-จบ-◈Jurassic Foster◈ กลายพันธุ์รัก ใต้ธารา

ตอนที่ 16 : ◈ธาราที่15◈

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,424
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 317 ครั้ง
    11 พ.ค. 61

◈ธาราที่15◈




ตึกสูงกับอาคารและบ้านเรือนนับสิบๆหลังเต็มไปด้วยกลิ่นของมนุษย์ปะปนอยู่เป็นจำนวนมาก ยิ่งเป็นในตัวเมืองยิ่งมีกลิ่นของผู้คนอัดแน่นกันมากกว่าปกติแต่ถึงอย่างนั้นกลิ่นสาบของนักล่ามันกลับเด่นชัดขึ้นมาทันทีที่เปิดกระจกออก


ด้วยประสาทสัมผัสของไดโนเสาร์กลายพันธุ์อย่างผมทำให้รู้อย่างรวดเร็วว่ากลิ่นนั่นไม่ใช่สัตว์นักล่าตัวเล็กที่มีอยู่ทั่วไปอย่างพวกงูหรือสัตว์มีพิษ


สัมผัสนั่น...


“อันตราย”ผมพึมพำพร้อมขมวดคิ้วแน่น


นอกจากจะอันตรายแล้วจำนวนยังไม่ใช่น้อยๆเลยด้วย


“เกิดอะไรขึ้นลูก้า”สามถามผมด้วยใบหน้าร้อนรน


“มีไดโนเสาร์อยู่ไม่ไกลจากนี่”


“อยู่ในรถขนย้ายรึเปล่า”


“...ไม่แน่ใจ...แต่คิดว่าไม่ได้อยู่ในรถขนย้าย”ผมนิ่งเพื่อทำสมาธิรับรู้ถึงสถานการณ์ที่อยู่ไกลออกไปก่อนตอบสามกลับ


“ถ้าไม่ได้อยู่ในรถขนย้ายเป็นไปได้ว่าอยู่ตามสวนสัตว์หรือสถานที่จัดแสดง...แถวนี้ก็มี... ไม่สิ ที่นั่นไกลเกินไป ระยะรับกลิ่นของลูก้าอยู่ประมาณ200กิโลเมตร ในขอบเขตนี้มีสวนสัตว์อยู่ก็จริงแต่ถ้าเป็นแบบนั้นลูก้าคงได้กลิ่นสัตว์อื่นด้วยไม่ใช่แค่ไดโนเสาร์”
คำพูดเพียงไม่กี่คำของผมสามารถทำให้สามวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วจนผมลอบยิ้มออกมาโดยไม่ให้อีกฝ่ายเห็น
เป็นอย่างที่สามพูดผมไม่กลิ่นพวกสัตว์แถวกลิ่นไดโนเสาร์กลุ่มนั้นเลย


สมแล้วที่เป็นสาม


“เอายังไงต่อ?”ผมถามพลางมองสามอย่างขอความเห็น


“ไปดูกัน...ปล่อยไว้แบบนี้มันคาใจ”


“เอาสิ”ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้มีกลิ่นไดโนเสาร์ใจกลางเมืองแบบนี้


“ผมต้องกลับรถสินะ...นำทางด้วยลูก้า”สามพูดพร้อมกับออกรถอีกครั้ง


“ได้...พอกลับรถแล้วก็ตรงไปเรื่อยๆเลย”ผมอธิบายทางให้คนขับรถรู้เป็นระยะ เส้นทางที่ขับมาบางครั้งก็ไม่สามารถขับตามที่ผมบอกได้จึงต้องใช้เวลาในการรัดเลาะพอสมควร


ยิ่งเข้าใกล้กลิ่นของไดโนเสาร์ก็ยิ่งเด่นชัดขึ้น


ไม่ใช่แค่กลิ่นของไดโนเสาร์เท่านั้นที่เด่นชัดขึ้นแต่กลิ่นของมนุษย์กำลังหวาดกลัว...ความกลัวนั่นทำเอาผมต้องกำมือแน่นเพื่อข่มอารมณ์อยากล่าที่เกิดขึ้น


มนุษย์ไม่รู้เลยว่าการวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัวนั่นจะยิ่งกระตุ้นความอยากล่าให้มีมากขึ้น


คำว่าล่าไม่ใช่แค่เพื่อกินเท่านั้น มีหลายครั้งที่พวกเราล่าด้วยเหตุผลอื่นอย่างเช่นความสนุก ความแค้นหรือแม้แต่ความสนใจ


ปริ๊นน


ปริ๊นน


“รถติดขนาดนี้แปลว่าเกิดเรื่องแน่”สามพูดด้วยใบหน้าคลุ่นคิด สถานการณ์ตรงหน้าคือรถหลายสิบคันพากันขับฝ่าไฟแดงกันจ้าระหวั่นราวกับกำลังหนีอะไรบางอย่าง


แน่นอนว่าต่อให้ไม่ต้องถามผมก็รู้ว่าพวกเขาหนีอะไร


“ได้โนเสาร์พวกนั้นกำลังล่า”และคิดว่าไม่ได้เพราะหิวด้วย


“ผมคิดว่าคงมีคนแจ้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษแล้ว แต่กว่าจะมาถึงคงต้องใช้เวลา”


“สาม”ผมหันไปเรียกพร้อมสบกับดวงตาสีน้ำตาลนั่นอย่างจริงจัง


ถึงไม่ต้องพูดประโยคยาวเหยียดผมก็รู้ว่าสามจะเข้าใจในสิ่งที่ผมต้องการ


“คิดเหมือนกันเลยแฮะ...ไปกันลูก้า”พูดจบสามก็หักพวงมาลัยเอารถไปจอดไว้ด้านข้างก่อนจะเปิดประตูฝั่งคนขับวิ่งออกไปโดยมีผมวิ่งตามไปติดๆ


อย่างที่ผมคิดเลยสามรู้ว่าผมต้องการอะไรแม้จะไม่พูดออกมา


ผมเองก็คิดเหมือนกันว่าอยากลงไปช่วยในสถานการณ์นี้แม้จะรู้ว่าไม่ใช่หน้าของตัวเองก็ตาม ภารกิจของผมและสามเหมือนจะส่งตรงมาจากหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษอย่างเซโคร ไม่สิ สามบอกให้เรียกคุณนี่นา


เพราะเหตุนั้นพวกเราจึงไม่เข้าไปยุ่งกับภารกิจอื่นๆของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ทว่าครั้งนี้มันต่างออกไป...บริเวณรอบๆนี่มีเพียงมนุษย์ที่หนีกันโดยไม่มีคนที่สามารถหยุดหรือจัดการกับไดโนเสาร์พวกนั้นได้


อย่างที่บอก ยิ่งหนีพวกเราก็จะยิ่งตาม จะยิ่งล่าตราบเท่าที่ขายังขยับได้


ไม่ใช่ทางที่ดีเลยการวิ่งหนีเนี่ย


สามวิ่งตรงไปยังสถานที่ที่มีกลิ่นของไดโนเสาร์กำลังรวมตัวกันอยู่ด้วยใบหน้าเหมือนกำลังวิเคราะห์สถานการณ์ สถานที่เกิดเหตุเป็นถนนสายใหญ่ที่ด้านข้างมีสวนสาธารณะตั้งอยู่ ไดโนเสาร์ไม่ทราบสายพันธ์สองชนิดกำลังวิ่งไล่ล่ามนุษย์โดยการใช้ปากที่มีเขี้ยวอันแหลมคมขย้ำเหยื่อบนพื้น


เพียงแค่การกัดครั้งเดียวมนุษย์ก็ไม่อาจรอดได้แล้วแต่เหมือนพวกมันจะไม่สะใจพอเพราะตัวที่คาบมนุษย์อยู่ในปากกลับโยนร่างไร้ชีวิตไปยังฝูงด้านหลังทำให้เกิดการฉีกกระชากร่างนั้นอย่างรุนแรงจนถนนสีเทาถูกย้อมไปด้วยเลือดสีแดง


นี่มันยิ่งกว่าอันตรายแล้ว


อีกอย่างจำนวนขนาดนั้น...กะคร่าวๆก็น่าจะเกิน10ตัว


“สาม”ผมหันไปเรียกคนข้างกายที่มองภาพนั่นพร้อมเม้มปากแน่น


ผมไม่รู้ว่าสามรู้สึกยังไงกับภาพนั่นแต่สำหรับผมมันเป็นธรรมชาติที่ผู้อ่อนแอกว่าต้องตกเป็นเหยื่อ


หลายคนอาจมองว่าเป็นสิ่งไม่ถูกแต่มันก็คือธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต


“ทำไมต้องเป็นเจ้าสองตัวนี่ด้วย”


“รู้จักพวกมันเหรอ”ผมหันไปถาม จริงอยู่ปกติสามจะสามารถบอกชื่อ ลักษณะรูปร่างหรือแม้แต่นิสัยของสัตว์น้ำได้อย่างแม่นยำแต่พอเป็นพวกสัตว์บกสามจะไม่มีความรู้นัก


ครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ไม่รู้ ดวงตาสีน้ำตาลของสามกำลังสั่นซึ่งผมไม่รู้ว่าสั่นเพราะอะไรแต่ที่แน่ๆมันไม่ใช่ความหวาดกลัวอย่างไร้ทางสู้เหมือนมนุษย์ทั่วไปที่วิ่งหนีกัน


“หึ...ไม่ได้อยากรู้จักสักนิด ทั้งที่ไม่อยากรู้จักแต่ความอันตรายของพวกมันทำให้ผมจำชื่อนั้นได้แม่นเลยล่ะ เราเจอพวกอันตรายเข้าให้แล้ว”


“สาม...”


“เจ้าตัวขาวนั่นคือคาร์คาโรดอนโทซอรัสเป็นได้โนเสาร์ยาวกว่า13เมตรที่มีฟันคล้ายคลึงกับฉลามขาวโดยแต่ละซี่มีความยาวกว่าครึ่งไม้บรรทัด นั่นหมายความว่ามันมีพลังในการฉีกกระชากเนื้อเป็นอันดับต้นๆเลยทีเดียว แม้จะเป็นไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ติดอันดับแต่มันกลับมีสมองเล็กและประสาทสัมผัสอันเชื่องช้า”


“แปลว่าเราสามารถอาศัยจุดนั้นเข้าไปโจมได้สินะ”ผมพูดออกมาหลังจากได้ยินคำอธิบาย


“ถ้าคิดแบบนั้นก็ผิดแล้ว”


“หมายความว่าไง”


“ถึงคาร์คาโรดอนโทซอรัสจะมีสมองเล็กและประสาทสัมผัสอันเชื่องช้าแต่มันกลับมีสายตาที่สามารถมองในรูปสามมิติ”


“สามมิติ?”


“ใช่...มันสามารถกะระดับในการโจมตีได้อย่างแม่นยำโดยใช้สายตานั่น”


“คาร์คาโรดอนโทซอรัสอาจอันตรายแต่ถ้าเป็นอีกตัวที่เล็กกว่าเราอาจจะจัดการกับพวกมันก่อนได้”ผมลองเสนอความเห็นเมื่อมองไปยังไดโนเสาร์อีกสายพันธุ์ที่วิ่งขนาบข้างมาติดๆ 


ถ้าคาร์คาโรดอนโทซอรัสอันตรายเราก็จัดการตัวที่จัดการง่ายกว่าเพื่อลดจำนวนลง ดูจากขนาดของมันเล็กกว่าคาร์คาโรดอนโทซอรัสอยู่ค่อนข้างมาก


“ถ้าคิดว่าจะจัดการแอลเบอร์โตซอรัสได้ง่ายๆก็ขอให้คิดใหม่ซะลูก้า”สามพูดด้วยท่าทางเครียดกว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อมองไปยังฝูงไดโนเสาร์ตรงหน้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ


“จะบอกว่าแอลเบอร์โตซอรัสอันตรายกว่าคาร์คาโรดอนโทซอรัสงั้นเหรอ”


“จะว่าแบบนั้นก็ได้ แอลเบอร์โตซอรัสอาจจะมีขนาดตัวเพียง9เมตรซึ่งน้อยกว่าคาร์คาโรดอนโทซอรัสทว่าด้วยกรามที่เล็กและบางนั่นช่วยเพิ่มความแม่นยำในการโจมตีเหยื่อ นอกจากนี้ฟันของแอลเบอร์โตซอรัสยังเป็นแหล่งสะสมของพิษร้ายเพราะฟันของมันโค้งไปด้านหลังทำให้เวลากินมีพวกแบททีเรียไปเจริญเติบโตอยู่เป็นจำนวนมาก”


“ผมดูการเคลื่อนไหวของแอลเบอร์โตซอรัสอยู่ รู้สึกว่าจะช้ากว่าคาร์คาโรดอนโทซอรัสอยู่มาก...แปลว่ามันอาจเหนื่อยเร็วรึเปล่า”ผมลองออกความเห็นตามสิ่งที่เห็น


“ไม่ใช่เหนื่อยหรอก แอลเบอร์โตซอรัสเชื่องช้ากว่าก็จริงแต่มันสามารถวิ่งได้นานกว่านักล่าอื่นๆนั่น จึงเป็นข้อได้เปรียบเวลาแข่งล่าเหยื่อหรือการไล่ล่า”


“...พวกมันไม่ควรมาอยู่ด้วยกัน”นั่นเป็นสิ่งที่ผุดขึ้นมาหลังจากได้ยินคำอธิบายจากสาม


“เห็นด้วยเลย...ตัวหนึ่งก็ฟันยาวกว่าครึ่งไม้บรรทัดทำให้ไม่มีอะไรที่กัดไม่เข้า อีกตัวก็มีเขี้ยวที่สะสมแบททีเรียอันตรายเอาไว้แถมยังมีพละกำลังสำหรับการต่อสู้ในระยะยาวอีก เป็นการต่อสู้ที่ยากมากจริงๆ”


“แต่สามพอจะมีวิธีนี่”


“อะไรที่ทำให้คิดแบบนั้น”สามหันมามองด้วยใบหน้าสงสัยนั่นทำให้ผมยิ้มออกมาบางๆก่อจะตอบกลับไป


“ใบหน้าเครียดและกังวลก่อนหน้านี้ไม่มีแล้วน่ะสิ...อีกอย่างรอยยิ้มมุมปากนั่นเหมือนจะบอกว่าเป็นวิธีนี้ต้องจัดการได้แน่”


“...อ่านใจผมได้จริงๆใช่ไหม บอกมานะลูก้า”น้ำเสียงอึ้งๆดังขึ้นพร้อมสายตาจับผิด


“เปล่า...บอกแล้วไงว่ารู้แค่เรื่องสามเท่านั้นแหละ”เพราะเป็นสามที่คอยเฝ้ามองมาตลอดไม่ว่าจะเป็นการกระทำอะไรทำให้พลอยรู้ถึงสิ่งที่สามคิดไปด้วย


แน่นอนว่าถ้าเป็นคนอื่นผมคงตอบไม่ได้หรอกว่าคิดอะไรอยู่


ส่วนตัวผมไม่ค่อยสนใจมนุษย์คนอื่นนัก เรียกว่าพวกขาไม่ดึงดูดให้ผมสนใจก็ได้


แต่กลับสามมันไม่ใช่ ทุกอย่างของเขามันดึงดูสายตาและเรียกร้องความสนใจจากผมเสมอ


เพราะแบบนั้นถึงได้รู้


“รู้ดีจริงนะ...เอาเถอะ ก็ถูกอย่างที่ว่าผมมีแผน”


“งั้นก็รีบเถอะ...ผมจะกลับร่าง...”


“ไม่ได้”สามหันมาคัดค้านเสียงแข็งทันทีที่ได้ยิน


“ทำไมล่ะ?”ผมถามอย่างไม่เข้าใจ จำนวนขนาดนั้นทำไมไม่ให้ผมกลับร่างกัน


“จริงอยู่ที่ถ้านายกลับร่างอาจจัดการได้ไม่ยากแต่นั่นหมายถึงในน้ำไม่ใช่บนบกแบบนี้”


“สาม...”


“ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสองซึ่งอากาศก็อย่างที่เห็นทั้งอบทั้งร้อน ขืนนายกลับร่างเพียงไม่กี่นาทีผิวก็จะแห้ง ดีไม่ดีอาจจะไหม้ เมื่อไม่มีน้ำพิษจากแมงกะพรุนไฟก็เป็นได้แค่เส้นประดับหางเท่านั้น”สามอธิบายต่อโดยไม่ปล่อยให้ผมได้แย้งอะไร


แต่ก็เป็นอย่างที่อีกฝ่ายบอกทุกอย่าง


ร่างไดโนเสาร์ผมไม่เหมาะกับต่อสู้บนบก ครีบที่ให้เคลื่อนไหวใต้น้ำไร้ประโยชน์ทันทีเมื่อต้องมาวิ่งไล่กันบนถนนร้อนๆ


“แล้วจะทำยังไง”ผมหันไปถามสาม ความกังวลเริ่มเข้ามาทันทีที่รู้ไม่สามารถต่อสู้ในร่างที่เคลื่อนไหวได้สะดวกที่สุด


“สู้ในร่างมนุษย์”น้ำเสียงของสามราวกับจะบอกว่าเป็นเรื่องง่ายที่ใครๆก็ทำได้


“สามพูดเหมือนเป็นเรื่องง่ายที่จะสู้”


ขนาดผมที่มีสายเลือดของไดโนเสาร์อยู่ครึ่งนึงยังไม่คิดว่าร่างมนุษย์จะเอาชนะไดโนเสาร์นักล่ากว่า10ตัวได้เลยสักนิด แล้วสามที่เป็นมนุษย์ธรรมดาทำไมถึงได้กล้าพูดด้วยน้ำเสียงแบบนั้นกัน


“ไม่ยากเท่าไหร่หรอก เชื่อสิ”สามบอกพร้อมยกยิ้มขึ้น รอยยิ้มนั่นเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ


“สาม...”ก็อยากเชื่ออยู่หรอก


แต่ว่ามัน...


“ผมจะทำให้ดูลูก้า นายอาจผิดหวังกับผมที่เคลื่อนที่ช้าอย่างกับเต่าเมื่ออยู่ในน้ำแต่ตอนนี้ผมจะแสดงให้เห็นว่าผมมีความสามารถมากพอที่จะได้เป็นคู่หูของนาย”พูดจบสามก็วิ่งไปยังร่างสีขาวขนาดยักษ์ของคาร์คาโรดอนโทซอรัสที่กำลังส่งเสียงคำรามกึกก้อง


กรรรร


คาร์คาโรดอนโทซอรัสคำรามขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นสามเข้าไปใกล้ เรียวปากขนาดใหญ่อ้าออกโชว์ให้เห็นฟันยาวกว่าครึ่งไม้บรรทัดหลายสิบซี่เรียงรายกันอยู่ภายในก่อนจะใช้ฟันอันแหลมคมนั่นหมายจะโจมตีทว่าสามกลับรู้ถึงการโจมตีนั้นเลยจัดการหลบก่อนจะใช้มือกดลงยังส่วนปากขนาดใหญ่เพื่อเป็นฐานในการกระโดดขึ้นไปยังส่วนกะโหลกหนา


อาวุธที่ไม่รู้ว่าคืออะไรถูกยกขึ้นมา และเพียงเสี้ยววินาทีที่อาวุธนั้นสัมผัสกับผิวของคาร์คาโรดอนโทซอรัส ร่างกายอันใหญ่โตก็กระตุกก่อนจะล้มลงพร้อมเสียงครางสูง


ดวงตาสีเงินของผมเบิกกว้างจนแทบจะหลุดออกมาจากเบ้าเนื่องจากภาพตรงหน้าเหมือนเป็นสิ่งในจินตนาการที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้จริงๆ


มนุษย์ที่สูงไม่ถึงสองเมตรกลับเอาชนะนักล่าที่มีความยาวเหยียด13เมตรได้อย่างง่ายดายราวกับตกปลาขึ้นมาจากน้ำสักตัว


สามบอกว่าผมอาจผิดหวังในตัวเขา


ผมขอบอกไว้เลยว่าผมไม่เคยผิดหวังในตัวสาม


สามเป็นมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในความคิดผม


คำพูดที่ว่า... ผมจะแสดงให้เห็นว่าผมมีความสามารถมากพอที่จะได้เป็นคู่หู ของสามทำให้ผมอยากตอบกลับไปว่า


ผมต่างหากล่ะที่ต้องแสดงความสามารถให้สามเห็นว่าผมมีดีพอให้สามมาเป็นคู่หู


ในเมื่อสามทำได้ผมเองก็ต้องทำได้เหมือนกัน


แม้จะไม่มั่นใจว่าในร่างมนุษย์จะทำอะไรได้แค่ไหนแต่ผมก็วิ่งเข้าไปสบทบการต่อสู้โดยเลือกไดโนเสาร์ที่อยู่ใกล้สุดอย่างแอลเบอร์โตซอรัสเป็นตัวแรก ด้วยพละกำลังในร่างนี้ที่มีไม่มากทำให้ผมเลือกโจมตีไม่ยังส่วนขาที่ดูบอบบางกว่างส่วนอื่นจนแอลเบอร์โตซอรัสเซไปด้านหลัง


“...ไม่ไหวจริงด้วย”กะจะให้ล้มแล้วเชียวนะ


กรรรร


‘แกไม่ใช่มนุษย์’เสียงของแอลเบอร์โตซอรัสดังขึ้นพร้อมกับใช้ดวงตาสีน้ำตาลจับจ้องมายังร่างผม


‘ใช่’ผมตอบกลับ ไดโนเสาร์อย่างเราคุยการได้ง่ายผ่านเสียงในระดับที่แตกต่างกัน ทำให้ไม่ว่าสายพันธุ์ไหนก็สามารถเข้าใจกันได้


อีกอย่างไดโนเสาร์มีประสาทสัมผัสอันเยี่ยมยอดเลยไม่แปลกที่จะรับรู้ได้ว่าผมไม่ใช่มนุษย์ปกติ


‘ทำไมถึงได้โจมตีพวกเดียวกัน’


‘เราไม่ใช่พวกเดียวกัน’ผมตอบกลับไปตามจริง


ต่อให้มีสายเลือดอีกครึ่งหนึ่งเป็นไดโนเสาร์แต่เส้นทางที่เลือกนั้นไม่ใช่การล่ามนุษย์หรือสัตว์โดยอาศัยสัญชาตญาณเหมือนไดโนเสาร์ปกติหรอกนะ


ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรผมก็หาคำตอบมาตลอดว่าตัวเองต้องการทำอะไร


สายเลือดในร่างมันล่ำร้องให้ต่อสู้ผมจึงเลือกที่จะไม่ฝืนความรู้สึกนั้น เพียงแต่ถ้าต้องสู้กับอะไรสักอย่างก็อยากจะหาฝ่ายที่สามารถฝากชีวิตไว้ได้


จนถึงตอนนี้ฝ่ายที่ผมอยู่อาจเป็นมนุษย์แต่ไม่ใช่เพราะอยากปกป้องมนุษย์แสนอ่อนแอแต่เป็นเพราะมนุษย์เพียงคนเดียว...


มนุษย์ที่ชื่อว่าสาม!


‘คุยกันไม่รู้เรื่องสินะ’แอลเบอร์โตซอรัสคำรามผ่านคมเขี้ยวระหว่างพูด


‘ถ้าการคุยที่ว่าหมายถึงการที่ทั้งฝูงยอมอยู่นิ่งละก็นะ’


‘ใครมันจะไปยอมฟังพวกลูกครึ่งแบบแกกัน’


กรรรร


ไม่ต้องรอนานแอลเบอร์โตซอรัสก็จัดการเปิดฉากโจมตีโดยการอ้าปากขนาดใหญ่ออกกว้างพุ่งเข้าหาผมที่ยืนนิ่งอยู่ ถึงสามจะบอกว่าแอลเบอร์โตซอรัสช้าแต่เมื่อเทียบกับมนุษย์ก็ถือว่าเร็วกว่ามาก


ผมหลบการโจมตีนั่นโดยการมุดลอดผ่านหว่างขาไปยังด้านหลังเพื่อตั้งหลักแต่กลับถูกคาร์คาโรดอนโทซอรัสที่อยู่ด้านหลังลอบโจมตีจนเกือบถูกฟันยาวๆนั่นขย้ำ


กรรรร


“กรรรรร...”


กรรรรรรร


เสียงคำรามผมไม่ได้ทำให้พวกมันหวั่นเกรง ตรงกันข้ามพวกกลับเลิกสนใจมนุษย์รอบๆแล้วหันมาจ้องยังผมและสามเป็นตาเดียว
ท่าทางแบบนั้นคงคิดจะร่วมกันล่าผมและสามแน่ๆ


ก่อนหน้านี้อาจจัดการได้เพราะความเผลอ


แต่หลังจากนี้คงไม่ง่ายแล้ว


“สาม”ผมเรียกก่อนจะวิ่งไปหาสาม


“ลูก้า...เมื่อกี๊เกือบโดนเล่นงานแล้วนะ มีสมาธิหน่อย ใช้จมูกจับสัมผัสเอา”สามให้คำแนะนำโดยที่สายตาจ้องไปยังฝูงไดโนเสาร์สองสายพันธุ์ตรงหน้า


“เข้าใจแล้ว...พวกมันหันมาสนใจเราแบบนี้จัดการยากแน่”


“นั่นสิ...ถ้าอย่างน้อยให้ลูก้ากลับร่างก็คงมีทางทำอะไรมากกว่านี้”


“ผมกลับได้นะ”ผมบอกทันที


แค่กลับร่างจะให้กลับเมื่อไหร่ก็ได้


“ผมรู้ว่าลูก้ากลับได้ แต่สถานที่มันไม่อำนวยในการต่อสู้ของนาย...ถ้าอย่างน้อยมีน้ำสักหน่อยละก็...จะน้ำจืดหรือน้ำเค็มก็ได้...”สามพึมพำประโยคสุดท้ายอย่างครุ่นคิดก่อนจะละสายตาออกจากฝูงไดโนเสาร์ไปมองรอบๆแทน


กรรรรร


“สาม”ผมรีบดึงตัวสามไว้ทันทีที่คาร์คาโรดอนโทซอรัสและแอลเบอร์โตซอรัสวิ่งเข้ามาโจมตี


“นั่นมัน...”


“อะไรสาม”ผมถามระหว่างที่จับมือสามวิ่งหลบการโจมตี


“ไปตรงนั้นกันลูก้า”


“อะไร?...เดี๋ยว...”ยังไม่ทันได้ถามก็ถูกสามดึงให้วิ่งตามไปยังฝั่งของสวนสาธารณะ ฝูงไดโนเสาร์ด้านหลังก็วิ่งตามมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน


“กลับร่างลูก้า”เมื่อหยุดอยู่หน้าเสาร์สีแดงเตี้ยๆสามก็หันมาบอก


“กลับได้?”ไหนบอกว่าห้ามกลับไง


“ใช่...กลับเลย เดี๋ยวทีเหลือผมจะจัดการเอง”


“จัดการอะไร”


“ถ้าสถานที่ไม่เหมาะกับการต่อสู้...ก็ทำให้มันเหมาะสิ”อาวุธสีใสถูกควงไปมาก่อนส่วนปลายแหลมจะปักเข้ากับวัตถุสีแดงด้านหลังแล้วกรีดออก


ซู่


“น้ำ?”ผมหันกลับไปมองทันทีที่ได้ยินเสียงน้ำเบาๆ 


“กลับร่างแล้วโจมตีเลยลูก้า อาศัยตอนที่พวกมันตกใจแล้วจัดการซะ”สามยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยระหว่างพูด


“ตกใจอะไร...”


ตู้มมม


ไม่ต้องรอให้สามตอบคำถามเสียงของน้ำที่เบาหวิวจากการปริแตกเมื่อครู่กลับกลายเป็นเสียงระเบิดขนาดย่อย สายน้ำจากเสาสีแดงพุ่งทะยานอย่างรุนแรงก่อนจะโปรยปรายลงโดยรอบราวกับพายุฝน


ดูจากกลิ่นไม่ใช่น้ำทะเลแต่นั่นไม่ใช่ปัญหาแค่ได้ชื่อว่าเป็นน้ำก็พอแล้ว


กรรรร


ผมไม่รอช้ารีบกลับร่างไดโนเสาร์ซึ่งยาวกว่า10เมตรพร้อมทั้งใช้ปากขนาดใหญ่ขย้ำคอคาร์คาโรดอนโทซอรัสที่อยู่หน้าสุด สายน้ำที่กระจายอยู่รอบๆช่วยให้การเคลื่อนไหวบนพื้นถนนราบลื่นขึ้นจนสามารถถไหลร่างไปตามพื้นเพื่อโจมตีแอลเบอร์โตซอรัสอีกตัวได้


แน่นอนว่าการเข้าไปยังฝูงไดโนเสาร์ย่อมถูกโจมตีกลับทว่าคาร์คาโรดอนโทซอรัสพลาดที่โจมตียังแผ่นหลังผมซึ่งมีเกราะอันแข็งแกร่งควบด้วยพิษของปลาหิน


งี๊ดดดดด


เสียงครวญครางดังขึ้นทันทีที่ผมสะบัดหางที่มีหนวดของแมงกะพรุนกล่องสยายอยู่รอบๆไปโดนร่างอันใหญ่โตของแอลเบอร์โตซอรัส ด้วยพิษอันร้ายแรงสร้างความเจ็บปวดได้โดยฉับพลัน เรื่องยาถอนพิษสามมีติดตัวไว้เสมอเผื่อกรณีแบบนี้อยู่แล้วจึงหมดห่วงไปได้


สาม


ระหว่างที่สู้ก็นึกได้ว่าไม่เห็นสามดวงตาสีเงินของผมจึงหันไปมองโดยรอบเพื่อหาร่างของมนุษย์เพียงหนึ่งเดียวในสถานที่แห่งนี้ สามในตอนนี้ใช้มือข้างหนึ่งจับเขาของแอลเบอร์โตซอรัสไว้แน่นเพื่อไม่ให้กระเด็นหลุดเพราะแอลเบอร์โตซอรัสสะบัดหัวไปมาแรงๆ


ผ่านไปไม่กี่วิสามก็กระโดดขึ้นเหนือหัวแอลเบอร์โตซอรัสทำให้มันหยุดขยับเพราะคิดว่าสามล่วงลงไปแล้ว นั่นสร้างโอกาสให้สามใช้อาวุธในมือจัดการแอลเบอร์โตซอรัสได้สำเร็จ


“ลูก้า...ด้านหลัง”เสียงตะโกนของสามทำให้ผมหันกลับไปมองทว่าการโจมดีจากคมเขี้ยวของคาร์คาโรดอนโทซอรัสกลับมาถึงก่อน


งี๊ดดดด


ผมร้องเสียงสูงเมื่อถูกฟันอันแหลมคมขย้ำเข้าที่คอ ส่วนที่ถือเป็นหนึ่งในจุดอ่อนของผม ในร่างนี้ผมไม่มีกรงเล็บไว้ในการต่อสู้ ครีบอ่อนๆแทบทำอะไรไม่ได้เลยในสถานการณ์นี้


แต่ใครจะยอมแพ้กัน


ขนาดสามยังพยายามขนาดนั้นแล้วจะให้ผมมายอมแพ้งั้นเหรอ


ไม่มีทาง


กรรรรร


เสียงคำรามของผมดังขึ้นก่อนจะใช้แรงสะบัดหางโจมตีคาร์คาโรดอนโทซอรัสโดยการใช้ส่วนหางนั่นรัดคอจนคาร์คาโรดอนโทซอรัสปล่อยฟันที่กัดคอผมไว้ 


แม้ในร่างนี้จะไม่มีแรงมากเท่าอยู่ในน้ำแต่ก็ยังสามารถใช้การทิ้งน้ำหนักตัวกดทับร่างของคาร์คาโรดอนโทซอรัสไม่ให้ดิ้นหนีไปไหนได้ การกระทำนี้เรียกแอลเบอร์โตซอรัสกับคาร์คาโรดอนโทซอรัสรอบๆวิ่งกรูเข้ามาโจมตีผมเลยม้วนส่วนหัวและหดส่วนครีบเข้าไปใต้ท้องปล่อยให้ฝูงไดโนเสาร์โจมตีเข้ายังเกราะบนหลังเคลือบพิษแทน


จำนวนมันเยอกเกินไปที่จะสู้ด้วยสองคน


ถ้าในน้ำคงจะไม่ยากแต่บนบกนี่เคลื่อนไหวลำบากชะมัด


ถึงจะมีน้ำมาช่วยแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร


“ลูก้า!”เสียงตะโกนเรียกของสามดังขึ้น


กรรรร


ผมก็อยากจะไปหาสามอยู่หรอกแต่การจะออกจากการโดนรุมกัดนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย


หื้ม?...กลิ่นนั่น


อยู่ๆจมูกผมมันก็ได้กลิ่นอะไรบางอย่าง


กลิ่นแบบนั้นมัน...


กรรรรรร


กรรรรรร


เสียงขู่คำรามของไดโนเสาร์ที่ไม่ใชทั้งของแอลเบอร์โตซอรัสและคาร์คาโรดอนโทซอรัสดังขึ้นก่อนคมเขี้ยวที่ระดมกัดหลังผมจะทยอยหายไป นั่นทำให้ผมเอาหัวออกมามองดูสถานการณ์โดยมีร่างของคาร์คาโรดอนโทซอรัสกำลังดิ้นไปมาอยู่ใต้ร่างผมที่ทับไว้


สภาพตอนนี้ต่างจากก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ตรงหน้ามีไดโนเสาร์สองเท้าไม่ทราบสายพันธุ์แน่ชัด2ตัวกับไดโนเสาร์สี่เท้าอีกตัววิ่งเข้าไปโจมตีแอลเบอร์โตซอรัสและคาร์คาโรดอนโทซอรัสจนกระจายกันไปคนละทาง


ไม่ใช่แค่ไดโนเสาร์ที่เข้ามาร่วมวงแต่ก็ยังมีมนุษย์อีกสมคนเข้าร่วมการต่อสู้ด้วย


ถึงไม่ต้องถามก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเขาเป็นใคร


หน่วยปฏิบัติการพิเศษของประเทศไทย


กรรรรร


กรรรรร


สาม


ผมคำรามพร้อมใช้แรงทั้งหมดกระโดดพุ่งไปยังคาร์คาโรดอนโทซอรัสที่หมายจะโจมตีสามจากด้านหลัง ฟันอันแหลมคมของผมขย้ำเข้ายังบริเวณคอและยังคงกดลึกเข้าไปเรื่อยเมื่อร่างนั้นยังคงพยายามขืนดิ้นให้หลุด


คิดว่าผมจะยอมให้หลุดไปทำร้ายสามรึไงกัน


“ลูก้า”สามกระโดดลงมาจากร่างของแอลเบอร์โตซอรัสที่ล้มลงแน่นิ่งแล้วเดินมาหาผมที่ยังคงกดเขี้ยวลึกลงไปยังคอสีขาวนั่นมากขึ้น


“ปล่อยได้แล้วลูก้า”


ไม่รู้ว่าสามทำอะไรแต่ร่างของคาร์คาโรดอนโทซอรัสที่ดิ้นไปมาเมื่อครู่กลับสงบลงอย่างง่ายดายผมเลยค่อยๆวางว่างนั้นให้นอนลงกับพื้น


งี๊ดดด


ผมรีบเข้าไปคลอเคลียพลางมองดูว่าสามได้รับบาดเจ็บอะไรไหมโดยไม่สนว่ารอบข้างจะเป็นยังไง ที่ผมสนตอนนี้คือสามปลอดภัยรึเปล่า


ตลอดการต่อสู้ผมไม่ได้มีโอกาสให้เข้าไปช่วยสามนักเลยไม่แน่ใจว่าสามเป็นอะไรไหม


อย่างน้อยๆผมก็เบาใจที่ไม่ได้กลิ่นเลือดมากมายของสาม


“ผมไม่เป็นไรลูก้า...ไม่ต้องห่วง”


งี๊ดดดด


จะไม่ให้ห่วงได้ยังไง


“คนที่น่าห่วงคือนายนั่นแหละ...แผลนี่ลึกเหมือนกันนะ”ผมพูดพลางลูบยังแผลบริเวณคอผมเบาๆ


งี๊ดดดด


ไม่เป็นไร


“เอ่อ...ขอโทษนะครับ”บทสนทนาของผมกับสามถูกขัดเมื่อมีคนเรียก


พอหันไปมองก็พอกับมนุษย์สามคนและไดโนเสาร์อีกสามตัวที่เดินเข้ามาหาโดยมีฉากหลังเป็นร่างของคาร์คาโรดอนโทซอรัสกับแอลเบอร์โตซอรัสนอนกองอยู่กับพื้น


“พวกคุณเป็นคนของหน่วยปฏิบัติการพิเศษสินะ”สามถามออกไปทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว


“ใช่ครับ...ผมแบ็งค์เป็นหัวหน้าของหน่วยปฏิบัติการที่ประเทศไทย ส่วนนี่ไข่ต้มไดโนเสาร์กลายพันธุ์ของผม”ชายผมดำแนะนำตัวเองก่อนจะแนะนำคู่หูสี่เท้าด้านหลังด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม รูปร่างของเขาดูสูงกว่าสามเล็กน้อยแต่นั่นก็มากพอให้ผมแปลกใจกับคำว่าหัวหน้าที่หลุดออกมาจากปาก ขนาดตัวแค่นั้นเป็นหัวหน้างั้นเหรอ


“...คุณตั้งชื่อไดโนเสาร์กลายพันธุ์ซะน่ารักเลยนะ”ผมเองก็เห็นด้วยกับคำพูดสามนะ


ชื่อไข่ต้มมันดูน่ารักเกินไปหน่อย


อีกอย่างการจะตั้งชื่อให้ไดโนเสาร์กลายพันธุ์ได้แปลว่าเป็นคนที่ได้รับการคัดเลือกจากหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษไทรแอสซิก เบนซ์ ฟงเซ่โดยตรงเมื่อหลายปีก่อนที่พึ่งเริ่มก่อตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษอย่างเป็นทางการ


เรื่องนี้คุณเซโครเคยเล่าให้ฟังตอนอยู่บนเกาะ


“พอดีผมชอบพวกอะไรน่ารักๆน่ะ...เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ พวกคุณเป็นใคร...ไม่สิ...ต้องถามว่าทำไมถึงได้มีไดโนเสาร์กลายพันธุ์ได้”สายตาที่จับจ้องมายังสามดูแตกต่างจากน้ำเสียงแสนสุภาพซะเหลือเกิน


กรรร


ผมส่งเสียงขู่เบาๆเพื่อบอกให้อีกฝ่ายเลิกจ้องสามด้วยสายตาเหมือนทำอะไรผิดซะ


“ไม่เอาลูก้า...ใจเย็นๆนะ”สามยกมือขึ้นมาลูบเรียวปากผมไปมาเบาๆทำเอาเคลิ้มไป


งี๊ดดด


“ผมเองก็เป็นเหมือนพวกคุณแหละ เป็นหนึ่งในหน่วยปฏิบัติการพิเศษเหมือนกัน”พอทั้งสามได้ฟังก็หันหน้ามองกันอย่างงงๆ


“หมายความว่าไงกัน ถ้าเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษเหมือนกันผมก็ต้องรู้จักคุณสิ”คนชื่อแบ็งค์ถามกลับด้วยใบหน้าสงสัย


“ผมไม่ได้เข้าร่วมหน่วยปฏิบัติการพิเศษของประเทศหรอก เรียกว่าเป็นคู่หูพิเศษจะถูกกว่า...อย่างที่เห็นว่าคู่หูผมมีร่างแบบนี้ทำให้งานส่วนใหญ่ของพวกเราอยู่ในทะเลและจะรับภารกิจจากไทรแอสซิก เบนซ์ ฟ่งเซ่เท่านั้น”สามอธิบายไปตามตรง


“...ก็เคยได้ยินว่ามีคู่หูพิเศษอยู่ที่นี่ก็จริงแต่...”สายตาของแบ็งค์มองมายังสามเหมือนจะไม่เชื่อว่าด้วยรูปร่างแบบนั้นจะสามารถต่อสู้กับไดโนเสาร์ได้ ยังไงถ้าเทียบรูปร่างพวกแบ็งค์กับอีกสองคนก็กำยำกว่าสามมาก


“ผมดูอ่อนแอสินะ”สามพูดพร้อมยกยิ้มขึ้น


“ก็ใช่อยู่...แต่พอดูแอลเบอร์โตซอรัสกับคาร์คาโรดอนโทซอรัสที่ถูกจัดการก็รู้ว่าคุณไม่ใช่มนุษย์แน่ๆ”


“อย่าพูดเหมือนเจอผีน่า...ผมก็แค่คนธรรมดาเท่านั้นเอง”


“คนธรรมดาที่ไหนจัดการกับไดโนเสาร์ได้ง่ายๆขนาดนั้น...แต่ก็สมกับเป็นที่หัวหน้าเลือกให้เป็นคู่หูกับเขาละนะ”แบ็งค์พูดต่อโดยที่ประโยคสุดท้ายมองมาทางผม


“ก็ไม่ขนาดนั้น...ผมนาทีธาร เรียกสามก็ได้...ส่วนนี่คู่หูผมชื่อลูก้า”สามแนะนำทั้งตัวเองและผม


“งั้นฉันขอแนะนำตัวบ้างละกัน...ฉันเกล้า และนี่สาวสวยของฉันชื่อเกรซ”ชายผมคล้ำแดดร่างกายบึกบึนแนะนำทั้งตัวเองและไดโนเสาร์สองเท้ารูปร่างปราดเปรียวด้านหลังที่เชิดคอขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกพูดถึง


“ผมชื่อไม้ ส่วนนี่วินคู่หูผม”คนสุดท้ายในหน่วยปฏิบัติการพิเศษแนะนำตัว


“ยินดีที่รู้จักนะ...ว่าแต่นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ”สามถามพลางมองไปยังร่างของแอลเบอร์โตซอรัสและคาร์คาโรดอนโทซอรัส


“รถขนย้ายพังจนพวกมันออกมาน่ะสิ...เห็นว่าง่วงเลยเหม่อระหว่างขับจนเกิดอุบัติเหตุจนพวกมันหลุดออกมาเพ่นพ่านอย่างที่เห็น”เกล้าอธิบาย


“พวกคุณมาช้ากันไปหน่อยรึเปล่า รู้ไหมว่ามีคนโดนลูกหลงไปเยอะน่ะ”


“พวกเราก็มาเร็วที่สุดแล้ว...บ้านเราพอเกิดเรื่องการจราจรก็ติดกันอย่างงี้ตลอด อีกอย่างพวกเราใช้เวลาเดินทางประมาณ15นาทีหลังได้รับแจ้งซึ่งก็ถือว่าไม่ได้ช้าแต่มันก็ทำให้เกิดการสูญเสียจำนวนไม่น้อย โชคดีที่ได้พวกคุณมาช่วยไม่งั้นกว่าพวกเราจะมาถึงคงเกิดการสูญเสียมากกว่านี้เป็นแน่น ขอบคุณมากครับ”พูดจบแบ็งค์ก็ก้มหัวขอบคุณ


“ไม่เป็นไร...ผมกับลูก้ายินดีช่วย งั้นพวกเราขอตัวเลยละกัน”


“อ่า...ได้ครับ พวกเราเองก็ต้องไปจัดการพาแอลเบอร์โตซอรัสกับคาร์คาโรดอนโทซอรัสไปส่งที่เดิมด้วย”


“ให้ช่วยไหม?”


“ไม่ป็นไรครับ มันเป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้ว ไว้เจอกัน”


“ครับ ลูก้า...กลับร่างมนุษย์ได้แล้ว อ้อ นี่เสื้อผ้า”สามพูดก่อนจะหยิบเสื้อตัวตออกมาจากกระเป๋า


ผมในร่างไดโนเสาร์พยักหน้าไปมาก่อนจะเปลี่ยนร่างให้กลับมาอยู่ในร่างมนุษย์ตามเดิม เสื้อตัวโตถูกผมคว้ามาสวม อีกฝั่งร่างของไดโนเสาร์ทั้งสามตัวก็เปลี่ยนมาอยู่ในร่างมนุษย์เช่นกัน


เส้นผมสีแปลกตาของพวกเราพอมาอยู่รวมกันดูเหมือเป็นเรื่องปกติไปเลย


ไดโนเสาร์กลายพันธุ์ทั้งสามคนมองมาทางผมนิ่งๆซึ่งผมก็สบสายตากลับไป ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดอะไรมากมายเพียงแค่ได้กลิ่นพวกเราต่างก็รับรู้ว่าเป็นพวกเดียวกันได้ทันที


ไม่เหมือนมนุษย์ที่ต้องมาทำความรู้จักกันหรอก


หลังจากเหตุการณ์ไดโนเสาร์หลุดใจกลางเมื่อผมก็ถูกสามลากไปทำแผลบริเวณคอที่ปรากฏรอยเขี้ยวถึงสี่คู่ตามลำคอ สายตาห่วงๆของสามทำให้ผมรู้สึกดีกับบาดแผลนี้มากขึ้น


ปกติสามเป็นคนชอบห่วงอยู่แล้วแต่พอผมเจ็บกลับยิ่งห่วงมากกว่าเดิมหลายเท่า


อย่างตอนอาบน้ำก็คอยเตือนว่าห้ามน้ำโดนแผลนะ 


ตอนกินข้าวเองก็จะบอกว่าให้กินนี่แผลจะได้สมานกัน


แม้แต่ตอนนอนก็ยังบอกว่าห้ามพลิกไปทางแผลเดี๋ยวจะเจ็บ


สามคอยเป็นห่วงผมตลอดจนไม่อยากหายเร็วเลยล่ะ


แต่ถึงจะอยากหายช้าขนาดไหนร่างกายที่มีเลือดของไดโนเสาร์ไหลเวียนอยู่ก็ไม่สามารถฝืนการรักษาตัวเองอย่างรวดเร็วได้ ภายในไม่กี่วันบาดแผลซึ่งลึกพอสมควรกลับหายเกือบสนิทแล้ว


ภายในห้องน้ำผมนอนแช่น้ำอยู่ภายในอ่างสีขาวพลางยกมือขึ้นลูบบริเวณที่ถูกัดเบาๆ บาดแผลเมื่อวันวานกลับหายเร็วจนน่าตกใจ
วันนี้เป็นอีกวันของการเริ่มต้นวันใหม่ซึ่งผมมักจะอาบน้ำก่อนสามเสมอด้วยเหตุผลที่ว่าสามจะได้นอนต่ออีกหน่อยระหว่างรอผมอาบเสร็จ เคยมีหลายครั้งที่ผมแกล้งอาบช้าจนสามไปทำงานสาย


แน่นอนว่าผมถูกดุ แต่การถูกสามดุไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกกลัวสักนิด


ดวงตาสีน้ำตาลที่หรี่ลง ริมฝีปากที่พ่นคำดุ ท่าทางเอาเรื่องราวกับไม่ยอมใคร


นั่นคือสามเวลาดุผม


ไม่รู้ว่าคนอื่นมองยังไงแต่ผมคิดว่าน่ารักมากๆเลย


น่ารักจนเผลอรักไปโดยไม่รู้ตัว จนตอนนี้ก็รักมากจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว


สามเองก็คงรักผมเหมือนกันเพียงแต่เขายังไม่ยอมรับความรู้สึกนั้น


ตอนแรกผมก็ไม่มั่นใจหรอกแต่พอได้เห็นใบหน้าแดงๆ น้ำเสียงเขินๆ ท่าทางอายๆพวกนั้นผมก็รู้ทันทีว่าตัวเองมีความหวังที่สามจะคิดเหมือนกัน


“สาม...”ผมเรียกเมื่อเปิดปรระตูออกมาจากห้องน้ำทว่าสามที่ควรจะนอนอยู่บนเตียงกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย


แม้จะหาทั้งห้องก็ยังไม่เจอ


สามไม่เคยไปไหนโดยไม่บอกผม


อาจจะมีที่ไปก่อนแต่ก็จะเขียนโน้ตบอกไว้ไม่ใช่หายไปแบบนี้


“สาม...”ยิ่งไม่เห็นตัวยิ่งว้าวุ่นจนเกิดความกังวลขึ้นมา


นี่ผมนอนแช่น้ำเพลินเกินไปสินะถึงไม่รู้ว่าสามออกไปจากห้องแล้ว


การจะหาสามเป็นสิ่งที่ไม่อยากเกินความสามารถผม เพียงแค่ใช้กลิ่นในการตามหาผมก็สามารถตามสามมาจนถึงลานจอดรถด้านข้างศูนย์วิจัย


ภาพของสามที่ถูกชายคนหนึ่งที่ลงจากรถคว้าตัวไปกอดแน่นนั่นทำเอาความหวงแล่นเข้ามาในหัว ยิ่งเห็นว่าสามไม่ขัดขืนแถมยังใช้มือชกอีกฝ่ายเป็นเชิงเล่นก็ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผมมากขึ้น


ปกติสามไม่ใช่คนชอบเล่นแบบถึงเนื้อถึงตัว ขนาดผมที่ชอบแอบกอดตอนนอนยังโดนขยับหนีแต่หมอนั่นเป็นใครสามถึงเข้าไปกอดแน่แบบนั้น


อิจฉา


อยู่ๆความรู้สึกนี้ก็แผ่เข้ามาภายในหัวใจ


ไม่ชอบให้สามไปกอดคนอื่นด้วยรอยยิ้มมีความสุขแบบนั้น


“สาม”เหมือนร่างกายจะทำงานโดยไม่ผ่านสมองรู้ตัวอีกทีผมก็เดินเข้าไปคว้าแขนสามดึงออกมาจากอ้อมกอดนั่นแล้วเปลี่ยนมาเป็นผมที่สวมกอดสามจากด้านหลังแทน


“ลูก้า?”สามเงยหน้าขึ้นมามองงงๆเมื่อเห็นผมตามมาถูก


“นั่นใครสาม”


“ใครน่ะสาม”


ทั้งผมและชายผิวเข้มตรงหน้าพูดออกมาด้วยรูปประโยคที่แทบจะเหมอนกัน ดวงตาสีเงินของผมกับดวงตาสีน้ำตาลของชายตรงหน้าจ้องกันด้วยความไม่ยอมใคร คนปกติถ้าเห็นผมจ้องคงละสายตาไปนานแล้วแต่คนๆนี้กลับไม่ใช่


ไม่มีวี่แววว่าจะกลัวเลยสักนิด


คนคนนี้เป็นใครกัน


“เอ่อ...ลูก้า”


“สามนั่นใคร”ผมก้มลงไปถามพลางกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีก


“คือว่า...”


“แล้วนายล่ะเป็นอะไรกับสาม”ยังไม่ทันที่สามจะตอบชายผิวเข้มก็เดินมาเผชิญหน้าพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ


แววตาและท่าทางนั่นเหมือนกำลังจะบอกให้ผมพูดความจริงออกไป


แน่นอนว่าต่อให้ไม่ถูกสายตานี่จ้องผมก็ไม่คิดจะปิดบังหรือโกหกอยู่แล้ว


ผมเป็นอะไรกับสามน่ะเหรอ


คำตอบนั่น...


ไม่ต้องคิดสักนิด


“สามเป็นคู่ของผม”
.......................................................................

เอาล่ะสิ

ตัวละครใหม่โผล่ขึ้นมาอีกแล้ว ผู้ชายคนนี้จะเป็นใครกัน

จะมีมาม่าไหม ขอตอบเองเลยว่าไม่มีหรอกค่ะ 555

ถ้าให้ทายคิดว่าทุกคนน่าจะทายถูกกันเกือบหมด

เราชอบการแต่งฉากต่อสู้มากเลย เคยคิดอยู่เหมือนกันว่าอยากลองเรียนศิลปะการต่อสู้แต่คงไม่ไหว งั้นก็ให้ตัวละครสู้แทยเราไปละกันเนอะ อิอิ

ไว้เจอกันในตอนต่อไปนะคะ

ขอบคุณสำหรับทุกๆ กำลังใจที่มีให้เสมอนค่ะ

บ๊ายบาย

-----มุมให้ความรู้เรื่องไดโนเสาร์-----

วันนี้ขอเสนอ...คาร์คาโรดอนโทซอรัส



คาร์คาโรดอนโทซอรัส นักฆ่าขนาดมหึมานี้น่าดูมากทีเดียว มันมีน้ำหนัก 7 ตันและวัดความยาวได้ 13 เมตร ถือว่าตัวใหญ่มฬาร ฟันคืออาวุธหลักของมัน แต่ละซี่ยาว 16 เซนติเมตร เป็นฟันเลื่อยรูปโค้ง ไม่มีอะไรที่มันกัดไม่ขาย ฟันของคาร์คาโรดอนโทซอรัสคล้ายคลึงกับฉลามขาวเป็นอย่างมาก และเราต่างรู้ดีว่าฟันของฉลามขาวสร้างความเสียหายได้มากแค่ไหน เป็นไดโนเสาร์มีสมองเล็กและประสาทสัมผัสเชื่องช้าเมื่อเทียบกับมาตรฐานของมนุษย์ แต่เชื่อกันว่าคาร์คาโรดอนโทซอรัสสมองเห็นเป็นสามมิติ หมายความว่ามันกะระยะลึกตื้นเพื่อหาระยะห่างระหว่างตัวมันกับเหยื่อได้อย่างแม่นยำ


เครดิต : รูปภาพจากเด็กดี.คอม ข้อมูลจากหนังสือไดโนเสาร์ประจัญบานของสนพ.อมรินทร์

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 317 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

699 ความคิดเห็น

  1. #645 แม่ม๑น้oe (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 19:29
    พี่ชายของสามแน่ๆเลย
    #645
    0
  2. #574 Ainaemoroe (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 22:37
    คนในครอบครัวแน่ๆ 55555
    ชอบชื่อไข่ต้มอ่ะ ตั้งน่ารักจนผู้หญิงอย่างเร่ยังอายเลย555
    #574
    0
  3. #371 WctCrwspBMW (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 15:40
    ความหึงหวงแผ่ซ่าน 555555
    #371
    0
  4. #370 .pop (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 20:15
    พี่ชายของสามรึเปล่าาา
    #370
    0
  5. #369 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 14:02
    น่าจะพี่ชายไม่ก็น้องชายชัวร์เลย
    #369
    0
  6. #367 ramanya78979 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 12:45
    พ่อไม่ก็พี่ชาย ลูก้าหึง555555555
    #367
    0
  7. #366 pnn_1 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 21:20
    พี่ชายรึป่าวๆ
    #366
    0
  8. #364 Monbebe_P (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 20:00
    ลูก้าาลูกกกกก เอ็นดูววว
    #364
    0
  9. #363 Lalaland332221 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 18:57
    คนในครอบครัวของสามแน่ๆ 555555555
    #363
    0
  10. #362 vita notturna (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 15:53
    ไม่พ่อก็พี่ชายอ่ะ เดา
    #362
    0
  11. #361 Pann (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 15:51

    พี่สามใช่มะ แบบมีชกเล็กๆ ถ้าพ่อคงไม่เล่นขนาดนี้ใช่มั๊ยคะ5555

    #361
    0
  12. #360 PPP (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 15:04

    เอ็นดูความขี้หวง แอบสงสารต้องไปสู้บนบก บาดเจ็บเลย

    #360
    0
  13. #359 Kon--Kon (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 14:41
    เราว่าพ่ออ่ะ 5555
    #359
    0
  14. #358 pcard (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 14:03
    สามเก่งมากค่ะ *O*
    #358
    0
  15. #357 XINDEER (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 13:22
    สามคือแบบโครตเก่งอะ คืออ่านตั้งแต่เรื่องแรกเลยนะ เซโครก้เก่งแต่เหมือนแบบสามเทพกว่าอะ ต่อสู้กะไดโนเสาร์ด้วยตัวเองด้วย โครตเทพพ รักส์
    #357
    0
  16. #356 aom051 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 13:18
    สามเก่งงงง ลูก้าน่าร๊ากกก
    O.o นั้นใครรรรร มีแววว่าหล่อ 555
    #356
    0
  17. #355 Queen M.P. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 13:10
    เราเดาว่า ไม่พี่ชายก็พ่อค่ะ5555 ไม่หลบสายตาแบบนี้ ต้องสนิทระดับครอบครัวเลยล่ะมั้ง อาจจะเดาผิดก็ได้ เพราะงั้นรอเฉลยตอนหน้านะคะ สู้ๆน้า
    #355
    0
  18. #354 Atk. S. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 13:08
    ลูก้าลูกลืมเติมคำว่าหูรึเปล่า555 ตอนนี้ยังเป็นแค่คู่หูอยู่นะลูก
    #354
    0
  19. #353 Hazel1A (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 12:58
    พี่ชายสาม? เราเดาไม่ออกแฮะ 555 ลูก้าขี้หวงจังเลยลูก จะว่าไปมีสิทธิ์ที่เชสกับอานโน่จะมาโผล่เรื่องนี้ไหมน้าา คิดถึงค่ะ
    #353
    1
    • #353-1 aom051(จากตอนที่ 16)
      11 พฤษภาคม 2561 / 13:15
      เห็นด้วยยย อยากให้มายลโฉมความเก่งของสาม อิอิ
      #353-1