กระต่ายมาเฟีย

ตอนที่ 10 : เลี้ยงกระต่าย》วันที่ 9《

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,751
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,052 ครั้ง
    17 พ.ค. 63

เลี้ยงกระต่าย》วันที่ 9《


 


 


 

เมื่อออกมาจากผับZผมเรียกแท็กซี่ตรงกลับคอนโดทันที ไม่เหมือนขามาที่นั่งรถไฟฟ้าด้วย กว่าจะถึงบ้านก็เป็นเวลาเกือบห้าทุ่ม กินข้าว อาบน้ำ แต่งตัวก็ปาไปเที่ยงคืนผมถึงขึ้นมาอยู่บนเตียง


 

ทั้งที่เหนื่อยและง่วงมากแต่น่าแปลกที่ผมหลับไม่ลง อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อแล้วแท้ๆ ทำไมสัมผัสยามกอดรัดยังคงอยู่ชัดเจนขนาดนี้ ราวกับเพิ่งแยกห่างกันเมื่อไม่กี่นาทีก่อน


 

นอนพลิกไปพลิกมาอยู่ร่วมยี่สิบนาทีผมก็ตัดสินใจเปิดไฟดวงเล็กตรงหัวเตียงก่อนจะหยิบโทรศัพท์มาเปิดเล่น หาอะไรทำสักหน่อยน่าจะช่วยให้ง่วงเร็วขึ้น


 

ก็หวังให้เป็นแบบนั้น


 

ผมกดเข้าไปในไอจีไล่ดูความเคลื่อนไหวหน้าฟีดไล่ไปเรื่อยๆ มีทั้งโพสต์ของเพื่อนๆ โพสต์ขายของ โพสต์ของดาราที่ติดตามไปจนถึงแท็กกระต่ายที่ผมกดติดตามไว้ รูปของกระต่ายหลากหลายสายพันธุ์ทำเอาผมอมยิ้มไม่หยุด รูปส่วนมากจะเป็นเจ้าของกระต่ายถ่ายกระต่ายตัวเองแต่ก็มีบางคนที่เอารูปคนอื่นมาอีกต่อ


 

ฮืม?


 

ผมหยุดสายตาลงที่โพสต์หนึ่ง โพสต์นั้นเป็นภาพแคปหน้าจอไอจีของใครสักคนโดยมีข้อความเขียนไว้ว่า...


 

กระต่ายชื่อจื่อจื่อน่ารักมาก~ ใครหารูปกระต่ายน่ารักเข้าไปชมกันได้ #กระต่าย #กระต่ายน่ารัก


 

จื่อจื่อ?


 

ยังมีใครตั้งชื่อสิ้นคิดอย่างหลานเยี่ยนอยู่อีกเหรอ


 

ด้วยความสนใจผมจึงซูมรูปหน้าไอจีในภาพที่แคปมา ภาพโปรไฟล์ที่เห็นเป็นกระต่ายสีเทาสายพันธุ์ฮอลแลนด์ลอปใส่ชุดสูทสีน้ำตาลอ่อนโดยกำลังยกขาหน้าสองข้างขึ้นอย่างน่ารัก ภาพนั้นเป็นภาพแสนน่ารักที่ควรจะทำให้ผมยิ้มได้ถ้าไม่ติดว่ากระต่ายในรูปคือตัวผมเอง


 

ผมจำได้และไม่มีทางจำผิด ชุดสูทชุดนั้นเป็นชุดที่หลานเยี่ยนสั่งแบรนด์GSที่โด่งดังตัดให้ อีกอย่างผมจะจำตัวเองผิดได้ยังไง


 

นี่มันตัวผมชัดๆ


 

หมายความว่ายังไง


 

ผมไม่รอช้าพิมพ์ชื่อไอจีนั้นในหน้าค้นหาก่อนจะกดเข้าไปดู ไอจีนี้มีชื่อว่าจื่อจื่อ ยอดติดตามตอนนี้มีเกินหมื่นทว่าเจ้าของไอจีกลับไม่กดติดตามใครสักคน 


 

สิ่งที่ทำให้ผมตกใจไม่ใช่เรื่องนั้นแต่เป็นภาพที่เจ้าของไอจีลง ทุกภาพเป็นกระต่ายสีเทาสายพันธุ์ฮอลแลนด์ลอปในอิริยาบถต่างๆ นิ้วผมที่ไล่ดูรูปภาพนั้นเริ่มสั่นเช่นด้วยกับดวงตาที่เริ่มมองไม่ชัดเพราะมีม่านน้ำตาบดบังอยู่


 

ผมกดเข้าไปยังภาพของกระต่ายนอนที่นอนหงายอยู่บนเตียงกระต่ายข้างหมอนโดยมีมือข้างหนึ่งของคนถ่ายลูบอยู่บริเวณหน้าท้อง ยิ่งอ่านข้อความที่เขียนไว้ยิ่งทำให้ขอบตาผมร้องผ่าว...


 

‘นอนหงายเห็นพุงเลยจื่อจื่อ มือนี้ใช้แทนผ้าห่มได้ไหม’


 

“...หลานเยี่ยน” ผมเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายออกมาโดยไม่รู้ตัว รู้เลยว่าเจ้าของไอจีนี้ต้องเป็นหลานเยี่ยนอย่างแน่นอน


 

ไม่มีทางที่คนอื่นจะเอารูปภาพจากโทรศัพท์หลานเยี่ยนมาได้ ขนาดคนสนิทเองเขายังไม่เคยให้แตะโทรศัพท์ด้วยซ้ำ ถ้าจะมีคนที่แตะได้ก็คงเป็นผมที่ชอบเข้าไปกดสั่งขนม


 

ผมรู้ว่าหลานเยี่ยนถ่ายรูปผมไว้เยอะแต่ไม่คิดว่าเขาจะสร้างไอจีใหม่แล้วอัพเป็นร้อยๆ รูปแบบนี้


 

‘วันนี้ทำหน้ามู่ทู่ทั้งวัน ฝนตก ออกไปเดินเล่นไม่ได้’            


 

นั่นคือแคปชั่นหรือข้อความในโพสต์หนึ่งที่แนบรูปผมนั่งมองระเบียงกระจกที่ปิดไว้เนื่องจากด้านนอกมีฝนตกลงมา ผมจำได้ว่าวันนั้นเป็นวันหยุด ตั้งใจว่าจะวิ่งเล่นทั้งวันแต่พอกินมื้อเช้าเสร็จฝนดันตกลงมาแถมยังตกหนักทั้งวันอีกต่างหาก เลยไม่ได้ออกไปเดินเล่นเลย


 

ภาพทุกภาพที่ลงจะมีข้อความสั้นๆ เขียนประกอบอยู่ทุกอันไม่เว้นแม้แต่คลิป ผมไล่อ่านตั้งแต่โพสต์ที่เก่าที่สุดไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ 


 

ทุกครั้งที่มองภาพและอ่านแคปชั่น เหตุการณ์ในตอนนั้นก็ปรากฏขึ้นเป็นฉากๆ ไม่เว้นแม้แต่บทสนทนาในตอนนั้น ผมปล่อยให้น้ำตาไหลลงโดยไม่คิดจะเช็ด จดจ่ออยู่กับการอ่านแต่ละโพสต์


 

คิดถึง


 

อยู่ๆ ความคิดถึงก็แล่นเข้ามา


 

คิดถึงหลานเยี่ยน


 

อยากเจอ


 

อยากพูดคุย


 

“หลานเยี่ยน” ผมเอื้อมมือไปสัมผัสกับหน้าจอโทรศัพท์ที่มีภาพของผมนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานของหลานเยี่ยน ด้วยความที่ผิวหน้าของโต๊ะเคลือบด้วยกระจกจึงสะท้อนให้เห็นเงาของคนถ่ายหรือก็คือหลานเยี่ยน แม้ส่วนใบหน้าจะมีโทรศัพท์บดบังแต่เต้นผมสีทองหม่นที่มัดรวบนั่นมองยังไงก็คือหลานเยี่ยน


 

ผมว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้คิดจะปิดบังแค่ไม่ชอบถ่ายรูปตัวเองลงก็เท่านั้น 


 

“ทำยังไงดี...ผมคิดถึงคุณจัง” ก่อนหน้านี้ตั้งใจไว้ว่าจะไปบอกในสิ่งที่ไม่ได้บอกก็เท่านั้น ไม่คิดว่าตอนนี้จะอยากเจอหน้าหลานเยี่ยนมากมายถึงเพียงนี้


 

ไม่รู้ว่านับจากนี้ผมจะมีโอกาสได้เจอหลานเยี่ยนอีกรึเปล่า 


 

ยอมรับว่าผมไม่รู้จะเข้าไปหาหลานเยี่ยนในฐานะอะไร ความสัมพันธ์ของพวกเรามันค่อนข้างซับซ้อนและเข้าใจยาก ไม่รู้ว่าเข้าไปเขาจะเชื่อรึเปล่า หรือจะถูกยิงทิ้ง ผมสับสนแต่ตอนนี้มีคำตอบแล้ว...


 

จะในฐานะอะไรก็ได้ ขอแค่ได้เห็นหน้า ได้พูดคุยกันก็พอ


 

มารู้ตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว


 

พรุ่งนี้หลานเยี่ยนยังจะไปดื่มที่ผับZไหมนะ ถ้าผมไปจะมีโอกาสได้เจอรึเปล่า


 

คืนนี้ผมหลับไปพร้อมกับความตั้งใจว่าคืนพรุ่งนี้จะกลับไปยังผับZเพื่อหาหลานเยี่ยนอีกสักครั้ง


 

หวังว่าจะได้เจอกันอีกนะ


 

วันต่อมาผมตื่นขึ้นพร้อมความตั้งใจเต็มร้อย ก่อนจะไปผับผมต้องไปทำงานก่อน วันนี้มีนัดสอนเดี่ยวตัวต่อตัวกับคุณนุ พอชื่อนี้เข้ามาในหัวผมก็ถอนหายใจยาวอย่างปลงตก


 

ใครไม่มาเป็นผมไม่รู้หรอกว่าการถูกรุกจีบอย่างหนักหน่วงเป็นยังไง พอมีข่าวว่าผมกลับเข้ามาทำงานอีกครั้งคุณนุรีบซื้อคอร์สเรียนกับผมใหม่ซึ่งตอนนี้ก็เรียนมาได้เกือบอาทิตย์แล้ว แม้ไม่ได้มาเรียนทุกวันแต่สี่วันต่อสัปดาห์มากพอให้ผมเหนื่อยไปทั้งกายใจ


 

ปฏิเสธไปอ้อมๆ ก็แล้ว ปฏิเสธไปตรงๆ ก็แล้ว ไม่รู้จะใช้วิธีอะไต่อไปแล้วเนี่ย


 

“มาแล้วเหรอต่าย” ทันทีที่ผมก้าวเข้าในตึกเสียงของพี่หลามก็ดังทักทายเป็นคนแรก


 

“มาแล้วครับ ยังไม่สายนะพี่” ผมรีบเดินไปสแกนลายนิ้วมือที่เหลืออีกไม่กี่นาทีก็จะเก้าโมง การเข้างานในแต่ละวันไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับว่ามีสอนช่วงไหนอย่างวันนี้ผมมาเช้า บางวันผมจะมาช่วงเที่ยงและจะกลับดึกสุดไม่เกินสองทุ่ม


 

“ไม่สายๆ ไม่ต้องห่วงแค่นี้ไม่หักเงินหรอกน่า” พี่หลามเดินเข้ามากอดคอผมเหมือนอย่างที่ชอบทำพลางฉีกยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้ม


 

“นี่สิพี่ชายผม”


 

“โทษทีฉันมีแต่น้องสาวเท่านั้น ไม่มีน้องชาย”


 

“พี่ละก็”


 

“วันนี้คุณนุนัดช่วงสิบโมงใช่รึเปล่า” พี่หลามเปลี่ยนมาทำหน้าคล้ายกำลังคิดหนัก


 

“ใช่ครับ” ผมพยักหน้า


 

“ความจริงพี่ไม่ควรให้เปิดคอร์สกับเราเลย ตอนที่เราไม่อยู่ก็จีบคนอื่นหลายคนแต่เหมือนจะถูกใจเราที่สุดนี่สิ เขาค่อนข้างมีหน้ามีตาจะปฏิเสธอะไรก็ลำบาก ขอโทษนะต่าย” ใบหน้าของพี่หลามดูลำบากใจมากขึ้นทุกที


 

“ไม่เป็นไรครับพี่หลาม ผมยังรับมือได้อยู่” ผมรู้ว่าพี่หลามปฏิเสธลำบากเพราะคุณนุเป็นเพื่อนกับเจ้าของตึกนี้ที่พี่หลามเช่า


 

ถ้ามีปัญหาก็อาจกระทบกับกิจการไปด้วย


 

“ลองบอกไปสิว่ามีแฟนแล้ว” พี่หลามเสนอความเห็น


 

“ใครล่ะครับ ถ้าพูดเฉยๆ เขาคงไม่เชื่อหรอก” ความคิดนี้ผมเคยจะทำอยู่แต่ไม่รู้จะหาแฟนที่ไหนดีนี่สิ


 

“ไอ้ต้องล่ะ”


 

“พี่ พูดอะไรเนี่ย ขนลุกไปหมด” กับต้องเนี่ยนะ


 

ไม่ไหวหรอก


 

“แค่ยืมๆ มาแสดงคงไม่เป็นไรมั้ง”


 

“จะแสดงอะไรกันเหรอครับ” เสียงของบุคคลที่สามเรียกผมและพี่หลามให้หันควับไปมองก่อนจะพบกับคุณนุที่สะพายเป้ส่งยิ้มหวานมาให้ผม


 

“...อีกไม่นานจะปีใหม่แล้วผมกำลังคิดว่าจะมีการจัดการแสดงเล็กๆ น้อยๆ” พี่หลามนึกคำพูดแก้ต่างได้อย่างรวดเร็ว


 

“อ้อ...น่าสนใจมาก ต่ายจะแสดงด้วยสินะครับ ผมจะรอดูเลย” คุณนุก้าวเข้ามาถือวิสาสะจับมือผมไว้แน่น


 

“...ขอบคุณครับคุณนุ”


 

“ไม่ได้เจอต่ายตั้งหลายวันคิดถึงมาก พอตื่นก็ออกมาเลย” สายตาหวานเยิ้มนั้นไม่ว่าผ่านไปนานแค่ไหนผมก็ไม่ชินสักที


 

“พวกเราแยกย้ายไปเปลี่ยนชุดกันก่อนดีไหมครับ แล้วค่อยมาเริ่มฝึกกัน” ผมเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะไม่รู้จะตอบกลับไปยังไง


 

“ให้ผมช่วยเปลี่ยนไหมครับ”


 

“ไม่ดีกว่าครับ” ผมปฏิเสธด้วยรอยยิ้มเกรงใจก่อนจะดึงมือออกจากการจับกุมนั้น หันหลังเดินแยกไปทางห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของพนักงาน


 

ยังไม่ทันฝึกก็เหนื่อยขนาดนี้แล้ว


 

เฮ้อ!


 

ผมเปลี่ยนชุดมาเป็นชุดคาราเต้สีขาวมีสายสีดำที่ผมได้มาจากการเลื่อนขั้นผูกอยู่รอบเอว การฝึกจะเริ่มช่วงสิบโมงก็จริงแต่เพราะอีกฝ่ายมาแล้วจึงเลื่อนเวลาให้เร็วขึ้น


 

ห้องที่ใช้สำหรับฝึกคาราเต้อยู่ชั้นหนึ่งด้านในสุดเป็นห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ปูด้วยพื้นไม้กันลื่น ขนาดสามารถจุได้สูงสุดเกือบสิบคน


 

เมื่อผมมาถึงห้องก็เห็นคุณนุยืนรออยู่ด้านในแล้ว ผมส่งยิ้มให้น้อยๆ ก่อนจะเริ่มทำหน้าที่ฝึกสอนโดยก่อนจะสอนสิ่งแรกที่ต้องทำคือการวอมร่างกายยืดหยุ่นกล้ามเนื้อทั้งร่างจากนั้นค่อยเริ่ม


 

คุณนุมีทักษะด้านคาราเต้อยู่แล้วจากการสอนเมื่อหลายเดือนก่อนที่ผมจะประสบอุบัติเหตุ ดังนั้นจึงไม่ต้องเริ่มฝึกแต่หนึ่ง ผมสอนท่าที่ยากขึ้นให้คุณนุทำตามซึ่งเขาก็ทำออกมาได้ดี สอนไปประมาณสี่ท่าผมจึงให้คุณนุลองเข้าปะทะกับผม


 

“ฉันไม่อยากทำร้ายเธอเลย” คุณนุมองผมที่ยืนอยู่ตรงหน้าในท่าเตรียมพร้อม


 

“ไม่เป็นไรครับ” เพราะผมจะหลบให้หมดเอง


 

การฝึกปะทะกันแบบนี้เป็นโอกาสดีที่จะใช้ลวนลาม ถ้าถามว่าทำไมถึงรู้ ก็เพราะคุณนุมักจะหาโอกาสแตะสะโพกผมบ้าง แตะคอบ้าง ซึ่งส่วนมากผมจะหลบได้จึงเปลี่ยนมาเป็นดึงเสื้อผมแทน เมื่อถูกดึงซ้ำคอเสื้อก็เปิดกว้างขึ้น


 

นี่คงเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ


 

ผมว่ากล้ามเนื้ออกผมก็ไม่ได้สวยหรือน่ามองอะไรมากมาย ออกจะเหมือนคนปกติธรรมดาด้วยซ้ำแค่ผมอาจจะขาวกว่าหน่อย ไม่รู้ว่าจะอยากเห็นไปทำไม


 

“...อยู่ที่ไหน!” เสียงตะโกนจากด้านนอกดังลั่นเข้ามาจนถึงภายในห้อง


 

ทำไมเสียงถึงรู้สึกคุ้นแปลกๆ นะ


 

“พักสิบห้านาทีครับ ผมขอออกไปดูข้างนอกก่อนนะครับ” ดูจากพวกพี่ๆ ที่พากันเดินไปทางด้านหน้าก็พอจะเดาได้ว่าต้องเกิดเรื่องอะไรบางอย่างขึ้นแน่ๆ


 

“ฉันไปด้วยสิต่าย”


 

“ไม่เป็นไรครับ”


 

“เอาน่า ไปด้วยกันเถอะถ้ามีอะไรฉันจะปกป้องต่ายเอง” คำพูดนั้นมาพร้อมกับวงแขนที่โอบรอบคอผมโดยไม่ทันตั้งตัว


 

ผมที่อยากจะผละออกถูกดึงออกไปด้านนอกยังบริเวณที่มีคนมุงอยู่นับสิบ ถ้าไม่ติดว่าคุณนุเป็นคนรู้จักกับเจ้าของตึกผมคงกล้าที่จะทำเรื่องเสียมารยาทอย่างสะบัดแขนอีกฝ่ายออกไปแล้ว


 

“พาเขาออกมา อย่าให้ฉันทนไม่ไหว” ยิ่งเข้ามาใกล้เสียงคุ้นหูนั้นก็ยิ่งดังขึ้น


 

“ถ้าคุณไม่บอกธุระมาผมในฐานะนายจ้างไม่สามารถให้เขาออกมาพบได้เช่นกัน” เสียงนี้เป็นเสียงของพี่หลามที่กำลังยืนเผชิญหน้าอยู่กับ...ฮืม?


 

ไห่หลานเยี่ยน


 

ทำไมเป็นเขาล่ะ


 

ก็ว่าอยู่ทำไมเสียงคุ้น


 

แต่...


 

“หลานเยี่ยน” ผมเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายออกไป แม้จะมีผู้คนรายล้อมอยู่นับสิบทว่าบริเวณนี้เงียบสนิทเนื่องจากฝ่ายเราหวั่นเกรงกลุ่มคนที่สวมชุดดำนับสิบที่ยืนอยู่ด้านหลังหลานเยี่ยนจนไม่กล้าส่งเสียง ขนาดพี่หลามยังพยายามตีหน้านิ่งแม้เหงื่อจะผุดขึ้นมาเต็มขมับแล้วก็ตาม


 

แค่มองก็รู้ว่าไม่ได้มาดี


 

จะพาคนมาทำไมเยอะแยะ


 

ตอนนี้ทุกสายตาไม่เว้นแม้แต่เจ้าของชื่อหันควับมามองยังผมเป็นตาเดียว ดวงตาสีเทาคู่คมสั่นระริกน้อยๆ ยามเห็นผมทว่าเพียงพริบตาเดียวกลับแปรเปลี่ยนเป็นสายตาคมกริบจับจ้องไปยังแขนซึ่งพาดอยู่บนไหล่ผมซึ่งเป็นแขนใครนั้นก็รู้ๆ กันอยู่


 

“หมอนี่ใครกัน มาสร้างความวุ่นวายหรือมาเก็บหนี้ใคร” คุณนุมองหน้าหลานเยี่ยนคล้ายจะไม่รู้จัก เท่าที่มองไม่ใช่แค่คุณนุแต่มีหลายคนที่ไม่รู้จักหลานเยี่ยน


 

อย่างที่บอกไปหลานเยี่ยนไม่ชอบออกสื่อ ถ้าไม่ใช่คนที่ติดตามข่าวก็ต้องเป็นคนในแวดวง อ้อ...อาจเป็นคนที่ติดตามเพจหนุ่มหล่อด้วย


 

คนหนึ่งที่รู้ว่าหลานเยี่ยนเป็นใครคือพี่หลาม สังเกตได้จากใบหน้าที่เริ่มซีดเหมือนคนป่วยทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ถึงชั่วโมงยังยิ้มแย้มอยู่เลย พี่หลามหันมามองผมพร้อมทำปากขมุบขมิบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมไปมีเรื่องกับคนระดับนี้ได้


 

นี่ถ้าหลานเยี่ยนไม่อยู่พี่หลามคงเดินเข้ามากระชากคอเสื้อผมแล้วเขย่ารัวๆ ด้วยความตื่นตระหนกแล้ว


 

ไม่มีใครที่รู้จักหลานเยี่ยนแล้วไม่เกรงกลัว ยกเว้นผมน่ะนะ


 

“ปล่อย” คำสั่งง่ายๆ ดังออกมาจากปากของหลานเยี่ยนที่กำลังแผ่รังสีน่ากลัวออกมา ตำแหน่งที่หลานเยี่ยนมองยังคงเป็นมือของคุณนุที่พาดอยู่บนบ่าผม


 

“หมอนั่นบอกอะไร” คุณนุเหมือนจะไม่รู้ตัวขยับหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบถามผม


 

“ปล่อยผม” ผมขยับตัวออกห่างแต่อีกฝ่ายกับรั้งคอผมไว้


 

“ไม่เอาน่า อย่าดื้อสิต่าย...เฮ้ย!” คุณนุที่ทำหน้านิ่งถึงกับตัวสั่นเมื่ออยู่ๆ หลานเยี่ยนก็ก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับชักปืนออกมาจ่อหัวในชั่วพริบตา


 

“ฉันบอกให้ปล่อย”


 

“...” หลานเยี่ยนทำเอาอีกฝ่ายหวาดกลัวจนแทบล้มทั้งยืนแม้แต่เสียงจะเอื้อนเอ่ยยังไม่มี มือที่พาดอยู่ถูกเก็บกลับไป ถึงอย่างนั้นคนถือปืนก็ยังไม่ยอมลดปืนลง


 

“หลานเยี่ยน อย่าทำแบบนี้” ผมเดินเข้าไปจับกระบอกปืนให้ลดต่ำลง มือที่สัมผัสแตะโดนกันราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ไหลผ่านจนต้องผละออกทว่าหลานเยี่ยนกลับไม่ยอมใช้มืออีกข้างจับมือผมแทน


 

“...” ดวงตาสีเทาคู่นั้นประสานกับดวงตาสีน้ำตาลของผมราวกับกำลังค้นหาบางอย่างที่อยู่ภายใน ไม่รู้ว่าเพราะหาเจอแล้วรึเปล่าถึงได้จับมือผมแน่นขึ้นแบบนี้


 

“เก็บปืนก่อนไหม” ผมก้มมองปืนที่อยู่ในมือข้างขวา


 

“จื่อจื่อ” หลานเยี่ยนเอ่ยชื่อนั้นขณะมองมา


 

“...อ่า...ไปคุยกันที่อื่นดีไหม” รู้ตั้งแต่ตอนเห็นอีกฝ่ายที่นี่แล้วว่าคงปิดบังไม่ได้อีกต่อไป การที่หลานเยี่ยนมานี่ได้แปลว่าข้อมูลทุกอย่างของผมคงถูกขุดออกมาแล้ว


 

“ที่ไหน” อีกฝ่ายยอมเก็บปืนตามคำขอผม


 

“พี่หลามผมขอยืมห้องเทรนส่วนตัวชั้นสามหน่อยได้รึเปล่า” ผมหันไปถามพี่หลามซึ่งยังคงทำหน้าเครียดอยู่


 

“...ได้ เชิญเลย”


 

“ไปชั้นสามกัน จะให้ลูกน้องคุณขึ้นไปด้วยไหม ถ้าไม่ก็ให้พวกเขานั่งรอดีๆ ได้รึเปล่า ยืนแบบนั้นคนอื่นกลัวหมด” ความกดดันของหลานเยี่ยนคนเดียวก็มากพอแล้วแต่พอมีเหล่าบอดี้การ์ดด้านหลังก็ยิ่งเหมือนพวกมาเฟียที่มาจัดการปลิดชีวิตใครสักคน


 

“ได้” หลานเยี่ยนพยักหน้าก่อนจะหันไปมองลูกน้องคนสนิท เพียงเท่านั้นกลุ่มชายในชุดสูทสีดำนับสิบก็เดินไปนั่งลงยังโซนที่พักด้านข้าง บรรยากาศกดดันลดลงไปกว่าครึ่ง


 

“ไปกันเถอะ” ผมเดินนำหลานเยี่ยนขึ้นไปบนชั้นสาม ฝ่ายเดินตามยังคงจับมือผมแน่นไม่ยอมปล่อย เช่นเดียวกับดวงตาสีเทานั้นที่จ้องมองผมทุกการเคลื่อนไหว


 

หมับ!


 

ทันทีที่เข้ามาในห้องร่างของผมถูกหลานเยี่ยนดึงเข้าไปกอดรัดอย่างรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก เขาซุกใบหน้าลงกับลำคอผมใช้ปลายจมูกคลอเคลียคล้ายคนกำลังโหยหาบางอย่างมากๆ


 

“กอดแน่นไปแล้วหลานเยี่ยน” ใช่ว่าผมไม่คิดถึงเขาแต่เพราะเขาแสดงออกว่าคิดถึงผมก่อนแถมยังแสดงออกอย่างรุนแรงด้วย ผมเลยได้แต่กอดตอบอีกฝ่ายเบาๆ กลับไป


 

“จื่อจื่อ...นายคือจื่อจื่อ”


 

“คุณมั่นใจขนาดนั้นเลย?” ผมอดไม่ได้ที่จะสงสัย ผมกับจื่อจื่อไม่มีอะไรที่เหมือนกันนอกจากนิสัยภายในซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรู้


 

“มั่นใจสิ ถ้านายไม่ใช่เมื่อคืนพูดแบบนั้นทำไม”


 

“เมาขนาดนั้นยังจำได้อีกนะ”


 

“จำได้แต่ไม่ทั้งหมด”


 

“พูดเรื่องเมาขึ้นมาก็ดีเลย” ผมออกแรงผลักอีกฝ่ายให้ขยับออกแต่มือที่โอบเอวอยู่ทั้งแข็งแกร่งและทรงพลังจนผลักไม่ไป


 

“อะไร”


 

“คุณดื่มเยอะเกินไปแถมยังดื่มมั่วซั่ว ถ้าเป็นไปได้ผมก็ไม่อยากให้คุณดื่ม อย่าทำร้ายตัวเองแบบนี้อีก สัญญาสิ” ผมทวงคำสัญญาของเมื่อคืน


 

“ฉันจะสัญญาต่อเมื่อมีนายอยู่ด้วย” หลานเยี่ยนขยับใบหน้ามาเผชิญหน้ากับผมตรงๆ


 

“หมายถึงอะไร”


 

“อยู่กับฉัน อย่าหายไปไหนอีกจื่อจื่อ”


 

“จื่อจื่อตายไปแล้ว คุณเองก็เห็น”


 

“นายคือจื่อจื่อ”


 

“ผมเคยเป็นจื่อจื่อ แต่ความจริงผมชื่อต่ายและผมไม่อยากให้คุณยึดติดกับผมแบบนั้น จื่อจื่อกระต่ายของคุณไม่มีอีกแล้ว” ผมจ้องมองดวงตาคู่นั้นโดยไม่หลบเลี่ยง จริงอยู่ว่าผมคือจื่อจื่อแต่ตอนนี้ผมไม่ใช่กระต่ายตัวน้อยของหลานเยี่ยนอีกแล้ว


 

เขาต้องรับความจริงข้อนี้ให้ได้


 

“ไม่ว่านายจะอยู่ในร่างไหนก็คือจื่อจื่อ...เป็นกระต่ายของฉัน” อีกฝ่ายเน้นประโยคสุดท้ายเสียงหนักแน่น


 

“ตอนนี้ผมเหมือนกระต่ายตรงไหนกัน ผมไม่ใช่กระต่ายน้อยของคุณแล้วหลานเยี่ยน”


 

“ใช่สิ นายเป็นกระต่ายของฉัน” มือข้างหนึ่งของหลานเยี่ยนเอื้อมมาลูบพวงแก้มผม สัมผัสของเขาช่างอ่อนโยนราวกับกลัวว่าหากสัมผัสแรงไปตัวผมจะปริแตก


 

“หลานเยี่ยน”


 

“จะเป็นจื่อจื่อหรือต่ายสิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนคือนายเป็นของฉัน”


 

“แบบนี้เรียกเอาแต่ใจรู้ไหม” ผมอยิ้มน้อยๆ กับประโยคเอาแต่ใจของหลานเยี่ยน


 

“แล้วยังไง”


 

“ก็ไม่ยังไง”


 

“สิ่งที่ฉันต้องการฉันจะทำทุกอย่างเพื่อเอามันมาเป็นของตัวเอง และแน่นอนว่าสิ่งที่เป็นของฉันก็ย่อมเป็นของฉันไม่มีทางกลายเป็นของคนอื่นได้” ทั้งน้ำเสียงและดวงตาของหลานเยี่ยนที่มองมาทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังถูกสารภาพรัก


 

ผมเคยเป็นกระต่ายของเขามาก่อน ต่อให้ตอนนี้ผมกลับมาเป็นมนุษย์ปกติก็ยังคงเป็นของเขาอยู่ดี ช่างคิดไปเองได้นะไห่หลานเยี่ยน


 

“ผมไม่ได้เป็นของใคร”


 

“นายเป็นของฉัน”


 

“ถ้าพูดเรื่องนี้เราคงเถียงกันได้ข้ามวัน” ผมรู้ดี


 

“ก็ยอมซะสิ”


 

“ยอมเป็นของคุณ?”


 

“ใช่”


 

“ไม่” ผมส่ายหน้าปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด


 

“ทำไม” ใบหน้าของหลานเยี่ยนเข้มขึ้นอีกหลายส่วน มองก็รู้ว่าไม่พอใจคำปฏิเสธของผม


 

“ผมไม่ใช่สิ่งของหรือสัตว์เลี้ยงของคุณหลานเยี่ยน แต่ผมไม่ปฏิเสธว่าตัวผมเองก็คิดถึงคุณ อยากเจอหน้า อยากพูดคุยกับคุณต่อไป” ผมบอกสิ่งที่คิดอยู่โดยไม่ปิดบัง


 

“จื่อจื่อ...”


 

“ขอเป็นเพื่อนได้ไหม” นี่เป็นสิ่งที่ผมอยากขอ ถ้าอยากอยู่ข้างๆ อยากพูดคุยอย่างน้อยก็ต้องมีสถานะเป็นเพื่อนกัน


 

“เพื่อน?”


 

“ใช่ ขอเป็นเพื่อนของคุณอีกคน”


 

“ไม่อยากเป็นเพื่อน” หลานเยี่ยนมองตาผมขณะพูด


 

“งั้นอยากให้ผมเป็นอะไร” ผมถามกลับบ้าง นอกจากเพื่อนผมไม่รู้ว่าจะใช้คำไหนมาบรรยายสถานะระหว่างผมและหลานเยี่ยน หากไม่ใช่เพื่อนแล้วเป็นอะไร


 

“...ไม่รู้” อีกฝ่ายเงียบไปพักใหญ่เพื่อหาคำตอบแต่สุดท้ายก็บอกว่าไม่รู้


 

“ถ้าไม่รู้ก็เป็นเพื่อนกันนี่แหละ”


 

“เพื่อนก่อนก็ได้”


 

“ทำหน้าไม่พอใจนะ”


 

“ก็ไม่พอใจจริงๆ”


 

“หลานเยี่ยน...”


 

“ขอโทษที่ช่วยชีวิตนายไม่ได้” อยู่ๆ หลานเยี่ยนก็ซุกหน้าลงบนไหล่ผมพร้อมกับแผ่บรรยากาศเศร้าสร้อยออกมา


 

จะมีสักกี่คนที่จะได้เห็นหลานเยี่ยนในมุมอ่อนแอเช่นนี้ คาดว่านอกจากผมแล้วคงไม่มี


 

“เมื่อคืนคุณบอกผมแล้ว และก็คงได้ยินว่าผมบอกว่าอะไร ไม่ใช่ความผิดคุณหลานเยี่ยน จะให้ย้อนกลับไปสักกี่ครั้งผมก็เลือกที่จะทำแบบเดิม ผมไม่ยอมให้คุณตายหรอก บอกแล้วนี่ว่าจะปกป้องเอง” ผมที่ลูบแต่แผ่นหลังอีกฝ่ายมาตลอดครั้งนี้ลองที่จะลูบสูงขึ้นสัมผัสกับเส้นผมสีทองหม่นนุ่มๆ ดูบ้าง


 

“ฉันไม่อยากให้นายตาย”


 

“ผมตายที่ไหน ยืนอยู่ตรงหน้านี่ไง คุณเห็นผมเป็นวิญญาณเหรอ” ผมแกล้งพูดแหย่


 

“หึ...ถ้าเป็นวิญญาณฉันคงสัมผัสไม่ได้” หลานเยี่ยนใช้มือสองข้างโอบตัวผมไว้สลับกับลูบแผ่นหลังผมไปมา


 

“ใช่ไหมล่ะ”


 

“ขอบคุณที่ช่วยฉัน” หลานเยี่ยนเงยหน้าขึ้นมองประสานมาขณะเอ่ยประโยคนั้น


 

“ยินดีช่วย” ผมคลี่ยิ้มกว้างส่งให้หลานเยี่ยน รอยยิ้มของผมทำให้อีกฝ่ายยกยิ้มมุมปากขึ้นน้อยๆ 


 

“ถ้าฉันไม่มาหานายคิดจะไปหาฉันบ้างไหม” อีกฝ่ายถามต่อ


 

“คุณลืมไปรึเปล่าว่าเมื่อวานผมเป็นฝ่ายเข้าไปหาคุณนะ” พูดไว้เผื่ออีกฝ่ายจะลืม


 

“เมื่อวานนายพูดเหมือนจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เจอกัน”


 

“ผมก็คิดว่าจะเป็นการเจอกันครั้งสุดท้ายเหมือนกัน” ผมยอมบอกไปตามจริง


 

“จื่อจื่อ” ดวงตาคู่คมหรี่ลงอย่างขุ่นเคือง


 

“แต่พอผมกลับไป ผมกลับรู้ว่าตัวเองคิดถึงคุณมากๆ ไม่อยากจะห่างกันไปแบบนี้เลยตัดสินใจแล้วว่าวันนี้จะลองไปผับZอีกครั้งเผื่อจะเจอคุณ”


 

“ก็ยังดี”


 

“จะว่าไปคุณบอกเรื่องของผมกับพวกเจียงฮุยเหรอ” นี่เป็นอีกเรื่องที่คาใจผมอยู่


 

“ใช่ ฉันคิดจะตามหานายแม้ความหวังจะริบหรี่ เพราะแบบนั้นเลยเล่าเรื่องให้เจียงฮุยกับไป๋หยางฟัง และเดินทางมาที่กรุงเทพฯ อยากรู้ว่าสถานที่ที่นายเกิดและเติบโตเป็นยังไง ทุกๆ วันฉันหวังว่าจะได้เจอนายแต่ด้วยข้อมูลที่มีมันน้อยเกินไป ยิ่งความหวังริบหรี่ก็ยิ่งเครียดจนต้องหาอะไรดื่มหน่อย” หลานเยี่ยนเล่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ให้ฟัง


 

“ที่ผมเห็นนั่นไม่เรียกว่าหน่อยแล้ว” ผมบ่น


 

“ถ้านายมาหาเร็วกว่านี้ฉันก็คงไม่อยู่ในสภาพนั้นหรอก”


 

“อย่ามาโยนความผิดให้ผมนะ”


 

“ก็อย่าจากไปอีกสิ”


 

“อีกเดี๋ยวก็ต้องจากกันไม่ใช่เหรอ”


 

“หมายถึงอะไร” พอพูดถึงเรื่องจากกันใบหน้าของหลานเยี่ยนก็ตึงขึ้นทันที


 

“นี่คุณคงไม่ลืมหรอกนะว่าต้องกลับไปเมืองSน่ะ”


 

“แล้วยังไง” อีกฝ่ายถามคล้ายจะไม่เข้าใจ


 

“ก็ผมไม่ได้จะกลับไปกับคุณนะ ยังไงเราก็ต้องแยกกันอยู่ดี”


 

“...” คำพูดของผมทำให้หลานเยี่ยนแข็งค้างไปแล้ว


 

นี่เขาคงไม่คิดว่าผมจะกลับไปด้วยหรอกนะ


 

“เอาเป็นว่าในระหว่างที่คุณอยู่นี่พวกเรานัดเจอกันได้ ผมจะพาคุณทัวร์เอง แต่ต้องรอหลังเลิกงานนะ” คาดว่าหลานเยี่ยนน่าจะอยู่อีกหลายวัน ผมอาจลางานสักวันสองวันพาหลานเยี่ยนไปเที่ยวและส่งขึ้นเครื่อง


 

“ไม่ไปด้วยกันล่ะ”


 

“หมายถึงไปไหน”


 

“เมืองS”


 

“คุณจะให้ผมไปทำไม” ผมกะพริบตาปริบๆ จ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ


 

“ไปอยู่ด้วยกัน”


 

“หลานเยี่ยน” มันใช่เหตุผลไหม ถ้าแค่ไปเที่ยวไม่กี่วันก็ว่าไปอย่าง


 

“ไม่ได้?”


 

“ก็ไม่ได้น่ะสิ คุณคิดจะอยู่นี่อีกกี่วัน” ผมถามข้อมูล


 

“...จนกว่านายจะกลับด้วย”


 

“พอเลย อะไรของคุณเนี่ยหลานเยี่ยน ผมไปถามเจียงฮุยดีกว่า” คำตอบของหลานเยี่ยนไม่เป็นประโยชน์อะไรเลยมีแต่ทำให้หัวใจผมเต้นรัวขึ้นก็เท่านั้น


 

ผมเดินเลี่ยงหลานเยี่ยนก่อนจะออกจากห้องลงไปชั้นล่างโดยมีอีกฝ่ายตามมาติดๆ


 

“เดี๋ยว” หลานเยี่ยนดึงแขนรั้งไม่ให้ผมเดินลงไป


 

“...?”


 

“นายทำงานเป็นครูฝึกสอนคาราเต้?”


 

“ใช่ คุณน่าจะรู้อยู่แล้วนี่” ผมพยักหน้าตอบรับ ข้อมูลของผมคงถูกขุดมาตั้งแต่เกิดจนถึงชีวิตปัจจุบัน


 

“หมอนั่นก็เรียนกับนายด้วย?”


 

“หมอนั่นหมายถึงใคร” ผมถามกลับ


 

“คนที่เกาะไหล่นาย”


 

“ใช่ เขาเรียนกับฉันแบบส่วนตัว” ผมตอบไปตามจริง


 

“หมอนั่นดู...สนใจนาย” หลานเยี่ยนเว้นวรรคมองหน้าผมคล้ายจะรอดูปฏิกิริยา


 

“ผมรู้ เขารุกแรงมาก ปฏิเสธเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเลิก ไม่รู้ว่าทำไมถึงมาสนใจผมได้” บอกตามตรงผมยังสงสัยอยู่ถึงทุกวันนี้ว่าตัวเองมีอะไรให้อีกฝ่ายมาสนใจ


 

“เพราะนายน่าสนใจ”


 

“ฮะ?”


 

“ฉันจะจัดการหมอนั่นให้” พูดจบหลานเยี่ยนเดินแทรกผมลงไปด้านล่าง


 

“เดี๋ยวๆ คุณคิดจะทำอะไร ห้ามใช้ความรุนแรง ปืนยิ่งห้ามใช้เก็บไปซะ” ผมรีบเอ่ยดักเพราะหลานเยี่ยนทำท่าเหมือนจะหยิบปืนออกมา


 

“แล้วจะปล่อยให้ถูกลวนลามรึไง”


 

“ใครจะอยากถูกลวนลามกัน แค่โดยแตะนู่นแตะนี่ก็...นี่คุณหลอกให้ผมพูดเหรอ” จำได้ว่าไม่ได้บอกนะว่าถูกลวนลามแต่พอได้ยินคำถามนั้นมันก็ตอบไปเอง


 

“หึ มาลวนลามกระต่ายของคนอื่น ไม่ตายดีแน่” หลานเยี่ยนแสยะยิ้มทำหน้าเหี้ยม


 

“หลานเยี่ยน”


 

“ไม่ฆ่าหรอก ไม่ทำให้บาดเจ็บด้วย แบบนี้ได้รึเปล่า” คนตรงหน้าหันมาถาม


 

“...จริงนะ” ผมไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไหร่เลย


 

“ฉันไม่โกหก”


 

“ถ้าแบบนั้นก็ได้อยู่ แต่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรผมรับมือได้อยู่” ไม่อยากจะรบกวนขนาดนั้น


 

“รับมือได้? แล้วเสื้อที่เปิดอ้าขนาดนี้คืออะไร” หลานเยี่ยนหันกลับมาช่วยจัดชุดให้


 

“เอ่อ...”


 

“ถูกมันทำอีกล่ะสิ”


 

“...” ผมเงียบ


 

“ทีกับฉันล่ะทั้งดื้อทั้งดุ ทำไมกับคนอื่นถึงยอมง่ายๆ แบบนี้”


 

“เขาเป็นลูกค้าแล้วก็เป็นเพื่อนกับเจ้าของตึกนี้ ผมไม่อยากมีปัญหา” ผมบอกปัญหาไปตามจริง


 

“มีปัญหาก็บอกชื่อฉันไป”


 

“จะยิ่งเป็นปัญหากว่าเดิมน่ะสิ” ถึงจะรู้จักว่าไห่หลานเยี่ยนเป็นใครแต่ใครจะไปคิดจะว่าคนธรรมดาอย่างผมจะรู้จักกับคนระดับนั้น


 

ถูกมองว่าโกหกแน่ๆ


 

“เอาเป็นว่ามีอะไรให้บอกฉัน”


 

“บอกคุณ? ยังไง...ขนาดเบอร์คุณผมยังไม่มีเลย” ที่ครั้งนี้เจอกันได้เพราะหลานเยี่ยนตั้งใจมาหาผม


 

“เดี๋ยวโทรหา”


 

“ได้” ผมไม่แปลกใจที่อีกฝ่ายมีเบอร์ผม


 

เมื่อเดินกลับลงมาถึงชั้นล่างหลายๆ คนที่ออกกำลังกายอยู่หันมาสนใจทางนี้เป็นตาเดียวไม่เว้นแม้แต่เจ้าของอย่างพี่หลาม เขาพยายามส่งสายตาถามผมอยู่หลายครั้งแต่ผมเลือกที่เมิน คำอธิบายมันยาวเกินกว่าจะขมุบขมิบปากเล่าได้


 

“เจียงฮุย ผมขอถามหน่อยหลานเยี่ยนต้องกลับเมืองSเมื่อไหร่เหรอครับ” ผมเดินไปหาเจียงฮุยที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกับไป๋หยาง


 

“เอ่อ...” เจียงฮุยที่กำลังจะอ้าปากถูกสายตาของคนด้านหลังผมบังคับให้ต้องหยุดพูด


 

“บอกมาตามตรงไม่ต้องสนคนด้านหลัง”


 

“อย่างช้าไม่เกินพุธหน้าครับ”


 

“งั้นฝากจองตั๋ววันพุธให้หน่อยได้ไหมครับ”


 

“ความจริงไม่ต้องจองหรอกครับแค่บอกล่วงหน้าก็พอ”


 

“หมายถึง?”


 

“บอสนั่งเครื่องบินส่วนตัวมาครับ”


 

“...อ่า” ผมถึงกับพูดไม่ออก ความรวยนี้คืออะไร


 

“จื่อจื่อ...เอ่อ...คุณต่ายจะกลับไปด้วยไหมครับ” เจียงฮุยถามต่อ


 

“ไม่ล่ะ” ผมส่ายหน้าปฏิเสธด้วยรอยยิ้มบางๆ


 

“แบบนี้...”


 

“ผมจะไปส่งที่สนามบิน ไม่ต้องห่วงครับ” ผมรู้ว่าเจียงฮุยกังวลเรื่องอะไร ไม่มีใครบังคับไห่หลาาเยี่ยนได้ แต่เหมือนผมจะได้รับสิทธิ์พิเศษนั้น


 

ดีใจนิดๆ แฮะ


 

“ขอบคุณมากครับคุณต่าย” สายตาของเจียงฮุยต่างจากเมื่อคืนที่มีสายตาเรียบนิ่งราวกับเป็นคนละคน สายตาในยามนี้เหมือนมีคำว่าขอบคุณส่งมาให้นับล้าน


 

“ครับ”


 

“จื่อจื่อ” คนด้านหลังที่เงียบมานานเรียกบ้าง


 

“ผมชื่อต่าย” ผมหมุนตัวกลับไปมองหลานเยี่ยน


 

“ได้...ต่าย”


 

“คุณคงไม่ว่าที่ผมบอกให้กลับหรอกใช่ไหม” ถ้าหลานเยี่ยนไม่ยอมขึ้นมาจริงๆ คงจัดการลำบากแล้ว


 

“ไม่ว่าแต่จะทำเรื่องออกนอกประเทศไว้ให้”


 

“ให้ใคร”


 

“เผื่อนายเปลี่ยนใจ” รอยยิ้มบางๆ ที่ปรากฏขึ้นราวกับเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ที่สามารถดูดกลืนทุกสิ่งลงไปได้


 

“...ไม่เปลี่ยนใจหรอกน่า”


 

“จื่อจื่อ”


 

“บอกว่าชื่อต่าย อะไร”


 


 

“เจ้าของที่นี่คนไหน ใช่คนนั้นรึเปล่า” หลานเยี่ยนมองไปทางพี่หลามซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล


 

“ใช่ เป็นเจ้าของกิจการ ทำไมเหรอ”


 

“เรียกมาให้หน่อย”


 

“ทำไม”


 

“มีเรื่องจะคุย"


 

“อืม...พี่หลามมานี่หน่อยครับ” ผมกวักมือเรียกพี่หลามให้เดินมาหา


 

“มีไรต่าย” พี่หลามพยายามทำตัวเป็นปกติแม้หน้าจะยังซีดไม่หาย


 

“หลานเยี่ยนมีอะไรจะคุยกับพี่น่ะ”


 

“...มีอะไรให้รับใช้ครับ” สุภาพซะ


 

พี่หลามใช้เสียงสุภาพจนผมหลุดขำออกมา เลยได้รับสายตาที่บอกว่าฝากไว้ก่อนกลับมา


 

“ต้องจ่ายเท่าไหร่ถึงจะซื้อเขาได้” หลานเยี่ยนมองมาทางผมระหว่างถาม


 

“...” พี่หลามที่ได้ยินช็อกค้างไปแล้ว


 

“คุณหมายถึงจะซื้อคอร์สเรียนกับผมใช่รึเปล่า” คำพูดสองแง่สามง่ามนั่นน่าปวดหัวซะจริง จงใจกวนชัดๆ


 

“ก็ตามนั้น”


 

“ที่นี่จะมีเป็นคอร์สทดลองคือสี่ชั่วโมง คอร์สระยะสั้นสิบชั่วโมง ส่วนคอร์สระยะยาวยี่สิบชั่วโมง” ผมอธิบายแทนพี่หลามที่ยังอึ้งอยู่


 

“ยี่สิบชั่วโมง เรียนเช้าเย็นทุกวันจนกว่าจะจบคอร์ส เรียนกับนายเท่านั้น” หลานเยี่ยนเอ่ยเสียงเรียบ


 

“ผมมีคิวสอนคนอื่นด้วย ไม่ว่างสอนคุณเช้าเย็นทุกวันหรอก” ระหว่างนี้ผมลองนึกตารางวันที่ว่าง


 

“ช่วงค่ำก็ได้ วันไหนได้ทั้งวันก็เอาสามเวลา เวลาไม่พอก็ซื้อเพิ่ม”


 

“ใจเย็นนะหลานเยี่ยน ใช่ว่าผมไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไรแต่ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้” เขาอยากอยู่กับผมให้นานที่สุด


 

เรื่องแค่นี้ทำไมผมจะไม่รู้


 

“มีแบบเหมาไม่จำกัดเวลาไหม” หลานเยี่ยนถามต่อด้วยหน้าจริงจัง


 

“ไม่มีครับ ถ้าคุณตกลงลงคอร์สยี่สิบชั่วโมงในหนึ่งวันผมสามารถสอนคุณได้อย่างน้อยหนึ่งครั้งครั้งละสองชั่วโมง บางวันอาจมากกว่าหนึ่งครั้งผมจะเขียนตารางให้อีกที”


 

“ได้ ตกลง” หลานเยี่ยนพยักหน้า


 

“จ่ายเงินสดหรือบัตรเครดิตดีครับ” ผมทำหน้าที่พนักงานขายอย่างเต็มตัว


 

“บัตรเครดิต” อีกฝ่ายยื่นบัตรสีดำส่งมาให้


 

“รอสักครู่ผมจะนำเอกสารมาให้เซ็น”


 

“พูดปกติเถอะ”


 

“ตอนนี้คุณเป็นลูกค้าและเป็นนักเรียน” ผมให้เหตุผล


 

“ฟังแล้วขนลุก”


 

“หลานเยี่ยน!” ผมตะโกนใส่อีกฝ่าจนพี่หลามสะดุ้งแทน


 

“หึ แบบนี้สิ เป็นตัวของนายเองดีที่สุด” หลานเยี่ยนดูจะพอใจกับผมที่เป็นแบบนี้


 

“เฮ้อ...เข้าใจแล้ว แบบนี้ก็แบบนี้ เซ็นเสร็จก็กลับไปได้แล้วค่อยเริ่มเรียนพรุ่งนี้”


 

“จะรอ”


 

“รอผม?”


 

“อืม”


 

“รอทำไม” ทำไมต้องรอ


 

“กลางวัน เย็นไปกินข้าวกัน กินเสร็จจะพาไปส่งห้อง” หลานเยี่ยนบอกสิ่งที่คิดจะทำ


 

“คุณไม่ต้องทำขนาดนี้”


 

“ฉันอยากทำ อยากอยู่กับนายให้นานที่สุด ที่มาประเทศก็เพื่อมาเจอนายอยู่แล้ว เพราะงั้นให้ฉันอยู่ข้างๆ เถอะ อย่าไล่กันเลย” เป็นอีกครั้งที่หัวใจผมเต้นรัวเพราะหลานเยี่ยน


 

คำพูดของเขาทำให้เลือดในกายเดือนพล่าน ไม่รู้ตัวเลยว่าตกลงไปตอนไหน รู้แค่ตลอดทั้งวันผมมีหลานเยี่ยนอยู่ข้างๆ ไม่ห่าง ตอนกลางวันพาไปกินข้าวและพากลับเข้ามาส่ง ตอนเย็นพาไปกินอีกมื้อก่อนจะพามาส่งคอนโด


 

กลายเป็นหนึ่งวันที่มีแต่หลานเยี่ยนอยู่เต็มไปหมด

.........................................

มาเสิร์ฟแล้วค่าา

ดีใจจังมาเลยที่มีคนเรื่องนี้กันเยอะมาก!

เราได้กำลังใจในการแต่งจากการอ่านคอมเม้นท์ของทุกๆ คนเลยนะคะ

ขอบคุณมากๆ ค่ะ

ตอนนี้นับว่าจบแบบไม่ค้างแล้ว เป็นหนึ่งตอนที่น่ารักมากและเชื่อว่าทุกคนน่าจะกำลังยิ้มอยู่แน่ๆ

เราไม่ชอบแต่งฉากเศร้าหรือดราม่า จะมีก็แค่พอกรุบกริบ

จากนี้บอกเลยว่ามีแต่ความหวานและความน่ารัก

ฝากติดตามด้วยนะคะ

ช่วงนี้เราเข้าไปใน #กระต่ายมาเฟีย ได้เห็นโพสกับแฟนอาร์ตด้วย

เราดีใจมากเลย! ><

แฟนอาร์ตจาก คุณ @Luangphoo ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ น่ารักมากๆ เลย ดูชุดวันพีชสายเดี่ยวนั่นสิ!

เราเองก็อยากไปถือป้าย FCจื่อจื่อ เช่นกัน

ขอบคุณจริงๆ นะคะ

แฟนอาร์ตจาก คุณ @pimmmm9 ขอบคุณมากๆ เลยนะคะสำหรับแฟนอาร์ต สวยมากๆ เลย

หลานเยี่ยนร้องไห้ กอดจื่อจื่อไว้เราชอบมากเลย

อยากเข้าไปกอดปลอบเลย ขอบคุณค่า!


 

สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกๆ คอมเม้นท์เลยนะคะ

เจอกันใหม่อาทิตย์หน้า

บ๊ายบาย

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.052K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,074 ความคิดเห็น

  1. #1051 Hoshiiro (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 13:43
    ทุกคนงง เราก็งงเหมือนกันว่าไปรู้จักกันจนสนิทแบบนี้ตอนไหน ถ้าไม่รู้เรื่องราวตอนไปเป็นกระต่าย 555
    #1,051
    0
  2. #976 nep7 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 23:01
    ทุกคนงง55555
    #976
    0
  3. #764 0984363270 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 22:43
    อ๊ายยยยยๆๆๆๆๆๆๆ!!!
    #764
    0
  4. #728 sakura17 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 08:35
    ถ้าไม่เจอไอจีจื่อจื่อก็คงปล่อยวางไปแล้ว กระต่ายใจแข็ง!
    #728
    0
  5. #667 Kunkavin_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 00:10
    น่ารักเหมือนเดิม5555
    #667
    0
  6. #644 the_dog_moon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 22:58
    ซื้อคอร์สเรียนอย่างกับซื้อโปรเน็ต555555 ทั้งฮา ทั้งเขิน ชอบความดื้อดึงของพี่แก รักตัวละครของไรท์มากเลยค่ะ มีคนแนะนำมาเลยเข้ามาอ่านน่ารักทุกฉากทุกมุมมองและน่ารักทุกคนเลยค่ะ ヾ(*´∀`*)ノ โดดทำเปเปอร์เพื่อมาอ่านTTเฉพาะ สู้ๆ นะคะ
    #644
    1
  7. #585 P-gorgoeus (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 20:53

    ดีใจ เค้าเจอกันจริงๆสักที
    #585
    0
  8. #474 อัพแล้วหายกันเก่งงง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 22:12
    เป็นเขิลกับพี่หลานเหยี่ยนอ่า
    #474
    0
  9. #415 peace_in_apple (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 00:28
    คิดถึงจื่อจื่อ ขอทวงคืนจื่อจื่อ
    #415
    0
  10. #399 sunshineinjuly (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 05:40
    พ่อหนุ่มคลั่งรัก
    #399
    0
  11. #358 Bbia (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 16:49
    น่ารักอะ น้องงง
    #358
    0
  12. #357 yuki5555 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 00:52
    ชอบเวลาเรียกจื่อจื่อน้องแลดูน่ารักกก
    #357
    0
  13. #356 nutcha3332 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 19:35
    ฮืออ น่ารักมากกก ไรท์แต่งดีอ่ะ ดีใจที่ได้อ่านเรื่องนี้นะคะ เลิฟๆ
    #356
    0
  14. #354 วิ่งขาโถกเถก (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 10:56
    เขามารับกาตุ่ยคืนแล้วว รอกาตุ่ยใจอ่อน
    #354
    0
  15. #353 Kim Min Seok Xiumin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 00:03
    ยอมเขาไปเถอะน้องงง 555
    #353
    0
  16. #351 kamonlukpang (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 22:59

    โอ้ยยยยย รักกระต่ายก้บอกเถอะ
    #351
    0
  17. #349 Klis (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 20:54
    ฮืออออมันดีมากๆเลยยย รักความเป็นต่ายกับหลานเยี่ยนมากกก แงงง
    #349
    0
  18. #345 Y.TC (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 06:08

    แงงงงง อ่านถึงตอนนี้ละฟินมากๆเลย เป็นพ็อตนิยายที่น่ารักมากเลย ยิ่งคนเป็นทาสกระต่ายอยู่แล้วยิ่งหลงกระต่ายมากขึ้นไปอีก ชอบมากๆๆ
    #345
    0
  19. #343 SyeturBW (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 23:31
    โอ้ยยยยตายย โดนจื่อจื่อตกโงหัวไม่ขึ้นล้าวววว
    #343
    0
  20. #341 smile1432 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 19:32
    พึ่งเข้ามาอ่าน หลงจื่อจื่อหนักมากก
    หลานเยี่ยน่ารักโพดดด หยักได้ๆ55555
    รอน้าาา สู้ๆค่าา
    #341
    0
  21. #340 «PhuengAugust» (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 18:18
    พี่เค้าจามกระต่ายเค้าไม่หยุดเลยยย หลงหนักมากกกกตอนเป็นกระต่ายก็หลง ตอนเป็นคนไปกันใหญ่เลยทีนี้
    #340
    0
  22. #338 Nong_1158 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 15:09
    จื่อๆของอาหลานนเยี่ยนน
    #338
    0
  23. #336 Bnbnbnbnbn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 13:53
    จากที่ตามอ่านมาไรท์เป็นสายฟิลกู๊ดใช่มั้ยคะน่ารักทุกเรื่องเลยไหนจะเรื่องเก่าๆที่ลองไปอ่านบทนำก็ดูน่ารัก แอแงใจนุไม่ไหวชอบนะคะแต่งอีก5555555 เอาดีๆรักความรวยของพี่หลานมากชอบค่ะผู้ชายนิสัยรวยเค้ารักกันมากแบบไม่มีอะไรมากั้นจริงๆส้มหยุดที่ว่าแน่ก็หยุดความรักของเค้าสองคนไม่ได้แอแงงง
    #336
    0
  24. #334 baby-m2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 03:44
    กรี๊ดดดดด อ่านรวดเดียวจบเลยแม่! คือมันดีมากจริงๆๆ ชอบจื่อจื่อมากกก มากถึงมากที่สุด หลานเยี่ยนก็ชอบ ฮีดูรักจื่อจื่อจริงละรักมากอ่ะ ไม่สิ ฮีเคยบอกว่าไม่ใช่รักมาก แต่รักที่สุดนี่เนอะ555 อยากให้ไปอยู่กะหลานเยี่ยนอ่าา แต่ก็เข้าใจน้องนะ ไปอยู่นู้นก็รู้จักอยู่แค่ไม่กี่คน แถมตอนเป็นจื่อจื่อคือมันก็กระต่ายงะ มีอะไรมากกว่ากิน นอน เล่นเล่า! รอตอนต่อๆๆไปค่ะะ ม๊วฟฟฟ
    #334
    0
  25. #333 natnicha8473 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 00:43
    ฮื่อ จื่อจื่อ ไปอยู่กับเขาเถอะลูก สามีมารับขนาดนี้แล้ว
    #333
    0