-จบ-◈Jurassic Foster◈ กลายพันธุ์รัก ใต้ธารา

ตอนที่ 15 : ◈ธาราที่14◈

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,622
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 345 ครั้ง
    1 พ.ค. 61

◈ธาราที่14◈




(...ภารกิจสำเร็จอย่างงดงามเลยนะทรี)


“งดงามอะไรกัน บาดเจ็บทั้งคู่ไม่เรียกว่างดงามหรอกนะ”ผมตอบปลายสายไประหว่างที่ใช้มือข้างหนึ่งเปิดเอกสารแล้วกวาดสายตาอ่านคร่าวๆ


ตอนนี้ผมอยู่ในห้องวิจัยบริเวณด้านหน้าที่เป็นเหมือนห้องรับแขกโดยมีรองหัวหน้าอย่างยุกับเหล่าผู้ช่วยทุกคนเดินวนเวียนแอบฟังบทสนทนาของผมอยู่แทบตลอดเวลา


ถ้าถามว่าทำไมถึงรู้คำตอบนั้นก็ง่ายมากเพราะปกติไม่มีทางที่เหล่าลูกน้องผมจะเดินเข้าเดินออกเป็นว่าเล่นแบบนี้แถมยังมีการมาหยุดยืนด้านหลังผมอย่างเนียนๆอีก


วันนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่วันที่ผมหาเวลามายังห้องวิจัยเพื่อช่วยทุกคนทำงานหลังจากไม่ได้มาซะนาน หลายอาทิตย์มานี้ผมทุ่มกับการฝึกเคลื่อนไหวในน้ำอยู่ตลอด เพียงแต่การเคลื่อนไหวในน้ำไม่ได้ทำง่ายๆจึงจำเป็นต้องฝึกร่างกายให้แข็งแรงกว่านี้โดยการวิ่งหรือออกกำลังมากขึ้น


ผมเป็นพวกถ้าคิดจะทำอะไรก็จะทุ่มสุดตัว


(เจอดังเคิลออสเตียสเกือบ10ตัวถ้าจัดการได้หมดโดยไม่มีแผลผมอาจคิดว่าทรีไม่ใช่มนุษย์)เซโครพูดด้วยน้ำเสียงติดตลก


“ถ้าเป็นนายอาจไม่มีแผลก็ได้นะ”ผมบอกไปตามตรง


ทั้งความสามารถและประสบการณ์เซโครมีมากกว่าอีก


(ผมไม่คิดแบบนั้นหรอกนะ...จริงอยู่ที่ผมเก่ง...)


“ไม่มีถ่อมตัวเลยนะ ถึงจะเก่งจริงๆก็เถอะ”


(ก็นะ แต่ถึงผมเก่งก็เทียบเรื่องนี้กับทรีไม่ได้หรอก)


“ยังไง”ผมถามกลับพลางหันไปมองพี่พลตาขวางเมื่อถูกเดินเข้ามาแอบฟังกันโต้งๆ


(ผมอาจมีประสบการณ์ต่อสู้มากกว่าหน่อยแต่การเคลื่อนไหวในน้ำผมทำไม่ได้ขนาดทรีหรอก เล่นตีลังกาใต้น้ำกระโดดขึ้นไปขี่ดังเคิลออสเตียสแบบนั้น...คนปกติไม่ทำหรอกนะ)


“รู้เรื่องนั้นได้ยังไง”ผมถามเสียงเข้ม เหมือนที่ผมรายงานไม่จะไม่ได้ละเอียดขนาดนั้นนะ


(พอดีได้เห็นคลิปจากเรือที่ส่งมาให้น่ะ)


“เรือนั่นเหรอ...ไม่คิดว่าจะอัดไว้นะเนี่ย”ในยุคนี้การมีกล้องใต้น้ำไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร นอกจากไม่แปลกแล้วยังเป็นเรื่องปกติอีก การเดินเรือทางทะเลเป็นสิ่งที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะมนุษย์สามารถมองเห็นเพียงส่วนเหนือระดับผิวน้ำทะเลเท่านั้น


แน่นอนว่าความอันตรายมักไม่อยู่ในที่ที่สามารถมองเห็นง่ายต่อให้มีเรด้าก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นดังนั้นการมีกล้องดีๆติดไว้ช่วยให้มองเห็นภาพในระยะใกล้ไกลได้อย่างชัดเจนขึ้น


(ยูทาร์ยังบอกเลยว่าถึงทรีจะตัวเล็กแต่กล้าหาญจริงๆ)


“ว่าใครตัวเล็กกัน...ผมสูงมาตรฐานเหอะ”


(มาตรฐานเอเชียสินะ)อีกฝ่ายพูดล้อๆ


“เซโคร”พูดแบบนี้หาเรื่องกันนี่


(ไม่ชอบให้พูดเรื่องส่วนสูงจริงๆแฮะ...ความจริงมันก็มีข้อดีหลายๆอย่างไม่ใช่เหรอ การตัวเล็กไม่ได้แปลว่าต้องแพ้นี่นะ)


“ก็ใช่อยู่...บางทีมันก็เป็นข้อดีได้ แต่เข้าใจไหมว่าการตัวเตี้ยอยู่คนเดียวมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลย”


(ไหนบอกว่าสูงมาตรฐานไง)


“อึก...เอาน่า เปลี่ยนเรื่องเถอะ”


(ทำงานกับคู่หูเป็นยังไงบ้าง)เซโครเปลี่ยนเรื่องตามที่ขอ


“เป็นยังไงน่ะเหรอ...ก็โอเคอยู่”ไม่สิ ควรจะบอกว่าโอเคมากกว่าที่คิดไว้ซะอีก


แต่ก็ยังตัดสินอะไรกับการต่อสู้เดียวไม่ได้


(งั้นก็ดีแล้ว...ไว้มีภารกิจจะติดต่อไปใหม่)


“ได้ครับ ขอบคุณที่เหนื่อยนะครับหัวหน้าไทรแอสซิก เบนซ์ ฟงเซ่”ได้โอกาสผมก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวนๆบ้าง


(ยินดีครับด็อกเตอร์นทีธาร ธาราสุข)ปลายสายเองก็ไม่ยอมน้อยหน้ากวนผมกลับก่อนจะวางสายไป


“จะแอบฟังอีกนานไหม”วางสายเสร็จผมก็หันไปมองรอบๆไล่ตั้งแต่ผู้ช่วยสาวกับรองหัวหน้าอย่างที่แอบมองมาจากมุมทางเดินไปห้องทดลองไปจนถึงวุธที่ถึงมือทั้งสองข้างจะคีย์แป้นคีย์บอร์ดอยู่แต่หูกลับหันข้างราวกับแอบฟัง และสุดท้ายคือพี่พล...คนนี้ไม่ได้ใช้วิธีแอบแต่นั่งลงยังเข้าอี้ด้านข้างฟังกันตรงๆนี่แหละ


ลูกน้องผมแต่ละคน


ว่างๆกันทั้งนั้น


“สาม...ปลายสายนั่น ด็อกเตอร์ ไทรแอสซิกรึเปล่า”ยุกเดินเร็วๆเข้ามาถามด้วยใบหน้าตื่นเต้น


“ใช่...แล้ว...”


“จริงเหรอเนี่ย ก็รู้ว่ารู้จักกันแต่ไม่คิดว่าจะสนิทถึงขั้นโทรมาคุยแบบนี้ สุดยอดไปเลย เห็นว่าเขาเป็นถึงลูกชายของบิดาแห่งการคืนชีพที่มากด้วยความสามารถไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์หรือแม้การต่อสู้”คำพูดของยุแสดงให้เห็นว่าเขาปลื้มเซโครเอามาก


“อ่า...พอดีว่าเรียนที่เดียวกัน...”


“ด็อกเตอร์ได้ไปเรียนที่เดียวกับคนสุดยอดขนาดนั้นเลยเหรอ น่าตกใจจริงๆ ไม่สิ ที่น่าแปลกใจกว่าคือทำไมถึงได้รู้จักกันได้”คราวนี้เป็นพี่พลที่ถามบ้าง


“รู้จักกันแล้วมันแปลกตรงไหน”


“ก็ด็อกเตอร์ตัวเล็ก...อั๊ก...”ไม่ต้องรอให้พี่พลพูดจบประโยคผมก็จัดการชกแรงๆเข้าที่แขนจนอีกฝ่ายร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด


“ไม่เกี่ยวสักหน่อย”ตัวเล็กแล้วมันผิดรึไง


จะให้บอกอีกกี่ครั้งกันว่า175มันไม่ได้เรียกว่าตัวเล็กเฟ้ย


“เห็นว่าหล่อมากจริงรึเปล่าคะหัวหน้า ในรูปว่าหล่อแล้วแต่ตัวจริงคงหล่อกว่าแน่ๆเลย”ฟ้าวิ่งเข้ามาร่วมวงอีกคน


“จะว่าหล่อก็ใช่อยู่แต่ก็ไม่มากขนาดนั้น...ถ้าให้เทียบลูก้าหล่อกว่าอีก”ผมพึมพำประโยคสุดท้ายเบาๆแต่ดูเหมือนจะไม่สามารถรอดหูของทุกคนไปได้


“แหม หัวหน้านี่ทั้งรักทั้งหวงลูก้าเลยนะคะ”ฟ้าพูดด้วยใบหน้าแดงๆราวกับกำลังชมฉากรักของละครยามดึก


“อย่าพูดเหมือนผมเป็นโรคจิตสิ”ไม่มีคำพูดที่ดูดีกว่านี้แล้วรึไง


“ชอบก็บอกว่าชอบสิด็อกเตอร์ อย่ามาอ้อมค้อมเลย ถึงขนาดยอมทิ้งการวิจัยและทดลองนี่คงไม่แค่หวงแล้วมั้ง แบบนี้มันหลงชัดๆ”


“พี่พล...ผมจะไม่ให้พี่หยุดสุดสัปดาห์นี้”ผมพูดเสียงเข้ม


“อะไรนะด็อกเตอร์...ทำไมทำกันแบบนี้เล่า”พี่พลโวยวายขึ้นทันที


“รู้สึกว่างานวิจัยนี่จะง่ายมากสินะ งั้นผมขอตัว”พูดจบผมก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องทดลอง


ทั้งที่คิดว่าจะมาช่วยแต่กลับโดนพูดอะไรก็ไม่รู้


ชอบบ้างล่ะ


รักบ้างล่ะ


หวงบ้างล่ะ


หลงบ้างล่ะ


“สาม”


เฮือก!


“ละ...ลูก้า”เสียงตะโกนอันคุ้นเคยทำเอาผมสะดุ้งอย่างไม่ตั้งตัว


“เป็นอะไร...ทำไมหน้าแดง...”


“อากาศมันร้อนหรอก”ผมสวนกลับทั้งที่ลูก้ายังพูดไม่จบประโยค


ให้ตายสิ


นี่ผมหน้าแดงเหรอ


ต้องเป็นเพราะอากาศร้อนๆนี่แน่


ไม่มีทางที่ผมจะเขินเพราะถูกพวกนั้นแหย่เรื่องลูก้าแน่นอน


“ร้อน?...ก็ร้อนอยู่หรอก”


“แล้วมาอยู่นี่ เรื่องที่วานไปทำกับพี่จันเสร็จแล้วเหรอ”ผมเปลี่ยนเรื่องถาม ตั้งแต่เช้าผมวานให้ลูก้าไปช่วยพวกพี่จันจัดการกับปลาไหลไฟฟ้าที่ไม่ยอมออกมาจากซอกโขดหินมาหลายวัน ถึงจะพูดว่าจัดการแต่ก็ให้ลูก้าไปพูดคุยกับพวกปลาไหลเท่านั้นเอง


รู้สึกว่าลูก้าจะสามารถพูดคุยกับสัตว์ได้เลยคิดว่าจะพอช่วยเรื่องนี้ได้


“เรียบร้อย”ลูก้าพยักหน้าอย่างภูมิใจ


“เร็วไปมั้ง...”พวกพี่จันที่ทำหน้าที่ดูแลสัตว์มานับปีกลับแพ้ให้กับลูก้าที่ไร้ประสบการณ์เนี่ยนะ


เอาเถอะ ก็สมแล้วกับที่ผมคาดหวัง


“ที่พวกเขาไม่ออกมาเป็นเพราะตัวติดกันอยู่ในซอกโขดหินน่ะ...เล่นอัดเข้าไปตั้งหลายตัวก็สมควรติดอยู่หรอก”ลูก้าเล่าให้ฟัง


“พึ่งเคยเจอปลาไหลติดซอกโขดหินแฮะ”ปกติพวกปลาไหลชอบอยู่รวมกันในรูหรือซอกอยู่แล้ว การจะติดจึงไม่เคยเห็นมาก่อน
นี่ถือเป็นครั้งแรก


ถ้าเพราะสาเหตุนี้ก็ไม่แปลกที่พวกพี่จันจะไม่รู้ ถึงพวกเราจะคอยดูแลหรือศึกษาพฤติกรรมแต่ก็ไม่สามารถเข้าใจถึงภาษาได้ การที่พวกปลาไหลไม่ยอมออกมาถ้าเป็นผมคงคิดว่าป่วยหรือไม่ก็อยู่ในช่วงจำศีลไม่มีทางคิดว่าตัวติดกันจนออกไม่ได้หรอก


เรื่องนี้มีแค่คนที่สามารถสื่อสารกับสัตว์ได้เท่านั้นที่สามารถรู้ได้


“แล้วสามล่ะ...ไหนว่าจะอยู่ทดลองหลังจากไม่ได้มาซะนานไม่ใช่เหรอทำไมถึงออกมาแล้ว”ลูก้าถามด้วยวามสงสัย


“อ่า...พวกนั้นคงไม่ต้องการความช่วยเหลือหรอก”คอยดูนะถ้างานไม่คืบหน้าผมจะแจ้งฝ่ายหักเงินให้หมดเลย


“แบบนี้ก็ว่าง...ใช่ไหม?”ลูก้าถามอย่างไม่แน่ใจนัก


“อืม...ว่าง ไหนๆก็ว่างแล้ว...ไปทะเลกันดีไหม”ผมเสนอความเห็น


“เอาสิ ผมอยากดำน้ำ ครั้งนี้จะลองดำลงไปให้ลึกกว่าเมื่อวานดู”


“เปล่า...ผมไม่ได้จะพาไปดำน้ำ”


“...ไม่ใช่?”ท่าทางงงๆของลูก้าทำเอาผมอยากหัวเราะออกมาดังๆ


ตั้งแต่ที่ผมทุ่มกับการฝึกทุกๆวันพวกเราจะดำน้ำเพื่อฝึกการเคลื่อนไหวอยู่ตลอด เมื่อวานเองก็ลองดำลงไปในระดับความลึกที่มากขึ้นดู


“เคยไปชายทะเลรึเปล่า”


“...”ลูก้ากระพริบตาปริบๆก่อนจะชี้ไปยังชายทะเลด้านข้าง


“ไม่ใช่ที่นี่สิ...ผมจะพาไปทะเลที่อื่น เอาไหม”ผมถามอีกรอบ


“ทะเล...ที่อื่น เอาสิ”ลูก้าพยักหน้าตอบกลับมา


“ดี ไปเตรียมตัวกันดีกว่า”


หลังจากนั้นผมก็กลับไปเตรียมข้าวของบนห้องก่อนจะขับรถออกาจากศูนย์วิจัยสัตว์น้ำตรงไปตามถนนผ่านสิ่งก่อสร้างทั้งบ้านและตึกไปเรื่อยๆ ระหว่างที่ขับรถผมก็แอบมองลูก้าเป็นระยะ...ท่าทางของเขาดูจะสนใจกับสิ่งที่เห็นพอสมควร


เพราะโตมากับเกาะและศูนย์วิจัยนี่เลยไม่ได้ออกไปเปิดโลกกว้างที่อื่นนัก


สงสัยต่อไปนี้ผมคงต้องหาเวลาพาลูก้าไปเปิดหูเปิดตาบ้างแล้ว


ขับรถไปสักพักใหญ่สุดท้ายก็มาถึงยังชายหาดสีนวลแห่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อติดอันดับประเทศ ไม่ใช่แค่คนในประเทศที่ชื่นชอบแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติเองก็มักจะมาอาบแดดและเล่นน้ำที่นี่เช่นกัน


ด้วยความที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทำให้การจราจรติดขัดทั้งที่พึ่งเป็นช่วงสายของวันของวันเท่านั้น กว่าจะหาที่จอดรถได้ก็เสียเวลาไปนานอยู่เหมือนกัน


“คนเยอะมาก”นั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ยิน ตลอดการหาที่จอดลูก้าก็พูดอยู่ตลอดเพราะไม่ว่ามองไปทางไหนก็มีแต่คนเดินกันอยู่ให้ทั่ว


“ถือนี่ไปด้วยลูก้า”ผมกวักมือเรียกอีกฝ่ายให้มาหาพร้อมส่งร่มกันแดดขนาดใหญ่ตามด้วยเสื่อขนาดกลางไปให้ ส่วนผมก็ถือพวกของอื่นๆอย่างกระติกน้ำแข็งที่มีเครื่องดื่มเย็นๆใส่อยู่หรือพวกของกินต่างๆ


ผมเดินนำลูก้าลงไปยังชาดหาดซึ่งมีผู้คนนอนเล่นอยู่หนาตา กว่าครึ่งเป็นชาวต่างชาติอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนว่าเส้นผมสีฟ้าแซมแดงของลูก้าจะเรียกความสนใจจากผู้คนรอบข้างได้ตลอดทาง ขนาดปูเสื่อปักร่มก็ยังมีคนมองอยู่ไม่ขาด


สายตาในตอนแรกอาจเหมือนกำลังสงสัยและตกใจแต่พอผ่านไปสักสายตาของพวกผู้หญิงก็เปลี่ยนเป็นแสดงความสนใจในตัวลูก้าอย่างเปิดเผย


ผมสัมผัสได้ถึงความธรรมดาของตัวเองที่ถูกมองข้ามจนเหมือนเป็นธาตุอากาศเลย


“นั่นสินะ...ก็ผมมันคนธรรมดานี่”ผมพึมพำเสียงเบา


แถมยังเป็นคนในพื้นที่อีก


“เป็นอะไรสาม”ลูก้าเอียงใบหน้ามากระซิบถาม


“...เปล่านี่”


“คิดว่าปิดผมได้เหรอ”


“บางทีก็คิดนะว่านายอ่านใจคนได้”ผมบอกไปตามที่คิด


“อ่านไม่ได้หรอก แต่ท่าทางของสามมันต่างจากปกตินิดหน่อย”


“คำพูดนั่นเหมือนจะบอกว่าถ้าไม่ใช่ผมก็ไม่รู้งั้นแหละ”ผมพึมพำเสียงเบา


“อืม...ถ้าไม่ใช่สามผมก็ไม่รู้หรอก”


“...”คำพูดนั่นทำให้ผมต้องเม้มปากแน่นแล้วหันหน้าไปอีกฝั่งเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเห็นว่าตอนนี้หน้าผมมันกำลังร้อนขึ้นเรื่อยๆ


ไม่คิดว่าคำตอบที่ได้จะเป็นแบบนี้


“ผมมองสามมาตลอด...เวลาไหนที่เปลี่ยนไปผมรู้ดีที่สุด”


“เลิกพูดเดี๋ยวนี้นะ”แค่นี้ก็อายจะแย่แล้วยังจะมาขยายความให้อายกว่าเดิมทำไม


“สามเขิน...”


“ใครบอกกัน”ผมหันควับไปบ่นเสียงสั่นโดยลืมไปว่าตอนนี้ใบหน้าลูก้าอยู่ในระประชิดทำให้ปลายจมูกเราสัมผัสกับเบาๆ


สัมผัสนั่นเรียกดวงตาสีน้ำตาลของผมและดวงตาสีเงินของลูก้าให้เบิกกว้างขึ้นพร้อมๆกัน


ทั้งที่คิดว่าลูก้าจะผละออกแต่เขากลับขยับเข้ามาใกล้ขึ้นพร้อมใช้ปลายจมูกที่สัมผัสกันอยู่เขี่ยปลายจมูกผมเล่นเบาๆไปมา


ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก


เงียบสิ


เงียบเดี๋ยวนะเสียงหัวใจ


ผมสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นที่เพิ่มมากขึ้นจนแทบหยุดไม่อยู่จากหัวใจของตัวเองได้อย่างชัดเจน


“สาม...”


“ปล่อย”ผมบอกแล้วขยับขยับออกแต่ลูก้ากลับไม่ยอมให้ทำได้ง่ายๆ


“เสียงหัวใจดังมากเลย”


“อึก...ปล่อยเดี๋ยวนี้”ผมพยายามขยับตัวเพื่อให้มือของลูก้าที่โอบเอวอยู่หลุดไปแต่มือนั่นก็เกาะแน่นซะเหลือเกิน


“หน้าก็แดง...”


“หยุดพูดนะ”จะมาทำให้อายมากกว่าเดิมเพื่ออะไรกัน


“น่ารัก”


“ลูก้า!”ผมเรียกอีกฝ่ายเสียงดังจนคนอื่นหันมามองด้วยความสนใจ ไม่สิ ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้ก็มีคนมองอยู่แล้วแต่เพราะเสียงผมทำให้คนมองมากกว่าเดิมอีก


“ครับ”


“อย่ามากวนตอนนี้ ปล่อย”อย่างคิดว่าผมไม่รู้นะว่ารอยยิ้มกวนๆนั่นหมายถึงอะไร


“ยังไม่อยากปล่อยนี่”


“ลูก้า”


“...ปล่อยก็ได้แต่ต้องยอมบอกนะว่าคิดอะไรอยู่”


“เข้าใจแล้ว รีบปล่อยสักทีคนมองกันหมดแล้ว”ผมรีบเร่งจนลูก้าต้องค่อยขยับตัวออก เมื่อมือที่โอบเอวหายไปผมก็กระเถิบตัวออกไปไกลกว่าเดิมเล็กน้อย


ตอนนี้จะให้ทำอะไรก็ได้ขอแค่ออกจากสภาพกึ่งโดนคร่อมท่ามกลางสายตาคนมองจากรอบทิศแบบนี้ไปได้


น่าอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว


“ขยับหนีทำไม”


“เพราะใครเล่า”คำถามจากลูก้าทำเอาผมกำมือแน่นก่อนจะเหวี่ยงไปยังใบหน้าอันหล่อเหลานั่นเต็มแรง แน่นอนว่าด้วยไหวพริบและสัญชาตญาณของลูก้าสามารถหลบหมัดผมได้อย่างง่ายดาย


“...หมัดนี่เอาจริงนี่นา”ลูก้าเหมือนจะรู้ว่าแรงที่ใส่ไปมันไม่ใช่แค่เล่นๆ


“แน่นอน”ผมไม่ล้อเล่นในสถานการณ์แบบนี้หรอกนะ


“เขินเหรอ”


“ถ้ายังพูดอีกผมจะทิ้งลูก้าไว้ที่นี่จริงๆด้วย”เลิกแหย่กันสักทีจะได้ไหม


หน้าผมมันไหม้หมดแล้ว


“สามไม่ทำหรอก”ลูก้าพูดพร้อมยกยิ้มขึ้น


“อึก...มันก็ไม่แน่นี่”ผมไม่เถียงว่าสิ่งที่ลูก้าพูดเป็นความจริง


ต่อให้โกรธหรือโมโหแค่ไหนผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะทิ้งลูก้าได้จริงๆหรอก


“ผมรู้...สามรักผมนี่”


“ไม่ได้รัก”ผมสวนกลับทันควัน


“ผมจะรอจนกว่าสามจะยอมรับละกัน”


“ยอมรับอะไร ก็บอกว่าไม่ได้รักไง”ไม่ได้ยินที่พูดรึไง


“ครับๆ”


“ลูก้า”อย่ามากวนนะ


“ครับสาม”


“ฮึ้ย...”ทำไมผมรู้สึกเหมือนตัวเองแพ้ได้เนี่ย


“แล้วบอกได้รึยังว่าเป็นอะไร”ลูก้าถามต่อหลังจากที่พวกเราต่างนิ่งกันไปสักพักซึ่งก็ดีเพราะช่วยให้ผมสงบจิตสงบใจไปได้เยอะ


“...ก็แค่คิดว่า ลูก้านี่เนื้อหอมจังนะ”ผมตอบกลับไปโดยที่สายตามองไปรอบๆ สถานการณ์เมื่อครู่เหมือนจะไม่ได้ทำให้ความนิยมของลูก้าลดลงแถมยังมีคนมองมากกว่าเดิม


“หึงผม?”


“ไปจำคำนั้นมาจากไหน”ผมว่าไม่เคยสอนให้นะ


“จากเกาะ”


“...”ผมเลือกที่จะเงียบเพราะไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดี


“ผมมีแค่สามนะ”


“เลิก...พูดจาเหมือนจีบสาวอยู่เดี๋ยวนี้นะ”ผมไม่ใช่สาวน้อยที่จะมาหวั่นไหวกับไอ้แค่คำพูดพวกนี้


“สามพูดผิดแล้ว”ลูก้าส่ายหน้าเบาๆ


“อะไร”ผมพูดอะไรผิด


“ไม่ได้จีบสาว จีบสามต่างหาก”


“อะ...”ผมว่าคงมีสักวันที่ผมจะไปจัดการกับคนที่สอนอะไรแปลกๆแบบนี้ให้ลูก้าแน่ๆ


“ทำหน้าตลก”


“ไม่ขำสักนิด...ชอบกวนอยู่เรื่อย”ผมบ่น


“ไม่เห็นรู้ตัว”


“ไม่น่ารักสักนิด...”


“ผมเมื่อก่อนน่ารักกว่าสินะ”ลูก้าพูดประโยคที่ผมคิดออกมาพลางแนวหน้าลงกับเข่าที่ชันขึ้น ดวงตาสีเงินนั่นมองมาพร้อมรอยยิ้มบางๆ


“...รู้ตัวนี่”


“ไปว่ายน้ำได้ไหม”อยู่ๆลูก้าก็เปลี่ยนเรื่อง


“อากาศร้อนไปหน่อยนะ”พระอาทิตย์ลอยเด่นอยู่กลางหัวแบบนี้ถึงจะมีร่มก็ยังรู้สึกร้อนสุดๆ ขืนให้ผมลงไปเล่นในเวลานี้อาจได้เป็นลมแดด


ถึงก่อนหน้านี้จะฝึกทั้งว่ายและดำน้ำอยู่ทุกวันแต่บริเวณที่เลือกฝึกเป็นส่วนที่มีร่มเงาทำให้ไม่ร้อนมากเวลาลงน้ำ


“แล้วเราจะนั่งอยู่เฉยๆแบบนี้?”


“...ก็จริงแฮะ”คำถามของลูก้าทำให้ผมฉุกคิด


มาทั้งทีจะให้นั่งอย่างเดียวก็ไม่มีประโยชน์น่ะสิ


“ไปว่ายกัน”


“ทาครีมกัดแดดก่อน แดดแรงขนาดนี้เดี๋ยวผิวไหม้พอดี”ผมบอกก่อนจะหยิบครีมกันแดดออกมาจากกระเป๋าเป้


“สามจะว่ายด้วยใช่ไหม”ลูก้าถามย้ำ


“อืม...ว่ายด้วย”


“เดี๋ยวทาให้”


“ไม่เป็น...เฮ้ย เอามา”ผมรีบเอื้อมมือหมายจะเอาขวดครีมกันแดดที่ถูกแย่งไปคืนแต่ลูก้ากลับเบี่ยงตัวหลบแล้วจัดการจับแขนผมเทครีมกันแดดลงมา


“อีกข้าง”ทาข้างหนึ่งเสร็จก็บอกให้ผมส่งแขนอีกข้างให้


“ทาแค่แขนจะมีประโยชน์อะไร ให้ผมถอดเสื้อก่อนดีกว่ามั้ง”ผมบอกแล้วเตรียมจะถอดเสื้อนอกออก ยังไงกางเกงที่ใส่มาก็เอาไว้เล่นน้ำอยู่แล้ว


“ห้ามถอด”มือของลูก้ารวบมือผมที่กำลังจะแกะกระดุมอย่างรวดเร็ว


“ห๊ะ?”


“ผมไม่อยากให้ใครเห็นผิวสวยๆของสาม”คำพูดนั่นทำเอาใบหน้าผมเห่อแดงขึ้นอีกรอบ


“นายก็ไม่เคยเห็นเหมือนกันเหอะ”อย่าพูดเหมือนเห็นมานับไม่ถ้วนแล้วได้ไหม


เดี๋ยวก็เข้าใจผิดกันพอดี


“ผมเคยเห็นนะ”


“ตอนไหน”


“ตอนที่อาบน้ำกันเมื่อก่อนแล้วก็ตอนฝึกว่ายน้ำ...”ลูก้าตอบเสียงเบา


“โถ่ๆ...นั่นมันนานมากแล้วนะ เอามานับว่าเห็นไม่ได้หรอก”


“ได้สิ...ผมยังจำได้อยู่เลยผิวสีน้ำผึ้งเรียบเนียนเป็นสีเดียวกันทั้งร่างดูสวยงามมาก ยิ่งแผ่นอกที่มีกล้ามเนื้อพองามนั่นอีก ไม่ว่ามองเท่าไหร่ก็ไม่มีเบื่อ...ผมน่ะมอง...”


“หยุดพูดจาลามกนะ!”ผมแทบจะยกมือตบหัวอีกฝ่ายถ้าไม่ติดว่าตัวเองอยู่ต่ำกว่า


เล่นพูดประโยคลามกนั่นออกมาได้ง่ายๆแบบนั้นมันน่าโมโห


อย่าให้รู้ว่าใครเป็นคนสอนเชียว


“แค่พูดตามที่เห็นต่างหาก”


“จะว่ายไหมน้ำน่ะ”


“ว่ายสิ”พอผมถามลูก้าก็พยักหน้าทันที


“เฮ้อ...ไม่ถอดก็ไม่ถอด นายจะถอดไหม”ผมถามกลับบ้าง


“ถอดได้ก็ดี”


“งั้นก็ถอดมา...ผมจะทาครีมให้”ผมบอกก่อนจะลุกขึ้นแล้วคว้าขวดครีบกันแดดจากมือลูก้ามา


พอทางครีมกันแดดให้เสร็จพวกเราก็เดินออกไปยังชาดหาดตรงหน้า สีน้ำของที่นี่ไม่ใสเท่ากับทางศูนย์วิจัยนักแต่ก็ถือว่าใสพอสมควร เมื่อเดินลงไปในทะเลแล้วก้มลงก็ยังสามารถมองเห็นเท้าตัวเองได้


เม็ดทราบสีนวลมีเปือกหอยเล็กๆปะปนอยู่เต็มไปหมด บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยผู้คนทั้งบนบกและในทะเล 


วันธรรมดาแต่มีคนเยอะขนาดนี้ถือว่าสุดยอด


“สามหยุดก่อน”เสียงเรียกดังขึ้นพร้อมกับมือที่ดึงผมให้เอนไปด้านหลังจนแผ่นหลังกระทบเข้ากับแผ่นอกลูก้านั่นทำให้ขาที่กำลังจะลงพื้นลอยค้างอยู่กลางอากาศทั้งอย่างนั้น


“ลูก้า?”


“ถ้าก้าวลงไปเดี๋ยวมันก็ตายหรอก”ลูก้าบอกก่อนมองลงไปด้านใต้น้ำทะเลบริเวณที่ผมกำลังจะเหยียบลงไป พอผมมองตามไปก็พบกับลูกปูตัวเล็กที่เคลื่อนที่อยู่ใต้นั้น


“มองเห็นได้ยังไงลูก้า”ตัวเล็กขนาดนั้นถ้าไม่มองดีๆไม่มีทางเห็นหรอก


“ผมไม่ได้เห็นหรอก แต่ปูตัวนั้นมันร้องว่าจะโดนเหยียบแล้ว”


“สมแล้วที่มีสายเลือดของสัตว์อยู่ครึ่งหนึ่ง”


“ก็นะ...บางทีการสื่อสารกับสัตว์ด้วยกันง่ายกว่าการพูดคุยกับมนุษย์อีก”


“เพราะใช้แค่โทนเสียงสินะ”


“อืม...จะว่าไปผมได้กลิ่นเลือดมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว”


“เลือด?...อาจจะมีคนเหยียบพวกเปลือกหอยรึเปล่า”ผมลองถามดู


ถ้าพูดถึงกลิ่นเลือดบริเวณนี้ก็มีความเป็นไปได้มากมาย ยังไงแถวทะเลก็มีสิ่งที่ก่อให้เกิดบาดแผลได้อยู่เกือบทุกที่ บางทีแค่วิ่งเล่นบนทรายแล้วล้มก็ทำให้เกิดแผลทะลอกเลือดออกได้ง่ายๆ


“ไม่ใช่เลือดของมนุษย์”


“...ว่าไงนะ”ผมถึงกับเงยหน้าของไปสบกับดวงตาสีเงินอย่างเครียดๆ


ไม่ใช่เลือดของมนุษย์ก็แปลว่าเป็นสัตว์


สัตว์ที่มีเลือดและอยู่แถวนี้


จะเป็นอะไรล่ะ


แถวชาดหายก็มีทั้งปู หอยและพวกปลาตัวเล็กว่ายอยู่ตามธรรมชาติ


“ไม่ใช่สัตว์ตัวเล็กๆด้วย”


“...”คำพูดต่อมาทำเอาผมนิ่งไป ในหัวตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่าสัตว์ขนาดกลางและใหญ่ที่อาศัยอยู่แถบนี้มีอะไรบ้าง


ทะเลแถบนี้เหมือนเป็นแหล่งสัตว์น้ำซึ่งมีสัตว์ทะเลอยู่มากมายนับไม่ถ้วนต่อให้ไม่นับพวกสัตว์ขนาดเล็กวงมันก็กว้างเกินไป


“ใกล้เข้ามาแล้ว”


“ใกล้เหรอ...”


“นั่น”ลูก้าชี้นิ้วไปยังคลื่นขนาดกลางด้านหน้าที่เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ เพราะน้ำทะเลค่อนข้างใสเลยสามารถมองเห็นสิ่งมีชีวิตที่มาพร้อมกับระรอกคลื่นได้อย่างชัดเจน


เพียงแต่ทั้งขนาดที่กะคร่าวๆกว่า4เมตรและลายอันเป็นเอกลักษณ์ที่อยู่ตามลำตัวนั่นทำเอาดวงตาสีน้ำตาลของผมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง


“รีบขึ้นจากน้ำเร็ว!!”ผมตะโกนบอกผู้คนรอบๆสุดเสียงเมื่อรู้ในเสี้ยววินทีที่เห็นตัวมันว่าคืออะไร


“อะไร”


“เขาตะโกนอะไรน่ะ”


นอกจากจะไม่ทำตามที่ผมบอกแล้วยังทำหน้างงใส่อีก


นี่ผมต้องตะโกนชื่อมันออกไปจริงๆใช่ไหมถึงจะยอมขึ้นจากน้ำกันน่ะ


“สาม...”


“มีฉลามเสือ!!”


กรรร


ตู้มม


ผมตะโกนบอกอีกรอบโดยมีเอฟเฟ็กคือฉลามตัวนั้นที่กระโดดลอยขึ้นเหนือน้ำแล้วพลิกตัวกลับลงน้ำตามเดิมจนเกิดเสียงดังลั่น


“...”


“กรี๊ดดด!!!”


“ฉลาม!!!”


บรรยากาศรอบๆที่มีเสียงพูดคุยถึงจะเงียบสงัดลงเพียงไม่กี่วินาทีก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องและความชุลมุน เหล่าคนที่อยู่ในน้ำต่างก็พากันขึ้นมาบนบกด้วยสีหน้าหวาดกลัว


ฉลามเสือคือหนึ่งในฉลามที่ดุร้ายที่สุดและมีถิ่นอาศัยอยู่ทั่วตามแนวทะเลทั่วโลก ด้วยขนาดที่อาจยาวสุดเฉียด7เมตรทำให้มันเป็นหนึ่งในนักล่าแห่งห้องทะเลที่ใครต่างก็หวั่นเกรง นอกจากนี้ด้วยนิสัยกินไม่เลือกของมันทำให้มันล่าทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
มีหลายครั้งที่ซากของฉลามเสือที่ตายเมื่อผ่าออกจะพบขยะที่มนุษย์ทิ้งลงน้ำอย่างพลาสติกหรือยางรถยนต์


ขอแค่อยู่ตรงหน้ามันต่อให้มีหรือไม่มีชีวิตก็ไม่สนทั้งนั้น


เรียกว่าเป็นฉลามเห็นแก่กินก็ว่าได้


ไม่ว่าใครที่เห็นฉลามยาวกว่า4เมตรก็คงวิ่งเหมือนกันหมดยกเว้นผมที่คิดว่าการกระทำนั่นมันแปลกเกินไป ถึงปลาฉลามเสือจะเป็นหนึ่งในฉลามที่ดุร้ายที่สุดแต่มันไม่ได้มีพฤติกรรมอย่างการกระโดดตัวลอยเหนือน้ำด้วยท่าทางแบบนั้น


บางทีอาจมีกระโดดขึ้นเหนือน้ำแต่ไม่ใช่ท่าทางแบบนั้นแน่


มันมีอะไรผิดปกติ


“ลูก้า...ฉลามนั่นแปลกๆ”ผมบอกพลางก้าวเข้าไปยังน้ำทะเลในระดับลึกขึ้น


“เธอกำลังขอความช่วยเหลือ”ลูก้าเดินมาพร้อมกับอธิบาย


“ช่วยเหลือ? เกิดอะไรขึ้น”


“ไม่รู้สิ ขอเข้าไปคุยใกล้ๆกว่านี้ก่อน”บอกเสร็จลูก้าก็เดินนำผมเข้าไปใกล้ฉลามเสือตัวเดิมที่กระโจนขึ้นเหนือน้ำในสภาพแปลกๆอีกรอบ


“อย่าเข้าไปใกล้มากเกินลูก้า”ผมเอ่ยเตือน


ระยะของการเจอกันครั้งแรกไม่ควรมากไปโดยเฉพาะกับฉลามเสือที่ล่าทุกอย่างที่ขวางหน้าแบบนี้


“ไม่เป็นไร...เธอไม่ทำอะไรหรอก สามก็มาสิ”ลูก้ากวักมือเรียกโดยมืออีกข้างเหมือนกำลังลูบบริเวณหลังของฉลามเสือเบาๆ


กรรรร


“แน่ใจได้ยังไง”จริงอยู่ที่เสียงนั่นไม่ใช่เสียงเหมือนกำลังล่าแต่เป็นเหมือนเสียงครางมากกว่า


“เธอรู้ว่าที่นี่ใครอยู่เหนือสุดของห่วงโซ่อาหาร”


“...จะบอกว่าเธอรู้ว่านายเป็นอะไรสินะ”นิ่งไปสักพักผมก็ตอบกลับ ขาทั้งสองข้างเดินมาหยุดอยู่ด้านข้างลูก้าก่อนจะเริ่มสำรวจร่างของฉลามเสือทว่ากลับไม่พบบาดแผลใดๆ


กรรร


ฉลามเสือนิ่งได้ไม่นานก็ว่ายวนก่อนจะกระโจนขึ้นเหนือน้ำด้วยท่าทางทุรนทุราย


“มีอะไรอยู่ในปาก”


“ในปาก?”ผมหันไปมองยังปากขนาดใหญ่ทันทีที่ได้ยินคำพูดจากลูก้า แต่เพราะฉลามเสือขยับอยู่แทบตลอดเวลาทำให้ไม่สามารถมองได้


“ใช่...ทำไงดี”


“ลูก้าจับไว้ได้ไหม...บอกเธอว่าเดี๋ยวจะเอาออกให้ให้อยู่นิ่งๆ”


“ได้...กรร”เสียงครางจากลูก้าเรียกฉลามเสือให้ว่ายวนกลับมาก่อนลูก้าจะใช้มือจับร่างนั้นให้อยู่นิ่งๆ


“เย็นไว้นะสาวสวย...ขอผมดูหน่อยว่ามีอะไรอยู่”ผมลูบยังบริเวณแก้มของฉลามเสือเบาๆก่อนจะมองเข้าไปยังปากที่อ้าออกอยู่ตั้งแต่ก่อนหน้านี้


ภายในปากมีฟันอันแหลมคมเรียงรายกันอยู่ สิ่งปกติเดียวคือด้านในสุดของฟันมีชิ้นส่วนของเหล็กที่ถูกดัดเป็นเส้นแทงทะลุเหงือก ดูจากรูปการคงพึ่งเกิดเหตุได้ไม่นานเพราะเลือดยังไหลอยู่เลย


“เจอรึยังสาม”ลูก้าถาม


“อ่า...เจอแล้ว เหมือนจะเป็นเหล็ก”เหล็กนั่นเหมือนเป็นชิ้นส่วนของอะไรสักอย่าง


“ให้ผมดึง...”


“ไม่ต้องเดี๋ยวผมทำเอง”


“แต่ในปากของฉลามเลยนะ”ลูก้าพูดอย่างห่วงๆ


“ลูก้ารู้เหรอว่าต้องดึงยังไงให้เจ็บน้อยที่สุดน่ะ แล้วถ้าติดจนดึงไม่ออกจะทำยังไง...มันไม่ใช่แค่ออกแรงดึงให้ออกมาหรอกนะ”ขืนดึงออกมาไม่ดีได้สร้างความเจ็บปวดให้ฉลามตัวนี้กว่าเดิมแน่


“...เข้าใจแล้ว”


ผมส่งยิ้มบางๆไปให้เมื่อได้รับคำอนุญาตจากลูก้า ปากขนาดใหญ่ถูกผมค่อยๆเอื้อมมือเข้าไปจับเศษเหล็กนั่นไว้ให้มั่นแล้วค่อยๆออกแรงดึง


กรรร


“กรรรรร...”เสียงคำรามของฉลามเสือและลูก้าดังขึ้นพร้อมๆกัน ฉลามเสือพยายามสะบัดตัวเพื่อหลีกหนีแต่ลูก้าไม่ยอม


ผมเองก็ยังจับเหล็กนั่นไว้มั่น เพราะมีเหล็กนี่อยู่ฉลามเสือเลยไม่สามารถปิดปากได้ 


ดูเหมือนเหล็กนี้จะไม่ได้มีแค่ปลายแหลมแค่ส่วนเดียวเพราะพอดึงออกมาบริเวณปลายเหล็กแยกออกเป็นสองทางโดยทางแรกแทงทะลุเหงือกและอีกส่วนแทนลึกลงไปตามแหง่งฟัน


เป็นภาพที่คนกลัวเลือดไม่ควรได้มาเห็นไม่งั้นคงเป็นลม


งี๊ดดด


“กดไว้ลูก้า...ใกล้แล้ว”ผมบอก


“อืม”ลูก้าทำตามที่บอกโดยการออกแรงกดร่างขอฉลามเสือไว้จนขยับไม่ได้


แรงเฮือกสุดท้ายของผมสามารถดึงเหล็กปลายแหลมออกมาได้สำเร็จ ฟันอันแหลมคมนั่นขบเข้าหากันทันทีที่สิ่งแปลกปลอมหลุดออก ถ้ามือผมยังอยู่ในปากนั้นคงได้บอกลากันได้เลย


กรรร


“กรรรร...”ฉลามเสือจ้องมายังผมพร้อมกับเตรียมขยับเข้ามาใกล้แต่กลับถูกลูก้าเดินมาขวางไว้โดยมองไปยังฉลามเสืออย่างเอาเรื่อง


ผมเองก็ไม่รู้ว่ากำลังคุยอะไรกันเลยได้แต่ยืนดูอยู่นิ่งๆ


กรรร


“กรรรร...”


งี๊ดดด


คุยกันไม่นานเสียงคำรามก็เริ่มเปลี่ยนไป ลูก้าหลีกทางให้จนฉลามเสือว่ายเข้ามาใกล้...ร่างกายกำยำทั้งที่เป็นเพศเมียลากผ่านขาผมไปราวกับกำลังพูดขอบคุณ


“ขอโทษที่มนุษย์ทำให้พวกเธอต้องเจ็บนะ”ผมบอกก่อนจะวางมือลงบนผิวลื่นๆนั่น


ทุกวันนี้ที่ศูนย์วิจัยมีสัตว์น้ำที่ได้รับมาเจ็บมาแทบทุกวัน สาเหตุของอาการบาดเจ็บนั่นไม่ใช่เพราะสู้กันเองหรือแย่งอาณาเขตแต่เป็นเพราะมนุษย์ที่ทิ้งขยะหรือสิ่งที่ไม่ต้องการลงทะเลจนสัตว์หลายชนิดต้องเจอผลกระทบ


เมื่อเร็วๆนี้ผมพึ่งไปช่วยทีมแพทย์ทำการผ่านตัดถุงพลาสติกที่เต่ากินเข้าไป


ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมนุษย์เอาแต่ตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่เคยมองถึงส่วนรวมว่าการทิ้งขยะมันจะส่งผลร้ายมากมายต่อสัตว์
บางทีอาจจำเป็นต้องมีกฎหมายที่เคร่งคัดกว่านี้ก็เป็นได้


งี๊ดดด


ฉลามเสือครางเสียงสูงอีกรอบก่อนจะค่อยๆว่ายกลับลงทะเลไป ทั้งผมและลูก้าต่างก็มองภาพฉลามเสือว่ายจากไปจนสุดสายตาก่อนจะเดินขึ้นฝั่ง ผู้คนที่หนีกันอย่างจ้าระหวั่นตอนนี้กันกรูเข้ามามุงผมและลูก้าด้วยความสนใจที่สามารถจัดการกับฉลามเสือได้
มีหลายคนถามว่าลูก้าใช่ไดโนเสาร์กลายพันธุ์ไหม 


ผมเองตอบคำถามนั้นกลับไปโดยไม่ปิดบัง


ในปัจจุบันไดโนเสาร์กลายพันธุ์เหมือนเป็นของคู่กันของทุกประเทศแม้แต่ในประเทศไทยเองก็มีหน่วยปฏิบัติการพิเศษอยู่เหมือนกัน


จะว่าไปผมก็ไม่เคยเห็นเลยแฮะ


ยังไงผมก็ไม่มีเวลาไปตามพวกข่าวสารอะไรมากอยู่แล้วด้วย


ผมพาลูก้าหนีจากไทยมุงแล้วรีบขึ้นรถขับออกไปโดยไม่ลืมให้ลูก้าวิ่งไปเอาพวกเสื่อกับร่มขึ้นรถด้วย เพราะเกิดเรื่องผมเลยต้องจำใจพาลูก้ากลับทั้งที่พึ่งมาถึงได้ไม่นาน


“โทษทีนะลูก้า...ทั้งที่อยากว่ายน้ำแท้ๆ”ผมบอกระหว่างขับรถกลับ


“ไม่เป็นไร...แค่ได้มาก็ดีใจแล้ว”


“ไว้คราวหน้าผมจะพามาใหม่นะ”


“อืม...จะรอ”


“โอ๊ะ...ลูก้าเปิดกระจกเอาขวดน้ำนี่ทิ้งที”ผมบอกพลางหยุดรถริมถนนแล้วส่งขวดน้ำที่ถูกกินจนหมดให้คนนั่งด้านข้างคนขับอย่างลูก้าทิ้ง


ลูก้าเปิดกระจกรถแล้วโยนขวดน้ำลงถังขยะรีไซเคิลได้สบายๆแต่แทนที่จะปิดกระจกเหมือนเดิมกลับหันไปมองด้านหลังแทน


“สาม”


“อะไร?...หรือว่าลืมของ?”


“เปล่า...ได้กลิ่นน่ะ”


“กลิ่นอะไร?”ผมถามต่อ


“ไดโนเสาร์...”


“ว่าไงนะ”
......................................................................

สวัสดีค่า

มาแล้วกับตอนต่อไปของลูก้าและสาม

ส่วนมากในเรื่องเราจะพูดถึงสัตว์ดึกดำบรรพ์หรือไดโนเสาร์ที่สูญพันธ์ไปแล้ววันนี้เลยขอมาพูดถึงสัตว์ทะเลที่ยังมีชีวิตอยู่บ้างอย่างฉลามเสือที่สามารถพบเห็นได้ในแถบประเทศไทย ซึ่งถ้าเป็นเราก็คงต้องขอวิ่งคนแรก 555

ยิ่งได้แต่งยิ่งรู้สึกเลยว่ามีออร่าสีชมพูแผ่ออกมาจากตัวของทั้งคู่ บอกตามตรงว่าแต่งแล้วยิ้มตามไปกับทั้งคู่ด้วย

สำหรับให้ที่รอฉากบู๊ ตอนหน้ารับรองต้องชอบแน่ค่ะ

ขอบคุณสำหรับทุกๆ คอมเม้นท์และทุกๆ กำลังใจที่มีให้เสมอนะคะ

ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ

--------มุมให้ความรู้เรื่องไดโนเสาร์--------

วันนี้ขอเสนอสัตว์ทะเลแสนดุร้าย...ฉลามเสือ

Tigershark2.jpg

ปลาฉลามเสือ (อังกฤษ: Tiger shark) ปลากระดูกอ่อนขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง จำพวกฉลาม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Galeocerdo cuvier มีรูปร่างอ้วนป้อม ปากกว้าง ปลายปากสั้นและทู่ ลำตัวเรียวไปทางปลายหาง คอดหางมีสันชัดเจน ครีบหางเรียวและมีปลายแหลม มีฟันใหญ่เป็นรูปสามเหลี่ยม มีขอบหยักเป็นจักคล้ายฟันเลื่อย พื้นลำตัวและครีบสีน้ำตาลหม่น มีลายพาดขวางตลอดข้างหลังและหางคล้ายลายของเสือโคร่ง จึงเป็นที่มาของชื่อเรียก ซึ่งลายนี้อาจแตกเป็นจุดกระจายอยู่ทั่วไปหรือจางหมดไปเมื่อโตขึ้น ท้องมีสีจาง

ปลาฉลามเสือเมื่อโตเต็มที่มีขนาดประมาณ 5 เมตร แต่ตัวที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพบคือ 7 เมตร น้ำหนักหนักที่สุดคือ 807.4 กิโลกรัม พบกระจายว่ายหากินอยู่ทั่วไปในน่านน้ำเขตอบอุ่นทั่วโลก มีพฤติกรรมชอบหากินตามแนวปะการังหรือบริเวณใกล้ชายฝั่ง หรือบริเวณปากแม่น้ำ โดยอาศัยตั้งแต่ระดับผิวน้ำจนถึงความลึก 140 เมตร ปกติมักอยู่ลำพังเพียงตัวเดียวและหากินในเวลากลางคืน ว่ายน้ำได้คล่องแคล่วว่องไวมาก มีอาณาเขตในการหากินกว้าง 100 ตารางกิโลเมตร โดยที่อาหารได้แก่ ปลาและสัตว์น้ำชนิดต่าง ๆ เช่น เต่าทะเล รวมทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมในทะเล เช่น แมวน้ำ หรือ สิงโตทะเล ด้วย

ปลาฉลามเสือได้ชื่อว่าเป็นปลาที่กินไม่เลือกเหมือนเช่นปลาฉลามขาว (Carcharodon carcharias) เพราะมักเจอสิ่งที่ไม่ใช่อาหารในกระเพาะเสมอ ๆ เช่น ยางรถยนต์, กระป๋องน้ำ, เศษไม้ หรือ พลาสติก ซึ่งล้วนแต่เป็นขยะที่มนุษย์โยนทิ้งลงทะเลทั้งสิ้น

เครดิต : https://th.wikipedia.org/wiki/ฉลามเสือ

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 345 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

699 ความคิดเห็น

  1. #644 แม่ม๑น้oe (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 19:12
    ตัวไหนจะมาทักทายกันอีกนะ
    #644
    0
  2. #600 สีน้ำ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 16:07
    ท่งนี้ยังไม่แตะ160 เลยค่ะ คาดว่าไม่แตะแล้วด้วย ฮื่ออออ
    #600
    0
  3. #558 Hummai (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 04:14
    เราได้อ่านเเล้วเจ็บมากอ่ะ คือเราสูง156พี่ชายเราสูง176 เพื่อๆของพี่ก็สูงกัน170-180 กว่าๆกันหมด มีคนนึง191

    เเล้วเราก็ชอบไปเที่ยวห้างกับพี่เเละเพื่อนของพี่....คือเวลาเดินเเถวๆกลางๆอ่ะ....รู้สึกเหมือนตัวเองเหมือนหลุมดำสุดๆ มันคืออะไร๊ร๊ร๊ร๊ร๊

    ฮรือออ เศร้าาา~~~=^= พวกท่านกินเสาไฟฟ้ากันมาเหรอไง!!!!
    #558
    0
  4. #496 bire0032 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 19:14
    เราเข้าใจๆ คือเราก็ไม่ได้เตี้ยหรอ แต่คนรอบข้างไงพ่อพี่หรือเพื่อนงี้มันสูงเกินไปเวลาเดินไปไหนมันจะดูแบบเราเตี้ยมาก555
    #496
    0
  5. #451 lolinpop (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 17:22
    175ซม.ไม่เตี้ยนะอีก4ซม.ก็เท่าพ่อดิฉันแล้วนะ
    #451
    0
  6. #443 Freedom (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 17:28

    ตอนนี้สนุกมากเลยค่ะ แล้วก็175ซม.นี่ตัวไม่เล็กเลยนะคะ พ่อเราสูง175ซม. เราสูง156ซม.ยังเลยไหล่พ่อมานิดเดียวเองประมาณเอามือวางบนหัวน่ะ สงสารด็อกที่ดันไปอยู่ในหมู่คนสูง555

    #443
    0
  7. #421 qxtrx (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 13:23
    หวานกันไม่เกรงใจใครเลย
    #421
    0
  8. #368 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 13:28
    หนาวกันแบบไม่เกรงใจชาวบ้านชาวช่องเลยนะ5555 เขินเลย// ดูแล้วถ้าจะมีเรื่องนะ
    #368
    1
  9. #352 aom051 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 22:11
    เขินนนน
    #352
    0
  10. #351 punch98line (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 13:24
    ฮือออ รุกอีกลูก้า เอาให้สามเขินจนหน้าดำหน้าเเดงไปเลย ซึนหนักมาก ตอนหน้าไฟท์อีกเเล้ว
    #351
    0
  11. #350 .pop (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 08:23
    จะหวานกันซักหน่อยก็มีเรื่องอีกล้ะ555555 รออ่านฉากสู้กับไดโนเสาร์นะคะ ชอบบบ
    #350
    0
  12. #349 Smuffy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 22:15
    ความยูนีคของเซตไดโนเสาร์กลายพันธุ์คือ ไม่ว่าคู่ไหนจะไปพักผ่อนที่ไหนก็ตาม ก็หนีไม่พ้นเรื่องช่วยสัตว์หรือไดโนเสาร์5555555
    #349
    0
  13. #348 DOUBLE B🍦 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 11:00
    สวีทกันได้แปบเดี๋ยว มีเรื่องอีกแล้ววววว
    #348
    0
  14. #347 เฉอเมา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 07:48
    โอ้ยยยย เขามีออร่าสีชมพูฟุ้งเลย ฮื้อออ
    เหมือนคำสาปที่ไม่มีคู่ไหนได้พักทั้งนั้นแม้วันพักผ่อนเลย5555
    #347
    1
    • #347-1 Luchia(จากตอนที่ 15)
      2 พฤษภาคม 2561 / 10:50
      จริงค่ะ ไม่เคยมีคู่ไหนพักร้อนแบบสบายๆ สงสารรร
      #347-1
  15. #346 Namez_Defjeffb (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 07:45
    งานหนักมาก​ ถาโถมเข้ามาไม่หยุดเลย​ สู้ๆนะสาม+ลูก้า
    #346
    0
  16. #345 Atk. S. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 07:16
    นี่มันเซโครป่าวเนี้ยไปไหนมีแต่เรื่อง555
    #345
    0
  17. #344 sci-ch (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 06:16
    นี่ยังไม่ได้พักกันเลยนะคะเนี่ย55555
    #344
    0
  18. #343 ยัยหัวหยอง (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 23:49

    ไดโนเสาร์ของหน่วยเซโครรึเปล่าน้า

    #343
    0
  19. #342 pcard (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 23:46
    ชอบสามตอนเขินลูก้า ไปไม่เป็นเลย 555++ เมื่อไหร่จะยอมรับใจตัวเองน้ออออ
    ฉากบู้จะมาแล้ว ปูเสื่อรอค่า ~^^
    #342
    0
  20. #341 SOUL (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 23:04
    ตื่นเต้นนน รอฉากบู๊รัวๆ
    #341
    0
  21. #340 Haywood (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 21:57
    ยังสนุกเหมือนค่ะเคย โอ๊ย555 เมื่อไหร่จะได้พักกันเนี่ยย555 แล้วเมื่อไหร่สามจะยอมรับบ หน้าแดงแป๊ดแถมหึงเขาอีกนั่น
    #340
    0
  22. #339 Lalaland332221 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 21:43
    รอออออออ
    #339
    0
  23. #338 Ampchom Chomphoonut (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 21:42

    โอ๊ยงานเข้ารัวๆๆ

    #338
    0
  24. #337 ramanya78979 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 21:03
    ทำไมทำกับเราแบบนี้ฮืออออไดโนเสาร์ตัวไหน? จะมาดีหรือร้ายน้อ
    #337
    0
  25. #336 Yamabuki no Ryoki (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 20:59
    น่ารักน่าลูบจริงๆนะ แต่มันดุเกิ๊น (ฉลามเสืออ่ะนะ)
    #336
    0