-จบ-*·~¤ Melt my heart ¤~·* หลอมดวงใจให้เป็นหนึ่งเดียว

ตอนที่ 16 : *·~หลอม¤ครั้งที่ XV ~·*

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,373
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 214 ครั้ง
    7 มิ.ย. 62

*·~หลอม¤ครั้งที่ XV ~·*




วันเวลาตั้งแต่งานพิธีแต่งตั้งผ่านไปหลายต่อหลายเดือน งานเอกสารที่องค์ชายฮาล์บมักทำประจำช่วงนี้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเนื่องจากหลายๆ ปัจจัย โดยปัจจัยหลักๆ คงไม่พ้นต้องการให้ว่าที่ราชาคนต่อไปได้เรียนรู้ทุกอย่างในฐานะราชาไม่ใช่แค่นั่งเซ็นต์เอกสารบนโต๊ะไปวันๆ


ราชาเป็นคำที่มีไว้มอบให้กับผู้นำสูงสุดของอาณาจักร ไม่เพียงแค่มีอำนาจเด็ดขาดแต่ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเจริญของอาณาจักรด้วย อาณาจักรไหนมีราชาที่เพียบพร้อมด้วยปัญญาและเมตตาย่อมมีส่วนช่วยผลักดันอาณาจักรให้ก้าวเดินต่อไป ในทางกลับกันหากราชาไม่มีความเป็นธรรม หัวรุนแรง ใช้กำลังหรือคดโกงก็จะนำพาอาณาจักรสู่จุดจบอันน่าเศร้าได้เช่นกัน


ดังนั้นการขึ้นเป็นราชาไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่เพียงแค่มีสติปัญญาหรือเมตตาธรรมเท่านั้นแต่ยังต้องมีความสามารถทางด้านเวทมนตร์และอื่นๆ อีกหลายด้าน ต้องเรียนรู้ทุกอย่างของอาณาจักรและทำความเข้าใจจนแตกฉาน เพราะแบบนั้นภาชีมจึงได้ยกกองเอกสารที่องค์ชายฮาล์บต้องทำกลับไปให้องค์ราชาคาราสแล้วบอกให้องค์ชายไปเดินดูการทำงานของฝ่ายต่างๆ ของอาณาจักรด้วยตาตัวเอง


ผมพ่วงด้วยองครักษ์ทั้ง 5 คนจึงเดินตามหลังองค์ชายเสด็จไปตามส่วนต่างๆ ของปราสาทตั้งแต่ช่วงสายไปจนถึงช่วงเย็นติดต่อกันมาหลายวันแล้ว ภายในปราสาทประกอบด้วยฝ่ายต่างๆ มากมายตั้งแต่การนำเข้า การส่งออก การเก็บภาษี การคลัง การเงิน เศรษฐกิจ แพทย์หรือแม้แต่การทูตระหว่างอาณาจักร


วันนี้พวกเราไปการทำงานของฝ่ายการคลังในช่วงเช้าบริเวณด้านข้างของปราสาทซึ่งมีคลังเก็บของขนาดใหญ่ที่ถูกจัดแยกออกป์ืนหลายๆ ส่วนตามแต่ของที่จัดเก็บ องค์ชายฮาล์บเดินดูพวกพวกใช้ต่างๆ แบบผ่านๆ โดยเน้นหลักอยู่บริเวณผลิตภัณฑ์ทางเกษตรไม่ว่าจะข้าว ผักหรือเนื้อสัตว์


“อีกนานเท่าไหร่ถึงจะเข้าฤดูเก็บเกี่ยว” องค์ชายฮาล์บหันไปถามหัวหน้าการคลังทั้งที่น่าจะรู้คำตอบอยู่แล้ว


“ประมาณ 2 อาทิตย์พ่ะย่ะค่ะ”


“แล้วอาหารยังเต็มคลังแบบนี้เมื่อได้ของใหม่มาจะทำยังไง” องค์ชายถามต่อ


“โดยปกติจะนำออกไปขายให้ชาวบ้านในราคาถูกพ่ะย่ะค่ะ” อีกฝ่ายอธิบาย


“แปลว่าได้กำไรจากการขายไม่มากสินะ” องค์ชายได้ข้อสรุปอย่างรวดเร็ว


“...พ่ะย่ะค่ะ ต้องการให้กระหม่อมเพิ่มราคาหรือพ่ะย่ะค่ะ” เหมือนหัวหน้าการคลังจะไม่เข้าใจความหมายที่องค์ชายต้องการจะสื่อ


“ข้าเหมือนคนเห็นแก่เงิน?” รอยยิ้มขององค์ชายทำเอาอีกฝ่ายพ่วงด้วยเหล่าผู้ติดตามส่ายหัวดิ๊กๆ กันเป็นแถว


“ไม่เหมือนพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมขออภัยที่ล่วงเกิน”


“ซิน เจ้าล่ะแปลความหมายประโยคที่ข้าพูดไปในทางไหน” ครั้งนี้องค์ชายหันมาถามผมบ้าง


“กระหม่อมคิดว่าในเมื่อได้กำไรไม่มากก็ควรนำอาหารเหล่านั้นไปแจกจ่ายให้กับประชากรที่ขาดแคนอาหารพ่ะย่ะค่ะ” ผมอธิบายออกไปตามที่เข้าใจ และดูเหมือนคำตอบนี้จะถูกใจองค์ชายมาก รอยยิ้มแกมชื่นชมนั่นผมก้มหัวเล็กลงเล็กน้อยเพื่อน้อมรับ


“กระหม่อมจะทำตามที่พระองค์ต้องการพ่ะย่ะค่ะ” พอทางนั้นเห็นว่าคำพูดผมตรงกับความต้องการขององค์ชายก็รีบทูลทันที


“ดี ถ้าจะให้ดีมอบเมล็ดพันธ์สำหรับเพราะปลูกให้พวกเขาด้วย”


“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”


เมื่อจบจากการดูงานของการคลังในช่วงบ่ายจึงเป็นฝ่ายการทูตที่อยู่ตึกแยกติดกับคลังเก็บสินค้าไม่ไกลนัก สำหรับการทูตจะมีตึกเป็นของตัวเองเนื่องจากมีคนจากทั้งในและต่างอาณาจักรเข้าออกอยู่จำนวนค่อนข้างมากในแต่ละวัน หากให้เข้าไปในตัวปราสาทโดยตรงอาจส่งผลให้เกิดปัญหาได้


“ซิน” องค์ชายเรียกก่อนจะหยุดขาที่กำลังจะก้าวเข้าไปด้านใน


“พ่ะย่ะค่ะ” ผมขานรับ


“เจ้าร่ายเวทย์พรางตัวได้ไหม”


“...ทำไมพ่ะย่ะค่ะ” ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องให้ผมร่ายเวทย์พรางตัวด้วย


หรือว่าสังเกตเห็นอะไรที่ผมมองข้ามไป


“ก็...”


“องค์ชายฮาล์บ ยินดีที่ได้พบกันอีกนะพ่ะย่ะค่ะ” ยังไม่ทันได้รับคำอธิบายเสียงทุ้มของบุคคลด้านในก็ดังขึ้นมาแทรกบทสนทนา คนตรงหน้ามีรูปลักษณ์ไม่ต่างจากเจ้าชายทั้งรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาและรอยยิ้มแพรวพราว


เขาเป็นคนเดียวกับที่ผมเคยเจอเมื่อหลายเดือนก่อน ลูกชายของพระเชษฐภคินีองค์ราชินีท่านเบลญ่า มาเจนโนสว์...เซนเบล มาเจนโนสว์ว่าที่หัวหน้าฝ่ายการทูตคนต่อไปของอาณาจักร ตอนนี้เห็นว่าเป็นผู้ช่วยที่มีผลงานโดดเด่นและมากความสามารถคนนึง


“...ยินดีเช่นกัน” ใบหน้าองค์ชายยังคงประดับไว้ด้วยรอยยิ้มแม้จะดูขืนๆ ก็ตาม


“ไงซิน ไม่ได้เจอกันนาน ข้าอยากเจอเจ้าแต่ไม่รู้จะไปเจอที่ไหนเลยได้แต่หวัง แปลว่าพระเจ้าคงช่วยให้ความหวังข้าเป็นจริงละมั้ง” คำพูดจีบสาวตรงๆ นั่นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกคล้อยตามสักนิด


“...” ผมเลือกให้ความเงียบเป็นคำตอบ


“อย่างน้อยก็ควรตอบกลับมาหน่อยนะซิน” อีกฝ่ายก้าวเข้าใกล้เพื่อรอคำตอบ


“...สวัสดียามบ่ายครับ” เอ่ยทักทายเสร็จก็ก้มหัวเล็กน้อยแสดงความเคารพ


“ทำไมข้าฟังเสียงเจ้าแล้วรู้สึกชอบนักนะ” รอยยิ้มมุมปากกับดวงตาสีน้ำตาลจับจ้องมายังผม สื่อความหมายในทางจีบอย่างโจ่งแจ้ง ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งเคยถูกรุกจีบขนาดนี้ครั้งแรก  


“แต่ผมไม่ชอบให้ใครมาจ้อง” ครั้งนี้ผมคงไม่อาจพูดขอบคุณออกไปได้


“โดนจ้องบ่อยๆ เดี๋ยวก็ชิน”


“...” ผมไม่รู้จะต่อบทสนทนาไปทางไหนดีแล้วเนี่ย


เมื่อไหร่จะเปลี่ยนเรื่องไม่ก็ไปคุยกับคนอื่นสักที


“เซนเบล” เหมือนมัระฆังช่วยชีวิต องค์ชายฮาล์บขยับตัวเข้าใกล้พลางใช้แขนบอกให้ผมขยับถอยหลังไป อยากจะเอ่ยขอบคุณซะเดี๋ยวนี้หากไม่ติดว่ามีคนมองอยู่


“อ้อ ขออภัยที่เสียมารยาทกับองครักษ์ของพระองค์” เจ้าตัวดูจะรู้ว่าเสียมารยาทถึงได้ก้าวถอยหลังไปเช่นกัน


“เขาเป็นองครักษ์คนสนิทของข้า” หูผมเป็นอะไรไปนะทำไปถึงได้ประโยคนั้นคล้ายประโยคแสดงความเป็นเจ้าของไปซะได้


บ้าจริงเชียว


“ข้าก็ว่าอยู่ ไม่งั้นคงไม่ตามพระองค์ไปทุกที่แบบนี้ คงจะเป็นคนโปรดใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ” อีกฝ่ายถามพลางเงยหน้าขึ้นประสานดวงตาสีฟ้าสว่างขององค์ชายอย่างไม่เกรงกลัว


“ใช่ โปรดมาก”


“ข้าเองก็โปรดเขามากเช่นกัน”


เอ่อ...ผมว่าบรรยากาศมันชักเริ่มแปลกๆ แล้วนะ


จ้องกันขนาดนั้นไม่รู้จะเปิดฉากร่ายเวทย์ใส่กันเมื่อไหร่


“องค์ชาย” ผมเอ่ยเรียกเสียงเบาเพื่อเตือนสติ


“อืม...วันนี้ข้าต้องการมาดูการทำงานของฝ่ายการทูต” องค์ชายพยักหน้าเล็กน้อยก่อนหันไปพูดกับเซนเบล


“ได้แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ เชิญทางนี้เลย แต่ก่อนจะไปเดินชมอะไรไม่ทราบว่ามื้อเที่ยงทรงเสวยรึยังพ่ะย่ะค่ะ” เซนเบลถามระหว่างพาเดินเข้าไปด้านในตัวตึกสีส้มอ่อน


“ยัง”


“งั้นให้กระหม่อมเตรียมให้เถิด เชิญรอที่ห้องด้านนี้เลย ข้าขอร่วมโต๊ะด้วยคงไม่ว่ากันนะพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย” เซนเบลพาพวกเราไปรอยังห้องโล่งๆ ห้องหนึ่งที่มีเพียงโต๊ะและชั้นหนังสือเล็กๆ อยู่ด้านข้าง


องค์ชายฮาล์บบอกให้พวกเราทุกคนไปรอด้านนอก องครักษ์ทุกคนล้วนทำตามโดยเดินออกไปด้านหน้าห้องเว้นเพียงแต่ผมที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเนื่องจากทุกครั้งที่องค์ชายบอกให้ออกไปรอจะให้ผมอยู่ด้วยเสมอ ผมเลยคิดว่าครั้งนี้คงไม่ต่างกัน


“ซิน...เจ้าออกไปรอข้างนอกด้วย”


“...ทำไมพ่ะย่ะค่ะ” รู้ว่าเสียมารยาทที่ต้องถามกลับแบบนี้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ถูกบอกให้ออกไปด้านนอก


“ข้าคิดว่าเจ้าเข้าใจ” ดวงตาสีฟ้าสว่างเงยขึ้นมาสบไม่นานองค์ชายก็ทรงลุกขึ้นมาหา


“...กระหม่อมไม่เข้าใจ” จะให้เข้าใจว่าอะไรล่ะ


รำคาญหรือเบื่อเวลามีคนตามติด


“เจ้าอยากอยู่ให้เซนเบลจีบหรือ” คำถามต่อมาทำเอาร่างกายเกิดอาการสะดุ้งเล็กๆ ขึ้น ความทรงจำยามถูกเอ่ยคำหวานผุดเข้ามาในหัวอีกระลอก


“ไม่อยาก...”


“งั้นก็ออกไปรอข้างนอก”


“แต่กระหม่อมต้องคอยอารักขาพระองค์” จะให้ออกไปด้านนอกเพียงเพราะเหตุผลอันน้อยนิดแค่นั้นคงไม่ได้ อีกอย่างสัญชาตญาณผมบอกว่าคนคนนั้นไม่น่าไว้ใจ ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม คำพูดหรือแม้แต่การกระทำต่างไม่น่าไว้ใจทั้งนั้น ดังนั้นการจะปล่อยให้องค์ชายอยู่ตามลำพังกับอีกฝ่ายเป็นเรื่องที่ไม่ควรอย่างยิ่ง


“ซิน...”


แกร็ก!


“อาหารพร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เป็นอีกครั้งที่บทสนทนาถูกตัด เซนเบลเปิดประตูเข้ามาพร้อมเด็กรับใช้ถือจานอาหารประมาณ 6 อย่างเดินเข้ามาวางเรียงรายบนโต๊ะ


“ซิน...ออกไปรอด้านนอก” องค์ชายยังคงเข้ามากระซิบให้ได้ยินกันสองคน


“ไม่ไปพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะปล่อยองค์ชายไว้ตามลำพังได้ยังไง” ระหว่างสนทนาเด็กรับใช้ต่างพากันออกไปจนในห้องเหลือเพียงสามชีวิตคือผม องค์ชายและเซนบาล


“ข้าไม่เป็นไร”


“ถึงแบบนั้นก็เถอะ...” ดวงตาสีขาวของผมเหลือบไปเห็นเซนบาลหย่อนอะไรสักอย่างลงในจานข้าวฝั่งหนึ่งก่อนตัวเองจะเดินไปนั่งรออีกฝั่งด้วยท่าทางปกติ องค์ชายกำลังยืนหันหลังให้โต๊ะอาหารจึงไม่มีทางมองเห็นการกระทำอันน่าสงสัยนั่นแน่


ผงนั่นคืออะไร


“ซิน?” อาจเพราะเห็นผมทำหน้านิ่งองค์ชายจึงตรัสเรียก


“กระหม่อมจะอยู่กับพระองค์” ยิ่งได้เห็นการกระทำนั่นคงจะปล่อยให้องค์ชายอยู่ตามลำพังกับคนคนนั้นไม่ได้


“เฮ้อ...ก็ได้” สุดท้ายองค์ท้ายจึงถอนหายใจยาวและเดินกลับไปนั่งบนเก้าอี้ตามปกติ


“ซินกินด้วยกันเนอะ ข้าให้เด็กเตรียมข้าวมาเผื่อแล้ว” เซนบาลพูดจบก็หยิบจานเปล่าขึ้นมาตักข้าวจากโถวใส่แล้ววางจานไว้ยังช่องว่าด้านข้างระหว่างตัวเองและองค์ชาย


“ขอบคุณ” ผมเอ่ยพลางมองซ้ายขวาพอเจอเก้าอี้อีกตัวตรงมุมห้องก็เดินไปยกมา โต๊ะอาหารตอนแรกมีเก้าอี้เพียง 2 ตัวเท่านั้น


ระหว่างกำลังยกเก้าอี้ในหัวผมก็กำลังคิดว่าจะจัดการกับสถานการณ์ในตอนนี้ยังไง อยู่ๆ จะให้เปลี่ยนจานข้าวคงผิดปกติเกินไป จะแอบกระซิบบอกก็ยิ่งน่าสงสัยเข้าไปใหญ่ มีทางเดียวที่คิดออกคือสร้างสถานการณ์ให้องค์ชายไม่อาจกินข้าวจานนั้นได้ แต่จะสร้างสถานการณ์ยังไงนี่สิที่ลำบาก


แย่ล่ะเดินจะถึงอยู่แล้ว


คิดสิ จะให้องค์ชายตกอยู่ในอันตรายแล้วคนน่าสงสัยไหวตัวทันรึไง!


กึก!


อยู่ๆ ขาที่กำลังก้าวก็สะดุดพื้นพรมจนร่างกายเซ ความคิดนึงผุดเข้ามาในหัวฉับพลัน ผมไม่มีเวลาแม้แต่จะคิดทวนแผนก็ต้องลงมือจริง และห้ามผิดพลาดด้วย


ผมปล่อยมือจากเก้าอี้ที่ถือและถ่ายเทน้ำหนักไปยังหลังเพื่อให้ร่างกายเอนไปหาองค์ชาย สภาพผมกำลังหงายหลังเรียกความตกใจจากทั้งสองคนได้ดีทว่าผมไม่คิดจะทำเพียงหงายหลังใส่องค์ชายเฉยๆ แต่ใช้มือข้างซ้ายทำท่าปัดป่ายก่อนจะปัดจานข้าวขององค์ชายลงพื้นอย่างแนบเนียน


“ซิน!” องค์ชายรีบคว้าตัวผมไว้ก่อนจะหงายหลังกระแทกพื้น


“โอ้ย...” ผมแสร้งทำเป็นเจ็บเล็กน้อยให้ดูสมจริงกับการหงายหลัง จานข้าวตกลงไปคว่ำหน้ากับพื้นทำให้ยังไงก็ไม่อาจหยิบขึ้นมาให้องค์ชายทานได้แน่ๆ


“เป็นอะไรไหม พื้นตรงนั้นต่างระดับอยู่หน่อย ข้าไม่ได้บอกขอโทษด้วย” เซนบาลพูดพลางลุกจากเก้าอี้ขึ้นมาหาผมที่บัดนี้นั่งอยู่บนตักขององค์ชายโดยถูกฝ่ามือทั้งสองข้างโอบไว้หลวมๆ


“ไม่เป็นไรครับ องค์ชายทรงปล่อยกระหม่อมเถิด” พูดกับเซนเบลเสร็จก็รีบหันไปหาองค์ชายเนื่องจากเขาไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยมือที่โอบเอวผมไว้เลย


“บาดเจ็บตรงไหนไหม” นอกจากจะไม่ปล่อยแล้วยังถามกลับอีก


“ไม่เป็นไรพ่ะย่ะค่ะ” ไม่ได้รู้สึกเจ็บตรงไหนด้วย


“โกหก...ไม่เป็นไรแล้วนี่อะไร” องค์ชายคลายมือที่โอบเอวผมออกไปข้างนึงก่อนจะเปลี่ยนมาคว้ามือซ้ายผมให้ยกขึ้น ของเหลวสีแดงสดไหลอาบฝ่ามือขาวจนนองไปด้วยเลือด


“อ๊ะ...” พอเห็นแผลแล้วก็รู้สึกเจ็บขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด เลือดนี่สงสัยมาตอนปัดจานข้าวตกลงพื้นละมั้ง


“ให้ข้าเรียกแพทย์มาดีกว่า” เซนเบลเอ่ยแล้วเตรียมจะเดินออกไปนอกห้อง


“ไม่เป็นไรครับ แค่นี้ผมรักษาได้”


“เจ้าใช้เวทย์รักษาได้?” คนตรงหน้าดูตกใจไม่น้อย อย่างที่เคยบอกไปว่าเวทย์รักษาไม่ใช่ทุกคนที่ใช้ได้ ใครก็ตามที่ใช้เวทย์รักษาได้ไม่ว่าจะได้น้อยหรือมากจะถูกส่งไปอยู่หน่วยแพทย์ทันทีทว่ากรณีผมค่อนข้างซับซ้อนจึงไม่ได้ไปเข้าร่วมกับหน่วยแพทย์


“ประกายแสงอันอ่อนโยนของดวงสุริยาจงโอบล้อมบาดแผลเราและรักษาโลหิตที่ไหลนองนี้ด้วยพลังนั้น” ผมไม่ตอบแต่ร่ายเวทย์รักษาบาดแผลบนฝ่ามือจนหายเป็นปกติ


“ตรงอื่นไม่ได้เจ็บใช่ไหม” น้ำเสียงห่วงใยขององค์ชายทำให้ผมส่ายหัวเบาๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปาก


“ไม่มีตรงไหนเจ็บพ่ะย่ะค่ะ”


“ดีแล้ว”


“ทรงปล่อยกระหม่อมได้รึยังพ่ะย่ะค่ะ” นี่ผมชักจะนั่งตกองค์ชายนานไปหน่อยแล้ว


รู้สึกว่าตัวเองเกร็งจนร่างกายครึ่งล่างชาไปหมดแล้ว


“ถ้าบอกว่ายังล่ะ”


“องค์ชาย!” จะมาแกล้งแหย่อะไรกันตอนนี้ไม่เกรงใจเซนเบลที่ขมวดคิ้วมองมาเลยรึไง


“ปล่อยก็ได้” รั้งตัวผมไว้ไม่นานองค์ชายจึงยอมปล่อย ผมนี่แทบกระโดดตัวลอยอยู่แล้ว ครั้งแรกในชีวิตที่มีโอกาสได้นั่งตักองค์ชายถึงจะเป็นสถานการณ์ที่ตัวเองสร้างก็เถอะ ใครจะคิดว่าจะเป็นแบบนี้ล่ะ


“แล้วองค์ชายทรงไม่บาดเจ็บตรงไหนนะพ่ะย่ะค่ะ” ผมหันไปถามอีกฝ่ายบ้าง ไม่แน่ว่าอาจโดนเศษจานบาดเอาตรงไหน


“ข้าไม่เป็นไร” ได้ยินเช่นนั้นผมก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก


“ท่านเซนเบลนั่งเถอะครับ เดี๋ยวผมตักข้าวให้องค์ชายเอง” ผมเดินไปขอจานจากมือของเซนเบลที่กำลังจะตักจานใหม่ให้องค์ชาย ผมไม่ยอมให้โอกาสเขาได้ทำอันตรายองค์ชายมากไปกว่านี้หรอก


“ได้” ฝ่ายนั่นพยักหน้ายอมแต่โดยดี


มื้อกลางวันสำหรับ 3 คนจึงได้เริ่มขึ้นและจบลงในเวลาไม่นาน เซนเบลพาองค์ชายและพวกผมเดินชมการทำงานของฝ่ายการทูตตั้งแต่เคาน์เตอร์ด้านหน้าไปจนถึงแต่ละห้องที่กำลังทำงานกันจริงจัง ผู้ที่มาอาจประสบปัญหาหรือต้องการคำแนะนำ ปรึกษาทางนี้จะคอยรับฟังก่อนดำเนินการช่วยเหลือในขั้นต่อไป


ตกดึกผมยังคงเฝ้าอารักขาองค์ชายอยู่ตลอด ในหัวผมตอนนี้กำลังคิดถึงคนคนนึง...เซนเบล มาเจนโนสว์ คนที่กล้าลงมือคิดทำร้ายองค์ชายกันซึ่งๆ หน้าแถมยังปั้นสีหน้าปกติได้แนบเนียน หากผมไม่เหลือบไปเห็นคงจะไม่รู้ตัวแน่


โชคดีจริงๆ


สงสัยต่อไปผมคงต้องระวังตัวกว่านี้ให้มากแต่สำหรับตอนนี้ผมต้องจัดการอะไรสักอย่าง


เช้ามืดของวันใหม่หรือประมาณตี 4 ผมได้ตัดสินใจจะทำบางอย่างตามลำพังโดยไม่บอกใคร และคิดว่าน่าจะจัดการเสร็จก่อนองค์ชายจะรู้ว่าผมหายไป


“สายลมแห่งการพิทักษ์จงปัดป้องทุกจิตอันตรายที่เข้ามาย่างกายด้วยลมกรรโชกอันบ้าคลั่งที่จะทลายทุกสรรพสิ่ง” ผมพึมพำร่ายเวทมนตร์โดยเลือกให้เวทมนตร์นั้นทำงานโดยตรงกับตัวองค์ชายฮาล์บ ผมคงกังวลใจหากต้องห่างกับองค์ชายไป การได้ร่ายเวทย์ป้องกันไว้ถือเป็นทางออกเดียวที่คิดได้ ณ ตอนนั้น


จากนั้นผมร่ายเวทย์ปีกทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าที่ยังคงมืดสนิทตรงไปยังคฤหาสน์แห่งหนึ่งที่อยู่ถัดจากปราสาทลงไปไม่มาก คฤหาสน์ขนาดใหญ่ถูกล้อมรอบด้วยสีเขียวของต้นไม้และสีเทาของหินที่ใช้สร้างตัวบ้าน ห้องซึ่งเป็นเป้าหมายในการมาครั้งนี้คือห้องทางซ้ายมือสุดบนชั้นสี่...


ห้องของเซนเบล มาเจนโนสว์


“อากาศเอ๋ยจงล้อมรอบกายเรา เปลี่ยนแปลงเราให้โปร่งใสดั่งอากาศและล่องลอย รอดผ่านวัตถุเบื้องหน้าได้ดั่งใจ” เวทย์ทะลุสิ่งของถูกร่ายพร้อมวงแหวนเวทย์สีขาวที่ปรากฏขึ้น เพียงพริบตาผมสามารถลอบเข้าไปในห้องนั้นได้สำเร็จ


ภายในห้องเป็นเหมือนห้องทั่วๆ ไปคือมีเตียงอยู่ชิดริมผนังนั้นและเฟอร์นิเจอร์อีกหลายอย่างวางเรียงรายอยู่ข้างผนังโดยปล่อยให้บริเวณกลางห้องว่างโล่ง ดวงตาสีขาวไล่ไปรอบๆ ก่อนจะหยุดลงยังบริเวณเตียงที่มีร่างของเจ้าของห้องนอนหลับสนิทอยู่ ผมหรี่ตาลงเมื่อได้โอกาส


การมาเยือนนี้ไม่ได้ต้องการพรากชีวิต แค่มาจับตัวไปในสภาพที่ไม่อาจพูดหรือร่ายเวทย์ได้แล้วให้ภาชาผู้มีความสามารถในการอ่านความทรงจำการต่อภายหลัง


“ประกายแห่งพฤกษาจงนำพาพวกเขาสู่ห้วงนิทราอันเป็นนิจนิรัน” พึมพำเวทย์จบวงแหวนเวทย์สีขาวก็กางออกคลุมเตียงไว้ทว่าอยู่วงแหวนเวทย์สีน้ำตาลอ่อนก็แผ่ขยายออกรอบห้องก่อนเสียงเหมือนปลดล๊อกบางสิ่งจะดังขึ้น


บรรยากาศปกติถูกปกคลุมด้วยอาณาเขตพิเศษในพริบตา ดวงตาสีขาวของผมเบิกกว้างมื่อเห็นคนที่นอนอยู่บนเตียงค่อยๆ ลุกและก้าวมาหาด้วยใบหน้าตกใจเล็กน้อย


“ไม่คิดว่าจะคิดถึงข้าถึงขนาดมาหาถึงห้องแบบนี้นะ” ถ้อยคำธรรมดากลับแฝงไปด้วยอันตรายจนผมต้องก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง


“กลุ่มก้อนแห่งพลังจงตื่นขึ้นจากการหลับใหล จงแตกแขนงและพุ่งชนใส่ผู้ที่อาจมายืนขวางเบื้องหน้าเรา” เวทย์โจมตีแบบกระจายที่ร่ายไม่ทำงานหลังจากร่ายคาถาจบ ผมเงยหน้าขึ้นมองอาณาเขตแปลกๆ โดยรอบก่อนจะเม้มปากแน่นเมื่อเรื่องราวทุกอย่างถูกเรียบเรียง


“ทำหน้าเหมือนรู้อะไรแล้วเลยนะ งั้นข้าคงไม่ต้องเฉลยแล้วมั้งว่าอาณาเขตนี้คือเวทย์อะไร” คนตรงหน้าก้าวเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม


“เวทย์ผนึกแบบมีเงื่อนไข...ทำงานโดยใช้อุปกรณ์เวทมนตร์” ผมพูดโดยสบตากับอีกฝ่ายเขม็ง


“สุดยอด แต่รู้ไหมว่าข้าตกใจเหมือนกันนะเพราะแผนนี่เตรียมไว้เผื่อเจ้าจะมาหาข้าที่คฤหาสน์นี่ ใครจะคิดล่ะว่าจะบุกมารุ่งสางแบบนี้ ต้องพูดว่าสมกับเป็นองครักษ์คนสนิทขององค์ชายฮาล์บสินะ” ถึงจะถูกชมมากมายผมก็ไม่รู้สึกดีใจสักนิด


“คุณใส่ยาอะไรลงไปในข้าวขององค์ชาย” ผมไม่คิดจะต่อบทสนทนาไร้สาระไปมากกว่านี้


“เห็นจริงๆ ด้วย มาถึงขนาดนี้จะบอกละกันว่ายานั่นคือยาพิษร้ายแรงใครที่กินเข้าไปไม่มีทางรอดชีวิต ฉันวางแผนไว้ว่าจะใช้ยานั่นจัดการองค์ชายหรือไม่ก็เปลี่ยนมาจัดการคนที่ล่วงรู้แผนการนี้แทน” ทันทีที่พูดจบผมยกการ์ดขึ้นเตรียมเข้าโหมดป้องกันตัว


“คิดจะปิดปากผม?”


“ตอนแรกใช่”


“แปลว่าตอนนี้เปลี่ยนใจ?”


“ใช่ บอกตรงๆ ว่าข้าถูกใจเจ้ามาก ทั้งรูปร่าง หน้าตา สีผม สีตาหรือแม้แต่น้ำเสียง ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นก็รู้สึกสนใจมากจนอยากได้มาครอบครอง เพราะงั้นข้าจะไม่ฆ่าเจ้า” ดวงตาสีน้ำตาลที่ประสานมานั่นไม่ได้โกหก


“แปลว่าเงื่อนไขของเวทย์ผนึกไม่ใช้ชีวิตสินะ” ไขข้อสงสัยไปได้อีกเรื่อง


“ถูกต้อง หากอยากออกไปจากเวทย์ก็ให้ข้าสัมผัสเจ้าสิซิน” น้ำเสียงอันเต็มไปด้วยความปรารถนามาพร้อมฝ่ามือที่หมายจะเอื้อมมาจับใบหน้าทว่าผมกลับก้าวถอยหลังไม่ยอมให้อีกฝ่ายโดนตัวง่ายๆ


คิ้วสีขาวของผมขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อได้ยินเงื่อนไขที่ว่า ‘ให้ข้าสัมผัสเจ้า’ มันไม่แน่เสมอไปว่าการสัมผัสนั้นจะหมายถึงเซ็ก หากใช้เงื่อนไขเพียงแค่สัมผัสก็ไม่มีอะไรต้องกลัว เพราะงั้นต้องล้วงข้อมูลออกมาให้มากกว่านี้


“คนที่จ้องเล่นงานองค์ชายคือท่านใช่ไหม” ผมยิงคำถามออกไปตรงๆ


“...ทั้งใช่และไม่ใช่”


“คิดจะแย่งตำแหน่งราชาเหรอ”


“ตอนนี้ละก็ใช่” ครั้งนี้อีกฝ่ายพยักหน้า


“ผมไม่ยอมให้องค์ชายเป็นอันตรายแน่” ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็จะปกป้ององค์ชายให้ได้


“น่าอิจฉาจังนะองค์ชายฮาล์บ มีคนมอบความรักให้มากขนาดนี้อยู่ข้างกาย”


“อึก...” ผมถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยิน


คนคนนี้รู้ว่าผมรู้สึก...กับองค์ชายฮาล์บ


“น่าสงสารเพราะความรักของเจ้าคงไม่มีวันสมหวัง” น้ำเสียงนิ่งๆ นั่นกรีดลึกลงไปในหัวใจผมในทันที


“รู้อยู่แล้ว” ผมสะกดกลั้นความเจ็บบริเวณหัวใจไว้


เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้คนนอกมาบอกหรอกผมรู้ตัวตั้งแต่วันแรกที่หลงรักองค์ชายแล้ว


“แต่ก็จะรัก?”


“ใช่” เพราะผมไม่อาจเลิกรักได้จึงมีเพียงยอมรับและรักต่อไปเท่านั้น แม้จะรู้ว่าไม่มีทางที่ความรักครั้งนี้จะสมหวังก็ตาม


“เลิกมองหมอนั่นแล้วมาหาข้าเถอะซิน ข้าจะทำให้เจ้ามีความสุขกว่าองค์ชาย”


“ไม่มีทาง”


ไม่มีทางที่ผมจะไปหาเขา


และไม่มีทางที่ผมจะมีความสุขกว่าตอนอยู่กับองค์ชาย ช่วงเวลาที่ได้อยู่กับองค์ชายมันคือความสุขที่สุดในชีวิต ไม่มีใครจะทำให้ผมรู้สึกมีความสุขมากไปกว่านี้


“ดื้อจริงนะ คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ต่อรองขนาดไหนกัน” ดวงตาสีน้ำตาลจับจ้องมาด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย


“คงไม่มี...แต่ผมคิดว่าสามารถจัดการกับสถานการณ์นี้ได้” หากทุกอย่างเป็นไปตามที่คิดละก็นะ


“ความมั่นใจนั่นน่าสนใจทีเดียว ยิ่งอยากได้เจ้าเข้าไปใหญ่”


“ผมไม่ได้สนใจท่าน” ไม่เลยแม้แต่น้อย


“หึ เพราะไอ้องค์ชายนั่นรึไง”


“ต่อให้ไม่ได้เจอองค์ชายคำตอบก็ไม่ต่างไปจากนี้หรอก” ผมไม่มีทางชอบเขาได้


“ไม่ได้สนใจก็ช่างประไร แค่ได้ร่างกายมาก็พอแล้ว” พูดจบอีกฝ่ายก็ก้าวเข้ามาประชิดพร้อมคว้าแขนผมและดึงแรงๆ จนร่างกายเซเข้าไปหา


ผมไม่ได้หลีกหนีหรือแม้แต่ดิ้นขัดขืนยอมถูกอีกฝ่ายลากและเหวี่ยงขึ้นเตียงโดยที่เซนเบลขึ้นมาคร่อมผมไว้อย่างรวดเร็ว ริมฝีปากร้อนๆ ประทับยังลำคอพร้อมดูดเม้มแรงๆ จนต้องนิ่วหน้าด้วยความขยะแขยงเกินกว่าจะทนไหว ดวงตาสีขาวมองไปยังจุดเดียวคืออาณาเขตที่ปกคลุมอยู่ ยามร่างกายถูกสัมผัสอาณาเขตสีน้ำตาลค่อยๆ สั่นไหวก่อนสลายหายไปอย่างที่ผมคาด


“อย่านิ่งสิ แบบนี้มันไม่สนุกเลยนะ”


“หมดเวลาสนุกแล้วท่านเซนเบล” ผมพูดพร้อมใช้เข่ากระแทกเข้าบริเวณท้องของอีกฝ่ายก่อนอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายทรุดตัวลงกับเตียงขยับตัวออกมาจากเตียงแล้วพุ่งไปทางหน้าต่าง


“คิดว่าจะหนีได้รึไง!” เสียงตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวตามมาติดๆ


“ประกายแสงสีขาวจากหมู่มวลเวทมนตร์อันทรงพลังจงแนบชิดกายาและสยายปีกสีขาวล้วนดั่งนกที่โลดแล่นบนท้องอนภาให้แก่เรา” ผมร่ายเวทย์ระหว่างใช้มือผลักบานหน้าต่างออกกว้าง ปีกสีขาวคู่ใหญ่ปรากฏขึ้นพร้อมกับผมที่กระโดดออกจากหน้าต่างทว่ายังไม่ทันบินขึ้นขาของผมก็ถูกดึงไว้


“เปลวเพลิงสุริยาจงแผดเผาปีสีขาวให้ล่วงโรยดุจฤดูใบไม้ร่วงอันแห้งเหี่ยว” เซนเบลร่ายเวทย์แผดเผาปีกสีขาวจนมอดไหม้


ร่างกายผมดิ่งลงพื้นทั้งที่ข้อเท้าถูกจับไว้ส่งผลให้ศีรษะกระแทกเข้ากับผนังด้านข้างอย่างรุนแรงจนสัมผัสได้ถึงของเหลวสีแสงสดไหลลินออกมาอาบบริเวณหัว สติที่มีเริ่มพล่าเลือนจากการกระแทกอย่างกะทันหัน


“อึก...” ราวกับการมองเห็นถูกตัดขาด ผมทำได้เพียงขืนให้ตัวเองอย่างเพิ่งหมดสติลงในสภาพนี้


ในขณะนั้นเองมือที่จับข้อเท้าก็ปล่อย ทั้งร่างร่วงลงสู่พื้นตามแรงดึงดูดด้วยความเร็วสูง ด้วยสติอันไม่สมประกอบผมพยายามอย่างสุดความสามารถในการป้องกันส่วนหัวไม่ให้กระแทกลงพื้น ส่วนแรกที่กระทบพื้นคือแขนตามมาด้วยส่วนหัวที่พยายามลดความเสียหายให้มากที่สุด ทันทีที่หัวกระแทกกับพื้นสติทั้งหมดก็ดับวูบไปพร้อมกับเสียงพึมพำเรียกหาคนคนนึงในห้วงความคิด...


“องค์ชาย...ฮาล์บ”
.........................................................
คะ...ค้างกันไหม?
เราพยายามตัดช่วงที่ไม่น่าจะค้างมาก
แต่พอมาอ่านก็รู้สึกว่ายังค้างอยู่ดี
ตั้งแต่ตอนนี้ไปเนื้อเรื่องจะเริ่มเข้มข้นขึ้นเนื่องจากเข้าสู่ครึ่งหลังของเรื่องแล้ว
เราขอใช้พื้นที่ตรงนี้ขายตรงกันสักหน่อย
ตอนนี้เรื่องของซินและองค์ชายกำลังเปิดพรีอยู่นะคะ ใครสนใจสามารถเข้าไปสั่งจองกันได้
ภายในเล่มจะมีตอนพิเศษยาวๆ มากมายซึ่งจำนวนหน้าที่500+นั้นกว่าร้อยหน้ามาจากตอนพิเศษล้วนๆ ค่ะ
เรื่องนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่เราแต่งแล้วฟินมากจึงแต่งตอนพิเศษออกมาไม่หยุด 555
หวังว่าทุกคนเองก็จะชอบเช่นกันนะคะ
ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้า
บ๊ายบาย
nicedog
♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 214 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

566 ความคิดเห็น

  1. #561 newazeenoii (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 20:36
    เก่งมาทุกตอน มาโง่ตอนนี้เนี่ยนะ
    #561
    0
  2. #511 คุโระ ฮานะ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 23:49
    ฮะฮะฮะทำไมอ่านตอนนี้แล้วรู้สึกซินโง่อ่ะ ไม่เข้าใจตัวเองเลย
    #511
    1
  3. #490 9494 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 18:40
    เชี่ยยยยย
    #490
    0
  4. #474 FDB88 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 00:14

    อย่าเป็นอะไรนะซิน

    #474
    0
  5. #289 LMLM (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 16:57
    ค้างๆๆๆ
    #289
    0
  6. #274 jogod (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 22:27
    โอยๆๆๆไม่ยอมน๊าาารีบกลับมาต่อด่วนเลยค่า รอนะคะ
    #274
    0
  7. #273 jogod (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 22:12
    โอยๆๆๆไม่ยอมน๊าาารีบกลับมาต่อด่วนเลยค่า
    #273
    0
  8. #272 000 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 12:39

    ตตัดแบบนี้มันคางยิ่งกว่าละครไทยอีกนะไรท์!!

    #272
    0
  9. #271 LittleJune (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 06:30
    ตัดฉับ !!!
    #271
    0
  10. #270 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 01:23
    ตัดกันแบบนี้เลย?!?!?!
    #270
    0
  11. #269 Kronos-Hades (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 22:39
    รอเด้อ
    #269
    0
  12. #268 pcard (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 22:11
    ซินนนนนนน ขอให้รอดปลอดภัย (-/\-)
    #268
    0
  13. #267 H i k a w a (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 21:54
    แงงงงงซินนน ซินนนนน ;-;;;; ทำไมน้องต้องเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ ฮือ
    #267
    0
  14. #266 ku_ro (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 21:21
    ถ้าซินความทรงจำเสื่อมเราร้องไห้นะ!!!
    #266
    0
  15. #265 ริลัค คุม๊า (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 21:11
    ตัดแบบนี้มาตบกรูเถอะ!!!
    #265
    0
  16. #264 Lalaland332221 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 21:10
    รออออออ
    #264
    0
  17. #263 SJom (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 20:56

    ค้างสุดดดดดด
    #263
    0
  18. #262 เว่ยอิง (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 20:48
    มีe-book มั้ยคะ? ค้างมากเลยค่ะT_T
    #262
    0
  19. #261 maytawarin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 20:46
    ค้างงงงง///ดิ้นเเด่วๆ
    #261
    0
  20. #260 Lady in Red (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 20:44
    โอ้โหหห ค้างสุดดดดด
    #260
    0
  21. #259 Kuroyuki-hime (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 20:43

    ค้างงง!!!!

    #259
    0
  22. #258 Walk in The Town (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 20:29
    แงงง ค้างสุดๆไปเลยค่ะ
    ซินอย่าเป็นอะไรไปน้าา
    #258
    0
  23. #257 ดาวสีเหลือง (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 20:28
    เดี๋ยวไรท์!!!! ไม่ควรถามนะว่าค้างมั้ย มันค้างมากกกกก
    #257
    0
  24. #256 Chixtl (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 20:28
    ค้างมาก!!!! ขอบคุณนะคะ
    #256
    0
  25. #255 Sick_k (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 20:26
    ค้างงงงง!!!!!!!
    #255
    0