-จบ-◈Jurassic Foster◈ กลายพันธุ์รัก ใต้ธารา

ตอนที่ 22 : ◈ธาราที่21◈

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,805
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 336 ครั้ง
    4 ส.ค. 61

◈ธาราที่21◈





“มาช้านะเซโคร” หัวหน้าฝ่ายวิจัยและดูแลสัตว์น้ำอย่างผมยืนเท้าเอวอยู่หน้าเรือเงยหน้ามองหนึ่งในผู้นำระดับสูงขององค์กรอดอร์วูด้วยใบหน้านิ่งๆ


ตอนนี้ผมมีเรื่องที่อยากจะถามความคิดเห็นอยู่มากมายเต็มหัวไปหมดตั้งแต่กลับจากภารกิจเมื่อวาน หลายสิ่งหลายอย่างมันสะกิดใจผมอยู่ และต้องการจะหาคำตอบมันด้วย


“ผมก็รีบสุดๆ แล้วทรี ภารกิจผมพึ่งเสร็จเมื่อคืนเอง” เซโครเดินลงเรือมาด้วยใบหน้างัวเงีย คาดว่าคงเพราะนอนไม่พอหลายวันติด ด้านหลังของเซโครมีคู่หูและคนรักอย่างยูทาร์ตามมาติดๆ


“ไหวไหม ไปนอนพักก่อนก็ได้นะ”


“ไม่เป็นไร เรื่องด่วนไม่ใช่เหรอ บอกให้เล่าเมื่อวานก็ไม่ยอม” ก็จริงที่เซโครบอกให้ผมอธิบายสถานการณืแต่ผมคิดว่าพูดทางโทรศัพท์มันไม่ดีเท่ามาเจอกันตรงๆ แบบนี้


“อยากให้นายมาเห็นด้วยตามากกว่า”


“...ท่าจะเรื่องใหญ่สินะ” เหมือนเซโครจะพอเดาได้


“ผมคิดว่ามันใหญ่สุดๆ เลยล่ะ” ถึงไม่แน่ใจเท่าไหร่ก็ตาม


“รีบไปกันเถอะ แล้วลูก้าเป็นไงบ้าง” ระหว่างเดินไปยังศูนย์วิจับเซโครก็หันมาถามผม


“สบายดี ตอนนี้คงกำลังดำน้ำเล่นอยู่ตรงหน้าผานั่น” ผมบอกพลางชี้ไปยังหน้าผาที่อยู่ทางขวามือซึ่งไหลจากตรงนี้มากพอดู


ที่นั่นกลายเป็นอาณาเขตของลูก้าโดยสมบูรณ์ไปเรียบร้อย ก่อนหน้านี้เขาอาจนั่งรอผมอยู่ในห้องวิจัยแต่ตอนนี้เปลี่ยนมาดำน้ำรอผมแทน ซึ่งก็ดีเพราะผมเชื่อว่าการอยู่ในน้ำมันทำให้ลูก้ารู้สึกสบายใจที่สุดแล้ว ที่น่าห่วงก็มีแค่การที่ลูก้าชอบน้ำไปลึกแล้วนั่งเล่นอยู่ตามโขดหินเป็นชั่วโมงโดยไม่ขึ้นมาหายใจต่างหาก


ร่างมนุษย์ไม่เหมือนไดโนเสาร์ที่สามารถหายใจในน้ำได้ ถึงจะให้พกออกซิเจนพกพาไว้ก็เดาได้ว่าไม่มีทางหยิบออกมาใช้แน่ๆ


“นึกว่าจะตัวติดกันกว่านี้ซะอีก”


“แค่นี้ก็ติดจนไม่รู้จะติดยังไงแล้ว” ถ้าไม่นับช่วงที่ลูก้าดำน้ำเล่นก็อยู่ติดกับผมแทบตลอดเวลา


“แต่ก็ไม่ได้ไม่ชอบนี่” เซโครมองผมยิ้มๆ


“รู้ทันจังนะ...” ก็สมกับเป็นเซโครอยู่หรอก


“เป็นแฟนกันแล้ว?”


“ฮะ? ใครบอก” ผมหันควับไปมองหน้าเซโครด้วยน้ำเสียงตื่นๆ


“ว่าแล้วเชียว”


“เซโคร” นี่แกล้งถามเพื่อดูปฏิกิริยากันชัดๆ


“ทรีน่ะดูออกง่ายจะตายไป”


“ชิ...”


“การมีลูก้าอยู่ดูจะทำให้ทรีมีความสุขนะ”


“...ก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะ” ชีวิตที่อยู่แต่กับการทดลองและเหล่าสัตว์น้ำมาตลอดไม่ใช่ว่าไม่มีความสุขเพียงแต่การที่มีลูก้าเข้ามามันเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายไป ผมอยากจะมีสักคนที่อยู่เคียงข้างกันไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน


คนที่ยอมรับในตัวผมที่เป็นผม ลูก้าเป็นคนนั้น...เป็นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้


“ดีแล้ว แต่ยังไงก็ออมมือหน่อยก็ดีมั้ง ได้ข่าวมาว่าจับเขาทุ่มเลยนี่” เซโครหลุดขำออกมาเล็กน้อยเมื่อพูดถึง


“ไปรู้มาจากไหนน่ะ”


“กล้องวงจรปิดในห้องวิจัย”


“นั่นถือเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวนะเซโคร อีกอย่างผมไม่ผิดสักหน่อยใครให้เขามาทำบ้าๆ ตอนผมกำลังทำการทดลองอยู่เล่า!” เรื่องที่เซโครพูดถึงคงเป็นเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนที่ผมเข้าไปทำการทดลองแต่กลับถูกลูก้ากอดหมับจากด้านหลังแล้วคลอเคลียด้วยการพรมจูบตามลำคอจนคนรอบๆ ทำหลอดทดลองตกแตกกันเป็นแทบ ด้วยความเขิน โกรธและอายผมก็เลยจัดการทุ่มอีกฝ่ายลงพื้นอย่างไม่ตั้งใจ


อ่า...ก็ตั้งใจอยู่ละนะ


“ถ้าไม่ใช่ลูก้าคนคนนั้นอาจเข้าโรงพยาบาลไปแล้วมั้ง”


“...ก็คงใช่ ไดโนเสาร์กลายพันธุ์นี่ชอบคลอเคลียเหรอ” ผมถามกลับพลางมองไปยังยูทาร์ที่เดินอยู่ข้างเซโคร ดูจากบุคลิกไม่น่าจะขี้อ้อนหรือคลอเคลียขนาดลูก้า


“ส่วนมากก็ใช่ มันเป็นเหมือนสัญชาตญาณของสัตว์น่ะ ยิ่งกับคนที่ชอบหรือรักก็จะยิ่งอยากคลอเคลียด้วยเป็นเรื่องปกติ”


“ฮืม...แปลว่ายูทาร์เองก็เป็นเหมือนกันสินะ”


“อย่าให้พูด ยูทาร์น่ะนะทั้งคลอเคลียทั้งออดอ้อนสุดๆ ”


“ทำหน้าดีใจนะเซโคร” ผมมองหน้าเพื่อนสนิทที่ส่งยิ้มกลับมา


“ทรีไม่คิดว่าน่ารักเหรอ”


“...คิดสิ” ภาพของผู้ชายหล่อที่สาวเห็นเป็นต้องกรี๊ดกลับมาคลอเคลียด้วยท่าทางเหมือนลูกโลมาตัวน้อยๆ


น่ารักจะตาย


“แต่ก็น่ารักแค่ตอนนั้นล่ะนะ อย่าให้ลูกหมาเปลี่ยนเป็นหมาป่าละกัน”คำพูดนั่นเหมือนคำเตือนชอบกลแฮะ


“เพราะมีประสบการณ์มาก่อนงั้นสิ”


“อืม ยังไงทรีก็สู้แรงลูก้าไม่ได้อยู่แล้ว”


“ใครจะรู้เรื่องนั้นล่ะ” มันยังไม่แน่สักหน่อย


“เตรียมใจไว้หน่อยก็ดีนะ” พูดจบก็ตบไหล่ผมเบาๆ


“เตรียมอะไรอะไรเซโคร บอกแล้วไงว่าไม่ยอมง่ายๆ หรอกน่ะ”


“มันไม่เกี่ยวว่าจะยอมหรือไม่ยอมหรอกนะ ฤดูติดสัดก่อนหน้านี้ก็น่าจะดาได้นี่ อย่างทรีไม่ปล่อยให้เขาทรมานอยู่แล้ว”


“ไม่ต้องมาทำเป็นรู้ดีเลย” ผมไม่ปฏิเศษหรอกนะว่าไม่อยากเห็นใบหน้าเหมือนกำลังอดกลั้นและทรมานของลูก้าแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะยอมนี่


พวกเราเดินมาถึงห้องวิจัยที่มีเหล่าลูกน้องผมกำลังง่วนกับการอ่านเอกสารอยู่ เมื่อเห็นหน้าผมพวกเขาไม่ตกใจเท่าหน้าของเซโครพ่วงด้วยยูทาร์ที่ตามหลังมา


“นั่นมันหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่มากด้วยความสามารถ ด็อกเตอร์ไทรแอสสิก เบนซ์ ฟงเซ่นี่นา!” พี่พลพูดชื่อเต็มยศจนเซโคถึงกับเลิกคิ้วเล็กน้อย


“ไม่มีเวลาให้ทักทายหรอกนะ กลับไปทำงานของตัวเองได้แล้ว” ผมบอกแกมสั่ง


“โหย ด็อกเตอร์อย่าใจร้ายสิ ให้เราได้ทักทายแลกเปลี่ยนความรู้หน่อยเถอะ” พี่พลบอก


“จริงด้วยๆ ด็อกเตอร์ไทรแอสสิก เห็นว่าคุณจบการเพาะพันธุ์มาเหมือนสามใช่ไหม” ยุเองก็เดินไปหาเซโครพลางเอ่ยถาม


“ใช่ ผมกับทรีสนิทกันมากเลยล่ะ”


“งั้นพอจะรู้ไหมว่าทำไมการเพาะพันธุ์ถึงต้องอาศัยการตัดต่อยีนของสิ่งมีชีวิตใหม่ๆ ขึ้นมาถึงได้มีรูปร่างแต่งต่างกันทั้งที่ยีนหลักที่ใช้ส่วนมากก็เหมือนกันทั้งนั้น โอ๊ะ เพราะดีเอ็นเอที่สกัดออกมาจากฟอซซิลเหล่านั้นมันเป็นตัวแปรในการเปลี่ยนแปลงรูปร่างนั้นสินะ แต่การทำอย่างนั้นก็แปลว่ามันจะเป็นเพียงรูปลักษณ์ที่ผ่านกระผสมขึ้นไม่เหมือนของจริงในอดีต...นั่นแปลว่า...”


“ยุ...โทษทีนะแต่ผมคงต้องขอตัวของเซโครไปก่อนล่ะ” ผมพูดขัดยุแล้วคว้าแขนเซโครเดินเข้าไปยังห้องทดลองด้านในสุด


“ยูทาร์ไปอยู่กับลูก้าก็ได้นะ เดี๋ยวเสร็จแล้วผมจะไปหา” เซโครตะโกนบอกระหว่างถูกผมพาเดินเข้ามา


“เข้าใจแล้วเซโคร”


ผมพาเซโครเดินเข้ามายังห้องทดลองด้านในสุดของห้องวิจัย ภายในห้องทดลองนี้ก็คล้ายกับห้องทดลองที่เหลือเพียงแต่ห้องนี้จะเป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ส่วนมากที่ใช้ห้องนี้คือการชันสูจสัตว์ที่ตายแล้ว ความจริงการชันสูจเป็นหน้าที่ของทีมแพทย์แต่ส่วนมากผมจะขอให้พวกเขามาทำกันที่นี่เพื่อที่ผมจะได้ดูขั้นตอนการทำ ถึงผมจะไม่ได้เชี่ยวชาญการชันสูจเท่าทีมแพทย์แต่การที่มีสัตว์ตายไปต่อหน้าโดยที่ไม่อาจรู้ถึงสาเหตุได้เป็นสิ่งที่ผมไม่ชอบเอาซะเลย


“มีทีมที่แปลกดีนะ” เซโครพูดขึ้นหลังจากที่เข้ามาในห้องทดลองแล้ว


“จะถือว่าเป็นคำชมละกัน เรามาเริ่มกันดีกว่า...หรือจะให้คนเข้ามาช่วยอีกสักสองสามคนดี?” ผมหันไปถามความเห็น


“แค่พวกเราก็พอแล้วมั้ง” เซโครยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย


“แหม ผมไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอกนะ แล้วรู้เหรอว่าเราจะทำอะไรกันน่ะ” ผมถามกลับเพราะจนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้บอกเซโครว่าจะมาทำการชันสูจศพของดาโกซอรัสเลย


“รู้สิ บนโต๊ะผ่าตัดนั่นคงเป็นศพของสัตว์น้ำ ดังนั้นคงไม่มีเรื่องอื่นนอกจากให้ผมมาช่วยผ่าชันสูจ”


“ตามที่เซโครคิดแหละ...นี่คือศพของดาโกซอรัส” ผมพูดพลางดึงผ้าที่คลุมศพอยู่ออก


สภาพของศพถูกรักษาไว้ด้วยการฉีดยาเข้าไปในผิวหนังนั้นจึงมีสภาพเหมือนตอนตายทุกประการ ทันทีที่ศพของดาโกซอรัสปรากฏต่อหน้าเซโครก็ขมวดคิ้วแน่นแทบจะทันที แค่มองก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังสงสัยถึงสภาพศพที่แปลกจากปกติ


“บาดแผลมีแค่ส่วนคอแต่ไม่ลึกขนาดจะฆ่าให้ตายได้ ที่น่าสงัสยคือรอยไหม้ตามร่างเป็นเส้นและมีร่องรอยของการทดลองซ้ำ” เซโครพูดระหว่างที่ตรวจดู


“รอยไหม้นั่นเป็นกระแสไฟฟ้า”


“ไฟฟ้า?...ดาโกซอรัสนี่ใช่ที่ไปทำภารกิจเมื่อวานรึเปล่า”


“ใช่ ในช่วงที่จัดการดาโกซอรัสได้ก็เกิดอะไรบางอย่างขึ้น กระแสไฟฟ้าไม่รู้มาจากไหนมันแผ่ออกมาจากดาโกซอรัสกระจายเป็นวงกว้าง พอกระแสไฟฟ้านั่นหายไปดาโกซอรัสก็ตายแล้ว” ผมอธิบายเหตุการณ์ให้เซโครฟัง


“ผิดปกติมาก”


“ต้องพูดว่าผิดปกติสุดๆ ต่างหาก อีกอย่างที่ยังคาใจคือร่องลอยของการทดลองซ้ำที่นายบอกแหละ” ผมบอกพร้อมเดินไปหาอีกฝ่าย ถุงมือที่ถูกสวมสัมผัสบริเวณด้านข้างครีบที่มีรอยผ่าตัดและเย็บซ้ำๆ กันอยู่หลายรอบ ปกติการสร้างไดโนเสาร์ขึ้นมาหลังจากเกิดแล้วพวกเราจะไม่ทำลการผ่าตัดแต่งเติมใดๆ ถ้าไม่ใช่กรณีของการรักษา 


ถ้าจะเป็นการรักษาคงไม่เย็บแผลชุ่ยๆ แบบนี้หรอก


“เพราะงั้นถึงเรียกผมสินะ”


“ใช่ ภารกิจเมื่อวานใครเป็นคนติดต่อมา” ผมถามต่อ


“เรือขนส่งจากจีนน่ะ เห็นว่าเจอไดโนเสาร์พุ่งเข้ากระแทกเรือ”


“แปลว่ามันหลุดมาจากที่ไหนสักที่หรือไม่ก็...” ผมหยุดตรงนี้ก่อนจะหันไปสบกับดวงตาสีเขียวอมฟ้าด้านข้าง


“ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฝ้าอะไรสักอย่าง” อีกคำตอบที่คิดถูกเอ่ยต่อโดยเซโคร


“อืม ตอนนี้ไม่รู้ว่าคำตอบจะเป็นข้อไหน”


“เราต้องลองผ่าดู”


“เอาสิ” ผมพนมมือเพื่อเคารพศพก่อนที่พวกเราจะลงมือฝ่าศพของดาโกซอรัส ปกติการวันสูจจะใช้คนมากกว่านี้แต่เพราะพวกเราต้องหาอะไรบางอย่างในศพนี้การทำแค่สองคนจะเคลื่อนไหวได้สะดวกกว่า


จากการสำรวจภายนอกสิ่งที่พบคือกล้องขนาดเล็กที่ดูจะมีมุมมองกว้างติดอยู่บริเวรใต้ท้องของดาโกซอรัส มันน่างสัยมากเพราะปกติไม่มีใครเอากล้องมาติดไว้ที่ตัวไดโนเสาร์แบบนี้หรอก มีดสีเงินกรีดไปตามผิวน้ำที่ถูกเย็บอย่างคล่องแคล่ว เพียงไม่กี่นาทีด้านในตัวของดาโกซอรัสก็ปรากฏต่อหน้าพวกเรา วัตถุสีดำขนาดเล็กถูกติดตั้งอยู่บริเวณหัวใจของดาโกซอรัสถูกนำออกมาแล้วพลิกดูว่ามันคืออะไร


“มันคืออะไรทรี?” เซโครถาม


“จากที่ดูเหมือนจะเป็นอุปกรณ์ควบคุมระยะไกล ต้องเอาไปตรวจสอบถึงจะรู้มากกว่านี้แต่จากที่มองกระแสไฟฟ้ามันต้องออกมาจากเจ้านี่แหละ” ผมตอบกลับด้วยใบหน้าเครียดๆ


อะไรที่ต้องทำถึงขนาดนี้กัน เหมือนกำลังซ่อนอะไรบางอย่างไว้งั้นแหละ


ซ่อนเหรอ


“เซโครจับพวกที่ลักลอบสร้างไดโนเสาร์กลายพันธุ์ได้รึยัง” ผมหันควับไปถาม


“ยังเลย พวกมันหายไปไม่เหลือแม้แต่ร่องลอยขนาดกลิ่นที่มียังไม่สามารถติดตามได้ ตอนนี้กำลังรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบบริเวณโดยรอบอย่าเคร่งครัดแต่ก็ไม่เจอเบาะแสอะไรเลย”


“สถานที่ที่สร้างไดโนเสาร์กลายพันธุ์คือที่ไหน”


“โรงงานขนาดใหญ่ในประเทศสิงคโปร์”


“แปลว่าอยู่ไม่ไกลจากบริเวณที่เจอดาโกซอรัสเท่าไหร่”



“ทรี...นี่นายกำลังคิดอะไรอยู่” เซโครเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะถามด้วยใบหน้าที่เครียดไม่ต่างกัน


“นายบอกว่าหาเบาะแสไม่เจอสินะ”


“ใช่...แล้วยังไง”


“ที่หามันแค่บนบกไม่ใช่เหรอ”


“...” เพียงแค่คำพูดเดียวของผมก็ทำเอาทั้งห้องถึงกับเงียบสนิท ผมรู้ว่าเซโครคงจะเข้าใจถึงสิ่งที่ผมจะบอกแล้ว


เป็นไปไม่ได้ที่จะหาเบาะแสเกี่ยวกับคนร้ายไม่พบทั้งที่หัวหน้าห่วยปฏิบัติการณ์พิเศษไปลงมือเอง การที่ทิ้งกลิ่นไว้อาจหมายถึงความประมาทของพวกมันหรือไม่ก็มั่นใจว่าต่อให้จะใช้ไดโนเสาร์กลายพันธุ์ที่มีประสาทรับกลิ่นอันยอดเยี่ยมก็ไม่สามารถตามกลิ่นพวกมันเจอ


สถานที่ที่ไม่สามารถตามกลิ่นได้ง่าย


สถานที่ที่หลีกเลี่ยงการค้นหาได้


สถานที่ที่ปลอดภัยและไม่มีใครนึกถึง


ใต้ทะเลไงล่ะ!


“เซโคร” ผมมองจ้องเข้าไปยังดวงตาสีเขียวอมฟ้าที่กำลังสั่น


“ก็จริงถ้าคิดแบบนั้นทุกอย่างก็จะไขกระจ่าง แต่ทรี...นายก็รู้ว่าถ้ามันเป็นจริงนั่นหมายถึงนอกจากจะลักลอบทำการทดลองผิดกฏหมายแล้วยังฝ่าฝืนกฏหมายโลกที่ห้ามกระทำการใดๆ ในพื้นที่อันเป็นธรรมชาติของโลกโดยไม่ขออนุญาติด้วย นี่มันเรื่องใหญ่มากนะ อีกอย่างมันเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างห้องทดลองใต้ทะเลโดยไม่มีการระบายอากาศเหนือผิวน้ำ...”


“สัมปทานน้ำมัน” ผมพึมพำสิ่งที่คิดออกมาโดยที่ยังสบตาอยู่กับเซโคร


“...เรื่องนี้มันบ้าชัดๆ นายกำลังจะพูดว่าใช้การทำสัมปทานน้ำมันบังหน้าและใช้สถานที่นั้นในการทดลองงั้นเหรอ”


“นายเองก็คิดเหมือนกันนี่เซโครว่ามันเป็นไปได้น่ะ ผมคิดเรื่องนี้มาสักพักแล้วว่ามันมีอะไรที่สะกิดใจผมอยู่


ตอนที่กระโดดลงจากเฮลิคอปเตอร์แล้วเห็นสถานนีขุดเจาะน้ำมันในรัศมีแต่คนที่โทรแจ้งกลับเป็นเรือขนส่งสินค้าแทนที่จะเป็นคนของสถานีขุดเจาะน้ำมัน”


เรื่องทุกอย่างมันจะต่อกันหมดถ้าคิดให้ด้านใต้ของสถานนีน้ำมันมีห้องทดลองสำหับการสร้างไดโนเสาร์กลายพันธุ์ แม้มันจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อแต่ก็ไม่น่าจะมีอย่างอื่นแล้ว


“...เราไม่มีหลักฐาน ถึงผมจะสามารถติดต่อและเข้าไปตรวจสอบได้แต่นั่นอาจทำให้พวกมันไหวตัวทันและหนีไปอีก”


“ให้ผมกับลูก้าไปตรวจสอบให้เถอะ” ผมเสนอความเห็น เรื่องนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องของเซโครอย่างเดียวแล้ว ผมไม่ชอบเลยการกระทำที่ทำให้ชีวิตที่ไม่รู้เรื่องต้องมาเจ็บและทรมาน


“ทรี...”


“ถ้าเป็นผมกับลูก้าก็สามารถดำลงไปดูด้านล่างได้”


“มีความเสี่ยงสูงมากที่จะในน้ำจะมีกล้องจับภาพอยู่ ไม่ใช่แค่ในน้ำแต่ทั้งบนผิวน้ำหรือบนฟ้าก็อาจจะมีด้วย ถ้าไม่ใช่กล้องก็อาจเป็นเซนเซอร์ตรวจจับ การที่ดาโกซอรัสถูกจัดการอาจเป็นเพราะพวกมันกลัวว่าดาโซอรัสจะพูดอะไรกับลูก้าก็ได้ เดี๋ยวก่อน กล้องที่ติดอยู่กับดาโกซอรัสนั่นแปลว่าพวกมันสร้างไดโนเสาร์ขึ้นมาเพื่อเฝ้าและใช้กล้องที่ติดอยู่นั่นสอดแนมจากระยะไกล”


“งั้นก็แค่จัดการกล้องกับเซนเซอร์นั่นก็พอแล้วนี่” ผมบอกไปตามตรง


“ทรี มันไม่ง่ายหรอกนะ”


“คนเดียวทำไม่ได้หรอก แต่ถ้ามีเซโครมาช่วยก็คงไม่ยากเท่าไหร่”


“...อย่าบอกนะว่าที่เรียกผมมาเพราะต้องการแบบนี้แต่แรกน่ะ” เซโครนิ่งไปสักพักก่อนจะตอบกลับมา


“เปล่าสักหน่อย”


“เอาเถอะ...มาลองกันดูก็ได้ มีคนมากความสามารถอยู่ตั้งสองคนแค่กล้องกับเซนเซอร์มันจะจัดการยากสักแค่ไหนกัน”


“คงไม่ได้นอนติดกันหลายวันแน่”


“ผมนึกว่าทรีชินแล้วซะอีก”


“เราคงชินกับการไม่ได้นอนกันทั้งคู่แหละ”


“มาเริ่มกันดีกว่า”


“อืม”


หลังจากนั้นทั้งผมและเซโครต่างงคลุกอยู่ในห้องทดลองกันทั้งวันทั้งคืนโดยมีลูก้าและยูทาร์คอยเอาอาหารเข้ามาให้ ผ่านไปหลายสัปดาห์ในที่สุดสิ่งที่ต้องการก็สร้างเสร็จจนได้


“เตียงจ้ารอผมก่อนนะ” ผมตะโกนเสียงดังพร้อมยืดแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัว


“...ขอเตียงให้ผมด้วยสิ” เซโครเองก็มีท่าทางอิดโรยไม่ต่างกัน


“ไปพักห้องข้างๆ ผมก็ได้ ตอนแรกจะให้ลูก้าอยู่แต่เขาไม่เอาน่ะ”


“ก็พอเข้าใจ เขาอยากอยู่กับสามจะตาย ดูสิ ขนาดเราทำการทดลองอยู่ยังมานั่งเฝ้าเลย” เซโครพูดพลางมองไปยังหน้าประตูที่ปรากฏแผ่นหลังของลูก้านั่งพิงอยู่


“ยูทาร์ของนายก็ใช่เล่นนี่ นั่งอยู่อีกฝั่งเหมือนกัน” ผมสวนกลับเนื่องจากตรงข้ามลูก้ามีร่างของยูทาร์ซึ่งเป็นคนรักของเซโครนั่งอยู่ ดูเหมือนทั้งคู่จะสนิทกันกว่าเดิมอีก


“พักให้เต็มอิ่มแล้วค่อยไปนะ” เซโครบอกก่อนจะเปิดประตูออกไป ทั้งลูก้าและยูทาร์ที่เห็นต่างก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาหา


“รู้แล้ว ผมไม่เสี่ยงดำน้ำทั้งที่ร่างกายไม่พร้อมหรอก” ผมตอบกลับไป


“ได้ยินแบบนั้นก็เบาใจ ฝากทรีหน่อยล่ะลูก้า” เซโครหันไปพูดกับลูก้าที่เข้ามาพยุงร่างผมที่กำลังจะทรุดลงกับพื้นเพราะความง่วง


“แน่นอนครับ ไว้คุยกันใหม่นะคุณยูทาร์”


“อืม” ยูทาร์พยักหน้าตอบเล็กน้อย


“ลูก้า...” ผมเรียกพลางกุมเสื้ออีกฝ่ายไม่ให้ร่างกายร่วงลงไปกองยังพื้น


“ฝืนไปแล้วสาม ผมยังไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น”


“ขอนอนก่อนเดี๋ยวผมจะอธิบายทีเดียว กลับห้องกัน” ผมอยากนอนเต็มทีแล้ว


“เดินไม่ไหวหรอกสาม ผมจะอุ้มไปละกัน”


“ว่าไงนะ ไม่เอา เฮ้ย! ลูก้า!” ผมถึงกับร้องเสียงหลงเมื่อร่างของตัวเองถูกยกขึ้นอย่างง่ายดายด้วยฝีมือของไดโนเสาร์กลายพันธุ์ที่มีพละกำลังเหลือเฟือ


“อย่าดิ้นสิ เดี๋ยวตกหรอก” ลูก้าบ่นทั้งๆ ที่กระชับแขนที่อุ้มผมไว้แน่น เซโครและยูทาร์ต่างก็มองพวกเราทั้งคู่แต่มีเพียงเซโครเท่านั้นที่ส่งยิ้มมาให้


“ยูทาร์ เซโครอยากให้นายอุ้มน่ะ” ผมไม่ยอมอายอยู่คนเดียวหรอกนะ


“ทรี! เดี๋ยวยูทาร์ ไม่ต้อง...” เหมือนยูทาร์จะไม่ฟังที่พูดเซโครเลยถูกอุ้มโดยไม่เต็มใจนัก


พวกเราสี่คนเดินผ่านหน้าเหล่าลูกน้องผมในสภาพน่าอายจนต้องซุกตัวเองไม่ให้มองหน้าใครทั้งนั้นไปจนถึงห้องผมก็หลับเป็นตายโดยไม่กล่าวฝันดีลูก้า ผมตื่นมาอีกทีก็เป็นช่วงสายของอีกวันแล้ว


“ลูก้า” สิ่งแรกที่ผมหาไม่ใช่นาฬิกาหรือโทรศัพท์แต่เป็นคนที่น่าจะอยู่ข้างๆ ผมตลอดการนอน ทั้งที่น่าจะเป็นอย่างงั้นแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของลูก้าเลย หรือว่าลงไปไหน


แกร็ก!


“สาม...ตื่นแล้วเหรอ” เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังขึ้นพร้อมร่างของลูก้าเดินออกมา


“อืม แช่น้ำเหรอ”


“ใช่ ก็อยากไปทะเลอยู่หรอกแต่กลัวสามตื่นมาแล้วจะตกใจถ้าไม่เห็นผม”


“ผมไม่ใช่เด็กสักหน่อย” ผมตอบกลับโดยไม่อาจปฏิเสธได้ว่าผมตกใจจริงๆ ที่ไม่เห็นอีกฝ่าย


“ถ้าตื่นแล้วเล่าให้ฟังได้รึยังว่าทำไมต้องอยู่ในห้องนั้นตั้งหลายอาทิตย์แบบนี้”


“มานั่งนี่สิ ผมจะเล่าให้ฟัง” ผมกวักมือเรียกลูก้าให้มานั่งบนเตียงก่อนจะคว้าผ้าขนหนูในมืออีกฝ่ายมาเช็ดเส้นผมสีฟ้าแซมแดงแสนแปลกตาที่เปียกโชกอยู่ เรื่องราวทุกอย่างค่อยๆถูกถ่ายทอดให้ลูก้าฟังไปตามความจริง ลูก้าที่ฟังก็มีถามกลับบ้างแต่ส่วนมากก็จะทำเพียงพยักหน้าเงียบๆ จนจบเรื่อง


“ก็คิดอยู่ว่าที่ดาโกซอรัสพูดมันแปลก” ลูก้าพูดขึ้นหลังฟังจบ


“ดาโกซอรัสพูดอะไร” ผมถามต่อทันที ผมไม่เห็นรู้เรื่องเลยว่าดาโกซอรัสพูดอะไรด้วย ไม่สิ ผมไม่ได้ถามลูก้านี่นา


“บอกให้ช่วย”


“ช่วย? ช่วยอะไร?”


“ผมก็ไม่รู้แต่พอได้ฟังเรื่องราวอาจบอกให้ช่วยเขาทีก็ได้”


“...แต่เราก็ช่วยไม่ได้” ถ้าผมรู้ว่ามันมีอะไรที่มากกว่านั้นก็จะช่วยดาโกซอรัสก่อนจะถูกกระแสไฟฟ้านั่นจัดการก็ได้


“มันไม่ใช่ความผิดของใครหรอกสาม”


“ลูก้า...”


“เราอาจช่วยดาโกซอรัสไม่ได้แต่เราอาจช่วยตัวอื่นๆ ได้” คำพูดของลูก้าทำให้ยิ้มออก นั่นสิ ผมยังสามารถช่วยได้อีกหลายชีวิต


“ขอบคุณลูก้า”


“...เปลี่ยนจากขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหม”


“อะไรล่ะ อยากให้ลูบหัวหรือชมว่าเด็กดี” ผมถามต่อ


“อยากให้จูบ...ได้ไหม” เหมือนลูก้าจะเห็นท่าทางตื่นๆ ของผมเลยเติมพยางค์สุดท้ายให้เป็นประโยคคำถามแทน ผมกับลูก้าตอนนี้ไม่ใช่แค่คู่หูแต่เป็นคนรักกันด้วย มันไม่แปลกที่เขาอยากสัมผัสผมเพราะผมเองก็ไม่ต่างกันแค่ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดน่าอายนั่นตรงๆ ก็ตาม


“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” พูดจบผมก็ขยับหน้าเข้าไปใกล้แล้วจูบยังริมฝีปากอีกฝ่ายเบาๆ


“...แค่นี้ไม่พอหรอก” ใบหน้าของลูก้าแสดงออกอย่างที่พูด ใบหน้านั่นบอกว่าแค่นี้ไม่พอ


“ไว้กลับมาจากการสำรวจก่อนละกัน”


“พูดแล้วนะ ห้ามบอกว่าลืมหรือจำไม่ได้ด้วย”


“ผมไม่เคยอ้างแบบนั้นสักหน่อย”


“ใครว่าไม่เคย”


“ถ้าเถียงผมไม่ให้จูบแล้วนะ”


“...งั้นผมจะปล้ำ” เงียบได้ไม่กี่วินาทีลูก้าก็สวนกลับด้วยใบหน้าจริงจัง


“ลูก้า”


“ถ้าไม่ให้จูบผมก็จะปล้ำ”



“หยุดพูดเลยนะ ไดโนเสาร์ลามกนี่!”


“กลับมาค่อยพูดต่อก็ได้”


“ไม่ต้องมาพูดต่อเลย ไปเตรียมตัวเดี๋ยวนี้” ผมรีบลุกขึ้นจากเตียงเพื่อหลีกหนีจากสถานการณืแปลกๆ นี่อย่างรวดเร็ว และหวังว่าลูก้าจะไม่สังเกตเห็นว่าใบหน้าผมมันร้อนขนาดไหน


“ถึงจะลุกก็หลบใบหน้าแดงๆ นั่นไม่ได้หรอกนะ”


“ลูก้า!” ผมเขวี้ยงผ้าขนหนูใส่อีกฝ่ายเต็มแรง แต่ก็รู้อยู่ว่าด้วยสายตาของนักล่าแค่ผ้าผืนเล็กๆ น่ะหลบได้สบายอยู่แล้ว


หลังจากเตรียมตัวเสร็จผมก็ให้เรือไปส่งพวกเรายังเกาะแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่ขึ้นชื่อในการท่องเที่ยวก่อนจะใช่เกาะนั่นเป็นสถานที่ดำน้ำไปยังบริเวณที่เจอดาโกซอรัส ระยะห่างของเกาะนี้ถึงบริเวณที่ต้องการมากพอสมควรแต่ถ้าให้เรือไปส่งใกล้ๆ อาจจะทำให้อีกฝ่ายไหวตัวทัน วิธีนี้จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว


สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่เมื่อมองจากเกาะนี่กลับมาขนาดเล็กกว่าความเป็นจริง สิ่งที่ผมมองอยู่คือสถานีขุดเจาะน้ำมันเป้าหมายครั้งนี้นั่นเอง ลูก้าหันมามองผมเล็กน้อยก่อนจะกระโดดลงไปในน้ำ ผมเองก็ตาอีกฝ่ายไปติดๆ เมื่ออยู่ใต้น้ำการเคลื่อนไหวของมนุษย์ค่อนข้างช้าเลยให้ลูก้าเป็นคนดึงผมเพื่อเพิ่มความเร็ว


ชุดดำน้ำแบบใหม่ที่ผมและลูก้าใส่อยู่ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นมาโดยฝีมือของหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษและผม ชุดนี้มีการติดตั้งระบบใช้ในการผ่านเซนเซอร์และกลืนไปกับน้ำทำให้กล้องตรวจจับได้ยาก แต่กว่าจะให้ลูก้ายอมใส่ก็ใช้เวลานานทีเดียว ก็เข้าใจว่าไม่ชอบใช่ชุดที่ทั้งหนาทั้งแน่นแต่ครั้งถ้าไม่ใส่เราคงผ่านไปไม่ได้


กว่าจะไปถึงเป้าหมายก็กินเวลาไปเกือบชั่วโมงตามที่วางไว้ ผมพกออกซิเจนขนาดเล็กไว้สำหรับเหตุการณ์นี้โดยเฉพาะและก็ส่งให้ลูก้าใช้เป็นครั้งคราว บรรยายกาศใต้น้ำบริเวณนี้ไม่ชวนให้ดำสักนิด แม้จะเงียบแต่ก็ไม่ช่วยให้รู้สึกสงบ เหล่าฝูงปลาที่ควรจะมีกลับไม่ปรากฏในสายตาสักตัว


ดวงตาสีเงินของลูก้าหันมามองผมเป็นเชิงขอความเห็นว่าให้ทำอะไรต่อผเลยชี้ลงไปข้างล่าง ลูก้าเองก็พยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วดำลงไปลึกขึ้น ยิ่งดำลงมาลึกแสงสว่างที่มีก็ค่อยๆ หายไป ข้อมือผมถูกลูก้ากำแน่นขึ้นเหมือนเป็นสัญญาณให้ระวังอะไรบางอย่าง


ลูก้า


พรึ่บ!


ลูก้าดึงผมลงไปซ่อนตัวยังโขดหินด้านล่างก่อนที่ร่างสีดำขลับจะว่ายผ่านหัวพวกเราไปในชั่วพริบตา รูปร่างแบบนั้นคงจะเป็นโพลิปทิโคดอน ไดโนเสาร์นักล่าที่มีส่วนลำคอสั้นและมีความยาวประมาณ7เมตร ถือเป็นหนึ่งในตัวอันตรายแห่งท้องทะเลก็ว่าได้
ดีแล้วที่หลบทัน


รอให้โพลิปทิโคดอนไปพวกเราก็ออกจากโขดหินแล้วมองไปยังพื้นระนาบด้านล่างที่ต่ำลงไปอีกลึกพอสมควร ปกติพื้นทะเลจะค่อยราดต่ำลงไปทีละนิดแต่ก็มีมากที่เจอกับที่ราบลึกแบบนี้


ไม่รู้ว่าข้างล่างจะมีอะไร


ผมหันไปมองลูก้าพร้อมพยักเบาๆ ลูก้าเองก็พยักหน้าตอบก่อนพวกเราจะลงไปยังบริเวณที่ลึกกว่าเดิม ยิ่งลงไปลึกมาเท่าไหร่แสงสว่างก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น ตอนนี้บรรยากาศรอบตัวผมมันเรียกว่าแทบมืดสนิท จากที่กะความลึกน่าจะเกิน1,000เมตรเข้าไปแล้วซึ่งปกติคงไม่มีใครที่จะดำลงมาลึกถึงขนาดนี้หรอก


ไม่มีที่ไหนที่จะเหมาะแก่การซ่อนตัวไปมากกว่านี้แล้ว 


แม้จะอยู่ในความมืดแต่ผมก็ยังไม่รู้สึกกังวลเพราะลูก้าจับมือแน่นราวกับจะบอกว่าผมไม่ได้อยู่คนเดียว ดวงตาของลูก้าคงสามารถมองเห็นในความมืดได้เพราะไม่งั้นคงไม่สามารถดึงผมหลบโขดหินได้อย่างง่ายดายหรอก  ผ่านไปสักพักแสงสีเงินส่องสว่างอยู่ด้านใต้ริบๆ นั่นเรียกความสนใจทั้งผมและลูก้าให้จ้องมองไป


พวกเราไม่รอช้าดำลงไปบริเวณนั้นด้วยความระมัดระวังจนภาพของสิ่งก่อสร้างขนาดหรือโดมขนาดใหญ่ปรากฏแก่สายตา แสงสีเหลืองนวลคล้ายแสงไฟส่องสว่างมาจากส่วนกระจกใส่ด้านข้างตัวโดม ผมพาร่างตัวเองลงมายังพื้นแล้วเดินไปแอบมองยังส่วนที่เป็นกระจกใสจนเห็นสิ่งด้านใน สิ่งที่เห็นทำเอาดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงทั้งที่คาดการณ์ไว้แล้ว


เป็นอย่างที่คิด


ที่นี่เป็นสถานที่ทดลองการสร้างไดโนเสาร์กลายพันธุ์จริงๆ ด้วย


หลอดแก้วขนาดใหญ่วางเรียงติดๆ กันโดยข้างในนั้นมีร่างที่ไม่อาจเรียกว่ามนุษย์ใส่อยู่ ถึงจะมีรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่กลับมีทั้งหางหรือส่วนปากที่ยาวคล้ายสัตว์ และถัดออกไปมีร่างของไดโนเสาร์หลายชนิดถูกแช่ไว้ในโหลแก้วในสภาพไม่ครบ32 บางหลอดแก้วมีเพียงส่วนหัวในขณะที่บางอันมีร่างของไดโนเสาร์อยู่ทั้งตัว


นี่มันทดลองบ้าอะไรกัน


มันไม่ใช่ไดโนเสาร์กลายพันธุ์แล้ว


ระหว่างที่กำลังหงุดหงิดกับภาพตรงหน้ามือของลูก้าก็แตะยังไหล่ผมเบาๆ ซึ่งมันช่วยให้สติผมกลับมา ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาโกรธหรือหงุดหงิด สิ่งที่ต้องทำคือกลับไปบอกเซโครถึงเรื่องนี้ และรีบมาจัดการโดยเร็วที่สุดก่อนจะมีชีวิตที่ต้องถูกสร้างขึ้นมาอย่างไม่ถูกต้องมากไปกว่านี้

........................................................

สวัสดีค่ะ

ไม่ได้พบกันมาระยะหนึ่งเลย

ตอนนี้แต่งค่อนข้างยากทั้งที่ไม่ค่อยจะมีเนื้อหาพิเศษอะไรมากมายนัก

การได้แต่งไดโนเสาร์กลายพันธ์ุสองคนพร้อมกันนี่ดูน่ารักไม่น้อยเลย

หวังว่าทุกคนจะสนุกกับการอ่านนะคะ

ไว้เจอกันใหม่ในตออนหน้าค่ะ

บ๊าบาย

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 336 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

699 ความคิดเห็น

  1. #571 mingdaya (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 09:04
    ยิ่งอ่านยิ่งมีความรู้สึกว่า มนุษย์เรายิ่งพัฒนา แต่จิตใจยิ่งต่ำทราม
    #571
    0
  2. #484 T o m a t o ! (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 07:24

    แย่มากก ฝากจะัดการด้วยนะ ขอหนักๆ!

    #484
    0
  3. #483 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 17:51
    ตื่นเต้นๆๆๆลุ้นมากๆๆเลย
    #483
    0
  4. #482 .pop (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 14:28
    ภารกิจของจริงกำลังจะมาแล้ว!
    #482
    0
  5. #481 maiow-jung (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 09:40
    รอออ นะค่ะ
    #481
    0
  6. #480 Smuffy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 05:09
    หูยยย เริ่มเข้มข้นแล้ว ตื่นเต้น
    #480
    0
  7. #479 aom051 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 18:57
    ต่อออ อีกไม่นานสามก็กลายเป็ยของลูก้าแล้ว!
    #479
    0
  8. #478 Atk. S. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 16:59
    ตื่นเต้นๆ
    #478
    0
  9. #477 H i k a w a (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 15:33
    โอ๊ยยตื่นเต้นมากแงงง ตอนแรกคิดว่าภาคนี้จะเบาสุด หนักสุดเลยซะงั้น ;-;;;; ลูก้าอดทนนะ ใกล้แล้วๆ5555555
    #477
    0
  10. #476 Tip Anan (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 15:16
    ตอนนี้สุดยอดจริงๆ เรื่องการผูกเรื่อง
    #476
    0
  11. #475 JKREN (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 14:14
    ทรี - ลูก้า
    เซโคร - ยูทาห์
    แล้ว เชส - อานโน่ จะมามั้ยยยย คิดถึงทุกคู่เลยยย
    #475
    0
  12. #474 Hazel1A (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 14:09
    มีอะไรให้ตื่นเต้นทุกภาคเลย ภาคนี้ถือว่าโหดมาก ทดลองประหลาดเกินไปแล้ววว
    #474
    0
  13. #473 Ampchom Chomphoonut (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 14:09

    ว่าจะทักคำผิดมีคนทักก่อนเปลี่ยนมาหวีดความนัวเนียของทั้ง2คู่แทนละกันนะ 555

    #473
    0
  14. #472 Lalaland332221 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 13:48
    ขอให้ปลอดภัยทั่วคู่เลยยนนนนน
    #472
    0
  15. #471 Incamisang (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 13:24
    ขออนุญาตเสริมค่า
    ชันสูจ > ชันสูตร
    ร่องลอย > ร่องรอย

    ติดเพื่อก่อนะคะ อย่าเคืองเค้านะะะ

    ติดตามอยู่ค่า ลุ้นๆๆ
    #471
    0
  16. #470 Minipan1997 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 13:13
    องค์กรนี้ไม่ธรรมดาเลย😠😠
    #470
    0
  17. #469 Monbebe_P (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 13:00
    น่ารักกกกทั้งสองคู่เลยยค่าาา
    #469
    0
  18. #468 pcard (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 11:41
    ทดลองอะไรกันนี่ !!!
    #468
    0