-จบ-◈Jurassic Foster◈ กลายพันธุ์รัก ใต้ธารา

ตอนที่ 18 : ◈ธาราที่17◈

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,307
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 335 ครั้ง
    8 มิ.ย. 61

◈ธาราที่17◈





“ฉันของสั่งให้หัวหน้าวิจัยและดูแลสัตว์น้ำด็อกเตอร์นทีธาร ธาราสุขไปแลกเปลี่ยนดูงานยังสถาบันวิจัยสัตว์ทะเลที่ประเทศแม็กซิโกในวันพรุ่งนี้”เสียงทุ้มอันทรงอำนาจกับดวงตาสีทองอ่อนที่สบมานั่นทำเอาเจ้าของชื่อในบทสนทนาอย่างผมถึงกับอึ้ง


“เอ่อ...คุณเลโอ...ว่าอะไรนะครับ”ผมถามหนึ่งในสามผู้นำซึ่งขับเคลื่อนธุรกิจในระดับโลกและยังเป็นถึงประธานของศูนย์วิจัยสัตว์น้ำที่นี่อย่างเลโอ ราวีโอลีอย่างไม่แน่ใจ


บอกตรงๆว่าผมยังปรับตัวไม่ทันเลยด้วยซ้ำ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาผมก็เข้าไปทำงานในห้องวิจัยที่ไม่ได้เข้าซะนานแต่ลงมือทำได้ไม่นานก็มีสายด่วนเรียกตัวผมให้ไปหายังห้องรับรอง ตัวผมก็นึกว่าเป็นคนรู้จักแต่พอเปิดประตูห้องเข้ามากลับต้องหยิกตัวเองเป็นการทดสอบว่าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม


บุคคลระดับสูงของโลกเรียกผมมาพบด้วยสาเหตุข้างต้นนั่น ถึงอย่างผมก็ยังไม่เข้าใจนักว่าทำไมถึงเป็นผมที่ถูกเลือก ถ้าพูดถึงคนที่มีความสามารถในระดับสูงยังมีอีกหลายคนที่ควรได้รับเลือก


“พูดแค่ครั้งเดียวเธอก็น่าจะเข้าใจนี่”ดวงตาคมดุจราชสีห์กับคำพูดเชือดเฉือนแสดงให้เห็นว่าคุณเลโอกำลังหงุดหงิดอยู่พอสมควร


แล้วทำไมผมถึงต้องมาเจอเขาในสภาพอารมณ์ไม่ปกติด้วย ขนาดตอนอารมณ์ปกติยังน่ากลัวเลย


“เข้าใจครับ เพียงแต่ทำไมถึงเป็นผม...แล้วก็รายละเอียด...”


“เธอเป็นคนที่เก่งที่สุดในเรื่องสัตว์น้ำ และฉันต้องการให้เธอไปทำให้ไอ้พวกงี่เง่านั่นเงียบปากสักที”


“...ครับ?”พวกงี่เง่าที่ว่าหมายถึงใครกัน


“คงรู้สินะว่ากิจการหลายๆอย่างของพวกฉันนอกจากมันจะแตกแขนงไปหลายด้านแล้วยังมีเทคโนโลยีมากมายที่ถือกำเนิดขึ้นจากภายในองค์กร”


“ครับ...การค้นคว้าบางอย่างถือเป็นความลับเฉพาะขององค์กรที่ไม่อนุญาติในนำไปเปิดเผยได้ไม่ว่าในกรณีใดๆก็ตาม”เรื่องนี้ผมรู้ตั้งแต่ตอนเข้ามาทำงานแล้ว ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันล้ำหน้าช่วยให้การวิจัยและทดลองประสบผลสำเร็จได้รวดเร็วกว่าที่อื่น


จากที่หาข้อมูลเห็นว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมพวกนี้เป็นสิ่งที่ถูกคิดค้นขึ้นมาโดยเฉพาะ และไม่ใช่เพียงแค่เทคโนโลยีและนวัตกรรมเท่านั้นแต่ยังมีทั้งข้อมูลรวมถึงเทคนิคต่างๆที่ถือเป็นความลับสุดยอด ถ้าให้ยกตัวอย่างก็บิดาแห่งการคืนชีพ ฟรานซิส เบนซ์ ฟงเซ่ ความรู้และความสามารถของเขาเองก็ถือเป็นหนึ่งในความลับ


“แต่เพราะพวกบ้าๆรวมกลุ่มกันพูดว่าไม่แฟร์ที่เก็บความลับนั้นไว้แต่ในองค์กรเลยต้องมีการไปแลกเปลี่ยนเผยแพร่ความรู้ให้ตามสถาบันวิจัยต่างๆทั่วโลก”คุณเลโอพูดพร้อมใบหน้าที่ตึงขึ้นเรื่อยๆ


“หมายถึงการที่ด็อกเตอร์ฟรานซิส เบนซ์ ฟงเซ่ไปสอนการให้กำเนิดไดโนเสาร์สินะครับ”แม้ว่าความรู้เรื่องไดโนเสาร์จะเป็นความลับ แต่ก็อย่างที่คุณเลโอพูดนั่นแหละ...มีหลายกลุ่มที่ไม่พอใจในการเก็บความลับนี้ หลายคนก็กล่าวหาว่าทางองค์กรต้องการผลิตอาวุธอันตรายเพื่อครองโลกด้วยความสามารถนั้น เพราะแบบนั้นจึงมีการเผยแพร่ถึงวิธีการตัดต่อยีนรวมถึงการให้กำเนิดไดโนเสาร์ขึ้นมา


ซึ่งผมว่ามันตลกสิ้นดี 


จะครองโลกเหรอ...นักวิทยาศาสตร์ไม่สนใจอะไรแบบนั้นหรอก และนักธุรกิจอย่างคุณเลโอกับอีกสองคนที่เหลือเองก็คงเหมือนกัน


“ตั้งแต่นั้นมาเลยต้องมีการผลัดกันไปศึกษาดูงานตามสถาบันต่างๆเพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้ ครั้งนี้สถานบันวิจัยสัตว์ทะเลเป็นศูนย์รวมของพวกที่คิดว่าตัวเองรู้จริงเกี่ยวกับสัตว์ทะเล...หึ น่าขำ”ถึงจะพูดว่าน่าขำแต่ใบหน้าของคุณเลโอเหมือนอยากจะจับพวกเขามาปาดคอทิ้งมากกว่ามั้ง


“พวกเขาอาจรู้จริงก็ได้นะครับ...”


“ฉันกล้าพนันเลยว่าไม่ เธอเคยไปที่นั่นรึยังล่ะ”คุณเลโอถามกลับ


“ยังครับ”ผมตอบกลับไป


“ฉันไม่อยากไปเสียเวลากับพวกปลาซิวปลาสร้อย ดังนั้นเธอจงเป็นตัวแทนฉันจัดการพวกมันให้หมดซะ เอาให้เลิกพล่ามว่าตัวเองเก่งไปเลย”


“เอ่อ...ผมว่าคงไม่...”


“ฉันอนุญาตให้เธอจัดการได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเสียหายเดี๋ยวฉันจ่ายให้”ผมถึงกับขนลุกเมื่อแววตาของราชสีห์นั่นหรี่ลงอย่างน่ากลัว


“คือผม...ไม่ได้คิดจะไปมีเรื่องกับใคร”


“หึ...ลองไปดูด้วยตาก่อนเถอะ”


“...ครับ”คำพูดนั่นเหมือนจะบอกว่าถ้าผมไปเห็นพวกเขาจะอารมณ์ขึ้นงั้นเหรอ


ไม่มีทาง


ผมไม่ใช่พวกใจร้อน


“มีอีกเรื่อง เห็นว่าไดโนเสาร์กลายพันธุ์รุ่นที่6เป็นคู่หูของเธอใช่ไหม”


“ใช่ครับ”รุ่นที่6นั้นจากที่ได้ข้อมูลเห็นว่ามีแค่ลูก้าคนเดียวเท่านั้น


“การที่หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษมอบสิทธิ์ในการดูแลให้เธอแปลว่าไม่ใช่แค่ความสามารถที่มีแต่คงมีอะไรบางอย่างในการควบคุมไดโนเสาร์กลายพันธุ์รุ่น6สินะ”


“ผมไม่ได้ควบคุมลูก้า เขาเป็นเด็กดีไม่จำเป็นต้องควบคุมสักนิด”ผมพูดออกไปตามตรง


“คำพูดของหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษท่าจะจริง”


“...คำพูดอะไรครับ”


“ทั้งหวงทั้งห่วง”


“อึก...ก็ไม่ได้ขนาดนั้นสักหน่อย”แค่ไม่อยากให้ใครมามองลูก้าผิดๆเท่านั้นเอง


“เธอเหมาะกับเขาที่สุดแล้ว”


“ครับ?”


“ฉันเห็นคลิปตอนร่วมกันสู้ในน้ำในภารกิจแรกแล้ว...ช่างกล้าและบ้าบิ่นมาก”


“แฮะๆ”


“ดูงานพรุ่งนี้พาเขาไปด้วยละกัน”คุณเลโอบอกเสียงนิ่ง


“ได้ครับ”ความจริงต่อให้คุณเลโอไม่บอกผมก็ต้องพาไปอยู่แล้ว และถึงผมไม่พาไปลูก้าก็ต้องขอไปด้วยแน่ๆ


“อย่าลืมที่ฉันบอกล่ะ จัดให้หนักชนิดที่ให้นอนฝันร้ายไปสักปีเลย”


“ให้ผมไปดูงานไม่ใช่เหรอครับ”ทำไมคำพูดมันเหมือนกำลังให้ไปมีเรื่องกับใครสักคนเลยล่ะ


“หึ...เดี๋ยวก็รู้ อ้อ เรื่องสิทธ์การดูแลยังไม่ได้รับการอนุมัตตินะ” 


“ฮะ? เดี๋ยวครับ หมายความว่าไง”ที่ว่ายังไม่ได้รับการอนุมัติ


ก็รู้ว่าอยู่ในขั้นตอนดำเนินการและคนที่จะอนุมัติคำขอนี้ได้นอกจากหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษอย่างเซโครก็ยังมีหนึ่งในสามผู้ยิ่งใหญ่ในวงการธุรกิจแต่การที่คุณเลโอพูดว่ายังไม่อนุมิตแปลว่าต้องมีสาเหตุอื่นๆอีก


“เธออาจเก่งและมีความสามารถแต่การจะให้เธอมีสิทธิ์ในตัวเขาแต่เพียงผู้เดียวนั้นมีหลายคนที่ไม่เห็นด้วยรวมทั้งฉันด้วย”


“ผมไม่เข้าใจ”


“เรื่องนั้นไว้ค่อยว่ากัน ฉันมีงาน ขอตัวก่อนล่ะ”คุณเลโอไม่ได้บอกข้อมูลอะไรเพิ่ม


ไม่พอเขาเดินออกไปผมก็ออกไปบ้าง...นอกห้องมีเหล่าลูกน้องผมยืนออกันอยู่ 


ใบหน้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยนั่นพุ่งเป้ามายังผม


คงจะสงสัยว่าผมถูกเรียกไปคุยเรื่องอะไรแน่ๆ


“ด็อกเตอร์เกิดอะไรขึ้น”พี่พลเป็นคนแรกที่เอ่ยถาม


“นั่นสิ คนระดับนั้นมีเรื่องอะไรถึงมาพบสามกัน”ยุถามต่อพลางทำหน้าคลุ่นคิด


“แค่ให้ผมไปดูงานที่แม็กซิโกพรุ่งนี้เท่านั้นเอง”ผมไขข้อสงสัยให้ทุกคน


“ไปดูงาน? แค่นั้นถึงกับต้องมาเองเลยเหรอ แค่สั่งมาก็ได้มั้ง”ยุตั้งข้อสังเกต


“นั่นสิ...”จะว่าไปก็ถูก


เรื่องแค่นี้สั่งมาดูจะเร็วกว่า


หรือว่ามันเกี่ยวอะไรกับอารมณ์หงุดหงิดนั่นกัน


ชักสงสัยแล้วสิว่าคนของสถาบันวิจัยสัตว์ทะเลเป็นยังไง


หลังจากคุณเลโอกลับไปผมก็ไล่ให้ทุกคนกลับไปทำงานที่ค้างไว้โดยที่เข้าไปร่วมทำการทดลองด้วย เมื่อได้เริ่มผมก็จะมีสมาธิอยู่แต่กับมันกว่าจะรู้ตัวก็ผ่านช่วงเย็นมาแล้ว


“ลูก้า”ผมพึมพำเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่านัดลูก้าไปเจอกันที่โรงอาหารช่วงเย็นนี่นา นั่นทำให้ผมรีบละมือจากการทดลองแล้วรีบไปยังโรงอาหารที่นัดไว้


ช่วงนี้ลูก้าไม่ได้นอนเล่นแท็บเล็ตรอผมอยู่หน้าห้องแต่เปลี่ยนไปว่ายน้ำในทะเลแทนซึ่งผมก็เห็นว่าดีเพราะยังไงลูก้าก็เหมาะอยู่ในทะเลมากกว่าบนบก อีกทั้งการได้ว่ายหรือดำน้ำจะช่วยลับการเคลื่อนไหวให้เฉียบคมมากขึ้น


“สาม”เสียงเรียกอันคุ้นเคยดังขึ้นจากบรรยากาศมืดๆยามราตรี พอหันไปมองตามเสียงก็พบกับลูก้าที่เดินเข้ามาหาในสภาพเปียกปอน


“นี่อย่าบอกนะว่าว่ายน้ำอยู่ถึงเมื่อกี๊น่ะ”ผมเท้าเอวหันไปจ้องอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง


“...อืม”


“ผมบอกแล้วไงว่าห้ามอยู่ในน้ำในร่างมนุษย์นาน”ถึงลูก้าจะมีอีกร่างเป็นไดโนเสาร์น้ำแต่ยังไงร่างมนุษย์ก็ถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรอยู่ใต้น้ำโดยไม่ขึ้นมาหายใจเป็นเวลานาน


ลูก้าอาจคิดว่ากลั้นหายใจได้นาน ซึ่งก็ใช่เพียงแต่สุดท้ายระบบการหายใจของมนุษย์มันไม่เหมาะกับการขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน ผลของการกลั้นหายใจเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดอาการผิดปกติขึ้นได้


ผมรู้ว่าลูก้าว่ายในร่างมนุษย์เพราะถ้าว่ายในร่างไดโนเสาร์เสื้อคงไม่เปียกหรอก


“ก็มัน...”


“ห้ามบอกว่าดำน้ำเพลินด้วย”ผมฟังข้อแก้ตัวนั่นมาจนเอียนแล้ว


“ผมแค่อยากรู้ว่าร่างมนุษย์มีข้อจำกัดมากขนาดไหน”ลูก้าตอบเสียงเบา


“ถ้าอยากรู้ก็รอผมอยู่ด้วยสิ ที่ผมไม่อยากให้กลั้นหายใจในร่างมนุษย์นานๆเพราะมันอาจส่งผลต่อระบบหายใจหรือระบบอื่นๆของร่างกายได้”ผมอธิบายไปตามจริง


“...เข้าใจแล้ว”


“พึ่งมาแบบนี้แปลว่ายังไม่ได้กินมื้อเย็นสินะ”


“อืม...การที่สามอยู่นี่ก็แปลว่าทดลองเพลินอีกแล้วแน่ๆ”


“รู้ดี”ผมบอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง


“ก็เรื่องสามนี่”


“หยอดมาแบบนี้ผมก็ยังไม่ตกลงเป็นแฟนหรอกนะ”


“ไม่เป็นแฟนงั้นก็เป็นคู่ผมเนอะ”


“ไม่ต้องมาเนอะเลยลูก้า ถ้าผมยังไม่ยอมเป็นแฟนก็อย่างหวังว่าจะเป็นคู่ให้เลย”ผมบอกเสียงจริงจัง


“สามใจร้าย...ทั้งที่รักผมขนาดนี้ทำไมยังไม่ยอมเป็นแฟนกันอีก”


“ผมบอกตอนไหนว่ารัก?”ผมถามกลับทันที


“ไม่ต้องบอกผมก็รู้ดี”ลูก้าบอกพลางเลื่อนดวงตาสีเงินมาสบ


“รู้ได้ยังไง...”ตัวผมเองยังไม่รู้เลยถึงความรู้สึกที่มีต่อลูก้าน่ะ


ทั้งที่ผมยังไม่รู้แล้วทำไมเขาถึงกล้าบอกว่ามันคือรักได้ง่ายๆกันล่ะ


“ทั้งท่าทางและการกระทำของสามมันบอก”


“...”ท่าทางกับการกระทำเหรอ


“ผมจะรอ”


“ผมถามจริงๆนะ ลูก้าไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจจากผมเลยเหรอ...ความรู้สึกที่ลูก้ามีมันอาจเพราะเราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ลูก้ายังเด็กก็ได้ การห่างกันไปปีกว่าน่าจะทำให้ลูก้าเจอผู้คนมากมาย...หนึ่งในนั้นไม่มีคนที่สนใจเลยเหรอ”คำถามนี้ผมอยากถามมานานแล้ว


ลูก้ายังเด็ก...เด็กมากถ้าเทียบกับมนุษย์


เพราะงั้นผมถึงคาใจว่าเขาใช้อะไรมาตัดสินว่ารักผม


“จริงอยู่ที่ผมเจอผู้คนมามากในช่วงที่ห่างสามแต่คนเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกสนใจเหมือนสาม สามเป็นคนเดียวที่ตรึงผมให้สนใจอยู่เสมอ เป็นคนเดียวที่อยากจะอยู่ข้างๆไม่ว่าเมื่อไหร่...”


“ลูก้า...”


“สามอาจไม่เชื่อว่าตัวเองรักผม แต่ผมอยากให้สามเชื่อว่ารักของผมมันเป็นของจริง”พูดจบลูก้าก็รวบตัวผมเข้าไปกอดแน่น ความเปียกชุมของน้ำทะเลเพิ่มอุณหภูมิให้เย็นขึ้น


“...ลูก้า”


“ผมรักสาม แค่ความรู้สึกนี้เชื่อผมนะ”เสียงกระซิบกับอ้อมกอดที่รัดแน่นขึ้นทำเอาหัวใจรู้สึกอุ่นวาบจนเผลอยิ้มออกมาบางๆ


“อืม”ผมพยักหน้าไปมาในอ้อมกอดของลูก้า


ความรู้สึกของลูก้ามันเป็นของจริง


นั่นเป็นสิ่งที่ผมรู้สึก และจะไม่สงสัยอีกแล้วด้วย


โครกกก


บรรยากาศโรแมนติกที่แผ่ออกมาหายวับไปกับตาเมื่อเสียงท้องร้องของพวกเราดังประสานขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งผมและลูก้าต่างละออกจากกันก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ


“...เสียงท้องสามดังมาก”ลูก้าอมยิ้มพลางมองมา


“ของตัวเองก็ดังไม่แพ้กันอย่ามาโยนน่า”ผมสวนกลับ


“ผมดังน้อยกว่าสาม”


“ไม่จริง ลูก้าดังกว่าเห็นๆ”


“ชนะผมได้สามดีใจเหรอ”


“ใช่ ดีใจมากๆเลยด้วย”


“สาม”


“ครับลูก้า”


“กวน”เพียงคำเดียวจากลูก้าเรียกเสียงหัวเราะให้กลับมาอีกครั้ง


“คิก...พอแล้วก็ได้ เรารีบไปกินมื้อเย็นกันเถอะเดี๋ยวต้องไปจัดกระเป๋าอีก”ผมบอกก่อนจะออกเดินไปตามผืนทราบด้านหน้า


“จัดกระเป๋า? สามจะไปไหน?”ลูก้าที่ตามมาถามด้วยน้ำเสียงสงสัย


“ไปแม็กซิโกน่ะ”


“ผมไปด้วยได้ไหม”


“อยากไปไหมล่ะ”ผมไม่ตอบแต่ถามกลับไปด้วยรอยยิ้มแทน


คำตอบของลูก้าไม่ต้องฟังก็เดาได้


“แน่นอน อยากไปกับสาม”


ว่าแล้ว


คำตอบเป็นอย่างที่ผมคาดไว้


“ให้ไปด้วยดีไหมนะ”ขอแหย่เล่นหน่อยละกัน


“ถ้าไม่ให้ไปผมจะว่ายน้ำตาม”ลูก้าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับจะบอกว่าสิ่งที่พูดไปไม่ได้พูดเล่นๆ


ก็นะ ด้วยความสามารถของลูก้าคงว่ายได้อยู่แล้ว


ดีไม่ดีอาจถึงก่อนผมด้วยซ้ำ


สถาบันวิจัยสัตว์ทะเลเองก็คงอยู่ติดทะเลลูก้าสามารถไปถึงได้ไม่ยาก


“พยายามจัง”


“สาม”


“รู้แล้วน่า ไปด้วยกันอยู่แล้ว”


การเดินการไปแลกเปลี่ยนความรู้และดูงานยังสถาบันวิจัยสัตว์ทะเลนั้นเริ่มต้นโดยการขึ้นเครื่องบินตรงไปยังประเทศเม็กซิโกก่อนจะนั่งรถต่อมาจนถึงรัฐหนึ่งทางภาคตะวันออกซึ่งมีสิ่งก่อสร้างที่คาดว่าคือสถานบันวิจัยสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ตั้งอยู่เรียงติดกัน


สถานที่แรกของการเดินทางคือตึกสูงกว่า5ชั้นบริเวณทางเข้าที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่านด้วยโทนสีสว่างโดยมีพนักงานนำทางผมและลูก้าให้เข้าไปด้านในของสถาบันวิจัย ทั้งคำพูดหรือท่าทางของพนักงานทำให้ผมสงสัยถึงท่าทางหงุดหงิดของคุณเลโอเมื่อวานว่าทำไมถึงได้ดูจะไม่ชอบที่นี่เอามากๆ


ด้านในของสถาบันวิจัยถูกแบ่งย่อยออกเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน แต่ละส่วนจะมีป้ายติดไว้หน้าทางเข้า ห้องที่พนักงานพาเข้ามาเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ที่ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยผู้คน


ดูจากเสื้อผ้าและหน้าตาก็รู้ได้ทันทีว่าต้องเป็นระดับด็อกเตอร์กันทั้งนั้น


“พาตัวแทนขององค์กรดอร์วูมาแล้วค่ะ”พนักงานเอ่ยบอกภายในห้องก่อนจะขอตัวกลับออกไปปล่อยให้ผมและลูก้ายืนนิ่งค้างโดยมีสายตานับสิบคู่จับจ้องมา


“สวัสดีครับ ผมนทีธาร ธาราสุขเป็นตัวแทนขององค์กรจะมาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ที่มีให้กับทุกคนครับ”ผมเอ่ยแนะนำตัวอย่างมีมารยาท


“อะไรกัน คนที่จะมาไม่ใช่ระดับหัวหน้าหรือไง”เพียงคำพูดแรกของชายตรงหน้าก็ทำเอาผมเริ่มคิ้วกระตุก


“ผมเป็นหัวหน้าของศูนย์วิจัยและเพราะพันธุ์สัตว์น้ำของเอเชีย...”


“อ้อ ไอ้ที่ตั้งอยู่ในประเทศเล็กๆซึ่งกำลังพัฒนามาหลายสิบปีที่อยู่ใกล้ๆเส้นศูนย์สูตรนั่นน่ะนะ”ยังไม่ทันได้พูดจบชายอายุประมาณ40กว่าคนหนึ่งก็พูดแทรกขึ้น


“...ใช่ครับ”รอยยิ้มเมื่อครู่ของผมหายไปอย่างรวดเร็ว


“สงสัยจะขาดแคลนคนมีความรู้เลยต้องให้เด็กตัวกระจ้อยมาเป็นหัวหน้า ไม่รู้ว่าเรียนจบปริญญารึเปล่าเลย”


“ผมจบปริญญาเอกครับ”


“ซื้อเอารึเปล่าล่ะ”


คำพูดของคุณเลโอที่บอกให้จัดการพวกเขาซะรวมถึงสาเหตุที่เขาหงุดหงิดผมเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งเลยล่ะ


คนพวกนี้มันจะดูถูกกันไปถึงไหน


ผมชักเริ่มหงุดหงิดแล้วนะเนี่ย


“สาม...ให้ผม...”


“ไม่เป็นไรลูก้า”ผมพึมพำตอบลูก้าที่ทำหน้าเหมือนกำลังจะวิ่งเข้าไปงาบคอมนุษย์ตรงหน้า


“ฮืม? สีผมนั่นมันหรือว่าจะเป็น...สิ่งมีชีวิตที่ถูกจับยีนมาผสมกันมั่วๆสินะ”


“งั้นคุณอยากถูกผลงานมั่วๆนี่ขย้ำสักสองสามแผลไหมล่ะครับ”ผมสวนกลับไปพร้อมรอยยิ้มท้าทาย


จะดูถูกผมยังไงก็ช่างแต่อย่ามาดูถูกลูก้า


“อึก...แก...”


“ผมมาในฐานะตัวแทนขององค์กรดอร์วูเพื่อจะมาแลกเปลี่ยนความรู้กับพวกคุณแต่ดูเหมือนพวกคุณจะไม่ต้องการมันสักเท่าไหร่นะ”


“หึ...พวกเราไม่ต้องการแลกเปลี่ยนกับระดับล่างๆอย่างแกหรอก นึกว่าคนที่มาจะเป็นไอ้หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษอะไรนั่นซะอีก”คำพูดของชายตรงหน้าทำให้ผมหลุดหัวเราะออกมาจนคนทั้งห้องหรี่ตามองอย่างไม่พอใจ


“คิก...โทษทีครับ ผมคิดว่าพวกคุณโชคดีแล้วนะที่หัวหน้าปฏิบัติการพิเศษไม่มานี่ ไม่งั้นพวกคุณคงไม่มีโอกาสได้ยืนพูดอยู่แบบนี้หรอก”ผมรู้นิสัยของเซโครดี ถึงจะดูนิ่งๆแบบนั้นแต่ถ้าใครไปทำให้อารมณ์ขึ้นได้โดนจัดการทั้งทางร่างกายและจิตใจแน่


ลองให้คนที่มาเป็นเซโครด็อกเตอร์พวกนี้ได้โดนชกกระเด็นไปติดกำแพงแล้ว ดีไม่ดีคู่หูและคนรักอย่างยูทาร์อาจเข้าไปซ้ำเติมด้วยซ้ำ


“จะดูถูกพวกเราเหรอ”


“เปล่าครับ แต่ร่างกายมันฝึกมาผิดกัน”สำหรับพวกนักวิจัยหรือนักวิทยศาสตร์จะมีแรงเทียบกับคนที่ออกภาคสนามเกือบทุกวันได้ยังไงล่ะจริงไหม


“ว่าแต่พวกเราแล้วตัวผอมแห้งแถมเตี้ยอย่างแกจะทำอะไรได้รึไง”


“ทำได้มากกว่าพวกคุณละกัน”ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงมั่นใจ


“หึ...งั้นก็ลองมาให้ความรู้พวกเราหน่อยสิ”ชายคนเดิมท้าทายพลางมองไปยังกลุ่มด็อกเตอร์ที่นั่งอยู่ด้านหลัง


ท่าทางแบบนั้นคงคิดจะทำให้ผมขายหน้าสินะ


แหม...น่าสนุกจัง


นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นแบบนี้


เหมือนได้กลับไปช่วงเรียนแล้วโดนแกล้งเลย


ยิ่งกับคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอันล้นหลามยิ่งรู้สึกสนุกทุกทีที่ได้ค่อยๆทำลายความมั่นใจนั่น


แต่ยังไงพวกเขาก็เป็นถึงระดับด็อกเตอร์การพูดเรื่องการวิจัยธรรมดาทั่วไปคงไม่ต่างจากการพูดในสิ่งที่พวกเขารู้อยู่แล้ว
ในเมื่อเป็นสถาบันวิจัยสัตว์ทะเลก็คงต้องพูดเรื่องแนวนี้...


จะว่าไปทำไมคุณเลโอไม่บอกให้เร็วกว่านี้นะ


ผมพึ่งรู้ว่าตัวเองมาโดยที่ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย


“สาม”ลูก้าสะกิดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง


“ไม่เป็นไรลูก้า เดี๋ยวผมจัดการเอง”ผมหันไปบอกพร้อมรอยยิ้ม


“คิดไม่ออกรึไงคุณหัวหน้า”เสียงเยาะเย้อดังขึ้นก่อนทั้งห้องจะส่งเสียงหัวเราะ


“เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า...เรื่องที่ผมจะพูดวันนี้คือเรื่องการเพาะพันธุ์อาร์คีโอไซยาทิด”ผมเดินไปคว้าไมค์จากคนบนเวทีก่อนจะประกาศหัวข้อเรื่องที่จะพูด


“ว่าไงนะ...”


“การเพาะพันธุ์อาร์คีโอไซยาทิด”


“เห็นว่ามันเพาะพันธุ์ไม่ได้นี่...แล้วทำไม”


“ยังไม่เคยได้ยินว่ามีใครเพาะพันธุ์มันสำเร็จมาก่อน...”


“ที่พูดคงไม่ได้คิดจะโม้หรือโกหกหรอกนะ”ด็อกเตอร์ที่นั่งอยู่แถวหน้าเอ่ยถาม


“ผมไม่ทำอะไรที่ทำองค์เสียชื่อเสียงหรอกนะ”ผมยักไหล่ตอบไป


“ไม่เห็นเคยได้ยินเลยว่ามีคนที่เพาะพันธุ์มันสำเร็จ”


“ไม่เคยได้ยินเหรอว่าในแต่ละองค์กรมักมีความลับที่ไม่เปิดเผยให้ภายนอกรู้อยู่ทั้งนั้น”แต่การให้ความรู้ครั้งนี้ถือเป็นการเผยแพร่ความลับหรือวิธีการใหม่ๆในการทดลองอยู่แล้ว


อีกอย่างคุณเลโอไม่ได้ห้ามไว้ด้วย


อาร์คีโอไซยาทิดที่พูดถึงคือพืชในยุคแคมเบรียน ถ้าถามถึงเหตุผลที่เหล่าด็อกเตอร์ในห้องนี้ทำหน้าไม่เชื่อก็คงเป็นเพราะไม่เคยมีรายงานว่ามีการเพาะพันธุ์อาร์คีโอไซยาทิดสำเร็จมาก่อน


อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้ถือเป็นความลับขององค์กรที่ไม่ได้เปิดเผย และผู้ที่เพาะพันธุ์มันได้สำเร็จเป็นคนแรกของโลกก็คือผม เรียกว่าเป็นผลงานที่ทำให้ผมได้ขึ้นเป็นหัวหน้าก็ไม่ผิดซะทีเดียว


การเพาะพันธุ์อาร์คีโอไซยาทิดไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมันเติบโตอยู่ก้นทะเลลึกซึ่งมีแรงดันน้ำมหาศาล ด้วยลักษณะทางกายภาพที่เป็นรูพรุนช่วยในการกรองสารอาหารเวลาไหลผ่าน


อาร์คีโอไซยาทิดเป็นที่สนใจของนักวิทศาสตร์และผู้คนทั่วโลกเมื่อหลายสิบปีก่อนเพราะนอกจากมันจะสามารถกรองสารอาหารได้แล้วมันยังสามารถกรองสารพิษหรือเชื้อโรคต่างๆให้น้อยลงได้  ยิ่งในปัจจุบันเกิดปัญหามลพิษทางน้ำเป็นจำนวนมากจึงมีหลายประเทศที่ให้งบมหาศาลทุ่มกับการเพาะพันธุ์อาร์คีโอไซยาทิดนี้แต่ก็ไม่สำเร็จ


ผมเองกว่าจะทำมันสำเร็จก็ใช้เวลาไปนานโข เรียกว่าเป็นปีเลยทีเดียว


ขั้นตอนการเพาะพันธุ์อาร์คีโอไซยาทิดค่อยๆถูกอธิบายตั้งแต่เริ่มแรกไปจนถึงการทดลองจนประสบผลสำเร็จโดยไม่มีการหยุดพัก แม้จะไม่ได้มีเอกสารรูปภาพหรือแม้ตัวอย่างประกอบก็ไม่ถือเป็นอุปสรรค์แต่อย่างใด


ความรู้ทุกอย่างมันอยู่ในหัวผมอยู่แล้ว


เหล่าด็อกเตอร์ต่างนั่งฟังด้วยใบหน้าเจ็บใจจนผมรู้สึกว่านี่แหละคือการชนะโดยไม่ต้องใช้กำลัง


“สามสุดยอด”ลูก้าเดินเร็วเข้ามาผมหลังจากบรรยายจบด้วยใบหน้าภูมิใจ


“แค่นี้ไม่เท่าไหร่น่า”


“ความสามารถของสามดูจะมากกว่าที่ผมรู้อีกนะ”


“งั้นเหรอ?”


“ตอนอยู่เกาะ เอ่อ คุณเซโครเล่าเรื่องของสามให้ฟังเยอะแยะตั้งแต่เรื่องทักษะการต่อสู้ที่ไม่สมกับตัวไปจนถึงความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ที่ไม่เป็นรองใคร แต่ไม่คิดว่าสามจะสามารถพูดมันออกมาได้โดยไม่มีอะไรแบบนี้”น้ำเสียงชื่นชมจากลูก้าทำเอารู้สึกดีจนต้องแสดงออกด้วยการยิ้มกว้างแล้วเอื้อมมือไปขยี้เส้นผมสีฟ้าแซมแดงเพื่อระบายความเขิน


“ชมเกินไปแล้ว”ถ้าตัวผมลอยได้คงลอยไปนอกอวกาศแล้วโครจรสักสามรอบแน่ๆ


“พูดจริงต่างหาก สมแล้วที่เป็นแฟนผม”


“ใครแฟนนาย?”ผมยักคิ้วถามกลับ


“สามไง”


“เหมือนผมจะยังไม่ตกลงนะ”


“ถึงสามไม่บอกผมก็รู้น่า”


“รู้อะไร?”


“สามรักผม”


“...รู้ดี”จนถึงตอนนี้ผมยังไม่แน่ใจเลยว่าความรู้สึกที่มีต่อลูก้ามันคือรักรึเปล่า


แต่มีอย่างหนึ่งที่รู้แน่ๆคือลูก้าสำคัญกับผมมาก


ผมอยากปล่อยให้ช่วงเวลานี้มันยืนยาวต่อไปเรื่อยๆเพราะไม่รู้ว่าถ้าตอบรับมันจะมีอะไรเปลี่ยนไปไหมซึ่งผมไม่อยากให้มันเปลี่ยนไป


“นี่”เสียงตะโกนเรียกจากกลุ่มด็อกเตอร์ดังขัดการสนทนา


“มีอะไรครับ”ผมถามพลางเดินไปหาโดยมีลูก้าตามหลังมาติดๆ


“เห็นว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญพฤติกรรมสัตว์ทะเลสินะ”


“...ใช่ครับ”แม้รอยยิ้มนั่นจะดูไม่น่าไว้ใจแต่ผมก็ตอบกลับไปตามจริง


“จะดูพฤติกรรมสัตว์คงไม่ใช่ดูผ่านหน้าจออย่างเดียวหรอกเนอะ”


“แน่นอนครับ การสังเกตพฤติกรรมส่วนมากผมจะลงไปสำรวจด้วยตัวเองตั้งแต่พฤติกรรมการล่า การรวมฝูงหรือแม้แต่การย้ายถิ่น”แค่ดูผ่านจอมันจะไปเข้าใจพวกสัตว์ได้ยังไง


“งั้นก็ดีเลย พอดีพวกเราพึ่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำชนิดใหม่ขึ้นมาได้แต่ด้วยสาเหตุอะไรสักอย่างทำให้มันกินน้อยแถมยังตัวไม่โตอีก ไหนๆก็เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญ...ช่วยพวกเราหน่อยละกัน”


“เอาสิ”ผมอยากรู้ว่าจะมาไม้ไหนกัน


“สามจะดีเหรอที่ยอมง่ายๆ”ลูก้าเดินมากระซิบถาม


“ดีสิ ขอผมดูก่อนว่าสัตว์ที่ว่าคืออะไร”


“ผมไม่ชอบพวกนี้เลย”


“ก็นะ...”ผมเองก็ใช่ว่าจะชอบหรอก


เหล่านักวิทยาศาสตร์พาผมเดินออกไปยังด้านนอกอาคารซึ่งมีทางเดินถูกปูด้วยหินช่วยให้เดินไปยังด้านหลังอาคารในส่วนติดกับทะเลได้อย่างรวดเร็ว ส่วนด้านหลังนี้ถูกกั้นด้วยรั้วยาวประมาณด้านละ50เมตรตั้งแต่บนบกยาวไปถึงในทะเล 


ในรั้วกันนั่นต้องมีสัตว์อะไรอยู่แน่


“ลูก้า”ผมหันไปมองลูก้าเป็นเชิงถาม ลูก้าพยักหน้าเล็กน้อนก่อนมองไปภายในรั้วนั้น


“...มีอยู่ตัวเดียว ขนาดไม่ใหญ่...เล็กกว่าผมมากอยู่ เดี๋ยวสาม จะทำอะไรน่ะ”ระหว่างที่ลูก้าอธิบายผมก็กระโดดลงไปตามโขดหินด้านล่างท่ามกลางความตกใจของเหล่าคนที่มองอยู่ แม้แต่ลูก้าเองยังถึงกับกระโดดตาผมลงมาด้วย


“ไม่ต้องตามมาหรอก”ผมหันไปบอก


“ไม่ตามได้ยังไง คิดจะทำอะไรน่ะสาม”


“ก็จะเข้าไปดูใกล้ๆ”


“สายพันธุ์ก็ยังไม่รู้มันอันตรายไปนะถึงจะขนาดไม่ใหญ่เท่าผมแต่ก็ใหญ่กว่าสาม...”


“ลูก้า ผมน่ะไม่ได้ใบปริญญามาเพราะแค่อยู่ในห้องทดลองหรอกนะ การจะศึกษาพฤติกรรมสัตว์มันต้องเห็นด้วยตา...เมื่อเราเห็นเราก็จะสามารถรู้ได้ถึงสิ่งที่ทำอยู่หรือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปไม่ว่าจะเป็นความคิดหรือการกระทำ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมจะเข้าไปสังเกตุพฤติกรรมของสัตว์สักหน่อย”


“ก็รู้ว่าสามเก่งแต่ว่ามัน...”


“ผมไม่ประมาทหรอกนนะ ไม่ต้องห่วง”ผมบอกพร้อมส่งยิ้มบางๆกลับไปให้


“สาม...”


“ที่พวกคุณต้องการจะรู้คือสาเหตุที่มันไม่ยอมกินอาหารกับขนาดตัวที่เล็กกว่าปกติสินะ”ผมถามย้ำอีกรอบ


“ใช่...แต่ขอเตือนสักหน่อย ครั้งก่อนก็มีนักพฤติกรรมสัตว์ถูกจ้างให้มาดูแล้วหมอนั่นดันลงไปดูด้วยตัวเองเหมือนอย่างนาย สุดท้ายแขนก็หายไปข้างนึง”คำอธิบายนั่นทำเอาผมเลิกคิ้วขึ้นข้างนึง


แรงกัดขนาดแขนขาดแปลว่าต้องไม่ใช่พวกกินพืช


“สาม”


“ไม่เป็นไรน่า ขอบคุณสำหรับคำเตือน”พูดจบผมก็เดินเข้าไปใกล้บริเวณน้ำมากขึ้น 


ถึงจะไม่หันไปมองก็ยังรู้สึกได้ถึงสายตาห่วงๆจากลูก้า


ผืนน้ำสีฟ้าใสช่างสะอาดผิดกับบางพื้นที่ของประเทศไทย ที่เป็นแบบนี้อาจเพราะกระแสน้ำและพื้นที่ไม่ได้อยู่ในจุดสะสมของตะกอนทำให้น้ำไม่ขุ่น ซึ่งถือเป็นเรื่องดีเพราะช่วยให้สามารถมองเห็นสิ่งมีชีวิตที่มีลำตัวยาวสีกรมท่าว่ายอยู่ไม่ไกล


ส่วนหัวขนาดเล็กกับเรียวปากยาวเมื่อเทียบกับขนาดของส่วนลำตัวที่ใหญ่กว่า ลำตัวนั้นไล่ระดับตั้งแต่ใหญ่ก่อนจะค่อยๆเล็กลงเรื่อยๆจนถึงสุดปายหางอันยาวเรียวคล้ายหางของปลาไหล


การเคลื่อนไหวของมันอาศัยครีบด้านข้างลำตัวในการเคลื่อนที่โดยมีครีบเล็กๆอยู่บริเวณปลายลำตัว


จากรูปล่างลักษณ์ที่เห็นชื่อพลาทีคาร์พัสก็ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว


พลาทีคาร์พัสเป็นนักล่าของยุคครีเทเชียสซึ่งมีความยาวประมาณ5เมตรและอาศัยอยู่บริเวณน้ำตื้นของผืนทะเล ถ้าให้เปรียบมันกับสัตว์ในยุคนี้ก็ใกล้เคียงกับจระเข้ที่มักออกล่าตามน้ำตื้น เพียงแต่พลาทีคาร์พัสมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วกว่ามากเนื่องจากมีคลีบช่วยในการเคลื่อนไหวใต้ผิวน้ำ


“...นึกว่าจะเจออะไรที่อันตรายกว่านี้ซะอีก”ผมพึมพำเสียงเบาด้วยรอยยิ้ม


ไม่ใช่ว่าผมประมาทหรือดูถูกพลทีคาร์พัสหรอกนะ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์อะไรก็ต่างมีความอันตรายแตกต่างกันตามสายพันธุ์ แต่เพราะคำพูดของด็อกเตอร์พวกนี้เหมือนผมต้องมาเจอกับโมซาซอร์ไดโนโนเสาร์ที่ยาวเหยียด30เมตรสักตัว


อีกอย่างที่ทำให้ผมยิ้มออกคือพลาทีคาร์พัสเป็นไดโนเสาร์น้ำที่ถูกชุบชีวิตมาเป็นอันดับต้นๆทำให้มีการศึกษาเกี่ยวกับพวกมันอยู่มากพอสมควร 


ดวงตาสีน้ำตาลของผมละออกจากพลาทีคาร์พัสไปยังสภาพแวดล้อมรอบๆ และทันทีที่ดูเสร็จผมก็เข้าใจแล้วว่าทำไมมันถึงกินน้อยและมีขนาดตัวเพียง2เมตรจาก5เมตร ไม่จำเป็นต้องเข้าไปใกล้ถึงขนาดเสียแขนเลย


สาเหตุของเรื่องนี้ผมไม่คิดว่าพวกด็อกเตอร์นั่นจะไม่รู้หรอกนะ แต่ถ้าไม่รู้คงไม่จ้างนักพฤติกรรมคนอื่นมาดู...แปลว่าคงไม่รู้จริงๆ
ไม่สิ สาเหตุไม่น่ามีแค่นั้น


“คงต้องข้าไปดูใกล้ๆสินะ”พึมพำเสร็จผมก็ค่อยๆก้าวขาลงไปในน้ำ


“สาม...”เสียงเรียกชื่อหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อผมหันกลับไปมองลูก้าที่ทำท่าจะก้าวเข้ามาใกล้


ไดโนเสาร์ยักษ์อย่างลูก้าถ้าเข้ามาใกล้พลาทีคาร์พัสคงตื่นตกใจแน่


เมื่อเดินมาจนถึงระดับน้ำที่ลึกพอสมควรผมก็ดำลงไปด้านใต้โดยที่มองไปยังพลาทีคาร์พัสซึ่งว่ายอยู่ไกลออกไปประมาณ10เมตร สายตาของมันจับจ้องมายังผมด้วยความระแวดระวัง


ดี...ไม่เข้ามาโจมตีสุ่มสี่สุ่มห้า


นักล่าปกติมักจะโจมตีอย่างรวดเร็วเพื่อเพิ่มโอกาสในการล่าให้ประสบความสำเร็จมากขึ้นแต่กับพลาทีคาร์พัสตัวนี้ไม่ใช่


มันกำลังสังเกตอยู่ว่าผมจะทำอะไร และเป็นการสังเกตที่ระแวดระวังพอสมควรด้วย ถ้าเคลื่อนไหวผิดหรือทำให้มันเห็นว่าผมเป็นศัตรูคงได้จบเหมือนอย่างนักพฤติกรรมสัตว์ก่อนหน้านี้


การจะสร้างความเชื่อใจมันไม่ยากเพียงแต่ต้องค่อยๆทำ ห้ามรีบร้อนเด็ดขาด


ร่างผมค่อยๆเคลื่อนไหวไปตามกระแสน้ำที่ผลัดไปมาอย่างอ้อยอิ่ง ส่วนมือที่ใช้ในการแหวกว่ายถูกใช้เคลื่อนไหวด้วยท่าทางคล่องแคล่ว


ไม่กี่นาทีบรรยากาศก็เริ่มเปลี่ยนไป พลาทีคาร์พัสว่ายวนสักพักก่อนจะเคลื่อนที่มาใกล้ผมมากขึ้นจนร่างของผมขนาบอยู่กับร่างนั้น ผิวหนังลื่นๆลากผ่านลำตัวผมแสดงถึงความเชื่อใจที่มอบให้


เห็นแบบนั้นผมก็เผยยิ้มออกมาก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือไปลูบบริเวณท้องสีเหลืองนวลช้าๆเพื่อตรวจร่างกายภายนอกแบบคร่าวๆ ผลที่ได้ดูจะน่าพอใจแต่ไม่มากเท่าที่ควร


บริเวณที่เป็นกระเพาะเมื่อเทียบกับความยาวของร่างค่อนข้างแปลก และนี่คงเป็นสาเหตุหลัก


ผมใช้เวลาอยู่สักพักใหญ่ในการตรวจซ้ำเพื่อความแน่ใจก่อนจะพาตัวเองขึ้นมาบนฝั่งในสภาพเปียกโชกไปทั้งตัว ลูก้าเองก็รีบวิ่งมาหาผมด้วยใบหน้าห่วงๆ


“สาม...ไม่เป็นไรนะ”


“อืม ครบถ้วนสมบูรณ์ดี”ผมตอบกลับ


“เป็นห่วงแทบแย่...ทำอะไรน่ะ”น้ำเสียงห่วงทำให้ผมคลี่ยิ้มบางๆก่อนจะเอื้อมมือไปหยิกแก้มลูก้าเบาๆ


“หยิกแก้มไง”


“ใช่เวลาเล่นไหมสาม” 


“...ดำน้ำได้กว่า20นาที ไม่ใช่มนุษย์แล้ว”คำพูดจากหนึ่งในเหล่าด็อกเตอร์ทำให้ผมนึกได้ว่ายังไม่ได้ตอบคำถามเลยนี่นะ


“พลาทีคาร์พัสตัวนี้มีขนาดกระเพาะเล็กกว่าปกติทำให้สามารถกินอาหารได้น้อย และด้วยสาเหตุนั้นเลยส่งผลต่อการเจริญเติบโต ถ้าอยากให้ตัวใหญ่กว่านี้อย่างแรกที่ทำคือต้องเพิ่มช่วงการให้อาหาร ถ้าให้มื้อเดียวก็เพิ่มเป็นสอง ถ้าให้สองก็เพิ่มเป็นสาม อีกอย่างคือขยายเขตที่อยู่ด้วย...พื้นที่แค่นั้นไม่พอให้เติบโตได้เต็มที่หรอก”ผมอธิบายทุกอย่างออกไปรวดเร็วจนคนฟังถึงกับขมวดคิ้วผสมกับเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตา


“กระเพาะ? แค่เวลาสั้นๆรู้ได้ยังไง”


“แค่สัมผัสดูก็รู้แล้วครับ”


“สัมผัส? นี่จะบอกว่าจับตัวพลาทีคาร์พัสได้?”คำพูดผมเหมือนจะทำให้ทุกคนตกใจมากกว่าเดิม


“ก็อย่างที่ว่ามา ผมไม่สนหรอกนะว่าพวกคุณจะคิดยังไงกับตัวผมหรือองค์กรแต่อยากบอกไว้ว่าต่อให้เป็นด็อกเตอร์ก็ไม่มีสิทธิ์ไปดูถูกใคร อ้อ...ขืนทำให้คุณเลโอหงุดหงิดมากๆก็ระวังตัวหน่อยก็ดีนะ”ผมเอ่ยเตือนก่อนจะขึ้นไปบนทางเดินด้วยร่างกายเปียกๆ


“มะ หมายความว่าไง”


“เรื่องนี้ผมขอไม่ยุ่งละกัน ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะครับ ไปกันลูก้า”ผมเรียกพร้อมกับเดินกลับเข้าไปในโรงแรมโดยมีลูก้าตามมาติดๆ


“น่าจะให้ผมขู่สักหน่อย”


“โห...เดี๋ยวนี้ขู่เป็นแล้วเหรอ”ผมถามเสียงตลก


“ก็แค่คำราม”


“คำราม?...อยู่กับผมทีไรเห็นแต่คราง งี๊ดๆ”ไม่เคยเห็นจะคำรามเลยสักครั้ง


“กับสามผมไม่ขู่หรอก...ก็รักมากนี่”


“ลูก้า...”เจอประโยคนั้นเข้าจะไม่ให้เงียบคงไม่ได้


“อย่าทำให้เป็นห่วงนักสิ ผมเกือบจะตามลงไปอยู่แล้ว”น้ำเสียงที่เต็บไปด้วยความห่วงใยนั้นทำให้ผมยิ้มออกมาก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาสีเงินที่มองมา


“ขอบคุณที่ห่วงนะ”แค่ดูก็รู้แล้วว่าตัวเองถูกห่วงมากขนาดไหน


ความรู้สึกของลูก้าที่มีต่อผมมันเป็นของจริงที่ไม่จำเป็นต้องทดสอบเลยสักนิด


ที่เหลือก็คือตัวผมเองนี่แหละที่ยังไม่ชัดเจนสักที


คงเวลาแล้วมั้งที่จะเลิกบ่ายเบี่ยงและคิดจริงจังถึงความรู้สึกจริงๆของตัวเองที่มีต่อลูก้า

............................................................

สวัสดีค่า

มาแล้วกับตอนที่17

หลายคนอยากเห็นฉากในน้ำโดยมีพี่หนึ่งอยู่ด้วย ขอโทษที่ไม่ได้แต่งแบบนั้นนะคะ 555

เมื่อวานเรื่องJurassicเพิ่งเข้าซึ่งเราคิดว่าคงมีหลายคนที่อยากอ่านเรื่องนี้ต่อ

ใครไปดูมาแล้ว มาแอบเม้ามอยกันได้น้าา

โดยส่วนตัวเราค่อนข้างชอบคุณเลโอเห็นไม่มีบทมานานเลยให้บทสักหน่อย อิอิ

ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ

บ๊ายบาย

-----มุมให้ความรู้เรื่องไดโนเสาร์-----




วันนี้ขอเสนอพลาทีคาร์พัส นักล่าของยุคครีเทเชียสซึ่งมีขนาดลำตัวยาวได้กว่า 5 เมตร กินเนื้อและอาศัยอยู่บนเวณน้ำตื้น ขนาดของมันไม่ใหญ่นัก รูปร่างเพียว ลำตัวและหัวสั้นแถมยังเป็นสายพันธุ์ที่ขุดพบค่อนข้างบ่อย

เครดิต : รูปภาพ-http://www.dinosaurusi.com ข้อมูล-หนังสือประจัญหน้าเจ้าสมุทรยุคครีเทเชียส

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 335 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

699 ความคิดเห็น

  1. #679 มิลึ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 17:41
    สามเก่งจัง ภูมิใจอ่ะ55555555
    #679
    0
  2. #423 qxtrx (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 10:38
    พวกด็อกเตอร์ปากดีน่าจะโดนมากกว่านี้!
    #423
    0
  3. #406 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 19:44
    สะใจจริงๆเลย!!!555 น่าจะโดนมากกว่านี้นะ~~ หึๆ // สาม~~ ยอมรับความจริงสะนะ~~~
    #406
    0
  4. #403 punch98line (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 12:33
    ง่ออออ ถึงเวลาเเล้วซักทีสิสาม เลิกปากเเข็งได้เเล้วหน่า
    #403
    0
  5. #402 dek chai korn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 08:48
    ไปดูมาแล้ว หูยย อยากบอกว่าดูไปคิดถึงเซโครไปเลย มันแบบเห้ยย มันใช่มาก5555
    #402
    1
    • #402-1 ziiuez(จากตอนที่ 18)
      25 สิงหาคม 2562 / 19:25
      น้องน่ารัก
      #402-1
  6. #400 rain (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 15:02

    ไปดูจูราสิสมาแล้ว นี่รอภาค 3 อย่างตั้งหน้าตั้งตาเลยล้ะ มันลุ้นมากเลย แรกๆแอบสงสารไดโนเสาร์อะ

    รอสามยุน้ะค้าบผม

    #400
    0
  7. #399 LN3210 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 11:55
    เล็งทุกจังหวะ หยอดได้หยอดดี โดนทุกดอก 55555555555555
    #399
    0
  8. #398 .pop (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 08:30
    หยอดเก่งเหลือเกินนนนน
    #398
    0
  9. #397 HDG-girl (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 08:04
    สามเก่งจัง สนุกมากเลยค่ะ

    ปล.ไปดูจูราสสิคมาแล้วเหมือนกันค่ะ ยิ่งดูยิ่งคิดถึงเรื่องนี้เลย ยิ่งเวลามาอ่านภาพในหนังมาเลยค่ะ555 แต่งเก่งจริงๆนะคะ
    #397
    0
  10. #396 0935451897 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 07:38
    ลูก้าจะหยอดให้สามขาดใจตายหรือไงกันนนน
    #396
    0
  11. #395 Smuffy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 02:49
    ลูก้าหยอดทุกครั้งที่มีโอกาสเลยนะ
    5555
    #395
    0
  12. #394 pcard (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 00:28
    ลูก้าได้ทีก็หยอดสามตลอดดดด ขอให้สามรู้ใจตัวเองเร็วๆ น้า. ><
    นี่สามมาถึงแค่แปปเดียวนะยังจัดการไปได้ขนาดนี้ เก่งมาก เราเชื่อว่าสามเอาอยู่.
    #394
    0
  13. #393 H i k a w a (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 00:03
    ชอบที่สามบอกลูก้าว่าอยู่กับสามก็เอาแต่ครางงี้ดๆ55555555 น่ารัก โอ้ยยย ร้ายกับคนทั้งโลก น้องจะมุ้งมิ้งให้สามคนเดียวว
    #393
    0
  14. #392 XINDEER (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 23:37
    สามเก่งมากกกก
    #392
    0
  15. #391 *!POPEYE!* (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 23:19

    หมายถึงรูปร่างเพรียวใช่ไหมคะ

    เพรียว=เพรียวบาง

    #391
    0
  16. #390 misterB (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 23:02
    ใช่เลยค่ะเห็นjurassicเข้าโรงแล้วคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทันทีแต่ยังไม่ได้ไปดูเลย ตอนนี้ได้เห็นสกิลของสามเพิ่มขึ้นไปอีกแถมมีโมเม้นหวานหยอดตลอดของลูก้าน่ารักมากเขินนนนนนนนนนนน รอให้สามรู้ความรู้สึกเร็วๆนะ ขอบคุณไรท์ที่มาลงด้วยค่า
    #390
    0
  17. #389 Ampchom Chomphoonut (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 22:46

    สามเก่งสุดๆ

    #389
    0
  18. #388 Lalaland332221 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 22:35
    รออยู่เลยยยยยย
    #388
    0
  19. #387 Atk. S. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 22:29
    รออออออออ
    #387
    0
  20. #386 aom051 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 22:14
    จัดเต็มเลย!สาม!!
    #386
    0