-จบ-◈Jurassic Foster◈ กลายพันธุ์รัก ใต้ธารา

ตอนที่ 20 : ◈ธาราที่19◈

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 309 ครั้ง
    6 ก.ค. 61

◈ธาราที่19◈




กะโหลกใหญ่หุ้มด้วยหนังสีเหลืองมันขลับเชิดขึ้นพร้อมเรียวปากขนาดใหญ่อันเต็มไปด้วยคมเขี้ยวของน่าล่าบนพื้นพิภพกำลังส่งเสียงขู่ก้องไปทั่วบริเวณ กรงเล็กของนักล่าบนบกถูกย่ำลงบนผืนทรายจนเกิดเป็นลอยขนาดใหญ่ มันอาจเป็นเรื่องปกติขอองสัตว์บกทว่าสิ่งที่บรรยายไปนั่นคือสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำในยุกแคมเบรียนที่สามารถล่าได้ทั้งบนบกและในทะเล


ไม่มีสัตว์อะไรน่ากลัวไปกว่าการล่าได้ทุกสภาพพื้นที่แล้ว


ถ้าเป็นฉลามเราอาจวิ่งขึ้นฝั่ง


ถ้าเป็นผึ้งเราอาจหนีลงน้ำ


แต่ถ้าเป็นแอมบูโลซีตัสไม่ว่าจะหนียังไงก็ไม่พ้น


สถานการณ์แรกเมื่อลงมาสู่พื้นทรายบนเกาะที่พึ่งถูกค้นพบคือการต้อนรับอย่างอบอุ่นโดยการถูกแอมบูโลซีตัสล้อมจนไม่มีทางหนีแม้แต่ตรงน้ำทะเลยังถูกปิดเลย


กรรร~


“อย่าพึ่งสู้ลูก้า เราต้องดูท่าทีก่อน” ผมกระซิบบอกลูก้า


มันง่ายถ้าจะให้ลูก้ากลับร่างแล้วจัดการแต่นั่นอาจทำให้สัตว์ซึ่งดุร้ายกว่านี้ปรากฏตัวขึ้นได้ อีกอย่างคือการมาที่นี่ไม่ได้มาเพื่อต่อสู้แต่มาเพื่อศึกษา ไม่ได้อยากจะสู้โดยไม่จำเป็นหรอก


“ถูกล้อมขนาดนี้ยังจะดูท่าทีอีกเหรอสาม”


“พวกเขาว่าไงล่ะ” ผมถามกลับเพื่อเก็บข้อมูล


“ยังไม่ได้พูดอะไรมากแค่เหมือนกำลังคุยว่าพวกเราเป็นตัวอะไร”


“ดูเหมือนเราจะเป็นสิ่งใหม่บนเกาะนี้สินะ ท่าทางของแอมบูโลซีตัสไม่ได้กำลังจะล่าแต่เหมือนกำลังระแวงและไม่ไว้ใจ ถ้าขืนเราทำอะไรน่าสงสัยได้ถูกรุมชัว” ถ้าพวกมันคิดจะล่าคงไม่ล้อมอยู่เฉยแบบนี้หรอก ยิ่งเป็นนักล่าที่รวมกลุ่มกันแบบนี้การล่าที่สะดวกที่สุดคือการรุมเข้าไปพร้อมกัน


“จะเอายังไงต่อ”


“ลองคุยกับพวกเขาดู” ผมบอกลูก้า


“เข้าใจแล้ว...กรร~” เสียงพูดคุยระหว่างไดโนเสาร์กลายพันธุ์และแอมบูโลซีตัสดังขึ้น ตอนแรกก็มีเสียงตอบแค่ตัวเดียวแต่ผ่านไปไม่กี่นาทีแอมบูโลซีตัสทุกตัวต่างก็ส่งเสียงออกมา


ร่างสี่ขาขยับเข้ามาใกล้พร้อมใช้ปลายจมูกของสัตว์บกเข้ามาสูดดมกลิ่นราวกับกำลังทำความรู้จัก การแสดงออกนั่นทำให้ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่ต้องจบลงด้วยการต่อสู้ทว่าแอมบูโลซีตัสหลังจากดมเสร็จก็ถอยออกไป และไม่กี่วินาทีเสียงขู่ก็ดังขึ้นอีกรอบ


อะไร...


ท่าทางแบบนั้นเหมือนกับไม่ยอมรับแถมทั้งหมดยังจ้องมายังผมไม่ใช่ลูก้า


“ลูก้า” ผมเรียกเพื่อให้อีกฝ่ายอธิบาย


“พวกนั้นยอมรับผมเพราะว่าแข็งแกร่ง แต่ดูเหมือนจะไม่ยอมรับสามเพราะรู้สึกว่าอ่อนแอกว่า”


“ฮะ?...” คำอธิบายนั่นให้ความรู้สึกเดียวกับที่ถูกพูดว่าตัวเล็กหรือเตี้ยเลย


เพราะเป็นมนุษย์เลยถูกมองว่าอ่อนแองั้นสิ


เพราะเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่ทำได้เพียงวิ่งหนีนักล่างั้นสิ


น่าโมโห!


“ผมบอกไปแล้วว่าสามน่ะเก่งแต่เหมือนพวกเขาจะไม่เชื่อ...” ลูก้าพูดต่อพลางมองผมที่กำลังหรี่ตาลงอย่างครุ่นคิด


“ถ้าแสดงให้เห็นว่าเก่งกว่าก็จะยอมถอยรึเปล่าล่ะ”


“กรร~ พวกเขาบอกว่าใช่ บอกต่อด้วยว่าพวกเขาไม่นิยมการสูญเสียโดยไร้เหตุผล ถ้าทำให้ยอมรับว่าเก่งได้ก็จะไม่เกิดการต่อสู้ขึ้น” ลูก้าหันไปคุยกับแอมบูโลซีตัสสักพักก่อนจะตอบกลับมา สมกับเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมยุกแรกๆ มีสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดสูงและยังรักพวกพ้องมากด้วย แบบนี้แค่แสดงให้เห็นก็น่าจะพอ


“ถึงจะไม่ชอบ แต่คงต้องสู้สินะ”


กรรร~


“เหมือนจะต้องสู้แต่ไม่ใช่กับพวกเขา”


“หมายความว่ายังไง” ผมรีบถามต่อ


“เหมือนแถวนี้จะมีนักล่าที่แข็งแกร่งอยู่ และมันมักจะมาล่าแอมบูโลซีตัสเป็นอาหารดังนั้นเลยจะให้สามไปสู้กับมันน่ะ”


“...” คำอธิบายนั่นทำเอาผมเลิกคิ้วขึ้นผมจ้องหน้าเหล่าแอมบูโลซีตัสอย่างไม่เกรงกลัว


นักล่าที่ล่าแอมบูโลซีตัสจะให้ผมไปสู้เนี่ยนะ คิดจะส่งผมไปเป็นตัวตายตัวแทนรึไง


ก็ว่าอยู่ ด้วยนิสัยของแอมบูโลซีตัสไม่ชอบการสูญเสียพวกพ้องจึงไม่น่าจะให้หนึ่งในพวกของตัวเองมาสู้กับผมหรอก แม้จะมองว่าผมอ่อนแอก็ตาม แต่การที่จะให้ไปสู้กับนักล่าที่อาจอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารที่นี่มันอาจหนักไปหน่อย แต่ก็ไม่แน่...


กรรรรรรรร~


ยังไม่ทันได้คิดหรือตัดสินใจอะไรได้แน่นอนเสียงขู่คำรามพร้อมเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น ร่างอันปราดเปรียววิ่งมาจากด้านในของป่าด้วยความเร็วดุจสายลม แพงคอสีน้ำตาลปลิ้วสไวเล็กน้อยพร้อมกับปากเรียวยามคล้ายหมาป่าในยุคปัจจุบันแต่มีขนาดใหญ่กว่าจนเทียบไม่ได้


“สาม...เจ้านี่มัน” เหมือนลูก้าจะรับรู้ได้ทันทีว่าสัตว์ตรงหน้านี้อันตราย


ผมเองก็เห็นด้วย


รูปร่างและหน้าตาแบบนั้นผมรู้ว่าคืออะไร เมื่อคืนพอรู้ว่าเกาะนี้มีแต่สัตว์ในยุคแคมเบียนผมเลยจัดการหาหนังสือรวมสัตว์ในยุคแคมเบรียนมาอ่าน และเจ้านี่ก็ปรากฏชื่ออยู่ในหมวดนักล่าที่ถ้าเจอต่อให้หนีก็ไม่อาจรอด


“แอนดรูซาร์คัส” ผมพึมพำชื่อสัตว์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกกังวลเล็กน้อย


แม้จะมีรูปร่างคล้ายหมาป่าแต่แอนดรูซาร์คัสนั้นเป็นสัตว์นักล่าที่มีขนาดใหญ่กว่าหลายเท่า ด้วยความสูงเทียบเท่ามนุษย์และความยาวตั้งแต่หัวจรดหาง4เมตร กะโหลกเรียว ขากรรไกรกว้าง คมเขี้ยวแหลมคมชนิดที่สามารถบดขยี้กระดูกให้แหลกละเอียดได้ในพริบตา และไม่รู้ว่าถือเป็นโชคดีไหมที่แอนดรูซาร์คัสนั้นไม่ได้มีกรงเล็กขนาดจะใช้ฉีกระชากเหยื่อได้ทว่าด้วยแรงมหาศาลทำให้เกิดแผลเหวะหวะเลยทีเดียว ว่ากันง่ายๆ คือกรงเล็บของมันจะไม่ทำให้เราตายในทันทีแต่ทำให้ทรมานอย่างถึงที่สุด


“สาม...”


“มันเป็นนักล่าตัวจริง” แอมบูโลซีตัสอาจเป็นนักล่าแต่พวกมันไม่ได้มีเขี้ยวแหลมคมเทียบเท่าแอนดรูซาร์คัสได้


“อืม ผมรู้...”


กรรรร~


กรรรรรรร~


ทั้งแอนดรูซาร์คัสและแอมบูโลซีตัสต่างส่งเสียงคำรามใส่กันแม้แอนดรูซาร์คัสจะมีเพียงตัวเดียวแต่มันก็ยังอาจหารมาต่อกรกับแอมบูโลซีตัส ก็อย่าว่าแหละ การต่อสู้มันไม่ได้อยู่ที่จำนวนหรือขนาดแต่เป็นความแข็งแกร่งบวกทักษะของสิ่งมีชิวิตนั้นๆ


“แอนดรูซาร์คัสว่าอะไร” ผมหันไปถามลูก้าที่จดจ้องราวกับกำลังฟังบทสนทนาอยู่


“มันบอกว่าจะมาล่าแอมบูโลซีตัสแต่เปลี่ยนใจแล้ว”


“เปลี่ยนใจ?”


“ใช่ อะไรนะ แกว่าจะล่าใครนะ?!” ลูก้าที่กำลังจะตอบผมถึงกับก้าวไปด้านหน้าด้วยใบหน้าโกรธเกรี้ยวอย่างไม่เคยเห็น


กรรรร~


“ลูก้า เกิดอะไรขึ้น” ผมรีบเดินตามเข้าไปถาม


“กรรร~...” ลูก้าไม่ตอบแต่ยังคงสบตาอยู่กับแอนดรูซาร์คัสตรงหน้า


“ลูก้า...”


“มันบอกว่าจะล่าสาม”


“ฮะ?” ล่าผม?


“คิดว่าผมจะยอมให้มันทำรึไงล่ะ” ใบหน้า น้ำเสียงและบรรยากาศรอบตัวที่ปะทุขึ้นทำเอาพวกแอมบูโลซีตัสค่อยถอยลงน้ำไปราวกับรับรู้ได้ว่าไม่ควรเข้าใกล้ในเวลานี้


“ใจเย็นก่อน พวกสัตว์กลัวหมดแล้ว” ผมแตะไหล่อีกฝ่ายเบาๆ เป็นการเตือน


“แต่ว่า...”


“เจ้านี่สัตว์ที่ล่าพวกแอมบูโลซีตัสสินะ”


“ใช่”


“งั้นผมจะจัดการเอง” พูดเสร็จก็เดินไปเผชิญหน้ากับแอนดรูซาร์คัส มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปหยิบอาวุธในกระเป๋าออกมาเตรียมพร้อมสู้


“แต่ว่ามันอันตราย...”


“ถ้าผมชนะไม่เพียงแค่จะไม่เกิดการต่อสู้กับแอมบูโลซีตัสแต่การเอาชนะแอนดรูซาร์คัสจะช่วยให้เราเดินทางง่ายขึ้น” ถ้าล้มเจ้าถิ่นได้ ทุกอย่างก็สะดวกล่ะ


“ถึงแบบนั้นก็ไม่จำเป็นที่สามต้องสู้นี่ ให้ผม...”


“เอาล่ะ อยากล่าผมเหรอแอนดรูซาร์คัส” ผมไม่สนใจเสียงของลูก้าแต่สบตากับสัตว์ร่างยักษ์อย่างเอาเรื่อง


จะทำให้รู้เองว่าล่าผิดคนแล้ว


กรรรรร~


เพียงเสี้ยววินาทีหลังเสียงคำรามเรียวปากยาวอันเต็มไปด้วยคมเขี้ยวก็อ้าออกพร้อมเท้าทั้งสี่ที่พุ่งเข้ามาโจมตีด้วยความเร็วสูง แน่นอนว่าการเคลื่อนไหวนั่นอาจเร็วแต่ผมก็ยังสามารถหลบได้โดยไม่บาดเจ็บอะไร อาวุธสีเงินบางใสถูกหยิบขึ้นมาควงก่อนจะจับไว้มั่น


ครั้งนี้ผมเป็นฝ่ายเปิดฉากการโจมบ้างโดยการวิ่งอ้อมไปยังด้านข้างตรงไปยังชายป่าซึ่งแอนดรูซาร์คัสวิ่งตามมาสกัดไม่ให้ผมหนี แต่ผมไม่ได้คิดจะหนีแค่ล่อให้มันออกมายังพื้นที่ที่ผมสามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกกว่าเท่านั้น กิ่งไม้แรกตรงหน้าถูกใช้เป็นฐานเพื่อเหวี่ยงตัวขึ้นไปด้านบนในจังหวะเดียวกับแอนดรูซาร์คัสวิ่งเข้ากระแทกต้นไม้ที่ผมยืนอยู่จนปริแตก


“พลังเยอะจังแฮะ”


“สาม!” เสียงตะโกนอย่างห่วงๆ ของลูก้าดังขึ้น ผมเองก็รู้ว่าทำให้ห่วงแต่การจะให้ถูกปกป้องตลอดมันไม่ใช่นิสัยผม ตัวผมไม่ใช่เจ้าหญิงที่ต้องมีเจ้าชายหรือมังกรมาปกป้อง!


กรรรรร~


อาวุธใสในมือถูกโยนขึ้นบนท้องฟ้า ด้วยความที่มีสีและลักษณะโปร่งบางทำให้เกิดแสงสว่างเรียกความสนใจของแอนดรูซาร์คัสได้ ผมเลยอาศัยจังหวะที่มันสนใจอาวุธด้านบนกระโดดขึ้นไปบนหลังพร้อมรับอาวุธที่ตกลงมาพอดี


อาวุธนี้อาจเหมือนมีดซึ่งก็ใช่แต่นอกจากเป็นมีดแล้วยังเป็นเหมือนเข็มฉีดยาด้วย แม้จะมีขนาดเล็กแต่ก็เพียบพร้อมด้วยยาอันมีคุณสมบัติหลากหลายตั้งแต่ยาคลายกล้ามเนื้อไปจนถึงยาสลบ  ด้วยวิทยาการทำให้ฤทธิ์ยามีมากขึ้นจึงไม่จำเป็นต้องพกมาเป็นขวด เพียงแค่กะการใช้ให้ถูกก็ไม่มีปัญหา ส่วนปลายของมีจะเป็นส่วนที่แหลมคมที่สุดซึ่งในส่วนนี้ผมได้ใส่เข็มขนาดเล็กไว้ การจะฉีดก็ทำได้ง่ายเพียงแค่ออกแรงกดตรงด้ามหลังจากเลือกชนิดยาผ่านระบบสัมผัสบริเวณผิวของด้าม


กรรรร~


ผมเลือกใช้ยาชาในการต่อสู้ครั้งนี้ มันอาจดูเอาเปรียบสัตว์ที่ต้องมาโดนของที่ดูยากจะต่อกรแต่คิดอีกแง่มันก็คือความสามารถของมนุษย์ที่ใช้เวลานับร้อยๆ ปีในการค้นคว้าและคิ้นค้นมันขึ้น เหล่าสัตว์ก็มีกรงเล็บและเขี้ยวหรือแม้แต่พิษ แล้วมนุษย์ล่ะถ้าตัดเรื่องเทคโนโลยีและเครื่องทุ่นแรงออกมนุษย์จะเหลืออะไร ดังนั้นผมไม่คิดว่ามันเป็นการโกงหรอกนะ


“ขอจบเลยละกัน” พึมพำจบส่วนปลายมืดที่ก็มีเข็มขนาดเล็กโผล่ออกมา ในเสี้ยววินาทีที่ยาชาถูกฉีดร่างของแอนดรูซาร์คัสก็ทรุด อย่างที่บอกผมไม่ได้มาเพื่อสู้การจะให้สู้โดยใช้แรงมากกว่านี้ก็ได้อยู่แต่นั่นอาจทำให้บาดเจ็บได้ การมาครั้งนี้เพื่อศึกษาเกาะผมจึงเลี่ยงการต่อสู้ แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็จะจบลงให้เร็วที่สุด


“ขอโทษนะ” ผมลงมาจากหลังของแอนดรูซาร์คัสพลางลูบเส้นขนสีน้ำตาลของเบาแทนคำขอโทษ ด้วยฤทธิ์ยาคงจะทำให้ชาไปสักพักแต่ไม่ส่งผลเสียต่อระบบภายในอะไรแน่นอน


กรรรร~


แม้จะขยับไม่ได้แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ สายตาที่จับจ้องมันนั่นเหมือนไม่ยอมรับผลการต่อสู้นี้


“ผมชนะ นี่คือความจริง...ไว้ก่อนกลับมาสู้กันอีกก็ได้นะ” ผมพูดพร้อมรอยยิ้มโดยไม่รู้ว่าสิ่งที่พูดแอนดรูซาร์คัสจะเข้าใจไหม


“สาม” ลูก้าเรียกก่อนจะเดินเข้ามาหา


“เรียบร้อย ลูก้าบอกแอมบูโลซีตัสด้วยว่าคนที่ชะแอนดรูซาร์คัสคือผมดังนั้นห้ามอาศัยช่วงนี้เข้ามารุมเด็ดขาด” ผมบอกเพราะเห็นว่าเหล่าแอมบูโลซีตัสกำลังขึ้นมาจากน้ำด้วยท่าทางเอาเรื่อง สายตาของพวกมั้นจ้องมายังแอนดรูซาร์คัสที่ขยับไม่ได้


มันอาจเป็นเรื่องธรรมชาติที่ผู้อ่อนแอจะถูกกิน แต่เรื่องนี้ผมเป็นผู้บุกรุก เป็นคนที่ไม่สมควรมาอยู่นี่ ซึ่งการกระทำของผมอาจสร้างความผิดปกติให้ห่วงโซ่อาหารได้ ถ้าแอมบูโลซีตัสอยากชนะก็ต้องทำด้วยตัวเองไม่ใช่ฉวยโอกาสหลังจากแอนดรูซาร์คัสกำลังอ่อนแอแบบนี้


“เข้าใจแล้ว จะบอกให้...กรรร~” ไม่ใช่แค่แอมบูโลซีตัสที่ลูก้าเข้าไปคุยแต่แอนดรูซาร์คัสเองก็เช่นกัน ก็ไม่รู้ว่าคุยอะไรแต่ก็ถือว่าจบไปอีกเรื่อง


หลังจากจบการต่อสู้แรกผมก็เดินนำลูก้าไปเรียบชายฝั่งติดกับน้ำทะเล น้ำทะเลที่นี่มีคลื่นเหมือนเวลาอยู่ตามชายหาดปกติเพราะมีส่วนหนึ่งที่ยื่นออกไปยังทะเลทว่ากระแสน้ำวนที่อยู่รอบๆ ทำให้เหล่าสัตว์ภายในไม่สามารถว่ายฝ่ากระแสน้ำออกไปได้ ขนาดมองจากตรงนี้ยังรู้เลยว่ากระแสนน้ำเชี่ยวกราดขนาดไหน


ต่อให้เป็นลูก้าก็อาจจะทานกระแสน้ำนั่นไม่ได้นาน


“น้ำตรงนั้นกำลังหมุนอยู่” ลูก้าพึมพำระหว่างที่มองไปยังกระแสน้ำวนด้านนอกเกาะ


ตอนนี้พวกเรายืนอยู่บนหน้าผาสูงซึ่งมองเห็นวิวทั้งด้านในเกาะส่วนที่เป็นทะเลและพื้นน้ำด้านนอกเกาะหลังจากสำรวจสัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ในน้ำได้พอสมควรแล้ว แม้ขนาดของแอ่งน้ำเค็มจะใหญ่แต่สัตว์ในยุคแคมเบรียนส่วนมากไม่ได้มีขนาดใหญ่เทียบเท่าไดโนเสาร์เพราะเป็นยุคแรกๆ ที่ให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตเว้นแต่เจ้าตัวที่ได้ชื่อว่าราชา...


“สามด้านล่าง...”


ตู้ม!!


เสียงพูดของลูก้าถูกเสียงน้ำกระจายตัวกลบจนไม่ได้ยินประโยคต่อไปซึ่งผมก็ไม่ได้หันไปถามกลับเพราะมัวแต่ตกตะลึงกับภาพของสัตว์ทะเลขนาดยักษ์ที่มีลำตัวยาวเฉียด20เมตรที่กระโดดลอยตัวขึ้นมาเหนือน้ำตรงหน้าอยู่ด้วยความตื่นเต้น ก็รู้ว่าเจ้านี่อยู่ในยุคแคมเบรียนแต่ใครจะคิดล่ะว่าจะได้เห็นตัวเป็นๆ แบบนี้!


แอ่งน้ำทะเลบนเกาะไม่มีขนาดใหญ่พอสำหรับมันผมเลยคิดว่าคงไม่ได้เจอแล้วแต่ใครจะคิดล่ะว่าจะได้มาเจอที่ทะเลด้านนอกแทนซะอย่างงั้น สัตว์ทะเลที่ได้ชื่อว่าราชาแห่งกิ้งก่า


“...บาซิโอซอรัส” ผมพึมพำชื่อนั่นออกมาระหว่างก้มลงไปมองเงาขนาดใหญ่ใต้ทะเลด้านล่างที่กำลังเคลื่อนไหวไปมา 


“นั่นคือชื่อของมันสินะ” ลูก้าหันมาถาม


“ใช่ บาซิโอซอรัสหรือราชาแห่งกิ้งก่า มันเป็นสัตว์ทะเลกินเนื้อขนาดใหญ่กว่า20เมตรที่เลี้ยงลูกด้วยนม มีหลายคนสันนิฐานว่ามันเป็นเหมือนวาฬยุคแรกของโลกที่มีการวิวัฒนาการมาจากสัตว์บกในยุคก่อน” ผมอธิบายเรื่องของสัตว์ทะเลตรงหน้าให้ลูก้าฟังคร่าวๆ


“เขากำลังสงสัยว่าพวกเราเป็นใคร”


“เขาที่ว่าหมายถึงบาซิโอซอรัส?” ผมถามพลางหันไปมองหน้าลูก้าที่ตอนนี้มองไปยังบาซิโอซอรัสข้างล่างอยู่


“อืม...กรร~”


กรรรร~


ส่วนปากเรียวแหลมคล้ายโลมาสีดำเหลือบเขียวโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำพร้อมส่งเสียงคำราม ดังลั่นจนสัตว์ปีกรอบๆ แตกกระจายกันไปคนละทิศทาง ถึงจะเป็นเสียงคำรามที่ดังแต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคาม


“นี่ลูก้า...”


“ได้สิ”


“ฮะ? ได้อะไร...เฮ้ยลูก้า!!”


ตู้ม!


ยังไม่ทันจะถามจบประโยคลูก้าก็กระโดดลงไปด้านล่างจากหน้าผาสูงหลายสิบเมตรโดยไม่บอกอะไรผมสักคำ ก่อนจะถึงผืนน้ำร่างมนุษย์ของลูก้าก็กลับร่างไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ส่งผลให้เกิดเสียงดังจนเหล่าสัตว์ปีกตื่นตกใจกันอีกรอบ


ผมได้แต่ก้มมองไดโนเสาร์ยาวกว่า10เมตรสองตัวว่ายไปมาด้วยกันด้านล่างนั่นด้วยความสนุกสนาน ท่าทางดูมีความสุขของลูก้าทำให้ผมถอดหายใจออกมาอย่างปลงๆ ตอนแรกนึกว่าจะมีเรื่องกันแล้วซะอีกแบบนี้ค่อยดีหน่อย


ลูก้าไม่เคยได้ว่ายเล่นกันเพื่อนแบบนี้เลยตั้งแต่มาอยู่กับผม ถ้าเป็นบนเกาะก็น่าจะเล่นว่ายกับซิมโบสปอนไดลัส


เพราะงั้นจะปล่อยไปสักพักก็ได้ ลูก้าเองก็ดูเหมือนจะรู้ถึงส่วนที่เป็นอันตรายของตัวเองจึงว่ายเล่นโดยพยายามควบคุมไม่ให้ส่วนหนวดที่มีพิษแมงกระพรุ่นกล่องนั่นไปเผลอโดนบซิโอซอรัสเข้า ปากเรียวใหญ่ของลูก้าอ้าออกแล้วขบลงเข้าบริเวณปากแหลมของบาซิโอซออรัสจนถูกส่วนหางขนาดใหญ่ยาวนั่นฟาดเข้าให้


“คิก!” ผมหัวเราะกับภาพตรงหน้าพร้อมยกกล้องโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายทั้งรูปและวิดีโอเก็บไว้เป็นที่ละทึก ถ้าผมเอาคลิปนี้ลงเฟสเชื่อเลยว่าต้องมีคนแชร์กันให้ว่อนแน่


งี๊ดดด~


“มีอะไรลูก้า!” ผมตะโกนถามเมื่อเสียงครางนั่นดังมาจากด้านล่าง ลูก้าในร่างไดโนสาร์ชูคอขึ้นมาพร้อมใช้ดวงตาสีเงินจับจ้องมายังผมราวกับจะบอกอะไรสักอย่าง เมื่อก่อนผมคงตอบกลับไปว่าพูดอะไรน่ะแต่ตอนนี้ไม่ใช่ เพียงแค่แววตาที่มองมาก็เหมือนรับรู้ได้ถึงสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ สิ่งที่ลูก้าบอกคือให้ผมลงไปหา


“เข้าใจแล้ว รอก่อน”


งี๊ดดด~


เสียงครางดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่สวนหัวของลูก้าจะมุดลงไปในน้ำแล้วเงยขึ้นมาอีกรอบ


“ใครจะกระโดดลงไปกัน!” ผมตะโกนกลับลงไปโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดว่าท่าทางนั่นหมายถึงอะไร อาจเพราะอยู่ด้วยกันมาตลอดเลยรับรู้ได้แม้จะไม่ได้ใช้ภาษาเดียวกัน ผมเดินลัดเลาะลงจากหน้าผามาจนถึงบริเวณโขดหินที่มีลูก้าว่ายเข้ามาหา ส่วนปากเรียวอ้าออกเล็กน้อยนั่นทำเอาผมรีบกระโดดถอยหลังไปชิดหน้าผาด้านหลังทันควัน


งื๊ด!


“ไม่ต้องมาทำหน้างง คิดจะให้ผมลงน้ำล่ะสิ” ผมพูดอย่างรู้ทัน 


คิดเหรอว่าผมจะไม่รู้ถึงเรื่องนั้นน่ะ พอเห็นผมรู้ทันอีกฝ่ายก็ทำคอตกด้วยท่าทีหง๋อยๆ


“ผมไม่อยากให้เสื้อผ้าเปียก นายเล่นไปเถอะ...”


กรรร~


กรรร~


บาซิโอซอรัสโผล่ขึ้นมาพร้อมว่ายเข้ามาใกล้ ดวงตาสีดำสนิทจ้องมายังผมก่อนจะหันไปหาลูก้าที่อยู่ด้านข้าง ไม่ต้องรอถามก็รู้เลยว่าบาซิโอซอรัสกำลังถามลูก้าเกี่ยวกับผม ผมอาศัยจังหวะที่บาซิโซอรัสสนใจลูก้าเดินเข้าไปมองไดโนเสาร์ร่างยักษ์ใกล้ๆ 


นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นบาซิโอซอรัสเป็นๆ เพราะทั่วโลกยังไม่มีใครให้กำเนิดมันขึ้นมา รูปร่างที่จำลองไว้ในหนังสือเหมือนจะไม่ตรงกับความเป็นจริงตรงหน้าสักเท่าไหร่ แต่ไม่แน่ว่าอาจเพราะสภาพแวดล้อมที่ปิดตายนี่ทำให้ต้องเติบโตมาจนมีรูปร่างแบบนี้


งี๊ด!


เสียงครางเบาๆ ครั้งนี้มาจากบาซิโอซอรัสที่จับจ้องมายังผมอย่างไม่วางตา


“ไปบอกอะไรเขาน่ะลูก้า” ท่าทางของบาซิโอซอรัสเหมือนจะพูดว่า ‘เป็นแบบนี้นี่เองหรือจริงเหรอ’ ประมาณนั้น


งี๊ดดด~


ลูก้าในร่างไดโนเสาร์อ้าปากแล้วหุบคล้ายจะเล่าว่าพูดอะไรไป ด้วยความที่ภาษาต่างกันผมเลยไม่เข้าใจว่าลูก้าพูดอะไร ถ้าเป็นข้อความสั้นๆ ก็เข้าใจอยู่แต่จากที่เห็นปากที่พะงาบๆ นั่นก็รู้ว่ายาวเป็นกิโลแน่


“เฮ้อ...เอาเถอะ ผมชื่อสาม เป็นคู่หูกับลูก้า ยินดีที่ได้พบนะ” ผมแนะนำตัวพร้อมส่งยิ้มไปให้บาซิโอซอรัสตรงหน้า


งี๊ด!


“คิก...” ผมหลุดขำออกมาเมื่อเรียวปากยาวคล้ายปลาโลมาของบาซิโอซอรสยื่นมาโดนมือ สัมผัสนิ่มๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของสัตว์น้ำนี่ผมชอบมันจริงๆ ชอบมากกว่าเป็นขนเส้นๆ ซะอีก


เมื่อทักทายกันเสร็จลูก้ากับบาซิโอซอรัสก็ออกไปว่ายเล่นกันต่อจนถึงช่วงใกล้พระอาทิตย์ตกผมก็เรียกลูก้าให้กลับขึ้นมาแม้จะรู้ว่าต่อให้ดึกขนาดไหนก็ไม่เป็นอันตรายกับลูก้าก็ตาม 


หลังจากนั้นผมก็เดินนำลูก้าเข้าไปในป่าและหยุดดพักกางเต้นท์บริเวณชายป่าซึ่งอยู่ไม่ไกลกับแอ่งน้ำจืดขนาดใหญ่นัก วันพรุ่งนี้ผมจะไปสำรวจฝั่งที่เป็นน้ำจืดบ้างว่ามีสัตว์อะไรอยู่ เกาะนี้อาจดูเหมมือนใหญ่แต่ถ้าเดินเลาะตามขอบแค่สองสามวันก็น่าจะวนรอบแล้ว ผิดจากด้านในป่าที่ทั้งรกทึบและชื้นแฉะ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้หนาที่ไม่ผ่านการบุกรุกจากมนุษย์มาก่อน


อาหารเย็นเป็นของง่ายๆ ที่เอาพวกอาหารกระป๋องมาต้มในหม้อโดยมีไฟจากการนำเศษไม้ใบหญ้ามากองรวมกัน ต้นไม้หนาขนาดนี้ตกดึกคงหนาวเทียบเท่าฤดูหนาวเลยทีเดียว


“ดับไฟหน่อยลูก้า” ผมบอกก่อนจะเปิดเต้นท์เข้าไปด้านใน


“ทำไมไม่จุดไว้ล่ะ เคยได้ยินว่าพวกสัตว์จะกลัวไฟนี่”


“ก็ใช่ แต่ผมไม่อยากจะรบกวนสัตว์ที่อยู่ที่นี่หรอก” แค่นี้ก็เข้ามาบุกรุกมากพอแล้ว อีกอย่างต่อให้ไม่มีไฟก็เชื่อเถอะว่าด้วยประสาทสัมผัสของลูก้าสามารถรับรู้ได้


“เข้าใจแล้ว”


เมื่อดับไฟเสร็จลูก้าก็เข้ามาในเต้นท์ที่มีทั้งถุงนอนและผ้าห่มวางเตรียมไว้ ด้วยความที่เป็นป่าทำให้ตอนกลางคืนมืดสนิทจนดวงตาของมนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดนัก ผมเองตอนี้ยังควานหาโทรศัพท์ที่น่าจะอยู่แถวนี้ไม่เจอเลย


“ขยับไปทางซ้ายอีกสาม”


“ตรงนี้?” ผมขยับมือไปตามเสียงของลูก้า


“ซ้ายอีกนิด”


“อ๊ะ เจอแล้ว ขอบคุณลูก้า” ผมพูดขอบคุณก่อนจะเปิดโทรศัพท์เพื่อบันทึกสิ่งที่เจอวันนี้ลงไปในโน้ต


“ไม่เป็นไร”


“นอนก่อนเลย ผมขออีก5นาที” แม้จะเห็นไม่ชัดแต่ใช่ว่าจะไม่เห็นเลย ผมเห็นลูก้าที่ยังนั่งไม่ยอมนอนอยู่ข้างๆ


“รอได้”


“ควรพักนะ เหนื่อยกับการว่ายน้ำมานี่” ว่ายเกือบ3ชั่วโมงได้มั้ง


“ผมไม่เคยเหนื่อยกับการว่ายน้ำ”


“...นั่นสิ ก็เป็นไดโนเสาร์น้ำนี่นะ” สัตว์น้ำบางชนิดเองก็มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการเคลื่อนไหว ถ้าหยุดขยับมันก็จะตาย


“ให้ช่วยไหม”


“ไม่เป็นไร...เสร็จพอดีเลย เอ้า นอนๆ” ผมปิดโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋าก่อนจะมุดตัวเข้าไปอยู่ในถุงนอนโดยที่มีผ้าห่มคลุมอยู่อีกชั้น


“ผมไม่ชอบถุงนอนเลย มันแปลกๆ ”


“ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องเข้าไป นอนบนถุงเลยก็ได้” ผมตอบกลับ ยังไงก็มีผ้าห่มให้อยู่แล้ว


“แบบนั้นก็หนาวสิ”


“ขี้หนาวเหรอลูก้า”


“อืม...เพราะงั้น ขอขยับไปนอนใกล้ๆ ได้ไหม” คำขอนั่นทำให้ผมยกคิ้วขึ้น


“นี่ยังไม่ใกล้เหรอ” ผมว่ามันชิดแล้วนะ 


“ยัง...อยากใกล้แบบนี้” พูดจบถุงนอนที่มีผมอยู่ด้านในก็ถูกลูก้าดึงเข้าไปกอดพร้อมผ้าห่มที่ถูกคลุมอีกชั้น


“...มากไปมั้ง” ผมพึมพำแต่ไม่ได้ขัดขืนสัมผัสของการกอดนั่น ยังไงเราก็แฟนกันแล้ว แค่นอนกอดมันเป็นเรื่องปกติ ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ลูก้าก็กอดผมนอนมาตั้งนานแล้ว


อากาศหนาวเย็นจากป่าไม่ส่งผลกับผมมากเพราะได้ไออุ่นจากลูก้าช่วยบรรเทา ยิ่งบรรยากาศเงียบเท่าไหร่ก็ยิ่งได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นสอดประสานกันมากเท่านั้น เสียงนั่นดังเป็นจังหวะคลับกล่อมจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว


ซุ่บ! ซุ่บ!


พรึ่บ!


เสียงการเคลื่อนไหวแปลกๆ จากด้านนอกนั้นทำให้ผมที่หลับอยู่เด้งตัวขึ้นมานั่งก่อนจะหันไปมองตามเสียงที่ได้ยิน เงาแปลกๆ หลายเงาปรากฏขึ้นผ่านผ้าของเต้นท์ปรากฏเป็นรูปสัตว์สองเท้าที่มีจงอยปากเหมือนสัตว์ปีก


“สาม” เสียงเรียกจากด้านหลังดังขึ้นเบาๆ ระหว่างร่างผมถูกรวบไปกอดไว้หลวมๆ


“ใช่เวลามากอดไหมลูก้า” ผมหันไปถามแล้วพยายามแกะมือที่กอดเอวอยู่ในหลุดออก สถานการณ์ตอนนี้ผมไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ดีเพราะยังไม่ทราบถึงสายพันธุ์ของสัตว์ด้านนอกนั่นแต่ดูจากแสงสว่างที่รอดเข้ามาแปลว่าอยู่ในช่วงพระอาทิตย์กำลังขึ้น


มีสองขากับจงอยปากคล้ายนก หรือว่า...


“ขนาดมันเล็ก ไม่น่าจะอันตราย...”


“ถ้าพูดแบบนั้นแปลว่าไม่เคยเจอกาสโตร์นิสล่ะสิ”


“กาสโตร์นิส?”


“จากลักษณะที่เห็นน่าจะใช่” ต้องออกไปดูให้เห็นชัดๆ ถึงจะสามารถบอกได้เต็มปากว่าใช่ไหม


“อันตราย?”


“ก็ไม่เชิง เรียกว่าไม่แน่ใจดีกว่า”


“ไม่แน่ใจหมายถึงอะไร” ลูก้าถามต่อ


“การ์โตร์นิสเป็นสัตว์จำพวกนกที่ไม่สามารถบินได้เนื่องจากพวกมันมีส่วนขาอันแข็งแกร่งและมีโครงสร้างร่างกายหนักกว่านกปกติ สิ่งที่ทำให้ไม่แน่ใจคือในปัจจุบันยังไม่เคยมีการคืนชีพมันขึ้นมาก่อนเลยไม่สามารถรู้ได้ว่ามันเป็นสัตว์กินพืชหรือกินเนื้อกันแน่” จากข้อมูลที่อ่านมากาสโตร์นิสถูกถกเถียงกันในหมู่นักวิทยาศาสตร์ว่ามันกินพืชหรือกินเนื้อกันแน่เพราะดูจากจงอยปากของมันไม่น่าจะทรงพลังถึงขนาดฉีกขาดเนื้อได้


“สามจะออกไปดู”


“อืม” ผมพยักหน้าส่งไป


“ไม่กลัวเหรอ ถ้าพวกมันกินเนื้อขึ้นมาจะทำยังไง”


“ถึงตอนนั้นค่อยหาวิธี อีกอย่างพวกกาสโตร์นิสเป็นพวกที่สัมผัสไวพวกมันคงรู้แล้วว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่ถึงได้เดินวนอยู่รอบๆ เต้นท์ไง” ดูจากเงาที่เดินวนไปมาก็พอจะเดาได้ว่าเป็นพวกช่างสงสัย ไม่แน่อาจไม่ใช่สงสัยแต่กำลังหาเหยื่อก็ได้


ผมขยับตัวไปหยิบของที่จำเป็นพร้อมอาวุธก่อนจะเคลื่อนตัวไปยังทางออกก่อนเต้นท์แต่ก่อนที่ผมจะเปิดออกไปลูก้ากลับห้ามไว้ก่อนจะเป็นคนออกไปด้านนอกก่อน 


เป็นห่วงกนเกินไปแล้วลูก้า


เขาคงกลัวว่าผมจะถูกโจมตีละมั้ง


กรรรรร~


และก็เป็นอีกครั้งที่ผมและลูก้าถูกทักทายด้วยเสียงคำรามจากเหล่าสิ่งมีชีวิตของเกาะนี้ เพียงแต่ครั้งนี้เสียงคำรามนั่นดังมาจากฝูงกาสโตร์นิสกว่า10ตัวที่อ้าจงอยปากที่เหลืองออกกว้างจนเห็นฟันซี่เล็กๆ อยู่ข้างใน


“...แบบนั้นไม่ใช่สัตว์กินพืชแล้ว” ผมพึมพำเมื่อได้สังเกตกาสโตร์นิสตรงๆ จงอยปากขนาดใหญ่กับส่วนกรามที่มีความยืดหยุ่นสูงนั่นไม่ใช่ของสัตว์กินพืชแต่เป็นกินเนื้อ ถึงจะพูดแบบนั้นแต่มันอาจเป็นเพียงการวิวัฒนาการของสัตว์บนเกาะนี้ก็ได้ อาจเพราะพืชที่กินไม่เพียงพอเลยจำเป็นต้องล่าสัตว์อื่นเพื่อมีชีวิตรอด แต่ไม่ว่าทางไหนก็เหมือนจะงานเข้าแล้วสิ


“เอาไงสาม” ลูก้าถามพลางมองไปยังกาสโตร์นิสรอบๆ ที่ใช้ดวงตาคมสีแดงสดจับจ้องมา


“ไม่ควรกลับร่าง ถ้าจะสู้คงต้องในร่างนี้” ผมตอบกลับ บริเวณชายป่านี่เต็มไปด้วยต้นไม้ถ้ากลับร่างมีแต่จะทำให้ผิวหนังของลูก้าถูกถากเท่านั้น อีกอย่างในร่างขนาดใหญ่คงสู้ความเร็วของกาสโตร์นิสบนบกไม่ได้


“...เราอาจไม่ต้องสู้ก็ได้นะ” ลูก้าพึมพำหลังจากนิ่งไปสักพัก ท่าทางนั่นเหมือนสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง


“หมายถึงอะไรลูก้า...”


กรรรรรรรร~


ไม่ทันได้ถามจบประโยคเสียงขู่คำรามก็ดังกกก้องพร้อมร่างขนาดใหญ่อันปราดเปรียวกว่า4เมตรกระโดดเข้ามาขวางหน้าพวกเรากับฝูงกาสโตร์นิส  เส้นขนสีน้ำตาลฟูฟ่อง ร่างกานอันกำยำและใหญ่โต คมเขี้ยมอันแหลมคมจนได้ชื่อว่าเป็นนักล่าที่ติดอันดับอันตรายแห่งยุคแคมเบียม


“แอนดรูซาร์คัส” ผมรียกชื่อสัตว์ตรงหน้าอย่างมึนงง


ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้


กรรรรรรร!


เสียงคำรามอีกรอบของแอนดรูซาร์คัสทำเอาสโตร์นิสกว่า10ตัวถึงกับชะงักก่อนพวกมันจะเริ่มส่งเสียงครวญครางแล้วหนีกระจายกันออกไปราวกับกลัวที่จะถูกล่า ดวงตาสีดำขลับของแอนดรูซาร์คัสหันกลับมาจ้องผมนิ่งเหมือนกำลังจะสื่อบางอย่างออกมาทว่าด้วยความที่เป็นมนุษย์จึงไม่อาจรับรู้ถึงการสื่อสารนั้นได้ทั้งหมด


ที่รู้คือแอนดรูซาร์คัสไม่ได้เป็นศัตรูแล้ว


“ลูก้า...เขาว่าอะไร” ผมหันไปถามลูก้าที่ยืนอยู่ข้างๆ


“...บอกว่ามาใช้หนี้น่ะ”


“ใช้หนี้?” หมายถึง?


“อืม เห็นว่าเรื่องตอนแอมบูโลซีตัส” คำพูดของลูก้าทำให้ผมนึกออกว่าอาจเป็นที่ผมบอกพวกแอมบูโลซีตัสไม่ให้เข้ามารุมตอนที่แอนดรูซาร์คัสติดอยู่ในฤทธิ์ของยาชา เพราะสาเหตุนั้นเลยมาช่วยคืนงั้นเหรอ


สมกับเป็นสัตว์ที่ถือเป็นเครือญาติของสุนัขในปัจจุบัน


“ขอบคุณนะแอนดรูซาร์คัส” ผมเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม


กรรร~


เสียงครางต่ำนั่นราวกับจะบอกว่าไม่จำเป็น


“คิก...” น่ารักไปอีกแบบแฮะ


หลังจากจบเรื่องกาสโตร์นิสผมและลูก้าพ่วงด้วยแอนดรูซาร์คัสที่ตามอยู่ห่างๆ ก็เดินมาสำรวจยังบริเวณแอ่งน้ำจืดขนาดใหญ่ ต้นไทรปัสเองก็ขึ้นอยู่กระจายตัวตามฝืนน้ำนั่นเป็นหย่อมๆ ภาพตรงหน้าให้ความรู้สึกสงบและสบายตามาก


เป็นภาพที่อาจหาได้ยากในปัจจุบัน ธรรมชาติเป็นสิ่งที่งดงามที่สุดแล้วในความคิดผม เหล่าสัตว์ทั้งน้ำจืด น้ำเค็มและสัตว์บก สัตว์ปีก รวมถึงพืชพรรณต่างๆ ถูกเก็บรวบรวมข้อมูลไว้แม้จะไม่ครบถ้วนแต่ก็มากมายจนหัวผมรู้สึกล้าๆ 


แต่ถึงจะไม่ครบถ้วนก็คงไม่เป็นปัญหาเพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าผมไม่ใช่พวกเก่งด้านการสำรวจขนาดนั้น ยังไงเดี๋ยวก็ต้องมีคณะสำรวจมานี่อีกครั้งอยู่ดี ตอนนี้แค่ผมยืนยันสถานการณ์ว่าไม่มีอันตรายอะไรมากก็คงเพียงพอแล้วสำหรับภารกิจครั้งนี้

......................................................

สวัสดีค่า

มาอัพช้าไปนิก(ความจริงก็ไม่นิด 555)

สำหรับตอนนี้เป็นตอนต่อจากครั้งที่แล้ว เรียกว่าเป็นตอนสำรวจเกาะก็ว่าได้

หลายคนแอบหวังว่าสามอาจโดนลูก้ากิน ขออภัยที่สามยังคงรอดปลอดภัยนะคะะะ

ถึงเราจะแต่งฉากncได้แต่ก็แต่งไม่เก่งนัก แต่จะไม่มีเลยตลอดทั้งเรื่องก็สงสารลูก้า 

เอาเป็นว่ามารอลุ้นวันที่สามจะตกเป็นขอลูก้ากันเถอะ

ขอบคุณทุกคนสำหรับคอมเม้นท์และกำลังใจนะคะ

เพราะได้รับกำลังใจจากทุกคนเราถึงได้สามารถแต่งนิยายมาได้ถึงตอนนี้

ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ

บ๊ายบาย

-------มุมให้ความรู้เรื่องไดโนเสาร์-------

วันนี้ขอนำเสนอกาสโตร์นิส



กาสโตร์นิส (Gastornis) เป็นสายพันธุ์ที่สูญพันธุ์ของ นก ขนาดใหญ่ มันนกที่มีขนาดใหญ่มากและได้รับการพิจารณาว่าเป็นสัตว์กินนมขนาดเล็ก อย่างไรก็ตามหลายบรรทัดของหลักฐานรวมทั้งการขาดกรงเล็บที่ติดยาเสพติดในรอยเท้าของ Gastornis ที่ รู้จักกันดีและการศึกษาโครงสร้างของ ปลอกคอ ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถแปล reinterpret นกเหล่านี้ว่าเป็นสัตว์กินพืชที่กินอาหารที่มีเมล็ดพืชและเมล็ดยาก

ซากดึกดำบรรพ์ของ Gastornis เป็นที่รู้จักจากทั่วยุโรปตะวันตกตะวันตกของสหรัฐฯและจีนตอนกลาง ซากดึกดำบรรพ์ที่เก่าแก่ที่สุด (Paleocene) ทั้งหมดมาจากยุโรปและมีแนวโน้มว่าสกุลนั้นมีต้นกำเนิดมาจากที่นั่น ยุโรปในยุคนี้เป็นทวีปเกาะและ Gastornis เป็น tetrapod บกที่ใหญ่ที่สุดของทวีป ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับ นกช้างที่มี มาดากัสการ์เป็น นก กินพืชที่คล้ายสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม ประเทศมาดากัสการ์ที่ แยกจากกันแม้ว่าจะมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ก็ตาม

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : http://www.bbc.co.uk และ wikipedia

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 309 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

699 ความคิดเห็น

  1. #695 Lanarabina (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 21:50
    แงงน้องหมาน่ารักจัง
    #695
    0
  2. #453 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 18:22
    ตอนนอนก็ยังจะขอสักหน่อยนะ555น่ารักจริงๆเลย
    #453
    0
  3. #452 黒くん (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 17:26
    เราตามมา3ภาคแล้วงแงงงชอบข่า มันหวานทุดภาคจริงๆ ดีต่อใจ
    #452
    0
  4. #444 Freedom (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 20:52

    สนุกมากเลยค่ะ

    #444
    0
  5. #442 Smuffy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 14:46
    ชอบมากกกกกกก อยากให้มาอัพบ่อยๆ อ่านเพลินมาก ตื่นเต้นเวลาได้เจอสัตว์ดึกดำบรรพ์
    #442
    0
  6. #441 qxtrx (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 13:13
    ชอบตอนลูก้าว่ายน้ำ น่ารักก
    #441
    0
  7. #440 o นู๋ น้ำหวาน o (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 11:26
    รอจ้าาาาา
    #440
    0
  8. #439 R_1412 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 10:38
    น่าจะขอตามไปด้วยน้าา~~~~แอนดรูซาคัส
    #439
    0
  9. #438 aom051 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 08:37
    อยากให้สามเอาแอนดรูซาคัสไปเลี้ยงจัง :)
    #438
    0
  10. #437 Hazel1A (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 08:20
    ชอบตอนลูก้าลงไปว่ายน้ำเล่นง่ะ น่ารักกก
    #437
    0
  11. #434 $a$i (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 00:16
    มีความน่ารักในทุกๆตอนเลยค่ะ
    #434
    0
  12. #433 pcard (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 00:12
    เกาะนี้มีสัตว์เยอะมากเลย *O*
    #433
    0
  13. #432 H i k a w a (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 23:33
    อ่านตอนนี้แล้วเพลินมากก5555 เหมือนสามพาเที่ยวเลยจริงๆ55555 คุณผู้แต่งแต่งเก่งขึ้นหรือเปล่าคะ ภาพแว๊บๆขึ้นมาในหัวทุกช็อตเลย55555 น่ารักตรงมีน้องมาใช้หนี้ด้วย / ขำ สงสารลูก้าก็เลยยอมให้มีเอ็นซี5555555
    #432
    0
  14. #431 Ampchom Chomphoonut (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 23:12

    เจ้าการ์สโตร์นิสนี่ปีกมีไว้ระบุเป็นนกเฉยๆสินะ เล็กมาก…กกก

    #431
    0
  15. #430 ramanya78979 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 22:24
    มาฮันนีมูนเหรอสองคนนี้ ได้เพื่อนใหม่มาอีก55555555 เมื่อไหร่สามจะโดนกินอ่ะ
    #430
    0
  16. #429 Atk. S. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 22:21
    ไรใช้อากู๋แปลใช่ไหม คำแปลกมากในมุมให้ความรู้555 เหมือนมาเดตกันมากกว่านะ
    #429
    0
  17. #428 Fah Skye (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 22:20
    สนุกกกก ชอบมาก
    #428
    0
  18. #427 |||No_Name||| (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 22:17
    เหมือนมาเดต...
    #427
    0
  19. #426 Yamabuki no Ryoki (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 22:14
    ปีกอันเท่านั้นอย่าหวังเลยว่าจะบินได้น่ะ... (=_=)
    #426
    0
  20. #425 Lalaland332221 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 22:13
    รอออออออ
    #425
    0