-จบ-◈Jurassic Foster◈ กลายพันธุ์รัก ใต้ธารา

ตอนที่ 3 : ◈ธาราที่2◈

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,353
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 385 ครั้ง
    28 ธ.ค. 60

◈ธาราที่2◈




“จะไปไหนสาม”เสียงของลูก้าดังขึ้นเมื่อเห็นผมนั่งลงใส่รองเท้าอยู่หน้าห้อง


ตั้งแต่วันแรกที่เจอลูก้าก็ผ่านมาได้เดือนหน่อยๆแล้ว เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานมาก...แต่ละวันมีแต่เรื่องให้ต้องตกใจกับพัฒนาที่อาจเรียกว่ารวดเร็วจนน่าตกใจ 


วันแรกเขาสามารถเรียกชื่อผมได้วันต่อมาก็เลยสอนชื่อของสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว แน่นอนว่าผมไม่ได้สอนแค่ภาษาไทยแต่ยังมีภาษาอังกฤษด้วย ความจำของลูก้าดีมากไม่ว่าจะสอนอะไรก็จะจดจำสิ่งเหล่านั้นได้แทบจะทันทีทำให้เพียงไม่กี่วันก็สามารถพูดตอบโต้ได้เหมือนกับมนุษย์ปกติ


ที่ยังสงสัยอยู่คือตั้งแต่วันแรกเขาก็ไม่กลับไปอยู่ในร่างของไดโนเสาร์อีกเลย พอเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเซโครก็ได้คำตอบมาว่าไดโนเสาร์กลายพันธุ์แต่ละคนต่างก็มีเวลากลายร่างต่างกันไป บางคนสามารถกลายร่างได้ไม่ถึง3ชั่วโมง บางคนเองก็สามารถควบคุมการกลายร่างได้ดั่งใจ


กับลูก้านี่ไม่รู้ว่าจะเรียกควบคุมได้หรือกลับร่างไดโนเสาร์ไม่เป็นกันแน่


“ผมมีงานต้องทำน่ะ”ผมตอบพลางมองไปยังร่างเล็กในชุดเสื้อยืนแขนสั้นสีเขียวกับกางเกงยีนสีซีด เสื้อผ้าที่ให้ต่ายกับโจ้ไปหามาแทนบทลงโทษดูจะเหมาะกับลูก้ามาก


“...แปลว่าผมต้องไปอยู่กับดาวอีกแล้วเหรอ”ลูก้าถามเสียงอ่อยด้วยใบหน้าเศร้าๆ


“เรียกว่าพี่ดาวสิ”ผมแก้ ดาวที่ว่าเป็นคนที่ผมสั่งให้คอยดูแลลูก้าเวลาที่ผมไปทำงาน...ช่วงสองสามวันแรกผมอยู่กับลูก้าตลอดเวลาแต่พอเข้าวันที่หกงานที่ค้างไว้ก็มากขึ้นจนไม่สามารถลาได้อีก แถมจะให้พาลูก้าเข้าไปในฐานวิจัยก็ไม่ได้อีกเพราะงั้นผมเลยวานดาวหนึ่งในเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์น้ำให้มาช่วยดูแลลูก้าแทน


“...พี่ดาวก็ได้”ลูก้านับว่าเป็นเด็กดีถ้าไม่ติดเรื่องการเรียกชื่อ


อย่างที่ได้ยินเขาเรียกชื่อผมห้วนๆโดยไม่มีคำนำหน้าอย่างพี่หรือคุณซึ่งผมก็ไม่ได้คิดอะไร ในต่างประเทศส่วนมากก็เรียกชื่อกันตรงๆอยู่แล้ว


“ไม่ชอบพี่ดาวเหรอ”ผมถามก่อนจะหยิบรองเท้าคู่เล็กจากบนชั้นยื่นให้ลูก้า


“...ก็ไม่ใช่ไม่ชอบ”


“หมายความว่าชอบ?”


“เฉยๆ...ชอบสามมากกว่า”


“ดีใจนะเนี่ย...ไปกันเถอะ”ผมอมยิ้มกับประโยคที่ได้ยินเมื่อครู่พร้อมกับจูงมือลูก้าออกจากห้อง การที่มีคนพูดว่าชอบตัวเองมากกว่าเหมือนกับได้รับการเชื่อใจเลย


สถานที่ที่ผมพาลูก้ามาฝากเป็นเหมือนห้องทำงานขนาดกลางติดชายฝั่งทะเล...ผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ ผู้ดูแลหรืออื่นๆต่างจะมารวมตัวกันที่นี่ก่อนจะแยกย้ายไปทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย


“โอ๊ะ...มาแล้วเหรอคะหัวหน้า”เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบกับดาวและพนักงานส่วนหนึ่งที่มาถึงก่อนแล้ว


“อืม...วันนี้ก็ฝากลูก้าด้วยล่ะ”พูดจบผมก็ดึงมือลูก้าให้เดินไปข้างหน้าแม้ว่าจะถูกขืนอยู่นานแต่สักพักเขาก็ยอมปล่อยมือแล้วเดินไปหาดาวโดยดี


“ได้ค่ะ...เจอกันอีกแล้วเนอะลูก้าคุง...วันนี้เราไปดูปลาดาวกันดีไหม”ดาวทักทายลูก้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม บรรยากาศเป็นกันเองนั่นน่าจะทำให้ลูก้าเปิดใจได้ จนถึงตอนนี้คนที่ลูก้าสนิทด้วยที่สุดก็คงไม่พ้นผม


ในช่วงที่ยังเด็กควรให้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นให้มากจะได้ไม่ตื่นคนแถมด้วยความที่เป็นไดโนเสาร์กลายพันธุ์ก็ยิ่งควรให้คลุกคลีกับมนุษย์ให้มากๆเพื่อสร้างความเชื่อใจ


“อืม...สาม...ไปด้วยไม่ได้เหรอ”ลูก้าพยักหน้าตอบดาวก่อนจะเดินกลับมาผมด้วยใบหน้าเศร้าๆ ดวงตาสีเงินที่จ้องมานั่นทำให้ผมใจอ่อนอยู่หรอกแต่ยังไงก็ไม่ได้


“ไม่ได้...ผมจะรีบมานะ...เป็นเด็กดีล่ะ”


“...อืม”


“ครับสิ”ผมแก้


“...ครับก็ได้”


“ดี...พี่จันผมอยากให้ไปดูบ่อ26สักหน่อยเมื่อคืนมีฟ้าร้องค่อนข้างดังไม่รู้ว่าพวกกุ้งจะปลอดภัยไหม”ถึงระบบรักษาความปลอดภัยจะดีก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ยิ่งขี้ตกใจอยู่ด้วยพวกกุ้ง


“รับทราบน้องสาม”พี่จันเป็นผู้ชายผิวสีแทน ตัวสูง รูปร่างสมส่วนนิสัยออกแนวขี้เล่นเช่นเดียวกับพี่พล นิสัยคงคล้ายกันอยู่หรอก...ก็เป็นพี่น้องกันนี่นะ


“ไปก่อนนะลูก้า”ก่อนออกไปผมก็วางมือบนเส้นผมสีแปลกแล้วขยี้เบาๆเป็นการลา


ห้องวิจัยของผมอยู่ถัดออกไปเกือบกิโลได้ ห้องวิจัยและทดลองที่มีเพียงผู้เกี่ยวข้องเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าไปได้ บัตรสีทองของผมถูกแตะเพื่อแสดงตัวตนพร้อมกับก้าวเข้าไปภายใน บัตรสีทองที่มีนี่พึ่งได้มาร้อนๆเมื่อสองเดือนก่อน


ปกติผมไม่ค่อยสนใจพวกลำดับขั้นของบัตรอยู่แล้วเลยพอใจกับบัตรเงินที่มี แต่เพราะเหล่าผู้ช่วยหรือพี่ๆที่รู้จักกันต่างคะยั้นคะยอให้ผมไปสอบจนได้บัตรนี้มา เห็นว่าเป็นหัวหน้าก็ควรจะมีบัตรที่คู่ควร


ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าบัตรเงินที่มีมันไม่เพียงพอตรงไหน


“ด๊อกเตอร์...มาก็ดีเลย ไอ้คุณยุเริ่มอีกแล้ว”พี่พลรีบวิ่งเข้ามาหาทันทีที่เห็นผมเดินเข้ามา


“บอกว่าอย่าเรียกด๊อกเตอร์ไง...เกิดอะไรขึ้น”


“เหมือนว่าครั้งนี้จะเป็นเรื่องเพศนะครับหัวหน้า”ครั้งนี้วุธผู้ช่วยอีกคนของผมตอบแทน 


“เฮ้อ...อยู่ที่ไหน”


“ห้องทดลอง3ครับ”


“เข้าใจแล้ว”ผมลาพี่พลกับวุธแล้วเดินตรงเข้าไปยังห้องทดลอง3ที่มีกระจกรอบด้าน ด้วยความที่เป็นกระจกเลยสามารถมองเห็นคนด้านในกำลังยกมือทั้ง2ข้างขยี้เส้นผมสีดำจนฟูฟ่อง ใบหน้าก็ดูเครียดจนคิ้วขมวดติดกันแน่น


ยุหรือพายุ รองหัวหน้าฝ่ายวิจัยและดูแลสัตว์น้ำ พูดง่ายๆก็รองหัวหน้าฝ่ายผมนั่นแหละ


“ยุ”ผมเรียกพร้อมกับเปิดเข้าไปยังห้องทดลอง


“สาม?...มาก็ดีเลย...รู้ไหมว่าตอนนี้ผมกำลังมีข้อสงสัยอยู่ล่ะ...สัตว์น้ำที่เราวิจัยอยู่นี่นำยีนมาจากสัตว์ชนิดเดียวกันโดยไม่คำนึงถึงเพศทำให้เพศของสัตว์ที่เกิดเป็นแบบสุ่ม ทั้งที่เป็นแบบนั้นแต่ทำไมเพศเมียถึงมีมากกว่าเพศผู้ล่ะ...”


“ถ้าจะบอกว่าเป็นเพราะอุณหภูมิ นั่นก็มีส่วนอย่างจระเข้ถ้าฟักที่อุณหภูมิตั้งแต่30องศาลงไปก็จะฟักออกมาเป็นตัวเมีย แต่ถ้าฟักในอุณหภูมิ32-33องศาก็จะเป็นผู้...ในกรณีที่ฟักอุณหภูมิ31องศาก็ฟักเป็นเพศผู้และเพศเมียอย่างละครึ่ง แต่กฎนั้นจะสามารถใช้กับสัตว์ชนิดอื่นได้จริงเหรอ...”


“คำตอบคือไม่เพราะว่าอุณหภูมิที่เหมาะสมของการฟักไข่ของสัตว์นั้นแต่ละชนิดจะแตกต่างกันออกไป...”เสียงของยุยังคงอธิบายต่อโดยไม่มีการพักแม้แต่หายใจ


ทั้งที่พูดว่าสงสัยแต่กลับพูดเองถามเองแถมยังตอบเองเสร็จสรรพด้วย


นี่แหละรองหัวหน้าของผม


ยุเป็นพวกที่หมกวุ่นกับสิ่งที่สงสัยและจะหมกวุ่นต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะหมดข้อสงสัย พอหมดข้อสงสัยในเรื่องนั้นก็มักจะมีสิ่งอื่นที่สร้างความสงสัยต่ออีก เรียกว่าความสงสัยนั้นเป็นอินฟินิตี้เลยทีเดียว


ถ้าในเรื่องของความรู้ผมอาจมีน้อยกว่ายุแต่ถ้าพูดถึงความสามารถในการเป็นผู้นำผมว่าตัวเองมีมากกว่าทีเดียว ตอนแรกที่แต่งตั้งหัวหน้าฝ่ายก็มีผมและยุเป็นตัวเต็ง ด้วยนิสัยแบบนั้นเลยอดได้ตำแหน่ง


ลองคิดดูนะว่าถ้ายุสั่งลูกน้องให้ไปทำอะไรแล้วเกิดสงสัยขึ้นมาพวกลูกน้องคงได้ยืนอ้าปากค้างเพื่อฟังการบรรยายอันยาวเยียดเป็นแน่


วิธีที่ทำให้ยุหยุดโดยไม่ต้องรอให้หายสงสัยก็คือ...


“ยุ...ผมมีข้อมูลใหม่มาบอกล่ะ”


“...ว่างไงนะ ข้อมูลใหม่?...ข้อมูลอะไรสาม”คำพูดพรรณนาเปลี่ยนมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว 


ยุก็เป็นคนแบบนี้แหละ...ชอบที่จะเรียนรู้สิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน


“ก่อนจะบอกเราต้องจัดการงานให้เสร็จก่อนนะ”งานที่เหลืออยู่คือการสร้างยีนของสัตว์น้ำแล้วส่งไปเพาะพันธ์ต่อไป หน่วยเพาะพันธ์สัตว์ทะเลก็เป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายวิจัยและพัฒนาเพียงแค่ผมตั้งให้มีหัวหน้าหน่วยในการดูแลและช่วยควบคุมการเพาะพันธ์เวลาที่ผมยุ่งจนไม่สามารถไม่ดูด้วยตัวเองได้


ผมไม่สามารถดูแลทุกอย่างได้หมดหรอก ลำพังแค่งานตรงหน้ายังไม่มีวี่แววจะเสร็จเลย


“อ้อ...ได้สิ...รีบทำกันเถอะ”


“งั้นเดี๋ยวไปตามพวกพี่พลก่อน”


“อืมๆ...ผมจะตัดต่อยีนรอละกันนะ...เราต้องเปลี่ยนพันธุกรรมของมันใช่ไหม”ยุหันมาถาม


“อย่าเรียกว่าเปลี่ยนเลย...เรียกว่าสร้างภูมิคุ้มกันดีกว่า”สิ่งที่พวกเรากำลังทำอยู่คือการวิจัยยีนของกุ้งเพื่อสร้างกุ้งตัวใหม่ที่มีภูมิคุ้มกันมากกว่าเดิม


หัวข้อใหญ่ของการวิจัยครั้งนี้คือสร้างกุ้งที่มีความทนทานสูง


ที่ต้องทำไม่ใช่แค่เพิ่มภูมิคุ้มกันแต่ต้องเพิ่มอีกหลายๆอย่างเข้าไปเพื่อให้กุ้งที่จะเกิดสามารถทนกับสภาพแวดล้อมในยุคปัจจุบันได้ ในยุคปัจจุบันนี้มีทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหามลพิษไม่ว่าจะทางบก อากาศหรือทางน้ำ เราจึงต้องช่วยสัตว์ที่ไม่อาจปรับเปลี่ยนตัวเองในสภาพแวดล้อมนี้ให้สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้


พอเรียกพี่พลและผู้ช่วยที่เหลือเข้ามา การทดลองก็คืบหน้าไปอย่างรวดเร็วเพราะความสามารถของแต่ละคนนั้นอยู่ในระดับต้นๆของประเทศ ตัวผมเองก็มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ทำให้งานเดินหน้ามาก เพียงแต่การจะทำทุกอย่างให้เสร็จปกติต้องใช้เวลานานเป็นอาทิตย์ บางทีก็ถึงหลายเดือน


ปกติผมก็มักจะกินนอนและทำงานอยู่ที่ห้องนี่เลย


แต่ครั้งนี้ไม่ได้


“กี่โมงแล้วฟ้า”ผมตะโกนถามผู้ช่วยที่อยู่ใกล้นาฬิกามากที่สุด


“6โมงแล้วค่ะ”


“เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ...ที่เหลือฝากหน่อยละกัน ผมต้องไปรับลูก้าแล้ว”ผมพูดแล้วละมือออกจากกล้องจุลทรรศน์ตรงหน้า


“จะไปรับลูกสินะครับ”พี่พลพูดเสียงติดตลก


“คนที่กระจายข่าวเรื่องนี้คือพี่สินะ”หลายอาทิตย์ที่ผ่านมามีหลายคนมองยังผมด้วยสายตาแปลกๆพอเข้าไปถามก็บอกว่ามามีข่าวลือว่าผมเอาลูกมาเลี้ยง


แน่นอนว่าคนที่รู้ความจริงมีเพียงหยิบมือ และคนที่น่าสงสัยที่สุดก็คือคนคนนี้ไง


“พูดเรื่องอะไรเหรอ”


“ไม่ต้องมาทำหน้าซื่อเลย...เวรพี่ที่ได้หยุด2วันผมจะลดเหลือวันเดียว”


“เฮ้ย...ไม่เอาแบบนี้สิด๊อกเตอร์”พี่พลรีบส่งสายตาขอร้องมาให้


“หึ...ของผมดูงานนี้ก่อนแล้วจะตัดสินใจอีกที...ขอตัวล่ะ”ว่าจบก็รีบวิ่งออกจากห้องวิจัยตรงไปยังห้องทำงานติดทะเล


เมื่อเข้าใกล้ห้องในระยะมองเห็นดวงตาสีน้ำตาลของผมก็ต้องหรี่ลงเนื่องจากเห็นร่างของใครสักคนวิ่งตรงมาหา แม้จอยู่ไกลแต่เส้นผมสีฟ้าแซมแดงนั่นไม่มีใครอีกแล้วนอกจาก...


“ลูก้า”ผมตะโกนเรียกพร้อมวิ่งเข้าไปหา


“สาม...ช้า”ลูก้ากระโดดใส่ผมทันทีที่มาถึง ใบหน้าขาวๆซุกตัวอยู่ที่อกผมขยับเข้ามาแนบชิดมากขึ้น แขนทั้งสองข้างเองก็กอดตัวผมไว้แน่น


ขนาดตัวในตอนนี้ผมไม่สามารถอุ้มได้เหมือนวันแรกที่เจอกันอีกแล้ว ส่วนหัวที่อยู่เกือบจะถึงระดับอกผมในตอนนี้ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าผ่านไปสักปีเขาคงสูงเยียด180ก็เป็นได้


“โทษที...พอดีงานยังไม่เสร็จ”


“...ตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จ?”


“ใช่...แต่ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวผมไปทำต่อพรุ่งนี้...พี่ดาวล่ะ?”ผมถามกลับ


“แฮ่ก...อยู่นี่ค่ะหัวหน้า...”เสียงของดาวดังไล่หลังมาในสภาพเหงื่อโชก


“ไปทำอะไรมา”


“ก็วิ่งตามลูก้าคุงน่ะสิคะ...อยู่ก็วิ่งออกมาฉันตกใจหมดเลย นึกว่าจะหลงซะแล้ว...นี่ลูก้าคุงครั้งหน้าถ้าจะวิ่งมาหาหัวหน้าก็บอกกันก่อนสิ”ดาวหันไปบอกลูก้าเสียงอ่อย


“...อืม”ลูก้าพูดเสียงนิ่ง


“ลูก้า...พูดดีๆ”ผมปราม ลูกก้ามักจะพูดเสียงนิ่งกับคนอื่นเสมอซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร...ส่วนหนึ่งอาจเพราะไม่เชื่อใจคนอื่นก็ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นผมคงต้องหาวิธีให้เขาเข้าสังคมมากกว่านี้


“...เข้าใจแล้วครับ...”ลูก้าหันไปตอบดาวที่ยังหอบอยู่


“จ้า...งั้นหัวหน้า ขอตัวก่อนนะคะ”


“อืม...ขอบคุณที่ช่วยนะ”ผมพยักหน้าตอบ


“ค่า...บ๊ายบายลูก้าคุง”ก่อนไปเธอก็หันมาบ๊ายบายลูก้า


“ไม่ชอบมนุษย์เหรอ”ผมก้มลงถาม 


“หมายถึงอะไร”ดวงตาสีเงินเงยขึ้นมาสบอย่างไม่เข้าใจนัก


“ก็ท่าทางของนายมันเหมือนจะบอกว่าไม่อยากให้ใครมายุ่ง...ทั้งที่ตอนอยู่กับผมไม่เห็นเป็นแบบนั้นเลยแต่พอเป็นพี่ดาวหรือพี่คนอื่นๆกลับแสดงออกว่าไม่ชอบ”ผมอธิบายขยายความต่อ


“ก็ไม่ใช่ไม่ชอบ...เฉยๆน่ะ”เหมือนว่าจะเคยได้ยินคำตอบแบบนี้มาตอนถามเมื่อเช้านะ


“เฉยกับคนอื่นแต่ชอบผมใช่ไหมล่ะ”ผมถามพลางยกยิ้มขึ้น


“อืม...ชอบสาม”ลูก้าตอบทันที


“คิก ขอบคุณ...แต่ผมอยากให้ลูก้าชอบคนอื่นบ้างนะ ทุกคนต่างก็อยากสนิทกับลูก้าทั้งนั้น...ทำหน้าไม่เป็นมิตรเดี๋ยวก็ไม่มีใครเข้าใกล้หรอก”


“ไม่รู้นี่ว่าต้องทำยังไง...ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่มีคนอยู่ด้วยสักคน มีแต่มนุษย์ที่มองผ่านกระจกมาเท่านั้น”เรื่องเล่าคงเป็นตอนที่อยู่ในร่างของไดโนเสาร์แน่ คนที่มองผ่านกรจะคงเป็นด๊อกเตอร์ฟรานซิสไม่ก็เซโคร


“ทำเหมือนตอนอยู่กับผมสิ”พูดจบก็ขยี้เส้นผมสีแปลกตาตรงหน้าแรงขึ้นอีกหน่อย


“...ไม่เห็นรู้เลยว่าต่างกันตรงไหน”


“ต่างจะตายไป”ไม่ว่าใครมองก็รู้ทั้งนั้นแหละ ถึงตอนอยู่กับผมจะไม่ยิ้มเหมือนกันแต่บรรยายมันบอกว่าลูก้ารู้สึกดีที่ได้อยู่กับผม


“เหรอ...”


“หิวรึยัง”


“อืม...หิวมาก”ฝ่ายถูกถามพยักหน้าขึ้นลง


“งั้นไปกินข้าวกัน”


ผมเดินพาลูก้าไปถึงโรงอาหารชั้น1ที่มาเป็นประจำ ศูนย์วิจัยสัตว์ทะเลแห่งนี้มีโรงอาหารอยู่2แห่ง แห่งแรกคือโรงอาหารขนาดกลางที่อยู่ถัดออกไปหลายกิโลเมตรติดกับพิพิธพันธ์ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวมาชมสัตว์น้ำหายากได้ในราคาไม่แพงจนเกินไป และอีกที่คือชั้น1นี่แหละ


“กินอะไรดี”ผมถามลูก้าเมื่อมาถึง โรงอาหารที่นี่ไม่ได้ทำอารเตรียมไว้เหมือนพวกร้านข้าวแกงแต่จะทำอาหารให้ใหม่ๆตามความต้องการของพนักงาน


“อะไรก็ได้...”


“อะไรก็ได้ไม่มีให้สั่งหรอกนะ”ตั้งแต่ที่ลูก้าเริ่มเข้าใจและพูดคุยมากขึ้นผมก็มักจะถามหลายๆอย่างให้เขาได้คิดและพูดมันออกมา มีหลายๆครั้งที่ผมถามว่าจะกินอะไรคำตอบที่ได้มาก็เหมือนอย่างวันนี้คืออะไรก็ได้ซึ่งเป็นคำตอบที่ผมไม่ค่อยพอใจนัก


“สามจะกินอะไร”ลูก้าเงยหน้าขึ้นมาถาม


“แล้วลูก้าจะกินอะไรล่ะ”


“ย้อนกันนี่”ลูก้าทำหน้ามุ่ยเมื่อได้ยินสิ่งที่ผมพูด


“คิก...แบบนี้สิเด็ก...เอาแต่ทำหน้านิ่งมันไม่สมเป็นเด็กหรอกนะ”ท่าทางแสดงออกที่ต่างจากปกติทำให้ผมยิ้มออกทุกครั้งที่เห็น ลูก้าเป็นเด็กนิ่งๆ เขาไม่ค่อยชอบการเข้าสังคมแต่เป็นเด็กที่รับรู้ได้ไวไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหรือบรรยากาศ


สมแล้วที่มีสายเลือดของไดโนเสาร์อยู่


“เปล่าทำสักหน่อย”


“ก็ทำอยู่เห็นๆ”


“เปล่าทำ...”


“ทำสิ”


“เปล่า...”


“ทำ”


“สาม”


“ครับลูก้า”ผมยิ้มรับเสียงเรียกเคืองๆนั่นด้วยรอยยิ้ม


ได้แกล้งเด็กวันละนิดจิตแจ่มใสจริงๆ


“...กวน”ถึงลูก้าจะบ่นเสียงเบาแต่ด้วยความที่อยู่ข้างกันทำให้ผมได้ยินชัดเต็มสองหูเลย


“กินอะไรดี”ผมกลับมาเรื่องเดิมอีกครั้ง คุณป้าหัวหน้าแม่ครัวก็ยืนกลั้นหัวเราะอยู่ตรงหน้า ไม่แปลกที่จะขำเพราะถ้าเป็นผมที่เห็นคนแกล้งเด็กอย่างจริงจังแบบนี้ก็คงหัวเราะเหมือนกัน


“อยากกินน้ำๆ”อย่างน้อยคำตอบที่ได้ก็ดีกว่าอะไรก็ได้ละนะ


“ชอบกินพวกน้ำๆจริงนะ...เมื่อเช้าก็พึ่งกินข้าวต้มไปนี่”ไม่ใช่แค่เมื่อเช้าแต่วันอื่นๆเองลูก้าก็ชอบสั่งอะไรที่เป็นน้ำๆ ด้วยความที่พึ่งรู้ภาษาเลยไม่รู้จักว่าอาหารมีอะไรบ้างนั่นจึงเป็นหน้าที่ผมในการหาอาหารใหม่ๆให้เขาลองชิม


“อืม...ชอบกินที่มีน้ำ”


“ลองราดหน้าไหม”อยู่ๆก็นึกอาหารน้ำๆขึ้นมาได้อีกอย่าง


“ราดหน้า?...ถ้าราดหน้าแล้วจะกินยังไง?”


“อุ๊บ...คิก...”ผมแทบเอามือปิดปากไม่ทันเมื่อได้ยินคำถามนั่น


เกิดมาก็พึ่งเคยเจอคนถามนี่แหละ


ถ้าราดหน้าแล้วจะกินยังไง


นั่นสิ...กินยังไงดีนะ ฮะฮะ


“ขำอะไร”


“เปล่าขำสักหน่อย”แค่หัวเราะต่างหาก


“ก็เห็นขำอยู่”


“ผมไม่เห็นเลยแฮะ”


“สาม”


“ครับๆ...ราดหน้าเป็นชื่อของอาหารชนิดหนึ่งน่ะ จะมีทั้งเส้นใหญ่ เส้นหมี่และหมี่หรอบ...โดยจะราดน้ำที่มีคะน้ากับเนื้อสัตว์ที่หมักใส่อยู่”ผมเลิกกวนลูก้าแล้วอธิบายไปตามตรง


“อร่อยไหม”ลูก้าถามต่อ


“อร่อยสิ”พูดถึงราดหน้าก็ไม่ได้กินมานานแล้วเหมือนกัน


“งั้นก็เอาราดหน้า”


“กี่ชามดี...สัก3ก่อนละกันเดี๋ยวกินมากไปจะปวดท้องเอา...พี่ครับผมขอราดหน้าพิเศษ4ชามครับ”หลังจากที่ถามเองตอบเองเสร็จก็หันไปสั่งคุณป้าแม่ครัว สาเหตุที่ผมเรียกคุณป้าแม่ครัวว่าพี่เพราะถ้าเรียกแบบนั้นจะได้ข้าวเยอะเป็นพิเศษ


ด้วยความที่อยู่ด้วยกันมาเกือบเดือนบวกกับข้อมูลของไดโนเสาร์กลายพันธุ์ที่เซโครส่งมาให้ทำให้รู้ว่าลูก้ากินมากกว่าปกติประมาณ2-3เท่าในช่วงนี้ ในช่วงอาทิตย์แรกผมก็สงสัยว่าทำไมลูก้าถึงกินเยอะและเยอะขึ้นเรื่อยๆ


ในความคิดผมนั้นคาดว่าสารอาหารที่กินเข้าไปไม่ได้เข้าไปช่วยให้ร่างกายมนุษย์เติบโตขึ้นเท่านั้นแต่ยังมีร่างของไดโนเสาร์อยู่อีก การกินเยอะจึงเป็นการให้สารอาหารเพียงต่อร่างมนุษย์และไดโนเสาร์


ถึงจะคิดไว้แบบนั้นแต่ก็ไม่แน่ว่าจะถูกร้อยเปอร์เซ็น ผ่านมาเกือบเดือนแล้วที่ลูก้าไม่กลับร่างไดโนเสาร์ ผมค่อนข้างกังวลเพราะจากข้อมูลของเซโครในช่วงเด็กส่วนมากไดโนเสาร์กลายพันธุ์มักควบคุมการเปลี่ยนร่างไม่ได้ทำให้กลับไปมาระหว่างสองร่างเสมอ


ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ลูก้าตอนเกิดมาก็อยู่ในร่างไดโนเสาร์มาเกือบเดือนเหมือนกัน


ทั้งน่าแปลกใจและน่ากังวลอยู่เหมือนกัน


“ห้ามแช่น้ำนานเกินครึ่งชั่วโมงเข้าใจนะลูก้า”ผมยืนกำชับอีกฝ่ายหน้าประตูห้องน้ำ หลังจากที่เรากินมื้อเย็นเสร็จก็กลับขึ้นมาบนห้อง ผมเป็นคนแรกที่เข้าไปอาบน้ำด้วยเหตุผลที่ว่าถ้าให้ลูก้าอาบก่อนผมต้องรอนานมาก


ทุกๆวันสิ่งที่ลูก้ารอคอยดูจะเป็นการอาบน้ำ ไม่สิ ต้องพูดว่าการแช่น้ำในอ่าง เขาจึงใช้เวลาอยู่เกือบชั่วโมงได้ ผมค่อนข้างห่วงว่าแช่น้ำนานไปอาจทำให้ไม่สบายเลยมีการจำกัดเวลา


“...บอกทุกครั้งที่อาบจนจำได้แล้ว”ลูก้าพูดพ้อมกับเดินเข้าไปในห้องน้ำ


“จำได้แล้วก็ทำตามบ้างสิ”ปากก็บอกว่าจำได้แต่สุดท้ายก็เลยครึ่งชั่วโมงทุกที


“ก็ในห้องน้ำมันไม่มีนาฬิกา”


“เดี๋ยวผมจะเคาะประตูถ้าถึงครึ่งชั่วโมงแล้ว”


“...ก็ได้”แม้จะไม่ค่อยพอใจแต่ลูก้าก็พยักหน้าก่อนจะปิดประตูลง


มันก็ดีอยู่หรอกที่ลูก้าชอบน้ำ ส่วนมากเด็กๆมักไม่ชอบอาบน้ำกันทั้งนั้นแหละ เหตุผลที่ชอบอาจเพราะสิ่งแรกที่ลืมตาเห็นและสัมผัสคือน้ำก็ได้


ผมเองก็โตมากับน้ำเหมือนกัน


บางทีถ้ามีเวลาผมน่าจะสอนลูก้าดำน้ำดูนะ


ในร่างไดโนเสาร์อาจไม่จำเป็นแต่ถ้าในร่างมนุษย์การว่ายน้ำเป็นถือเป็นเรื่องสำคัญ


“มีเวลาเหรอ...”ผมนี่ยังมีสิ่งที่เรียกว่าเวลาว่างอยู่ด้วยงั้นเหรอ


งานที่มีก็มากจนไม่รู้ว่าทั้งชาติจะทำเสร็จไหม


งานของผมคือการทำหัวข้อวิจัยที่ถูกส่งมาให้สำเร็จทีละหัวข้อ ส่วนมากหัวข้อก็จะมาจากท่านประธานทั้ง3คนในเรื่องที่เกี่ยวกับสัตว์น้ำโดยเฉพาะ


หนึ่งงานวิจัยใช้เวลารวบรวมข้อมูลและทดลองอย่างเร็วก็ครึ่งปี


และพอมีเวลาว่างหรือหากมีเคสฉุกเฉินก็ต้องไปดูเหล่าสัตว์น้ำที่ทำการเพาะพันธุ์ไม่ก็สัตว์น้ำที่ถูกส่งมาจากหน่วยงานอื่นเพื่อให้ช่วยดูแลและปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ


แค่นึกถึงมันคำว่าเวลาว่างก็ลอยหายไปแล้ว


“ลูก้าหมดเวลาแล้วรีบอาบน้ำแต่งตัวเลย”ผมเดินไปเคาะประตูพร้อมตะโกนบอก


“...เข้าใจแล้ว”คำตอบที่ได้รับช่วยให้ผมเบาใจที่ไม่ต้องเปิดประตูเข้าไปลากอีกฝ่ายขึ้นจากน้ำ


เตียงนอนขนาด5ฟุตถูกปูด้วยผ้าสีฟ้าลายคลื่นทะเลตามสไตน์ที่ผมชอบ ผ้าห่มเองก็เป็นผ้าห่มนุ่มๆสีฟ้าเข้มดูสบายตา ไม่ว่าใครที่เข้ามาห้องผมก็รู้ได้ทันทีว่าผมชอบสีอะไร


ผมเกิดและโตมากับทะเล สีที่ชอบมากที่สุดจึงเป็นสีฟ้าและน้ำเงินของทะเล


ทะเลน่ะงดงามเพราะสีของมันจะเปลี่ยนไปตามเวลาและสภาพอากาศ เวลามองเลยไม่มีเบื่อ


“ใกล้ได้เวลาเปลี่ยนผ้าปูแล้วมั้ง”ผมพึมพำพลางนอนกลิ้งบนเตียง


แกร็ก


เสียงเปิดประตูดังขึ้นก่อนที่ลูก้าจะเดินออกมาในชุดนอนสีฟ้าอ่อนโดยที่บนหัวมีผ้าขนหนูสีขาวกำลังเช็ดเส้นผมสีฟ้าแซมแดงอยู่เรื่อยๆ


“ผมเป่าไดร์ให้ไหม”


“ไม่เอา...เสียงไดร์มันดัง”ลูก้าส่ายหน้าเป็นคำตอบแล้วเดินมานั่งบนเตียงเดียวกับผม


“นี่ลูก้า”


“...”อีกฝ่ายไม่ตอบแต่ทำเพียงหันมามองหน้าผมตรงๆ


“อยากว่ายน้ำทะเลไหม”


“ทะเล...น้ำที่อยู่ตรงชายหาดน่ะเหรอ”


“ใช่”


“อยากสิ...แต่สามบอกว่าไม่ได้นี่”


“อืม...ตอนนั้นที่ห้ามเพราะลูก้ายังไม่เข้าใจภาษานักแต่ตอนนี้คิดว่าไม่เป็นไร...”


“งั้นพรุ่งนี้ผมก็ไปว่ายได้ใช่ไหม”ลูก้าถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น


“ยังไม่ได้...รออีกสัก...สี่วันผมจะสอนดำน้ำให้”ระหว่างพูดก็นึกไปว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนถึงจะทำงานเสร็จในระดับนึง


“ดำน้ำ?”


“ใช่...ผมจะสอนดำน้ำ”การว่ายน้ำคงไม่ยากเกินความสามารถของลูก้าอยู่แล้วแต่ดำน้ำถ้าไม่รู้หลักก็ดำไม่ได้เพราะร่างจะลอยขึ้นเหนือน้ำ


“ไม่เหมือนว่ายน้ำเหรอ”


“ไม่เหมือน...การว่ายน้ำคือการทรงตัวบนผิวน้ำแต่การดำคือการทรงตัวให้อยู่ใต้น้ำได้”ผมอธิบายคร่าวๆ


“อยู่ในน้ำ...ผมชอบเวลาที่อยู่ในน้ำ”พูดถึงน้ำดวงตาสีเงินของลูก้าก็ทำตาเป็นประกายราวกับเด็กที่เจอของเล่นชิ้นโปรด


“ชอบเหมือนกัน”ผมส่งยิ้มกว้างไปให้ ความรู้สึกเวลาร่างกายถูกโอบอุ้มด้วยน้ำมันช่างรู้สึกดีจริงๆ


“สามก็ชอบเหรอ”


“ที่สุดเลยล่ะ”ถึงช่วงนี้จะไม่ค่อยได้ดำน้ำแล้วก็ตาม


“อยากดำน้ำ”ลูก้าพึมพำเสียงเบา


“รอหน่อยนะ เดี๋ยวจะพาไป...วันนี้เรานอนกันดีกว่า ผมแห้งแล้วนี่นะ”ผมขยี้เส้นผมสีแปลกแรงๆเพื่อทดสอบว่าผมแห้งจริงไหม


“เจ็บนะ”


“โทษทีๆ”


“ปิดไฟเลยนะ”ลูก้าลุกไปพาดผ้าขนหนูก่อนจะเดินไปยังสวิทไฟด้านข้างผนังห้อง


“อืม...รบกวนด้วย”ผมตอบแล้วล้มตัวนอนบนเตียง ไม่นานเตียงด้านข้างก็ยุบลงพร้อมกับผ้าห่มผมที่ถูกดึงไปเล็กน้อย ความมืดยามค่ำคืนไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเดินของลูก้าสักนิด ดวงตาของนักล่าทำงานได้ดีเมื่ออยู่ในที่อับแสงแบบนี้


“หนาวเหรอ”ผมถามท่ามกลางความมืดเมื่อรู้สึกว่าลูก้าขยับเข้ามาชิดแผ่นหลังตัวเอง


“เปล่า...แค่แบบนี้มันรู้สึกดีกว่า”คำตอบนั้นทำให้ผมขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่เข้าใจ แม้จะอยากถามแต่ความง่วงในตอนนี้เหมือนจะไม่ปรานีกันเลย


ความอุ่นของร่างกายที่แนบชิดช่วยให้สติดำดิ่งสู่นิทราไปได้รวดเร็วอย่างน่าประหลาด


วันรุ่งขึ้นกิจวัตรเดิมๆก็กลับมา...ตื่นเช้ามาอาบน้ำแต่งตัว ลงไปกินมื้อเช้าก่อนจะพาลูก้าไปฝากไว้กับดาวเหมือนอย่างทุกวัน ลูก้าเองก็ดูไม่ค่อยอยากอยู่กับดาวนัก...ความจริงก็ไม่ใช่แค่ดาวคนเดียว


“ด๊อกเตอร์!”เสียงตะโกนของพี่พลทำเอามือที่กำลังหยดสารบางอย่างลงในยีนที่ถูกตัดต่อชะงัก


“อย่าตะโกนเสียงดังสิพี่”


“จะไม่ให้ตะโกนได้ยังไง...น้ำยานั่นมันเป็นกรดนะ”ทันทีที่ได้ยินประโยคนั่นดวงตาสีน้ำตาลของผมก็เบิกกว้างผ่านเลนส์แว่นก้มลงไปมองสิ่งที่ถืออยู่


และก็เป็นอย่างที่พี่พลว่า น้ำยาหรือสารที่อยู่ในมือผมตอนนี้ออกฤทธิ์เป็นกรดซึ่งถ้าหยดลงไปในยีนได้เกิดการแตกตัวจนเละไม่เป็นท่าแน่


นี่ผมพลาดอะไรง่ายๆแบบนี้ได้ยังไงกัน


“...โทษที”ผมบอกเสียงเบา


ทั้งที่อยากรีบทำงานให้เสร็จจะได้ไปอยู่กับลูก้าแต่กลับทำงานได้ช้าลงซะอย่างงั้น


“คงเหนื่อยเกินไปละมั้ง...นอกจากจะทำงานหนักยังต้องเลี้ยงเด็กด้วยนี่”


“การเลี้ยงลูก้าไม่ถือเป็นงานหรอกพี่พล”ผมตอบไปตามความจริง ทุกครั้งที่ได้อยู่ด้วยกันผมรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก อาจเพราะเป็นเด็กเลยทำให้ทุกอย่างดูสดใสไปหมด


นี่ถ้าได้เห็นรอยยิ้มของลูก้าคงจะดีกว่านี้แน่ๆ


“พูดแบบนี้แปลว่าหลงเต็มที่เลยล่ะสิ”พี่พลล้อพร้อมรอยยิ้ม


“นั่นสินะ...”


อ๊อด อ๊อด อ๊อด


เสียงสัญญาณฉุกเฉินดังขึ้นขัดบรรยากาศเงียบๆในห้องทดลอง เสียงนั่นทำให้ทุกคนที่อยู่ภายในตื่นตระหนกอย่างรวดเร็วเพราะรู้ว่าสัญญาณสีแดงพร้อมเสียงนั่นหมายถึงการที่มีสิ่งมีชีวิตอยู่นอกบ่อเพาะเลี้ยงหรือบ่อพักดูแล


เซนเซอร์นี้จะถูกติดตั้งรอบศูนย์วิจัยทั้งบนบกไปจนถึงในทะเลในรัศมีห่างจากท่าเรือประมาณ200กิโลเมตร เมื่อมีสิ่งมีชีวิตไม่ทราบชนิดผ่านเข้ามาในระยะก็จะทำการเตือนเป็นลำดับขั้น ยิ่งเข้ามาใกล้สัญญาณก็จะเปลี่ยนไป อย่างสีแดงนี่หมายถึงเข้ามาใกล้ในระยะของศูนย์วิจัยแห่งนี้


อย่างที่เคยบอกไปว่าศูนย์วิจัยและเพาะพันธ์สัตว์ทะเลมีอยู่หลายตึก ในแต่ละตึกก็จะมีสัญญาณดังขึ้นถ้ามีอะไรเข้าใกล้ในระยะที่กำหนดไว้ การที่สัญญาณดังที่นี่แปลว่า...


“สัญญาณดังเหรอ...ไม่ได้ยินมานานนึกว่าเสียแล้วซะอีก”ยุพึมพำเสียงเบาด้วยท่าทางสงบนิ่ง ดูเหมือนว่ายุจะไม่ได้ตื่นตระหนกกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นสักเท่าไหร่


“เกิดอะไรขึ้น?”ผู้ช่วยคนหนึ่งเริ่มตะโกนด้วยใบหน้าตื่นตกใจ


“ทำไมสัญญาณอยู่ๆถึงเป็นสีแดงเลยล่ะ?”ผู้ช่วยอีกคนก็ตกใจไม่แพ้กัน


คำถามนั่นทำให้ผมขมวดคิ้วแน่น อย่างที่อีกฝ่ายว่า...ทำไมอยู่ๆสัญญาณถึงเป็นสีแดงเลยล่ะ


ถ้ามีอะไรหลุดเข้ามาสัญญาณก็น่าจะเริ่มจากสีเดียว เหลือง ส้มแล้วค่อยมาแดง ไม่ใช่อยู่ๆมาแดงเลยแบบนี้


ทำเหมือนกับอยู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นงั้นแหละ


“อยู่ๆปรากฏขึ้นงั้นเหรอ?”ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวพร้อมกับร่างของสิ่งมีชีวิตสีฟ้าลายแดงที่ได้เห็นเพียงครั้งเดียวตั้งแต่เมื่อหลายสัปดาห์ที่แล้ว


“พี่พล...กล้องวงจร!”ผมตะโกนบอกให้พี่พลจัดการเปิดกล้องวงจรที่ติดตั้งอยู่รอบๆ


“ได้”พี่พลรีบทำตามที่ผมสั่ง คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ด้านหน้าถูกใช้อย่างคล่องแคล่วเพียงไม่กี่วินาทีภาพของหาดทรายติดกับสะพานยาวใกล้บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเลก็ปรากฏสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กว่า4เมตรที่พยายามขยับครีบไปมาบนฝืนทรายโดยมีกลุ่มคนที่ถอยห่างอยู่รอบๆ


ครืดดด  ครืดดด


“ครับ...ดาวเหรอ...ด๊อกเตอร์”พี่พลรับโทรศัพท์ไม่นานก็เรียกผมเสียงเครียด


“รู้แล้ว...บอกดาวว่าเดี๋ยวผมไป”พูดจบผมก็รีบวิ่งออกจากห้องทดลองทันที ที่ดาวโทรหาพี่พลคงเพราะโทรหาผมไม่ติด...จะติดก็แปลกแล้วเพราะผมลืมเอาโทรศัพท์ลงมาจากห้อง


ตอนนี้เรื่องโทรศัพท์ช่างมันเถอะ


ที่น่ากังวลกว่าคือลูก้าที่อยู่ในร่างมนุษย์มาเกือบเดือนอยู่ๆก็กลับร่างไดโนเสาร์


เมื่อเช้าทุกอย่างก็ดูปกติทั้งอาบน้ำหรือกินข้าว


สัญญาณที่บ่งบอกว่าจะกลับร่างก็ไม่มี


แล้วอยู่ๆกลับร่างได้ยังไง


หรือว่ามีอะไรที่ผมมองข้ามไป


งื๊ดดดด~


เสียงครางสูงที่ได้ยินยิ่งทำให้ผมเร่งฝีเท้าตรงเข้าไปยังบริเวณที่กลุ่มคนมุงกันอยู่ หนึ่งในคนที่มุงหันมาเจอผมที่วิ่งไปก็หันไปสะกิดคนด้านข้าง คนที่ว่าคือพี่จันนั่นเอง ส่วนดาวก็ยืนอยู่ถัดไปอีกที


“พี่จัน หัวหน้ามาแล้ว”


“น้องสาม”พี่จันหันมาตามที่ผู้หญิงข้างๆบอก


“เกิดอะไรขึ้น...ที่อยู่ตรงนั้นคือลูก้าสินะ”ผมไม่รอช้ารีบถามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทันที


“ใช่แล้ว...ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่พี่กับดาวกำลังจะพาลูก้าไปเดินเล่นตามบ่อเขาก็ล้มลงไปบนพื้นก่อนจะกลายร่างเป็นแบบนี้”


“งั้น...”


งี๊ดดดด~


เสียงครางสูงร้องดังขัดคำพูดผม ดวงตาสีเงินขนาดใหญ่หันมามองยังร่างของผมด้วยแววตาเหมือนกำลังตื่นตะหนก เพียงแค่เห็นดวงตานั่นผมก็จ้ำอ้าวตรงเข้าไปหาลูก้าในร่างไดโนเสาร์ทันที


“เดี๋ยวค่ะหัวหน้า เข้าไปแบบนั้นเดี๋ยวก็โดนทำร้ายหรอก”ดาวรั้งแขนพร้อมกับเอ่ยเตือน


ที่ทุกคนถอยออกห่างเป็นเพราะกลัวโดนทำร้ายเองสินะ


ผมไม่รู้ว่าคนอื่นจะรู้สึกยังไงแต่สำหรับผม...


“ลูก้าไม่ทำร้ายผมหรอก...ไม่มีทาง”ความมั่นใจที่มีมันมาจากไหนก็ทราบ ที่รู้แน่ๆคือผมเชื่อว่าลูก้าไม่มีทางทำร้ายผมแน่


“แต่ว่า...”


“ให้ผมจัดการเอง”ผมตัดการสนทนาแล้วก้าวมาอยู่ตรงหน้าของไดโนเสาร์ตัวยาวสีฟ้าลายแดง ขนาดตัวที่เห็นคร่าวๆคาดว่าน่าจะยาวเกิน3เมตรแน่


ภายในเวลาไม่ถึงเดือนกลับโตขึ้นถึงขนาดนี้เชียว


“ลูก้า”ผมเรียกไดโนเสาร์เสียงเบา


งื๊ดดดด~


งี๊ดดดด~


เสียงครางยาวหลายๆครั้งนั่นราวกับลูก้ากำลังพยายามจะพูดอะไรบางอย่างเพียงแต่ด้วยภาษาที่ต่างกันทำให้ไม่สามารถเข้าใจถึงสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะบอกได้


“ไม่เป็นไร...ใจเย็นๆ”ท่าทางของลูก้ากำลังตระหนกและตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่แพ้คนที่อยู่รอบๆ ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรทำคือการช่วยให้อีกฝ่ายใจเย็นลง


ผมยื่นมือออกไปยังส่วนปากเรียวสีฟ้าที่อ้าออกจนเห็นเขี้ยวอันแหลมคมอยู่ภายในช้าๆ ลูก้าที่เห็นก็ขยับส่วนปากเข้ามาจนสามารถวางมือบนเรียวปากนั้นได้สำเร็จท่ามกลางเสียงซีดปากอย่างตื่นเต้นของคนที่มุงอยู่


“ดีมาก...เด็กดี”ผมลูบไปตามเรียวปากยาวไล่ไปจนถึงส่วนหัวพร้อมก้าวขาเข้าไปใกล้ลูก้ามากขึ้นเรื่อยๆ สัมผัสของผิวหนังดูลื่นกว่าไดโนเสาร์บกอย่างพวกไทรเซอรราท๊อปอยู่มาก ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะสัตว์ที่อยู่ในน้ำจำเป็นต้องมีผิวแบบนี้เพื่อใช้ต้านแรงดันและกระแสน้ำ


งี๊ดดดด~


“ร้อนสินะ...ผิวแห้งหมดแล้ว”ร่างกายของลูก้าตอนนี้มีผิวที่เหมาะกับการอยู่ใต้น้ำ พอมาอยู่บนบกแถมยังอยู่ภายใต้แสงแดดยามบ่ายก็ยิ่งทำให้ความชุ่มชื้นถูกระเหยไปอย่างรวดเร็ว 


งี๊ดดดด~


ส่วนหัวเรียวขยับขึ้นลงเพื่อบอกว่าสิ่งที่ผมพูดถูกต้อง ครีบสีฟ้าด้านหน้าปัดป่ายไปมาพยายามจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าแต่ก็ไม่มีทีท่าจะขยับได้ อาจเพราะไม่ได้อยู่ในร่างนี้มานานเลยทำให้ไม่ชินกับน้ำหนักของร่าง


“พยายามเข้าลูก้า...ขึ้นมาบนไม้นี่ก็จะเคลื่อนที่ได้ง่ายๆแล้ว”ด้านบนของสะพานถูกสร้างมาจากไม้และเคลือบจนเงาทำให้เคลื่อนที่ได้ง่ายกว่าทราย


งี๊ดดดด


ลูก้าครางตอบรับคำพูดก่อนจะพยายามดันตัวเองมาข้างหน้าอีกครั้ง


“ทุกคนมาช่วยกันดันลูก้าหน่อย”ผมตะโกนบอกคนที่ยืนมุงอยู่รอบๆ


“...”คำตอบที่ผมได้คือความเงียบ ใบหน้าของทุกคนดูเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด


กลัวสินะ


กลัวว่าลูก้าจะทำร้าย


ให้ตายสิ...


“ฮึบ...ผมจะช่วยดันเอง”ตะโกนบอกลูก้าเสร็จก็วิ่งไปตรงครีบด้านหลังแล้วออกแรงดันเต็มแรง ด้วยน้ำหนักอันแตกต่างนี้ก็เหมือนกับผมพยายามผลักตู้เย็นสองประตัวด้วยตัวคนเดียว แน่นอนว่าไม่เขยื่อนสักนิด


งี๊ดดดด~


“สู้สิลูก้า”ผมให้กำลังใจ ถ้าวิธีนี้ไม่ไหวหรือผมควรจะไปหาอะไรมายกตัวลูก้าดีนะ


แต่กว่าจะหาได้ กว่าจะเอามา ลุก้าจะทนไม่ไหวเอาน่ะสิ


“ไปช่วยกันเถอะ”เสียงของพี่จันดังขึ้นก่อนจะวิ่งไปช่วยดันลูก้าอีกข้าง


“เดี๋ยวสิพี่จัน...หัวหน้าแน่ใจนะคะว่าลูก้าจะไม่ทำร้ายเรา”ดาวเดินตัวสั่นๆมาหาผม


“แน่นอน”ผมพยักหน้าตอบทันที


ผมไม่คิดว่าลูก้าจะทำร้ายคนที่คิดจะช่วยเขาหรอกนะ


“ขะ...เข้าใจแล้วค่ะ”เมื่อตัดสินใจได้ดาวก็เข้ามาช่วยผมดันอีกแรง


พอมีพี่จันกับดาวเข้ามาช่วยคนอื่นๆที่มุ่งอยู่ก็เริ่มหันไปปรึกษาคนข้างๆว่าจะทำยังไงดี ไม่นานทุกคนก็เข้ามาช่วยดันตัวของลูก้าโดยแบ่งเป็นสองฝั่ง


“อย่าไปโดนตรงเกราะกลางหลังกับส่วนหางนะ”ผมตะโกนเตือนทุกคน สองส่วนที่ว่ามีพิษร้ายแรงอยู่ ส่วนหลังที่เหมือนเป็นเกราะยาวลงมาตั้งแต่งส่วนหลังไปจนถึงหาง สีของเกราะนั่นเข้มกว่าสีของร่างกกายอยู่เล็กน้อย...หนามเล็กๆที่ขึ้นอยู่ตามเกราะนั้นมีเพียงสองแถวที่เป็นสีแดงซึ่งบริเวณนั้นแหละที่มีพิษอยู่


ร่างของลูก้าในร่างไดโนเสาร์นั้นมีลักษณะเด่นคือมีลำตัวที่ค่อนข้างหนากับส่วนลำคอที่ยาวแต่ไม่ได้มากเท่าอีลาสโมซอรัสที่มีลำตัวยาว14เมตรซึ่งแค่ความยาวของคอก็มากกว่า5เมตรแล้ว


“ครับ/ค่ะ”


“เอาล่ะ...ดันทีเดียวให้ขึ้นเลย...ลูก้า”


งี๊ดดดด~


การร่วมใจกันของทุกคนช่วยให้ลูก้าสามารถขึ้นไปบนสะพานไม้ได้ในที่สุด พอสำเร็จพวกเขาก็ทิ้งตัวลงบนทราบพร้อมเสียงหอบกันถ้วนหน้า


“ขอบคุณทุกคนมาก”ผมพูดเสียงดัง


ถ้าไม่ได้ทุกคนผมคงต้องหาวิธีอื่นซึ่งอาจไม่ทันเวลา


ถึงจะขึ้นมาได้สำเร็จแต่การจะไปยังบ่อที่129นั่นไม่ใช่ระยะทางใกล้ๆเลย


แปลว่าต้องใช้เจ้านั่นสินะ


“พี่จันเตรียมเจ้านั่นที”


“เจ้านั่น?...อ้อ...เป็นวิธีที่เร็วที่สุดแล้วนี่นะ”พี่จันเข้าใจสิ่งที่ผมต้องการให้ทำโดยไม่ต้องอธิบาย ตรงหัวสะพานมีแผงควบคุมอยู่เพียงป้อนบางอย่างลงไปสะพานไม้ตรงหน้าก็ถูกแยกออกก่อนที่แผ่นโลหะขนาดใหญ่จะขึ้นมาซ้อนทับ


ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นโลหะแต่เป็นโลหะที่ถูกสร้างให้มีการระบายอาการดีเยี่ยมทำให้ไม่ร้อนแถมยังสามารถรับน้ำหนักได้หลายตัน ถ้าถามว่าเจ้านี่เอาไว้ทำอะไรคำตอบคือไว้ขนของหรือใช้เดินทางไปยังบ่อต่างๆโดยไม่ต้องเหนื่อยกับการปั่นจักรยานหรือเดิน
เพียงแค่ขึ้นไปก็สามารถควบคุมให้แผ่นโลหะเคลื่อนที่ไปตามต้องการได้


“เอ้า น้องสาม”พี่จันตะโกนแล้วโยนที่ควบคุมมาให้ ขอเสียของเจ้านี่คือสามารถใช้ได้แค่ทีละครั้งเท่านั้น ถ้ามีคำกำลังใช้อยู่ต่อให้กดเรียกไปก็ใช้ไม่ได้


“ขอบคุณครับ...ลูก้าขึ้นมาบนนี้”ผมหันไปบอกลูก้าก่อนจะเดินขึ้นมาบนแผ่นโลหะเป็นตัวอย่าง


ลูก้ามองแผ่นด้านล่างอย่างไม่ไหวใจนัก ปลายจมูกเรียวขยับเข้ามาดม ไม่นานก็ค่อนขึ้นมาด้านบน เมื่อทุกอย่างพร้อมผมก็จัดการเคลื่อนที่แผ่นโลหะไปยังจุดหมายยังบ่อที่129


“ไม่ต้องกลัว ไม่เป็นไรๆ”ผมหันไปบอกไดโนเสาร์ด้านข้างที่ดูจะตกใจกับการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วนี้


ปกติผมไม่ค่อยได้ใช้เจ้านี่นักเพราะการได้ขยับตัวหรือออกกำลังกายทำให้ผมรู้สึกดีมากกว่า


ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงบ่อที่129


“ลงไปเลยลูก้า”ผมพูดพลางชี้ไปยังบ่อตรงหน้า


ตู้ม!!


งี๊ดดดด~


ร่างขนาดยักษ์ที่กระโดดลงไปในน้ำทะเลม้วนตัวใต้น้ำก่อนจะกระโดดตัวลอยขึ้นเหนือน้ำ เสียงครางนั้นดูร่าเริงขึ้น ไดโนเสาร์ยาวกว่า4เมตรว่ายวนรอบบ่อที่กว้างหลายร้อยเมตรในเวลาไม่กี่วินาที...ส่วนหางที่แตกแขนงออกเป็นเส้นๆดูงดงามจนไม่อาจละสายตาได้


ลูก้าในน้ำนั่นเหมือนกำลังยิ้มอยู่


ทั้งที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองคิดถูกรึเปล่าแต่ผมก็หุบยิ้มของตัวเองไม่ได้จริงๆ
............................................................................................

สวัสดีค่ะ

หลังจากที่รอกันมานานในที่สุดก็มาอัพต่อแล้ววว

ตอนนี้ยาวมากพูดเลยกว่าจะแต่งจบเลยใช้เวลาไปพอสมควร แต่รับรองว่าได้อ่านจุใจแน่นอนค่า

สำหรับตอนนี้มีเนื้อหาที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนซึ่งทำให้เราแต่งค่อนข้างยากและมีที่แก้ไขอยู่หลายรอบ

ลูกก้าในตอนนี้จะแสดงความเป็นเด็กออกมา ในความเป็นเด็กอาจทำให้ลูกค้าเหมือนเป็นเด็กไม่ค่อยมีความเคารพผู้ใหญ่นัก เรียกสามแบบห้วนๆแถมยังทำเหมือนเมินคำพูดของคนอื่น

การที่เราแต่งออกมาแบบนี้ส่วนหนึ่งคือจะแสดงถึงความดื้อรั้นแบบเด็กๆตามวัย อีกอย่างคือเราอยากให้ลูก้าเรียกชื่อสามแบบห้วนๆเนื่องจากถ้าให้เรียกพี่หรือเรียกคุณฟังแล้วดูห่างเกินสำหรับเรา สำหรับต่างประเทศเองการเรียกชื่อห้วนๆก็ไม่ใช่เรื่องไม่เคารพหรือมารยาทเพราะมีการแสดงความเคารพอย่างอื่นนอกจากคำพูดอีกมาก

ดูเหมือนเราจะพูดเยอะไปแล้ว 555

ดีใจที่ทุกคนยังคงติดตามซีรี่ย์Jurassicอยู่นะคะ

จะพยายามแต่งให้ดีที่สุด

และจะปรับให้คนอ่านเห็นภาพมากที่สุดค่ะ

ขอบคุณทุกๆกำลังนะคะ

ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้า

บ๊ายบาย

---มุมให้ความรู้เรื่องไดโนเสาร์---

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แองคิโอซอรัส

วันนี้ขอนำเสนอ แองคิโลซอรัส หนึ่งในสายพันธุ์ที่ผสมอยู่ในตัวของลูก้าซึ่งเป็นส่วนของเกราะกระดองด้านหลังที่จะช่วยในการป้องกันตัวยามถูกศัตรูจู่โจม

แองคิโลซอรัส (อังกฤษ: Ankylosaurus) เป็นไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในสกุล แองคิโลซอร์ (อังกฤษ: ankylosaurid) อาศัยอยู่ในยุคครีเตเชียส ในทวีปอเมริกาเหนือ โครงกระดูกของ แองคิโลซอรัส ยังไม่สมบูรณ์ แองคิโลซอรัส เป็นไดโนเสาร์ที่มีลักษณะในแบบสกุล แองคิโลซอร์ที่มีน้ำหนักตัวหนักมีเกราะแข็งหุ้มทั่วทั้งตัว และมีลูกตุ้มขนาดใหญ่(ลักษณะคล้ายกับรังผึ้ง)สำหรับไว้ป้องกันตัวจากนักล่าในยุคนั้นอย่าง ไทรันโนซอรัส และ ทาร์โบซอรัส ที่บริเวณหาง

ความยาวของ แองคิโลซอรัส ประมาณ6.25 (20ฟุต) - 9เมตร (30 ฟุต) ความสูงถึงสะโพก1.7 แมตร (5.5 ฟุต) มีน้ำหนักตัว 6 ตัน มีรูปร่างลำตัวที่กว้างมาก ขาหลังยาวกว่าขาหน้า มีกระดูกยื่นออกมาจากร่างกายเป็นเกราะป้องกันตัวชั้นดี กินพืชเป็นอาหาร มีฟันขนาดเล็กไว้สำหรับบดเคี้ยวพืช ปากมีลักษณะคล้ายนกแก้ว

เครดิต : https://th.wikipedia.org/wiki/แองคิโลซอรัส

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 385 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

699 ความคิดเห็น

  1. #682 Bewitchz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:38
    น้องงงงงง เอ็นดู
    #682
    0
  2. #637 แม่ม๑น้oe (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 01:53
    น้องน่ารักจัง
    #637
    0
  3. #621 pppppppppiim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 17:01
    น้องขยับไม่ได้น้องงงงงงง555555
    #621
    0
  4. #535 เจ้าชายสีเทา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 14:27
    น้องต้องสวยมากแน่ๆ
    #535
    0
  5. #445 lolinpop (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 13:05
    น้องงงง///มองด้วยสายตาเอ็นดูขั้นสุด
    #445
    0
  6. #401 Fah Skye (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 00:01
    น้องน่ารักกกกก
    #401
    0
  7. #299 Dia dava (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 18:30
    ตอนแรกนึกว่าสามจะเมะสะอีก
    รู้ส่วนสูงเท่านั้นแหละ เคะแน่เลยยย
    #299
    0
  8. #194 Mistyblack (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:40
    น่ารัก ชอบอะ
    #194
    0
  9. #82 LN3210 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 21:08
    ลูก้าคงไม่อยากได้สามเป็นพี่หรอกค่ะ /ยิ้มกรุ้มกริ่ม
    #82
    0
  10. #81 sujuhyuk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 20:24
    ลูก้าน่ารักเอ็นดูมาต่อไวๆนะคะ
    #81
    0
  11. #80 BTYfeel (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 18:39
    น่าร๊ากกกกกกกก รอตอนต่อไปวนไป~
    #80
    0
  12. #79 Smuffy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 01:57
    อยากให้มาต่อไวๆ งิ้อออ ชอบบบ
    #79
    0
  13. #76 ducky (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 23:50
    หายไปนานมากแต่รอเสมอ ลูก้่่าน่ารัก สามเป็นเคะแน่ๆ 555
    #76
    0
  14. #75 sarunya_sarunya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 20:07
    ติดตามทุกเรื่องเลยยย แต่งดีมากๆ รอติดตามอ่านตอนต่อๆไปอยู่น้าส
    #75
    0
  15. #74 misterB (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 02:22
    กลับมาอีกร่างแล้วจะได้ดำน้ำด้วยกันแล้ว อีกเดือนจะสูงเท่าสามเลยมั้ยเนี่ย ละเดี๋ยวสูงเลยแน่ๆ
    #74
    0
  16. #72 ramanya78979 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 15:46
    ลูก้าน่ารักกกกกกกก พี่สามก็น่ารักดีต่อใจ อยากมีบ่อหลังบ้านไว้เลี้ยงซักตัวเลย5555555
    #72
    0
  17. #71 aom051 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 10:14
    ที่กลายร่างอาจเป็นเพราะสามบอกจะสอนดำน้ำเปล่า อยากลงไปในทะเลเลยกลายร่าง
    มาต่อไวๆเน้อ
    #71
    0
  18. #70 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 21:37
    .....จับกดเลย!!!!5555
    #70
    0
  19. #68 Atk. S. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 20:46
    ไม่เรียกพี่รอเรียกที่รักทีเดียวฟุๆ
    #68
    0
  20. #66 รุ้งสามสี (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 07:34
    ที่ไม่เรียกพี่ เพราะตอนโตจะได้แสดงความเป็นเจ้าของได้เต็มที่สินะค่ะ อุฟุฟุ
    #66
    0
  21. #65 Rujie Taew (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 07:17
    ลูก้าน่ารักจัง <3
    #65
    0
  22. #64 .pop (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 01:32
    จู่ๆก้กลายร่างเฉยเลยลูก้า ยังควบคุมไม่ได้สินะ
    #64
    0
  23. #63 kwunrutai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 01:00
    เย้ๆ มาอัพแล้ว
    #63
    0
  24. #62 gwiwfwt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 23:49
    กลายร่างแล้วว ทำไมอยู่ๆถึงกลายร่างได้ละเนี่ยย
    #62
    0
  25. #61 ทิศา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 23:35
    โตไวๆ นะลูกก //โปรยปุ๋ย(?)
    #61
    0