-จบ-◈Jurassic Foster◈ กลายพันธุ์รัก ใต้ธารา

ตอนที่ 4 : ◈ธาราที่3◈

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 345 ครั้ง
    12 ม.ค. 61

◈ธาราที่3◈




ภายในห้องทดลองที่3มีเหล่าผู้ช่วยประมาณ5คนอยู่กับรองหัวหน้าฝ่ายวิจัยและดูแลสัตว์น้ำรวมทั้งผมซึ่งเป็นหัวหน้ากำลังทำการทดลองกันอย่างเคร่งเครียดมากว่า3วันได้แล้ว ตลอดหลายวันที่ผ่านมาผมไม่ได้กลับไปนอนห้องเลยสักครั้ง อาจเพราะแบบนั้นเลยทำให้การทดลองนี้ก้าวหน้าจนใกล้เสร็จเต็มทีแล้ว


สาเหตุที่ผมไม่ได้กลับห้องก็เป็นเพราะลูก้ายังคงอยู่ในร่างของไดโนเสาร์อยู่ เวลาที่ใช้ร่วมกับลูก้าในช่วงเย็นไปจนถึงเช้าของอีกวันตอนนี้ไม่สามารถทำได้ก็เลยเอาเวลานั้นมาทุ่มกับการทดลองให้เสร็จๆไป


ถึงจะไม่ได้กลับห้องแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ไปเจอกับลูก้านะ


ช่วงนี้ผมมักจะขอเวลาพักสัก2-3ชั่วโมงเพื่อไปหาลูก้ายังบ่อ129


“ยุ...อุณหภูมิเป็นไงบ้าง”ผมหันไปถามรองหัวหน้าที่อยู่หน้าเครื่องวัดอุณหภูมิของสิ่งมีชีวิตที่ถูกเพาะขึ้น


“อยู่ในเกณฑ์ปกติ...อีก3วันเอาไปเพาะต่อในบ่อได้เลย”


“เยส...สำเร็จแล้ว”คำพูดของยุทำให้เหล่าผู้ช่วยชูแขนขึ้นเหนือศีรษะด้วยความตื้นตัน


การทดลองที่ยาวนานในที่สุดก็จบสักที


“ทุกคนทำได้ดีมาก”ผมเอ่ยปากชม


“ขอบคุณครับ/ค่ะหัวหน้า”


“จากนี้เป็นเวลาสามวันผมจะให้ทุกคนพัก...”


“ย๊ะฮู้...ได้พักแล้ว”พี่พลตะโกนขึ้นทันทีที่ได้ยิน


“อ้อ...สำหรับพี่พลคงต้องขอให้เฝ้าตัวอ่อนของกุ้งจนกว่าจะเอาไปเพาะในบ่อได้นะครับ รบกวนด้วย”ผมพูดต่อด้วยใบหน้ายิ้มๆ


“ว่าไงนะ...ด๊อกเตอร์ทำไมทำกันแบบนี้ล่ะ”


“ครั้งก่อนคนอื่นเฝ้าแล้วนี่ เราต้องผลัดๆกัน...ครั้งนี้ถึงเวรของพี่แล้ว ฝากด้วยล่ะ”ผมเดินไปตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ


“ไม่นะ...ความฝันที่จะถูกสาวๆในชุดบิกินี่ห้อมล้อมของฉัน”ท่าทางเหมือนจะร้องไห้นั่นดูน่าสงสารอยู่หรอกแต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้ งานแบบนี้จำเป็นต้องมีคนคอยดูอยู่ตลอดเพราะถ้าอุณหภูมเกิดเปลี่ยนแปลงไปอาจทำให้การทดลองทั้งหมดพังลง


“ยุจะไปไหนรึเปล่า”ผมหันไปถามรองหัวหน้าต่อ


“กะจะกลับบ้านน่ะ”ยุตอบกลับ


“ที่ภูเก็ตอ่ะนะ”


“ใช่”


“แค่สามวันจะพอเหรอ”ระยะทางจากที่นี่ถึงจะนั่งเครื่องบินก็ปาไปหลายชั่วโมงแล้ว


“อืม...คิดว่าจะขอลาต่ออีก2วัน พอดีมีงานแต่งพี่สาว”


“ได้สิ...ไปทำเรื่องเลยเดี๋ยวผมอนุมัติให้ ฝากแสดงความยินดีกับพี่สาวด้วยนะ”การทำเรื่องขอลาหยุดสุดท้ายก็อยู่ที่ดุลพินิจขอผมว่าเห็นสมควรไหม ถ้าผมบอกว่าได้ยังไงก็ไม่เปลี่ยน


“ได้...งั้นไว้เจอกัน”


“อืม...พี่พล...ถ้ากุ้งถูกไปลงบ่อแล้วผมจะให้พี่พัก2วัน โอเคไหม”ก็อยากจะให้พักนานกว่านี้หรอกแต่ด้วยงานหลายๆอย่างถ้าคนไม่พองานก็จะไม่เดิน ไหนๆยุที่เป็นคนสำคัญในการทำงานก็ขอลาเพิ่มเลยใช้กาสนี้ให้พี่พลได้พักหน่อย


“ขอบคุณมากๆเลยด๊อกเตอร์”คำพูดผมทำให้อีกฝ่ายทำตาลุกวาวด้วยความดี


ผมเอาใจว่างานพวกนี้มันเหนื่อย ในเมื่อมีเวลาพักก็ควรจะพักให้เต็มที่


“เอาแบบนี้ละกัน ผมให้พวกคุณหยุด5วัน...เพียงแต่เมื่อกลับมาต้องเดินห้าทำงานอย่างจริงจัง แบบนี้ได้ไหม”ผมคิดสักพักก่อนเอ่ยปากถามกับทุกคน


“ได้ครับ/ค่ะ”ทุกคนต่างก็มีใบหน้าร่าเริงขึ้นเมื่อได้วันหยุดเพิ่ม


“งั้นก็ตามนั้น...รักษาตัวด้วยทุกคน”


ที่เหลือก็แค่ต้องไปทำเรื่องให้เบื้องบนรู้ว่าผมอนุญาตให้พวกเขาหยุดได้ แม้ว่าความจริงจะไม่จำเป็นต้องทำเรื่องหรือเขียนรายงานเพราะอำนาจในการอนุญาตอยู่ที่ผมอยู่แล้วก็ตาม 


ยังไงผมก็อยากทำให้ถูกขั้นตอนหน่อย


เมื่อลากับทุกคนเสร็จผมก็เดินไปยังบ่อเพาะพันธุ์ด้านข้าง แสงแดดยาวเที่ยงร้านซะจนรู้สึกปวดหัวขึ้นมา ห้องพักของเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์น้ำตอนนี้ไม่มีคนอยู่เลยสักคน...ดูจากเวลาคงไปกินมื้อกลางวันอยู่


ดวงตาสีน้ำตาลของผมมองผ่านไล่ไปตามชั้นติดผนัง ขวดยามากมายถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ ยานั่นไม่เป็นแค่เป็นยาของสัตว์แต่ยังมียาของคนด้วย ในบ่อดูแลสัตว์ไม่ได้เพาะหรือดูแลแค่สัตว์น้ำธรรมดาอย่างกุ้งหรือปลาแต่ยังมีพวกสัตว์มีพิษด้วย


พอผมขึ้นเป็นหัวหน้าก็ได้สั่งการเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกเพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้มียาวางเรียงไว้ให้หยิบง่ายทำให้เวลาเกิดเรื่องจึงวุ่นวายสุดๆ


ขวดยาต่างๆถูกบรรจุในขวดขนาดเล็กเพื่อให้ง่ายต่อการหยิบและพกพา ผมเองก็หยิบขวดยาตรงหน้าสี่ขวดเล็กก่อนจะไปเอาจักรยานมาปั่นตรงไปยังบ่อที่129


ตลอดทางที่ปั่นผ่านก็แวะดูทั้งพี่จันหรือดาวที่กำลังดูแลเหล่าสัตว์น้ำและไปเอาถังใส่อาหารสำหรับลูก้าไปด้วย แน่นอนว่าการถือถังสองถังแถมปั่นจักรยานอีกไม่มีทางที่จะปั่นตรงทางเลยต้องลดความเร็วลงเพื่อความปลอดภัย ถึงผมจะพยายามหิ้วมาเยอะแค่ไหนทว่าด้วยขนาดตัวของลูก้าปลาแค่ถังสองถังไม่พออยู่แล้วผมจึงใช้ที่เลื่อนจัดแจงนำปลาใส่ถังส่งไปยังบ่อ129ก่อนจะขี่จักรยามตามไป


“ตรงนั้นสินะ”ผมพึมพำพลางยกยิ้มขึ้นเมื่อเห็นบ่อ129อยู่ในสายตา


งื๊ดดด~


ตู้ม!


เสียงครางสูงของสัตว์ขนาดใหญ่ดังขึ้นพร้อมกับร่างยักษ์ที่กระโจนขึ้นมาเหนือผิวน้ำ ด้วยระยะที่ผมอยู่สามารถเห็นร่างสีฟ้าลายแดงได้เต็มๆตา


ลูก้ารู้ว่าผมมาแล้ว


และดูเหมือนกำลังเร่งให้ผมรีบไปหาด้วย


“กำลังจะถึงแล้วครับ”ผมบอกแล้วเร่งความเร็วของจักรยานให้มากขึ้นอีก


ไม่กี่นาทีต่อมาผมก็มาหยุดอยู่หน้าบ่อ129 ตลอดการมาที่นี่ลูก้าก็กระโดดขึ้นเหนือน้ำอยู่ตลอด โชคดีที่บ่อข้างๆยังว่างเลยไม่โดยผลกระทบจากน้ำที่กระจายตัวตอนร่างขนาดใหญ่นั่นร่วงลงสู้พื้นน้ำ


ผมไม่จำเป็นต้องส่งเสียงเรียกพอลงจากจักรยานมาก็เห็นส่วนหัวสีฟ้าโผล่ขึ้นมาพ้นผิวน้ำ ดวงตาสีเงินจับจ้องมายังผมที่นั่งลงตรงขอบบ่อก่อนจะว่ายเข้ามาใกล้


“ผมบอกแล้วไงว่าห้ามกระโจนน่ะ”


งี๊ดดด~


ลูก้าเหมือนจะไม่อยากฟังคำบ่นเลยมุดหน้าลงไปใต้น้ำแล้วส่ายไปมา


“คิก...”ถึงจะไม่เข้าใจถึงภาษาของไดโนเสาร์แต่ท่าทางที่แสดงออกมานั่นทำให้ผมหลุดขำออกมา


ผมมองร่างใต้น้ำว่ายวนไปมาด้วยรอยยิ้ม พอว่ายได้สักพักลูก้าก็โผล่ส่วนหัวและลำคอที่ยาวกว่าเดิมขึ้นมาบนผิวน้ำแล้วใช้ปลายจมูกคลอเคลียกับขาผมที่หย่อนลงไป บ่อนี่ถูกทำขึ้นโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เป็นส่วนสำคัญจึงสร้างให้บ่ออยู่ต่ำกว่าด้านบนพอสมควร ที่ทำแบบนั้นก็เอาไว้สำหรับกันสัตว์น้ำที่จะกะโจนขึ้นมา


ก็ไม่อยากพูดหรอกนะแต่มันใช้กับลูก้าไม่ได้ผล


ด้วยขนาดตัวซึ่งยาวเกือบ4เมตรนั่นยังไม่น่าตกใจเท่ากับแรงกระโจนเวลาพุ่งทะยานขึ้นเหนือน้ำ เท่าที่กะดูน่าจะกระโจนสูงไม่ต่ำกว่า5เมตรซึ่งมากกว่าขนาดตัวและมากกว่าความสูงของบ่อจะรองรับได้


“หิวรึเปล่าลูก้า”ผมก้มลงไปถามไดโนเสาร์ด้านล่างที่ยังคลอเคลียปลายขาไม่หยุด


งี๊ดดด~


ก็ไม่รู้ว่าเสียงนั่นหมายถึงหิวหรือไม่หิวแต่ก็ขอคิดว่าหิวก่อนละกัน


“วันนี้มีปลากะพงล่ะ หวังว่าจะชอบนะ”ผมพูดพลางอุ้มถังสีเงินมาไว้บนตัก ปลากะพงขนาดกลางถูกหยิบขึ้นในท่าห้อยหัวลง ลูก้าที่เห็นก็พยายามยืดคอขึ้นมา


“ห้ามกระโจนขึ้นมาเชียว”ผมรีบพูดดัก ขืนกระโจนขึ้นมาผมได้ตัวเปียกกลับห้องแน่


งื๊ดดด~


“เอ้า”ปลากะพงถูกโยนลงไปยังปากที่อ้ารอรับอยู่แล้วด้านล่าง 


แน่นอนว่าแค่ปลาตัวเดียวไม่สามารถทำให้ไดโนเสาร์ที่หนักหลายร้อยกิโลกรัมอิ่มได้ ปลากะพงในถังถูกหย่อนลงไปให้อีกฝ่ายได้กินจนหมดทุกถังในในเวลาอัดรวดเร็ว


“หมดแล้ว”ถังสีเงินถูกคว่ำลงให้อีกฝ่ายได้เห็นชัดๆ


งี๊ดดด~


“ไม่อิ่มเหรอ?”ผมพยายามทำความเข้าใจกับเสียงของลูก้าที่ครางออกมา


งี๊ดดด~


เสียงครางยังคงดังต่อก่อนที่ส่วนหัวสีฟ้าจะขยับเข้ามาใกล้ ผมเองก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะคิดว่าคงเข้ามาคลอเคลียเหมือนก่อนหน้านี้แต่ทว่าเขี้ยวอันแหลมคมกลับอ้าออกแล้วงับขาผมเบาๆพร้อมกับกระชากลงจนตกลงไปใต้น้ำทะเลอย่างไม่ทันตั้งตัว


ดวงตาสีน้ำตาลของผมค่อยๆลืมขึ้นใต้น้ำทะเล จนสัมผัสได้ถึงความแสบเล็กน้อย


ทักษะว่ายน้ำที่ชำนาญตั้งแต่เด็กช่วยให้ผมพาร่างตัวเองขึ้นเหนือน้ำได้อย่างปลอดภัยในเวลาอันรวดเร็วโดยปราศจากความตื่นตกใจ


“แฮ่ก...”ผมสูดอากาศเข้าจนเต็มปอดก่อนจะหันไปมองไดโนเสาร์สีฟ้าลายแดงที่ว่ายวนอยู่รอบๆด้วยสายตาเคืองๆ


“ลูก้า ทำไมทำแบบนี้”


งี๊ดดด~


“ผมไม่เข้าใจหรอกนะว่าลูก้าจะบอกอะไร”ผมบอกออกไปตามตรง


ลูก้าที่ได้ยินก็เงียบลงราวกับกำลังคิด ไม่นานตัวผมก็ถูกลูก้าใช้ปากคาบแขนผมดำลงไปใต้น้ำอีกรอบ ครั้งนี้โชคดีที่ผมรู้ตัวเลยสูดอากาศเข้าจนเต็มปอดก่อนจะปล่อยร่างกายให้ถูกดึงลงไปอย่างไม่ขัดขืน


ด้านใต้ทะเลนี้เหมือนเรากำลังอยู่ในอีกโลกหนึ่ง ทุกอย่างล้วนเป็นโทนสีฟ้า


การที่ผมลืมตาในน้ำได้นั้นเป็นเรื่องปกติที่ทำได้ตั้งแต่เด็กๆ ตอนแรกที่ลืมตาก็รู้สึกแสบแต่พอผ่านไปสักระยะก็รู้สึกปกติแล้ว
ลูก้ายังคงคาบผมแล้วพาว่ายไปรอบๆ


ท่าทางของลูก้าทำให้ผมเริ่มรับรู้ถึงสิ่งที่อีกฝ่ายคิด


เกือบเดือนที่ผ่านมาผมอยู่กับเขามาตลอด การที่ลูก้ากลับมาอยู่คนเดียวคงทำให้เหงาอยู่แน่


อีกอย่างคงจำได้ว่าผมจะสอนดำน้ำให้


แต่จะให้ผมสอนไดโนเสาร์น้ำดำน้ำก็คงจะแปลกอยู่พอควร


นอกจากผมจะเก่งเรื่องการว่ายน้ำแล้วการกลั้นหายใจผมก็ไม่เป็นลองใคร


สถิติสูงสุดของผมอยู่ที่20นาที เรียกว่าอาจสูงสุดในประเทศแต่ไม่มากเท่ากับอันดับหนึ่งของโลกที่กลั้นได้ถึง22นาทีหรอก การที่มีทักษะเหล่านี้คงเพราะได้ออกไปว่ายและดำน้ำมาตั้งแต่เด็ก


ครอบครัวผมทำอาชีพประมงน้ำลึก แต่ละวันก็อยู่แต่บนเรือกับใต้น้ำ ทักษะที่จำเป็นต้องมีติดตัวคือว่าน้ำกับกลั้นหายใจ


ผมเองก็ชอบการที่ได้อยู่ในน้ำจึงมักจะดำน้ำเล่นระหว่างที่พ่อจับปลา บางทีก็ช่วยกางตาข่ายดักจับหรือว่ายไล่ต้อนฝูงปลาตัวเล็กๆ


แต่เพราะช่วงนี้ห่างหายไปนานพอสมควรเลยรู้สึกว่าตัวเองไม่น่าจะกลั้นหายใจได้ถึง20นาทีเหมือนเมื่อก่อน


มือข้างที่ไม่ถูกลูก้าคาบเอื้อมไปลูบผิวสีฟ้าบริเวณหัวพร้อมกับชี้ขึ้นไปด้านบน เพียงแค่นั้นร่างขนาดใหญ่ก็พุ่งทะยานสู่ผิวน้ำอย่างรวดเร็ว


“...ฮ่า...”ผมหอบเล็กน้อยเมื่อกลับมาหายใจได้ตามปกติ


สงสัยผมคงต้องหาเวลาไปฝึกดำน้ำซะแล้ว


แบบนี้ไม่ไหวเลย


ยังไม่ถึง10นาทีด้วยซ้ำ


งี๊ดดด~


ร่างสีฟ้าขยับเข้ามาคลอเคลียราวกับจะถามว่าเป็นไงบ้าง


“ไม่เป็นไร...คราวหน้าจะดึงลงมาก็บอกกันหน่อยนะ ตกใจหมดเลย”ผมพูดพลางลูบส่วนลำคอยาวที่มีลายคาดสีแดงประปราย 


งี๊ดดด


“เด็กดี...อ๊ะ...”ยังไม่ทันพูดจบความเจ็บปวดปนแสบร้อนก็แล่นเข้ามาทั่วร่างกายจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ร่างของผมจมดิ่งลงไปใต้น้ำทะเลพร้อมกับความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาหาฉับพลัน 


ด้วยสติที่ยังหลงเหลือเลยหันไปมองว่าเกิดอะไรขึ้น...บริเวณข้อเท้ามีเส้นหนวดสีน้ำเงินเข้มซึ่งกลืนกับน้ำทะเลพันอยู่รอบข้อเท้า


ซวยล่ะ


หนวดนั่นเป็นของแมงกะพรุนกล่อง


พิษของแมงกะพรุนกล่องทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและถ้าปล่อยไว้นานๆมีอันตรายถึงชีวิตแน่นอน


“อึก...”ขยับไม่ได้


ระหว่างที่ในหัวกำลังหาวิธีเอาชีวิตรอดร่างสีฟ้าลายแดงก็ดำลงมาพร้อมกับคาบร่างผมให้ขึ้นสู่เหนือน้ำ ทันทีที่สามารถหายใจได้ผมก็ไม่รอช้าที่จะใช้มือยึดเกาะร่างของลูก้าไว้แน่น


ร่างกายตอนนี้ปราศจากการควบคุมโดยสิ้นเชิง


“ต้องรีบแก้พิษ...”ยาถอนพิษอยู่ในกระเป๋านี่เองแต่ในสภาพนี้คง...


งี๊ดดดดดดดดด~


เสียงครางยาวของลูก้าดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งเข้ามาใกล้


“น้องสาม?”


เสียงแบบนั้น...


“พี่จัน...”ผมเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่ชะโงกหัวลงมาดู


“เกิดอะไรขึ้น...เราหน้าซีดมากเลย”


“พาผมขึ้นไป...ตอนนี้ผมโดนพิษ”


“พิษ?...เข้าใจแล้ว”พี่จันไม่รอช้ารีบจัดการช่วยพาขึ้นไปโดยมีลูก้าส่งเสียงครางมาอย่างห่วงๆ


ร่างของผมถูกพยุงให้นั่งโดยมีพี่จันอยู่ข้างๆ


“พี่...เอาขวดยาในกระเป๋ากางเกง...”ก็อยากจะหยิบเองแต่ตอนนี้เริ่มมึนหัวแล้ว


“เข้าใจแล้ว...พิษที่ว่าคืออะไร?”


“แมงกะพรุนกล่อง...”


“ว่างไงนะ...บ้าเอ้ย บอกเร็วๆสิ”พี่จันรีบหยิบขวดยาออกมาก่อนจะให้ผมดื่มยาถอนพิษ บริเวณขาที่มีรอยคาดสีแดงก่ำถูกเอาขวดที่เป็นน้ำส้มสายชูสำหรับรักษาพิษของแมงกะพรุนกล่องโดยเฉพาะราดลงบนบาดแผล


“อึก...”อาการมึนหัวทำเอาทรงตัวไม่อยู่


งี๊ดดดดด~


งี๊ดดดดด~


ลูก้าส่งเสียงครางติดๆกัน ผมเองก็อยากจะบอกว่าไม่เป็นไรแต่ร่างกายมันกลับไม่มีแรงเลยนี่สิ เสียงครางดังขึ้นหลายๆครั้งก่อนที่สักพักจะเงียบหายไปดื้อๆ


“เฮ้อ...ล้างพิษ30วินาทีเรียบร้อย ต่อไปต้องพาไปหาหมอ”พี่จันยกมือขึ้นปาดเหงื่อเล็กน้อย


“...รบกวนด้วยครับ”ตอนนี้ขยับไม่ไหวจริงๆ


“สาม!”เสียงตะโกนอันคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับลูก้าในร่างมนุษย์ที่วิ่งเข้ามาใกล้ ใบหน้าขาวดูตื่นตระหนกและกังวลจนคิ้วขมวดเข้ากันแน่น ร่างกายเปลือยเปล่านั่นดูจะไม่ทำให้เขากังวลเท่ากับเห็นผมที่แทบขยับตัวไม่ได้


สี่วันที่อยู่ในร่างไดโนเสาร์ วันที่ห้ากลับเป็นร่างมนุษย์


“ลูก้า...”


“เป็นอะไร”


“ไม่เป็นไร...เดี๋ยวก็หาย...”ผมพยายามเอ่ยออกไปแม้ว่าจะแทบไม่ไหวแล้วก็ตาม


“แต่ว่า...”


“ไม่เป็นไร...พี่จัน”ผมบอกลูก้าเสร็จก็หันไปมองหน้าพี่จัน เพียงแค่สบตากับพี่เขาก็พยักหน้านิดๆมาให้ นั่นทำให้ผมยิ้มออกก่อนจะปล่อยสติให้ดับไป





สายลมอ่อนๆพัดมาโดนร่างทำให้ดวงตาสีน้ำตาลของผมค่อยๆกระพริบแล้วลืมขึ้นอย่างงัวเงีย อาการเวียนหัวและความเจ็บปวดก่อนหน้านี้หายไปอย่างสิ้นเชิงมีเพียงความรู้สึกชาๆบริเวณข้อเท้านิดหน่อยเท่านั้น


นี่ผมหลับไปนานแค่ไหนกัน


แล้วลูก้าอยู่ไหน


หลายคำถามผุดเข้ามาในหัวระหว่างที่พยุงตัวเองขึ้นนั่งบนเตียงสีขาวสะอาด ดูจากเตียงคงอยู่ที่โรงพยาบาลของศูนย์วิจัยสินะ...


“สาม”เสียงเรียกดังขึ้นพร้อมกับร่างของลูก้ากระโดดขึ้นมาบนเตียง ดวงตาสีเงินสั่นระริกเมื่อมองมายังผมที่หันหน้าไปหา


“ลูก้า...”


“เพราะผมใช่ไหม”ยังไม่ทันได้พูดอะไรอยู่ๆลูก้าก็ตะโกนขึ้นด้วยใบหน้าคลอน้ำตา


“...พูดเรื่องอะไร”


“ก็ที่สามต้องเจ็บและหลับไปเกือบ3วันนี่เป็นเพราะพิษของผมไม่ใช่เหรอ”


“รู้มาจากไหน?”ผมจ้องมองอีกฝ่ายตรงๆ


“พี่จันบอก”


“พี่จัน...”ก่อนที่ผมจะหมดสติรู้สึกว่าจะบอกพี่จันแล้วนะว่าห้ามบอกเรื่องนี้ให้ลูก้ารู้


ที่ไม่อยากให้บอกไม่ใช่เพราะต้องการปิดบังแต่เพราะผมรู้ตัวว่าตัวเองต้องสลบไปนานแน่ ถ้าลูก้ารู้ก็จะโทษตัวเองเหมือนอย่างที่เป็นในตอนนี้


“เพราะผม...”ลูก้าก้มหน้าลงราวกับกำลังสำนึกผิดในสิ่งที่ทำ


“ไม่ใช่ความผิดของลูก้า”ผมรีบพูดแทรก


“จะไม่ใช่ได้ยังไง...ผมเป็นคนทำให้สามต้องเจ็บนะ”


“ที่ผมเจ็บเป็นเพราะผมไม่ระวังเอง”


ใช่...เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะผมไม่ระวัง


ผมรู้อยู่เต็มอกถึงพิษที่ลูก้ามีแต่กลับประมาทจนเกิดเรื่องแบบนี้


ลูก้าไม่รู้ว่าตัวเองมีพิษร้ายแรงอยู่ในร่างดังนั้นจึงไม่มีการระวังเป็นพิเศษ


“แต่ถ้าผมรู้สามก็คงไม่เจ็บ”ลูก้าเถียง


“อืม...การที่ลูก้าไม่รู้เป็นเพราะผมไม่ได้บอก ดังนั้นคนที่ผิดคือผมเอง”


“ไม่ใช่...ผมบอกแล้วไงว่าคนที่ผิด...”


“ลูก้า”ผมเรียกเด็กตรงหน้าเสียงดังเพื่อให้เลิกเถียงกันไปมาแบบนี้


“...เพราะผม”


“เฮ้อ...มานี่ลูก้า”ผมเรียกพลางดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดหลวมๆ ลูก้าขยับตามแรงดึงผมอย่างไม่ขัดขืนแถมยังเป็นฝ่ายกอดแน่นอีกด้วย เส้นผมสีฟ้าแซมแดงถูกลูบไปมาเบาๆให้อารมณ์เย็นลง


เถียงกันไปมาแบบนั้นวันนี้คงไม่จบพอดี


“...ขอโทษ...ขอโทษนะสาม”เสียงสะอื้นดังขึ้นพร้อมแขนที่กอดผมแน่นกว่าเดิม


ถึงจะพูดว่าไม่ใช่ความผิดของลูก้าก็คงไม่เป็นผลอยู่ดีสินะ


“ผมบอกแล้วว่าไม่ใช่เพราะลูก้า...แต่ถ้ายังโทษตัวเองอยู่แบบนั้นผมก็จะบอก...ผมยกโทษให้...เลิกโทษตัวเองได้แล้ว”พูดจบผมก็เปลี่ยนจากลูบเส้นผมมาเป็นลูบแผ่นหลังที่กำลังสะอื้นแทน


“อึก...สาม...สาม...”


“ไม่เป็นไรแล้ว...เห็นไหมว่าผมปลอดภัย”ผมปลอบต่อ


พึ่งรู้ว่าขี้แงเหมือนกันนะเนี่ย


“...นึกว่าจะไม่ตื่นขึ้นมาซะแล้ว...”เสียงพูดปนสะอื้นทำให้ผมยิ้มออกมาบางๆ


ตลอดเวลาที่ผมหลับไปลูก้าจะอยู่ข้างๆด้วยความรู้สึกแบบไหนกันนะ


เขาจะรู้สึกยังไงที่เห็นผมนอนอยู่นิ่งโดยไม่ขยับเขยื่อน


ถึงจะไม่รู้แต่ก็พูดได้ว่าไม่รู้สึกดีนักหรอก


“ขอโทษที่ตื่นช้า”


“...นี่สาม”


“หื้ม?”


“บอกผมได้ไหม”


“เรื่องอะไรล่ะ”ผมถามกลับ


“พิษที่ว่าคืออะไร”น้ำเสียงของลูก้าดูจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็น เขาคงต้องการจะรู้ถึงสิ่งที่ตัวเองเป็นรวมทั้งวิธีที่จะจัดการกับตัวเอง


“คงถึงเวลาที่ต้องบอกแล้วสินะ”ความจริงอยากให้โตกว่านี้อีกหน่อยแท้ๆ


“บอกไม่ได้?”


“เปล่า...แค่อยากให้โตกว่านี้น่ะ”


“ผมก็โตแล้วนะ”


“คนที่โตแล้วไม่ร้องไห้กันง่ายๆหรอกนะ”ผมล้อ


“...ไม่ได้ร้อง”


“เหรอ...ผมจะเชื่อดีไหมนะ เสื้อผมเปียกไปหมดแล้ว”


“ไม่ได้เปียกสักหน่อย แล้วผมก็ไม่ได้ร้องด้วย”ลูก้าผละออกจากผมไปนั่งขัดสมาธิอยู่ปลายเตียง


“คิก...”


“หัวเราะอะไร”ลูก้าถามทันทีที่เห็นผมหลุดขำ


“เปล่านี่”


“ก็เห็นอยู่ว่าขำ”


“คิดไปเองแล้ว”


“สาม”เสียงเรียกชื่อผมเคืองๆนั่นเรียกรอยยิ้มของผมให้ปรากฏขึ้น


แบบนี้สิลูก้าที่ผมรู้จัก


เด็กที่ทั้งโทษตัวเองและขี้แยผมไม่รู้จักหรอก


“ครับๆ...มาเข้าเรื่องกันดีกว่า...ก่อนจะเข้าเรื่องพิษอยากจะบอกถึงตัวตนของลูก้าก่อน”


“ตัวตน...ของผม”


“ใช่...รู้ไหมว่าทำไมตัวเองถึงสามารถกลายร่างเป็นไดโนเสาร์ได้”ผมเริ่มเกริ่น


ในเมื่อต้องพูดเรื่องพิษในร่างของลูก้าก็อยากจะพูดทุกๆอย่างให้อีกฝ่ายได้รับรู้เลย


“...ไม่รู้”ลูก้าส่ายหน้าเป็นคำตอบ


“ในร่างกายของลูก้ามียีนของไดโนเสาร์กับมนุษย์ผสมกันอยู่ นั่นทำให้สามารถอยู่ในร่างของมนุษย์และไดโนเสาร์ได้”ระหว่างอธิบายผมก็ชี้ไปยังร่างของลูก้า


“...”


“พวกเราเรียกคนที่มียีนของไดโนเสาร์และมนุษย์อยู่ในร่างเดียวกันว่าไดโนเสาร์กลายพันธุ์”ผมอธิบายต่อไปอีก


“...ไดโนเสาร์กลายพันธุ์ แปลว่าไม่ได้มีแค่ผม”


“ใช่...ไดโนเสาร์กลายพันธุ์มีอยู่เยอะพอสมควรแต่ลูก้าเป็นเพียงคนเดียวที่เป็นไดโนเสาร์น้ำ”


“ทำไมล่ะ”


“เพราะทุกวันนี้ไดโนเสาร์ที่ก่อความวุ่นวายหรือหลุดออกมาไม่ได้จำกัดแค่บนท้องฟ้าหรือบนพื้นดินเท่านั้น มีหลายเหตุการณ์ที่ต้องต่อสู้ในทะเล และด้วยความทักษะการต่อสู้ในน้ำของไดโนเสาร์บนบกไม่สามารถต่อสู้กับไดโนเสาร์น้ำได้เต็มที่ทำให้ดร.ฟรานซิสสร้างไดโนเสาร์กลายพันธุ์ที่มียีนของไดโนเสาร์น้ำขึ้นมา”


“...เพราะถูกสร้างเลยต้องอยู่เพียงลำพังเหรอ”คำถามต่อมาดังขึ้นพร้อมลูก้าที่ทำหน้าเศร้า


“ไม่ใช่หรอกลูก้า...ตอนนี้ลูก้ามีผมไง”ผมตอบคำถามนั้น


“แต่ถ้าอยู่ในร่างไดโนเสาร์ก็ต้องอยู่คนเดียว”


“ครั้งหน้าผมลงไปว่ายน้ำด้วยดีกว่า”


“ไม่ได้นะ...ถ้าสามเจ็บขึ้นมาอีกละ”ลุก้ารีบพูดค้านทันทีที่ได้ยิน


“อ้อ...เหมือนจะลืมบอกเรื่องพิษไปสินะ พิษของลูก้ามีอยู่สองที่...ที่แรกคือตามเกราะสีแดงบนหลังกับเส้นใยหนวดสีฟ้าเข้ม ถ้าว่ายอย่างระมัดระวังก็ไม่โดนหรอกน่า”พิษของลูก้ามีของแมงกระพรุนกล่องและปลาหินผสมอยู่ซึ่งถ้าถามถึงระดับอันตรายของพิษเหล่านั้นผมคงให้เป็นอันดับ1ของไดโนเสาร์กลายพันธ์ทั้งหมด ไม่สิ อาจจะเป็นอันดับต้นๆของสัตว์บนโลกนี้เลยก็ได้


แมงกะพรุนกล่องคูโบซัว เป็นแชมป์สัตว์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก รายงานว่ามันฆ่าคนไปแล้วหลายหมื่นคน พิษของมันนั้นจะแล่นเข้าไปทำลาย หัวใจ ระบบประสาท ผิวหนัง และที่สำคัญถ้าโดนพิษเข้าไปจะให้ความรู้สึกทรมานและเจ็บปวดอย่างที่สุดจนกว่าจะสิ้นลม


สำหรับปลาหินหรือStonefish เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นปลาที่มีพิษร้ายแรงที่สุดของโลก ซางมีต่อมพิษใต้ผิวหนังในครีบแข็งของมัน พิษจะถูกปล่อยออกมาเมื่อเนื้อเยื่อหุ่มบริเวณปลายหนามฉีกขาด โดยพิษของปลาหินนอกจากจะได้รับความเจ็บปวดอย่างรุนแรงแล้วหากได้รับพิษไปในปริมาณมากจะส่งผลให้เกิดอาการเพ้อ ขาดสติ และส่งผลให้เสียชีวิตได้ในเวลาไม่นาน


ตอนอ่านข้อมูลสายพันธ์ต่างๆที่ผสมอยู่ในตัวลูก้าผมก็อยากจะเห็นหน้าของเซโครตอนฟังพ่อตัวเองอธิบายถึงความพิเศษของลูก้าซะเหลือเกิน เพียงแค่พิษชนิดเดียวก็มากพอและมากเกินที่จะใช้ป้องกันตัวแล้วแต่ดันผสมมาถึง2ชนิด


ผมคงต้องเตรียมการป้องกันในเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว จะปล่อยให้เกิดเรื่องก่อนแล้วค่อนคิดจัดการมันจะสายเกินแก้ พิษที่ลูก้ามีผมต้องนำมาวิเคราะห์และทำวัคซีนเฉพาะขึ้นมาใหม่


ในปัจจุบันแม้จะมียาแก้พิษอยู่แล้วแต่ยังไม่มียัวไหนแก้พิษที่ผสมกันของแมงกระพรุนกล่องกับปลาหินมาก่อน


“ทำไมถึงต้องมีพิษด้วย”


“พิษนั้นจะใช้เป็นอาวุธเมื่อลูก้าต่อสู้”


“ต้องสู้เหรอ”ดวงตาสีเงินที่เงยขึ้นมาประสานกับดวงตาสีน้ำตาลของผมอย่างขอคำตอบ


“ไดโนเสาร์กลายพันธุ์ส่วนมากจะสู้เพื่อปกป้องมนุษย์”


“มนุษย์...”


“มันยังไม่ใช่เรื่องที่ลูก้าต้องคิดหรอก ค่อยๆเรียนรู้ไปทีละนิดเถอะ”พูดจบผมก็เอื้อมมือไปขยี้เส้นผมสีฟ้าแซมแดงไปมา


“เข้าใจแล้ว”ลูก้าพยักหน้าตอบกลับมา


“จบเรื่องนี้แล้วนะ...ต่อไปก็ไปว่ายน้ำเล่นกันดีกว่า”อย่แต่กับเตียงมาหลายวันรู้สึกว่าร่างกายตึงๆไปเยอะเลย


“แต่แผล...”ลูก้าพูดแล้วก้มมองยังบริเวณข้อเท้าที่มีร่องรอยเหมือนโดนอะไรรัดรอบๆ


“ไม่เป็นไรแล้วน่า...เดี๋ยวใช้ผ้าพันแผลกันน้ำเอา”


“แน่ใจว่าไม่เป็นไร”น้ำเสียงห่วงๆนั่นทำให้ผมยิ้มออก


การมีคนคอยห่วงรู้สึกดีจริงๆ


“ไม่เป็นไรแน่นอน”ผมลุกขึ้นจากเตียงโดยไม่รอให้ลูก้าพูดอะไรต่อ ผ้าพันแผลกันน้ำถูกหยิบออกมาจากตู้ยาด้านข้างก่อนจะจัดการพันแผลบริเวณข้อเท้าอย่างชำนาน


ดูจากรอยคงจะกลายเป็นแผลเป็น แต่สำหรับผมไม่คิดมากเรื่องนั้นอยู่แล้ว


ไม่ได้จะโชว์เท้าให้ใครดูสักหน่อย


หลังจากนั้นผมก็พาลูก้าไปยังห้องเก็บอุปกรณ์ดำน้ำ เสื้อชูชีพ หน้ากากและถังใส่ออกซิเจนมีให้หยิบกันได้ตามต้องการ สิ่งที่ผมหยิบมีแค่เสื้อชูชีพเพราะยังไงวันนี้ก็คงสอนได้แค่ว่ายน้ำเท่านั้น


ดำน้ำเอาไว้สอนวันอื่นละกัน


“อ้อ...หน้ากากด้วย”ผมหันไปหยิบหน้ากากมาหนึ่งอันก่อนจะเดินออกไป


ลูก้ายังไม่เคยอยู่ในน้ำทะเลในร่างมนุษย์ผมเลยไม่รู้ว่าเขาสามารถลืมตาในน้ำได้ไหม ถ้าลืมไม่ได้ก็จะให้ใช้หน้ากากนี่


สถานที่ที่ผมพาลูก้ามาเป็นชายหาดห่างจากตึกวิจัยอยู่พอสมควร ที่นี่ไม่ได้เป็นหาดทราบสีขาวแต่เต็มไปด้วยหินและน้ำทะเลในระดับที่ลึกพอสมควร ตอนแรกก็ว่าจะพาไปชายหาดปกติอยู่หรอกแต่กว่าจะว่ายไปตรงน้ำลึกก็เสียเวลาแถมแดดยังร้อนอีกไม่เหมือนกับตรงนี้ที่ด้านบนเป็นหน้าผาสูงช่วยบดบังแสงจากพระอาทิตย์ได้


“ใส่เสื้อชูชีพกับหน้ากากนี่ไว้นะ”ผมจัดการสวมทุกอย่างให้ลุก้าพร้อมพูดอธิบายถึงหลักการว่ายน้ำไปเรื่อยๆ


“แล้วของสามล่ะ”ลูก้าถามกลับ


“ผมไม่ต้องใส่หรอก”ไม่คิดว่าตัวเองจะจมด้วย


“งั้นผมก็ไม่ใส่ด้วย”


“ไม่ได้ๆ...ต้องใส่ไว้ก่อน ถ้าว่ายได้ค่อยถอดออก”ยังไม่ทันรู้เลยว่าว่ายได้ไหมขืนปล่อยให้ถอดหมดแล้วกระโดดลงไปอาจไม่ลอยขึ้นมาก็ได้


ถึงอีกร่างจะเป็นไดโนเสาร์น้ำแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในร่างมนุษย์จะว่ายน้ำเป็น


“ผมว่ายได้น่า”


“เอาน่า...ตอนนี้มายืดกล้ามเนื้อก่อน”ผมพูดก่อนจะเริ่มท่ายืดกล้ามเนื้อ ลูก้ามองมาสักพักก่อนจะทำตามอย่างเสียไม่ได้


พอทำเสร็จทุกท่าผมก็ถอดเสื้อออกวางพาดไว้บนโขดหินเหลือเพียงกางเกงขาสั้นที่เตรียมไว้ ผิวสีน้ำผึ้งเผยออกมาสะท้อนกับแสงพระอาทิตย์ที่สาดส่อง 


“ผมลงไปก่อนนะ”หันไปบอกลูก้าเสร็จก็ลงไปยังน้ำทะเลด้านล่าง ด้วยระดับน้ำที่สูงแต่ยังยืนถึงทำให้ผมไม่เสี่ยงที่จะกระโดดลง


“ผมลงได้รึยัง”ลูก้าถาม


“อืม...ลงมาเลย”ผมพยักหน้าตอบอีกฝ่าย


ตู้ม


ลูก้าที่ได้รับอนุญาตก็กระโดดลงมาจนน้ำรอบข้างกระจายออกเป็นวงกว้างแม้แต่ผมเองยังต้องหลบน้ำที่กระเซนมา ผมเตรียมหันไปบ่นการกระทำของลูก้าเต็มที่แต่พอมองไปกลับเจอเพียงเสื้อชูชีพที่ลอยอยู่กับหน้ากากดำน้ำเท่านั้น


“ลูก้า!”ผมตะโกนเสียงดังอย่างตื่นตระหนก


อย่าบอกนะว่าจมน่ะ


แล้วทำไมเสื้อชูชีพกับหน้ากากถึงหลุดออกได้ง่ายขนาดนี้เนี่ย


น้ำตรงนี้ก็อยู่ระดับอกผมเรียกว่าไม่ลึกมาก ดังนั้นก็ไม่น่าจะจมได้


“...เรียกทำไมสาม”


“ลูก้า”เสียงจากด้านหลังเรียกให้ผมหันกลับมองอย่างรวดเร็ว ด้านหลังผมมีลูก้าลอยคอมองมาด้วยสายตางงๆราวกับไม่เข้าใจว่าผมเสียงดังทำไม


“เสียงดังนะสาม”


“จะไม่ให้เสียงดังได้ยังไง...บอกแล้วไงว่าให้ใส่เสื้อชูชีพกับหน้ากากไว้น่ะ”หัวใจผมเกือบจะวายแล้วเชียว


“สามบอกว่าถ้าว่ายได้ค่อยถอดออกนี่ ตอนกระโดดลงน้ำก็รู้แล้วว่าว่ายได้เลยถอดออก”ลูก้าอธิบายเสียงใส


“ถอดเร็วเกินไปแล้ว”


“ก็มันอึดอัดนี่...แบบนี้สบายกว่า”พูดจบลูก้าก็มุดลงไปใต้น้ำ ร่างมนุษย์แหวกว่ายรอบตัวผมด้วยท่าทางที่ผ่อนคลาย


ท่วงท่าของการว่ายไม่เหมือนกับคนที่เคยเรียนมา ท่านั้นเป็นท่าตามธรรมชาติราวกับว่าร่างกายเป็นส่วนหนึ่งของสายน้ำ 


ผมมองลูก้าว่ายสักพักก็ต้องขมวดคิ้วเพราะเท่าที่นับอยู่รู้สึกว่าจะกลั้นหายใจมามากกว่า5นาทีแล้วนะ


ว่ายน้ำครั้งแรกส่วนมากแค่3นาทีก็แทบไม่ไหวแล้ว


“สาม...ไม่ว่ายเหรอ”ลูก้าโผล่ขึ้นมาบนน้ำก่อนจะถาม


“อ่า...ว่ายสิ...นี่ลูก้าทำไมถึงได้กลั้นหายใจได้นานขนาดนั้นทั้งที่ทำเป็นครั้งแรก”


“ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย...ตอนอยู่ในร่างไดโนเสาร์ก็ทำบ่อยๆ แต่เหมือนจะต่างกันอยู่เยอะ ในร่างนี้หายใจไม่ออก”


“ที่ลูก้าทำในร่างไดโนเสาร์ไม่ใช่การกลั้นหายใจแต่เป็นการหายใจ ที่ในร่างมนุษย์ทำแบบนั้นไม่ได้เหราะมนุษย์หายใจไนน้ำไม่ได้...ที่ทำได้คือการกลั้นหายใจ”ผมอธิบายขยายความให้ลูก้าฟัง


ดูเหมือนเขาจะสับสนกับร่างกายทั้งสองของตัวเองอยู่ไม่น้อย


ดีที่ไม่หายใจเข้าไปไม่งั้นคงสำลักน้ำแน่


“สามก็กลั้นหายใจได้สินะ”


“แน่นอน...ได้นานด้วยนะ”ขออวดสักหน่อยเถอะ


“ผมจะกลั้นได้นานอย่างสามไหม”


“ไม่รู้สิ เรื่องนี้มันอยู่ที่ความสามารถของแต่ละคน”ถึงจะฝึกเหมือนๆกันก็ไม่ได้หมายความว่าจะกลั้นหายใจได้ในเวลาเท่ากัน


“เหรอ...”


“แล้วตาน่ะ...ไม่แสบใช่ไหม”ผมถามต่ออีก


เห็นลืมตาว่ายไปมาอยู่ตั้งนานไม่เห็นมีอาการระคายเคืองอะไรเลย


“ไม่นี่”


“ดีแล้ว...งั้นไปว่ายต่อเถอะ”ครั้งนี้ผมเป็นฝ่ายดำลงไปก่อนจะว่ายไปยังน้ำที่อยู่ลึกกว่านี้ ด้วยขอบเขตสายตาของมนุษย์เมื่ออยู่ในน้ำจะแคบลงแต่ก็ยังมองเห็นอยู่พอสมควร


บรรยากาศใต้น้ำต่างจากด้านบอย่างสิ้นเชิง ความเย็นของน้ำโอบอุ้มร่างกายไว้ในทุกการเคลื่อนไหว ถ้ายิ่งว่ายฝืนก็จะไปต่อไม่ได้แต่ถ้าปล่อยตัวไปตามกระแสน้ำทุกอย่างก็จะลื่นไหล


ผมชอบความรู้สึกเมื่ออยู่ใต้น้ำแบบนี้


มันทั้งสงบและสบายใจ


สีฟ้าเป็นสีที่มองเท่าไหร่ผมก็ไม่เคยเบื่อ


ผมพลิกร่างตัวเองขึ้นมามองผิวน้ำด้านบนที่กระเพื่อมไปมาด้วยรอยยิ้มที่ค่อยๆคลี่ออก แสงระยิบระยับเมื่อมองจากด้านล่างนี่ช่างงดงามจริงๆ


เหม่อมองด้านบนได้สักพักก็ถูกลูก้าที่ว่ายตามมาดึงแขนผมให้ว่ายตามไปในระดับที่ลึกขึ้น ความจริงก็อยากจะบอกให้หยุดแต่รอยยิ้มมุมปากของลูก้านั่นทำให้ผมเลือกที่จะตามอีกฝ่ายไป


ลูก้าดึงผมไปจนถึงส่วนลึกของทะเล เหล่าปะการังหลากสีสันขึ้นเรียงรายอยู่ตามพื้นทรายไปจนถึงโขดหิน ฝูงปลาขนาดเล็กแตกระจายออกเมื่อลูก้าและผมว่ายเข้าไปใกล้


ที่นี่ยังถือเป็นทะเลน้ำตื้นอยู่เลยเจอแค่ปลาตัวเล็ก ถ้าไปดำทะเลลึกคงจะสุดยอดกว่านี้หลายเท่า


ด้วยความที่อากาศในปอดใกล้จะหมดผมเลยกระตุกมือที่ถูกลูก้าจับไว้แทนคำพูด ลูก้าเองก็เหมือนจะรู้ถึงสิ่งที่ผมจะบอกเลยพยักหน้าก่อนพวกเราจะค่อยๆว่ายขึ้นไปยังด้านบน


“อ่า...”ความร้อนของด้านบนปะทะเข้าร่างทันทีที่โผล่ขึ้นมาหายใจ ผมหายใจเข้าออกสักพักก็สังเกตว่ายังไม่ได้ยินเสียงลูก้าเลยหันกลับไปมองด้านข้าง


ลูก้าที่มักจะทำหน้านิ่งอยู่เสมอตอนนี้กลับกำลังยิ้มแม้จะไม่ใช่การยิ้มกว้างแต่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นอีกฝ่ายยิ้มแบบนี้


“ลูก้า...”


“สุดยอดเลย...เวลาอยู่กับสามผมรู้สึกดีมากๆเลย”


“ผมก็เหมือนกัน”การที่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้รู้สึกดีกว่าอยู่คนเดียวเยอะเลย


หลังจากว่ายน้ำจนพอหนำใจผมก็ลากลูก้าขึ้นฝั่ง ที่ต้องใช้คำว่าลากเพราะว่าอีกฝ่ายไม่ยอมขึ้นจากน้ำทั้งที่ว่ายไปหลายชั่วโมงแล้ว พละกำลังของลูก้ามีมากกว่ามนุษย์ปกติทำให้ผมลากเขาแทบไม่ไป ยังดีที่ลูก้ายอมผ่อนแรงให้ผมลากขึ้นฝั่งได้ง่ายๆ


ห้องอาบน้ำที่ผมพาไปเป็นห้องอาบน้ำของพนักงานดูแลสัตว์น้ำที่อยู่ไม่ไกล พวกเราแยกกันอาบคนละห้องก่อนจะเปลี่ยนเป็นชุดที่ผมเตรียมไว้ก่อนมานี่ พอแต่งตัวเสร็จก็พาลูก้าไปกินข้าวและพากลับห้องในที่สุด


“ไม่เจ็บแผลใช่ไหม”ลูก้าเอ่ยถาม


“ไม่เจ็บหรอก แค่ชานิดหน่อย”ระหว่างตอบผมเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าและหยิบผ้าเช็กผมออกมา


“เพราะผมดึงสามลงมา...”


“ไม่ๆๆ...อย่าทำหน้าแบบนั้น บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ความผิดของลูก้า”ผมรีบพูดแทรกแล้วเดินไปหาอีกฝ่ายบนเตียง


“ทำไมถึงไม่โทษผมทั้งๆที่ดูยังไงผมก็เป็นฝ่ายผิดล่ะ”


“ผมไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ลูก้าคิดแบบนั้นหรอกนะ...แต่ผมจะบอกไว้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มันไม่ใช่ความผิดของลูก้าเลยสักนิดเดียว”สิ่งที่ผมพูดไม่ใช่เพราะโอ๋ลูก้าแต่มันคือความจริง


ลูก้าผิดที่ดึงผมตกน้ำแต่ก็เป็นความผิดผมที่อ่านพฤติกรรมนั้นไม่ออกทั้งที่จบสายนั้นมา


ดูยังไงคนที่ผิดก็คือผม


“ผมยังอยู่กับสามได้ใช่ไหม”ลูก้าถามต่อพลางขยับตัวมากอดผมไว้ ผมได้แต่ยิ้มบางๆแล้วเอื้อมมือไปกอดตอบอีกฝ่ายบ้าง


คำตอบของคำถามนั่น


ผมไม่จำเป็นต้องคิดสักนิด


“แน่นอน”
................................................................................

สวัสดีค่ะ

มาอัพเร็วเป็นพิเศษแทนขอขวัญวันปีใหม่จากเรานะคะ

อาจจะมาหลังปีใหม่นานหน่อย แบบว่าพึ่งแต่งเสร็จ555

เนื้อเรื่องช่วงนี้ยังค่อยเป็นค่อยไปอยู่ค่ะ ไม่ได้มีอะไรให้ตื่นเต้นนักแต่อีกไม่กี่ตอนจะเริ่มตื่นเต้นมากขึ้นค่ะ

เราอยากแต่งให้มีโมเม้นของความสัมพันธ์ในช่วงแรกก่อนจะขยับไล่เป็นขั้นๆไป

ยิ่งแต่งยิ่งรู้สึกอยากหาเด็กสักคนมาฟัดใฟ้หายอยากเลย

ลูก้าแม้จะเป็นเด็กแต่ความคิดค่อนข้างไปไกลกว่าเด็กธรรมดามากและโตเร็วสุดๆ

ฉากใต้น้ำเป็นฉากที่เราพยายามบรรยายออกมาให้เห็นภาพมากที่สุด ไม่รู้จะทำได้ดีไหมแต่ก็จะพยายามเต็มที่ค่ะเพราะจุดเด่นของภาคนี้คือน้ำ

ไว้เจอกันใหม่ในตอนหน้า

ขอบคุณทุกๆคนที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ

บ๊ายบาย

--มุมให้ความรู้เรื่องไดโนเสาร์--

ในวันนี้ขอเปลี่ยนจากไดโนเสาร์เป็นแมงกะพรุน ซึ่งแมงกระพรุงชนิดนี้ก็เป็นหนึ่งในยีนของลูก้า
แมงกะพรุ่นกล่องนั่นเอง

แมงกะพรุนกล่อง มีพิษร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่งของโลก

แมงกะพรุนกล่อง ติดอันดับ 1 ในการจัดอันดับชนิดของสัตว์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก

แมงกะพรุนหลายชนิดมีพิษ โดยบริเวณหนวดและแขนงที่ยื่นรอบปาก เรียกว่า เข็มพิษ ใช้สำหรับฆ่าเหยื่อ หรือทำให้เหยื่อสลบก่อนจับกินเป็นอาหาร ซึ่งโดยมากเป็น ปลา และใช้สำหรับป้องกันตัว ภายในเข็มพิษของมันมีน้ำพิษที่เป็นอันตรายทำให้เกิดอาการคัน เป็นผื่น บวมแดง เป็นรอยไหม้ ปวดแสบปวดร้อน และเป็นแผลเรื้อรังได้ หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

แมงกะพรุนกล่องชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีเซลล์เข็มพิษมากถึง 4-5,000,000,000 ล้านเซลล์ ในหนวดทั้งหมด 60 เส้น ซึ่งมีผลทางระบบโลหิต โดยไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำให้โลหิตเป็นพิษ และเสียชีวิตลงได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม


เครดิต https://teen.mthai.com/variety/78017.html


nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 345 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

699 ความคิดเห็น

  1. #622 pppppppppiim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 17:10
    น่ารักกกก
    #622
    0
  2. #614 Love Star (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 08:53
    คุณพ่อฟรานซิส สมกับที่ได้รับฉายา นักผสมยีนส์มั่ว จริงๆ ไม่รู้ว่าตอนผสมเขาคิดไรอยู่นะ ถึงได้ผสมมั่วแบบนั้น ผสมแต่ละที เรียกได้ว่า วิบัติ ทั้งนั้น 555
    #614
    0
  3. #537 เจ้าชายสีเทา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 11:58
    ดร.ฟรานซิสคิดอะไรอยู่ตอนผสมยีนส์เนี่ยยย พิษร้ายแรงโคตรๆ
    #537
    0
  4. #446 lolinpop (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 13:31
    น่ารัก ๆๆๆๆๆ
    #446
    0
  5. #300 Dia dava (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 19:04
    น่ารักกกกก อยากให้ลูก้าโตเร็วๆเลยย
    #300
    0
  6. #245 44784 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 10:51
    ฮื้อออ ลูก้า ทำไมน่ารักแบบนี้
    #245
    0
  7. #99 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 15:55
    น่าจับฟัดสะจริงเลยนะ~~ ทั้งคู่เลย555
    #99
    0
  8. #98 o นู๋ น้ำหวาน o (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 22:29
    โอยยย ทำไมน่ารักขนาดนี้
    #98
    0
  9. #96 .pop (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 18:56
    ลูก้านี่น่ารักขึ้นทุกวันเลยนะ ฮือ
    #96
    0
  10. #95 Smuffy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 04:18
    เหมือนได้ลูกหมามาแทน น่ารัก อ้อน มุมิสุด
    #95
    0
  11. #94 I'm2nd (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 10:15
    เรา ชอบมาก
    #94
    0
  12. #93 ammeym (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 00:15
    สวัสดีปีใหม่นะคะ // อยากรู้ว่าร่างกายของลูก้าตอนนี้โตขนาดไหนแล้ว อยากรู้แล้วว่าเด็กจะโดนกิน หรือจะมีคนโดนเด็กกิน 555555555
    #93
    0
  13. #92 1 0 1 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 22:54
    สุขสันต์ปีใหม่นะคะ ขอบคุณที่สร้างความสุขให้เสมอๆนะคะ ตามอยู่ทุกเรื่องเลยค่ะ ^^
    #92
    0
  14. #91 ducky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 22:41
    ลูก้าน่ารัก ชอบ
    #91
    0
  15. #90 Atk. S. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 22:40
    ทำไมพูดถึงน้ำแล้วฉันคิดไปไกล555
    #90
    0
  16. #89 ยัยหัวหยอง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 21:06
    สวัสดีปีใหม่นะคะ ขอให้นักเขียนคนนี้อยู่กับเราไปนานๆ จะได้มีเรื่องราวสนุกๆดีๆให้ได้อ่านกัน // เจ้าสามกับลูก้าสุดยอดเลย ว่าแต่ลูก้าอายุเท่าไหร่แล้วนะคะ ตอนนี้สูงเท่าไหร่แล้วเนี้ย 0_0
    #89
    0
  17. #88 เจนกิ้นส์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 20:45
    ลูก้าทำให้นึกถึง โปเกมอน ลาปาส  เลยค่ะ ^^ เพิ่มพันๆสายยาวๆที่ประดับต้นคริสมาสล่ะเหมือนเลยไหมเนี่ย

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 3 มกราคม 2561 / 20:46
    #88
    0
  18. #87 itipza (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 20:21
    ขอบคุณคร่า
    #87
    0
  19. #86 pcard (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 19:16
    ขอว่ายน้ำด้วยคน 555++
    ลูก้าน่ารัากกกก ><
    #86
    0
  20. #85 spy_5555+ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 18:18
    มาแล้วววว เย้
    ลูก้าน่าร้ากกกก
    รออัพน๊าาาา
    #85
    0
  21. #84 aom051 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 18:06
    น่าร๊ากกกก มาต่อไวๆเน้อ คิดถึ๊ง คิดถึง
    สวัสดีใหม่ค่าาา
    #84
    0
  22. #83 youare1a (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 18:01
    ตอนสุดท้ายนี่แบบ ฮือออออ ดีต่อใจมากๆเลย ทำไมลูก้าน่ารัก สามก็ละมุนเหลือเกินพ่อคุณ
    #83
    0