กระต่ายมาเฟีย

ตอนที่ 13 : เลี้ยงกระต่าย》วันที่ 12《

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,018
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 918 ครั้ง
    7 มิ.ย. 63

เลี้ยงกระต่าย》วันที่ 12《


 


 

อุ่นจัง


 

“อื้อ...” ผมครางในลำคอเบาๆ เมื่อถูกอะไรบางอย่างก่อกวน ผมขยับใบหน้าซุกเข้าหาไออุ่นตรงหน้ามากขึ้นก่อนจะปล่อยสติให้ไหลไปอีกครั้ง


 

“หึ...หลับสบายเลยนะ” เสียงนั้นดังขึ้นในระยะประชิดพร้อมกับสัมผัสของฝ่ามือที่ลูบเส้นผมสีดำของผมอย่างอ่อนโยนจนเผลอเคลิ้มไป


 

“...อื้อ”


 

“ถ้านายยังกอดฉันแน่นแบบนี้ก็ลุกไปอาบน้ำไม่ได้พอดีสิ”


 

“...” กอดแน่น?


 

ใครกอด...ผมเหรอ


 

ผมพยายามใช้สมองที่กำลังงัวเงียประมวลผลก่อนดวงตาสีน้ำตาลของผมจะเบิกกว้างเมื่อนึกออกว่าเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่เป็นของใคร ภาพตรงหน้าคือแผ่นอกเปลือยเปล่าซึ่งผมกำลังแนบใบหน้าอยู่ตามแนวกล้ามเนื้อนั่น


 

เพียงแค่นั้นก็มากพอให้เลือดภายในกายฉีดพล่านไปทั่วร่างด้วยความเขินอายที่เกินกว่าจะควบคุม แต่เมื่อตื่นเต็มตาถึงได้รู้ความจริงว่าตัวเองเป็นฝ่ายกอดรัดหลานเยี่ยนแน่นราวกับอีกฝ่ายเป็นหมอนข้างใบโปรด


 

อยากจะมุดหนีไปซะเดี๋ยวนี้เลย


 

“ฮืม?...ตื่นแล้วเหรอจื่อจื่อ” หลานเยี่ยนเหมือนจะรู้ว่าผมตื่นแล้วทั้งที่ตัวผมไม่ได้พูดหรือขยับเคลื่อนไหวใดๆ


 

“...” ผมแกล้งทำเป็นยังหลับอยู่ค่อยๆ ดึงแขนของตัวเองที่กอดอีกฝ่ายแน่นกลับมาก่อนรีบพลิกตัวไปอีกฝั่งเพื่อหนีความอับอาย


 

ให้ตายเถอะตัวผม!


 

ก็รู้ตัวว่านอนดิ้นแต่ดันดิ้นไปกอดหลานเยี่ยนแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน แล้วก็ไม่รู้ว่านอนกอดอีกฝ่ายมานานแค่ไหนแล้ว ภาวนาให้ผมเพิ่งกอดอีกฝ่ายไม่ถึงสองนาทีละกัน ถึงมันจะแทบเป็นไปไม่ได้เลยก็ตาม


 

“จื่อจื่อ? อะไร...จะหลับต่อเหรอ” หลานเยี่ยนถามพลางขยับตัวเข้ามาใกล้ผมทีละนิด


 

“...” ใครจะกล้าเปิดปากตอนนี้กัน


 

ถึงอีกฝ่ายจะเหมือนรู้ว่าผมตื่นแต่ผมจะแสร้งทำเป็นหลับซะอย่างใครจะทำไม ผมลืมตาไปเผชิญหน้ากับหลานเยี่ยนตรงๆ ตอนนี้ไม่ไหวหรอกนะ


 

“นี่จื่อจื่อ...เขินเหรอ” เสียงนั้นกระซิบข้างใบหูพร้อมลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารด


 

“ใครเขินกัน!” ผมเผลอตอบกลับไปตามสัญชาญาณ ลืมตาขึ้นแล้วหันไปส่งสายตาขวางๆ ให้หลานเยี่ยนที่กำลังนอนเท้าแขนมองมาทางผมด้วยรอยยิ้มที่ดูกวนประสาทที่สุด


 

“ก็ตื่นแล้วนี่”


 

“อึก...ไม่ไปอาบน้ำรึไง” ผมเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากเขินมากไปกว่านี้


 

“อีกเดี๋ยวก็ได้”


 

“งั้นผมไปอาบก่อน...โอ๊ะ...อะไร” ผมที่กำลังจะเปลี่ยนแผนไปหลบในห้องน้ำถูกคนด้านหลังคว้าแขนไว้พร้อมกับออกแรงดึงไม่ยอมให้ผมลุกขึ้น


 

“คุยกันก่อนสิ” อีกฝ่ายดึงผมให้พลิกกลับไปเผชิญหน้า


 

“...คุยอะไร”


 

“ก็อย่างเรื่อง...ที่นายกอดฉันทั้งคืน” หลานเยี่ยนเน้นเสียงในประโยคสุดท้ายทำเอาใบหน้าผมร้อนผ่าวขึ้นมา


 

“ผมกะ...คุณทั้งคืน?” ผมละคำว่ากอดไว้เพราะรู้สึกอายเกินกว่าจะเอ่ยออกมาได้


 

“ใช่ กอดแน่นมากไม่ยอมให้ขยับหรือพลิกตัวเลยด้วย” อีกฝ่ายจ้องมองผมตรงๆ ขณะพูด ฟังก็รู้ว่าไม่ได้โกหก


 

ผมนอนกอดหลานเยี่ยนทั้งคืนจริงๆ เหรอ?!


 

โอ้ย...อยากจะหนีเข้าห้องน้ำมันซะเดี๋ยวนี้เลย


 

ไม่สิ ผมจะหนีปัญหาเพราะความเขินอายไม่ได้ ต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยก่อนค่อยเดินเข้าห้องน้ำอย่างสง่าผ่าเผย


 

“คืองี้หลานเยี่ยน ผมจะไม่แก้ตัวอะไร ก็บอกไปแล้วว่าผมนอนดิ้นแต่คุณก็บอกเองว่าจะลองดูเพราะงั้นจะโทษผมไม่ได้” ผมเกริ่นประโยคแรกจบลง ดีใจมากที่สามารถควบคุมเสียงตัวเองไม่ให้สั่นได้


 

“ฉันว่าก็ไม่ดิ้นเท่าไหร่ พอกลิ้งมาซุกฉันก็กอดแน่นหลับปุ๋ยจนถึงเช้า” หลานเยี่ยนอมยิ้มทำหน้าเหมือนกำลังนึกย้อนไปยังเหตุการณ์เมื่อคืน


 

“...ผมไม่รู้ตัวนี่นา ขอโทษด้วยถ้าทำให้คุณอึดอัด มันห้ามตัวเองได้ที่ไหน เพราะงั้นคืนนี้ให้ผมไปนอนห้องอื่นเถอะพวกเราจะได้สบายใจกันทั้งคู่” ผมเสนอทางออกที่คิดว่าดีที่สุดให้กับหลานเยี่ยน


 

ขืนนอนด้วยกันต่อไปคงไม่พ้นผมกอดหลานเยี่ยนไว้ทั้งคืนแน่


 

“ไม่” คนฟังปฏิเสธทันควัน


 

“ทำไมล่ะ หรือคุณอยากโดนผมกอดทุกวันรึไง” ผมทำเสียงล้อเลียนขณะเด้งตัวลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิเพื่อจะได้คุยกับอีกฝ่ายดีๆ


 

“ใช่ ฉันอยากโดนนายกอดทุกวัน”


 

“...” ผมถึงกับพูดไม่ออก ไม่คิดเลยว่าจะได้ยินคำตอบแบบนั้นจากปากของหลานเยี่ยน


 

“ไม่ต้องย้ายห้อง นอนนี่แหละ อีกเรื่อง...วันนี้นายต้องไปทำงานกับฉัน” หลานเยี่ยนเองก็เปลี่ยนอิริยาบถมาเป็นนั่งบ้าง


 

“ไม่ยอมให้ผมห่างสายตาเลยนะ” ได้ทีขอหน่อยเถอะ


 

“ให้ห่างแล้วเป็นยังไง แอบออกไปข้างนอก คนติดตามก็พาไปแค่สองคน” อีกฝ่ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดขุ่นเคืองทว่ากลับแฝงไปด้วยความห่วงใยจนผมรู้สึกผิดขึ้นมาอีกครั้ง


 

“ผมขอโทษ จะไม่ทำแล้ว ไปทำงานกับคุณก็ได้...หายโกรธผมเถอะ” ผมแทบเข้าไปเขย่าแขนอีกฝ่ายเหมือนเด็กห้าขวบอยู่แล้ว


 

“หายโกรธตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”


 

“จริงนะ”


 

“อืม...แต่ยังห่วงอยู่” คำพูดตรงๆ นั้นทำเอาใบหน้าผมร้อนขึ้นอีกรอบ


 

“ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวก็สายหรอก” ผมเป็นเรื่องคุย


 

“อืม”


 

“ให้ผมช่วยเตรียมชุดไว้ให้ไหม” ผมถามอีก ให้นั่งรออีกฝ่ายเฉยๆ มันน่าเบื่อ


 

“นายก็เลือกชุดที่นายจะใส่ด้วยเลย” หลานเยี่ยนพยักหน้าอนุญาต


 

“ได้เลยครับผม” ผมฉีกยิ้มส่งอีกฝ่ายเข้าห้องน้ำก่อนจะลุกขึ้นมาเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวกับเสื้อนอกสีน้ำตาลเข้มเข้าคู่กับกางเกงของยาวและเนคไทน์สีอิฐมาแแขวนเรียงไว้ด้านหน้าอย่างรวดเร็ว


 

ผมเห็นหลานเยี่ยนเปิดตู้นี้มานับร้อยครั้ง อะไรอยู่ตำแหน่งไหนผมรู้เหมือนตัวเป็นเจ้าของแม้นี่จะเป็นครั้งที่สองที่ผมได้เปิดตู้เสื้อผ้าราคาแพงตรงหน้าก็ตาม ส่วนครั้งแรกก็ตอนหยิบชุดนอนเมื่อวาน


 

ชุดของผมนั้นเลือกตัวที่ค่อนข้างธรรมดาและสุภาพอย่างเสื้อเชิ้ตสีครีมกับกางเกงขายาวสีน้ำตาลอ่อนซึ่งผมว่ามันน่าจะสุภาพพอนะ


 

รอจนหลานเยี่ยนพันผ้าขนหนูเดินออกมาผมก็เตรียมจะเข้าไปในห้องน้ำแทนโดยผมหยิบเสื้อผ้าที่จะเปลี่ยนเข้าไปด้วยเนื่องจากไม่ได้ใจกล้าพอจะเดินเปลือยกายพันแค่ผ้าขนหนูออกมาเหมือนเจ้าของห้อง


 

“ไม่ต้องเอาเข้าไป ออกมาแต่งตัวข้างนอก” หลานเยี่ยนคว้าไม้แขวนเสื้อที่มีเสื้อเชิ้ตสีครีมแขวนอยู่ไป


 

“แต่งข้างในดีกว่า”


 

“ข้างในมันอบเดี๋ยวก็เป็นลมหรอก”


 

“ไม่ได้อบขนาดนั้น”


 

“อย่าดื้อจื่อจื่อ” หลานเยี่ยนหรี่ตามองผมคล้ายจะกดดันให้ทำตาม


 

“...ผมไม่ได้กล้าเดินโทงๆ เหมือนคุณนี่” ผมบอกไปตามจริง ถึงรูปร่างผมจะไม่แย่แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องให้ใครเห็นไหม


 

“โทงๆ ที่ไหน มีผ้าขนหนู” อีกฝ่ายชี้ลงไปยังผ้าขนหนูเบื้องล่าง


 

“ก็ยังโป๊อยู่”


 

“งั้นก็ใส่เสื้อคลุมออกมา” หลานเยี่ยนเปิดตู้ก่อนจะโยนเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวออกมาให้ผม


 

“ยังไงผมก็ต้องออกมาแต่งตัวข้างนอกเหรอ”


 

“ใช่”


 

“...ก็ได้” เถียงกันไปก็แทบจะไม่ชนะ ผมจึงยอมก้าวเข้าไปในห้องน้ำโดยมีเพียงเสื้อคลุมอาบน้ำติดมือไป


 

เมื่ออาบเสร็จผมใช้เวลาทำใจสักพักกว่าจะก้าวออกมาด้านนอกได้ หลานเยี่ยนในตอนนี้กำลังหวีผมสีทองหม่นของตัวที่บัดนี้ยาวเกือบถึงสะโพกแล้ว เขาเหล่มองผมเพียงครู่เดียวก็ละสายตาไปทางอื่นซึ่งผมต้องขอบคุณเป็นอย่างมาก


 

ผมอาศัยจังหวะนั้นแต่งตัวด้วยความเร็วสูงสุดหยิบกางเกงในที่หลานเยี่ยนให้คนไปจัดการซื้อให้เมื่อวานมาใส่ตามด้วยกางเกงขายาว ในจังหวะที่ผมกำลังเอื้อมมือไปหยิบเสื้อกลับรู้สึกเหมือนถูกจ้องและพอหันไปก็เจอเข้ากับดวงตาสีเทาที่กำลังมองมาจริงๆ


 

ดีที่เปลือยแค่ท่อนบนผมจึงไม่รู้สึกอายมากนัก


 

“มองอะไรหลานเยี่ยน” ผมหยิบเสื้อเชิ้ตสีครีมมาสวมพร้อมกับเริ่มติดกระดุม


 

“แค่คิดว่านายจะอายทำไม ร่างกายนายน่ามองจะตาย” คำพูดตรงๆ นั่นทำเอาผมเขินไม่รู้รอบที่เท่าไหร่


 

“หยุดพูดเลย จะสายแล้วรีบลงไปกินข้าวกัน”


 

“เพราะนายกอดฉันไม่ปล่อยนั่นแหละ” อีกฝ่ายทำหน้าหน่ายๆ ขณะเดินนำลงไป


 

“คนที่ชวนคุยจนเสียเวลาไปนับสิบนาทียังกล้าพูดอีกนะ” ถ้าลุกไปอาบน้ำตั้งแต่ผมคลายวงแขนก็จบแล้วแต่นี่ดันมาคุยนู่นนี่นั่นกว่าจะได้อาบน้ำก็เสียเวลาไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว


 

“หึ...”


 

“กวนเก่ง”


 

พวกเราพูดคุยกันเรื่อยๆ จนถึงห้องอาหาร แม่บ้านนำอาหารออกมาเสิร์ฟ วันนี้มีผมและหลานเยี่ยนนั่งกินด้วยกัน ความจริงเป็นแบบนี้ก็ดีผมจะได้บังคับอีกฝ่ายให้กินมื้อเช้าได้สะดวก ตอนเป็นกระต่ายกว่าจะบอกได้ก็ต้องรอที่ปลอดคน


 

หลังจบมื้ออาหารพวกเรามุ่งหน้าสู่ที่ทำงานของหลานเยี่ยน การจราจรนับว่าติดขัด กว่าจะไปถึงก็เลยเวลาเข้างานไปเกือบครึ่งชั่วโมงแต่ใครจะกล้าว่าเจ้าของอย่างหลานเยี่ยนได้ล่ะ ด้วยฐานะของเขาจะทำงานอยู่บ้านก็ยังได้


 

ผมเดินตามหลังหลานเยี่ยนเข้ามาด้านในท่ามกลางสายตานับร้อยที่จับจ้องมาไม่วางตาซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ พวกเขาทุกคนไม่เคยเห็นผมมาก่อน เชื่อว่าพอผ่านไปสักอาทิตย์พวกเขาคงชินกันไปเอง ห้องทำงานของหลานเยี่ยนยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนไม่ว่าจะเป็นชุดโซฟาสีขาว โต๊ะทำงานสีเทาหรือแม้แต่คอกกระต่ายด้านหลัง จะมีก็แค่โต๊ะยาวที่ถูกนำมาใช้เป็นที่วางแฟ้มเอกสารนับสิบ


 

ก็พอเดาได้ว่างานคงค้างไว้ไม่น้อยแต่ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้


 

“ถ้าหยุดต่อห้องคุณต้องกลายเป็นห้องเก็บเอกสารแน่ๆ” ผมอดไม่ได้ที่จะพูด


 

“หึ...ก็จริง”


 

“จะทำหมดนี่ไหวเหรอ” เห็นแล้วท้อแท้แทนเลย


 

“ไม่ไหวก็ต้องไหว”


 

“สมกับเป็นไห่หลานเยี่ยน คุณทำได้อยู่แล้ว กาแฟอีกสักแก้วไหม” ผมหันไปเห็นเครื่องชงกาแฟมุมห้องพอดีเลยเอ่ยถาม


 

“ก็ดี” หลานเยี่ยนพยักหน้า


 

“ปกติคุณกินแบบไหน” พอเดินเข้ามาใกล้ๆ เครื่องนี้สามารถทำเครื่องดื่มได้หลายแบบมีทั้งชา กาแฟ โกโก้ก็มี กาแฟยังแบ่งเป็นเอสเพรชโซ่ คาปูชิโน่และลาเต้


 

“ได้หมด กดมาสักอัน”


 

“ตามใจผมเลยนะ”


 

“อืม” พูดจบหลานเยี่ยนก็เริ่มเปิดแฟ้มเอกสารลงมืออ่าน


 

เครื่องทำกาแฟอันนี้นอกจากใช้งานง่ายเพียงแค่กดปุ่มแล้วยังเร็วมากอีกด้วย ไม่ถึงสองนาทีกาแฟลาเต้ก็พร้อมเสิร์ฟ ผมกดปุ่มโกโก้เพื่อชงเครื่องดื่มของตัวเองระหว่างรอจึงถือถ้วยไปเสิร์ฟให้


 

หลานเยี่ยนรับแก้วกาแฟไปจิบก่อนทำงานต่อ ผมเองก็ไม่ได้พูดคุยอะไรอีกเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายต้องใช้สมาธิในการทำงานมาก เมื่อได้โกโก้ร้อนของตัวเองผมเดินไปนั่งปักหลักยังโซฟายาวสีขาว นั่งจิบโกโก้สลับกับเล่นโทรศัพท์ซึ่งดูแล้วช่างสบายเหลือเกินผิดกับหลานเยี่ยนที่นั่งหน้าเคร่งเครียดเซ็นเอกสาร


 

อยากจะช่วยอยู่หรอกแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง


 

ผมรู้สึกอยากกลับเป็นกระต่ายเพราะอย่างน้อยก็สามารถนอนบนตักให้อีกฝ่ายลูบคลายเครียดได้


 

ผ่านไปครึ่งวันงานที่พร่องไปประมาณหกแฟ้มถูกเจียงฮุยและไป๋หยางขนมาเติมอีกสิบแฟ้มกลายเป็นว่าตอนนี้งานมากกว่าเดิมอีก


 

กึก!


 

เสียงวางปากกาเรียกให้ผมหันไปสนใจ หลานเยี่ยนเงยหน้าขึ้นใช้มือข้างหนึ่งก่ายหน้าผากและหลับตาคล้ายกำลังพักสายตาที่ถูกใช้งานหนักติดต่อกันมาหลายชั่วโมง


 

“หลานเยี่ยน...ไหวไหม” ผมรีบลุกขึ้นเดินเข้าอ้อมไปซ้อนด้านหลังเก้าอี้ก่อนจะก้มหน้าลงไปมอง ใบหน้าของอีกฝ่านอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด


 

“เหนื่อย...ต้องอ่านแล้วเซ็น เซ็นเสร็จก็อ่านอันต่อไปแล้วก็เซ็นอีก”


 

“ก็งานคุณสะสมไว้เยอะนี่”


 

“อืม...นี่จื่อจื่อ”


 

“ฮืม?”


 

“มาช่วยฉันเซ็นหน่อย” ดวงตาสีเทาลืมขึ้นประสานกับดวงตาสีน้ำตาลของผม


 

“ฮะ?” ช่วยเซ็นอะไร


 

“ช่วยเซ็นเอกสารพวกนี้หน่อย” หลานเยี่ยนขยายความต่ออีกนิด


 

“ผมเซ็นแทนได้ที่ไหนเล่า จะให้ผมปลอมลายเซ็นคุณรึไง”


 

“ไม่ต้องปลอม เซ็นลายเซ็นนายปกติ เดี๋ยวฉันให้เจียงฮุยจัดการแจ้งฝ่ายต่างๆ ว่าลายเซ็นนายมีอำนาจเทียบเท่าลายเซ็นฉัน”


 

“หลานเยี่ยน!” ผมแทบจะตะโกนใส่อีกฝ่ายที่กล้าพูดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ออกมาหน้าตาเฉย ลายเซ็นผมมีอำนาจเทียบเท่าลายเซ็นหลานเยี่ยน?


 

บ้าไปแล้ว


 

บ้ามากเลยด้วย!


 

“แบบนั้นงานฉันจะได้เสร็จเร็วขึ้น”


 

“คุณไม่กลัวว่าผมจะยักยอกเงิน เปลี่ยนชื่อเจ้าของบริษัทเป็นผมเองเหรอ”


 

“ถ้านายจะเอาก็แค่บอกมา”


 

“...นี่หลานเยี่ยน...คุณเบลอแล้วใช่ไหม” ชักพูดจาไม่รู้เรื่องแล้วนะ


 

“นายคงไม่อยากเหนื่อยหรอกที่ต้องมานั่งเซ็นเอกสารพวกนี้” หลานเยี่ยนพูดราวกับอ่านใจผมได้


 

“คุณไว้ใจผมมากไปแล้ว”


 

“ฉันไว้ใจนายมากกว่าที่ตัวนายคิด เลิกพูดแล้วหยิบแฟ้มไปเซ็น” อีกฝ่ายชี้ไปยังกองแฟ้มด้านข้าง


 

“ก็ได้ ถ้าผมไม่เข้าใจตรงไหนจะมาถาม” ในเมื่อเป็นแบบนี้ปฏิเสธไปก็ไม่ช่วยอะไรผมจึงเดินไม่หยิบแฟ้มหนึ่งขึ้นมาเปิดอ่าน เนื้อหาภายในเป็นสัญญาการเช่าที่ดินระยะยาวสำหรับสร้างร้านอาหาร หลานเยี่ยนต้องเซ็นอนุมัติให้สัญญานี้สำเร็จ


 

ผมอ่านเนื้อความในสัญญาเพื่อดูว่ามีอะไรผิดปกติไหม เมื่อไม่มีผมก็เซ็นลายเซ็นของตัวเองลงไปบนหน้ากระดาษ การมีผมเข้ามาช่วยเซ็นแบ่งเบาภาระของหลานเยี่ยนไปได้เกือบครึ่ง งานที่คิดว่าคงต้องใช้เวลาเกือบอาทิตย์กลับเสร็จลงในสี่วันนับว่าเกินความคาดหมาย


 

หลังจากจัดการงานเสร็จหน้าที่ผมก็เหลือแค่ชงกาแฟให้หลานเยี่ยนและนั่งเล่นโทรศัพท์รอจนกว่าจะถึงเวลาเลิกงาน ผมใช้เวลาเรื่อยเปื่อยแบบนี้มาสองอาทิตย์แล้ว


 

น่าเบื่อมาก


 

อยากจะออกไปไหนสักแห่งแต่ก็รู้ว่าอันตราย การเคลื่อนไหวของคนร้ายตอนนี้ก็ยังไม่มี ความคืบหน้าในการสืบหาก็ไม่มีอีกเช่นกัน


 

ปัง!


 

“พี่ชาย น้องสาวมาเยี่ยมแล้ว” ในช่วงที่ผมกำลังเคลิ้มๆ ใกล้หลับเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นทำเอาผมเด้งตัวนั่งหลังตรงแทบไม่ทัน


 

หน้าประตูมีหญิงสาวในชุดเดรสแขนยาวสีฟ้าอ่อนกำลังยืนส่งยิ้มหวานดุจนางฟ้ามาอยู่ แน่นอนว่าเธอคนนี้คือไห่หลินเซียนน้องสาวของไห่หลานเยี่ยนนั่นเอง


 

“เสียงดัง” หลานเยี่ยนไม่เงยหน้าขึ้นมามองผู้มาเยือนคนใหม่ด้วยซ้ำ เห็นว่าต้องรีบจัดการงานที่มีปัญหาสักจุดก่อนจะเข้าประชุมในอีกครึ่งชั่วโมง


 

“ไม่สนใจน้องเลย สวัสดีค่ะ คุณคงเป็นคุณต่ายใช่ไหมคะ” หญิงสาวตรงหน้าก้าวเข้ามาทักทายผมเสียงหวาน


 

“ครับผมต่าย ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณหลินเซียน” ผมยกมือขึ้นไปจับมืออีกฝ่ายที่ยื่นมาตรงหน้า


 

“รู้จักฉันด้วยเหรอคะ” อีกฝ่ายเหมือนจะตกใจไม่น้อย ให้เดาหลานเยี่ยนคงไม่ได้บอกเรื่องที่ผมเป็นกระต่ายให้น้องสาวฟังซึ่งก็ดีแล้ว


 

“รู้จักสิครับ คุณทั้งโดดเด่นและมีเสน่ห์มาก” ผมชมไปตามจริง


 

“แหม ชมแบบนี้ก็เขินแย่สิคะ เรียกหลินเซียนเฉยๆ เถอะค่ะ คุณต่ายเป็นเพื่อนของพี่ชายก็นับว่าเป็นพี่ชายฉันอีกคน” อีกฝ่ายนั่งลงข้างๆ ผม


 

“ผมได้รับเกียรติมีน้องสาวแสนสวยขนาดนี้เลยเหรอครับ”


 

“ปากหวานมาก พี่คะฉันรักพี่!” พูดจบเธอก็ทำท่าเหมือนจะโผลเข้ากอดผมแต่ถูกฝ่ามือของหลานเยี่ยนที่เดินมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ยันหน้าผากไว้


 

“น้อยๆ หน่อย” ไม่รู้ว่าคำพูดนั้นของหลานเยี่ยนกำลังบอกใครกันแน่


 

“อะไรพี่ชาย ฉันมีพี่คนใหม่แล้วไม่ง้อพี่หรอก” หลินเซียนทำเสียงเชอะใส่พี่ชายตัวเอง


 

“รู้จักกันยังไม่ถึงสิบนาทีนับเป็นพี่ชายแล้ว?” หลานเยี่ยนย้อนถาม


 

“แค่นาทีเดียวก็นับแล้ว ฉันถูกชะตากับพี่ต่ายมาก ดีล่ะ...ไม่ชวนพี่แล้ว พี่ต่ายเราไปเที่ยวกันเถอะ” หลินเซียนเอื้อมมือมากุมมือผมพร้อมกับทำตาหวานใส่ เป็นสายตาที่ใครเห็นคงปฏิเสธไม่ลง


 

“ไปไหนครับ”


 

“ไปห้างค่ะ พี่ต่ายชอบกินพวกขนมหรือของหวานไหมคะ”


 

“ชอบสิ” ผมพยักหน้า


 

“เยี่ยมเลย ไปกันเถอะ...อะไรพี่ชาย” หลินเซียนหันไปมองหน้าพี่ชายที่ดึงมือผมที่ถูกกุมอยู่ออก


 

“ไปไม่ได้”


 

“ไม่ได้ชวนพี่นี่ ชวนพี่ต่ายต่างหาก”


 

“นั่นแหละถึงบอกไม่ได้ ช่วงนี้อันตราย”


 

“จะให้คนติดตามไปสิบสองคน เดินห้างในเขตพื้นที่ของพี่ชายและจะพากลับไปส่งถึงบ้านด้วยรถกันกระสุน” น้องสาวหันไปยื่นข้อเสนอให้พี่ชาย


 

“ก็ยังไม่ให้ไปอยู่ดี”


 

“ทำไมล่ะ นี่พี่คิดจะกักขังพี่ต่ายไว้ตลอดไปรึไง ไม่รู้เหรอว่าเวลาเราถูกจำกัดอิสรภาพจะทำให้เกิดความเครียดจนถึงขั้นป่วยได้ ดีไม่ดีอาจส่งผลถึงชีวิต ดูหน้าพี่ต่ายสิ...พี่เขาเหมือนคนที่กำลังเบื่อหน่ายเป็นอย่างมาก ถ้าได้ออกไปเที่ยวเล่นสักหน่อยคงช่วยได้แท้ๆ แค่นี้พี่ไม่รู้รึไง” คนเป็นน้องบ่นพี่ชายตัวเองยาวเหยียด


 

“...อยากไปรึเปล่า” หลานเยี่ยนรับฟังและคิดตาม เขามองหน้าผมอยู่นานกว่าจะถามออกมา


 

“ถ้าบอกว่าอยากจะยอมให้ไปไหม”


 

“...ไม่อยากให้ไป...แต่ยอม” หลานเยี่ยนเหมือนคนที่กำลังสู้กับความคิดตัวเองอยู่สุดท้ายก็ยอมให้ผมไป


 

“ขอบคุณนะหลานเยี่ยน ผมอยากไป”


 

“ฉันจะไปเลื่อนประประชุม”


 

“อย่าทำแบบนั้น ประชุมด่วนนี่” ผมได้ยินมาจากเจียงฮุยที่เข้ามาแจ้งกำหนดการในช่วงบ่าย


 

“ให้ไปกันเองมันอันตราย” หลานเยี่ยนทำหน้ากังวล


 

“ผมปกป้องตัวเองได้ และจะปกป้องน้องสาวของคุณด้วย สัญญาว่าจะปลอดภัยกลับมา”


 

“...คนติดตามสิบห้าคน” อีกฝ่ายหันไปพูดกับน้องสาว


 

“ได้เลยค่ะพี่ชาย จะเลือกเฉพาะคนฝีมือดีๆ ไปแน่นอน”


 

“รีบกลับล่ะ ระวังตัวด้วย” หลานเยี่ยนใช้มือสองข้างจับไหล่ผมแน่นขณะพูด


 

“ผมรู้แล้ว ไม่ต้องห่วงนะ จะรีบไปรีบกลับ คงกลับถึงพร้อมๆ คุณแหละ” เวลาในตอนนี้เกือบบ่ายสองแล้ว กลับไปเจอที่คฤหาสน์เลยจะง่ายกว่า


 

“อืม”


 

“มีสมาธิกับการประชุมล่ะ แล้วเจอกัน”


 

“แล้วเจอกัน”


 

พวกเราบอกลากันเสร็จหลินเซียนก็ติดต่อให้คนคุ้มกันมารับด้านหน้าพร้อมรถยนต์คันสีเงิน ทั้งที่กำลังจะเริ่มประชุมแต่หลานเยี่ยนก็ยังเดินมาส่ง ผมรู้ว่าอีกฝ่ายไม่อยากให้ผมไปเพราะเป็นห่วง แต่ที่ยอมให้ไปคงเพราะคำพูดของหลินเซียนที่บอกว่าการให้อยู่แบบนี้อาจทำให้เครียดได้


 

ว่ากันตามจริงคือผมไม่เครียดแค่เวลาไม่มีอะไรทำมันก็จะเบื่อๆ ก็เท่านั้น


 

ได้ออกมาข้างนอกช่วยให้หายเบื่อได้เยอะ


 

หลินเซียนพาผมมายังห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่มีถึงแปดชั้น พวกเราเดินเล่นไปแทบทั่วทั้งห้างใช้เวลาไปเป็นชั่วโมงโดยมีผู้ติดตามด้านหลังเดิมตามไม่ห่าง เรียกว่าใครเห็นเป็นต้องมอง


 

หลังเดินวนทั่วแล้วหลินเซียนชวนผมไปกินไอติมยังคาเฟ่แห่งหนึ่งที่มีการจัดแต่งเป็นโทนสีชมพูหวานแหวว เพื่อความปลอดภัยเธอจึงเลือกที่เหมาทั้งร้านแต่ถึงไม่เหมาด้วยจำนวนคนก็นับว่าเกือบเต็มร้านอยู่ดี เราทั้งคู่สั่งขนมหวานมาคนละแบบ หลินเซียนสั่งไอติมสองลูกกับเครป ส่วนผมสั่งไอติมสองลูกกับวาฟเฟิ้ล เมื่อของหวานมาเสิร์ฟผมถ่ายรูปส่งไปให้หลานเยี่ยนดูพร้อมกับรายงานว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน


 

ตอนแรกกะว่าจะทิ้งข้อความไว้ยาวๆ รออีกฝ่ายว่างคงเข้ามาอ่านแต่พอผมส่งรูปไปก็ขึ้นคำว่าอ่านแล้วทันที หลานเยี่ยนพิมพ์ถามกลับว่าน่าอร่อยผมเลยบอกไปว่าไว้คราวหน้ามาด้วยกันนะก็ได้รับคำว่าอืมตอบกลับมา


 

“ยิ้มอะไรคะพี่ต่าย คุยกับใครอยู่เอ่ย” สาวตรงหน้าเอ่ยถาม


 

“คุยกับพี่ชายเรานั่นแหละ”


 

“พี่ต่ายสนิทกับพี่ชายมากใช่ไหมคะ”


 

“ก็นับว่าสนิทอยู่” ผมไม่ค่อยแน่ใจว่าที่เป็นอยู่นี้นับว่าสนิทมากรึเปล่า


 

“ในมุมของฉันที่เป็นน้องสาวพี่ต่ายพิเศษมากสำหรับพี่ชาย ฉันไม่เคยเห็นพี่ชายแสดงออกกับใครมากขนาดนี้มาก่อน ขอถามตรงๆ สักคำถามได้ไหมคะ”


 

“ได้สิ” ผมพยักหน้าพลางตักไอติมเข้าปาก


 

“เป็นคนรักของพี่ชายรึเปล่าคะ”


 

“แค่ก! แค่ก!” ผมถึงกับสำลักไอติมที่ตักเข้าปาก หยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบแทบไม่ทัน


 

“โอ๋ๆ เขินเหรอคะ” หลินเซียนส่งยิ้มมาให้


 

“ไม่ได้เขิน ถามอะไรน่ะ...คนรัก? จะใช่ได้ยังไง”


 

“แปลว่าไม่ใช่?”


 

“ไม่ใช่ พวกเราเป็นเพื่อนกัน”


 

“จริงเหรอคะ”


 

“จริงสิ” ผมพยักหน้ารัวๆ ส่งไป


 

คนรักของหลานเยี่ยน แค่คิดหน้าก็ร้อนวูบวาบแล้วแถมหัวใจยังเต้นแรงอีก อาการหนักมากตอนนี้


 

“ครั้งนี้จะยอมเชื่อก็ได้” อีกฝ่ายยอมเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อไม่ให้ผมสำลักไปมากกว่านี้


 

ใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการนั่งกินไปคุยไปพวกเราก็ออกจากร้าน ระหว่างนั้นผมกับหลินเซียนแยกกันเพื่อเข้าห้องน้ำ คนติดตามทั้งสิบห้าคนไม่ได้ตามเข้าไปถึงในห้องน้ำผมจึงเดินเข้าไปโดยไม่เกร็งแต่แล้วในขณะที่กำลังล้างมือก็มีเงาของคนคนหนึ่งทาบผ่าน


 

ผมหันกลับไปก็เจอเข้ากับชายหนุ่มที่น่าจะอายุอ่อนกว่าสวมเสื้อเชิ้ตสีเลือดนกกับกางเกงสีดำยืนจ้องหน้าผมด้วยความไม่พอใจ


 

“คุณเป็นใคร” ผมเอ่ยถาม


 

“นายเป็นอะไรกับหลินเซียน” อีกฝ่ายไม่ยอมตอบแต่ถามกลับเสียงเข้ม


 

“ผมเป็นเพื่อนพี่ชายเธอ” ในเมื่ออยากรู้ก็จะตอบให้


 

“แค่เพื่อนพี่ชายทำไมต้องมากินขนมร้านเดียวกัน ทำไมต้องพูดคุยส่งยิ้มหวานให้กันขนาดนั้น” อีกฝ่ายยิงคำถามรัวๆ พร้อมกับขยับหน้าเข้ามาใกล้


 

“คุณชอบหลินเซียน?” ผมถามกลับบ้าง เท่าที่ฟังรูปประโยคกับแรงกดดันที่เหมือนจะหึงหวงนั้นก็คิดได้แค่อย่างเดียว


 

ฉ่า!


 

ผมได้ยินเสียงเหมือนใบหน้าของคนตรงหน้ากำลังไหม้เกรียม ผิวของอีกฝ่ายไม่ได้ขาวมากแต่ก็มองเห็นรอยแดงๆ บนใบหน้าได้อย่างชัดเจน


 

“พะ...พูดอะไร”


 

“ผมเข้าใจแล้ว” หลักฐานชัดขนาดนี้ไม่ต้องตอบก็รู้


 

“เข้าใจอะไรของนาย”


 

“เข้าใจว่าชอบมาก ไม่ต้องกังวลผมเป็นแค่พี่เท่านั้นไม่ได้คิดกับหลินเซียนเกินเลยแม้แต่น้อย” ผมพูดให้อีกฝ่ายเข้าใจ


 

“แน่ใจนะ ฉันเชื่อได้แน่ใช่รึเปล่า”


 

“แน่สิ”


 

“ดี ฉันจะได้ไม่ต้องลงมือจัดการนาย ขอตัวล่ะ” พูดจบอีกฝ่ายก็ก้าวออกไปในทันทีแต่ก็ยังช้ากว่าผมที่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพด้านหลังอีกฝ่ายไว้


 

ตอนกลับออกมาข้างนอกผมคุยเรื่องนี้กับหลินเซียนเพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายควรจะรู้ไว้ เมื่อเอารูปให้ดูหลินเซียนกลับเป็นฝ่ายหน้าแดงซะเอง มองก็รู้ว่าคงชอบไม่น้อยไปกว่ากัน


 

“ชอบเขาสินะ” ผมถามขณะเดินกลับกัน


 

“พี่พูดอะไรน่ะ”


 

“แสดงออกขนาดนี้ไม่รู้ก็แปลก”


 

“ฝ่ายนั้นยังไม่เห็นรู้เลย” หลินเซียนทำหน้ายู่


 

“เขาเคยเข้ามาจีบเหรอ” ผมถามอีก


 

“ค่ะ”


 

“ถ้าชอบทำไมไม่ตกลงคบกันดูล่ะ” ดูแล้วความรู้สึกของทั้งคู่น่าจะตรงกัน


 

“ถ้าฉันตกลงจะไม่ดูง่ายเกินไปเหรอคะ เขาเพิ่งเข้ามาจีบได้ไม่กี่อาทิตย์เอง” คนถามก้มหน้างุดๆ คล้ายจะอายเอามากๆ สาวน้อยที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจหายไปไหนแล้วล่ะ


 

“รออีกหน่อยก็ได้ จนกว่าเราจะพร้อมค่อยตอบรับ”


 

“ค่ะ”


 

ครืดดด~ ครืดดด~


 

โทรศัพท์ของผมสั่นเมื่อมีสายเรียกเข้า ชื่อที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอทำให้ผมหลุดยิ้มออกมาได้เสมอ


 

“สวัสดีหลานเยี่ยน” ผมเอ่ยทักทาย


 

(อยู่ไหน)


 

“อยู่คาเฟ่ กำลังจะกลับแล้ว”


 

(ทำไมช้าขนาดนี้ ส่งรูปไอติมมาเกินชั่วโมงแล้ว) ปลายสายเริ่มบ่น


 

“เพิ่งกินเสร็จ คุณกลับถึงแล้วเหรอ” ผมถามบ้าง


 

(อืม เพิ่งถึง รีบๆ กลับมา)


 

“ได้ จะกลับแล้ว” คุยเสร็จก็วางสาย เมื่อหันไปมองก็เจอเข้ากับสายตาล้อๆ ของหลินเซียน


 

“พี่ชายไม่เคยโทรตามใครแบบนี้มาก่อน พี่ต่ายสำคัญกับพี่ชายมากนะ ตัดสินใจแล้วว่าจากนี้จะขอเชียร์พี่ชายกับพี่ต่ายให้เป็นคนรักกัน”


 

“หลินเซียน” จะล้อผมเหรอ


 

“รีบกลับกันเถอะค่ะ พี่ชายเป็นห่วงแย่แล้ว”


 

จากนั้นผู้คุ้มกันของหลินเซียนก็พาผมไปส่งถึงคฤหาสน์ของหลานเยี่ยน ผมชวนให้เธอมานอนค้างแต่ถูกปฏิเสธกลับมาบอกว่าวันนี้มีธุระด่วนไว้จะมาอยู่ค้างวันหลัง


 

ได้ยินแบบนั้นผมก็ไม่ดึงดันโบกมือลาแล้วจึงลงจากรถ ทันทีที่ก้าวเข้ามาในโถงด้านหน้าก็ถึงกับสะดุ้งเมื่อเจอกับร่างของหลานเยี่ยนที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องรออยู่


 

“ตกใจหมด” ผมยกมือขึ้นลูบบริเวณหัวใจเบาๆ


 

“ช้า”


 

“รถมันติดนี่” ใช้วลานานกว่าที่คิดไว้มากพอดู


 

“ถ้ารู้ว่ารถจะติดก็ควรออกมาก่อน” หลานเยี่ยนพูดต่อ


 

“ผมคุยกับหลินเซียนเพลินไปหน่อย โทษที”


 

“คุยอะไรกันถึงเพลินขนาดนี้”


 

“ก็...” ตอนแรกว่าจะเล่าไปตามจริงแต่พอนึกถึงเรื่องที่หลินเซียนเชียร์ผมให้เป็นคนรักของหลานเยี่ยนใบหน้าก็ร้อนขึ้น


 

“ทำหน้าอะไรแบบนี้จื่อจื่อ คุยอะไรกันทำไมนายต้องหน้าแดงด้วย” หลานเยี่ยนก้าวเข้ามาประชิดส่งผลให้ผมก้าวถอยหลังเพื่อหนี ก้าวไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายแผ่นหลังผมแนบสนิทกับผนังห้อง


 

“...ไม่มีอะไร”


 

“ฉันต้องเชื่อคำโกหกนั่นไหม”


 

“...” ผมเลือกที่จะเงียบเพราะรู้ว่าโกหกอีกฝ่ายไม่ได้


 

“จื่อจื่อ...ตอบมา” อีกฝ่ายขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นบังคับให้ผมตอบคำถาม


 

“คุยเรื่องคุณ”


 

“ฉัน? คุยเรื่องฉันทำให้นายหน้าแดงได้เลย?”


 

“ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้สักหน่อย” ไม่มีใครอยากหน้าแดงแบบนี้หรอกนะ


 

“หึ...น่ารัก”


 

“...คำนั้นอีกแล้ว” น่ารักตรงไหนกัน


 

“ก็พูดจริงนี่”


 

“ขยับออกไปเลย”


 

“ไม่”


 

“หลานเยี่ยน”


 

“คิดถึง”


 

“...” ตึกตัก ตึกตัก


 

ผมรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รุนแรงขึ้นเพียงแค่ได้ยินคำสั้นๆ คำนั้น


 

“คิดถึงนะรู้ไหม”


 

“ผมไปไม่กี่ชั่วโมงเอง” ผมกัดฟันเอ่ยออกไป พยายามควบคุมไม่ให้เสียงสั่น


 

“นาน”


 

“ไม่นาน”


 

“นานสิ อย่าเถียงฉันจื่อจื่อ”


 

“คุณนี่มัน...”


 

“นายทำให้ฉันรู้สึกอย่างฟัดมากๆ เลยรู้ไหม” หลานเยี่ยนบอกขณะก้มหน้าลงซุกลำคอผม


 

“ฮะ? จะทำอะไร ปล่อย...อ๊ะ!” ผมที่กำลังจะผลักอีกฝ่ายออกถูกหลานเยี่ยนที่เงยหน้าขึ้นมาจูบเข้าบริเวณหน้าผากก่อนจะตามมาด้วยแก้มด้านขวา ปลายคาง แก้มด้านซ้ายไล่มาจนถึงปลายจมูก


 

เรียกว่าสัมผัสไปแทบทุกพื้นที่ของใบหน้า พละกำลังเหือดหายเช่นเดียวกับสติที่แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย


 

“ขอฉันฟัดนะจื่อจื่อ” นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนปลายจมูกของหลานเยี่ยนจะไล่ไปตามส่วนต่างๆ ของใบหน้า


 

ไม่ใช่แค่บนใบหน้าที่ถูกสัมผัสแต่บริเวณลำคอเองก็ถูกขบซ้ำๆ แม้จะไม่แรงแต่ก็มากพอให้รู้สึกชาไปทั่วลำคอ


 

ฟัดงั้นเหรอ


 

ทำแบบนี้ขย้ำผมให้ตายเลยดีกว่า!

........................................

โอ๊ยยย

หวานกันให้น้อยๆ เถอะคู่นี้

แสดงออกชัดขนาดนี้ยังไม่รู้อีกเหรอว่ารักกันแล้วน่ะ!!!

น้องสาวยังดูออกเลย

ตอนนี้จื่อจื่อโดนหลานเยี่ยนฟัดไปเรียบร้อย เราขอนั่งแอบดูอยู่ตรงมุมประตูละกันนะ555

ทำไมเรื่องนี้มันน่ารักได้ขนาดนี้

ทั้งหวานทั้งน่ารัก แต่งเรื่องนี้จบคงได้จับมือกับนักอ่านพากันไปตรวจเบาหวาน

ไม่ต้องชงให้เหนื่อยเลยคู่นี้ อยากจจะจับยัดเข้าห้องหอซะเดี๋ยวนี้เลย

ขอบคุณทุกคนที่เอ็นดูจื่อจื่อกับหลานเยี่ยนะคะ

ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้า

บ๊ายบาย

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 918 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,078 ความคิดเห็น

  1. #1053 P17121994 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 07:37
    รู้สึกฟัดไม่คุ้มค่ะ ตอนเป็นกระต่ายได้มากกว่าคอ 🤭🤭🤭🤭🤭🤭
    #1,053
    0
  2. #1032 ดินสอ2B (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 22:11
    แงงงง อย่าทำน้องแรง หน้าช้ำไปหมดแล้วว
    #1,032
    0
  3. #1018 Alial_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 21:39
    เขินไม่ไหว หวานมากกก เอพืน่ กันแหละ
    #1,018
    0
  4. #1017 Alial_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 21:39
    เขินไม่ไหว หวานมากกก เอพืน่ กันแหละ
    #1,017
    0
  5. #896 ;เเมเนอร์ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 03:07
    เพื่อนกันจ้าาา55555
    #896
    0
  6. #820 บลาโบ☁ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 22:07
    น่ารักมากๆเลยค่ะ แงงงงเขินไม่ไหวแล้วววว
    #820
    0
  7. #747 baby-m2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 23:31
    กรี๊ดดดดดดดดดดด ชั้นกรี๊ดมันทุกตอนเนี่ย! ฮืออออ หลานเยี่ยนคือดีมาก อบอุ่นอ่อนโยนแบบนิ่งๆๆอ่ะพ่อ ไม่ไหวอ่ะเธอ ชั้นจะตายยย
    #747
    0
  8. #732 sakura17 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 09:11
    ตามใจตัวเองบ้างคุณต่ายยย รู้ใจตัวเองได้แล้ว ฝ่ายนู้นก็รุกขนาดนี้55
    #732
    0
  9. #595 Bnbnbnbnbn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 14:20
    เพื่อนกันไม่ฟัดกันนะคะต่ายยยย พี่หลานก็คือสปอยน้องไม่ไหวอยากได้บอก็ให้ได้รักผชนิสัยรวยแบบนี้จริงๆค่ะไม่เคยล้อเล่น555555 คุณน้องสาวก็คืออัดฉีดเต็มที่บิ้วไปเดี๋ยวน้องต่ายก็รู้ใจตัวเองนะคะ ปล.ในทิ่สุดนุก็สอบเสร็จแอแงงงงง จะอ่านให้หมดเล้ย
    #595
    2
    • #595-1 สุนัขน่ารัก(จากตอนที่ 13)
      21 มิถุนายน 2563 / 13:18
      ยินดีด้วยที่สอบเสร็จแล้วนะคะ ขอบคุณที่ติดตามเสมอน้าา ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์น่ารักๆ ด้วยค่ะ เราดีใจมากเลย><
      #595-1
  10. #569 halfmoonx_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 23:43
    ขอฟัดเลยหรอคะ ;//;
    #569
    0
  11. #539 PiyapatBang (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 19:47
    ขอบคุณค่าาาาา
    #539
    0
  12. #538 Kon--Kon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 11:50
    เดี๋ยวโดนขน้ำจริงละจะหนีบ่ทันเด้อออออ
    #538
    0
  13. #535 FaFa_Fangs (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 17:33
    ขอฟัด!!! กรี๊ดดดดดดดดด
    ใจไม่ไหวแล้วววว
    #535
    0
  14. #534 fernlumear (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 13:09
    ฮื่ออหวานมาก
    #534
    0
  15. #533 Littlemar (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 10:00
    น่ารักมากกกก ฮือออออ ใจฉัน ~
    #533
    0
  16. #532 smile1432 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 08:11

    แงงง ตอนนี้หลานเยี่ยนท็อปฟอร์มมากกก อ์ออ น่ารัก น่ารักเต็มไปหมดด
    รอน้าาาา
    #532
    0
  17. #531 772547 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 05:42

    ได้กันเถอะ ได้กัน ได้กันโอ้ยยยยในหัวมีแต่คำนี้ออกมา รออ่านตอนต่อไปนะไรท์
    #531
    0
  18. #530 sunshineinjuly (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 03:26
    โอ๊ยย นุ่มฟูมาก เหมือนมีฟิลเตอร์สีชมพู
    #530
    0
  19. #529 KiRasaKR (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 00:13
    กิ้ดดดดดด เขินมดกัด!
    #529
    0
  20. #528 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 23:29
    อ้ายยยยย หลานเยี่ยนนนนน
    #528
    0
  21. #527 Mota27 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 23:14
    อิจมากแม่ๆๆๆๆๆฟฟ
    #527
    0
  22. #526 น้องจ๋าขนปุย (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 22:05
    ฟัดน้องอ่ะ เขินนนนน
    #526
    0
  23. #525 pimchasri (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 21:45
    นัลรักกกก
    #525
    0
  24. #524 comet2522 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 21:17
    กรี๊ดดดด หลานเยี่ยนนนน อื้อออ ฟัดน้องต่ายแล้วว
    #524
    0
  25. #523 UZUKI (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 21:07

    งื้อออออออกัดน้อลจมอก อย่าแกล้งงน้อลลลล

    #523
    0