-จบ-◈Jurassic Foster◈ กลายพันธุ์รัก ใต้ธารา

ตอนที่ 23 : ◈ธาราที่22◈

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,089
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 318 ครั้ง
    18 ส.ค. 61

◈ธาราที่22◈




สิ่งที่เห็นยังก้นมหาสมุทรเปซิกฟิกถูกถ่ายรูปเป็นหลักฐานและนำไปให้หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษไทรแอสซิก เบนซ์ ฟงเซ่ดู ใบหน้ายามมองภาพเหล่านั้นช่างสงบนิ่งจนผมรู้สึกเสียวสันหลัง



พวกเราที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ต่างรู้ดีถึงการโคลนมนุษย์ว่าไม่ใช่เรื่องยากแต่เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำเพราะมันถือเป็นกันขัดวัฏจักรของชีวิต การสร้างไดโนเสาร์กลายพันธุ์ก็อาจเรียกว่าไม่ถูกแต่มันก็ช่วยลดชีวิตของมนุษย์ที่ต้องสูญเสียไปมาก แต่สิ่งที่การทดลองใต้ทะเลนี่ทำไม่ได้เพื่อช่วยชีวิตแน่นอน



การตัดต่อยีนและเลี้ยงจนเกิดเป็นชีวิตมันจำเป็นต้องอาศัยทักษะและการดูแลในทุกๆ ขั้นตอน ทว่าในหลอดแก้วขนาดใหญ่นั่นไม่มีทั้งสายต่อออกซินให้หายใจหรือให้อาหารทางหลอดเลือด มีเพียงร่างของสิ่งที่ไม่อาจเรียกว่ามนุษย์กับชิ้นส่วนร่างของไดโนเสาร์ใส่อยู่เท่านั้น เหมือนกับจะปล่อยให้ตายทั้งที่ยังไม่มีโอกาสได้ลืมตาดูโลกแค่นึกถึงผมก็ต้องกำมือแน่นด้วยความโกรธ



“ปล่อยไว้ไม่ได้นะเซโคร” ผมพูดเสียงนิ่ง ความรู้สึกที่สุมอยู่ในอกตอนนี้คืออยากชกหน้านักวิทยาศาสตร์บ้าๆ ที่กล้ามาเล่นกับชีวิตสักที



“ผมรู้ แต่การบุกเข้าไปตรงๆ อาจไม่ใช่ทางออกที่ถูก” เซโครนั่งหน้านิ่งพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ



ตอนนี้พวกเราอยู่ในห้องรับแขกของห้องพักผมโดยที่มีทั้งยูทาร์นั่งอยู่ข้างเซโครและลูก้านั่งอยู่ข้างผม ดูเหมือนไดโนเสาร์กลายพันธุ์ทั้งสองคนจะรู้ว่าไม่ควรพูดอะไรในตอนนี้เลยทำเพียงนั่งนิ่งๆ เพื่อรอดูท่าทีของพวกเราทั้งคู่



“ก็จริงอยู่ถ้าบุกเข้าไปตรงๆ แม้จะมีหลักฐานแต่ไม่ได้หมายความว่าพวกนั้นจะยอมรับ ไม่แน่อาจถูกสวนกลับกล่าวหาว่าพวกเราตัดต่อภาพถ่ายไม่ก็ไม่ได้ถ่ายที่นี่จริง” ผมพูดตามที่คิด



“ในกรณีนั้นถึงเราจะใช้กำลังเพื่อบุกเข้าไปตรวจสอบก็มีโอกาสสูงที่ฐานไปใต้ทะเลจะถูกซ่อนอย่างมิดชิดไม่ให้หาได้ง่ายๆ ซึ่งถ้าไม่ได้หลักฐานเพิ่มว่าการทดลองอยู่ที่นั่นจริงๆ ก็จะเป็นการบอกให้พวกมันป้องกันตัวมากขึ้น และเราจะหาโอกาสต่อไปได้ยาก” เซโครเสริมต่อ พวกเราสองคนต่างเงยหน้าขึ้นสบตากันนิ่งๆ โดยที่ในหัวกำลังคิดถึงความเป็นได้หลายๆ ทางเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด



“สามทำหน้าเครียดอีกแล้ว” ลูก้าพึมพำพลางขยับคางมาเกยไหล่ผม



“ไม่เครียดคงไม่ได้หรอกลูก้า” เรื่องนี้มันใหญ่มากจริงๆ ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างคงได้เกิดเรื่องร้ายแรงมากกว่านี้



“มนุษย์สู้พวกเราไม่ได้หรอก บุกเข้าไปตรงๆ เลยก็ได้นี่” ยูทาร์ที่นิ่งอยู่เริ่มเสนอความเห็น



“ต่อให้เป็นไดโนเสาร์กลายพันธุ์ก็ใช่ว่าจะเป็นอัมตะสักหน่อย ภายในนั้นต้องเตรียมพร้อมในกรณีร้ายแรงอยู่แล้ว ขืนโดนระดมยิงต่อให้เป็นไดโนเสาร์กลายพันธุ์ก็ไม่ไหวหรอก” เซโครหันไปบอกคู่หู



“ถ้าบุกตรงๆ ไม่ได้ก็ลองไปทางทะเลไหม” ลูก้าลองเสนอความคิดบ้าง



“แบบนั้นมันก็ได้แต่ใช่ว่าจะง่าย” ผมหันไปตอบ



“ทำไมล่ะ”



“ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะดำน้ำได้อย่างผม ลูก้าก็เห็นแล้วนี่ว่าระดับความลึกเกิน1,000เมตรแบบนั้นมันมืดขนาดไหนถ้าไม่ใช่ลูก้าก็ไม่มีทางจะมองเห็นหรอก การโจมตีทางน้ำจำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและทีมเวิคที่สูงมาก อีกอย่างแม้เราจะโจมตีได้แต่คนข้างในก็จะวิ่งมารวมกันและกราดยิงแน่” ความคิดของลูก้าใช่ว่าจะไม่ดี เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีบุคลากรที่ชำนานขนาดนั้น



“...คิดแผนนี่ลำบากกว่าที่คิด” ลูก้าพึมพำ



“ใช่ สิ่งที่ยุ่งยากที่สุดก็คือการคิดแผนนี่แหละ” ถ้าแผนไม่ดีหรือมีช่องโหว่ก็จะพลอยให้คนอื่นเป็นอันตรายไปด้วย



ยิ่งการเข้าไปในดงศัตรูยิ่งทำให้อันตรายคูณสอง



บุกไปตรงๆ ก็ไม่ได้



โจมตีทางทะเลก็ลำบากอีก



“เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าเลือกแค่ทางเดียวมันเสี่ยงมากงั้นเราก็กระจายความเสี่ยงซะสิ” ผมพูดพร้อมกับหันไปสบตากับเซโครที่เริ่มเบิกตากว้างขึ้นเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ผมกำลังคิดคืออะไร



“จริงด้วย ทำไมถึงคิดไม่ออกกัน ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่ต้องกังวลว่าคนของศัตรูจะมารวมกันจุดเดียวเพราะถูกโจมตีจากอีกทางด้วย”



“ใช่ และเพราะโจมตีจากสองทางทำให้อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวและเกิดความกลหนจากภายใน”



“แบบนี้สำเร็จแน่!”



“อืม!” ผมพยักหน้ารัวๆ ก่อนโผลเข้ากอดเซโครแน่น เซโครเองก็กอดตอบเช่นกัน ในที่สุดก็คิดออกสักทีว่าจะจัดการยังไง



เยี่ยมไปเลย!



“สาม.../เซโคร...” ไม่ถึงนาทีที่เรากอดกันผมก็ถูกลูก้าคว้าคอเสื้อก่อนจะดึงไปด้านหลังโดยไม่รู้ตัว รู้ตัวอีกทีก็นั่งอยู่บนโซฟาตามเดิมแล้ว



พอตรงหน้าเซโครเองก็ถูกยูทาร์คว้าตัวไปกอดไว้หลวมๆ ทั้งผมและเซโครต่างมองตากันปริบๆ ก่อนจะเอ่ยคำถามเดียวกันออกมาอย่างพร้อมเพียง



“ทำอะไรน่ะ” นี่เป็นสิ่งที่ผมและเซโครอยากถาม



ทำไมต้องจับแยกด้วย?



“ผมหึงนะ” เป็นอีกครั้งที่ยูทาร์และลูก้าพูดพร้อมกันด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ



“คิก!” คำพูดนั่นทำเอาผมหลุดขำออกมาเสียงดัง



“นี่พูดจริงเหรอยูทาร์” ขนาดเซโครยังกลั้นขำจนหน้าแดงเลย



“อืม” คนถูกถามพยักหน้าตามตรง



“นายก็หึงผมเหรอลูก้า” ผมลองหันไปถามบ้าง



“...ก็สามเป็นแฟนผมนี่”



“คิก! ฮ่าฮ่าฮ่า” ผมและเซโครต่างหัวเราะออกมาอย่างไม่อายใคร 



ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะถูกหึงด้วยเรื่องแบบนี้เพราะทั้งผมและเซโครต่างก็เป็นเพื่อนกันมานาน การกอดกันถือเป็นสิ่งที่ทำบ่อยๆ เวลาทักทายหรือดีใจ แน่นอนว่าพวกเราไม่ได้รู้สึกกันเกินไปกว่านั้น พอมาโดนบอกว่าหึงเลยอดไม่ได้ที่จะขำ



“ทรี...” เซโครเรียกผมด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์



“อ่า...ได้เลยเซโคร” ผมเองก็รู้ความคิดของเซโครว่าต้องการอะไร



ผมลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหาเซโครด้วยใบหน้ายิ้มๆ โดยที่มีสายตาของลูก้าและยูทาร์จ้องมองอย่างไม่เข้าใจ เซโครที่เห็นผมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าก็เอื้อมมือมาดึงผมให้นั่งนั่งลงบนตักในสภาพที่หันหน้าเข้าหากัน



“เซโคร!”



“สาม!”



เสียงผู้ชายสองคนตะโกนดังขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันก่อนที่จะถูกมือของลูก้าคว้าเข้ายังปกเสื้อและพยายามดึงผมให้ลุกขึ้นแต่เพราะรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้เลยใช้แขนกอดคอเซโครไว้แน่นจนยูทาร์ที่ถึงกับทำตัวไม่ถูกว่าควรจะดึงหรือผลักผมให้ออกจากเซโครดี



“สนุกจังเลยเนอะทรี” เซโครหัวเราะพลางกอดเอวผมแน่นระหว่างที่ซุกหน้าอยู่ที่คอผม



“ไม่คิดว่าจะถูกหึงด้วยเรื่องแบบนี้แฮะ”



“นั่นสิ แบบนี้มันน่าแกล้งเนอะ”



“ตามที่พูดเลย” ผมเองพอได้โอกาสก็ซุกหน้าลงยังคอของเซโครด้วยเสียงหัวเราะ



“เซโครพอได้แล้ว”



“ออกมาเลยนะสาม”



ยิ่งได้เห็นท่าทางร้อนรนทั้งผมและเซดครต่างก็ไม่มีใครคิดที่จะหยุด การเป็นแฟนกันจะมีหึงหวงก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ก็ควรจะดูด้วยว่าอีกฝ่ายเป็นใครไม่ใช่เอาแต่หึงหวงโดยไม่มีเหตุผล แต่จะว่าก็ไม่ถูก สายเลือดไดโนเสาร์คงทำให้ความหึงหวงทวีความเข้มข้นขึ้นจนมากกว่ามนุษย์ปกติหลายเท่า



“พอแล้วมั้งเซโคร” ผมกระซิบบอก ขืนมากกว่านี้ผมคงได้โดยคนรักของเซโครหรือยูทาร์ขย้ำคอตายแน่ๆ



“เห็นด้วย ลูก้าของทรีจ้องมาอย่างกับจะเหวี่ยงผมออกไปนอกหน้าต่างแหนะ” ในเมื่อพวกเราต่างก็คิดตรงกันเลยค่อยๆ แยกตัวออกมา ทันทีที่ผมคลายแขนที่โอบคอเซโครไว้ก็ถูกลูก้าคว้าตัวไปกอดแน่นในสภาพที่นั่งทับอยู่บนตักของลูก้าโดยที่แผ่นหลังผมแนบชิดกับแผ่นอกด้านหลัง



“ไปกอดคนอื่นได้ยังไง” ลูก้าบ่นพลางซุกตัวยังคอผมข้างเดียวกับที่เซโครทำ



“แค่แหย่เล่นเอง”



“ถึงแหย่เล่นก็ไม่ให้ สามเป็นคู่ของผมนะ”



“เหมือนผมจะยอมเป็นแค่แฟนนะ ไม่ใช่คู่” ผมแก้



“ถ้าเป็นแฟนก็ถือว่าเป็นคู่ผมแล้ว”



“เอาแต่ใจจังนะ การกอดมันเป็นทั้งการทักทายและเป็นการแสดงความยินดี เป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำกัน”



“ที่นี่ไม่เห็นสามจะทำเลย”



“วัฒนธรรมมันต่างกัน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยกอดหรอกนะ” ผมพยายามอธิบายให้ฟัง



“...ยังไงก็ไม่ชอบ”



“ก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้หึงหวงหรอกนะแต่ดูคนด้วย ผมกับเซโครเนี่ยนะ” มันไม่ใช่คู่ที่น่าจะลงเอยกันได้ไม่ว่าจะกรณีไหนๆ เซโครเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดแต่ถ้าถามว่าถ้ามองในแง่ของคนรักก็ต้องขอบายซึ่งเซโครเองก็คิดไม่ต่างกันหรอก



“ก็มัน...”



“ผมดูเหมือนคนใจง่ายที่กอดกับใครแล้วก็ชอบไปเรื่อยเหรอ” ผมถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก



“เปล่า แต่...”



“ไม่มีแต่แล้ว”



“...อืม” แม้จะไม่เต็มใจนักแต่ลูก้าก็ยอมพยักหน้าเบาๆ



“ดีมาก เด็กดี” ผมเอื้อมมือไปลูบใบหน้าและเส้นผมสีแปลกนั่นแทนคำชม



“สามเป็นของผม” เสียงกระซิบเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับอ้อมกอดที่รัดแน่นขึ้น



“ยังไม่เป็นสักหน่อย”



“งั้นผมทำให้เป็นเลยได้สินะ”



“พูดแบบนั้นรู้วิธีทำรึไง” ยังไงลูก้าก็ยังมีประสบการณ์ชีวิตไม่มาก ผมไม่คิดว่าจะรู้หรอกนะ ต่อให้มีอารมณ์หรือสัญชาตญาณดียังไงแต่ถ้าไม่รู้วิธีทำก็จบแค่นั้น



“รู้สิ คุณยูทาร์สอนแล้ว”



“ว่าไงนะ” ผมหันหน้าไปมองยังฝั่งตรงหน้าที่เซโครกำลังลูบเส้นผมสีเทาแซมส้มนั่นด้วยใบหน้าตกใจ



นี่ยูทาร์สอน?



“เพราะงั้นผมทำเป็นไม่ต้องห่วง”



“ไม่ได้ห่วงสักนิด!” ใครจะห่วงเรื่องที่ทำให้ตัวเองต้องเจ็บตัวเล่า



ไม่ได้การละ นอกจากจะรู้วิธีทำแล้วยังมีพละกำลังมากกว่า



นี่ผมต้องเป็นฝ่าย...



ไม่ๆ ๆ ไม่คิด อย่าไม่คิดถึงมันเชียว



“สาม?”



“ทำไมยูทาร์ต้องสอนลูก้าด้วย” ผมยิงคำถามใส่ชายที่ได้ชื่อว่าราชาของไดโนเสาร์กลายพันธุ์ตรงๆ



“ก็เขามาถาม ผมก็เลยตอบให้เท่านั้นเอง”



“...” คำตอบที่ได้ทำเอาผมยกมือขึ้นมากุมหน้าผาก



เล่นตอบกันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ 



เหตุผลอะไรกันแค่เพราะถามก็เลยตอบเนี่ยนะ



“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะยังไงทรีก็ไม่มีทางเลือกนอกจากเป็นเหมือนผม เรากลับมาเรื่องแผนดีกว่า”



“เฮ้ๆ อย่าเอาผมไม่รวมด้วยสิ มันยังไม่แน่สักหน่อย” ผมรีบค้านเสียงดังทั้งที่รู้ว่าบทสนทนามันเริ่มเข้าเรื่องใต้สะดือมากไปทุกที



“ไม่แน่? แค่ดูก็รู้แล้ว”



“อย่างลูกนายก็ยังถูกรุกได้เลยนี่” ผมจำได้นะว่าเซโครเคยเล่าเรื่องของไดโนเสาร์กลายพันธุ์ที่รับมาเลี้ยงว่ามีคนรัก แถมยังเป็นฝ่ายรับด้วย ขนาดไดโนเสาร์กลายพันธุ์ยังเป็นฝ่ายรับได้แปลว่าผมก็ยังมีโอกาส



“นั่นเพราะอานโน่ยอมเอง แถมเชสก็มีหลายอย่างที่ทำให้อานโน่ยอม”



“จะบอกว่าลูก้าไม่ยอมเหมืออานโน่สินะ”



“อืม” เซโครพยักหน้ารัวๆ



“ชิ...” ก็พอรู้อยู่แล้วแต่ก็อดหงุดหงิดไม่ได้



“ผมยอมอะไรสาม?” ลูก้ากระซิบถาม



“หึ ไม่รู้” ผมสะบัดหน้าหนีก็จะขยับตัวลงจากตักของลูก้า



“บอกผมมา”



“ไม่ ผมจะไม่ยอมง่ายๆ แน่นอน!” ผมประกาศเสียงก้อง



“ทรี เชื่อผมเถอะว่าเมื่อถึงเวลามันไม่ทันได้คิดอะไรหรอก” คำแนะนำนั่นทำเอาผมรู้สึกเกร็งไปทั้งร่าง



“...กลับเข้าเรื่องกันเถอะ” รู้สึกจะนอกเรื่องมามากแล้ว



“ได้ เราจะแยกกันบุกเป็น2กลุ่มหลักๆ กลุ่มแรกคือผมและยูทาร์ พวกเราจะเข้าไปเผชิญหน้าตรงพร้อมบอกว่าทางเรามีหลักฐานเรื่องการทำผิดกฏหมาย ทางเรื่องของพวกนั้นมีแค่ยอมให้เข้าไปตรวจสอบโดยไม่ก็ปิดปากพวกผม...”



“ระหว่างที่นายกับยูทาร์ดึงความสนใจของพวกมันจากด้านบนผมและลูก้าก็จะบุกจากด้านล่าง ดูจากโครงสร้างของอาคารคงไม่ได้สร้างมาเล่นๆ ในกรณีที่กระจกเกิดแตกและมีน้ำรั่วไหลผมมั่นใจว่าต้องมีระบบป้องกันไม่ให้น้ำทะลักเข้าไป พอผมและลูก้าเข้าไปสำเร็จก็จะจัดการพวกมันจากภายใน” ผมอธิบายแผนการต่อจากที่เซโครพูดเมื่อครู่



“พวกเราคิดเหมือนกันจริงๆ ด้วย” เซโครยิ้มพร้อมพยักหน้าอย่างพอใจ



“คิดว่าเรารู้จักกันมานานแค่ไหนกัน” แค่นี้ทำไมจะไม่รู้



“งั้นก็ตามนี้...”



“เดี๋ยวก่อน” ผมรีบพูดแทรกเมื่อมีเรื่องต้องพูดอีก



“มีอะไรจะเสริมในแผนเหรอ?”



“ถึงจะเป็นหัวหน้าของหน่วยปฏิบัติการพิเศษแต่การบุกไปแค่สองคนมันอันตรายเกินไป” ผมไม่เห็นด้วยที่จะทำอะไรเสี่ยงแบบนั้น



“ทรียังทำกับลูก้าแค่สองคนเลย”



“มันต่างกันเซโครก็รู้นี่ ทางผมเป็นเหมือนการลอบโจมตีไม่จำเป็นต้องใช้คนเยอะหรอก แต่ในกรณีของเซโครจำเป็นต้องมีคนเยอะหน่อยอย่างน้อยก็ใช้ขู่อีกฝ่ายได้” ผมอธิบายตามที่คิด



“งั้นคงต้องเรียกคนของหน่วยมา เรียกอานโน่มาช่วยดีไหมนะ” เซโครพึมพำกับตัวเอง



“อานโน่เป็นไดโนเสาร์กลายพันธุ์ตัวเดียวที่บินได้ผมคิดว่าให้เป็นกำลังเสริมจะดีกว่า” ผมเสนอ ไดโนเสาร์กลายพันธุ์ส่วนมากจะอยู่บนบกทำให้เคลื่อนไหวบนฟ้าและในน้ำช้ากว่าปก ดังนั้นการจะสู้ในสถานที่ที่มีพื้นที่ไม่กว้างนักก็ควรมีกำลังเสริมที่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวก



“ก็จริง ถ้าเกิดกรณีที่พวกมันหนีไปก็ยังให้บินตามไปได้ เอาตามที่ทรีเสนอละกัน”



“อืม อ้อ...ถ้ายังไงก็อยู่นี่แล้วก็เรียกหัวหน้าของประเทศไทยกับคู่หูในหน่วยไปสิ” จากที่เคยเจอกันคิดว่ามีความสามารถไม่แพ้ประเทศอื่นเลยล่ะ



“หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการณ์พิเศษของประเทศไทย? ความคิดดีนี่ เดี๋ยวจะรีบไปเรียกมาประชุมแผนเลย” ผมยิ้มออกเมื่อเซโครเห็นด้วยกับสิ่งที่ผมเสนอไป



“งั้นก็ตามนี้ เราจะบุกวันไหนดี” ผมถามต่อ ในใจผมน่ะอยากจะรีบบุกไปซะเดี๋ยวนี้เลยแต่ก็รู้ว่าการบู่มบ่ามมันจะเป็นบ่อเกิดของอันตรายที่มองไม่เห็น



“3วัน แค่3วันในการเตรียมทุกอย่างก็พอแล้ว”



“การขออนุญาตเข้าไปยังสัปทานน้ำมันนั่นไม่น่าจะได้ในสองสามวันนี่ อย่าบอกนะว่า...” ผมหยุดสิ่งที่คิดก่อนจะมองหน้าเซโครที่ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้น



“มีอำนาจก็ต้องใช้หน่อยสิ”



ภายใต้ท้องฟ้าสีดำสนิทไร้เมฆบดบังมีแสงสว่างของดวงจันทร์ลอดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง คืนนี้เป็นคืนก่อนวันปฏิบัติภารกิจบุกโจมตีสถานนีขุดเจาะน้ำมัน เราจะเริ่มเดินทางตอน7โมงไปยังเกาะที่ใกล้ที่สุดและผมกับลูก้าก็จะดำลงไปจัดการจากใต้ทะเลโดยมีเซโครและหน่วยปฏิบัติการพิเศษของประเทศไทยเป็นกลุ่มนำในการบุกซึ่งๆ หน้า



ด้วยความตื่นเต้นผมเลยไม่สามารถนอนหลับได้ แต่ดูเหมือนว่าไม่ใช่แค่ผมเพราะอีกคนที่นอนอยู่บนเตียงก็พลิกไปพลิกมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว



“นอนไม่หลับเหรอลูก้า” ผมหันไปถาม



“อืม”



“ตื่นเต้น?”



“เปล่า”



“งั้นทำไมล่ะ”



“...อยากกอดสาม”



“...ฮะ?” ผมถึงกับนิ่งไปเมื่อได้ยินคำพูดแปลก ประโยคนั่นเหมือนจะไม่ใช่คำตอบของคำถามที่ผมถามไปนะ



“สองวันมานี่สามดูเครียดๆ ผมเลยไม่อยากกวน” จะว่าไปสองวันมานี่ลูก้าก็ไม่ได้เข้ามากอดผมเมื่ออย่างปกติ ตอนแรกนึกว่าร้อนซะอีก...เขาทำเพื่อผมเองสินะ



เพราะรู้ว่าผมกำลังเครียดเรื่องการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้เลยไม่อยากกวน ก็ถูกที่ผมกังวลว่าจะสามารถทำตามแผนที่วางไว้ได้อย่างที่วางไว้รึเปล่า แผนที่วางมีมากที่ไม่สามารถปฏิบัติตามได้เนื่องด้วยปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ซึ่งปัจจัยนั่นมันยิ่งเป็นปัญหาเมื่ออยู่ใต้น้ำ



กระแสน้ำจะแรงรึเปล่า



จะต้องเจอกับไดโนเสาร์ใต้น้ำไหม



และถ้าเจอจะหลบเลี่ยงยังไงให้สามารถทำตามแผนต่อไปได้



ผมคิดหลายอย่างอยู่ในหัวแม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังคงคิดอยู่ ถ้าแผนการพลาดคนที่จะอันตรายที่สุดไม่ใช่แค่ผมแต่เป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษทุกคนที่เข้าร่วมภารกิจ



จะเอาแต่คิดถึงความผิดพลาดไม่ได้ ต้องเชื่อมั่นในตัวเองและเชื่อมั่นในตัวของคู่หูอย่างลูก้า



“พวกเราจะทำได้” ผมพูดพร้อมกับขยับตัวไปกอดอีกฝ่ายแล้วซบหน้าลงกับแผ่นอกนั่นเพื่อขอกำลังใจ



“สาม...”



“เราจะทำมันให้สำเร็จ”



“แน่นอน สำเร็จอยู่แล้ว!” เสียงทุ้มของลูก้าตะโกนขึ้นระหว่างโอบกอดผมแน่น



ไม่จำเป็นต้องคิดถึงสิ่งที่ยังไม่เกิด เพียงทำมันอย่างสุดความสามารถก็พอ และถ้าทำแล้วมันยังมีข้อผิดพลาดผมก็เชื่อว่าสามารถแก้ไขได้ถ้ามีลูก้าอยู่ข้างๆ



ยามแสงสว่างของพระอาทิตย์ส่องสว่างเข้ามาในห้องทั้งและลูก้าต่างลุกขึ้นไปเตรียมตัวโดยไม่มีแม้แต่ความงัวเงีย ทั้งอุปกรณ์ ชุดหรือแม้แต่อาวุธก็ถูกตรวจสอบอีกรอบอย่างรอบครอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขัดข้อง ชุดที่ผมและลูก้าใส่ต่างเป็นชุดดำน้ำที่ถูกคิดค้นขึ้นมาจากของเดิมก่อนหน้านี้โดยเพิ่มความทนทานและความคล่องตัวเมื่ออยู่ในน้ำเข้าไป



เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยพวกเราก็ตรงไปยังเกาะตามแผนการที่วางไว้ น้ำทะเลในช่วงเช้าดูเหมือนเครื่องประดับอันหรูหราที่ทอประกายวิบวับไปจนสุดสายตา ไม่คิดเลยว่าจะมีคนใช้ความสวยงามนี้เพื่อหลบซ่อนและทำสิ่งที่ไม่ควรให้อภัย



“ลูก้า” ผมเรียกคู่หูในชุดดำน้ำด้านหลัง



“อืม ไปกันสาม” ลูก้าพยักหน้าก่อนจะดำลงไปใต้น้ำโดยมีผมว่ายตามไปติดๆ



นาฬิกากันน้ำถูกยกขึ้นมาดูเวลาเพื่อคาดคะเนว่าจะไปถึงที่หมายเมื่อไหร่ แผนการนี้เวลาเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะถ้าสามารถเข้าไปยังอาคารใต้ทะเลในช่วงที่พวกมันกำลังจะขึ้นไปจัดการกับพวกเซโครก็จะสามารถสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นแถมยังลดจำนวนคนที่กลุ่มเซโครต้องรับมืออีก



ผ่านไปสักพักใหญ่ก็เข้าเขตของสถานีขุดเจาะน้ำมันเพียงแต่ผืนน้ำว่างเปล่ากลับปรากฏร่างของโพลิปทิโดอนที่เจอเมื่อครั้งก่อนว่ายพุ่งเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว



กรรรร~



ซวยล่ะ



ลูก้า!



ผมเรียกชื่อของคนที่ดึงผมไปหลบด้านหลังแล้วรับการโจมตีของโพลิปทิโดอนไปเต็มๆ จนลอยไปไกล ผมไม่มีเวลาจะหันไปมองอีกฝ่ายเพราะทันทีที่โจมตีลูก้าเสร็จดวงตาสีดำนั่นก็หันมายังผม สายตาของนักล่าที่กำลังดิ้นรนอย่างทรมาน



กรรรรร~



เสียงครางอันโหยหวนทำเอาผมกำมือแน่น โพลิปทิโดอนไม่ได้อยากล่าเพียงแต่การล่าอาจเป็นวิธีเดียวที่จะระงับความเจ็บปวดที่มี ดวงตาสีน้ำตาลของผมไล่มองตามร่างของโพลิปทิโดอนเพื่อหาสิ่งที่คอยควบคุมเหมือนอย่างดาโกซอรัส ไม่นานสิ่งที่หาก็ปรากฏในสายตา วัตถุสีดำถูกฝังติดอยู่บริเวณใต้ท้องของโพลิปทิโดอน



เห็นแบบนั้นผมก็หยิบอาวุธออกมาแล้วพุ่งเข้าไปหาโพลิปทิโดอนที่คิดจะโจมตีผมเช่นเดียวกับลูก้า แต่มีเหรอว่าผมจะยอมให้ถูกโจมตีง่ายๆ โพลิปทิโดอนมีฟันคล้ายจระเข้ซึ่งคมมากจึงต้องระวังไม่ให้โดน การเคลื่อนไหวในน้ำผมอาจแพ้สิ่งมีวิตที่อยู่ในน้ำเพราะงั้นผมถึงใช้การคาดคะเนตั้งแต่ที่เห็นโพลิปทิโดอนเข้ามาโจมตีว่ามันจะพุ่งมาแล้วไปทางไหนต่อ สิ่งที่ผมทำก็แค่หลบไปอีกทางเท่านั้น



ผมใช้การสังเกตและวิเคราะห์พฤติกรรม จริงอยู่ที่แค่พูดก็ยากแล้วแต่ผมก็ไม่มีทางเลือกนอกจากทำมัน



กรรรรร~



เสียงคำรามของโพลิปทิโดอนเมื่ถูกผมหลบการโจมตีพร้อมจับครีบของมันแน่นแทนหลักยึดแล้วเหวี่ยงตัวเองไปอยู่ใต้ท้องในเวลาอันรวดเร็ว อาวุธสีเงินถูกหยิบขึ้นมาและกรีดลงไปยังบริเวณที่ต้องการ



งี๊ดดดดดด~



ไม่กี่วินาทีร่างของโพลิปทิโดอนก็ดิ้นไปมาโดยที่ในมือผมมีวัตถุสีดำที่ใช้ในการปล่อยกระแสไฟฟ้าและมีกล้องติดอยู่ ตัวจุดชนวนถูกผมจัดการแก้ในเวลาไม่กี่วินาทีเนื่องจากเตรียมตัวมาเผื่อเจอสถานการณ์นี้ล่วงหน้าแล้ว



กรรรรรรร~



เสียงคำรามดังกึกก้องก่อนที่ร่างสีดำเหลือบม่วงขนาดยักษ์จะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วมายังบริเวณที่ผมอยู่ เพียงพริบตาเขี้ยวอันแสนคมกริบก็อ้าออกด้วยขากรรไกรที่สามารถกลืนผมลงท้องได้ในคำเดียว



ลูก้า!



กรรรรรรรร~



ไม่รู้ว่าเพราะเสียงที่ผมตะโกนในใจรึเปล่าร่างสีฟ้าแถบแดงถึงได้พุ่งเข้ามาขย้ำคอของไดโนเสาร์น้ำตัวยักษ์แล้วเหวี่ยงอีกฝั่งแรงๆ ลูก้าในร่างไดโนเสาร์เคลื่อนตัวมาราวกับจะกอดร่างผมไว้ ผมได้แต่ยิ้มแล้วยกมือขึ้นลูบลำคออีกฝ่ายเบาๆ แทนคำขอบคุณ ทว่าไม่มีเวลามากไปกว่านี้ไดโนเสาร์สีดำเหลือบม่วงที่ถูกเหวี่ยงไปกลับมาโจมตีภายในเวลาไม่นาน



ร่างขนาดใหญ่กว่า12เมตรและขากรรไกรขนาดยักษ์ที่สามารถกลืนมนุษย์ตัวใหญ่ๆ ลงท้องได้โดยไม่ต้องเคี้ยว แถมลักษณะฟันอันแสนคมกริบนั่น เป็นสายพันธุ์อะไรไปไม่ได้นอกจากไฮโนซอรัสหนึ่งในไดโนเสาร์ในตระกลูมาโมซอรัสที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

ลูก้าเองก็มียีนของไฮโนซอรัสอยู่เหมือกัน



กรรรรรรร~



กรรรรรรรรรร~



เสียงขู่คำรามสองเจ้าสมุทรทำเอาผืนน้ำโดยรอบสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนผมต้องเข้าไปเกาะคอลูก้าไว้แน่นไม่ให้ปลิวไปไหน

ไม่ได้นะลูก้า



ผมพยายามเอ่ยบอกเพราะถ้าทำมากกว่านี้พวกนั้นต้องสงสัยแน่ ไม่สิ ตอนนี้คงรู้แล้วว่ามีคนบุกเข้ามา



แย่จริง...แบบนี้คงต้องเปลี่ยนแผน



ลูก้า



ผมลูบลำคอสีฟ้าของไดโนเสาร์ตรงหน้าเบาๆ แทนประโยคมากมายที่ต้องการจะสื่อ เครื่องออกซินขนาดพกพาถูกหยิบมาใช้เนื่องจากอากาศเริ่มน้อยลงทุกที



งี๊ดดดดดด~



ลูก้าตอบรับสัมผัสราวกับรู้ถึงสิ่งที่ผมต้องการจะบอก ร่างสีฟ้าแถบแดงพุ่งเข้าหาไฮโนซอรัสที่อ้าปากขนาดใหญ่รออยู่ ผมอาศัยโอกาสที่ไฮโนซอรัสกำลังสนใจลูก้าว่ายเข้าไปใกล้และจัดการวัตถุสีดำที่อยู่บริเวณส่วนหางที่สะบัดไปมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีเงินของลูก้าเหล่มองเล็กน้อย เมื่อเห็นผมพยักหน้าลูก้าโจมตีใส่ไฮโนซอรัสด้วยการว่ายวนไปรอบร่างของไฮโนซอรัสจนเกิดเป็นน้ำวนลูกย่อมๆ



ลูก้า ไม่มีเวลาแล้วรีบไปกัน



ผมสัมผัสยังส่วนปากอันเต็มไปด้วยคมเขี้ยวของลูก้าอย่างไม่เกรงกลัวพร้อมกับชี้ลงไปด้านล่างของมหาสมุทรแห่งนี้ ลูก้าพยักหน้ารับก่อนจะดำน้ำลงไปด้านใต้ด้วยความเร็วที่ทำเอาผมหลุดจากคอมาอยู่ยังส่วนหลังที่มีแรงต้านของน้ำน้อยกว่า



ด้วยความที่เป็นร่างของไดโนเสาร์ทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่นั้นเทียบกับร่งมนุษย์ไม่ติด เวลาที่จับเมื่อครั้งก่อนที่มาถูกทำลายไปอย่างขาดลอย ไม่ถึงยี่สิบนาทีก็มาถึงยังอาคารใต้มหาสมุทร ผมลงจากหลังลูก้าโดยที่หยิบระเบิดขนาดย่อมไปติดยังตัวอาคารแล้วทำการระเบิดทว่าแรงระเบิดนั้นกลับไม่สร้างความเสียหายเท่าที่ควร



สมแล้วที่กล้าสร้างอาคารใต้น้ำ...กำแพงหนามาก สงสัยคงต้องเปลี่ยนเป็นกระจกแทนแล้วสิ



เมื่อคิดได้แบบนั้นผมก็เปลี่ยนเป้าหมายไประเบิดกระจกด้านข้างแทนแต่กระจกที่ควรจะแตกกลับมีเพียงรอยร้าวเท่านั้น ภายในอาคารด้านในตอนนี้มีกลุ่มคนกำลังวิ่งเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ



รู้ตัวแล้วจริงๆ ด้วย



แต่เอาเถอะถือว่าผมล่อพวกมันได้ละกัน ต่อไปก็เหลือแค่จัดการ



ลูก้า!



ผมหันไปสบดวงตาสีเงินก่อนจะมองกลับมายังรอยเร้าของกระจก แค่นั้นก็เพียงพอให้ลูก้าเข้าใจ ร่างไดโนเสาร์ขนาดยักษ์ว่ายไกลออกไปจากตัวอาคารสร้างความงุนงงให้แก่คนภายใน แต่งงได้ไม่นานดวงตาของพวกเขาก็เบิกกว้าเมื่อไดโนเสาร์ร่างใหญ่พุ่งชนกระจกบริเวณที่มีรอยร้าวจนแตก เพราะพุ่งเข้ากระแทกเต็มแรงลูก้าเลยหลุดเข้าไปอยู่ในตัวอาคารทั้งที่อยู่ในร่างของไดโนเสาร์ ผมเองก็ตามเข้ามาติดๆ เช่นกัน



กริ๋งงงง~



ตึง!



เสียงสัญญาณเตือนฉุกเฉินดังขึ้นก่อนที่พนังขนาดใหญ่จะตกลงมาปิดยังบริเวณที่มีน้ำทะลักเข้ามา เป็นอย่างที่คิด...มีระบบรักษาความปลอดภัยดีจริงๆ ออกซิเจนพกพาถูกทิ้งลงพื้นเมื่อหมดประโยชน์ ผมยืดกล้ามเนื้อแขนพอเป็นพิธีพลางมองไปยังเจ้าของพื้นที่ที่ถืออาวุธจ่อมาทางผมด้วยร่างกายสั่นๆ



คงจะตื่นกลัวพอดูเลยล่ะ



“แกเป็นใคร!” หนึ่งในนั้นตะโกนถาม



“เห็นเขาแล้วยังไม่รู้อีกเหรอ” ผมถามกลับระหว่างที่ชี้ไปยังร่างไดโนเสาร์ของลูก้า ไม่ใช่ว่าผมไม่ห่วงลูก้าหรอกนะแต่ด้วยแรงกระแทกระดับแค่นั้นไม่กระเทือนผิวหรอก



“ไดโนเสาร์นั่นเป็นพวกแกสินะ อยู่บนบกแบบนี้ทำอะไรไม่ได้ ยิงเลย” อยู่ๆ พวกมันก็เล็งปืนไปทางลูก้าแล้วระดมยิงจนฝุ่นคลุ้ง



“ลูก้า!” ผมตะโกนเรียกพลางโยนเสื้อสำลองในกระเป๋าส่งไปให้ เมื่อกลุ่มควันเริ่มจางไปลูก้าในร่างมนุษย์ก็เดินมาหาผมทั้งๆที่มือยังติดกระดุมเสื้ออยู่ ฝ่ายที่ระดมยิ่งต่างก็อ้าปากค้างกันเป็นแถว



“กางเกงล่ะ”



“อยู่นี่ๆ ” ผมยื่นกระเป๋าไปให้ลูก้าหยิบกางเกงได้สะดวก



“ทะ...ทำไมไดโนเสาร์มันหายไปแล้วไอ้หมอนี่ถึง ไม่สิ หรือว่าจะเป็นไดโนเสาร์กลายพันธุ์?!”



“พึ่งรู้เหรอ” ผมส่งยิ้มเย็นๆ ไปให้ระหว่างรอลูก้าใส่กางเกง



สีหน้าตื่นตกใจและหวาดกลัวนั่นไม่ทำให้ผมสงสารเท่าเหล่าไดโนเสาร์ที่ถูกบังคับให้ต้องต่อสู้เลยสักนิด ยิ่งหันไปมองโหลทดลองที่มีร่างของสิ่งที่ไม่อาจเรียกว่ามนุษย์หรือสัตว์ได้ก็ยิ่งทำให้โมโหมากขึ้นไปอีก ไดโนเสาร์หลายสายพันธ์ถูกแช่ไว้ในสภาพไร้ชีวิตเช่นเดียวกับร่างของสิ่งมีชีวิตคร่งมนุษย์และไดโนเสาร์ที่เรียงติดกันเป็นแถว



“สาม...เอายังไงต่อ” ลูก้าเดินมาถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเหมือนอย่างปกติ



“พวกเซโครคงกำลังจัดการข้างบน งั้นเราก็จัดการข้างล่างไล่ขึ้นไปละกัน”



“แกคิดว่าจะผ่านพวกเราไปได้รึไง!” เสียงของหนึ่งในกลุ่มตรงหน้าดังขึ้น อาวุธปืนหลายกระบอกถูกเล็งมาอีกรอบ



“ผ่านได้สิ เนอะลูก้า”



“อืม ได้อยู่แล้ว”



“แก...ยิงเลย!”



ปัง! ปัง! ปัง!



ปืนหลายสิบกระบอกถูกยิงติดๆ กันราวกับมีกระสุนไม่จำกัด ถ้าคิดว่าผมจะหลบกระสุนได้เหมือนพระเอกหนังบู๊ก็ผิดถนัด ถึงจะยิงมามั่วๆ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสโดน ผมไม่เสี่ยงขนาดหลบกระสุนนับสิบซึ่งเล็งเป้ามาเลยใช้โต๊ะที่กลิ้งอยู่ไม่ไกลแทนเกาะกำบัง แล้วโชคเล็กน้อยเพราะโต๊ะดันเป็นเหล็กเลยยิงไม่ทะลุแค่บุบเท่านั้น



“ลูก้า จำที่บอกได้นะ” ผมหันไปถามย้ำอีกรอบ



“ได้น่า ไม่ลงมือถึงขนาดตายหรอก”



“ดี ไปจัดการให้เสร็จเถอะ” ผมพยักหน้าวยรอยยิ้มที่ลูก้ายังจำได้



จะโกรธหรือโมโหในการกระทำมากแค่ไหนแต่ก็ไม่ต้องการจะฆ่าหรืออยากให้ใครต้องตาย



“อืม”



พวกเราหยุดการสนทนาลงแค่นั้น กระสุนที่หยุดยิงเหมือนเป็นสัญาณให้ทั้งผมและลูก้าต่างพุ่งไปยังกลุ่มศัตรูตรงหน้าพร้อมประเดิมด้วยหมัดตรงจนคนหน้าสุดหงายหลังล้มลงไป เมื่อเห็นว่าผมเข้ามาประชิดอีกฝ่ายก็ควักมีดออกมาจ้วงแทงเพียงแต่ผมไม่รอให้มีดนั่นได้เข้ามาในระยะแทงง่ายๆ เลยจัดการใช้เท้าถีบจนร่างนั้นกระเด็นไปกองอยู่บนพื้น



“ตายซะเถอะแก!” เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกับหมัดตรงเฉียดหน้าผมไปเพียงไม่กี่มิล



“ขอคืนคำนั้นให้ละกัน” ผมตอบแทนหมัดที่เกือบโดนหน้าโดยการใช้ศอกกระแทกไปยังใบหน้านั่นแล้วปิดฉากด้วยเข่าลอย ศัตรูหลายสิบคนถูกจัดการทั้งหมดภายในไม่กี่นาที ผมและลูก้าต่างก็ไม่มีบาดแผลอะไรมากนอกจากถลอกเล็กน้อย เคลื่อนไหวบนบกนี่ง่ายกว่าในน้ำจริงๆ ด้วย



“สามจะไปไหน” ลูก้าเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าผมไปขึ้นบันไดไปยังชั้นผมแต่เดินไปยังห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแทน ห้องว่างขนาดำม่ใหญ่นักมีทางเชื่อมลงไปด้านล่างซ่อนอยู่ในมุมอับอีกที



“ผมสังหรณ์อะไรนิดหน่อยน่ะ”



“สังหรณ์?”



“อืม” ด้วยจำนวนตนที่พวกเราปะทะไปน่าจะเกือบครึ่งได้ ดังนั้นที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเซโครและคนอื่นๆ ได้ ทักษะของแต่ละคนที่มานั้นไม่ธรรมดา การจะทำงานในหน่วยปฏิบัติการณ์พิเศษได้ไม่ใช่ทักษะหรือความเชื่อใจแต่ต้องมีทั้งไหวพริบและการจัดการสถานการ์ที่ดี แค่กลุ่มคนติดอาวุธคงเอาไม่อยู่หรอก



ปัง!



ประตูบานขาวถูกเปิดด้วยแรงถีบ เพราะถูกล๊อคเอาไว้ด้วยฟ้าผมเลยใช้อาวุธตัวเองจัดการกับแผงวงจรทำให้บานประตูสามารถเปิดออกได้ง่ายๆ  ภายในห้องเป็นอย่างที่ผมสังหรณ์ เครื่องมือการทดลองอันล้ำสมัยถูกรวบรวมอยู่ในห้องขนาดใหญ่ที่มีคนหน้าตาขี้โรคในชุดขาวกำลังทดลองสิ่งมีชีวิตในโหลแก้วสีเขียวโดยการต่อสายอะไรบางอย่างเข้าไปในร่างที่เหมือนไร้ชีวิต ร่างภายในนั้นคงเป็นร่างที่ถูกตัดต่อพันธุกรรมระหว่างมนุษย์กับไดโนเสาร์สินะ



“อ๊ากกกกก~” เสียงกรีดร้องของร่างภายในทำเอาคนฟังอย่างผมชาวาบไปทั้งตัว  ช่างเป็นเสียงที่ทั้งเจ็บปวดและทรมานเหลือเกิน



“แกเข้ามาได้ยังไง!” นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งตะโกนเสียงดังก่อนจะกดปุ่มสีแดงที่อยู่ไม่ไกล สัญญาณฉุกเฉินดังขึ้นในโทนเสียงที่ต่างจากเดิม คาดว่าคงกำลังเรียกคนให้มายังห้องนี้



“ลูก้า จัดการคนที่จะเข้ามาให้หน่อย”



“ได้ แล้วสามจะทำอะไร....”



“ถ้าไม่จัดการสักหน่อยผมคงไม่หายหงุดหงิด” ผมตอบพลางเดินไปเผชิญหน้ากับนักวิทยาศาสตร์ที่อยู่ใกล้ที่สุด สายตาของผมคงจะน่ากลัวมาอีกฝ่ายถึงก้าวถอยหลังไปแบบนั้น



“กะ...แกจะทำอะไร”



“ขอถามคำถามนั้นกลับไปเลยละกัน พวกคุณคิดจะทำอะไรถึงได้ทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้กัน!” ผมตะโกนเสียงดังอย่างเหลืออด



“แกจะมารู้อะไร พวกฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงแต่กลับโดนไอ้นักวิทยาศาสตร์ปัญญาอ่อนตัดหน้าสร้างไดโนเสาร์ขึ้นมาแถมยังสร้างไดโนเสาร์กลายพันธุ์ขึ้นมาอีก ใครจะยอมให้มันเป็นที่หนึ่งกันล่ะกะไอ้แค่ไดโนเสาร์ผสมมนุษย์พวกฉันทำได้อยู่แล้ว จะได้รู้ว่าใครคือนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งที่สุด ไอ้พวกที่กล้ามาเหยียบย่ำศักศรีของนักวิทยาศาสตร์ฉันจะจัดการมันให้หมด!”



“คนที่เหยียบย่ำศักศรีของนักวิทยาศาสตร์อยู่ก็คือพวกคุณต่างหากล่ะ รู้ไหมว่าการโคลนมนุษย์มันเป็นโทษร้ายแรงขนาดไหนแต่นี่ยังคิดสร้างไดโนเสาร์กลายพันธุ์อีก!”



“แล้วไอ้มนุษย์กลายพันธ์นั่นไม่ไม่ใช่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมารึไง ถ้าจะโทษก็ไปโทษไอ้ฟราซิสมันสิ!” อีกฝ่ายยังคงเถียงด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว



“จริงอยู่ที่เขาถูกสร้างขึ้นแต่การสร้างนั้นไม่ได้ทำให้ใครต้องเจ็บปวด ไม่เหมือนกับสิ่งที่พวกคุรทำตอนนี้สักนิด ด็อกเตอร์ฟรานซิสสร้างไดโนเสาร์กลายพันธุ์ขึ้นมาเพื่อลดการตายของมนุษย์ แต่สิ่งที่พวกคุณทำคือกำลังทรมานชีวิตของสิ่งที่ให้กำเนิดขึ้นมาอย่างไม่ใยดี พอใช้ไม่ได้ก็ละเลย พอตายไปก็สร้างใหม่ เคยเห็นใจพวกเขาที่ต้องเกิดมาและตายไปอย่างทรมานบ้างรึเปล่า!” ผมตะโกนออกไปอย่างเหลืออด อย่ามาโยนความผิดให้คนอื่นทั้งที่ตัวเองเป็นคนทำสิ



“ใครจะไปสนวัสดุในการทดลองเล่า...”



ผั๊วะ!



ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบประโยคผมก็จัดการปล่อยหมัดใส่หน้าโดยไม่ออมแรงเหมือนอย่างทุกที นักวิทยาศาสตร์ที่อยู่แต่ในห้องทดลองพอเจอหมัดเข้าไปก็สลบเหมือดทันที



“พวกเขาไม่ใช่วัสดุในการทดลอง คนที่ไม่เห็นค่าของชีวิตไม่มีสิทธิ์เรียกตัวเองว่านักวิทยาศาสตร์หรอก” นักวิทยาศาสตร์คือผู้สร้างสรรค์ เป็นผู้ที่จะให้สิ่งใหม่ๆ แก่โลกเพื่อให้โลกดำเนินต่อไปในทางที่ดีขึ้นไม่ใช่ตกต่ำลง



“สาม!”



“ลูก้า...” พอนึกได้ว่าปล่อยลูก้าให้จัดการคนเดียวผมก็เตรียมจะหันไปช่วยทว่าศัตรูที่บุกมากลับนอนสลบอยู่ตามพื้นจนไม่เหลือแม้แต่คนเดียว



“ก็ว่าอยู่ว่าทำไมช้า ที่แท้มาอยู่นี่เองเหรอทรี” หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษเดินเข้ามาพร้อมคู่หูที่ตามมา ดูจากภายนอกเซโครแทบไม่ได้รับบาดเจ็บเลย ท่าทางเองก็ดูสบายๆ ด้วย



“โทษทีที่ไม่ได้ขึ้นไปช่วย”



“ไม่เป็นไรหรอกด้านบนจัดการไปเกือบหมดแล้วไม่มีอะไรต้องกังวล อีกอย่างถ้าทรีไม่ชกผมอาจเป็นคนชกเองก็ได้”



“ฟังอยู่สินะ” ผมถามกลับ



“ใช่”



“เราจะช่วยอะไรพวกเขาได้บ้างไหม” ผมถามพลางมองไปยังโหลแก้วที่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ภายในด้วยใบหน้าเศร้าๆ



“...สิ่งเดียวที่ทำได้คือทำพวกเขาจากไปอย่างสงบ”



“...อืม” ผมเองก็คิดแบบนั้น พวกเราไม่อาจทำอะไรได้กับสิ่งที่ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว ในสภาพที่ไม่อาจเรียกได้ทั้งสัตว์และมนุษย์ การอยู่ต่อมีแต่จะยิ่งทำให้ทรมาน



“นี่เซโคร” ผมเรียกเบาๆ



“อะไร”



“ให้ผมช่วยทำให้พวกเขาจากไปอย่างสงบเถอะนะ”



“เข้าใจแล้ว เราจะช่วยกัน”



“ขอบคุณ”



“ผมสิต้องขอบคุณ ภารกิจสำเร็จอย่างงดงาม...ผมขอไปตรวจพื้นที่ก่อนนะ”



“อืม มีอะไรก็เรียก อ้อ...คงไม่ต้องมั้ง” ฝีมือต่างกันเกินไปแค่เซโครก็จัดการได้สบายๆไม่ต้องให้ใครช่วยหรอก อีกอย่างคงเหลือศัตรูอยู่ไม่มากแล้วด้วย



“แล้วเจอกัน”



“อืม” พูดจบเซโครก็เดินออกไปจาห้องปล่อยผมให้อยู่ในห้องเงียบๆ นักวิทยาศาสตร์ที่เหลือต่างก็ตัวสั่นงกๆด้วยความกลัว



หมับ!



“สาม” แขนทั้งสองข้างโอบกอดร่างผมพร้อมกระซิบเรียกอย่างอ่อนโยน



“ลูก้า...” ผมเงยหน้าขึ้นไปสบกับดวงตาสีเงินด้วยความเศร้าที่ตัวเองไม่อาจช่วยอะไรได้นอกจากทำให้พวกเขาไปอย่างสงบเท่านั้น ผมเข้าใจแต่ก็อดไม่ได้ที่จะเศร้า



“ไม่เป็นไร ผมอยู่กับสาม...จะอยู่กับสามไม่ว่าเมื่อไหร่ เพราะงั้นไม่ต้องอดกลั้นต่อหน้าผมหรอกนะ” น้ำเสียงอ่อนโยนยามกระซิบข้างใบหูช่างส่งผลต่อจิตในอย่างมหาศาล น้ำตาที่กลั้นไว้ค่อยๆ ไหลลงอาบแก้ม ผมปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาโดยที่มีลูก้าโอบกอดอยู่จนความเศร้าที่มีลดลงไปมาก



“ขอบคุณ...ลูก้า”



หลังจากจบเรื่องฝ่ายวิทยาศาสตร์ขององค์กรดอร์วูก็เข้ามายังห้องทดลองแห่งนี้และได้จัดการทุกอย่างจนเรียบร้อย ผมเองก็ได้มีส่วนร่วมเช่นกัน การกระทำอันผิดกฏหมายนี้ถูกไต่สวนและสืบสายจนได้รู้ว่ามีนักการเมืองกลุ่มหนึ่งหนุนหลังให้กับการทดลองนี่โดยหวังผลกำไรจากการขายไดโนเสาร์กลายพันธุ์ที่สร้างสำเร็จ เหตุผลบ้าๆ นั่นทำเอาหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษอย่างเซโครถึงกับเหวี่ยงหมัดใส่คนพวกนั้นเรียงตัว 



จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ผมคิดว่าเราควรมีกฎหมายเกี่ยวกับไดโนเสาร์ขึ้นมาสักที ไม่ใช่แค่เพื่อปกป้องเหล่าไดโนเสาร์แต่เป็นการลดปัญหาหลายๆอย่างที่จะตามมาไม่ว่าจะเป็นการทดลองผิดกฏหมายหรือการลักลอบค้าสัตว์ เพียงแต่มันคงไม่ง่ายที่จะทำมันเท่านั้นเอง



อำนาจอันน้อยนิดของผมมันไม่เพียงพอที่จะทำความคิดนั้นให้สำเร็จได้


.........................................................


มาต่อแล้วค่ะ


ช้าไปนิด(ความจริงก็ไม่นิด)


สารภาพตรงๆ ว่ากะจะอัพตั้งแต่เมื่อคืนแต่มีธุระยุ่งกว่าจะนึกออกก็ก่อนนอนซะแล้ว


เรื่องราวอาจดูจบง่ายเกินไปซึ่งช่วงท้ายของภาคนี้เราวางให้เป็นตัวเกริ่นสำหรับภาคต่อไป(ที่คงอีกสักระยะเลยกว่าจะได้อัพ)


ขอบคุณทุกคนที่คอยติดตามให้กำลังใจมาเสมอนะคะ


ตอนหน้าจะเป็นตอนสุดท้ายแล้ว ขอฝากลูก้าและสามไว้ในอ้อมอกด้วยนะคะ


ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้า


บ๊ายบายค่ะ


nicedog


♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 318 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

699 ความคิดเห็น

  1. #576 Ainaemoroe (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 00:25
    ก็คือร้องไห้ตาม
    สงสาร สร้างมาพอใช้ไม่ได้แล้วก็ทิ้งกว่าจะจากไปก็ทรมาน
    #576
    0
  2. #572 mingdaya (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 10:18
    อันนี้ร้องให้ตามจริง
    #572
    0
  3. #505 Fang_Usanee (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 22:48
    รออยู่ทุกวันเลยนะค่ะ 🐤🐤🐤
    #505
    0
  4. #504 黒くん (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 15:11
    ตืดตามมเราตามมาทุกภาคค
    #504
    0
  5. #503 aom051 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 14:46
    ตอนหน้าจะจบแล้ววว ไม่น้าาา
    #503
    0
  6. #502 ความรัก (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 19:46

    ภาคต่อ!!!! ไรท์! หนูจะบูชาไรท์ขึ้นหิ้งเลยยยยยยยยยย

    #502
    0
  7. #501 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 17:01
    รู้สึกใจหายอะที่จะจบแล้ว.....แล้วก็ดีใจที่มีต่อนะ~~~เย้ๆ // ยากนะที่จะ “รุก” ลูก้านะสาม~~ ไม่มีทางสะหรอก555
    #501
    0
  8. #500 H i k a w a (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 16:22
    สามยังหวังจะล้มลูก้าอีกเหรอ...
    ตอนหน้าจบแล้ว แงงงง ตอนนี้บู๊รัวๆ+ยาวมากๆเลยค่า จุใจสุดๆ
    มีภาคต่อด้วย เย้~
    #500
    0
  9. #499 Hazel1A (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 16:20
    ดีใจที่มีภาคต่อนะคะ เย้! ยังอยากอ่านอีกเรื่อยๆ ค่า สนุกมากๆ
    #499
    0
  10. #498 .pop (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 10:59
    โอวววว จะมีภาคต่อด้วยๆ อยากรู้แล้วว่าจะเป็นไดโนเสาร์แบบไหน!
    #498
    0
  11. #497 bire0032 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 21:37
    ชอบมากกก น่ารักอ้ะชอบนิสัยนายเอกแบบนี้สุดๆเลยยยย
    #497
    0
  12. #495 Kon--Kon (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 18:23
    เห็นคู่ภาคต่อไปแย้ววว
    #495
    0
  13. #494 mook829 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 16:37
    กริ๊ดดดชอบความน่ารักของสามทำไมไม่อยากเป็นรับละลูก5555555
    #494
    0
  14. #493 Lalaland332221 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 16:17
    รอออออออ
    #493
    0
  15. #492 Lalaland332221 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 16:17
    รอออออออ
    #492
    0
  16. #491 pcard (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 15:44

    จัดการได้เร็วมากๆ เป็นทีมที่เก่งจริงๆ :)
    #491
    0
  17. #490 SOUL (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 15:41
    เย้~ มีครบรสเลยจริงๆตอนนี้
    #490
    0
  18. #489 sakura33 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 15:30

    ขำความที่สามไม่อยากเป็นฝ่ายรับ5555
    #489
    0
  19. #488 Smuffy (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 14:22
    สุดยอดดดด ชอบมกากกกกก
    #488
    0
  20. #487 Minipan1997 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 14:17
    ว้ายยยยย คิดถึงจังเลยค่ะ
    ในที่สุดไรท์ก็มาเเล้ว ตอนนี้มีความหลายอารมณ์มากเลยค่ะ ทั้งบู๊ ทั้งหวาน ทั้งฮา ว่าแต่ หัวหน้าฝ่สยไทยนิจะเป็นตัวละครในภาคต่อหรือป่าวคะ จำไม่ได้แล้วค่ะ ว่าออกมาตอนไหหน หรือไม่เคยออก5555 อาจยังมีคำผิดบางตำแหน่งนะคะ
    จะคอยติดตามเสมอๆนะคะ ขอบคุณค่ะ
    #487
    0
  21. #486 Pangfun19 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 14:16
    โอ๊ยยยย ชอบความขี้แกล้งของเซโครกับสามจริงๆเลยคะ555
    #486
    0
  22. #485 Varencia (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 13:54

    ชอบบบบบบบ
    #485
    0