-จบ-◈Jurassic Foster◈ กลายพันธุ์รัก ใต้ธารา

ตอนที่ 19 : ◈ธาราที่18◈

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,484
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 309 ครั้ง
    22 มิ.ย. 61

◈ธาราที่18◈




บรรยากาศอันงดงามของทะเลในยามสายและกลิ่นเค็มของน้ำทะเลตรงหน้าไม่ได้ช่วยให้หาคำตอบในเรื่องที่กำลังคิดอยู่ได้เลยสักนิดเดียว ตั้งแต่วันที่กลับมาจากแลเปลี่ยนดูงานยังสถาบันวิจัยสัตว์ทะเลประเทศแม็กซิโกผมก็คิดมาตลอดถึงความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อลูก้า


แต่ไม่ว่าจะพยายามคิดยังไงก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่ามันคืออะไรกันแน่


ผมเคยมีแฟนอยู่ช่วงหนึ่งแต่เพราะสาเหตุหลายๆอย่างทำให้เลิกลากันไปในเวลาไม่ถึงเดือนซึ่งผมเองก็ไม่ได้เศร้าหรือเสียใจอะไร อาจเพราะผมไม่ได้รักเธอด้วยละมั้ง


เรื่องมันก็นานจนแทบจำใบหน้าไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ


เพราะไม่ได้รู้สึกกับเธอถึงขั้นรักผมเลยไม่สามารถเอามาวัดได้


แต่ถ้าให้เทียบระหว่างเธอคนนั้นกับลูก้า...


ผมก็คงเลือกลูก้าอย่างไม่ต้องคิด


ทว่าการเลือกลูก้าไม่ได้หมายความว่าผมต้องรักเขานี่จริงไหม


จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจเลยว่ายังไงถึงเรียกว่ารัก


กับครอบครัวแน่นอนว่าต้องรักอยู่แล้ว เพียงแค่กับคนรักหรือแฟนต้องมีอะไรที่มากกว่านั้น


“ชักปวดหัวแล้วสิ...”ผมพึมพำพลางเกาหัวตัวเองอย่างหน่ายๆ


“ยืนทำหน้าเครียดอะไรน่ะ”เสียงจากด้านหลังเรียกให้ผมหันกลับไปมองก่อนจะเห็นคนคุ้นหน้าที่ไม่ได้เจอกันซะนานอย่างปายเดินเข้ามาใกล้


“ปาย?...ไม่ใช่ว่าออกไปทำงานนอกสถานที่เหรอ”ผมถามกลับเพราะได้ยินข่าวมาก่อนหน้านี้ว่าหัวหน้าหน่วยควบคุมได้รับเชิญให้ไปดูงานที่ไหนสักแห่ง


“พึ่งกลับมาถึง กำลังจะเดินกลับห้องแต่ดันเห็นคนหน้าเครียดยืนอยู่เลยมาทักสักหน่อย”


“ก็ไม่ได้เครียดขนาดนั้น”


“มันแสดงออกมาทางหน้าหมดแหละ ว่าแต่วันนี้หมอนั่นไม่มาด้วยเหรอ”ปายถามพร้อมกับหันซ้ายขวาเพื่อมองหาอะไรสักอย่าง
ถึงไม่ถามก็รู้ว่าถามใคร


มีแค่คนเดียวเท่านั้นแหละที่จะตัวติดกับผมแทบตลอดเวลา


“ผมบอกลูก้าว่าอยากอยู่คนเดียวสักพักน่ะ”เมื่อเช้าเองลูก้าก็เหมือนจะสังเกตเห็นท่าทางอันผิดปกติของผมแต่เพราะผมไม่บอกอีกฝ่ายเลยทำอะไรไม่ได้นอกจากทำหน้าหง๋อยแล้วปล่อให้ผมอยู่คนเดียว


“น่าแปลกที่หมอนั่นยอม ดีไม่ดีอาจแอบอยู่แถวนี้ก็ได้”


“คิก...นั่นมันสโตรกเกอร์แล้ว”พอนึกภาพลูก้าหลบอยู่ตามมุมกำแพงก็ตลกจนหลุดขำออกมา


“ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงนี่ ทั้งหวงทั้งห่วงขนาดนั้น”


“ความรู้สึกต่างกันจะตาย”เวลาลูก้ามองมามันไม่ได้ถูกคุกคามตรงกับข้ามลับอบอุ่นและรู้สึกปลอดภัย


“...ดูท่าจะรักมากเลยนะ”


“อืม ลูก้าบอกว่ารักผมน่ะ...แต่ตัวผม...”


“ไม่ใช่ ฉันไม่ได้หมายถึงลูก้า”ปายพูดแทรกด้วยใบหน้าจริงจังอย่างไม่เคยเป็น


“...หมายถึงอะไร”ไม่เห็นเข้าใจเลย


“ที่พูดว่าดูท่าจะรักมากไม่ใช่ลูก้าแต่เป็นนายต่างหาก สาม”


“...”คำพูดนั่นทำเอาคิ้วของผมขมวดเข้าหากันแน่น


พูดอะไรน่ะ


“ทำหน้าแบบนั้นแปลว่าไม่รู้ตัวเลยสินะ”


“...รู้อะไร”


“นายรักหมอนั่นแล้ว”


“พะ...พูดอะไร ไม่ได้รักสักหน่อย”ผมรีบส่ายหน้าปฏิเสธด้วยใบหน้าแดงๆ


“เหรอ...ถ้าไม่ได้รักหมอนั่น งั้นมาคบกับฉันไหมล่ะ”


“ห๊ะ?”


“ฉันรักนาย...สาม”คำสารภาพรักและประโยคขอคบถูกเอ่ยออกมาง่ายๆจนคนฟังอย่างผมถึงกับทำตัวไม่ตัว


สถานการณ์นี้มันอะไรเนี่ย


“ละ...ล้อเล่นอะไร”


“ฉันไม่ได้ล้อเล่น ตลอดมาฉันแค่ไม่อยากพูดมันออกไปเพราะกลัวว่าความเป็นเพื่อนมันจะหายไปแต่ตอนนี้มันอาจเป็นโอกาสเดียวที่จะได้บอกให้สามรู้”


“ปาย...”


“ฉันจริงจังนะสาม”ทั้งน้ำเสียงและใบหน้าของปายแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่เรื่องตลกหรือล้อเล่น


อะไรกัน


ปายคิดกับผมมาตลอด...


“เอ่อ...”ผมควรทำยังไงกับสถานการณ์นี้ดี


“...”ปายเองก็เหมือนจะไม่ได้เร่งรัดให้ผมตอบ เขาทำเพียงสบตาผมนิ่งราวกับจะบอกให้ช่วยคิดเรื่องนี้อย่างจริงที


ผมเม้นปากแน่นพร้อมกับสมองที่เริ่มคิดหนักขึ้น ตั้งแต่เกิดมาถ้าไม่นับลูก้าที่มักจะพูดว่ารักผมนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ถูกสารภาพรักอย่างจริงจังจากผู้ชาย


กับปายผมสนิทมาตั้งแต่เรียนมัธยมปลายเพราะอยู่ห้องเดียวกันแต่พอผมเข้ามหาลัยและไปต่อต่างประเทศก็แทบไม่ได้ติดต่อกันอีก ที่กลับมาเจอกันอีกครั้งก็เพราะมาทำงานที่เดียวกันนี่แหละ


ถ้าถามความรู้สึกที่มีต่อปายก็คงพูดได้ว่าสนิท ซึ่งมันก็หยุดอยู่แค่นั้น


แค่สนิท...ไม่เหมือนกับลูก้า


ลูก้า?


ทำไมชื่อของลูก้าถึงผุดขึ้นมาตอนนี้กันแถมยังเปรียบเทียบกับปายอีก


สำหรับผมถ้าคนที่ใช้เปรียบเทียบคือลูก้าคนอื่นๆก็คงไม่ชนะหรอก


ลูก้าพิเศษกว่าใครที่เคยเจอมา


ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันมันอาจสั้นทว่ามันกลับตราตรึงอยู่ในความรู้สึกและความทรงจำ


คำว่าพิเศษของผมมันมีความหมายยังไงกันแน่นะ


ถึงจะยังไม่เข้าใจความรู้สึกนั้นแต่กับปายผม...


“ปาย...ขอบคุณสำหรับความรู้สึกที่มีให้นะแต่ต้องขอโทษที่ไม่สามารถตอบรับความรู้สึกนั้นได้จริงๆ”ตลอดการพูดผมยังคงสบตาอยู่กับปากเพื่อแสดงให้เห็นว่าผมคิดมันอย่างดีแล้ว


ในใจผมปายไม่ใช่คนที่ผมรัก


“หึ...ก็พอรู้อยู่ ฉันเองก็ทำใจตั้งแต่ได้เห็นหมอนั่นครั้งแรกแล้ว”ปายละสายตาที่ประสานกันไปมองผืนทะเลสีฟ้าแทน


“เห็นลูก้า? หมายถึงยังไง?”


“เพราะใกล้กันเกินไปเลยไม่สามารถรับรู้ได้ละมั้ง”


“ปาย...พูดให้เข้าใจหน่อยสิ”


“พูดน่ะมันง่าย ฉันไม่เอาด้วยหรอก ทำไมต้องช่วยคนที่หักอกด้วยล่ะ”


“ปาย”แค่นี้ก็เครียดจะแย่อยู่แล้ว


“สัมผัสและรู้สึกถึงมันด้วยตัวเองเถอะสาม ไม่ใช่ด้วยตาหรือเสียง แต่ด้วยหัวใจของนาย”ปายยกมือขึ้นแล้ววางทาบลงบนหัวใจของผมเบาๆ


“...หัวใจของผม”เหรอ...


“ลองห่างกันดูสิ”


“ห่าง?”


“ใช่ ลองห่างจากหมอนั่นดูแล้วนายรู้ว่าความรู้สึกจริงๆมันคืออะไร จะว่าไปก็ส่งหมอนั่นกลับไปยังเกาะสักพักก็ได้นี่...สักปีสองปีอะไรแบบนั้น”คำแนะนำที่ได้ทำเอาตัวผมรู้สึกชาไปทั้งร่าง


เพียงแค่นึกตามที่ปายบอกว่าให้ห่างจากลูก้าในหัวผมมันก็ขาวโพลนแทบจะทันที ในอกมันรู้สึกเจ็บเหมือนหัวใจบีบรัดจนร่างกายแทบทรุดลงไป


“มะ...ไม่เอา...”ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ผมพูดคำนั้นออกไป รู้แค่ว่าผมไม่ได้คิดก่อนจะเอ่ยมันออกไป


ดังนั้นสิ่งที่พูดไปคือความรู้สึกจริงๆจากก้นบึ้งหัวใจของผมโดยไม่ผ่านกระบวนการคิดของสมอง


ไม่อยากแยกกับลูก้า


ไม่อยากแยกกันเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว


ถ้าครั้งนี้ต้องแยกกันอีกผมคงทนไม่ไหว


ความรู้สึกนี้มันคือ...


เพราะใกล้กัน อยู่ด้วยกันมาตลอดจนเกิดความรู้สึกเคยชินเลยไม่เคยสังเกตว่าความรู้สึกมันเริ่มเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยตั้งแต่เมื่อไหร่หรือตอนไหน


กับลูก้ามันเกินกว่าพิเศษ


นี่ผม...


รักลูก้า


รักมาตลอด


...งั้นเหรอ


“เหมือนจะได้คำตอบแล้วนี่”เสียงของปายดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มบางๆที่ปรากฏออกมา


“ปาย...ทำไม...”ทำไมถึงช่วยให้ผมรู้ทั้งๆที่พึ่งถูกผมปฏิเสธไป


ทุกอย่างที่เขาทำทั้งคำพูดหรือคำแนะนำทุกอย่างมันเหมือนบอกใบ้ให้ผมรู้ถึงความรู้สึกของตัวเอง


“บอกแล้วนี่ว่ารู้ตั้งแต่เห็นหน้าหมอนั่นครั้งแรกแล้วน่ะ”


“ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี”


“เป็นด็อกเตอร์แท้ๆ แต่เรื่องง่ายๆแบบนี้ดันคิดไม่ได้น่าเอาไปประกาศให้ทั่วจริงๆ”


“ใช่เวลามากวนไหมเนี่ย”ผมบ่นกลับไป


“หึ...แค่เห็นหมอนั่นก็รู้แล้วว่ารู้สึกยังไงกับนาย มันเป็นความรู้สึกที่ทำเอาฉันไม่กล้าสู้ ไม่สิ ต้องพูดว่าถึงจะสู้ยังไงก็คงไม่ชนะ หมอนั่นรักนายมาก...และนายเองเวลาอยู่กับหมอนั่นก็มักจะแสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขออกมา แค่เห็นก็รู้แล้วว่าสามชอบหมอนั่น”ปายอธิบายด้วยน้ำเสียงเรยบๆ


“...แค่นั้นก็รู้แล้วเหรอ”


“บรรยายกาศตอนอยู่กับหมอนั่นมันไม่เหมือนตอนอยู่กับคนอื่น ไม่ว่าใครก็มองออกทั้งนั้นแหละ”


“...”แปลว่าผมแสดงว่ารักลูก้าออกมาตั้งนานแล้วแต่กลับไม่รู้ตัวงั้นเหรอ


จะว่าไปลูก้าก็เคยพูดบ่อยว่าท่าทางผมแค่ดูก็รู้แล้ว


นี่แปลว่าลูก้ารู้จริงๆถึงความรู้สึกของผมที่มีต่อเขา


ฉ่า


จะบ้าตาย


อยากเอาหน้ามุดลงไปในโคลนใต้ทะเลจริงๆเลย


แล้วตอนเจอหน้ากันผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน


ความรู้สึกที่ตัวเองพึ่งเข้าใจแต่ลูก้ากลับรู้มันมาตลอด


ทุกครั้งที่เขาพูดผมก็ไม่เคยเชื่อว่ามันเป็นความจริง


“เฮ้อ...แบบนี้คงต้องหาสาวมาปลอบใจสักหน่อยแล้ว”ปายถอนหายใจก่อนจะเดินเข้ามาตบไหล่ผมเบาๆ


“ขอบคุณนะปาย”ผมเอ่ยออกไปตามตรง


ถ้าไม่ได้ปายผมคงไม่รู้สึกตัวหรอก


“ไม่เป็นไร แต่ขออะไรปลอบใจหน่อยสิ”


“ปลอบใจ? จะเอาอะไรล่ะ ให้เลี้ยงข้าว?”


“หึ...เอานี่ต่างหาก”พูดจบแก้มขวาของผมก็ถูกริมฝีปากประทับสักพักก่อนจะถอนออกไปท่ามกลางความอึ้ง


“ปาย...”ทำอะไร


“จากนี้ก็จัดการเองละกัน”ปายกระซิบข้างหูผมพร้อมกับสัมผัสได้ถึงรังสีอะไรสักอย่างที่เข้ามาใกล้ ยังไม่ทันได้หันไปมองร่างของผมก็ถูกโอบไปแนบชิดกับแผ่นอกด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว


สัมผัสของมือที่สัมผัสกับกลิ่นอันคุ้นเคยต่อให้ไม่มองก็รู้ว่าเป็นใคร


“ลูก้า?”ถ้าเป็นคนอื่นคงถูกผมเหยียบเท้าแล้วศอกกลับไปจนสลบแน่


“ทำอะไรสาม”เหมือนคำพูดนั่นจะไม่ได้ถามผมนะ


“หอมแก้มไง”ปายตอบกลับด้วยท่าทางสบายๆ


“สามเป็นของผม”ลูก้าประกาศเสียงดังด้วยน้ำเสียงจริงจัง


น้ำเสียงนั่นเรียกความร้อนให้มารวมอยู่บนใบหน้าผมแทบจะทันที


“หึ...รู้แล้วน่า ดูแลดีๆล่ะไม่งั้นฉันมาแย่งแน่”


“ไม่ยอมให้มาแย่งหรอก”


“จะรอดู”


“สาม”พอปายเดินจากไปลูก้าก็ก้มลงมาแนบใบหน้าแนบชิดกับแก้มข้างที่ถูกหอมไปก่อนหน้านี้เหมือนกับเป็นการลบสัมผัสนั่นอย่างเนียนๆ


“ทำอะไรน่ะ”ถ้าคิดว่าผมจะปล่อยผ่านก็บอกเลยว่าคิดผิด


“ไม่ชอบนี่ หมอนั่น...ยังไงก็ไม่ชอบจริงๆ”


“อะไรที่ทำให้ไม่ชอบปายขนาดนั้นล่ะ”ผมถามกลับ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทั้งคู่เจอกันดูเหมือนจะไม่ชอบหน้าซะแล้ว


ไม่รู้ว่าสาเหตุมันคืออะไรกันแน่


“หมอนั่น เหมือนผม”


“เหมือนลูก้า?”


“อืม”


“ตรงไหนกัน”ดูยังไงก็ไม่เห็นส่วนที่คล้ายกันเลยสักนิด


“ตรงที่รักสาม”น้ำเสียงและคำพูดที่ได้ยินทำเอาหัวใจเต้นแรงขึ้น


ก่อนหน้านี้ปายก็บอกว่ารู้ถึงความรู้สึกของลูก้าที่มีต่อผม แล้วตอนนี้ลูกก้าก็บอกว่ารู้ความรู้สึกของปายที่มีต่อผม


ราวกับทั้งคู่รับรู้ได้เพียงแค่เจอกันไม่กี่วินาทีเท่านั้น


จะบอกว่ามันเป็นความผิดผมที่ทำให้ทั้งคู่ไม่ลงลอยกันก็คงใช่


“ผมไม่อยากให้ทั้งคู่ไม่ชอบหน้ากันอยู่แบบนี้หรอกนะ”ผมบอก


“สาม...”


“ผมรู้ว่าทั้งคู่รักผม ปายเองก็พึ่งมาสารภาพ...”


“ว่าไงนะ”ร่างผมถูกหันให้มาเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายโดยตรง ดวงตาสีเงินนั่นจ้องมาด้วยความตื่นตกใจและสีหน้าเป็นกังวลจนผมขมวดคิ้วตามอย่างไม่เข้าใจ


“ทำไมทำหน้าแบบนั้นลูก้า”


“หมอนั่นสารภาพรักกับสามเหรอ”เหมือนสิ่งที่ได้จะไม่ใช่คำตอบของสิ่งที่ผมถามนะ


เอาเถอะ


ไว้เคลียร์ทีละเรื่องละกัน


“ใช่”ผมพยักหน้าตามตรง


“แล้วสาม...”


“ผมทำไม”เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมพูดต่อสักทีผมเลยถามกลับ


“สามตอบไปว่ายังไง”น้ำเสียงกับสีหน้ากังวลนั่นทำเอาผมหยุดยิ้มออกมาบางๆ


“อย่าทำหน้าแบบนั้น...ผมปฏิเสธไปแล้ว”


“อ่า นึกว่าสามจะนอกใจผมซะแล้ว”ลูก้าถอนหายใจด้วยใบหน้าโล่งอก


แต่เดี๋ยวนะ


“ใครจะนอกใจกัน”ผมถามเสียงนิ่ง


“ก็สามรักผมนี่นา ถ้าตกลงคบกับคนอื่นก็ถือเป็นการนอกใจสิ”


ไปเรียนคำนั้นมากไหนเนี่ย


คำว่านอกใจไม่ใช่ศัพท์ง่ายๆที่จะพบเจอได้ในชีวิตประจำวันหรอกนะ


“จะบอกว่ารู้ใจผมมากกว่าตัวผมเองงั้นเหรอ”ผมยิ้มออกมาเล็กน้อยระหว่างถาม


“อืม ผมรู้ว่าสามรักผม แม้ว่าสามจะไม่รู้ตัวแต่ผมรู้นะ...ผมจะรอจนกว่าจะถึงวันที่สามยอมรับว่ารักผม”


ผมต้องทำให้เรื่องนี้และความสัมพันธ์นี้คืบหน้าซะที


จะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่ดี


ความรู้สึกนี่ผมแน่ใจแล้ว


แต่ถึงจะแน่ใจก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี


แค่รักกันไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ด้วยกันยืด


มีหลายคู่ที่ต้องแยกทางกันไปเมื่อได้เห็นความจริงหลายๆแง่ของอีกฝ่าย


ก็ไม่เข้าใจว่าผมจะมาคิดมาทำไมทั้งที่ทั้งผมและลูก้าต่างก็แสดงตัวตนจริงๆออกมาเวลาอยู่ด้วยกันตลอด


“จะรออีกนานแค่ไหนล่ะ ถ้าผมไม่ยอมรับความรู้สึกนั้นทั้งชีวิตจะทำยังไง”


“ผมเชื่อว่าอีกไม่นานสามจะยอมรับมัน”


“แน่ใจ?”ผมถามเสียงสูง


“อืม”


“งั้นถ้าผมยอมรับแล้วจะทำยังไงต่อ”


“...ก็จะขอคำตอบที่ขอเป็นแฟนไปครั้งก่อน”ลูก้านิ่งไปสักพักก่อนจะตอบกลับมา


“ผมจำไม่ได้แล้ว ลองพูดให้ผมฟังอีกครั้งสิ”ผมบอกออกไปทั้งๆที่ยังจำคำพูดนั่นได้อย่างชัดเจน


ไม่มีถ้อยคำหวานๆโรเมนติก แต่มันกลับรู้สึกถึงความจริงใจจากคำพูดนั่นได้


“ผมรักสาม...รักมากๆ คนที่เป็นคู่เพียงคนเดียวของผมก็คือสาม เพราะงั้นเลยอยากให้สามยอมรับผมเป็นคู่ เอ่อ เป็นแฟนด้วย”คำพูดตะกุกตะกักในหลายแสดงให้เห็นว่าทุกอย่างไม่ได้มีการคิดไว้ล่วงหน้า 


ทั้งที่แค่ขอเป็นแฟนธรรมดาเหมือนก่อนหน้านี่ก็ได้แต่ลูก้ากลับทำแบบนี้ซึ่งเกินคาดสุดๆ


ผมนี่ถึงกับหุบยิ้มไม่ได้เลย


แค่ดูก็รู้แล้วว่าพยายามพูดมันออกมาขนาดไหน


ในเมื่อพยายามแบบนี้ถ้าไม่ตอบรับก็คงจะใจร้ายเกินไปหน่อย


“เอาสิ”ผมตอบรับพลางเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่ชะงักไป


“...เอาสิอะไร”เหมือนอีกฝ่ายจะพยายามคิดในสิ่งที่ได้ยินแต่ไม่ได้คำตอบเลยต้องถามซ้ำอีกครั้ง


“แล้วลูก้าถามว่าอะไรล่ะ”


“ขอสาม...เป็นแฟน”


“อ่าฮะ...ก็ตามนั้น”เรื่องแบบนี้ต้องให้พูดซ้ำด้วยเหรอ


แค่นั้นก็รู้สึกเขินจะแย่แล้ว


“...จริงเหรอ สามยอมรับว่ารักผมแล้วสินะ”ลูก้าถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น มือทั้งสองข้างของเขาเขย่าไหล่ผมไปมาเหมือนไม่แน่ใจ


“ก็ไม่รู้สินะ”ก็ยอมรับอยู่ แต่จะให้พูดออกไปตามตรงคงไม่ง่ายหรอก


แถมยังไงลูก้าก็รู้อยู่แล้ว ขอแกล้งไปอีกสักละกัน


ยังไงตอนนี้ก็ยกระดับความสัมพันธ์ไปได้อีกหน่อยแล้ว


“อย่าพึ่งกวนสิสาม”


“กวนที่ไหนตอนนี้ผมกำลังปรบมืออยู่”พูดจบก็ตบมือแปะๆ


“สาม...”น้ำเสียงเคืองเมื่อเรียกชื่อผมแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้ายิ้มเจ้าเล่ห์จนขนทั้งร่างผมลุกชัน


อะไร


ใบหน้านั่นมันอะไร


“ลูก้า...อึก”ผมถึงกับพูดไม่ออกเมื่อถูกอีกฝ่ายดันจนหลังผมแนบสนิทกับต้นมะพร้าวด้านหลังโดยที่ลูก้าโน้มตัวลงมาใกล้ 
หน้าผากของพวกเราสัมผัสกันเช่นเดียวกับดวงตาที่สอดประสาน


หัวใจที่สงบนิ่งเริ่มเต้นเร็วขึ้น


ผมไม่ชินกับความรู้สึกนี่จึงพยายามผลักยังแผ่นอกนั่นทว่าด้วยแรงที่ต่างกันมาก แถมยังอยู่ในสภาพจิตใจไม่ค่อยปกติเลยทำให้ไม่สามารถผลักลูก้าออกไปได้ดั่งใจ


“ในเมื่อเป็นแฟนกันงั้นผมก็ไม่ต้องคอยข่มอารมณ์แล้วเนอะ”


“...อะไร...อารมณ์อะไร...อุ๊บ อื้ออ”ยังไม่ทันได้เอ่ยจบเสียงก็ถูกดูดกลืนไปโดยริมฝีปากตรงหน้า ความชื้นและความร้อนยามลิ้นสัมผัสกันทำเอาหัวขาวโพลนไปหมด


จูบ เป็นเรื่องที่ใครๆก็ทำกันยิ่งในต่างประเทศยิ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาแต่สำหรับผมไม่ใช่


นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ได้จูบอย่างจริงจังถึงขนาดนี้


สัมผัสของลูก้าสูบพลังงานที่มีจนแทบพยุงตัวไว้ไม่ไหว อาจเพราะแบบนั้นลูก้าเลยใช้ตัวเองเข้ามาช่วยพยุงไม่ให้ผมล่วงลงไปโดยที่ริมฝีปากของพวกเราก็ยังคงแนบสนิท


การกระทำของลูก้ารุนแรงทว่ากลับรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก


“อื้ออ...”เหมือนลูก้าจะรู้ถึงความคิดผมเลยยิ่งกดสัมผัสให้ลึกล้ำขึ้นอีก


ฝ่ามือร้อนๆที่ช่วยพยุ่งร่างผมไว้ค่อยๆเคลื่อนเข้าไปลูบไล้ยังแผ่นหลังใต้เสื้ออย่างอ้อยอิ่งสร้างความรู้สึกแปลกๆให้เกิดขึ้น


“อ่า...สาม...สาม...”เมื่อถอนจูบออกลูก้าก็ไล่จูบตามต้นคอพลางขบเม้มเบาๆ


“อื้อ...ลูก้า...”สติมันหายไป


สิ่งที่มีคือความรู้สึกแปลกๆที่เหมือนกำลังจะฉุดตัวเองไม่อยู่


“สาม...”


“ลูก้า...”


ครื่นนนน  ครื่นนนน


อารมณ์และความรู้สึกที่กำลังพุ่งทยานขึ้นไปถูกตัดฉับด้วยแรงสั่นจากเครื่องมือสื่อสารในกระเป๋ากางเกงของผม พวกเราทั้งคู่ต่างหยุดชะงักในการกระทำ


สติที่เลือนรางกลับมาทันควันพร้อมกับดวงตาสีน้ำตาลของผมที่เบิกกว้างขึ้น ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ถาโถมเข้ามาเป็นฉากๆ
เพียงแค่นั้นใบหน้าก็ร้อนราวกับถูกไฟเผา


ร่างกายขยับไปเองโดยไม่ผ่านกระบวนความคิด...


“สาม...เฮ้ย...”เสียงร้องอย่างตกใจของลูก้าดังขึ้นเมื่อถูกผมเอื้อมมือไปดึงแขนอีกฝ่ายให้เข้ามาหาและใช้เท้าเตะเข้าไปยังหัวเข่าจนเซใกล้ล้ม ผมอาศัยจังหวะนั้นทุ่มผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนหมาดๆลงกับพื้นทรายโดยไม่มีการออมมือ


“ทำบ้าอะไรเนี่ย!”ผมตะโกนด้วยน้ำเสียงหลากอารมณ์


ทั้งโกรธ โมโห เขิน อาย


อารมณ์ทุกอย่างเหมือนจะปะทุออกมาพร้อมกันหมด


“...สาม...”


“พึ่งจะตกลงเป็นแฟนก็มาทำกันแบบนี้งั้นขอเลิกเลยละกัน”


“เดี๋ยวก่อน ผมขอโทษ...ตอนแรกผมไม่ได้คิดจะทำอะไรเลยจริงๆนะแค่จะแกล้งเฉยๆแต่สามดันทำหน้าแดงขนาดนั้นมันเลยอดใจไม่อยู่...”


“หยุดพูดนะ”จะมาทำให้อายมากขึ้นด้วยคำสารภาพแบบนั้นเพื่ออะไร


“อย่าพึ่งเลิกเลย ใจเย็นๆก่อนนะสาม รับโทรศัพท์ก่อนก็ได้”คำพูดของลูก้าเรียกให้ผมสนใจเครื่องมือสื่อสารที่ยังคงสั่นไปมาอยู่ในกระเป๋ากางเกง


“คุยเสร็จผมจะบ่นต่อแน่...ครับ”ผมกดรับสายโดยไม่ดูชื่อเหมือนอย่างทุกครั้ง


(รับสายช้าแปลว่ากำลังทำอะไรสำคัญอยู่เหรอทรี ถ้ายุ่งไว้จะโทรไปใหม่)น้ำเสียงและชื่อที่ใช้เรียกทำให้ผมรู้ทันทีว่าปลายสายคือใคร


“ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ว่างสุดๆเลย”ผมบอกพลางยกมืออีกข้างลูบแก้มแดงระเรื่อจากเหตุการณ์ก่อนหน้าไปมา


(ถ้าว่างก็ดีเลย มีภารกิจน่ะ)


“ภารกิจ? ไม่ใช่ภารกิจปกติสินะ”


(รู้ด้วยเหรอ)


“แน่ล่ะ ถ้าเป็นภารกิจปกตินายคงไม่พูดว่าจะโทรมาใหม่หรอก”เรื่องนี้ใครๆก็ดูออก ง่ายจะตาย


(สมแล้วที่เป็นทรี)


“แล้วภารกิจที่ว่าคืออะไร”ผมถามปลายสายโดยที่ส่งสายตาเคืองๆไปให้ลูก้าเข้ามากอดผมจากด้านหลังแล้วแนบหูเข้าเข้าอีกฝั่งของโทรศัพท์


ถ้าอยากฟังผมเปิดลำโพงให้ก็ได้


ผมที่เตรียมจะลดโทรศัพท์ลงมาเปิดลำโพงถูกลูก้าใช้มือข้างหนึ่งขึ้นมาจับไว้ราวกับจะบอกว่าไม่ต้อง


นี่ผมกำลังถูกลวนลามอยู่ชัดๆ


(ภารกิจส่งตรงมาจากคันเนโลนี จอห์น)


“คะ คันเนโลนี จอห์น”ผมแทบจะตะโกนออกมาเมื่อได้ยินชื่อนั้นหลุดออกมา


คันเนโลนี จอห์นผู้เป็นบิดาแห่งการค้นพบคนนั้นน่ะนะ


(ก็นั่นแหละ พอดีเขาพึ่งค้นพบเกาะแห่งหนึ่งในมหาสมุทรแปซิฟิกจากการเดินทางทางอากาศเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนเลยจัดตั้งคณะเข้าไปสำรวจ)


“คงไม่ได้ต้องการให้ผมเป็นหนึ่งในคณะนั้นหรอกใช่ไหม”คนระดับนั้นมีบุคคลกรที่มีความสามารถในระดับสูงอยู่แล้ว แถมการสำรวจก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมถนัดด้วย


(พูดถูกแล้วทรี งั้นลองทายไหมว่าเกิดอะไรขึ้น)


“เหมือนเราจะว่างกันมากเนอะเซโคร”ผมถามกลับด้วยรอยยิ้ม


(ก็ว่างอยู่ละมั้ง)


“จะลองคิดดูละกัน”


(ขอฟังข้อสันนิฐานหน่อยนะทรี)


ผมเงียบจากการสนทนาก่อนจะตั้งสมาธิเพื่อใช้ข้อมูลที่มีเพียงน้อยนิดในการวิเคราะห์


การที่มีภารกิจส่งตรงมายังผมแปลว่าต้องเกี่ยวกับน้ำ แน่นอนว่าเกาะย่อมล้อมรอบด้วยน้ำแต่ถ้ามีแค่นั้นก็ไม่จำเป็นต้องเรียกผมไปหรอกนอกะจากจะมีปัญหาที่ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติงานต่อไปได้


สิ่งที่อาจเป็นปัญหาได้ก็มี2อย่าง


อย่างแรกคือภายนอกเกาะซึ่งรวมตั้งแต่ผืนน้ำไปจนถึงสภาพอากาศ


อีกอย่างคือภายในเกาะมีอะไรบางอย่าง


“อาจมีปัญหาภายนอกหรือภายในเกาะ และอาจเป็นปัญหาที่ไม่สามารถจัดการได้ด้วยกำลังคนปกติอย่างบนเกาะนั่นมีสัตว์น้ำอันตรายอยู่”ผมบอกสิ่งที่คิดออกไป


(ว้าว ข้อมูลแค่นั้นวิเคราะห์ได้ขนาดนี้เลยเหรอ)น้ำเสียงชื่นชมจากปลายดังขึ้น


“แปลว่าถูก?”


(ใช่ เมื่ออาทิตย์ก่อนคุณจอห์นได้พาคณะสำรวจกว่า50คนเตรียมเข้าไปสำรวจเกาะแต่นอกจากจะเข้าไปใกล้ไม่ได้แล้วยังมีเรื่องน่าตกใจอีก)


“เข้าไปไม่ได้หมายถึงเรือเข้าไปใกล้ไม่ได้เหรอ”ผมถามกลับด้วยความอยากรู้


(อืม พอไปทางเรือก็เจอกับกระแสน้ำวนที่รุนแรงกว่าปกติแถมพอคิดจะไปทางอากาศกลับพอว่าเกาะนั่นมีพื้นดินอยู่ไม่ถึง30เปอร์เซ็นต์ของเกาะด้วยซ้ำ จากการใช้กล้องส่องดูด้านล่างจึงพบว่าเกาะมีรูปร่างคล้ายวงกลมโดยมีผืนนำแบ่งออกเป็น2ฝั่ง


“แค่ปัญหาระดับนั้นผมก็คิดว่ายังไม่ถือเป็นปัญหาใหญ่นะ”ด้วยความสามารถขององค์กรสามารถจัดการได้อยู่แล้ว


การที่เรียกผมซึ่งมีลูก้าอยู่ด้วยให้ไปทำภารกิจมีความหมายเดียวคือบนเกาะมีสัตว์อันตรายอยู่


(อันนั้นผมแค่เล่าให้ฟังคร่าวๆ จากนี้คือปัญหาจริง ด้วยวิทยาการในการจับลังสีความร้อนและถ่ายภาพจากดาวเทียมทำให้รู้ว่าบนเกาะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ประมาณ1000ชนิดซึ่งแค่ในน้ำก็กินไปกว่าครึ่งแล้ว แล้วรู้ไหมว่าตอนใช้กล้องส่องเจอเข้ากับอะไร)


“...เจออะไรเซโคร”


(แอมบูโลซีตัส)


“ว่าไงนะ แอมบูโลซีตัสงั้นเหรอ”สัตว์ที่ได้ชื่อว่าเป็นวาฬเดินได้นั่นน่ะนะ


แอมบูโลซีตัส เป็นสัตว์ที่มีขนาดไม่ใหญ่มากยาวแค่3เมตรเท่านั้น ที่น่าสนใจคือมันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งอยู่ได้ทั้งบนบกและในน้ำ ในปัจจุบันเองก็ยังไม่มีที่ไหนสามารถเพาะมันขึ้นมาได้เพราะไม่มีตัวอย่างดีเอนเอที่ชัดเจอเมื่อเทียบกับสัตว์ตัวอื่นแม้ว่ามันจเป็นเครือญาติของวาฬก็ตาม


รู้ไหมว่าผมมีความฝันอยากจะเห็นมันสักครั้งมานานมากแล้ว


“นี่มันสุดยอดไปเลย”ผมบอกปลายสายตั้วยความตื่นเต้น


(ว่าแล้วว่าสามต้องชอบ เกาะที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกจากระแสน้ำอันรุนแรงนั่นดูเหมือนว่ามันจะซ่อนสิ่งมีชีวิตในอดีตกาลไว้มากมายนั่นทำให้คุณจอห์นไม่มั่นใจในความปลอดภัยเลยต้องการให้นายเข้าไปสำรวจความปลอดภัยและศึกษาสิ่งมีชีวิตพวกนั้นคร่าวๆ ว่าไง จะรับภารกิจนี้ไหม)


คำถามนั้นจำเป็นต้องตอบจริงๆน่ะหรือ


ถึงไม่ตอบเซโครก็น่าจะเดาได้นี่


“จะไม่รับได้ยังไงเล่า ไปเลยใช่ไหม”ผมแทบจะวิ่งไปเตรียมอุปกรณ์มันซะตอนนี้เลย


(อย่าพึ่งใจร้อน พรุ่งนี้9โมงจะมีเฮลิคอปเตอร์มารับ)


“พรุ่งนี้เลยเหรอ”อยากไปวันนี้นี่


(เวลาที่เหลือเตรียมตัวให้พร้อมเถอะเพราะอย่าลืมว่าทรีต้องไปกับลูก้าตามลำพังถ้าเกิดอะไรขึ้นไม่มีใครช่วยได้หรอกนะ)


“...นั่นสิ เข้าใจแล้ว”


(กลับมาแล้วโทรมาเล่าให้ฟังด้วยล่ะ ผมเองก็อยากไปเหมือนกันแต่ดันมีงานเข้ามาซะได้)


“เป็นงานที่ยากพอดูสินะ”ฟังจากน้ำเสียงก็พอเดาได้อยู่


(อ่า ไปจับพวกลักลอบทดลองการให้ชิวิตน่ะ)


“...หมายถึงการโคลนมนุษย์?”


(ใกล้เคียงแต่แย่กว่า)


“หมายถึงยังไง”แย่กว่าที่ว่า


(พวกมันคิดจะสร้างไดโนเสาร์กลายพันธุ์)


“ว่าไงนะ”ผมถึงกับตะโกนเสียงดัง ลูก้าที่ฟังอยู่ถึงกับคลายแขนที่กอดเอวผมไว้


สร้างไดโนเสาร์กลายพันธุ์


นี่มันบ้าไปแล้ว


มนุษย์ปกติไม่มีทางทำได้ ต่อให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ก็ใช่ว่าจะทำได้ง่าย


คนที่ทำสำเร็จตอนนี้มีเพียงคนขององค์กรดอร์วูซึ่งขึ้นตรงกับบิดาแห่งการคืนชีพอย่างด็อกเตอร์ฟรานซิส  เบนซ์ ฟงเซ่เท่านั้น
แน่นอนว่าความลับของการสร้างอยู่ในระดับสูงไม่มีใครสามารถรู้ได้


แล้วทำไมถึง...


(เพราะพวกมันไม่รู้เลยลองสร้างขึ้นมา แน่นอนว่ามันผิดพลาด ผมพึ่งไปเจอฐานหนึ่งที่มีการทดลองแต่พวกมันก็หนีไปแล้ว)
“ต้องรีบจับให้เร็วที่สุด”เรื่องนี้มันไม่ใช่เล่นๆแล้ว


การทดลองแบบนี้ถือเป็นการสร้างชีวิต และเมื่อชีวิตที่ถูกสร้างไม่ได้ตามต้องการพวกมันคงไม่ปล่อยให้มีชีวิตต่อ เรียกว่าพอเกิดมายังไม่ทันรับรู้ก็ต้องตายถ้ามันไม่สำเร็จ


(อืม ผมเลยต้องลงมือด้วยตัวเอง งั้นไว้คุยกันใหม่นะทรี)


“ได้ มีอะไรให้ช่วยก็บอกได้นะ”


(ขอบคุณ บาย)


“บาย”


พอวางสายเสร็จความเงียบก็เข้าปกคลุม ผมหันไปสบตากับลูก้าที่มองมาอยู่ก่อนด้วยสายตาเครียดๆ


ได้รู้เรื่องใหญ่เข้าซะแล้ว


“มีมนุษย์คิดจะสร้างพวกผมสินะ”ลูก้าพึมพำ


“ใช่...แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำเลย”การทดลองกว่าจะสำเร็จอาจใหช้เวลานับสิบปี


คิดดูละกันว่าสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาจะเป็นยังไง


ในตอนของด็อกเตอร์ฟรานซิสก็คงจะสูญเสียไปมาก แต่ผมไม่เข้าใจว่าพวกนั้นคิดจะสร้างไดโนเสาร์กลายพันธุ์ไปทำไมและเพื่ออะไร


ถึงจะไม่รู้ก็พูดได้เลยว่าไม่ได้สร้างไปใช้ในเรื่องดีสักเท่าไหร่หรอก


“สาม...ทำหน้าเครียด”


“ก็มันน่าเครียดนี่ เอาล่ะ เรื่องนั้นเซโครจัดการได้อยู่แล้ว เราก็ไปเตรียมตัวสำหรับพรุ่งนี้เถอะ”สิ่งที่ผมทำได้คือจัดการภารกิจของตัวเองให้ดีที่สุด


“เราจะไปเกาะกันสินะ”ลูก้าถามระหว่างเดินกลับห้องพัก


“ใช่ ดูเหมือนจะเป็นเกาะที่อยู่มาตั้งแต่ยุคแคมเบรียน สัตว์ในยุคนั้นอยู่ในช่วงกำลังวิวัฒนาการจึงทำให้มีรูปร่างค่อนข้างแปลก”


“ยุคนั้นพวกไดโนเสาร์เกิดรึยัง”


“คิดว่ายังนะ ไดโนเสาร์เกิดในช่วยปลายของยุคเพอร์เมียน...เราต้องเตรียมของไปให้พร้อม ลูก้าช่วยหยิบเสื้อแขนยาวในตู้ให้หน่อย”ผมบอกเมื่อเข้ามาในห้องพักเรียบร้อย


กระเป๋าที่จะใช้เป็นกระเป๋าสะพายใบใหญ่ยักษ์เหมาะสำหรับยัดของทุกอย่างลงไปได้โดยไม่ต้องกลัวเต็ม


“ทำไมต้องแขนยาวล่ะ เราไปในเขตร้อนนี่”ลูก้าถามทั้งๆที่เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า


“ต้องป้องกันไว้ก่อน เราไม่รู้ว่าที่นั่นมีอะไรอยู่บ้างพืชและสัตว์บางชนิดอาจมีพิษเวลาสัมผัสเราจึงต้องระวังไว้ให้มาก ลูก้าเองก็ต้องใส่แขนยาวเหมือนกัน”


“ร้อนจะตาย ไม่ใส่ได้ไหม”


“ไม่ได้”


“อย่าใจร้ายกับแฟนสิสาม”คำพูดของลูก้าทำให้ผมนึกได้ว่าตอนนี้เราไม่ได้เป็นเพียงคู่หูแต่ยังเป็นคนรักกันอีกด้วย


“ถ้าไม่ใส่ผมเลิกนะ”ผมขู่ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์


“อย่าเอาเรื่องนี้มาขู่สิ”


“คิก ไม่ต้องร้อนรนขนาดนั้นน่า ผมล้อเล่น”


“ชอบแกล้งกันอยู่เรื่อย”


“ไม่เห็นจำได้แฮะ”ผมไม่แกล้งลูก้าตอนไหนกัน


“ให้ร่ายทั้งเดือนยังไม่หมดเลย”


“ไม่เยอะขนาดนั้นสักหน่อย”ผมขอค้านเหอะ ก็ยอมรับว่ามีแกล้งบ้าง แหย่อีกนิด กวนอีกหน่อยแต่ไม่มีทางจะมากขนาดพูดทั้งเดือนไม่หมดหรอก


“เยอะกว่านั้นมากด้วย ให้ผมบอกตั้งแต่เรื่องแรกเลยดีไหม”


“ลูก้า”นี่แกล้งกันคืนชัดๆ


“ครับสาม”


“นายก็กวนไม่แพ้กันหรอก”เห็นหน้านิ่งๆแบบนี้เวลากวนน่าโมโหกว่าคนปกติ10เท่า


“น้อยกว่าสามละกัน”


“ลูก้า”


“สามน่ารัก”อยู่ๆน้ำเสียงกวนๆก็กลายเป็นเสียงโทนนุ่มพ่วงด้วยรอยยิ้มที่ทำเอาหัวใจผมกระตุกอย่างฉับพลัน


เล่นเปลี่ยนกะทันหันผมก็แย่น่ะสิ


“ปะ...ไปเอากางเกงด้วย”ผมเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องแล้วก้มหน้าก้มตาจัดข้าวของใส่กระเป๋าใบใหญ่


ในวันรุ่งขึ้นผมตื่นมาเตรียมตัวตั้งแต่ช่วงเช้าของโดยมีลูก้าลุกตามขึ้นมาด้วยใบหน้างัวเงีย ข้าวเช้าถูกจัดการในช่วง8โมงก่อนจะขึ้นไปยังบนดาดฟ้าที่มีเฮลิคอปเตอร์จอดรออยู่


ผมทักทายคนขับพอเป็นพิธีก่อนที่เฮลิคอปเตอร์จะลอยลำสู่ท้องฟ้าสีฟ้าสด หมู่เมฆในวันนี้มีให้เห็นปะปายซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่ทำให้มองเห็นวิวด้านล่างได้ชัดขึ้น


การเดินทางใช้เวลาประมาณ2ชั่วโมงถึงจะสามารถมองเห็นเกาะที่ว่าได้ ภาพรวมของเกาะผมได้มาจากข้อมูลเมื่อวานหลังจากจัดของเสร็จจากเซโครแต่ของจริงนี่ดูจะน่าตื่นตาตื่นใจกว่ามาก


เกาะรูปร่างคล้ายวงกลมถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนซึ่งแต่ละส่วนก็มีส่วนเว้าส่วนโค้งคล้ายกับครึ่งหัวใจ ทะเลรอบๆแม้มองจากความสูงระดับนี้ก็ยังเห็นถึงน้ำวนได้ชัดเจน


แบบนั้นเรือเข้ามาไม่ได้หรอก


เกาะนั่นเหมือนกำลังถูกปกป้องด้วยธรรมชาติที่ไม่ต้องการให้ใครได้ค้นพบ


แต่ยิ่งปกป้องมากเท่าไหร่ด้วยสัญชาตญาณความอยากรู้ของมนุษย์ก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้รู้ถึงสิ่งที่อยู่ภายในนั่น


“จะให้ไปส่งที่ไหนดีครับ”เสียงของคนขับเฮลิคอปเตอร์ตะโกนถามเมื่อลดระดับความสูงลงมาอยู่ประมาณ500เมตรจากพื้นดิน


“ขอเปิดประตูนะครับ”ผมขออนุญาตก่อนจะเปิดประตูเฮลิคอปเตอร์แล้วชะโงกลงไปดูสภาพจริงโดยไม่ผ่านกระจก


เกาะทั้ง2ฝั่งเหมือนจะเป็นน้ำจืดกับน้ำทะเล ส่วนที่เป็นทะเลถูกทรายสีนวลล้อมรอบถัดไปไม่ไกลก็เป็นป่าขนาดใหญ่ที่ไม่กว้างแต่ยาวมากแตกแขนงไปจนถึงฝั่งของน้ำจืดที่มีต้นไม้ขึ้นปกคลุมเต็มไปหมด 


“สาม...เอายังไง”


“ลูก้าอยากไปที่ไหนก่อนละ น้ำจืดหรือน้ำทะเล”ผมหันไปขอความเห็น


“ให้ผมเลือก?”


“ใช่”


“งั้นน้ำทะเล”คำตอบที่ได้เป็นอย่างที่ผมคิด


ลูก้าเติบโตมากับทะเล


ไม่แปลกที่จะเลือก


“ช่วยไปส่งยังพื้นทรายด้านล่างนี้ด้วยครับ”ผมตะโกนบอกคนขับ


ด้วยความที่เป็นพื้นทรายแถมยังมีระยะไม่กว้างเลยไม่สามารถให้เฮลิคอปเตอร์ลงจอดได้ดังนั้นผมกับลูก้าเลยไต่บันไดที่ห้อยจากด้านบนลงมาจนถึงพื้นทราย


“สามระวัง!”เสียงตะโกนของลูก้าดังขึ้นพร้อมดันผมให้ไปอยู่ด้านหลัง


เพียงแค่สัมผัสพื้นยังไม่ถึง10วินาทีก็ถูกสายตานับสิบคู่จ้องมาซะแล้ว


ร่างสีเหลืองค่อยๆพากันออกมาจากทั้งบนพื้นทรายและใต้ทะเลน้ำตื้น อุ้งเท้าอวบและมีกรงเล็บกับส่วนหางยาวแหลมสำหรับเคลื่อนที่ใต้ผิวน้ำนั่นพร้อมจะล่าทุกสิ่งไม่ว่าจะบนบกหรือใต้น้ำ


สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่เลี้ยงลูกด้วยนม


มาถึงก็เจอเลยเหรอ


แอมบูโลซีตัส!
...........................................................

สวัสดีค่าา

มาต่อแล้วกับตอนต่อไปซึ่งใครหลายคนคงกำลังรอคอยตอนนี้กันอยู่แน่

ในที่สุดสามของเราก็รู้ใจตัวเองแล้ว (แต่งเองก็แทบจะร้องเย้ลั่นบ้าน 555)

ว่าจะมีฉากหวานสักหน่อยแต่เซโครดันโทรเข้ามาแถมยังมีภารกิจให้ไปทำอีก

ใครรอฉากหวานๆ ก็สามารถอ่านได้ทุกตอนอยู่แล้วเพราะคู่สามและลูก้านั้นหวานกันม๊ากมาก

หวานอยู่ทุกตอน มดนี่ขึ้นจอเลยทีเดียว

ช่วงนี้ก็มีหน้าเรื่องJurassic world2 กำลังฉาย เพิ่มความอินหลังจากดูหนังด้วยนิยายเราได้นะ

เรานี่อยากได้แก้วที่เป็นรูปบลูมากแต่ดันหมดตั้งแต่วันที่2ที่หนังเข้า เสียใจมากกก

แต่ไม่เป็นไรแค่ได้เข้าไปดูหนังก็ฟินแล้ว

ขอบคุณสำหรับทุกๆ คอมเม้นท์และทุกๆ กำลังใจที่มีให้เสมอมานะคะ

ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้า

บ๊ายบาย

--------มุมให้ความรู้เรื่องไดโนเสาร์-------



วันนี้ขอเสนอแอมบูโลซีตัสหนึ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถอยู่ได้ทั้งบนบกและในน้ำ ชื่อของมันแปลได้ว่า "วาฬเดินได้" ขนาดตัวยาวประมาณ 3 เมตร กินเนื้อ และมีถิ่นที่อยู่แถบชายฝั่งทะเล

เครติด : หนังสือชุดนักพจญภัยน้อยตะลุยโลกล้านปี


nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 309 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

699 ความคิดเห็น

  1. #424 qxtrx (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 11:12
    ภารกิจมาขัดตลอดๆ
    #424
    0
  2. #420 Smuffy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 10:53
    อู้ยยยยย รออยู่น้าาาา
    #420
    0
  3. #419 dek chai korn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 07:07
    ตื่นเต้นอ่ะ อยู่บนเกาะสนุกมากแน่ๆ // เราว่าภาค4ต้องเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงคนนะ้น
    #419
    0
  4. #418 .pop (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 15:27
    ในที่สุดก็คบกันแล้ว! รอมานาน555555 รอติดตามการทำภารกิจบนเกาะนะคะ แค่ลงเกาะก็ตื่นเต้นแล้วว
    #418
    0
  5. #417 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 10:28
    ในที่สุด นี่เป็นครั้งแรกที่รอมาเนินนาน~~~555 รู้สักทีนะ // ผมว่า ในภาค4 จะต้องเกี่ยวกับการโคลนนิ่งไดโนเสาร์กลายพันธุ์แน่ๆ เพราะเริ่มถูกพูดถึงแล้ว....ไม่ก็จะเริ่มและจบในภาค3ตอนปลายๆก็ได้
    #417
    0
  6. #416 Bitchet (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 02:55
    วาฬเดินได้นี่ เหมือนหมาจังเลยฮ่ะ///เหมือนจะโฟกัสผิดจุดไปนิดนะ5555555
    #416
    0
  7. #415 B:BaconBaek (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 01:06
    ฮืออ ในที่สุดสามก็ยอมรับสักที ได้เป็นแฟนกันแล้ววว รอการผจญภัยครั้งนี้มากกกก
    #415
    0
  8. #414 pcard (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 00:28
    พอเป็นแฟนกันแล้ว ก็จะหวานขึ้นอีกนะเนี่ย ><
    รอลุ้นๆ กับภารกิจใหม่ ^^
    #414
    0
  9. #413 อสูรไร้ลักษณ์ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 23:50
    อานโน่กับเชสนี่หายไปเลยนะเนี่ย....
    #413
    0
  10. #412 Atk. S. (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 22:56
    เขาเป็นแฟนกันแล้วฮืออออ ดีต่อใจ
    #412
    0
  11. #411 Hazel1A (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 22:56
    น่าตื่นเต้นนนนน พอพูดถึงการบินแล้วก็นึกถึงอานโน่กับเชส ไม่ส่งมาร่วมภารกิจบ้างเหรอคะ ให้มาเจอกันงี้ 555
    #411
    0
  12. #410 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 22:00

    เจอสามกับเซโครว่าคิดถึงแล้ว ตอนนี้คิดถึงอานโน่กับเชสยิ่งกว่า ในภาคนี้จะเห็นพวกเขาไหมคะ คิดถึงงงงง

    #410
    0
  13. #409 Yamabuki no Ryoki (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 21:25
    โอ๊ยยยย ตอนน้องบลูตกลงไปที่หลังคากระจกพร้อมเจ้ากลายพันธ์ุนั่น แทบกรี๊ดเลยค่ะ พอน้องบลูรอดปุ๊บถอนหายใจเฮือกใหญ่ บอกตัวเองว่า น้องบลูของข้ารอดแล้ว 555555
    #409
    0
  14. #408 H i k a w a (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 21:04
    ฮืออออเขินมาก เขินแบบยิ้มแก้มแตก ต้องวางแล้วไปดิ้นก่อนค่อยกลับมาอ่านต่อ55555 ลูก้านี่ก็ใจร้อนจริงๆ5555 ตีกันตลอดสองคนนี้ กำลังเขินๆอยู่ดันต้องมาตื่นเต้นต่อ รอติดตามต่อนะคะ ลุ้นๆ /นิยายของคุณnicedogสนุกทุกเรื่อง+ทำการบ้านมาดีมากค่ะ ฮือออ
    #408
    0
  15. #407 Fah Skye (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 21:01
    เขาเป็นแฟนกันแล้วววว เขิล
    #407
    0