 

“...ผม?”


 

“ใช่ครับ”


 

“ทำไมต้องเป็นผมล่ะ” ผมว่าตัวเองไม่ได้สนิทอะไรกับอีกฝ่ายนะ ขนาดชื่อยังเพิ่งรู้มาได้ไม่ถึงห้านาทีเลย


 

“เพราะพี่สนิทกับหลินเซียน”


 

“ฮืม?”


 

“ผมขอร้อง ช่วยเป็นที่ปรึกษาให้ผมตอนจีบหลินเซียนด้วยเถอะครับ!” จงอี้ตะโกนออกมาด้วยใบหน้าแดงก่ำ มองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าคงเขินไม่น้อย


 

“...ที่ปรึกษา?”


 

“ผมรู้ว่าช่วงนี้พี่ต่ายสนิทกับหลินเซียนมาก ไปเที่ยวด้วยกันอย่างน้อยสองครั้งในหนึ่งอาทิตย์ ครั้งล่าสุดได้ไปคาเฟ่หมีน้อยด้วย”


 

“รู้ได้ยังไง...อย่าบอกนะว่าตามไปด้วยน่ะ ครั้งแรกที่เจอกันคุณก็ตามไปด้วยสินะ” เท่าที่ฟังอีกฝ่ายบอกการเคลื่อนไหวของผมกับหลินเซียนก็คิดได้แค่อย่างเดียว หรือว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นสตอล์กเกอร์?


 

ช่วงนี้ผมกับหลินเซียนสนิทกันมากจริง ในหนึ่งอาทิตย์จะมีประมาณสองสามครั้งที่หลินเซียนมาหาและพาผมออกไปเที่ยว ไปกินข้าวยังคาเฟ่น่ารักๆ เพราะมีคนคุ้มกันฝีมือดีไปด้วยหลานเยี่ยนจึงไม่ได้ห้ามแต่มีข้อตกลงเล็กๆ น้อยๆ ว่าหากกลับถึงช้ากว่าห้าโมงผมต้องโดนฟัด


 

แน่นอนว่าข้อตกลงนั้นผมทำตามอย่างเคร่งครัดเมื่อนาฬิกาบอกเวลาใกล้สี่โมงเย็นผมจะบอกให้หลินเซียนพากลับบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่อาจจะติดขัด


 

“ผมก็อยากจะตามไปตลอดอยู่หรอกแต่มีงานต้องจัดการแทบจะกองท่วมหัวอยู่แล้วเลยส่งคนไปแทนน่ะ” จงอี้ตอบกลับพร้อมกับยักไหล่เบาๆ ประหนึ่งการส่งคนไปตามใครสักคนเป็นเรื่องปกติ


 

“นายเป็นใครกันแน่” ยิ่งคุยกันผมก็ยิ่งรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนธรรมดา ดีไม่ดีอาจอยู่ในแวดวงมาเฟีย


 

เดี๋ยวนะ...ตระกูลเหม่า?


 

แต่เขาบอกว่าเป็นน้องของกรอเซีย


 

ไม่...ไม่น่าใช่มั้ง


 

“พี่ต่ายไม่รู้จักตระกูลเหม่าเหรอ ตระกูลเหม่าเป็นหนึ่งในมาเฟียที่มีอิทธิพลในแทบนี้เป็นรองแค่ตระกูลไห่เท่านั้น” จงอี้เล่าให้ฟังอย่างรวบรัด


 

ผมเคยได้ยินชื่อมาเฟียตระกูลเหม่าแต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นหนึ่งในคนของตระกูลเพราะเป็นน้องของกรอเซียเพื่อนสนิทของหลานเยี่ยน กรอเซียดูสุภาพเรียบร้อยเกินกว่าจะเป็นคนของตระกูลมาเฟียแถมยังทำแบรนด์เสื้อผ้าอีก นึกว่าแค่สกุลเหมือนกันเท่านั้นเอง


 

“แปลว่าคุณเป็น...”


 

“ผมเป็นว่าที่ผู้นำตระกูลเหม่าคนต่อไป ตอนนี้กำลังช่วยป๊าดูแลงานอยู่ครับ”


 

“ถ้าแบบนั้นคุณเข้าทางกรอเซียไม่ดีกว่าเหรอ เขาเป็นเพื่อนสนิทของหลานเยี่ยนแถมยังเป็นพี่ชายของคุณด้วย” ผมเสนอ


 

“ผมไม่สนิทกับพี่กรอเซีย พวกเราแยกกันตั้งแต่เด็ก ส่วนพี่กรอเซียก็ออกไปอยู่ด้วยตัวเองตั้งแต่เข้าม.ต้นพอจบมหาลัยแม่ของพี่กรอเซียเองก็กลับไปประเทศบ้านเกิด ผมเพิ่งรู้ตอนจีบหลินเซียนว่าพี่กรอเซียกับพี่หลานเยี่ยนเป็นเพื่อนสนิทกัน” อีกฝ่ายเล่าเพิ่ม


 

“คุณไม่คิดจะสนิทกับพี่ชายเหรอ”


 

“คิดสิ ผมกำลังหาเวลาเข้าไปคุยเล่นอยู่แต่พี่กรอเซียช่วงนี้ยุ่งมาก ผมเลยไม่มีใครให้ช่วยแล้วนอกจากพี่ต่าย”


 

“ผมจะช่วยคุณได้รึเปล่าเถอะ”


 

“ช่วยได้แน่นอนครับ ช่วยเป็นที่ปรึกษาด้านความรักของผมกับหลินเซียนด้วยเถอะ” เพราะความตั้งใจที่ส่งผ่านมาทางน้ำเสียงและสายตาทำให้ผมพยักหน้าตอบตกลงไปโดยไม่รู้ตัว


 

นับจากวันนั้นผมก็กลายเป็นที่ปรึกษาด้านความรักอย่างงงๆ ความจริงตอนผมไปเที่ยวกับหลินเซียนเธอก็พูดถึงจงอี้บ่อยๆ ฟังจากที่คุยกับการแสดงออกก็รู้ว่าต่างฝ่ายต่างชอบกัน ไม่จำเป็นต้องมีผมก็ได้นะ


 

ปัญหาส่วนมากที่จงอี้มาปรึกษาผมก็คือการแต่งตัว ดูเหมือนว่าทั้งคู่เคยนัดเจอกันที่คาเฟ่ธีมดอกไม้แห่งหนึ่งแต่จงอี้กลับแต่งตัวตามแบบฉบับมาเฟียของเจ้าตัวเข้าไป ไม่ได้โดนว่าหรือโดนติแต่จงอี้หันไปมองผู้ชายโต๊ะอื่นแล้วมาเทียบกับตัวเองเลยอยากลองเปลี่ยนการแต่งตัวดู


 

ถ้าเป็นเรื่องเสื้อผ้าผมค่อนข้างถนัดเลยสามารถให้ความช่วยเหลือได้ วันก่อนผมได้รับไลน์จากจงอี้เป็นภาพในร้านเสื้อผ้าแห่งหนึ่งพร้อมกับข้อความถามว่าควรจะซื้อตัวไหนดี ส่วนมากที่ผมแนะนำจะเป็นเสื้อผ้าโทนสีพื้นสบายตาแต่ไม่ฉูดฉาด ใส่แล้วดูเรียบร้อยและให้ความรู้สึกอบอุ่น


 

ช่วงหลายวันมานี้ผมคุยไลน์กับจงอี้บ่อยมากแต่ผมไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้หลานเยี่ยนรู้ ผมคิดว่าไม่บอกก็คงไม่เป็นไรเพราะมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรกระทั่ง...


 

“จงอี้เป็นใคร” น้ำเสียงกดต่ำกับสายตาคมกริบของหลานเยี่ยนถามขึ้นหลังผมก้าวออกมาจากห้องน้ำโดยมีเสื้อคลุมสีขาวอยู่บนร่าง


 

“จงอี้?”


 

“...” หลานเยี่ยนไม่ตอบแต่ชูโทรศัพท์ที่ตอนนี้มีสายเรียกเข้าของจงอี้กำลังโทรมา


 

“อ้อ...ขอบคุณหลานเยี่ยน ฮัลโหล” ผมเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มากดรับ เอียงคอน้อยๆ เพื่อคุยกับปลายสายเพราะสองมือกำลังยุ่งกับการใส่กางเกงใน


 

(พี่ต่าย รับช้า ผมทักไลน์ไปตั้งนานไม่เห็นตอบเลยโทรมาแทน)


 

“โทษทีอาบน้ำอยู่”


 

(พรุ่งนี้ผมจะได้ไปเจอกับหลินเซียนแล้ว) น้ำเสียงของปลายสายดูมีความสุขจนอดที่จะยิ้มตามไม่ได้


 

“ดีเลยนี่ สู้ๆ ล่ะ พี่เชียร์อยู่” พอคุยกันมาได้ระยะหนึ่งผมเปลี่ยนมาแทนตัวเองว่าพี่ ตอนนี้จงอี้เป็นเหมือนน้องชายคนหนึ่งที่ผมเอ็นดูเป็นพิเศษ


 

(ขอบคุณครับ พี่ว่าผมควรจะแต่งตัวยังไงดี)


 

“ไปที่ไหนล่ะ” ผมถามต่อขณะสวมกางเกงขายาวให้ตัวเอง


 

(คาเฟ่คิดตี้ครับ)


 

“คิก น่ารัก” สมกับเป็นแนวที่หลินเซียนชอบ


 

(อย่าล้อผมนะ พี่ว่าผมต้องแต่งยังไงดี)


 

“ถ้าถามพี่...พี่ว่าเสื้อเชิ้ตตัวนั้นก็ดีนะที่ซื้อมาครั้งก่อนที่เป็นสีเบจ”


 

(อ้อ...ผมนึกออกแล้ว ตรงกระเป๋าปักลายสีแดงใส่ไหม ผมหยิบออกมาแล้ว กางเกงตัวไหนดีพี่ต่าย)


 

“กางเกงขายาวสีขาว นี่เราจะตามใจพี่หมดเลยเหรอจงอี้” ผมอมยิ้มขณะถาม ทุกครั้งที่เขามาถามและผมบอกอีกฝ่ายแทบจะไม่แย้งเลย


 

(ใช่ พอแต่งตามที่พี่บอกหลินเซียนชมผมด้วย พี่ต่ายสุดยอดไปเลย)


 

“ชมขนาดนี้พี่ก็เขินแย่สิ...โอ๊ะ” ผมถึงกับสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ หลานเยี่ยนก็กอดรัดผมจากด้านหลัง คนด้านหลังแนบหูยังโทรศัพท์อีกฝั่งคล้ายกำลังแอบฟังการสนทนา


 

(พี่เขินผมเหรอ น่ารักนะเนี่ย) ปลายสายไม่รู้ว่าตอนนี้มีคนแอบฟังจึงพูดหยอดตามประสาเด็กหนุ่ม


 

“ไม่ได้เขิน” เสียงที่ตอบกลับไม่ใช่เสียงผมแต่เป็นเสียงของหลานเยี่ยน


 

(...) อีกฝ่ายถึงกับเงียบสนิท


 

“หลานเยี่ยน” ผมหันไปหรี่ตามองอีกฝ่าย


 

“ทำไม ชอบมันรึไง อย่าบอกนะว่าที่คุยไลน์ช่วงนี้ด้วยคือหมอนี่น่ะ” หลานเยี่ยนจ้องผมกลับด้วยสายตาดุดัน ความหงุดหงิดแผ่ออกมาทำเอาบรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง


 

“ใช่” จงอี้คือคนที่ผมคุยด้วยช่วงนี้


 

“จื่อจื่อ!” หลานเยี่ยนเรียกชื่อผมดังลั่น วงแขนที่กอดรัดกระชับแน่นจนผมรู้สึกเจ็บ


 

“โอ๊ย...ผมเจ็บนะ ปล่อย” ผมออกแรงดิ้นเพื่อหลุดจากการกอดรัด


 

“ไม่ปล่อย ชอบมันมากเหรอ”


 

“อึก...อะไร”


 

“ฉันถามว่าชอบมันมากนักรึไงไอ้เด็กปลายสายเนี่ย”


 

“หลานเยี่ยน คุณเป็นอะไร” อยู่ๆ มาตวาดขึ้นเสียงใส่ผมทำไม


 

“นายนั่นแหละคิดว่าตัวเองเป็นใคร นายเป็นกระต่ายของฉัน เป็นของฉันจื่อจื่อ นายไม่มีสิทธิ์ไปชอบคนอื่น ไม่มีสิทธิ์ไปเป็นของใครทั้งนั้น!” หลานเยี่ยนตะโกนเสียงดังพร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งเอื้อมมาจับปลายคางผมให้เชิดขึ้น


 

“หลาน...อุ๊บ...อื้อออ~!” ดวงตาสีน้ำตาลของผมเบิกกว้างเมื่ออยู่ๆ คนด้านหน้าก็ประกบริมฝีปากลงมาอย่างรุนแรงโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว


 

เพราะตกใจจึงไม่ทันได้ขัดขืนส่งผลให้หลานเยี่ยนสามารถส่งปลายลิ้นเข้ามารุกรานได้อย่างง่ายดาย ยามปลายลิ้นสัมผัสเกี่ยวพันร่างกายผมแทบจะทรุดลงไปกองอยู่บนพื้นหากไม่ได้คนด้านหลังช่วยพยุงไว้


 

มันเป็นจูบที่รุนแรงมาก ประสาทสัมผัสเหมือนจะถูกดูดกลืน รับรู้ได้เพียงปลายลิ้นที่ขยับเคลื่อนไหวกับรสชาติของยาสีฟันจางๆ


 

หลานเยี่ยนจูบผมจนถึงหยาดสุดท้ายของลมหายใจจึงจะยอมปล่อยให้เป็นอิสระ เสียงหอบหายใจของพวกเราดังก้องไปทั่วห้องเช่นเดียวกับเสียงหัวใจสองดวงที่กระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ภายในหัวของผมตอนนี้ขาวโพลนไปหมด สติยังคงไม่กลับเข้าร่าง ริมฝีปากที่ถูกประกบจูบยังเหลือสัมผัสร้อนผ่าวชวนให้หัวใจเต้นรัวอยู่


 

“นายเป็นของฉัน...ของฉันเท่านั้น” หลานเยี่ยนเน้นย้ำก่อนจะก้มลงมาขบริมฝีปากผมอย่างแรงจนสัมผัสได้ถึงรสเลือดจางๆ


 

“คุณ...อะไร...” ผมแทบจะเอ่ยออกมาไม่เป็นคำ สมองยังเบลออยู่เลย


 

(เอ่อ...ผมว่าพี่เขยกำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่นะครับ) เสียงจากปลายสายที่เงียบไปนานดังขึ้นอีกครั้ง


 

ยังไม่ได้วางสาย?


 

นี่แปลว่าจูบเมื่อครู่จงอี้ได้ยิน?


 

ฉ่า!


 

เพียงแค่คิดใบหน้าผมก็ร้อนผ่าวจนแทบไหม้ ร่างกายอ่อนแรงจนต้องพิงอกหลานเยี่ยนเพื่อใช้พยุงตัว ไม่อยากคิดเลยว่าครั้งหน้าที่เจอจงอี้ผมจะเขินอายแค่ไหน


 

“พี่เขย? หมายถึงฉัน?” หลานเยี่ยนกดเปิดลำโพงเพื่อให้ได้ยินชัดเจนขึ้น


 

(อ่า...ใช่ครับ ขอโทษที่เสียมารยาท ผมเหม่าจงอี้ครับ ตอนนี้ผมกำลังจีบไห่หลินเซียนน้องสาวของพี่อยู่ครับ หวังว่าพี่จะเอ็นดูผมด้วยนะครับ) ปลายสายเอ่ยแนะนำตัวด้วยความนอบน้อม คาดว่านี่คงเป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายได้คุยกับหลานเยี่ยน


 

“จีบหลินเซียนแล้วมาเกี่ยวอะไรกับจื่อจื่อ” หลานเยี่ยนถามต่อ


 

(หมายถึงพี่ต่ายใช่ไหมครับ พี่ต่ายเป็นที่ปรึกษาด้านความรักของผมครับ) จงอี้ตอบเต็มเสียง


 

“ที่ปรึกษา?”


 

(ใช่ครับ อย่างสถานที่นัดเจอหรือเสื้อผ้าที่จะใส่ไปเจอหลินเซียน ถ้าผมทำให้พี่ๆ เข้าใจผิดกันต้องขอโทษด้วยนะครับ ผมไม่ได้มีเจตนาเลย) น้ำเสียงสำนึกผิดของจงอี้ดูเหมือนจะช่วยให้หลานเยี่ยนสงบลงไปมาก


 

“อืม”


 

(ดึกมากแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ ขอบคุณพี่ต่ายมากๆ เลย แล้วก็ยินดีที่ได้รู้จักครับพี่หลานเยี่ยน) กล่าวลาเสร็จปลายสายก็ตัดไป


 

สรุปแล้วหลังจากถูกจูบผมก็ยังไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ จนถึงตอนนี้อุณหภูมิของริมฝีปากนั้นยังติดอยู่เลย ผมเม้มปากแน่นเพื่อระงับอาการเขิน


 

ผ่านการจูบมาก็ไม่น้อยแต่เพิ่งเคยมีจูบที่ทั้งรุนแรง เร่าร้อนและรู้สึกดีขนาดนี้เป็นครั้งแรก


 

“หลานเยี่ยน...”


 

“จื่อจื่อ ฉันเคยบอกไม่รู้ว่าความรู้สึกที่มีต่อนายคืออะไร รู้แต่ฉันอยากให้นายอยู่ข้างๆ ใช่รึเปล่า”


 

“อืม” ผมพยักหน้าเบาๆ อยู่ในวงแขนนั้น


 

“ตอนนี้ฉันว่าพอจะรู้แล้ว พอได้เห็นนายคุยโทรศัพท์กับคนอื่น พูดคุยกันด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ฉันกล้าพูดเลยว่าอยากยิงหัวคนคนนั้นให้กระจุย”


 

“หลานเยี่ยน” คำพูดน่ากลัวเกินไปแล้ว


 

“ฉันไม่ชอบให้นายไปยิ้ม ไปหัวเราะกับคนอื่น ยิ่งคำว่าชอบฉันไม่ยอมให้นายไปชอบใครนอกจากฉัน เพราะงั้นฉันคิดว่าตัวเองคงชอบนายเข้าแล้ว...ชอบนะจื่อจื่อ” หลานเยี่ยนกระชับแขนกอดรัดตัวผมแน่นพร้อมกับซุกหน้าลงยังลำคอผม เป่ารดลมหายใจร้อนๆ ที่ชวนให้ใจเต้นรัว


 

“...ชอบผม?”


 

“ใช่...ชอบนาย จงอี้ใช้คำว่าอะไรนะ จีบ?”


 

“...”


 

“จากนี้ฉันจะจีบนาย จะทำให้นายชอบฉันให้ได้จื่อจื่อ”

..............................................

นะ...ในที่สุด! วันนี้ก็มาถึง!!!

หลานเยี่ยนรู้ใจตัวเองแล้วววว

ที่ผ่านมานี่คือไม่ได้จีบเลย ไม่ได้แสดงออกว่ารักชอบสักนิด 5555

เชื่อว่าจื่อจื่อจากนี้จะรับศึกหนักแน่ นอดูการจีบของหลานเยี่ยนได้เลย

หลายคนอยากให้จื่อจื่อเลี้ยงกระต่ายอีก บอกเลยว่าได้เลี้ยงแน่นอนค่ะแต่ต้องรอหลังจากนี้สักพักนะคะ

ขอบคุณทุกคนที่เอ็นดูเรื่องนี้น้าา

เรามีความสุขมากเลยเวลาได้อ่านคอมเม้นท์

ขอบคุณทุกคนที่มาเติมกำลังใจในการแต่งนิยายให้กันนะคะ

ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้า

บ๊ายบาย

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 859 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,078 ความคิดเห็น

  1. #1069 ppvs_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 08:54
    อ้ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,069
    0
  2. #830 Vevi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 07:12

    เพื่อนที่ไหนเค้ายอมให้ฟัดกันน้องต่าย!

    อ่านไปเขินไปค่ะ

    #830
    0
  3. #827 000 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 22:22

    ไม่ต้องจีบแล้ววแต่งกันไปเลยค่าาา

    #827
    0
  4. #807 RaNBoWRabBit (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 15:28
    ไม่ต้องจีบแล้วแต่งเลยยยย
    #807
    0
  5. #768 halfmoonx_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 10:52
    จะรู้ใจตัวเองต้องมีคนกระตุ้นสินะ55555 ขอบคุณจงอี้ค่ะ5555
    #768
    0
  6. #748 baby-m2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 23:56
    ไม่ต้องจีบแล้วหลานเยี่ยน! จื่อจื่อก็รู้สึกแบบเดียวกันนั่นแหละ ทางที่ดีคือแต่งเลยค่ะ! ร่อนการ์ดให้หนูด้วยย55555
    #748
    0
  7. #726 mmsnrzrr (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 08:22
    ไม่ต้องจีบแล้วค่ะแต่งเลย555
    #726
    0
  8. #678 kung21k (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 19:44
    รอเหมือนกันเขามาดูแล้วดูอีก
    #678
    1
    • #678-1 สุนัขน่ารัก(จากตอนที่ 15)
      28 มิถุนายน 2563 / 21:01
      วันนี้มาอัพช้าหน่อยเนื่องจากติดธุระค่ะ แต่มาอัพแล้วน้าา ขอบคุณที่รอค่า ><
      #678-1
  9. #677 toey2468 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 19:37
    จะจีบกันแล้ว อยากเห็นเค้าจีบกันเร็วแล้วอะ

    นี่ขนาดยังไม่จีบยังขนากนี้
    #677
    0
  10. #676 salinishukul (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 17:34
    วันนี้ไรท์ไม่อัปหรอ???? วันนี้วันอาทิตย์นิ?? ....หรือว่า ไรท์ติดธุระอ่ะ ส่วนใหญ่ไรท์ก็ตรงเวลาตลอด ทำไมยังอัป เป็นอะไรหรือป่าวอ่ะ???
    #676
    2
    • #676-1 สุนัขน่ารัก(จากตอนที่ 15)
      28 มิถุนายน 2563 / 21:02
      อัพค่า พอดีเราติดธุระเลยสะดวกมาอัพช่วงค่ำๆ ขอโทษที่ให้รอนะคะ ถ้าสะดวกติดตามทวิตหรือเพจnicedogได้นะคะ ถ้ามาอัพช้าหรือมีธุระเราจะแจ้งทางนั้นค่ะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ อ่านให้สนุกน้าา ><
      #676-1
  11. #675 srnsl (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 16:09

    เขินนนนอ่าาาาาาาาา มาต่อเร็วๆน่ะะะะะ

    #675
    0
  12. #674 Nong_1158 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 03:29
    จะจีบแล้วหนาาา555
    #674
    0
  13. #671 Silent8- (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 19:16
    ชั้นว่าจงอี้แปลกๆ;_;ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า
    #671
    0
  14. #670 bow46696 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 09:20
    เค้าจะเดินหน้ารุกเต็มกำลังแล้วค่ะทู๊กโคนนนนนนน
    #670
    0
  15. วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 23:46
    โอ๊ยยยยยยดีไปหมดอ่านมารวดเดียวน่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกก ไรท์อธิบายออกมาได้น่ารักมาก อยากเป็นกระต่ายเลยค่ะ
    #665
    0
  16. #662 TanSarochinee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 19:06
    ในที่สุดดดดดด///////
    #662
    0
  17. #659 ความกาวในตัวคุณ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 13:36
    กรี๊ดดดดดดด ฟหกดเาสวง

    หวารมากกกก จงอี้ good job!!
    #659
    0
  18. #656 comet2522 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 22:41
    เฮ้ยยย ขนาดไม่รู้ว่าตัวเองชอบยังขนาดนี้แล้วถ้ารู้ไม่ฟัดน้องต่ายทั้งวันทั้งคืนเหรอเนี่ย
    #656
    0
  19. #655 Cristalbenjie (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 19:31
    ในที่สุดดดด
    #655
    0
  20. #653 ฉันคือนางเงือก (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 16:07
    แล้วที่ผ่านมามันคืออะไรหลารเยี่ยนนนนนน
    เจ้าต่ายวุ่นแน่ เขารู้ตัวแล้ว หุหุ
    #653
    0
  21. #652 Bnbnbnbnbn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 15:22
    พี่หลานคะหนูขอตีพี่หนึ่งแปะพี่อย่าใจร้อนถนอมน้องหน่อยชีวิตคู่ต้องฟังเหตุผลกันและกันอย่าใช้แต่อารมณ์นะคะ บ้าจริงเราคิดไปถึงตอนเค้าแต่งงานอยู่กินด้วยกันแล้วแอแงงงง ต่ายคะขอย้ำกอีรอบเพื่อนกันไม่จูบกันค่ะฝากไว้ให้คีสสสส คูมไรท์อย่าลืมดูแลสุขภาพแล้วก็พักผ่อนเยอะๆนะคะ
    #652
    0
  22. #651 P-gorgoeus (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 10:01
    ในที่สุดดดดดดด เค้าบอกชอบกันแล้วค่ะแม่ // แค่ฝ่ายพระเอกเถอะ555 รอวันที่เค้าจะรู้ใจกันทั้งสองฝ่าย
    #651
    0
  23. #650 smile1432 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 08:08
    โอ้ยยย น้ำตัวลงร่วงง วันนี้ที่รอคอย วันที่หลานเยี่ยนรู้ใจตัวเองง5555
    รอค่าาา
    #650
    0
  24. #649 peace_in_apple (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 06:17
    รอฉากน้องเลี้ยงกระต่าย
    #649
    0
  25. #647 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 01:31
    หลานเยี่ยนนนน หึงเว้ยยยยยย
    #647
    0