-จบ-◈Jurassic Foster◈ กลายพันธุ์รัก ใต้ธารา

ตอนที่ 24 : ◈ธาราสุดท้าย◈

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,684
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 364 ครั้ง
    1 ก.ย. 61

◈ธาราสุดท้าย◈




“ลูก้าอาบนานไปแล้วนะ คงไม่ลืมใช่ไหมว่าวันนี้เราต้องเดินทางน่ะ!” ผมยืนเคาะประตูห้องน้ำไปเรียกคนด้านในไป ลูก้าอาบน้ำมานานกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว ปกติผมคงไม่มาเร่งแบบนี้หรอกเพราะครึ่งชั่วโมงถือว่ายังน้อยแต่วันนี้ไม่ใช่


วันนี้ผมถูกหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ไทรแอสซิก เบนซ์ ฟงเซ่เรียกให้ไปเกาะซึ่งเป็นศูนย์กลางของหน่วยปฏิบัติการพิเศษและองค์กรดอร์วู แม้ผมจะถามว่ามีเรื่องอะไรแต่อีกฝ่ายก็ไม่อธิบายอะไรเพิ่ม คำพูดของเซโครมีเพียง...


‘มาถึงก็รู้เอง’


แค่นี้


ผมเลยทำอะไรไม่ได้นอกจากไปตามคำสั่งนั้น และนั่นคือสาเหตุที่ผมต้องมายืนเร่งลูก้าหน้าห้องน้ำ


“ลูก้า!” ผมเรียกอีกรอบ


“เสร็จแล้ว” เสียงอู้อี้ในห้องน้ำดังขึ้นก่อนบานประตูจะถูกเปิดอ้าออกโดยมีลูก้าในชุดไปรเวทเดินออกมา เส้นผมสีฟ้าแซมแดงเปียกโชกเหมือนไม่ได้เช็ดผม


“เช็ดผมก่อนไหม”


“ไม่เป็นไรแค่สะบัดก็แห้งแล้ว”


“เดี๋ยว เฮ้ย!” ผมถึงกับอุทานออกมาเมื่อลูก้าทำตามที่พูดโดยการสะบัดหัวทำไปมาทำให้น้ำกระเด็นใส่ผมเต็มๆ ผ้าเช็ดตัวในมือของลูก้าถูกผมดึงมาเป็นของตัวเองก่อนจะสะบัดคลุมหัวอีกฝ่ายไม่ให้ทำพื้นเปียกมากไปกว่านี้ ลูก้าเองก็หยุดสะบัดเพราะถูกผมใช้ผ้าขนหนูนั่นเช็ดผมให้


“...รีบไปไม่ใช่เหรอ” ลูก้าถามเสียงเบา


“ก็รีบอยู่แต่ไปหัวเปียกแบบนั้นเดี๋ยวคนอื่นจะคิดว่าผมดูแลลูก้าไม่ดี”


“ไม่มีใครคิดแบบนั้นหรอก”


“มันก็ไม่แน่นี่” ผมไม่เคยไปที่นั่นสักครั้งเลยไม่รู้ว่าต้องเจอกับสภาพแวดล้อมแบบไหน ยังไงคนที่อยู่บนเกาะส่วนกลางนั่นคงไม่ใช่ธรรมดาแน่ๆ ในหัวผมนึกภาพคนบนเกาะนั้นเป็นระดับเดียวกับบิดาแห่งการคืนชีพกับหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงผมคงเหมือนคนธรรมดาไปเลย


“...แห้งแล้วมั้ง”


“เป็นอะไรลูก้า ดูแปลกๆ นะ” ผมถือผ้าขนมือในมือพลางเอียงคอมองหน้าลูก้า ท่าทางของลูก้าแปลกๆ น้ำเสียงกับท่าทางเวลาพูดก็ไม่เหมือนปกติ


“ไม่เป็นไรสักหน่อย”


“ไม่เป็นหน่อยแต่เป็นมากน่ะสิ นี่เหงื่อเหรอทั้งที่พึ่งอาบน้ำเนี่ยนะ” ผมพูดระหว่างที่ใช้มืออีกข้างวางบนหน้าผากเพื่อวัดไข้และค่อยๆ ไล่ไปยังแก้มซ้าย


ลูก้าเหงื่อออก แถมตัวยังร้อนหน่อยๆ ด้วย


“แค่ร้อนนิดหน่อย”


“ลูก้า” ผมเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ ดวงตาสีน้ำตาลของผมสบเข้ากับดวงตาสีเงินอย่างจริงจังเป็นเชิงบอกให้พูดความจริงมา


“...ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก” จ้องกันสักพักสุดท้ายลูก้าก็เริ่มเปิดปาก


“ผมจะบอกเองว่าเป็นมากหรือน้อย เป็นอะไรลูก้า?”


“แค่เหมือนกำลังเข้าฤดูติดสัด”


“...” บรรยากาสภายในห้องเงียบลงอย่างรวดเร็วหลังจากลูก้าเอ่ยประโยคนั่นออกมา 


ขาของผมก้าวถอยหลังไปอัตโนมัติทว่าลูก้ากลับก้าวตามมาไม่ปล่อยให้ผมห่าง ด้วยความตกใจที่ถูกเดินตามผมเลยยิ่งถอยหลังเร็วกว่าเดิมจนชนเข้ากับปลายเตียง นั่นทำให้ผมหงายหลังตกลงบนเตียงในสภาพนอนแผ่ทั้งร่าง ความรู้สึกไม่ปลอดภัยเรียกให้ร่างกายรีบลุกขึ้นทว่ากลับถูกลูก้าตามคร่อมลงมาจนไม่สามารถขยับตัวหนีได้


ซวยล่ะ!


สัญชาตญาณผมร่ำร้องถึงอันตรายและพยายามหาทางหนี


“สาม...” น้ำเสียงที่ใช้เรียกเปลี่ยนจากปกติอย่างสิ้นเชิง เพียงแค่ฟังใบหน้าก็ร้อนขึ้น ทั้งร่างเกร็งไปหมด


“ดะ เดี๋ยวนะ ใจเย็นๆ ลูก้า”


“สาม...” น้ำเสียงแบบเดิมดังขึ้นอีกครั้งก่อนจะตามมาด้วยสัมผัสของปากที่ขบเม้มบริเวณลำคอ


“ลูก้า!” ผมร้องลั่นพยายมดันร่างของอีกฝ่ายให้ออกไปแต่มีเหรอพลังของมนุษย์ธรรมดาจะสู้ไดโนเสาร์กลายพันธุ์ได้


“ผมอยาก...”


“หยุดพูดเลยลูก้า อย่าลืมสิว่าเราต้องไปไหนกัน ไม่มีเวลามาทำอะไรกันหรอกนะ” เหตุผลต่างๆ นาๆ ดังขึ้นโดยที่ในหัวผมมันขาวโพลนไปหมดตั้งแต่ได้ยินเสียงกระซิบเรียกชื่อของตัวเองจากปากลูก้าแล้ว


“แปลว่าถ้ากลับมาก็ทำได้ใช่ไหม”


“อึก....” คำถามนั่นทำเอาผมถึงกับตอบไม่ถูก ต่อให้กลับผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะยอมหรอกนะ ก็ใช่ที่เราเป็นแฟนกันมาค่อนข้างนานแล้ว แต่ถึงจะเป็นแฟนผมก็ยังไม่มีความกล้าที่จะยอมอยู่ดี ผมไม่ใช่เด็กที่จะไม่รู้ว่ามันทำยังไง และรู้ด้วยว่าฝ่ายรับมักจะเป็นฝ่ายเจ็บ


ผมไม่อยากเจ็บนี่


ถ้าให้เป็นฝ่ายกอดก็คงทำได้แต่ลูก้าคงไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกอดแน่ๆ


“สาม...พวกเราเป็นแฟนกันจริงๆ ใช่ไหม” ดวงตาสีเงินสั่นระริกยามขยับมาสบกับดวงตาผม 


“ลูก้า...พูดอะไรน่ะ” คำถามนั่นคืออะไร


“สามคงไม่ได้สงสารผมเลยยอมเป็นแฟนหรอกนะ”


“อะไรที่ทำให้คิดแบบนั้น” ผมขมวดคิ้วแน่นทันทีที่ได้ยิน


ลูก้าไปเอาความคิดพวกนั้นมาจากไหน


สงสารอะไรกัน


“เพราะมันเหมือนมีแค่ผมที่มีความสุขและอยากครอบครองสามอยู่ฝ่ายเดียว”


“ขอคำอธิบายมากกว่านี้หน่อยลูก้า” แค่นั้นไม่ได้ทำให้ผมเข้าใจอะไรมากขึ้นหรอกนะ


“ตั้งแต่สามยอมเป็นแฟน ผมมีความสุขมากๆ แต่ยิ่งมีความสุขมากเท่าไหร่ก็ยิ่งกังวลมากขึ้นเท่านั้น แม้จะรู้ว่าสามรักแต่มันก็ยังกังวลว่ารักที่ผมรู้สึกได้จากสามมันเหมือนกับที่ผมรู้สึกไหม ผมไม่รู้จะทำยังไงกับความกังวลนี่...สิ่งเดียวที่คิดได้คืออยากให้สามเป็นของผม อยากครอบครองสาม...”


“ลูก้า...”


“แต่ทุกครั้งที่ผมอยากทำให้สามเป็นของตัวเองสามก็พยายามหลีกหนีและขัดขืนจนเหมือนรังเกียจสัมผัสของผม เพราะผมไม่ใช่มนุษย์ถึงไม่สามารถครอบครองสามได้เหรอ หรือเพราะผมไม่ใช่คนที่สามรักกันแน่ แต่ต่อให้สามไม่ได้รักเหมือนอย่างที่ผมรักสามก็ไม่เป็นไร...ผมขอแค่ได้อยู่ข้างๆ...”


หมับ!


“พอแล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว” ผมโอบคออีกฝ่ายลงมากอดแน่นๆ ด้วยความรู้สึกผิด ไม่คิดมาก่อนเลยว่าลูก้าจะกังวลและรู้สึกแบบนั้นมาตลอด ผมเอาแต่คิดถึงตัวเองโดยไม่สนใจความรู้สึกของอีกฝ่าย


ทั้งที่ผมไม่ใช่แค่คู่หูแต่ยังเป็นแฟนของลูก้า ถึงอย่างงั้นกลับไม่เคยเข้าใจจิตใจจริงๆ ของลูก้าเลยสักครั้ง ผมที่ปล่อยลูก้าให้รู้สึกแย่แบบนี้ยังมีสิทธิ์จะได้ชื่อว่าแฟนอีกเหรอ เอาแต่คิดถึงตัวเองและปฏิเสธอย่างร้ายกาจในทุกๆ ครั้งที่ลูก้าพยายามกอดตัวเอง


ผมมันแย่!


“สาม...”


“ขอโทษนะลูก้า ผมมันเป็นคนนิสัยไม่ดี ทั้งที่ลูก้ากังวลแต่กลับไม่รู้และยังเอาแต่คิดเรื่องของตัวเองอยู่ฝ่ายเดียวอีก” เพราะได้ชื่อว่าเป็นแฟนและรับรู้ถึงความรักที่ลูก้ามีให้มันเลยทำให้ผมคิดว่าต่อให้ทำอะไรลงไปลูก้าก็ยังคงรักผมอยู่


อยากจะด่าตัวเองจริงๆ ที่คิดว่าเป็นคนเดียวที่มีเรื่องกังวล


“ผมรักสาม...รักมากๆ เลย”


“อืม ผมรู้ ผมเองก็รักลูก้าเหมือนกัน เชื่อเถอะว่าความรู้สึกผมมันไม่ใช่เพราะสงสาร...ขอโทษที่ทำให้ต้องกังวลนะ ผมไม่ดีเอง”


“สาม...”


“ผมน่ะกลัว ตั้งแต่เป็นแฟนกับลูก้าก็กลัวมาตลอด” ผมกำเสื้ออีกฝ่ายแน่นระหว่างพูด ตอนแรกผมกะจะไม่พูดแต่เมื่อรู้ถึงความรู้สึกของลูก้าจะให้ผมปิดต่อไปคงไม่ได้แล้ว


“กลัวผมเหรอ?” น้ำเสียงเศร้ายามเอ่ยประโยคนั้นออกมาทำให้ผมส่ายหัวไปมาเบาแทนคำตอบ


“เปล่า...ที่กลัวไม่ใช่ลูก้าแต่เป็นความเจ็บตอนเป็นฝ่ายโดนกอดต่างหาก”


“สาม...”


“ผมคิดจะเป็นฝ่ายกอดลูก้าไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง แต่ผมก็รู้ว่าลูก้าคงไม่ยอมเพราะแบบนั้นผมเลยเอาแต่เลี่ยงและผลักไสลูก้าทุกครั้งที่เข้ามาใกล้ ผมไม่คิดว่าการกระทำของตัวเองจะทำให้ลูก้าเก็บไปคิด ขอโทษที่ทำให้รู้สึกแย่และกังวลนะ” ความรู้สึกผิดมาถาโถมเข้ามาจนไม่ณุ้จะทำยังไง แค่ขอโทษมันไม่พอสำหรับผม


“ไม่เป็นไร แค่รู้ว่าสามรักผมแค่นี้ก็พอแล้ว”


“ไม่ใช่ว่ารู้อยู่แล้วเหรอ”


“ก็รู้...แต่มันเริ่มไม่แน่ใจ” ลูก้าตอบเสียงอ่อย


“เพราะผมสินะ”


“ไม่ใช่ เพราะผมเองที่กังวลไม่เข้าเรื่อง” เส้นผมสีฟ้าแซมแดงขยับไปมาเล็กน้อยคลอเคลียกับต้นคอผม ตอนนี้ลูก้ากอดผมแน่นโดยที่ซุกหน้าลงบริเวณคอ


“งั้นถือว่าเราผิดกันคนละครึ่งเนอะ” ผมลูบแผ่นหลังลูก้าเบาๆ ระหว่างพูด


“อืม”


“...นี่ลูก้า” ผมเรียกเสียงเบาเมื่อตัดสินใจอะไรบางอย่างได้


“ฮืม?”


“กลับมาจากเกาะแล้ว...ผมจะยอมก็ได้นะ” แม้เสียงจะติดขัดไปบ้างแต่ผมก็พูดสิ่งที่อยากพูดออกไปได้สำเร็จ


“...” ความเงียบที่เกิดขึ้นทำเอาผมเริ่มทำตัวไม่ถูก ผมยอมขนาดนี้แล้วยังเงียบคืออะไร รู้ไหมว่ากว่าจะเอ่ยออกไปได้ผมต้องใช้ความกล้ามากแค่ไหน


“พะ...พูดอะไรหน่อยสิ” อย่าให้ห้องเงียบเลย เสียงหัวใจผมมันเต้นแรงอย่างน่าอายจริงๆ


“จริงเหรอ” เสียงทุ้มของลูก้ากระซิบเบาๆ


“อะไร...”


“ที่บอกว่าจะยอม หมายถึงสามจะยอมเป็นของผมใช่ไหม”


“แล้วมัน...มีความหมายอื่นอีกรึไง”


“ดีใจที่สุดเลย” ลูก้ากระชับแขนที่กอดผมแน่นขึ้น


“แต่ถ้าผมเจ็บต้องหยุดนะ”


“อืม”


“ต้องหยุดจริงๆ นะ ห้ามทำเป็นไม่ได้ยินด้วย”


“เข้าใจแล้ว”


“...ถ้าเข้าใจก็ลุกได้แล้ว เรากำลังจะไปท่าเรือสายนะ”


“อยากฟังเสียงหัวใจสามอีกหน่อย”


“ลุกเดี๋ยวนี้เลยนะ!” ผมตะโกนพร้อมออกแรงดันตัวลูก้าให้ออกไป เห็นนิ่งๆ นึกว่าทำอะไร  เล่นมาฟังเสียงหัวใจคนอื่นแบบนี้มันโกงเกินไปแล้ว ยิ่งรู้ว่าถูกฟังหัวใจผมมันกลับยิ่งเต้นแรงขึ้น


น่าอายเกินไปแล้ว!


“เต้นแรงขึ้นอีกแล้ว”


“ลูก้า!”


“...ลุกก็ได้” แม้น้ำเสียงจะไม่เต็มใจนักแต่ลูก้าก็ค่อยๆ ยอมปล่อยผมแล้วลุกขึ้นนั่งบนเตียง


“รีบไปกันเถอะ จะสายแล้ว” ผมพูดพลางเด้งตัวลุกจากเตียงแต่กลับถูกลูก้าคว้าแขนไว้แล้วดึงจนผมล้มไปนั่งบนตักอีกฝ่าย


“อย่างน้อยขอหอมแก้มแก้ขัดหน่อย”


“ว่าไง...” ยังไม่ทันจะได้ถามกลับแก้มผมก็ถูกอีกฝ่ายกดริมฝีปากลงมาสัมผัสซะแล้ว


“ไปกัน” พอได้สิ่งที่ต้องการลูก้าก็ลุกจากเตียงอย่างไม่อิดออดปล่อยให้ผมยกมือขึ้นมาลูบแก้มที่โดนจูบด้วยใบหน้าแดงๆ อยู่แบบนั้น


“ผมยังไม่ได้อนุญาตให้ทำเลยนะ” อยู่ก็มาทำแล้วจะขอทำไมกัน


“สามให้ทำอยู่แล้ว”


“ใครบอก”


“หน้าสามบอก”


“ไม่มีทาง!” ผมกับลูก้าเถียงกันไปมาด้วยเรื่องไร้สาระระหว่างกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังท่าเรือ




เรือสีขาวแกมเงินขนาดไม่ใหญ่มากมาจอดรอรับเราทั้งคู่อยู่ก่อนแล้ว บนเรือมีเพียงกัปตันและเหล่าลูกเรืออีกไม่กี่คน เซโครเองก็ไม่ได้อยู่บนเรืออย่างที่คิด ระหว่างการเดินผมก็ยืนรับลมอยู่บริเวณท้ายเรือโดยมีลูก้าทำท่าอยากกระโดดลงน้ำทะเลใจจะขาดอยู่ใกล้ๆ โชคดีที่ผมเห็นท่าทางของลูก้าเลยห้ามก่อนที่เขาจะกระโดดลงไปว่ายจริงๆ


นิสัยชอบน้ำทะเลคงไม่มีทางแก้หาย และผมก็ไม่คิดว่ามันเป็นนิสัยที่ต้องแก้ด้วย ผมชอบมองเวลาลูก้าอยู่ในทะเลไม่ว่าจะเป็นในร่างมนุษย์หรือไดโนเสาร์ก็ตาม เวลาอยู่ในน้ำลูก้าดูมีความสุขมาก


การเดินทางใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าเกาะขนาดใหญ่จะปรากฏแก่สายตา สิ่งแรกที่เห็นคือธรรมชาติที่แทบจะไม่ถูกทำลายไปจนถึงตึกขนาดใหญ่ที่สร้างกระจายกันไปตามบริเวณต่างๆ ของเกาะ


“ที่นั่นเหรอ...”


“อืม นั่นคือเกาะที่ผมมาอยู่” ลูก้าตอบ


“สุดยอด เห็นว่าเป็นเกาะศูนย์กลางขององค์กรนึกว่าจะมีตึกมากกว่าซะอีก” จะว่าไปลูก้าก็เคยเล่าว่บนเกาะมีต้นไม้เยอะมากนี่นะ ก็พอรู้มาว่าสภาพแวดล้อมของเกาะเหมาะสมสำหรับไดโนเสาร์แต่ไม่คิดว่าจะคงสภาพของธรรมชาติไว้มากขนาดนี้


“มีอย่างอื่นให้ตกใจอีกเยอะ”


“อย่างไดโนเสาร์ไม่ได้อยู่ในกรงสินะ” ผมเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนจากลูก้า


“ใช่...แล้วเราต้องไปไหนเหรอ” พอลงมาจากเรือลูก้าก็ถามพลางมองไปยังตึกด้านข้าง


“เห็นบอกว่าเป็นตึกแรกลงจากเรือมาก็เจอเลย ตึกนั่นมีอะไรรึเปล่า?”


“ซิมโบสปอนไดลัสอยู่หลังตึกนั่น”


“เพื่อนของลูก้าสินะ” ที่เคยเจอกันต้องมีการทดสอบ


“อืม”


“เหมือนจะเป็นตึกเดียวกับที่ผมต้องไปแฮะ” เท่าที่สังเกตโดยรอบก็มีแค่ตึกนั้นตึกเดียว


“...อืม”


“ไหวไหม” ท่าทางเหมือนไม่ไหวทำเอาผมกังวลพอสมควร 


ฤดูติดสัดไม่ใช่สิ่งที่จะรู้ล่วงหน้าเพราะสัตว์แต่ละชนิดไม่เหมือนกัน จากที่เคยอ่านเห็นว่าจะขึ้นอยู่กับตัวเมียแต่ในกรณีของไดโนเสาร์กลายพันธุ์ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ก่อนหน้านี้ที่เป็นลูก้าก็ดูทรมานมากจนอดไม่ได้ที่จะช่วย แม้จะผ่านมานานแต่พอนึกถึงก็รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา


“ไหวอยู่”


“แน่นะ สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย” ผมถามพลางมองหน้าอีกฝ่ายตรงๆ


“ถ้าสามทำหน้าแบบนั้นผมจะทนไม่ไหวเอานะ”


“ฮะ?”


“อย่าทำหน้าน่ารักสิ”


“ไม่ได้ทำสักหน่อย” มองยังไงถึงเห็นผมน่ารักได้เนี่ย


“ทำอยู่เห็นๆ ”


“ลูก้า”


“ครับ สาม”


“กวนแบบนี้ผมไม่สนแล้ว”


“งอนเหรอ?”


“ไม่ได้งอนสักนิด”


“...คงต้องแยกกับสามสักพักแล้วสิ” อยู่ลูก้าก็ขมวดคิ้วแน่นด้วยใบหน้าที่ดูทรมานกว่าเดิม


“ลูก้า?”


“กลิ่นสามทำให้ผมทนไม่ไหว ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งรู้สึกเหมือนอารมณ์กำลังจะปะทุ”


“หมายถึง...” มีอารมณ์เพราะได้กลิ่นผม?


“อยากจะกอดสามตอนนี้เลย”


“เฮ้ย!” ผมก้าวถอยหลังพร้อมยกมือทั้งสองข้างขึ้นเตรียมพร้อม คำพูดเมื่อครู่ดูจะอันตรายอย่างบอกไม่ถูก


“ไม่ต้องห่วง ผมรอได้...จะไปว่ายน้ำเล่นกับซิมโบสปอนไดลัส สามก็ไปคุยธุระเถอะ” ลูก้าบอกระหว่างที่พวกเราเดินเข้ามาในตึกสีขาว ชั้นแรกนี่เหมือนห้องโถงขนาดใหญ่โดยมีลิฟท์อยู่ข้างกำแพง อีกฝั่งหนึ่งเหมือนเป็นประตูออกไปด้านหลัง


“ซิมโบสปอนไดลัสอยู่ข้างนอกนั่นเหรอ”


“อืม แค่ออกไปประตูนั่นแล้วเลี้ยวซ้ายก็จะเจอกับทางออกไปยังทะเลด้านหลัง ผมจะรออยู่ที่นั่น” ลูก้าอธิบายทาง


“แน่ใจว่าไปไหว”


“ถ้าไกลสามหน่อยก็ไม่เป็นไรแล้ว”


“เพราะผมลูก้าเลยต้องทรมานสินะ”


“ผมไม่คิดแบบนั้น ความรู้สึกนี่มันเหมือนเป็นตัวบอกว่าผมรักสามมากแค่ไหน ผมรู้สึกดีที่ความรู้สึกนี้เกิดกับสาม” ลูก้าพูดพร้อมรอยยิ้มบางๆ


“จะรีบไปหา” ผมเองก็ส่งยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน


“อืม”


ลูก้าเดินออกทางประตูด้านในเพื่อไปหาซิมโบสปอนไดลัสส่วนผมก็ใช้ลิฟท์ขึ้นไปยังชั้นสุดของตึก ดูจากหมายเลขไม่ใช่แค่มีชั้นบนแต่ยังมีชั้นใต้ดินอีก ผมเดินออกจากลิฟท์ตรงไปยังห้องเพียงหนึ่งเดียวของชั้นด้วยความสงสัยที่มีมากขึ้น นาฬิกาสีเงินถูกยกขึ้นมาดูก่อนจะรู้ว่าผมสายไป10นาทีได้แล้ว 


ไม่รู้ว่าเซโครมีเรื่องอะไรคุยถึงขนาดต้องให้ผมมาหายังเกาะแห่งนี้


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


แกร็ก!


“ขออนุญาตครับ” ถึงจะเป็นเพื่อนกันแต่อีกฝ่ายก็เป็นถึงคนที่มีตำแหน่งสูงกว่า มารยาทจึงเป็นสิ่งจำเป็น


ประตูสีขาวถูกเปิดออกก่อนที่ผมจะเดินเข้าไปภายใน ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศลอยมาปะทะผิวจนต้องยกมือขึ้นลูบแขนตัวเอง ผมเตรียมจะเอ่ยปากบอกให้ลดความเย็นลงจึงเงยหน้าขึ้นมองบุคคลที่อยู่ภายในทว่ารูปร่างและหน้าตาที่ปรากฏต่อหน้าทำเอาดวงตาสีน้ำตาลของผมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตกใจ ความเย็นภายในห้องยังไม่หนาวยะเยือกเท่ากับเวลาเห็นใบหน้าของบุคคลระดับสูงขององค์กรดอร์วูที่ไม่ใช่แค่หนึ่งแต่ถึงสี่คน


คนแรกหรือก็คือคนที่ส่งยิ้มมาให้ผมพร้อมกวักมือเรียกผมให้เข้าไปนั่งข้างๆ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษไทรแอสซิก เบนซ์ ฟงเซ่ เพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนของผม สำหรับเซโครไม่ใช่เหตุผลที่ผมตกใจเพราะยังไงคนที่เรียกมาก็คือเขานี่แหละ แต่ที่ผมตกใจน่ะคืออีกสามคนที่เหลือต่างหาก


เส้นผมสีดำขลับ ดวงตาสองสีอันเป็นเอกลักษณ์ ชายผู้ถูกเรียกว่าเป็นบิดาแห่งการค้นพบ คันเนโลนี จอห์น ตามมาด้วยเส้นผมสีน้ำตาลที่ถูกดัดเป็นลอนยาว ทั้งรูปร่างและหน้าตาช่างงดงามราวกับนางฟ้า สมกับชื่อที่ในวงการเรียกขานกันว่านางฟ้าแห่งอัญมญี ฟาร์ฟาเล่ นาตาลี สำหรับคนสุดท้ายผมเคยเจอมาแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน แต่ไม่ว่าเจอกันกี่ครั้งดวงตาสีทองราวกับราชสีห์ที่จ้องจะจับเหยื่อนั่นก็ทำเอาผมแทบก้าวขาไม่ออก เลโอ ราวีโอลี...ผู้ขับเคลื่อนวงการธุรกิจที่ไม่มีใครไม่รู้จัก


ประธานทั้งสามแห่งองค์กรดอร์วู!


ทำไมบุคคลระดับสูงถึงได้มารวมกันอยู่ที่นี่ได้?! 


นี่ผมไปทำอะไรผิดถึงขนาดต้องมาเจอการลงโทษอันสาหัสนี่กัน ไม่ใช่สิ ตั้งแต่เข้าทำงานมาก็ไม่เคยทำเรื่องผิดพลาดถึงขนาดนั้น งั้นก็เหลืออยู่ทางเลือกเดียวคือ...


“ผมมาผิดห้องสินะครับ งั้นขอตัว” พูดจบผมก็หมุนตัว360องค์ศาเตรียมก้าวออกจากห้องที่แสนอึดอัดนี่สักที


“เดี๋ยวสิด็อกเตอร์นทีธาร ธาราสุข” เสียงหวานของผู้หญิงเพียงคนเดียวของห้องดังขึ้นทำเอาขาที่กำลังจะก้าวหยุดชะงัก


“คะ...ครับ” ทำไมต้องเรียกเต็มยศด้วยล่ะ ยิ่งเหมือนผมทำความผิดอะไรเข้าไปใหญ่


“เธอไม่ได้มาผิดห้องหรอก พวกเรารออยู่เลย เชิญนั่ง” นางฟ้าแห่งอัญมญีบอกพร้อมกับผายมือไปยังเซโครที่ยังคงส่งยิ้มและกวักมือเรียกผมอยู่


ตอนนี้ผมไม่สนว่าตัวเองจะไร้มารยาทหรือไม่มีสำมาคารวะ ผมรีบก้าวยาวไปนั่งบนโซฟาตัวเดียวกับเพื่อนสนิทก่อนจะคว้าคอเซโครหันไปกระซิบถามสิ่งที่คาใจที่สุดด้วยน้ำเสียงร้อนรน


“นี่มันเรื่องบ้าอะไรน่ะ”


“ใจเย็นสิทรี” เซโครพยายามทำให้ผมใจเย็นลง


“เย็นจนแข็งแล้วเซโคร ทำไมผู้ขับเคลื่อนวงการธุรกิจถึงได้มาอยู่นี่แถมยังครบทั้งสามคนอีก!” นี่กะจะฆ่ากันโดยไม่ใช้อาวุธสินะ


“พวกเขามีเรื่องจะคุยกับทรีน่ะ...”


“กับผม? คนธรรมดาอย่างผมเนี่ยนะ เป็นตลกที่ไม่ขำเลยสักนิด” บุคคลระดับโลกมีเรื่องจะคุยกับคนเดินดินแสนธรรมดาอย่างผมงั้นเหรอ


“เลิกซุบซิบกันแล้วมาเข้าเรื่องได้แล้ว ฉันมีนัดไปเจรจาธุรกิจที่ลอนดอนในอีกไม่กี่ชั่วโมงไม่มีเวลามานั่งฟังบทสนทนาไร้สาระหรอกนะ” คนที่พูดด้วยโทนเสียงนี้มีเพียงคุณเลโอเท่านั้น ได้ยินกี่ทีก็ไม่ชินสักที


“ไม่ทราบว่ามีอะไรกับคนธรรมดาอย่างผมเหรอครับ” ในเมื่อไม่มีเวลาให้เซโครอธิบายก็มีทางเลือกแค่ถามออกไปตรงๆ ไม่แน่ว่าอาจเป็นความเข้าใจผิดก็ได้


“หึ...คนธรรมดาเหรอ ตลกดีนี่ด็อกเตอร์นทีธาร” ผมควรดีใจไหมที่คุณจอห์นหัวเราะออกมาเนี่ย


“...” ผมขำไม่ออกหรอกนะ


“มีคนธรรมดาที่ไหนดำลงไปต้ำมหาสมุทรในระดับกว่า1,000เมตรโดยมีแค่ออกซิเจนพกพากันบ้างล่ะ” คุณจอห์นนพูดต่อ


“ฉันว่าที่ตกใจไม่ใช่แค่นั้นแต่เป็นการเคลื่อนไหวใต้น้ำอันเต็มไปด้วยทักษะที่หาตัวจับได้ยาก ไม่มีมนุษย์ปกติที่ไหนสู้กับไดโนเสาร์น้ำแล้วชนะง่ายๆ แบบนั้นหรอกนะ” คุณนาตาลีพูดต่อ


“เอ่อ...” นี่ผมกำลังถูกชมเหรอ


“ก็ไม่เสียงแรงที่คาดหวังไว้” ครั้งนี้คุณเลโอพูดโดยที่ใช้ดวงตาสีสทองนั่นสบมาตรงๆ


“ขอบคุณสำหรับคำชมแต่ผมไม่เข้าใจว่าเรียกผมมาทำไม” ความอึดอัดที่มีเริ่มลดลงเนื่องจากร่างกายเริ่มชินกับการมีอยู่ของบุคคลระดับโลก


“ที่พวกเราเรียกนายมาก็เพราะเรื่องการโอนสิทธิ์ไดโนเสาร์น้ำกลายพันธุ์ตัวแรก”


“ลูก้าเหรอ เห็นคุณเลโอบอกว่ายังไม่ผ่านการอนุมัติและก็ไม่เห็นด้วยนี่” ผมนึกว่ามันจะจบลงแค่นั้นซะอีก การที่เรียกผมมาแล้วรื้อฟื้นต้องมีอะไรบางอย่าง


“เธอพูดถูก...พวกเราทั้งสามต่างไม่เห็นด้วยกับการโอนสิทธิ์การดูแลให้อยู่ที่ใครคนหนึ่งเพราะเราไม่รู้ว่าจะเชื่อใจคนที่ว่าได้มากแค่ไหน ไม่แน่ว่าการโอนสิทธิ์ให้อาจทำให้เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น” คุณนาตาลีอธิบาย


“ผมไม่คิดจะทำอะไรแบบนั้น สิ่งที่ผมต้องการแค่อยากให้ลูก้ามาอยู่ในความดูแลของผมเท่านั้น” เรื่องร้ายแรงที่พูดถึงคงไม่พ้นการก่อความเสียหายและทำลายชื่อเสียงขององค์กร


“หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษก็พูดแบบนั้นให้พวกเราฟัง แต่แค่พูดใครๆ ก็ทำได้พวกเราเลยใช้การจับพวกลักลอบทดลองผิดกฏหมายเป็นพิสูจน์ว่านายมีความสามารถและสามารถเชื่อใจในการฝากไดโนเสาร์กลายพันธุ์ไว้ได้หรือไม่” คุณจอห์นอธิบายต่อ


“ก็อย่างที่สองคนนี้พูด พวกเราดูทักษะ ความสามารถ การวิเคราะห์สถานการณ์และการพลิกแพงของนายผ่านกล้องที่อยู่ทั้งในและนอกอาคาร บอกตรงๆ ว่าฉันตกใจในสิ่งที่เห็นมาก” แม้น้ำเสียงจะไม่สบอารมณ์แต่ก็รู้ว่าคุณเลโอกำลังชมผมอยู่


“แล้วผลเป็นยังไงครับ” ผมไม่แปลกใจที่พวกเขาจะดูความสามารถของตัวเอง ยังไงพวกเขาก็มีอำนาจทำได้มากกว่านั้นมากนักแค่โดนดูตอนต่อสู้ก็ถือว่าน้อยแล้ว


“เธอผ่าน เราจะมอบสิทธิ์การดูแลไดโนเสารืกลายพันธุ์รุ่นที่6ให้ เพียงแต่...”


“แต่?” ทำไมผมถึงรู้สึกเสียวสันหลังกันนะ ข้อแลกเปลี่ยนให้ได้มาซึ่งสิทธิ์ในตัวลูก้าคงไม่ใช่เงินแต่เป็นอะไรที่มากกว่านั้น


“เพียงแต่เธอต้องตอบตกลงในการเป็นครูฝึกพิเศษของหน่วยปฏิบัติการณ์พิเศษคือเป็นครูฝึกสอนทักษะในการดำน้ำและการเคลื่อนไหวใต้น้ำสำหรับหน่วยจู่โจมพิเศษใต้น้ำที่กำลังจะจัดตั้งขึ้น อีกอย่างคือเป็นรองหัวหน้าของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ”


“ฮะ? เดี๋ยวนะครับ ให้เป็นครูฝึกพิเศษยังไม่เท่าไหร่แต่จะให้ผมเป็นรองหัวหน้าของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หมายถึงของประเทศไทย?” ในหัวผมตอนนี้เริ่มงงไปหมดแล้ว


“ไม่ใช่ประเทศไทย เป็นรองหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษขององค์กร” คุณเลโอแก้ความเข้าใจผิดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ


“ไม่ๆ ๆ ผมไม่ได้ได้มีความสามารถขนาดนั้น...ใช่ไหมเซโคร” ผมหันไปขอความเห็นคนที่น่าจะเข้าใจผมมากที่สุด การเป็นรองหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษไม่ใช่แค่อยากก็จะเป็นได้ ไม่สิ ผมเองก็ไม่ได้อยากสักหน่อย!


คนที่จะเหมาะสมกับตำแหน่งไม่ใช่แค่เปี่ยมไปด้วยทักษะการต่อสู้แต่ยังต้องมีความสามารถรอบด้านและการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างเฉียบคม คุณสมบัติขนาดนั้นผมไม่มีช่วยบอกพวกประธานให้เข้าใจแทนผมทีเถอะเซโคร


“ใช่ ทรีไม่ได้มีความสามารถขนาดนั้น...”


“อืมๆ ” ผมเริ่มมีรอยยิ้มบางๆ เมื่อเห็นเค้ารางดีๆ


“แต่มีความสามารถมากกว่านั้นเยอะ”


“ฮะ?” ประโยคต่อมาของเซโครทำเอาผมเกือบเอาหัวกระแทรกโต๊ะญี่ปุ่นตรงหน้า


“ไม่มีใครที่มีความสามารถเหมาะสมไปมากกว่ากว่าด็อกเตอร์นทีธานอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทักษะในการต่อสู้ที่ไม่ว่าจะบนบกหรือใต้น้ำก็ยอดเยี่ยมหาใครเทียมไม่ได้ อีกทั้งยังมีการวางแผนและวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างเฉียมคมเมื่อมีเหตุทำให้ไม่สามารถทำตามแผนได้ก็จะหาทางแก้ไขอย่างทันถ่วงที”


“...” คำชมจากเซโครไม่ได้ทำให้ผมดีใจสักนิด แถมบางเรื่องก็แต่งเติมเอาเองเฉยเลย ผมได้แต่อ้าปากค้างเพราะไม่รู้จะพูดแทรกอีกฝ่ายได้ยังไง


“หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษชมออกนอกหน้าขนาดนี้ก็ไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว ถ้าเธอยอมเป็นรองหัวหน้าจะช่วยแบ่งเบาภาระของหัวหน้าได้มากโข ตอนนี้เซโครก็งานล้นมือมีคนมาช่วยก็ถือเป็นเรื่องดี จะเอายังไงล่ะด็อกเตอร์นทีธาร ธาราสุข” รอยยิ้มของนางฟ้าแห่งอัญมญีเหมือนปิศาจร้ายเข้าไปทุกทีแล้วสิ


“ผมว่า...”


“อย่าลืมล่ะว่าข้อแลกเปลี่ยนของสิทธิ์ในการดูแลไดโนเสาร์กลายพันธุ์รุ่นที่6” คุณจอห์นพูดแทรก


นี่ผมถูกข่มขู่อยู่จริงๆ สินะ ถ้าผมปฏิเสธคงไม่ได้เอาผมไปปั่นแล้วกระจายเป็นอาหารของไดโนเสาร์ที่นี่หรอกใช่ไหม!


แต่ข้อแลกเปลี่ยนมันก็คุ้มค่า อีกอย่างผมก็รู้ว่าเซโครทำงานหนักมาตลอดเพราะต้องจัดการกับภารกิจหนักคนเดียวถ้าผมสามารถแบ่งเบาได้ก็อยากจะช่วย เดี๋ยวสิ ถ้าผมเป็นรองหัวหน้าหนวยปฏิบัติการพิเศษก็หมายความว่าจะมีอำนาจในการทำ...


“ถ้าผมตกลง ผมทำเรื่องที่อยากจะทำเลยได้ไหมครับ” ผมเงยหน้าขึ้นไปสบกับประธานทั้งสามคน


“โฮ่ เรื่องอะไรที่อยากทำล่ะ” คุณเลโอมองมาอย่างสนใจ


“กฎหมายเกี่ยวกับไดโนเสาร์”


“...” บรรยากาศทั้งห้องเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อผมเอ่ยจบประโยค


“หึ...” คุณเลโอทำเพียงยิ้มออกมาบางๆ หลังผ่านไปสักพัก


“ผมบอกแล้วว่าเขาเหมาะจะเป็นรองหัวหน้ามากกว่าใคร” เซโครพูดต่อด้วยรอยยิ้มกว้างขึ้น


“คนที่มีอำนาจส่วนมากมักจะใช้อำนาจนั้นเพื่อตัวเองเป็นอย่างแรกแต่เธอกลับเลือกที่จะใช้มันเพื่อไดโนเสาร์ที่ไม่ได้สื่อสารด้วยภาษาเดียวกัน น่าชื่นชมมาก” คุณนาตาลีเอ่ยชมพร้อมพยักหน้าเบาๆ


“ทำตามที่ต้องการได้เลย” คุณจอห์นยิ้มก่อนจะยอมรับสิ่งที่ผมพูด


“ขอบคุณครับ เพียงแต่ผมจะยังอยู่ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาของประเทศไทยนะครับไม่ใช่ที่นี่” ผมรีบบอกต่อ


“เรื่องนั้นไม่เป็นปัญหา ถือว่าดีซะอีกเพราะถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในระแวกนั้นเธอจะได้จัดการได้เลยไม่ต้องรอให้เซโครไปถึง” คุณนาตาลีบอก


“ถ้างั้นก็ตกลงตามนี้ครับ”


เมื่อการสนทนาสิ้นสุดผมก็แทบสลบคาโซฟา ประธานทั้งสามคนต่างลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปจนเหลือเพียงผมและเซโครที่ทำหน้าเหมือนอยากลุกหนีแต่ผมคว้ามือนั้นไว้อย่างรู้ทัน พออยู่กันสองคนผมก็บ่นอีกฝ่ายไปยกใหญ่ที่ไม่ยอมบอกผมเรื่องที่ต้องมาเจอไปจนถึงเรื่องที่ให้ผมเป็นรองหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษโดยไม่มีการมาปรึกษา เซโครก็ได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ ระหว่างฟังผมบ่นจนหายเคืองนั่นแหละ 


ผมแยกจากเซโครบริเวณหน้าตึกก่อนจะเดินไปหาลูก้าตามทางที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ ด้านหลังของตึกเป็นทะเลน้ำลึกที่ไม่มีหาดทราย น้ำทะเลใสๆ แค่ก้มลงมองก็รู้ว่าลึกพอสมควร ในทะเลมีเสาขนาดใหญ่ปักไว้ตามทางราวกับเป็นอาณาเขตที่ไม่ให้ลุกล้ำเข้าไปมากกว่านั้น อาณาเขตนั่นคงเป็นที่อยู่ของซิมโบสปอนไดลัส


กรรรรร~


เสียงคำรามต่ำสองเสียงดังขึ้นสอดประสานก่อนที่ผิวน้ำจะแตกกระจายโดยมีร่างของไดโนเสาร์ขนาดยักษ์สองตัวกระโดดลอยตัวขึ้นเหนือน้ำด้วยท่วงท่าอันงดงามจนผมเผลอยิ้มออกมา


ลูก้าตอนอยู่ในทะเลน่ามองที่สุดแล้วจริงๆ


“ลูก้า!” ผมตะโกนเรียก


งี๊ดดดดดด~


ลูก้าตอบรับเสียงเรียกด้วยการคราง ร่างของไดโนเสาร์สีฟ้าลายแดงว่ายตรงมายังผมด้วยความเร็วสูง ทันทีที่กระโดดเหนือน้ำร่างไดโนเสาร์ก็แปรเปลี่ยนเป็นมนุษย์ตามเดิม


หมับ!


แขนของลูก้ารวบผมเข้าไปกอดแน่นพร้อมซุกไซ้ทั้งๆที่ร่างกายยังเปียกปอน ปลายจมูกจรดตามลำคอราวกับกำลังมัวเมากับการสูดดดมกลิ่น ฝ่ามือเย็นเฉียบเนื่องจากอยู่ในน้ำกลับค่อยๆ ร้อนขึ้นเมื่อล้วงเข้ามาลูบแผ่นหลังผม


“อ๊ะ...ลูก้า เดี๋ยวก่อน” ผมรีบเอ่ยห้ามแล้วจับมืออีกข้างไม่ให้เลื่อนลงต่ำไปมากกว่านี้


“สาม...ผมทนไม่...”


“นี่ยังไม่ได้กลับเลยนะ” ยังต้องนั่งเรือกลับไปอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึง


“สาม...” น้ำเสียงทรมานนั่นทำเอาผมใจอ่อนฮวบ


“รู้แล้ว ต้องหาที่ผมไม่ยอมให้ทำตรงนี้แน่ๆ ”


“ในน้ำล่ะ”


“อย่าแม้แต่จะคิดเชียว” ผมขึ้นเสียงด้วยใบหน้าที่ร้อนขึ้นยามนึกภาพการกระทำน่าอายนั่น


“...ห้องผมก็ได้”


“ห้องลูก้า? ที่นี่?”


“อืม...คุณเซโครบอกว่าเป็นห้องของผมจะมาพักเมื่อไหร่ก็ได้”


“งั้นก็ได้...”


พรึ่บ!


“เฮ้ย! เดี๋ยวสิ ใส่เสื้อผ้าก่อน!” ผมตะโกนเสียงดังเมื่อลูก้าอุ้มผมพาดบ่าแล้วกำลังจะวิ่งออกไปนอกตึกในสภาพเปลือยเปล่า


“...เสื้อผ้า...”


“ในกระเป๋าผมมี วางผมลงก่อน” ผมจัดการส่งเสื้อผ้าที่เตรียมไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินส่งให้ลูก้าใส่ ทันทีที่ใส่เสร็จร่างผมก็ถูกอุ้มพาดบ่าอีกรอบ


ครั้งนี้ผมได้แต่ถอนหายใจยาวอย่างปลงๆ ถึงจะห้ามก็คงไม่หยุดแล้ว


ทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออกร่างของผมก็ถูกวางลงบนเตียงในสภาพที่มีลูก้าคร่อมอยู่ ไม่เพียงแค่คร่อมแต่ริมฝีปากร้อนๆ นั่นยังพรมจูบไปตามลำคอพร้อมขบเม้มเบาๆ ราวกับกำลังกระตุ้นอารมณ์บางอย่างให้ปะทุขึ้นอย่างเชื่องช้า


“อื้อ! ผมอยากอาบน้ำ” ก็รู้ว่าตอนนี้ไม่อยู่ในอามรณ์ที่จะมารอแต่ผมรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองไม่สะอาดนี่นา


“ผมทนไม่ไหวแล้วนี่...ไม่ต้องอาบก็ได้” ลูก้าตอบพลางปลดเสื้อผมออกโยนไปด้านล่างเตียง


“ตะ...แต่ผม เหม็น อื้ออ~” เสียงครางดังขึ้นเมื่อจู่ๆ ก็ถูกอีกฝ่ายจรดจมูกตามลำคอไล่ลงไปจนถึงแผ่นอก


“ไม่เหม็นสักนิด”


“อย่าพูดด้วยน้ำเสียง อ๊ะ...แบบนั้นนะ” น้ำเสียงกำลังมีอารมณ์และเต็มไปด้วยความต้องการนั่นทำให้ผมไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้อีกแล้ว


“สาม...ให้ผมทำนะ นะ”


“ไม่ต้องมาอ้อน อยากทำก็ทำไป” ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองพูดอะไรออกไป ร่างกายของลูก้าร้อนและกำลังร้อนขึ้นกว่าเดิมเมื่อได้ยินประโยคที่ผมพูดจบ ยอดอกถูกขบเม้ม กางเกงถูกปลอดออกพร้อมกับมือของลูก้าที่สัมผัสส่วนกลางลำตัวผมผ่านชั้นในอย่างลามก


“อ๊ะ! อื้อออ~” ในหัวขาวโพลนไปหมด ไม่รับรู้อะไรนอกจากสัมผัสที่เริ่มรุกหนักขึ้น ลูก้าขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะคว้าตัวผมไปจูบอย่างดูดดื่มกว่าครั้งไหน


ปลายลิ้นสัมผัสอย่างช่ำชองเรียกเสียงครางให้ดังก้องขึ้น มือทั้งสองข้างของลูก้าเหวี่ยงกางเกงและชั้นในผมทิ้งก่อนที่ฝ่ามือร้อนๆ จะกอบกุมส่วนล่างผมที่เปลือยเปล่าแล้วเคลื่อนไหวโดยไม่มีแม้แต่คำขออนุญาต ทั้งร่างร้อนจนแทบมอดไหม้


“อื้ออ~” ผมได้แต่พยายามขยับถอยหลังทั้งๆ ที่ถูกลุกจูบทว่าลูก้าไม่ยอมให้ผมหนีเลยขยับตามมาจนหัวผมโขกกับหัวเตียงเล็กน้อย ความปรารถนาปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างที่ถูกปรนเปรอด้วยมือร้อนๆ และเพียงไม่นานทั้งร่างก็กระตุกและปลดปล่อยออกมาในที่สุด


“แฮ่ก...” ผมนอนหอมอยู่บนเตียงด้วยตาพร่ามัว


ไม่เคยคิดว่าจะรู้สึกกับผู้ชายไม่มากขนาดนี้ ไม่สิ ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นผมคงไม่มีอารมณ์แต่เพราะนี่คือลูก้า


“สาม...ต่อนะ” เสียงทุ้มกระซิบข้างใบหูก่อนที่สะโพกจะถูกรั้งขึ้น ช่องทางด้านหลังถูกขยายในสภาพที่น่าอายจนต้องยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดหน้าตัวเองไว้


“อึก...อื้อ!” ความเสียดและเจ็บประดังเข้ามาจนอยากบอกให้หยุดแต่ผมก็รู้ว่าลูก้าทนมากกว่านี้ไม่ไหวแล้ว


“อย่าปิดหน้าสิสาม...เจ็บไหม” มือที่ปิดหน้าถูกเอาออกอย่างง่ายดายด้วยมือเพียงข้างเดียว


“อึก...ไม่...” ผมส่ายหน้าปฏิเสธแม้จะไม่ใช่ความรู้สึกจริงๆ ก็ตาม


“สามโกหก”


“ลูก้า...” ดวงตาสีเงินด้านหน้าจ้องมาราวกับล่วงรู้ทุกอย่างที่ผมคิด


“ขอโทษ...แต่ผมหยุดไม่ได้จริงๆ อยากกอดสาม”


“รู้แล้วน่า...ไม่ได้บอกให้หยุดสักหน่อย” ใช่ ผมไม่ได้บอกให้หยุดเลยสักนิด ลูก้าให้สัญญาไว้แล้วว่าถ้าผมบอกให้หยุดเขาก็จะหยุด ต่อให้ถูกอารมณ์และความต้องการยังไงเขาก็จะทำตามที่สัญญากับผมแน่ เพราะงั้นผมเลยเลือกที่จะไม่พูดว่าหยุดออกไป


“สาม...รักนะ รักสาม”


“อ๊ะ! อื้ออ...” เสียงบอกรักแทบไม่ได้เข้าหัวเพราะช่องทางด้านหลังเริ่มถูกรุกรานด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นกว่าก่อนหน้านี้มากนัก ใช้เวลาสักพักนิ้วมือก็ถูกเอาออกและแทนทีด้วยสิ่งที่ร้อนกว่า ความร้อนของมันทำเอาผมสะดุ้งเตรียมจะถอยหนีทว่ากลับถูกรั้งสะโพกไว้ก่อนจะค่อยๆ ดันเข้ามา


“อึก...” ความเจ็บ แน่นมีมากจนผมถึงกับนิ่วหน้า


ก็รู้ว่าไม่เล็กแต่นี่มันจะใหญ่เกินไปแล้ว


ทุกอย่างหยุดนิ่งหลังจากลูก้าพยายามดันกายเข้ามาจนหมด ผมเองก็ได้แต่เกร็งไปทั้งร่างด้วยความรู้สึกอึดอัด ดวงตาสีเงินสั่นระริกราวกับกำลังเอ่ยขอโทษผ่านการสบตา


“...จะนิ่งอีกนานไหม” ยิ่งอยู่นิ่งๆ ก็ยิ่งรู้สึกอึดอัด แถมความรู้สึกจุกๆ นี่ผมไม่ชอบเอาซะเลย ผมรู้ว่าลูก้าอยากให้ผมชินเพียงแต่มันไม่สามารถชินได้ง่ายๆ ลูก้าอยากขยับแค่มองดูใบหน้าทรมานนั่นก็รู้แล้ว


“แต่สาม...”


“ไม่เป็นไร...ทำสิลูก้า” ผมร้องขอเป็นครั้งแรกพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบใบหน้าอีกฝ่ายเบาๆ


“สาม...”


“อึก!” ผมสะดุ้งเมื่อขนาดของลูก้ากำลังขยาย


“ขอบคุณ” สิ้นคำพูดลูก้าก็เริ่มขยับตัวเนิบๆ ก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้นตามลำดับ ความร้อนของการเสียดสีไม่ได้เจ็บเหมือนก่อนหน้านี้ตรงกันข้ามมันกลับรู้สึกแปลกจนเผลอหลุดเสียงครางออกมาอยู่ตลอด ส่วนสะโพกถูกขยับในขณะที่แผ่นอกถูกลูก้าโลมเลียราวกับจะกลืนกินผมเข้าไปจริงๆ


แรงขยับทวีความรุนแรงมากขึ้น ฝ่ามือร้อนๆ ของลูก้าลูบไล้ไปตามร่างกายและหยุดลงยังส่วนล่างของผมที่ตื่นตัวอีกครั้ง สภาพอันน่าอายทำเอาอยากจะหนีไปซะเดี๋ยวนี้แต่ก็ไม่อาจทำได้ ผมปล่อยร่างกายตัวเองให้อีกฝ่ายทำอย่างที่ต้องการโดยไม่ขัดขืน เพียงไม่นานลูก้าก็ปลดปล่อยออกมาพร้อมกับผมที่ส่งเสียงครางยาว


“อ่า...แฮ่ก...” จบแล้ว


จบแล้วใช่ไหม


ผมหอบหายใจแรงเตรียมจะหลับตาตาลงเพื่อพักร่างกายทว่าลูก้ากลับจับตัวผมพลิกคว่ำแล้วขยับตัวมาทาบผ่านหลังผมไหว ส่วนกลางลำตัวที่พึ่งปล่อยตัวกลับไม่ไม้ลดขนาดลงเลยสักนิด


สภาพนี้มัน...


“เดี๋ยวลูก้า ผมไม่ไหว...อ๊า!” ลูก้าไม่รอให้ผมพูดจบจัดการดันส่วนร้อนเข้ามาอีกครั้ง ขาและมือทั้งสองข้างที่ใช้พยุงตัวเริ่มสั่นระริก เรี่ยวแรงถูกสูบไปจนหมดจากการขยับราวกับสัตว์ป่าของคนด้านหลัง


“สาม...สาม...สุดยอด”


“อื้ออ~ อ๊ะ...” อยากจะหันไปบ่นแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ความรุ่มร้อนและความรู้สึกดีเข้ามาปะทะร่างจนแทบไม่รับรู้อะไรนอกจากสัมผัสที่อีกฝ่ายมอบให้ วงแขนที่โอมรัดเหมือนกำลังถูกปกป้องและครอบครองในเวลาเดียวกัน


“อ๊าาา~” นอกจากสะโพกที่ขยับไม่หยุดลูก้ายังใช้มือข้างหนึ่งสัมผัสส่วนกลางลำตัวกระตุ้นจนมีอารมณ์ขึ้นมาอีกรอบ เมื่อถูกสัมผัสสมองก็ขาวโพลนพร้อมกับความปรารถนาของพวกเราที่ปะทุออกมาอีกครั้งในเวลาไม่นาน


ไม่ไหว ร่างกายไม่...


“อ๊ะ! ลูก้าไม่...ผมไม่ไหวแล้วนะ...” ผมรีบเอ่ยห้ามทันทีที่ถูกลูก้าดึงให้มานั่งอยู่บนตัก


“อีกครั้งนะ ผมขออีกรอบ...”


“แต่ผมไม่...อื้อ!” ระหว่างที่พูดก็ถูกส่วนร้อนเข้ามาในร่างอีกรอบ


“สาม...สาม...”


“อื้ออ~ ไดโนเสาร์ลกมกเอ้ย อ๊า!”


ผมไม่รู้ว่าถูกทำไปกี่รอบแต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่แค่สามอย่างที่ลูก้าพูด ร่างกายมันล้าแถมหูยังอื้อจนฟังอะไรแทบไม่ได้ยิน...สิ่งเดียวที่ได้ยินคือคำว่าขออีกรอบที่ผมอยากจะศอกกลับแล้วใช่ท่ายอเขาพระสุเมรุซะเลย


เสียงนกตัวเล็กร้องพร้อมกันหลายๆ ตัวคล้ายกับกำลังประสานบทเพลง เสียงนั่นนเรียกให้ดวงตาสีน้ำตาลของผมลืมขึ้นอย่างพร่ามัว สัมผัสแรกคือร่างกายส่วนล่างชาจนแทบไม่มีความรู้สึกใดๆ เพียงแค่นั้นความหงุดหงิดก็เริ่มปะทุ


ผมหันซ้ายขวาเพื่อมองหาตัวการที่ทำให้ผมขยับแทบไม่ไหวก่อนจะเจอลูก้านอนขดตัวอยู่ข้างๆ โดยมีมือข้างหนึ่งพาดอยู่บนเอวผม ปกติลูก้าจะมีประสาทอันเยี่ยมยอดขนาดผมลุกไปเข้าห้องน้ำกลางดึกยังตื่นเลยแต่นี่กลับหลับสนิททั้งที่ผมใช้มือตบหน้าอีกฝ่ายเบาๆ


“สบายตัวแล้วหลับสนิทเลยนะ” ผมบ่น


การยอมลูก้าก็ไม่ได้แย่มาก...แต่แย่มากๆ ของมากๆ ๆเ ลยต่างหาก!


ก็รู้อยู่ว่าเป็นครั้งแรกของผมแต่กลับใส่ไม่ยั้งแถมยังไม่พอใจแค่สองสามรอบอีก ไม่เห็นใจร่างกายผมบ้างเลย ถ้าเกิดมีภารกิจเข้ามาผมจะถีบลูก้าให้ไปทำคนเดียวคอยดูเถอะ


“อื้อ...สาม? ตื่นแล้วเหรอ” น้ำเสียงหัวเงียพร้อมกับดวงตาสีเงินที่ปรือขึ้นนั่นทำเอาความหงุดหงิดสลายไปอย่างรวดเร็ว เหมือนเด็กที่พึ่งตื่นเลยแต่ก็เด็กจริงๆ นี่นะ


ท่าทางของลูก้าทำให้ผมยิ้มออก


“อืม...เป็นไงบ้าง” ผมถามกลับพลางลูบเส้นผมสีฟ้าแซมแดงที่ขยับมาเกยตัก


“รู้สึกดีมากๆ เลย ทำอีกได้ไหม...โอ้ยๆ” ไม่ต้องรอให้พูดจบผมก็จัดการดึงแก้มอีกฝ่ายแรงๆ แทนการทำโทษ


“จะมาทำอะไรอีก แค่นี้ก็ชาไปทั้งตัวแล้ว หัดห้ามใจบ้างร่างกายผมไม่ไหวหรอกนะ” คิดถึงร่างกายและอายุผมหน่อยเถอะ ไม่ใช่อายุน้อยๆ เหมือนเด็กวัยรุ่นแล้วนะ


“ผมห้ามใจมานานแล้ว...ในเมื่อสามบอกจะยอมผมเลยไม่อยากพลาด”


“พูดเหมือนจะไม่ได้ทำแล้วงั้นแหละ”


“...ผมทำได้อีกเหรอ” ดวงตาสีเงินนั่นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย


“ไม่ใช่ตอนนี้ งดไปเลยหนึ่งเดือน” ผมพูดเสียงแข็ง


“หนึ่งเดือน? มากไปหน่อยรึเปล่า อย่าลืมสิว่ากำลังอยู่ในช่วง...”


“ทำไปขนาดนี้ยังจะทำอีกเหรอ” มันไม่ใช่จำนวนครั้งน้อยๆ เลยนะ


“ทำสิ...กับสามไม่พอหรอก ไม่ว่ากี่ครั้งก็ไม่เคยพอ” คำพูดของลูก้าเรียกความร้อนให้มารวมตัวกันบนใบหน้าผม


ราวกับถูกบอกว่าตัวเองเป็นที่ต้องการมากขนาดไหน ทำเอาใจเต้นแรงเลย พึ่งเคยมีครั้งแรกที่มีคนต้องการตัวผมมากขนาดนี้


“ลูก้า...”


“รักสาม รักมากๆ เลย” ลูก้าพูดพร้อมกับคว้าตัวผมไปนอนกอด


“อืม...รักลูก้าเหมือนกัน” ผมกระซิบบอกด้วยรอยยิ้ม


วันเวลาที่ใช้ร่วมกันมันอาจไม่มากเท่าคนอื่นๆ แต่มันก็มากพอที่จะทำให้รู้ความรู้สึกของตัวเองรวมทั้งเจ้าของความรู้สึกเหล่านั้นด้วย สำหรับลูก้าเขามีผมเหมือนเป็นทุกอย่าง ตั้งแต่พึ่งเกิดไม่นานก็ถูกส่งมาอยู่กับผม ซึ่งลูก้าเองก็เป็นทุกอย่างสำหรับผมเช่นกัน


ช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน


ช่วงเวลาที่ทะเลาะ


ช่วงเวลาที่อำลา


ช่วงเวลาที่ได้พบกันใหม่


และช่วงเวลาที่ได้ตกหลุมรัก


ทุกช่วงเวลามันคือสิ่งมีค่าที่ไม่อาจหาได้ที่ไหนอีกแล้ว


ต่อให้ลูก้าไม่ใช่มนุษย์แต่ใครจะสนล่ะ


ขอแค่เป็นลูก้าก็เพียงพอแล้ว


ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเมื่อไหร่พวกเราก็จะอยู่ด้วยกัน...


จะกระโดดและแหวกว่ายใต้ผืนน้ำสีครามด้วยกัน...ตลอดไป

........................................จบบริบูรณ์........................................

มาส่งตอนจบค่ะ

มาช้าเล็กน้อยขออภัยด้วย

เรามีความสุขและสนุกมากๆ ที่ได้แต่งเรื่องนี้ขึ้น 
สัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วอย่างไดโนเสาร์เราคงไม่มีโอกาสได้เห็นมันมีชีวิตขึ้นมาอีก แต่ไม่แน่ว่าในอนาคตด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วอาจมีสักวันที่จะได้มีสิ่งมีชีวิตในอดีตอย่างไดโนเสาร์กลับขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นได้

ขอบคุณทุกๆ คนที่คอยติดตาม ให้กำลังใจและคอยคอมเม้นท์มาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

และหวังว่าเรื่องที่เราแต่งจะทำให้ทุกคนที่ได้อ่านมีความสุขกับโลกของไดโนเสาร์นะคะ

ถึงเรื่องนี้จะจบลงแล้วก็ขอฝากติดตามผลงานต่อๆ ไปของเราด้วยนะ

เพจ>> nicedog

ไว้เจอกันใหม่ในโอกาสต่อไป

บ๊ายบาย

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 364 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

699 ความคิดเห็น

  1. #690 Nenula_la (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 22:54
    ลูก้าน่ารักมากๆๆๆๆ
    #690
    0
  2. #688 PPPWVB (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 22:37
    อ่านมาสามภาคแล้วค่ะชอบทุกภาคเลย ขอบคุณมากๆนะคะที่แต่งออกมา
    #688
    0
  3. #687 J☆ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 01:12
    เป็นภาคที่ชอบที่สุดเลยยยย น่ารักก
    #687
    0
  4. #680 zinnia1943 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 11:21
    เพิ่งมาได้อ่าน ปี63 แต่ สนุกมากค่ะ
    #680
    0
  5. #676 Danwtlese (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 04:27
    อยากเห็นฉากลูก้าจุ๊บรอยแผลที่ข้อเท้าสามอ่ะ ฉันว่าฉันต้องเลือดหมดตัวแน่
    #676
    0
  6. #584 thunea (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 18:03
    อยากให้แต่งอีกง่าาาา
    #584
    0
  7. #580 J☆ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 21:03
    สนุกมากกกก
    #580
    0
  8. #577 Ainaemoroe (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 00:42
    แงงงง ชอบบบบมากกกก 2ภาคนี่อ่านไปนานแล้ว เพิ่งได้ตามอ่านภาค3 สนุกมาก อยากได้ตอนพิเศษจังงงง
    นิยายของไรท์นี่สุดยอดจริงๆ เราก็อยากจะเห็นสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์พวกนี้ แต่ใจก็ค่อนข้างจะกลัวเพราะนิสัยของมนุษย์เองคงเกิดปัญหาเหมือนนิยายและอาจจะหนักกว่าถ้ามีจริง
    #577
    0
  9. #573 mingdaya (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 10:41
    รักมากๆเหมือนกัน
    #573
    0
  10. #559 veryfail (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 16:59
    สนุกมากกก จะรอภาค4น่ะ
    #559
    0
  11. #550 ชำระ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 19:09

    ขอบคุณค่ะ

    #550
    0
  12. #546 p999 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 22:11

    ออ่านข่าวมาค่ะ รัสเซียจะทำทดลองฟื้นคืนชีพไดโนเสาร์หรือสัตว์ดึกดำบรรพ์อยู่ค่ะ เริ่มจากช้างแมมมอธก่อนค่ะ จบแล้ว เย้ เรียกเลือดด

    #546
    0
  13. #542 อายูมิ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 22:43

    เรื่องต่อไป เรื่องต่อไป เรื่องต่อไป

    #542
    0
  14. #536 .pop (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 12:13

    ปิดฉากได้ละมุนมากกก ขอบคุณที่แต่งภาค3ขึ้นมานะคะ สนุกไม่แพ้ภาค1,2เลย! รอติดตามต่อค่ะ
    #536
    0
  15. #534 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 14:06

    สนุกมากเลยครับ สนุกทุกภาคเลย ชอบมากเลย รอภาค4นะครับ
    #534
    0
  16. #531 minuSnine (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 23:00

    สนุกมาก ขอบคุณมาก สำหรับเรื่องสนุกๆ ล้ำจินตานาการฝุดๆ จะติดตามต่อไปนะจ้า

    #531
    0
  17. #529 Fwanh (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 16:34
    สนุกมาเลยค่ะ จะรอติดตามผลงานใหม่ๆนะคะ
    #529
    0
  18. #528 黒くん (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 01:01

    รอเรื่องถัดไปนะคะ
    #528
    0
  19. #527 preesia (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 23:12

    ขอบคุณค่า^^


    #527
    0
  20. #526 neyjin (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 22:39

    เราสนุกที่ได้อ่านเรื่องราวนี้ การพัฒนาความสัมพันธ์ที่น่าประทับใจ การดำเนินเรื่องที่ไม่ช้าไม่เร็วพาคนอ่านไปถึงจุดจบที่ดี(แม้เราจะไม่ค่อยเม้น หานิยายอ่านผ่านๆและเข้ามาโดยบังเอิญแต่เราก็อ่านต่อจนจบ อ่านโดยที่ไม่รู้ว่านี่คือตอนจบมันด้วยซ้ำ พอเราเข้ามาเช็คว่านิยายที่มาร์คไว้มารึยัง เราก็อ่านเลยตลอด55)
    #526
    0
  21. #525 Smuffy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 14:18
    ดีมากกกก ไม่อยากให้จบเลย แงงง
    #525
    0
  22. #524 ดาวสีเหลือง (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 13:10

    ตายอย่างสงบค่ะ~
    #524
    0
  23. #523 Martin Bamnis (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 10:16

    ขอบคุณที่แต่งเรื่องราวดีๆแบบนี้มาให้อ่านนะคะ

    สนุกมากๆเลย
    #523
    0
  24. #522 bire0032 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 10:16
    อยากจะรู้ว่าจะมี เรื่องที่4มั้ยค่ะ ที่แต่งเกี่ยวกับไดโนเสาร์ ขอให้เเต่งเถอะๆๆ
    #522
    0
  25. #521 light-wind (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 10:10

    สนุกมากๆค่ะ
    #521
    0