-จบ-◈Jurassic Foster◈ กลายพันธุ์รัก ใต้ธารา

ตอนที่ 7 : ◈ธาราที่6◈

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,487
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 344 ครั้ง
    3 ก.พ. 61

◈ธาราที่6◈





วันเวลาได้ไหลผ่านไปเรื่อยๆจนถึงตอนนี้ก็ปีหน่อยๆแล้วตั้งแต่ที่ลูก้าจากไป จะเรียกว่าจากไปก็ไม่ถูกเพราะตามจริงสถานที่ที่ลูก้าควรอยู่มันไม่ใช่กับผมแต่เป็นบนเกาะซึ่งเป็นศูนย์กลางของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ทั้งสถานที่ สภาพแวดล้อมรวมถึงบุคคลต่างมีความรู้ความสามารถในการดูแล 


สาเหตุที่ผมยอมเพราะผมรู้ว่าลูก้าจำเป็นต้องเติบโตมากกว่านี้ เขาจำเป็นต้องออกไปสู่สังคมที่ใหญ่ขึ้นไม่ใช่แค่อยู่กับผมที่วันๆเอาแต่อยู่ในห้องทำการวิจัยและทดลอง อีกอย่างคือบนเกาะนั่นมีคนที่เป็นเหมือนอย่างลูก้า...คนที่เป็นไดโนเสาร์กลายพันธุ์เหมือนๆกัน


นั่นคือเหตุผลที่ผมเฝ้าบอกตัวเองมาตลอด เพราะถ้าไม่บอกกับตัวเองไว้ก็เอาแต่คิดถึงใบหน้าของลูก้าอยู่ทุกวัน


ผมอยากรั้ง


ผมอยากบอกว่าห้ามไป


ผมอยากพูดว่ากลับมาสิ


แต่ท่าทางของลูก้าที่เห็นก่อนจากกันดูโกรธมาก


โกรธถึงขนาดที่ไม่ยอมหันมามองหน้ากันก่อนจากด้วยซ้ำ


“...เฮ้อ”เสียงถอนหายใจของผมดังขึ้นระหว่างอ่านข้อมูลงานวิจัยที่พึ่งออกไปรวบรวมมา


“มีคนพูดว่าถ้าถอนหายใจครั้งหนึ่งส่วนสูงจะลดลงนะด๊อกเตอร์”ชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ช่วยพูดขึ้นลอยๆระหว่างที่คีย์ข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์ด้านข้าง


สถานที่ที่ผมอยู่ตอนนี้คือห้องวิจัยและทดลอง การที่ไม่มีคนรอให้กลับไปทำให้ผมเลือกที่จะหมกตัวอยู่แต่ในห้องนี้แทนที่จะกลับไปนอนห้อง กิจวัตรประจำวันเดิมๆเริ่มกลับมาอีกครั้ง


“ที่ผมเคยได้ยินไม่ใช่ส่วนสูงและเป็นความสุขนะ”


“แหม ความสุขของด็อกเตอร์หายไปตั้งแต่ตอนที่ลูก้ากลับแล้วนี่นะ”พี่พลหันมามองผมยิ้มๆ


“ไม่ใช่สักหน่อย...”


 “โกหกไปก็เท่านั้น...จะว่าไปก็ปีกว่าแล้วนะที่ลูก้ากลับไป”


“หนึ่งปีหนึ่งเดือนกับอีก29วัน”ผมพึมพำตัวเลขจริงๆออกไปด้วยใบหน้าห่วงๆ


ลูก้า


จะเป็นยังไงบ้างนะ


จะได้กินข้าวครบสามมื้อรึเปล่า


จะนอนคนเดียวได้ไหม 


“ห่วงก็ไปหาสิ”


“เขาไม่อยากเจอผมหรอก”ผมตอบกลับไป


มีหลายครั้งที่คิดว่าอยากไปเยี่ยมแต่ทุกครั้งน้ำเสียงโกรธเคืองในวันสุดท้ายที่ก่อนจากกันนั่นก็ผุดเข้ามาในหัวจนความกล้าที่มีมันหายไป


ถ้าไปแล้วต้องเจอกับน้ำเสียง คำพูดหรือท่าทางแบบนั้นผมคงรับไม่ไหว


“ขี้กังวลเกินขาดนะเนี่ย”


“พี่พลไม่ได้เจอแบบผมนี่”น้ำเสียงนั่น ทำเอาผมน้ำตาไหลเลย


“ครับๆ”


“ยุไปไหน”ผมเปลี่ยนเรื่องคุยพลางหันไปมองรอบๆห้องที่ตอนนี้มีแค่ผมนั่งอยู่กับพี่พลสองคนเท่านั้น


ผู้ช่วยคนอื่นผมรู้ว่าออกไปรวบรวมข้อมูลของงานวิจัยที่ยังไม่สมบูรณ์นี่แต่กับรองหัวหน้าฝ่ายวิจัยและดูแลสัตว์น้ำอย่างยุไม่น่าจะออกไปด้วย


“เห็นว่าช่วงนี้กำลังเห่ออ่านหนังสือเก่าอยู่”


“แปลว่าอยู่ห้องสมุดสินะ”ผมสรุปอย่างรวดเร็ว


ในยุคของเทคโนโลยีแบบนี้ทำให้การอ่านจากหนังสือโดยตรงเป็นสิ่งที่หมดความนิยมไป ส่วนมากจะอ่านผ่านโทรศัพท์ในรูปแบบของอีบุ๊ค ผมเองก็เวลาอยากอ่านหนังสือก็หาจากในพวกอีบุ๊คเหมือนกัน


ร่างกายถูกขยับเล็กน้อยก่อนที่ผมจะลุกขึ้นยืน เอกสารงานวิจัยถูกยืนไปให้พี่พลที่กำลังง่วนกับการคีย์ข้อมูล พี่พลเงยหน้าขึ้นมามองผมนิดนึงถึงจะรับเอกสารนั่นไป


“ด๊อกเตอร์น่าจะมาช่วยกันคีย์นะ”พี่พลพูดเสียงเบา


“ไม่ได้หรอก เดี๋ยวพี่ว่างแล้วไปฟ้องบริษัทขึ้นมาผมจะทำไงล่ะ”ผมตอบพร้อมยกยิ้มขึ้น


“ใครมันจะไปฟ้องกัน”


“ฝากหน่อยละกันพี่...พอดีผมถูกพี่จันบอกมาว่าให้ช่วยหาอะไรให้พี่ทำหน่อยไม่งั้นพี่จะออกไปม่อสาวแถวชายหาดอีก”


“ไอ้จันเรอะ ให้ตายสิ ชอบมาขัดความสุขของคนอื่นจริงๆเลย...เป็นน้องชายก็อยู่ส่วนน้องชายไปสิ”พี่พลบ่นเสียงเคือง 


อย่างที่รู้กันว่าพี่พลกับพี่จันเป็นพี่น้องกันซึ่งคนพี่คือพี่พลมีอายุมากกว่าพี่จัน2ปี แต่ถ้าดูในแง่ของความคิดหรือความรับผิดชอบพี่จันมีมากกว่าพี่พลหลายสิบปีเลยล่ะ ถึงทั้งคู่จะชอบแหย่ผมเล่นไม่ต่างกันก็ตาม


ความจริงผมก็อยากให้พี่จันมาเป็นหนึ่งในทีมวิจัยของผมเหมือนกันแต่ด้วยความสามารถด้านการดูแลสัตว์น้ำที่มีมันน่าเสียดายเกินถ้าจะให้มานั่งทดลองในห้องแบบนี้


“พี่จันเขาเป็นห่วงพี่นะ ฟังน้อยชายบ้างเถอะ”


“มีพี่คนไหนต้องฟังน้องบ้างล่ะ”


“พี่คนนี้ไง...ผมไปก่อนล่ะ มีอะไรติดต่อมาได้นะครับ”ผมเดินเข้าไปตบไหล่พี่พลเบาๆ


“วันนี้จะกลับไปนอนห้อง?”


“อาจจะนะ...ไม่ได้ไปเป็นเดือนแล้ว คิดถึงหน่อยๆเหมือนกัน”


“คิดถึงเด็กที่รออยู่ในห้องอ่ะดิ”พี่พลแซว


“ถ้าเด็กคนนั้นกลับมานะครับ”ถ้ากลับมาผมคงไม่ต้องมานั่งกังวลแบบนี้หรอก


หลังจากนั้นผมก็เดินออกมาจากห้องวิจัยตรงไปยังสะพานไม้สำหรับเดินไปดูบ่อสัตว์น้ำต่างๆ จักรยานคู่ใจถูกปั่นไปตามแนวสะพานผ่านเจ้าหน้าที่หลายคนที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ พอขึ้นมาเป็นหัวหน้าการลงไปดูแลสัตว์ด้วยตนเองเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยได้ทำแต่ด้วยความที่ผมชอบเลยมักจะเข้าไปช่วยเสมอ


อย่างวันนี้ผมก็เข้าไปช่วยพวกพี่จันรักษาปลาโลมาที่ได้รับบาดเจ็บจากการไปติดแหของชาวประมงมาเมื่ออาทิตย์ก่อน บาดแผลตอนนี้ดีขึ้นเยอะแล้วอีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะนำไปปล่อยสู่ธรรมชาติตามเดิม


พอพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้าผมก็กลับขึ้นมายังห้องพักบนชั้น14หลังกินมื้อเย็นร่วมกับพวกดาวและพี่จันเสร็จ ในห้องทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมทั้งผนังสีนวลหรือเฟอร์นิเจอร์สีเข้มที่ตั้งอยู่ ที่ต่างจากเดิมคงมีเพียงเตียง5ฟุตดูจะกว้างขึ้นทั้งที่ขนาดเท่าเดิม


ตอนมีลูก้าอยู่ด้วยมักจะถูกอีกฝ่ายมานอนเบียดอยู่เสมอ การกระทำนั่นทำให้ผมคิดว่าลูก้าคงเป็นคนขี้หนาวก็เลยต้องปรับแอร์ให้มีอุณหภูมิอุ่นขึ้นมาหน่อย ถึงปรับอุณหภูมิแล้วก็ยังชอบเข้ามานอนชิดอยู่ดี


ผ่านมานานขนาดนี้ก็ยังไม่สามารถลืมความทรงจำดีๆนั่นได้


“พรุ่งนี้แล้วเหรอ...”ผมพึมพำระหว่างที่เปิดประตูระเบียงออกมารับลมทะเลด้านนอก


วันพรุ่งนี้ก็จะครบ1ปีกับ2เดือนที่จากกัน


ก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าจะมานั่งนับวันทำไม


ทำเหมือนกับรอคอย รอว่าอีกฝ่ายจะกลับมา


การที่คิดถึงอยู่ตลอดอาจเป็นเพราะช่วงเวลากว่า10เดือนที่อยู่ด้วยกันมันมีแต่ความทรงจำดีๆ มันเป็นครั้งแรกสำหรับผมที่มีโอกาสได้ดูแลใครสักคนอย่างใกล้ชิดเหมือนเป็นครอบครัว นั่นเลยทำให้ผมเป็นกังวลเรื่องลูก้าอยู่ตลอด


ครอบครัวผมมีพี่น้อง3คนซึ่งผมเป็นคนสุดท้องจึงไม่มีโอกาสได้เลี้ยงเด็กมาก่อน


เด็กส่วนมากชอบแหกปากร้องด้วยโทนเสียงสูงซึ่งฟังกี่ทีก็ปวดหัวสุดๆ ต่างจากลูก้าอย่างสิ้นเชิง ในวันแรกที่เจอเสียงเล็กๆที่ส่งมาทำให้ผมอมยิ้ม แรงกัดซ้ำบริเวณคอก็ยังคงจำได้อยู่ แน่นอนว่ารอยแผลเป็นที่ได้รับจากลูก้าก็ยังคงอยู่เช่นกัน


ผมเปลี่ยนจากรับลมทะเลมานั่งอยู่บนเตียงสีฟ้าพลางทอดสายตามองไปยังแผลเป็นบริเวณข้อเท้าซ้ายที่เป็นรอยเส้นหนวดของแมงกะพรุนพันรอบ


“เลิกคิด...เลิกคิดได้แล้ว”บ่นตัวเองเสร็จก็หงายหลังนอนแผ่บนเตียงนิ่งๆ


ทำไมช่วงนี้ถึงนึกถึงลูก้าบ่อยนักนะ


ปีกับอีกเดือนกว่าที่ผ่านมาไม่ใช่ไม่นึกถึงแต่ไม่นึกถึงมากขนาดนี้


“หรือจะเกิดอะไรขึ้น?”ทันทีที่คิดแบบนั้นร่างผมก็เด้งตัวขึ้นลุกขึ้นมานั่ง ริมฝีปากขยับเม้มเข้าหากันด้วยความกังวลที่เพิ่มขึ้น
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้ปวดหัว


ไม่นานความกังวลที่มีก็เพิ่มขึ้นจนถึงขีดสุด


ผมเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ด้านบนหัวเตียวขึ้นมาแล้วกดโทรออกยังเบอร์ที่ได้ไม่ได้ติดต่อมาหลายเดือนแล้ว เสียงสัญญาณดังขึ้นสามสี่ครั้งก่อนที่ปลายสายจะกดรับ


(ทรี?)


“เซโคร...”ผมเรียกชื่อปลายสายเบาๆ คนที่ผมโทรหาเป็นถึงลูกชายของบิดาแห่งการคืนชีพและยังเป็นหัวหน้าของหน่วยปฏิบัติการพิเศษอีกด้วย


ถ้าจะถามเรื่องของลูก้าคงไม่มีใครเหมาะสมไปมากกว่านี้แล้ว


(ไม่ได้ติดต่อมานานเลยนะ...ครั้งล่าสุดก็เมื่อหลายเดือนก่อน)


“ก็ใช่...”ครั้งล่าสุดที่โทรไปก็ถามเรื่องของลูก้าว่าสบายดีไหม พอได้คำตอบว่าสบายดีก็เบาใจขึ้นเยอะ


(โทรมาเรื่องลูก้ารึเปล่า)


“สมแล้วที่เป็นนาย”รู้ดีจริงๆ


(ดูจะสนิทกันมาก...การดูแลเขาคงไม่ใช่แค่หน้าที่อยากที่ผมเข้าใจสินะ)


“ตอนแรก็ใช่...ตอนแรกที่รู้ว่าต้องดูแลผมก็คิดว่ามันเป็นเพียงหนึ่งในหน้าที่ที่ต้องทำให้ดีที่สุด แต่พอได้เจอกับลูก้า ได้อยู่ ได้เล่นและได้นอนด้วยกัน...ผมรู้สึกมีความสุขมาก”มันไม่ใช่แค่หน้าแต่มันเป็นสิ่งที่ผมอยากทำ


ผมอยากใช้เวลาอยู่กับลูก้าให้นานๆและพาออกไปเที่ยวจึงได้พยายามทำงานอย่างหนักเพื่อจะได้มีวันหยุดยาวเพียงพอที่จะทำสิ่งเหล่านั้น


(การที่ผมพาเขามามันอาจไม่ใช่สิ่งที่ถูก...)อยู่ๆปลายสายก็พูดขึ้น


“หมายความว่ายังไง...เกิดอะไรขึ้นกับลูก้า...ไม่สิ...ตอนนี้เขายังสบายดีอยู่ใช่ไหม”ผมเอ่ยถามสิ่งที่คาใจออกไปรัวๆ คำพูดของเซโครทำเอาใจผมรู้สึกไม่ค่อยดีเลย


(ใจเย็นก่อนทรี...ที่ผมจะบอกคือตอนแรกที่ไปพาตัวลูก้ากลับมาเพราะคิดว่าการให้ทรีช่วยดูแลเด็กเป็นเวลากว่า10เดือนมันก็มากพอที่เขาจะเติบโตและเข้าใจหลายๆสิ่งแล้วเลยอยากให้เขาได้เรียนรู้และออกไปเปิดหูเปิดตากับสังคมใหม่ๆ...)


“เซโคร...”


(ทรีเองก็คิดใช่ไหมว่าที่เกาะคือสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดสำหรับเขาน่ะ)


“ใช่...ถ้าลูก้าอยู่ที่นั่นเขาจะมีสังคมกลุ่มใหญ่ไม่ใช่แค่มนุษย์แต่ยังมีทั้งไดโนเสาร์หรือแม้แต่ไดโนเสาร์กลายพันธุ์เหมือนๆกัน”ผมตอบปลายสาบกับไป


(ผมก็เคยคิดแบบนั้น)


“เคยเหรอ”หมายความว่าตอนนี้ไม่ได้คิดแบบนั้นแล้วสินะ


(อืม...ผมได้เห็นลูก้าในตอนนี้แล้ว...)


“ลูก้าเป็นยังไงบ้าง”


(เป็นห่วงจริงๆสินะ)


“เป็นห่วงสิ...”


(เขาสบายดี...จริงสิ พรุ่งนี้ลางานสักวัน...ไม่เอาดีกว่า...)


“อะไรเซโคร”สรุปจะยังไง


(หัวหน้าฝ่ายวิจัยและดูแลสัตว์น้ำด๊อกเตอร์นทีทาน ธาราสุข)อยู่ๆน้ำเสียงที่ใช้ก็เปลี่ยนไปจนผมตัวเกร็งขึ้นกะทันหัน


“คะ...ครับ”ทำไมต้องใช้เสียงเหมือนกำลังจะสั่งงานด้วย


(พรุ่งนี้ผมของสั่งให้คุณไปรอยังท่าเรือของศูนย์วิจัยทางทะเลตอน10โมง...มาคนเดียวนะ)


“เข้าใจแล้ว...แต่มีอะไร...”


(ไว้รอพรุ่งนี้ละกัน)พูดจบเซโครก็วางไปสายไปท่ามกลางความงุนงงของผม


“ห๊ะ?...เฮ้อ...ให้ตายสิ”ไม่ได้รู้อะไรเพิ่มเลยสักอย่างนอกจากลูก้ายังคงสบายดี


แต่เอาเถอะ แค่ได้ยินว่ายังสบายดีความกังวลที่มีก็ค่อยๆหายไป


ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมเซโครถึงออกคำสั่งกับผมได้ เหตุผลง่ายๆเพราะมีตำแหน่งสูงกว่า


ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าเหมือนกันแต่ด้วยฐานะนั้นแต่กต่างโดยสิ้นเชิง ด้วยฐานะของเซโครมีอำนาจเป็นรองแค่ประธานใหญ่ทั้ง3คนเท่านั้น นั่นแปลว่าเขามีสิทธิ์ที่จะออกคำสั่งกับใครก็ตามที่อยู่ในตำแหน่งต่ำกว่าแม้จะไม่ได้อยู่ในฝ่ายหรือหน่วยเดียวกัน
ส่วนผมถึงจะเป็นหัวหน้าแต่ก็เป็นเพียงหัวหน้าฝ่ายย่อยของสาขาเอเชียเท่านั้น 


ไม่มีอำนาจระดับเซโครหรอก


ระหว่างที่นอนคิดเรื่องของวันพรุ่งนี้ผมก็เผลอหลับไปทั้งๆที่เปิดหน้าต่างตรงระเบียงไว้อยู่ ตอนเช้าเมื่อตื่นมาก็ต้องถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกเมื่อไม่มีตัวอะไรเข้ามานอนด้วย


“ยังง่วงอยู่เลย”ผมพึมพำลางส่ายหัวไปมาเบาๆ


สายน้ำจากฝักบัวทำให้ผมนึกถึงการดำน้ำขึ้นมา คอนเทคเลนส์ที่ถูกทดลองยังคงวางอยู่ข้างอ่างล้างหน้าซึ่งผมไม่ได้แตะมันมานานมากแล้ว ผมไม่อารมณ์จะไปว่ายหรือดำน้ำเลย


ทุกครั้งที่จะไปความทรงตอนอยู่ด้วยกันมันก็ผุดขึ้นมา


ไหนๆก็ไหนๆ ใส่ไปสักหน่อยก็ดีเหมือนกันแฮะ


“ที่ท่าเรือสินะ...”สถานที่ที่เซโครนัดเจอ


นอนคิดทั้งคือยังไงก็ยังไม่เข้าว่าทำไมถึงต้องนัดมาเจอกันด้วย ถ้ามีอะไรจะพูดก็ผ่านโทรศัพท์ได้ไม่เห็นต้องเสียเวลามาถึงประเทศไทยเลย


เอาเถอะ


ดีซะอีกจะได้ถามเรื่องลูก้าได้ยาวๆ


“ด๊อกเตอร์จะไปไหนน่ะ”พี่พลกับพี่จันที่เดินลงมาจากบันไดชั้นสองเรียกระหว่างที่ผมกำลังจะเดินออกไปข้างนอก


“จะไปที่ท่าเรือครับ”ผมหันไปตอบ


“ท่าเรือ?...นี่พึ่งลงมาใช่ไหมไปกินข้าวด้วยกันก่อนสิ ขืนไปตากแดดร้อนๆโดยไม่มีพลังงานเดี๋ยวก็เป็นลมพอดี”พี่จันพูด


“ผมแข็งแรงน่า”ไม่มีทางเป็นลมกับแดดร้อนๆหรอก ตอนที่ออกไปจับปลาบนเรือประมงกับพ่อยังร้อนกว่านี้เยอะ


“ไม่ต้องมาพูดเลย มานี่ๆ...ไปกินมื้อเช้ากัน”พี่จันไม่ฟังสิ่งที่ผมพูดสักนิด เขาเดินเข้ามาล๊อคคอผมพร้อมดึงให้เดินตามไปโดยมีพี่พลช่วยล๊อคคอผมอีกคน


ถ้าผมเป็นลมไปคงไม่ใช่เพราะความร้อนจากแดดแต่เป็นเพราะขาดอากาศหายใจแน่นอน


หลังจากถูกบังคับให้ไปร่วมโต๊ะด้วยผมก็ขอบคุณโดยการให้พี่พลไปช่วยพี่จันดูแลเต่าทะเล เต่าทะเลตัวนี้พึ่งออกไข่ได้ไม่นานร่างกายเลยค่อนข้างอ่อนแอจึงต้องการคนดูแลอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้


จักรยานสีดำถูกปั่นไปตามสะพานไม้ที่ถูกออกแบบมาให้ทั้งแข็งแรงและทนทาน แม้จะพูดว่าสะพานไม้แต่ด้านล่างของมันก็ถูกเคลือบด้วยเหล็กที่มีความทนทานสูงที่ออกแบบมาเป็นพิเศษนอกจากจะสลายได้ตามธรรมชาติแล้วยังเหมาะกับการขนย้ายสัตว์ที่มีน้ำหนักมาก


แรงลมจากการปั่นจักรยานทำให้เส้นผมสีดำซอยสั้นของผมปลิวไปมาจนคันคอเล็กน้อย  นับร้อยบ่อที่ขับผ่านไม่ได้ทำให้ผมหยุดได้เหมือนอย่างบ่อที่129...


บ่อของลูก้า


“เอาเข้าไปสิ จะคิดถึงอะไรนักหนา”ผมบ่นกับตัวเองเสียงดัง


การจากลาแบบไม่ค่อยดีนั่นทำให้ผมรู้สึกคาใจมาถึงทุกวันนี้


อยากจะไปอธิบายความจริงให้ลูก้ารู้ว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น


“มาตรงเวลาเป๊ะเลยนะทรี”เสียงเรียกจากบนเรือสีขาวดังขึ้นทันทีที่ผมปั่นจักรยานมาถึงยังเรือขนาดกลางค่อนไปทางใหญ่สีขาวแกมเทา


“มาก่อนเวลาเหรอเซโคร”ผมเงยหน้าขึ้นไปถามพร้อมรอยยิ้ม


“ใช่ พอดีมีคนรีบน่ะ”เซโครยิ้มๆ


“คนรีบ?”


“ขึ้นมาสิ”


“อืม”ผมพยักแล้วเดินขึ้นไปยังด้านบนของเรือ บนเรือนนี่นอกจากเซโครกับยูทาร์แล้วยังมีอีกหลายคนที่ผมไม่คุ้นหน้า ทุกคนล้วนแต่มองมายังผมด้วยแววตาสงสัย


“เท่านี้ก็โอเคแล้ว ออกเรือได้เลยครับ”เซโครหันไปตะโกนบอกคนที่คาดว่าเป็นคนขับเรือ


“รับทราบ”


“เดี๋ยว...จะออกไปไหน”ผมรีบเดินเข้าไปถามงงๆ


ไม่ใช่ว่าจะคุยที่นี่เหรอ


แล้วทำไมแค่คุยต้องขับเรือออกไปด้วยล่ะ


ในตอนนี้มีหลายคำถามที่ดังก้องอยู่ในหัวเต็มไปหมด


“ค่อยๆอธิบายละกัน”


“ทำไมต้องออกไปด้วย ผมมีงานที่ต้องจัดการอยู่นะ”วันนี้เหมือนจะมีนัดประชุมหัวหน้าทุกฝ่ายตอนเที่ยงถ้ากลับไปไม่ทันผมซวยแน่ๆ


“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงผมบอกไว้แล้วว่าทรีจะไม่เข้าร่วม”


“ห๊ะ?”จัดการเรียบร้อยเลยนะขอบคุณจริงๆเซโคร ผมแอบประชดในใจ


“ไม่มีทางที่ทุกอย่างจะเสร็จภายใน2ชั่วโมงหรอก ยังไงก็ไปประชุมไม่ทันผมเลยจัดการให้จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายทีหลัง”


“...”ผมว่าลางไม่ดีมันเริ่มมาแล้ว


ไม่มีทางเสร็จภายใน2ชั่วโมงงั้นเหรอ


ผมไม่น่าหลวมตัวขึ้นมาบนเรือนี่เลยจริงๆ


“เริ่มจากตรงไหนดี”เซโครถามพลางเอนตัวไปพิงขอบเรือด้านหลัง


“เฮ้อ ตรงไหนก็ได้...สวัสดีครับยูทาร์”ผมถอนหายในอย่างปลงก่อนจะหันไปทักทายชายหน้าตาหล่อเหลาที่ยืนอยู่ข้างเซโคร ชายคนนี้ก็เป็นไดโนเสาร์กลายพันธุ์เหมือนลูก้า


แค่มองก็รับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่ไม่ควรเข้าใกล้


“สวัสดีครับ”ยูทาร์ตอบกลับมา


“อืม...เริ่มจากสถานที่ที่เราจะไปละกัน เราจะไปยังทะเลน้ำลึก”


“ทำไมต้องไปลึกด้วย”ผมรีบถามต่อ


“ก็ถ้าลึกไม่พออาจเกิดอันตรายได้”


“อันตราย?...สรุปว่านายกำลังทำอะไรกันแน่เซโคร”คำถามที่คาใจที่สุดถูกเอ่ยออกไป


“ผมกำลังจัดการทดสอบ”


“การทดสอบที่ว่าคืออะไร”ผมไม่คิดว่าจะเป็นการทดสอบธรรมดาอย่างการดำน้ำลึกหรอกนะ


ระดับเซโครยังต้องมาเอง


อย่างน้อยๆก็ต้องมีอะไรที่มากว่านั้น


“อย่างทรีน่าจะวิเคราะห์ได้ไม่ยากนี่”เซโครบอกพร้อมส่งยิ้มมาให้


เหอะ...อย่างกับตอนนี้ผมมีอารมณ์จะคิดอะไรออกงั้นแหละ


ดวงตาสีน้ำตาลของผมประสานเข้ากับดวงตาสีเขียวอมฟ้าของเซโครสักพักก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆเนื่องอีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะยอมเอ่ยปากบอก


“ก็ได้ๆ...การที่ออกเรือมายังน้ำทะเลระดับลึกแบบนี้แปลว่าการทดสอบจำเป็นต้องใช้พื้นที่ใต้น้ำเป็นวงกว้าง ถ้าจะให้เดาว่าอะไรที่ต้องใช้พื้นที่น้ำเป็นวงกว้างก็คงเป็น...ไดโนเสาร์”ผมพูดสิ่งที่คิดพร้อมสบตากับเซโครนิ่งเพื่อรอดูว่าตัวเองเดาถูกหรือไม่


“ใช่...ที่ต้องไปยังน้ำทะเลระดับลึกก็เพื่อให้ไดโนเสาร์มีพื้นที่มากในการขยับตัว แล้วยังไงต่อล่ะ?”เซโครถามต่อด้วยรอยยิ้มเหมือนคนกำลังนึกสนุก


คำตอบแค่นี้ยังไม่พอที่จะให้เฉลยสินะ


ดีจริงๆที่พี่จันกับพี่พลลากไปกินมื้อเช้าไม่งั้นคงไม่มีแรงพอจะมาวิเคราะห์อะไรแบบนี้แน่


“ดูจากคนที่ไม่คุ้นหน้าบนเรือนี้คิดว่าคงเป็นการทดสอบการต่อสู้กับไดเสาร์ที่จัดขึ้นบ่อยๆ...แต่ที่ไม่เข้าใจคือทำไมต้องต่อสู้ในน้ำด้วย ทำเหมือนกับการต่อสู้ที่พวกเขาต้องเจอนั้นอยู่ในน้ำเป็นหลักงั้นแหละ...”คำอธิบายของผมอยู่ๆก็เบาลงพร้อมกับดวงตาสีน้ำตาลของผมที่เบิกกว้างขึ้นเมื่อคิดอะไรได้


ผู้คนชายหญิงที่อยู่บนเรือนี่เป็นผู้เข้ารับการทดสอบ


การทดสอบของหน่วยปฏิบัติการพิเศษเป็นการทดสอบเพื่อดูความสามารถว่าเหมาะสมที่จะได้เป็นคู่หูกับไดโนเสาร์กลายพันธุ์ไหม


การมาทดสอบยังทะเลแปลว่าการต่อสู้หลักต้องอยู่ในน้ำ 


หมายความว่าไดโนเสาร์กลายพันธุ์คนนั้นต้องเป็นไดโนเสาร์น้ำ


ถ้าพูดถึงไดโนเสาร์กลายพันธุ์ที่เป็นไดโนเสาร์น้ำก็มีอยู่แค่รุ่นที่6เพียงตัวเดียวเท่านั้น!


“...”เซโครไม่ยอมตอบอะไรเมื่อผมเงยหน้าขึ้นไปมอง ระดับอย่างเซโครรู้อยู่แล้วว่าผมต้องการจะถามอะไรแต่อีกฝ่ายทำเพียงยิ้มแล้วหันหน้าไปทางท้ายเรือ


เพียงแค่นั้นผมก็รีบหกลับหันหลังวิ่งตรงไปยังท้ายเรือด้วยความเร็วสูงสุด ตลอดการวิ่งผมหันซ้ายขวาเพื่อหาคนเพียงหนึ่งที่อยากเจอจนมาถึงด้านท้ายของเรือ ด้านท้ายของเรือมีเพียงคนคนเดียวที่ยืนหันหลังก้มหน้าลงมองผืนทะเลสีฟ้าคราม


ถึงจะไม่ได้เห็นหน้าแต่เส้นผมสีฟ้าแซมแดงอันเป็นเอกลักษณ์ซอยสั้นที่กำลังปลิวสไวนั่นทำเอาผมถึงกับพูดไม่ออก ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามาจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้


ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกในวันนี้


“ลูก้า”ผมเรียกชายหนุ่มตรงหน้าออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นๆ


ความสูงในตอนนี้มากเกินจะเรียกว่าเด็กแล้ว อีกทั้งร่างกายสมส่วนที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อนั่นดูแข็งแรงกว่าเมื่อก่อนมาก


เด็กตัวเล็กที่ผมเคยอุ้มตอนนี้กลับโตเป็นหนุ่มแล้ว


“...”คนถูกเรียกหันกลับมา ดวงตาเรียวคมสีเงินจับจ้องมายังผมโดยไม่มีคำพูดอะไร


“ลูก้า...”ผมเรียกแล้วเดินเข้าไปใกล้มากขึ้น


“ถึงแล้วนะครับ ทุกคนเตรียมตัวได้”เสียงประกาศจากคนขับเรือทำให้การสนทนาที่ยังไม่เริ่มต้นถูกตัดขาดไป


“...”ลูก้าหลับตาลงแล้วลืมขึ้น เขามองมายังผมเงียบๆก่อนจะเดินเข้ามาใกล้และผ่านร่างผมไปทั้งๆแบบนั้น


“ลูก้า!”ผมหันกลับไปเรียกแต่แผ่นหลังนั่นก็ห่างออกไปทุกที


นี่เขายังโกรธอยู่เหรอ


ไม่สิ ผมรู้อยู่เต็มอกว่าต้องถูกโกรธ


ทั้งที่รู้อยู่แล้วแต่พอมาเจอจริงๆก็ทนแทบไม่ไหวอย่างที่คาด


ก็ยังดีที่ยอมมองมา ไม่เหมือนกันวันนั้นที่จากไปโดยไม่มีแม้คำลาหรือหันมามอง


ผมใช้เวลาสูดลมหายใจเข้าปอดอยู่สักพักถึงจะเดินกลับไปหาเซโครที่กำลังอธิบายอะไรสักอย่างอยู่หน้ากลุ่มคนประมาณ10กว่าคน ด้านข้างของเซโครมียูทาร์ยืนนิ่งๆอยู่ ถัดออกไปไม่ไกลก็มีร่างที่พึ่งเดินผ่านผมไปเหม่อมองออกไปยังทะเลด้านหน้า


“จากนี้จะทำการปล่อยไดโนเสาร์น้ำออกมา...พวกคุณคือผู้ที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีทักษะด้านการดำน้ำควบการต่อสู้ในระดับดี ดังนั้นช่วยแสดงให้ผมเห็นหน่อยว่าพวกคุณจะจัดการไดโนเสาร์ตัวนั้นได้ยังไง”เซโครอธิบายให้คนทั้งกลุ่มฟัง


“ไดโนเสาร์ที่จะปล่อยมาเป็นพันธุ์อะไร”หนึ่งในผู้เข้ารับการทดสอบยกมือถาม กล้ามแน่นๆนั่นดูเหมือนคนที่ไม่น่าจะว่ายน้ำได้ดีเท่าไหร่ในความคิดผม


“ซิมโบสปอนไดลัส”


“ว่าไงนะ”


“บ้าน่า”


“นี่แค่การทดสอบทำไมต้องเป็นมันด้วย”


เสียงพูดคุยดังอึกกะทึกทันทีที่ได้ยินสายพันธุ์ไดโนเสาร์ที่ว่า ไม่แปลกที่ทุกคนต่างตกใจเพราะขนาดผมเองยังอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแน่น 


ถึงผมจะไม่รู้ชื่อสัตว์บนบกเท่าไหร่แต่ถ้าเป็นในน้ำผมจำได้หมด แน่นอนว่ารวมถึงซิมโบสปอนไดลัสที่ว่ามาด้วย ซิมโบสปอนไดลัสเป็นสัตว์ทะเลลำตัวยาวกว่า10เมตรที่มีรูปร่างคล้ายปลาโลมาแต่ไม่มีกระโดง หางของมันยาวและคล้ายกับปลาไหล ด้วยความที่มีส่วนหัวยาวกว่า1เมตรทำให้มันเป็นนักล่าที่มีขากรรไกรกว้าง 


ความอันตรายของมันบอกได้เลยว่าไม่ธรรมดา


ซิมโบสปอนไดลัสเป็นนักล่าที่มีฟันแหลมคมและคมมากพอจะกัดกระดองเต้าให้แหลกละเอียดได้ในพริบตา


น่าตกใจที่มันถูกใช้มนการทดสอบแบบนี้...ถ้าเกิดพลาดคงได้มีการสูญเสียเกิดขึ้นแน่


“เงียบได้แล้ว...อย่างที่ทุกคนเห็นว่ามีเรือจอดล้อมอยู่ในระยะด้านละ500เมตร ดังนั้นขอบเขตการต่อสู้เลยอยู่ในระยะของเรือเท่านั้น การทดสอบนี้ก็ง่ายๆลงไปจัดการซิมโบสปอนไดลัส แน่นอนว่าเราไม่รับประกันความปลอดภัยถึงจะมีหน่วยช่วยเหลือก็ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยทัน”เซโครอธิบายต่อด้วยใบหน้ายิ้มๆต่างจากผู้เข้าทดสอบที่ซีดเป็นไก่ต้ม


ปัง


“โอ๊ะ...สัญญาณนั่นแปลว่าซิมโบสปอนไดลัสถูกปล่อยออกมาแล้ว”คำพูดของเซโครดูเหมือนจะยิ่งสร้างความหวาดกลัวที่มีให้มากขึ้นไปอีก


ตู้ม


เสียงกระโดดลงน้ำเรียกความสนใจของทุกคนให้หันไปมองแทบจะทันที ร่างสูงของชายหนุ่มผมสีฟ้าแซมแดงที่ยืนอยู่เมื่อครู่กลับหายไปอย่างไร้ร่องลอย


ไม่จริงน่า


“ลูก้า!!”ผมตะโกนแล้วรีบวิ่งไปมองยังพื้นน้ำที่แตกเป็นวงกว้างด้านล่าง ถัดไปไม่ไกลมีร่างขนาดใหญ่ของซิมโบสปอนไดลัสว่ายมาด้วยเร็วสูง


“อะไรกัน”


“ทำไมกระโดดลงไปล่ะ”


เสียงอื้ออึงด้านหลังไม่ได้เข้าหัวสักนิด มือของผมกำแน่นก่อนจะเดินไปเผชิญหน้ากับหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษตรงๆ


“ทำไมลูก้าถึงกระโดดลงไป”ผมถามในสิ่งที่ต้องการรู้มากที่สุด


“การให้มนุษย์ลงไปสู้กับซิมโบสปอนไดลัสตรงๆนั้นไม่มีทางเลยที่จะชนะ...ผมเลยขอให้เขาช่วย...และเขาก็ตกลงที่จะลงไปด้วยตัวเอง”


“แล้วถ้าลูก้าได้รับบาดเจ็บขึ้นมาจะทำยังไง”ผมไม่สนว่าคนตรงหน้าจะเป็นเพื่อนสนิท หัวหน้าหน่วยหรือใครทั้งนั้น


ที่ผมสนคือตอนนี้ลูก้ากำลังอยู่ในอันตราย


“ไม่มีการต่อสู้ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บหรอกนะทรี”เซโครตอบกลับ


“จะบอกว่าต่อให้เขาตายก็ไม่สนงั้นสิ...”


“แล้วแต่ทรีจะคิดเลย”


“เซโคร!!”ผมพึ่งเคยอยากชกใครขนาดนี้ครั้งแรก


“ใครที่อยากทดสอบก็ตามลงไปได้เลย...แต่ถ้าไม่พวกคุณก็จะไม่ผ่าน”กลุ่มผู้เข้ารับการทดสอบในชุดดำน้ำยืนตัวสั่นด้วยใบหน้าซีดกันเป็นแถบๆ


“ขืนลงไปก็มีแต่เอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆ”ผมบอกเสียงเบาแต่ก็ดังมากพอที่คนอื่นๆจะได้ยิน


พวกเขาไม่เหมาะจะต่อสู้ร่วมกับลูก้า


เข็มขัดสีเงินถูกถอดแล้วโยนไปด้านข้างพร้อมๆกับรองเท้าสีดำที่ใส่อยู่ทำให้ตอนนี้ผมอยู่ในสภาพที่ร่างกายเบาขึ้นกว่าเดิม


“จะทำอะไรทรี...นายไม่ใช่ผู้รับการทดสอบนะ”เซโครพูดพลางจ้องมายังผม


“คิดว่าผมสนเหรอ...ในเมื่อไม่มีใครคิดจะลงไปผมก็จะเป็นคนทำเอง...ผมไม่ยอมให้ลูก้าต้องได้รับอันตรายหรอกนะ”


การจะยืนดูอีกฝ่ายเจ็บโดยไม่ทำอะไร


ผมทำไม่ได้


ตู้ม!!


ร่างของผมกระทบกับผิวน้ำก่อนจะจมลงอย่างรวดเร็วตามต้องการ แขนทั้งสองข้างแหวกกระแสน้ำออกเพื่อดันตัวเองให้ลงไปลึกมากขึ้น ดวงตาสีน้ำตาลลืมขึ้นในน้ำแล้วหันซ้ายขวาเพื่อหาว่าตอนนี้ลูก้าอยู่ไหน


คอนแทคเลนส์สำหรับดำน้ำดูจะใช้ได้ดีเพราะสามารถมองเห็นโดยรอบได้อย่างชัดเจนทีเดียว


กระแสน้ำอันรุนแรงพัดร่างผมจนพัดไปตามกระแสนั่น ตามทิศทางที่เกิดกระแสน้ำอันรุนแรงขึ้นผมเห็นร่างลายแดงที่กำลังเข้าปะทะกับอีกร่างหนึ่งอยู่ลิบๆ


เมื่อเห็นแบบนั้นผมก็ทิ้งตัวลงให้หลุดจากกระแสน้ำที่แรงขึ้นก่อนจะว่ายตรงไปหาไดโนเสาร์ร่างยักษ์ที่ปะทะกันจากด้านใต้ อากาศที่กลั้นไว้มีเหลือพอที่จะเข้าไปช่วยสบทบลูก้าสู้ได้สบายๆ


เพียงแต่ผมไม่มีอะไรเป็นอาวุธ


แต่กว่าจะนึกได้ผมก็ได้เข้ามาอยู่ในเขตการต่อสู้ซะแล้ว


ซิมโบสปอนไดลัสหันมามองผมพร้อมกับอ้าปากขนาดใหญ่ที่เต้มไปด้วยเขี้ยวอันแหลมคมออกกว้างพร้อมกับพุ่งเข้ามาโจมตีแต่ร่างสีฟ้าลายแดงของไดโนเสาร์อีกตัวกลับใช้ส่วนหัวพุ่งกระแทกจนซิมโบสปอนไดลัสลอยไปไกล


กรรร


เสียงขู่ที่แม้แต่ในน้ำยังได้ยินเรียกผมให้หันกลับไปหาดวงตาสีเงินขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ดวงตานั่นใหญ่มากจนเกือบจะสะท้อนภาพผมได้ทั้งตัว กะขนาดคร่าวๆคงยาวทะลุ12เมตรไปแล้ว


ลูก้า


ผมเรียกอีกฝ่ายในใจก่อนจะเอื้อมมือไปทาบบริเวณขอบตานั้นเบาๆ ตาผมที่จ้องประสานไปไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจมันไหมแต่ผมก็อยากบอกคำคำนี้ออกไป...


ขอโทษนะ


งี๊ดดดด~


ร่างขนาดยักษ์ของลูก้าขยับเล็กน้อยพลางส่งเสียงครางออกมา ผมไม่รู้ว่าเสียงนั่นหมายถึงยอมยกโทษให้หรือยังโกรธอยู่ แต่ในสถานการนี้คงไม่เหมาะจะพูดอะไรเท่าไหร่เพราะซิมโบสปอนไดลัสที่โดนกระแทกไปว่ายกลับมาอีกครั้ง


ถ้าไม่จัดการให้จบก่อนก็ไม่ได้ขอโทษอย่างจริงจังสักที


ก็อยากจะทำให้จบอยู่หรอกแต่ในมือไม่มีทั้งอาวุธหรืออะไรเลยนี่สิ


กรรรรร


กรรรรร


ระหว่างคิดหาวิธีไดโนเสาร์น้ำร่างยักษ์ทั้งสองตัวก็เข้าปะทะอีกรอบ ครั้งนี้ซิมโบสปอนไดลัสหลบการโจมตีของลูก้าได้เลยอาศัยจังหวะนั้นใช้หัวกระแทกจนลูก้ากระเด็นไปไกล


กรรรรร


ซิมโบสปอนไดลัสส่งเสียงคำรามออกมาราวกับประกาศชัยชนะครั้งนี้ ดวงตาของซิมโบสปอนไดลัสจ้องมองไปยังลูก้าด้วยแววตาของนักล่า นั่นทำให้ผมรู้ทันทีว่ามันไม่ยอมปล่อยลูก้าไปแน่


พอคิดได้แบบนั้นผมก็ว่ายเข้าไปหาลูก้าที่สะบัดส่วนหัวไปมา ซิมโบสปอนไดลัสไม่ยอมเสียเวลาไปแม้แต่นาทีเดียวพุ่งตัวเข้ามาหาลูก้าเต็มแรง


กรรรรรร


กรรรร


เสียงคำรามสองเสียงที่ได้ยินทำให้ผมทำเรื่องบ้าที่สุดในชีวิตอย่างเอาตัวเองมาขวางหน้าลูก้าโดยมีซิมโบสปอนไดลัสอ้าปากขนาดใหญ่แล้วพุ่งตัวเข้ามา ดวงตาสีน้ำตาลของผมจ้องไปยังซิมโบสปอนไดลัสพร้อมกับกางแขนทั้งสองข้างออก


ผมจะปกป้องลูก้าเอง!


กรรรรรรรรรร


กึก


คมเขี้ยวขนาดใหญ่ที่อ้าออกกว้างถึงกับหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงคำรามจากด้านหลัง 


เสียงนั่น


ของลูก้า


ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ซิมโบสปอนไดลัสหยุดโจมตีแล้วค่อยๆว่ายถอยหลังกลับไปด้วยท่าทางสงบเสงี่ยมกว่าตอนแรกที่เห็นอย่างสิ้นเชิง


เฮือก!


ผมสะดุ้งตัวฉับพลันเมื่ออยู่ก็ถูกเขี้ยวขนาดใหญ่ของลูก้าคาบคอเสื้อว่ายขึ้นไปยังผิวน้ำด้านบน บริเวณที่โผล่ขึ้นมามีราวบันไดสำหรับเกาะขึ้นไปอยู่พอดี


“นี่...”ผมกลืนคำพูดลงคือเมื่อร่างไดโนเสาร์ขนาดยักษ์กลับกลายเป็นร่างของมนุษย์ที่เปลือยท่อนบนอยู่ ไม่ต้องถามก็พอจะเดาได้ว่าท่อนล่างก็คงจะเปลือยไม่ต่างกัน


เส้นผมสีฟ้าแซมแดงถูกเสยขึ้นทำให้เห็นใบหน้าหล่อคมคายได้ชัดเจนกว่าปกติ ดวงตาสีเงินมองประสานกับดวงตาผมนิ่งสักพักก่อนจะค่อยๆหลับตาลง


“ลูก้า”ผมเรียกเสียงเบา


หลับตาแบบนั้นหมายความว่าไม่อยากเห็นกันแล้วเหรอ


“สาม”


“...”ทั้งร่างเกร็งราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อตเพียงแค่ได้ยินชื่อของตัวเองดังออกมาจากปากของลูก้า น้ำเสียงทุ้มๆนั่นต่างจากเมื่อปีก่อนมาก


นึกว่าจะไม่ได้ยินชื่อตัวเองออกมาจากลูก้าซะแล้ว


“เป็นอะไรสาม”ลูก้าว่ายเข้ามาใกล้พลางใช้มือเกลี่ยน้ำตาที่ไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัวให้


“ลูก้า...ลูก้า...ลูก้า”ผมเข้าไปกอดคออีกฝ่ายไว้แน่นโดยไม่สนว่าตัวเองยังอยู่ในน้ำหรือร่างกายของลูก้าเปลือยเปล่า


ที่สนตอนนี้มีแค่ลูก้ายอมพูดกับผมแล้ว


“ขึ้นไปข้างบนก่อนไหม”เพราะความไม่คุ้นกับเสียงทุ้มที่กระซิบข้างหูเลยทำให้หัวใจผมอยู่ๆก็เต้นแรงขึ้นมา


“...อืม”ผมพยักหน้าแล้วค่อยๆพาตัวเองขึ้นไป


ลูก้าหยิบเสื้อด้านข้างราวบันไดที่ดูจะเตรียมไว้ให้โดยเฉพาะขึ้นมาสวมก่อนจะตามด้วยกางเกง ทั้งหมดที่เขาทำอยู่ในสายตาผมที่ได้แต่อ้าปากค้างเพราะห้ามไม่ทัน


จะรอให้หันหน้าไปก่อนไม่ได้รึไงกัน


เขาไม่อายแต่ผมอายนะ


“สาม”


“ลูก้า...คือผมมีเรื่องอยากอธิบายเยอะเลย แต่ตอนนี้ผมอยากพูดว่าขอโทษนะ...ขอโทษจริงๆ”


“มันไม่ใช่ความผิดของสาม”


“ลูก้า...”


“ตอนนั้นผมยังเด็กเลยไม่รู้ว่าทำไมสามถึงได้ยอมที่จะแยกกับผม แต่พอค่อยๆโตขึ้นผมกลับสามารถเข้าใจถึงสิ่งที่สามคิด...สามทำเพราะผม เพื่อตัวผม สามไม่จำเป็นต้องขอโทษเพราะคนที่จะพูดคำนั้นคือผมเอง...ขอโทษที่ทำให้สามร้องไห้ในวันนั้น”ลูก้าบอกพร้อมกับใบหน้าเศร้า


“ลูก้า...ผม...”


“ยกโทษให้ผมได้ไหม”


“ทำไมถึงพึ่งมาพูดเล่า...ตลอดหนึ่งปีกับสองเดือนรู้ไหมว่าผมรู้สึกยังไง เพราะลูก้าโกรธขนาดนั้นผมเลยไม่มีหน้าไปพบนายอีก แต่ถ้านายบอกว่าเข้าใจแล้ว แล้วทำไมถึงพึ่งมาหากันเล่า”ผมตะโกนออกไปสุดเสียง


ต้องรออะไรอีก


“วันนี้เป็นวันที่ผมโตเป็นผู้ใหญ่”


“โต?”


“สามบอกว่าผมจะเป็นผู้ใหญ่ในอีกหนึ่งปีสองเดือนเพราะงั้นผมถึงรอให้โตพอที่จะสามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเองโดยที่สามไม่ต้องมาห่วง ถ้าก่อนหน้านี้ผมกลับมาสามก็คงจะมองผมเหมือนเป็นเด็กอยู่...แต่ตอนนี้ไม่ใช่ผมโตแล้ว โตมากพอที่จะรับฟังและรับรู้ในทุกๆอย่าง”


“ทำไมไม่พูดตั้งแต่ที่เจอกันก่อนหน้านี้ล่ะ...ทำไมต้องหลบหน้าแถมยังไม่ยอมพูดอะไรสักคำอีก”ผมถามต่อไปอีก


“ผมยังไม่อยากพูดอะไรจนกว่าจะแน่ใจ”


“แน่ใจเรื่องอะไร”ผมรีบถามกลับ


“แน่ใจว่าสามยังต้องการผมอยู่รึเปล่า”


“แล้วจะแน่ใจได้ยังไง...อย่าบอกนะว่าที่กระโดดลงไปต่อสู้กับซิมโบสปอนไดลัสก็เพื่อเหตุผลแค่นี่น่ะ”ผมตะโกนเสียงดังลั่นเมื่อคิดอะไรออก


“อืม”ลูก้าพยักหน้าไปมา


“จะบ้ารึไง ถ้าผมไม่กระโดดลงไปจะทำยังไงล่ะ”ทำอะไรเสี่ยงขนาดนี้กัน


เขาเอาอะไรมาเสี่ยงว่าผมจะยอมกระโดดลงไป


“สามจะกระโดดลงมา”


“ก็ถามอยู่นี่ไงว่าถ้าผมไม่กระโดดลงไปเล่า”


“ผมเชื่อว่าสามจะกระโดดลงมา”


“ลูก้า...”


“สามจะมาหาผม...จะมาแน่นอน ผมหวังแบบนั้น”ดวงตาสีเงินประสานเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลของผมพร้อมคลี่ยิ้มออกมาบางๆ


“เชื่อใจกันเกินไปแล้ว...ถ้าเจ็บหนักขึ้นมาจะทำยังไง”ผมพูดออกไปด้วยความเป็นห่วง


“เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอก”


“จะไม่เป็นไรได้ยังไง”มันไม่ใช่อาการบาดเจ็บเล็กๆน้อยอย่างโดนแมวข่วนหรือมีดบาดแต่เป็นเขี้ยวที่ทั้งใหญ่ทั้งคม แถมยังมีแรงกระแทกที่รุนแรงอีก


โดนไปครั้งนึงก็อาจต้องนอนโรงพยาบาลได้ทั้งอาทิตย์


“เรื่องนั้นเพราะผมกับซิมโบสปอนไดลัสเป็นเพื่อนกันน่ะ”


“...ห๊ะ”เพื่อนเหรอ


หมายความว่ายังไง


“เรื่องนี้เราค่อยๆมาคุยกันหลังนายเปลี่ยนเสื้อเสร็จดีไหมทรี”เสียยงจากบุคคลที่สามดังขัดจังหวะการสนทนา ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าคนพูดเป็นใคร


“ทั้งหมดนี่เป็นแผนของนายสินะ...เซโคร!!”

.........................................................................

มาต่อแล้วๆ

คิดว่าหลายคงต้องค้างมากสำหรับตอนที่แล้ว ในตอนนี้เราเลยพยายามจะแต่งออกมาให้เร็วขึ้นหน่อย

แต่ตอนนี้ก็เหมือนจะยาวอยู่เลยใช้เวลามากกว่าที่คาดไว้พอสมควร

หลายคนบอกว่าตอนที่แล้วหน่วงมาก ซึ่งเราดีใจสุดๆเพราะพยายามแต่งให้มันออกหน่วงๆหน่อย

อย่างที่เคยบอกว่าเราไม่เก่งพวกแต่งฉากเศร้า จากลาหรือหน่วงจิตสักเท่าไหร่แต่ก็จำต้องแต่งเพื่อให้เป็นสีสันของเรื่อง

สำหรับเรื่องนี้เราแบ่งออกเป็น2ช่วง คือช่วงแรกที่เป็นวัยเด็ก และช่วงที่2 ซึ่งเป็นวัยผู้ใหญ่ เรียกว่าดีใจมากที่แต่งจบช่วงแรกไปได้อย่างราบลื่น จากนี้ก็จะเห็นฉากบู๊กันมากขึ้นเรื่อยๆ หวังว่าทุกคนจะคอยติดตามต่อไปด้วยนะคะ

ไว้เจอกันใหม่ในตอนหน้า

บ๊ายบายค่ะ


-----มุมให้ความรู้เรื่องไดโนเสาร์-----

วันนี้ขอเสนอซิมโบสปอนไดลัสหรือเพื่อของลูก้าตอนอยู่เกาะนั่นเอง



ซิมโบสปอนไดลัส (Cymbospondylus) อยู่ในยุคไทรแอสสิค (248 - 206 ล้านปีก่อน)เป็นยุคที่ไดโนเสาร์บนผืนแผ่นดินกำลังวิวัฒนาการอยู่แต่ไดโนเสาร์ในยุคนี้ยังมีขนาดเล็กเมื่อเปรียบเทียบกับไดโนเสาร์ในยุคจูราสสิค และเช่นเดียวกับยุคออร์โดวิเชียน ท้องทะเลในยุคไทรแอสสิกเต็มไปด้วยสัตว์ทะเลและนักล่า นักล่าที่รู้จักกันดีคือ สัตว์เลื้อยคลานอย่างเช่น กิ้งก่า นอโธซอร์ แต่นักล่าที่ร้ายที่สุดในยุคนี้ก็คือซิมโบสปอนไดลัส สัตว์ทะเลลำตัวยาว 10 เมตร รูปร่างคล้ายปลาโลมา แต่ไม่มีกระโดงและหางยาวปลายหางคล้ายหางของปลาไหลทะเล

เครดิต : http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type2/science04/49/Cymbospondylus.html

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 344 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

699 ความคิดเห็น

  1. #694 Siribxx (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 14:48
    เรื่องที่เกิดก็เพราะมีอะไรไม่คุยกันไง เสียใจไปฟรีๆแต่ก็ดีที่เรื่องนี้ทำให้โตขึ้นนะสาม ลูก้า
    #694
    0
  2. #693 Jaree.j (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 07:20
    ไม่ชอบสิ่งที่เซโครทำเลยอ่ะ ปั่นหัวเพื่อน ถึงจะหวังดีก็เถอะ
    #693
    0
  3. #683 Bewitchz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:09
    ขอบคุณไรท์ที่มีทามแมชชีนให้เรา ถ้าบรรยายตอนเค้าจากกันนนานกว่านี้ เราตายแน่ๆๆๆๆ
    #683
    0
  4. #673 Danwtlese (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 01:52
    เซโครรรร แสบสุดๆ 55555555
    #673
    0
  5. #625 pppppppppiim (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 17:47
    ดีกันแล้วนะ;—-;
    #625
    0
  6. #578 H i k a w a (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 15:04
    อ่านรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ แต่ก็ยังร้องไห้อยู่ดี แง
    #578
    0
  7. #544 Whatever it is (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 08:18

    ฮือออออ
    #544
    0
  8. #540 เจ้าชายสีเทา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 13:39
    เจ้าเล่ห์จริงๆ วางแผนกันมาหมด้ลยใช่ไหมเนี่ย
    #540
    0
  9. #303 Dia dava (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 20:40
    เจอกันแล้วววววววว หล่อเลยลูก้า
    #303
    0
  10. #248 44784 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 11:36
    แหม่ เซโครนี่ร้ายกาจ ร้ายกาจ 55555
    #248
    0
  11. #195 o นู๋ น้ำหวาน o (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:52
    ค้างงงง มาต่อเร็วๆเถอะะะะ
    #195
    0
  12. #171 kotchaporn7777 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:27
    ทำมายยยยยยยฮืออออสกิลการตัดจบของเธอนั้นทำชั้นปวดใจ
    #171
    0
  13. #169 I'm2nd (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:56
    สุดยอดไปเลยครัย
    #169
    0
  14. #168 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:15
    แผนสูงนะ เซโคร~~55555 เป็นแม่สื่อที่สุดยอดเลย555
    #168
    0
  15. #167 K-NaThan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:09
    แกมันไม่ใสจริงลูก้าาาาา
    #167
    0
  16. #166 Smuffy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:59
    เซโครเป็นแม่สื่ออะงานนี้ 55555

    อยากให้มาต่อไวๆ ชอบบบบ งื้อออ
    #166
    0
  17. #165 pcard (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:59
    เซโครเจ๋งอ่า กราบบบบ สำหรับแผนนี้ 555++
    #165
    0
  18. #164 .pop (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:50
    หูย เซโครร้ายไม่เบานะเนี้ย งานนี้คงไม่ใช่ผู้ใหญ่กินเด็กแล้วมั้งสาม น่าจะเป็นผู้ใหญ่ที่โดนเด็กกิน//เขิน
    #164
    0
  19. #163 LN3210 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:20
    หูย ทำไมเลาต้องเขินขนาดนี้ด้วย ฮือๆๆๆๆ /มีแต่คนร้ายกาจอ่ะ 55555555
    #163
    0
  20. #162 sujuhyuk (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:43
    กัปตันเรือคือเซโคร แต่รู้สึกเขินลูก้าฮออออ
    #162
    0
  21. #161 un-til_dawn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:05
    ปกติอ่านในธัน คราวนี้เปลี่ยนมาอ่านในเด็กดี กดเฟบไว้พอเห็นว่าอัพกรี้ดเลยยยย คือไรท์มาไวกว่าที่คิดอ่ะ อิอิ แต่กลายเป็นว่าค้างอยู่ดีอ่าาา อยากอ่านตอนต่อไปล้าวววววววว ไรท์มาอัพต่อเร็วๆนะค่าาาา คือสัมผัสได้เลยว่าลูก้าแซบมากกกกกก สามจะมีสามีเด็กเป็นตัวเป็นตนแล้วสินะ กรี้ดดดดดดดด รอๆๆๆเลยยยย แต่ร้ายมากกกก เล่นละครกันซะเนียนเชียวววว เนียนกะทั้งไดโนเสาร์ นี่ช้าไม่ใช่ลูกก้าคงไม่สามารถเอาเพื่อนไดโนเสาร์มาเล่นละครตบตาว่าที่ภรรยาได้หรอก ร้ายกาจกันจิงเชียววววว
    #161
    0
  22. #160 aom051 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:49
    เล่นใหญ่ไปอีก
    #160
    0
  23. #158 February Asce (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:53
    เซโครรรรร ทำไมร้ายแบบนั้นลูกกก
    #158
    0
  24. #157 spy_5555+ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:38
    รออัพน๊าาาาา
    #157
    0
  25. #156 Atk. S. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:41
    รออออออออ
    #156
    0