-จบ-◈Jurassic Foster◈ กลายพันธุ์รัก ใต้ธารา

ตอนที่ 10 : ◈ธาราที่9◈

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,523
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 330 ครั้ง
    4 มี.ค. 61

◈ธาราที่9◈




“เสร็จสักที!”เสียงตะโกนของพี่พลดังขึ้นพร้อมกับทิ้งตัวนั่งพักบนเก้าอี้ด้านข้างแรงๆ 


ตอนนี้ภายในห้องทดลองกำลังเพาะพันธ์ยีนของเต่าแม่น้ำแมรี่อยู่ อาจดูแปลกที่ศูนย์วิจัยสัตว์ทะเลมานั่งเพาะพันธุ์เต่าน้ำจืด...เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเนื่องจากเต่าแม่น้ำแม่รี่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เนื่องจากถูกมนุษย์นำมาเลี้ยงกันเป็นจำนวนมาก


เต่าแม่น้ำแมรี่เป็นเต่าที่มีเอกลักษณ์พิเศษคือมีสาหร่ายขึ้นตามหัวคล้ายกับทรงผมแนวๆสักทรง อีกทั้งยังมีรูปร่างน่ารักเหมาะแก่การนำไปเลี้ยงเป็นที่สุด


การทดลองนี่เป็นการเพาะพันธ์รอบที่สอง รอบแรกได้เสร็จไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว


อย่างที่บอกว่าที่นี่เป็นศูนย์วิจัยสัตว์ทะเลเลยไม่สถานที่ที่เหมาะแก่เพาะพันธ์สัตว์น้ำจืดนั้น ถ้าเป็นแค่ช่วงแรกๆที่ตัวเล็กก็ไม่มีปัญหาแต่ถ้าเลยสามเดือนขึ้นไปพื้นที่จะไม่เพียงพอ ดังนั้นเลยมีการติดต่อไปยังศูนย์สัตว์น้ำจืดให้รับเต่าแม่น้ำแม่รี่ไปเลี้ยงดูต่อ


ส่วนสาเหตุที่ไม่ให้ทางศูนย์วิจัยสัตว์น้ำจืดเป็นคนเพาะพันธ์ก็ด้วยเหตุผลง่ายๆคือเทคโนโลยีและความรู้ที่มีมันต่างกัน ที่นี่มีประธานทั้งสามคนคอยให้งบและสั่งงานมาตลอดทำให้พวกเรามีเทคโนโลยีอันล้ำสมัยรวมทั้งยังได้พัฒนาความรู้จากการทำทดลองสม่ำเสมอด้วย


“ยังไม่เสร็จสักหน่อย...เราต้องเอาไข่พวกนี้ไปไว้ในรังอีก”ผมหันไปบอกพี่พล


“ให้วุธไปทำละกัน”


“อย่ามาโยนให้ผมสิ...ผมเป็นคนทำความสะอาดไข่พวกนี้แล้วนะ”วุธที่กำลังทำความสะอาดไข่ทีละฟองหันมาบ่น


“ไหนๆก็ทำความสะอาดแล้วเอาไปวางด้วยคงไม่เสียเวลาเท่าไหร่หรอกมั้ง”พี่พลยังคงแหย่วุธต่อ


“หัวหน้าครับพี่พลใช้งานผม”สุดท้ายเมื่อเถียงไม่ได้ก็หันมาขอความช่วยเหลือจากผม


อ่า...เขาว่าคนที่จบด็อกเตอร์มักไม่เต็ม 


ผมว่ามันจริงนะ


ขนาดตัวผมเองยังไม่ค่อยจะเต็มเลย


“เอาน่า...เดี๋ยวผมเอาไข่ไปใส่รังให้เอง”ผมบอกกับทั้งคู่เบาๆก่อนจะชะโงกไปดูรายงานสรุปผลบนโต๊ะที่กำลังถูกเขียนโดยรองหัวหน้าฝ่ายวิจัยและดูแลสัตว์น้ำอย่างยุ


“...การนำตัวอ่อนไปใส่ไว้ในไข่ซึ่งทำเลียนแบบไข่เต่าจริงๆนั้นส่งผลให้การคงอุณหภูมิคงที่ เต่าแม่น้ำแมรี่จึงฟักออกมาได้อย่างแข็งแรงและ...ปลอด...ภัย...”


ตุบ


ทันทีที่ตัวอักษรสุดท้ายเขียนเสร็จยุก็ฟุบหัวลงกับโต๊ะทันที เสียงกรนเบาๆนั้นเรียกรอยยิ้มจากพวกเราทุกคนได้ ผมเองก็เดินเข้าไปตบไหล่ยุเบาๆเป็นการขอบคุณ


การเขียนสรุปส่วนมากจะให้ผมไม่ก็ยุเป็นคนทำ ครั้งนี้ผมก็บอกแล้วว่าเดี๋ยวทำให้แต่ยุบอกว่าลายมือผมแย่กว่าไก่เขี่ยเลยจัดการทำให้แทน


ผมว่าตัวเองก็ไม่ได้เขียนแย่ขนาดนั้นนะ


เขาเรียกว่าลายมือของด็อกเตอร์


“พี่พลอีกสักพักปลุกยุแล้วพากลับไปนอนห้องด้วยนะ”ผมสั่งพี่พล


“ครับด็อกเตอร์”


“ส่วนวุธเอารายงานนี่ไปส่งที”รายงานหนาประมาณ500หน้ากระดาษถูกส่งไปให้วุธที่ยืนอยู่


“ได้ครับ”


“งั้นเลิกได้...ขอบคุณที่เหนื่อย”ผมปบมือหนึ่งครั้งให้ทุกคนมีสติกลับมา ผมรู้ว่าทุกคนต่างเหนื่อยจากการทดลองหลายวันติดหลังจกนี้เลยให้พักได้ตามสบายจนกว่าจะมีงานใหม่มา


“หัวหน้าคะ”


“มีอะไรฟ้า”ฟ้าหนึ่งในผู้ช่วยของผมโผล่หน้าออกมาจาทางประตูด้วยขอบตาหมีแพนด้า


“ลูก้ามาถึงแล้วค่ะ”


“งั้นเหรอ ขอบคุณที่มาบอก...แยกย้ายๆ”ผมบอกพร้อมตะโกนเสียงดังอีกรอบ


ขืนปล่อยไว้ได้สลบกันที่นี่แน่


อย่างน้อยท่าจะนอนก็ไปนอนให้ห้องนอนดีกว่านะ


ออกไปยังห้องด้านหน้าก็เจอกับลูก้ายืนกอดอกรออยู่ด้วยใบหน้าไม่พอใจนัก สาเหตุของเรื่องนั้นคงมาจากกระดาษในมือของลูก้านั่นแหละ


“สาม”


“ทำเสียงแบบนั้นโกรธอะไรล่ะ”


“สามไม่ยอมรอผม”อีกฝ่ายพูดเสียงแข็ง ไม่รอที่ว่าคงหมายถึงเมื่อเช้าที่ผมแอบออกมาก่อนระหว่างที่ลูก้ากำลังแช่น้ำแน่ๆ


“โทษที แต่ผมเขียนโน้ตแปะไว้แล้วนี่ว่าให้มาที่ห้องวิจัยน่ะ”ผมบอกออกไปตามตรง โน้ตนั่นผมแปะไว้หน้าประตูห้องน้ำเพื่อจะได้มองเห็นง่ายๆ


“โน้ตลายมือไก่เขี่ยเนี่ยนะ”พูดจบลูก้าก็ชูกระโน้ตที่ว่าขึ้นมาให้ผมดู


“ใช่...ลายมือผมเอง”เขียนสวยใช่ไหมล่ะ


นั่นคัดลายมือเลยนะ


“ผมเสียเวลาแกะข้อความอยู่ค่อนชั่วโมงกว่าจะรู้ว่าเขียนอะไรไว้”


“เว่อแล้ว ลายมือผมไม่ได้แย่ขนาดนั้น”


“แย่กว่านั้นต่างหาก...ให้ผมดมกลิ่นตามหาสามยังไงง่ายกว่าแกะลายมือนี่เลย”ลูก้าบ่น


“มันเรียกว่าลายมือด็อกเตอร์”ผมพยายามเข้าข้างตัวเองจนถึงที่สุด


“...”ความเงียบกับสายตาเอือมที่ส่งมานั่นทำให้ผมถอนหายใจยาวออกมา


“ขอโทษที่ลายมืออ่านยากนะลูก้า”


“ตะโกนบอกผมแต่แรกก็จบแล้ว”


“ใครจะคิดว่าจะอ่านไม่ออกล่ะ”


“จะโทษว่าผมผิดที่อ่านลายมือไก่เขี่ยไม่ออกสินะ”


“ลูก้า”มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นเหอะ


“เอ่อ...ขอโทษที่ขัดจังหวะนะหัวหน้า ผมวางไข่ไว้ตรงนี้นะครับ”วุธส่งเสียงเรียกเล็กน้อยพร้อมกับวางกล่องขนาดใหญ่2ใบที่ภายในมีไข่ของเต่าแม่น้ำแมรี่ใส่ไว้อยู่


“ไข่อะไร”ลูก้าเดินเข้าไปมองไข่นั่นอย่างสนใจ


“เฮ้อ...นั่นไข่ของเต่าแม่น้ำแมรี่”ดีที่วุธเข้ามาขัดไม่งั้นคงได้เถียงด้วยเรื่องไร้สาระไปอีกนานแน่


“จะเอาไปไหนน่ะ”ลูก้าถามต่อ


“เอาไปฟักในรั่งน่ะ...ลูก้ามาถึงก็ดีช่วยยกคนละกล่องเลย”สองกล่องผมคนเดียวคงไม่ไหว


“ผมยกสองกล่องก็ได้นะ”


“รู้ว่ามีแรงแต่ไม่ต้องขนาดนั้นหรอก ช่วยๆกันดีกว่า”


“สามยกขึ้นด้วยเหรอ”


ฉึก


คำพูดนั่นเหมือนเป็นลูกศรที่พุ่งเข้ามาเสียบร่างกายจนพรุนไปหมด พูดแบบนี้จะบอกว่าผมตัวเล็กเลยไม่มีแรงยกสินะ


จะดูถูกกันมากเกินไปแล้ว


“แค่นี้สบายมาก”ผมกลั้นใจยกกล่องนั่นขึ้นเดินไปตามทางโดยมีลูก้ายกอีกกล่องตามหลังมา


“แน่ใจนะว่าไหว”


“ไหวน่า”


“หน้าแดงแล้วนะ”


“เพราะอากาศร้อนหรอก”


“ไม่ไหวก็บอกนะ”


“อืม...นี่ลูก้า พวกเรานี่เถียงกันบ่อยเนอะ”ผมพูดลอยๆระหว่างเดินเข้าไปยังสถานที่เพาะพันธ์เต่าแม่น้ำแมรี่ที่ถูกสร้างขึ้นโดยเฉพาะเมื่อหลายเดือนก่อน


“ทุกวันเลยมั้ง”ลูก้าตอบกลับมา


“เถียงกันขนาดนี้เคยคิดไม่อยากยุ่งกับผมแล้วไหม”การที่เถียงกันทุกวันไม่ว่าใครก็คงคิดแบบนั้นบ้างแหละ


“ไม่นี่...การเถียงกับสามก็สนุกดี สามคิดแบบนั้นเหรอที่ว่าไม่อยากยุ่งกับผมแล้วน่ะ”


“ผมก็ไม่คิดเหมือนกัน”ผมหันไปตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ น่าแปลกที่ถึงจะเถียงหรือทะเลาะกันแค่ไหนก็ไม่รู้สึกเกลียดกันจริงๆสักครั้ง


“แล้วจะถามทำไม”


“แค่อยากรู้ว่าลูก้าคิดยังไง...”เสียงของผมขาดหายไปเมื่อเห็นกลุ่มชายประมาณ6-10คนเดินผ่านไปโดยมีกล่องใส่เต่าแม่น้ำแมรี่อยู่ข้างใน


คนของศูนย์วิจัยสัตว์น้ำจืดสินะ


แต่มีอะไรแปลกๆ


อะไรล่ะ


“สาม”ลูก้าเรียกเสียงเบาพลางมองไปไล่หลังกลุ่มคนเหล่านั้นไป


“รู้สึกอะไรไหมลูก้า”หรือว่ามีแค่ผมที่รู้สึกไปเองคนเดียว


“พวกนั้นเป็นใคร”


“เอาเต่าแม่น้ำแมรี่ไปด้วยแบบนั้นอาจเป็นคนของศูนย์วิจัยสัตว์น้ำจืด”


“น้ำจืดหมายถึงน้ำเปล่า?”


“ประมาณนั้น พวกแม่น้ำหรือน้ำตกน่ะ”


“ที่นั่นไม่ได้แค่สัตว์น้ำสินะ”


“ศูนย์วิจัยสัตว์น้ำจืดก็เป็นเหมือนที่นี่เพียงแต่ส่วนมากจะเป็นสัตว์น้ำจืด อาจมีพวกสัตว์ทะเลบ้างแต่ก็ไม่เยอะ”


“แล้วถ้าไม่ใช่สัตว์ทะเลล่ะ”


“หมายความว่าไง”คำถามของลูก้าทำให้ผมขมวดคิ้วแน่น


“คนพวกนั้นมีกลิ่นของสัตว์บก...ไม่ใช่แค่ชนิดเดียวด้วย”ระหว่างตอบลูก้าก็หรี่ตาลงราวกับกำลังสังเกตกลุ่มคนเหล่านั้น


“สัตว์บกเหรอ... ที่นั่นอาจจะมีสัตว์บกอยู่ด้วยก็ได้”ผมพยายามแก้ต่างทั้งที่ใจกลับรู้สึกสงสัยมากกว่าเดิม


“สามเองก็รู้สึกแปลกๆสินะ”


“อืม...แต่แค่รู้สึกก็ไม่ควรไปทำให้เรื่องราวใหญ่โต”


“ทำไมเรื่องจะใหญ่โตล่ะ”


“ถ้าที่ลูก้าพูดมาจริงสิ่งที่คิดได้ก็คงมีไม่กี่อย่าง แน่นอนว่าถ้าคิดผิดพวกเราเองที่จะแย่”


“งั้นจะทำยังไง”


“เอาไข่พวกนี้ไปไว้รังก่อนแล้วผมจะติดต่อกับศูนย์วิจัยสัตว์น้ำจืดเอง”ขืนปล่อยไว้คงคาใจจนไม่เป็นอันทำอะไรพอดี


“อืม”ลูก้าพยักหน้าเบาๆก่อนที่พวกเราจะตรงไปยังบ่อที่จำลองสถานที่ออกไข่ของเต่าแม่น้ำแมรี่ไว้ 


บ่อที่มีเต่าอายุประมาณ2เดือนเศษอยู่ตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียว ไข่หลักร้อยฟองถูกวางลงใต้ดินออกชื้นเล็กน้อยก่อนจะอาดินกลบไว้ เครื่องวัดอุณหภูมิถูกใช้วัดดูว่าอุณหภูมิภายในรังเป็นยังไง


“อุณหภูมิโอเคแล้ว”ผมลุกขึ้นแล้วเดินออกจากพื้นที่แฉะนี่ไปหาลูก้าที่ยืนรออยู่ข้างนอก


“สาม”


“อืม...กำลังจะโทรไป”พยักหน้าเสร็จผมก็ต่อไปยังศูนย์วิจัยสัตว์น้ำจืด ทันทีที่ปลายสายรับผมก็รีบสอบถามข้อมูลกับทางนั้น


(ทางเราส่งคนไปประมาณ10คนนะคะ คิดว่าการขนย้ายเต่าจำนวนมากคงต้องใช้คนเยอะหน่อย)ปลายสายตอบกลับมา


“ส่งคนมาวันนี้ใช่ไหมครับ”ผมถามต่อ


(ใช่ค่ะ...น่าจะไปถึงแล้วนะคะ)


“เข้าใจแล้วครับ...ขอบคุณมาก”


“เป็นยังไงสาม”


“คนพวกนั้นเหมือนจะเป็นคนของศูนย์วิจัยจริงๆ”


“งั้นเหรอ...ก็ดี...สาม”อยู่ๆลูก้าก็หันควับไปยังทางเดินด้วยท่าทางระแวดระวัง


“มีอะไร”


“มีกลุ่มคนกำลังเดินมา”


“กลุ่มคน?...ใคร”จะมีใครมานี่อีกกัน


“ผมก็ไม่รู้”


ไม่นานกลุ่มคนเหล่านั้นก็ปรากฏตัวขึ้น เสื้อผ้าสีเทากับตราสัญลักษณ์บนเสื้อนั้นทำเอาดวงตาสีน้ำตาลของผมเบิกกว้างขึ้น


“บ้าน่า...สัญลักษณ์นั่นมัน...”


“สาม...คนพวกนั้นมีกลิ่นของสัตว์น้ำจืด”


“ผมรู้แล้ว...นี่มันบ้าชัดๆ”จะไม่ให้มีกลิ่นได้ยังไงในเมื่อคนพวกนี้เป็นคนของศูนย์วิจัยสัตว์น้ำจืดตัวจริง


ก็ว่าอยู่ว่าอะไรที่ทำให้รู้สึกแปลกๆ


ถึงเสื้อของกลุ่มก่อนหน้านี้จะเป็นสีเดียวกันแต่ไม่มีสัญลักษณ์บนเสื้อ มีแค่สกีนด้านหลังเท่านั้น


“ขอโทษนะครับ...พวกเรามาจากศูนย์วิจัยสัตว์น้ำจืดเพื่อรับเต่าแม่น้ำแม่รี่ตามที่แจ้งไว้”หนึ่งในกลุ่มเดินมาบอกผมอย่างมีมารยาท


“คงต้องให้พวกคุณกลับไปก่อนแล้วล่ะครับ”


“ทำไมครับ”


“พอดีเต่าแม่น้ำแมรี่ถูกขโมยไปน่ะ”


“ว่าไงนะ”ทั้งกลุ่มพากันตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่ผมพูด


“พวกเราขอตัว...ลูก้า”


“อืม”


ผมกับลูก้าพากันวิ่งออกมาโดยมือข้างหนึ่งก็ยกโทรศัพท์ต่อสายไปหาหัวหน้าฝ่ายภาคสนามซึ่งเป็นเหมือนพื่อนสนิทของผมเอง


“ปาย...เกิดเรื่องแล้ว”


(อะไรกัน...นานๆจะโทรมามีแต่เรื่องรึไง)ปลายสายตอบกลับ


“นี่เรื่องด่วน...มีคนเข้ามาขโมยเต่าแม่น้ำแมรี่ไป และคาดว่าคนพวกนั้นจะเป็นพวกลักลอบค้าสัตว์”


(ห๊ะ?...เกิดอะไรขึ้น เล่ามาดีๆหน่อย)


“ไม่มีเวลาเล่าแล้ว ไปเช็คกล้องวงจรตรงลานจอดรถเมื่อ15นาทีก่อนที คนร้ายเป็นกลุ่มคนประมาณ10คนใส่เสื้อสีเทา น่าจะขับรถตู้เข้ามา ถ้าได้ข้อมูลแล้วติดต่อกลับมาด้วย”


(เข้าใจแล้ว)


“สามเราจะเอายังไง”ลูก้าถามเมื่อเราวิ่งมาถึงลานจอดรถที่คาดว่าพวกนั้นจะเอารถมาจอดไว้ที่นี่


“นั่นสิ เราไม่รู้ว่าพวกนั้นกำลังจะไปที่ไหน ขืนตามไปมั่วก็ไม่ได้อะไร”


คิดสิคิด


นี่ถือเป็นความผิดของผมที่ไม่เชื่อในความรู้สึกของตัวเองตั้งแต่ตอนนั้น


ถ้าตอนนั้นผมเลือกที่จะเดินเข้าไปถามเรื่องคงไม่จบแบบนี้


“งั้นถ้ารู้ว่าไปทางไหนก็จะตามไปได้สินะ”ลูก้าพูดขึ้นพร้อมกับเดินลงไปยังลาดจอดรถ


“ที่พูดหมายความว่าไงลูก้า”


“รถของพวกนั้นจอดอยู่นี่ มีกลิ่นสัตว์ลอยคลุ้งอยู่ กลิ่นขนาดนี้ผมตามไปได้”ลูก้าหันมาบอกด้วยแววตาจริงจัง


“ถ้าลูก้าตามได้ เราก็ไปกัน...รถใหญ่กว่าจะตามทันคงใช้เวลา งั้นเอามอเตอร์ไซค์ละกัน”


“มอเตอร์ไซค์?”


“ไม่เคยขึ้นมอเตอร์ไซค์เหรอลูก้า”


“ไม่เคย”


“เดี๋ยวจะให้ลองประสบการณ์ใหม่”ถ้าไม่เคยนั่งแปลว่าคงขับไม่เป็น ผมคงต้องเป็นคนขับแล้วให้ลูก้าซ้อนสินะ


มอเตอร์ไซค์ที่ผมไปขอยืมจากพี่พลไม่ใช่มอเตอร์ไซค์ขี่ไปตลาดแต่เป็นช็อปเปอร์สีดำล้วน ดูจากความใหม่นี่คงถอยมาได้ไม่นาน


“สามจะขับนี่”แววตาของลูก้าบ่งบอกถึงความสิ้นหวังเมื่อมองรถช็อปเปอร์สลับกับผมไปมา


“ผมขับได้น่า”


“สามเหยียบถึงเหรอ...โอ้ย...”ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายพูดจบผมก็จัดการหยิกแก้มนั่นแรงๆเป็นรางวัลที่กวนผมได้ขนาดนี้


“ผมขับได้น่า...ซ้อนท้ายเลย”ขึ้นไปนั่งเสร็จก็บอกลูก้าให้ขึ้นมาบ้าง


“ให้ผมขับไหม”


“พูดเหมือนขับเป็นงั้นแหละ”


“ก็ไม่เป็นหรอก”


“เห็นไหมล่ะ...ขึ้นมาเร็วๆเดี๋ยวตามกลิ่นไม่ได้พอดี”ผมเร่งอีกรอบ


“ตามได้สิ”ลูก้าตอบระหว่างขึ้นซ้อนผม


“มั่นใจจังนะทั้งที่ข้างนอกมีกลิ่นอื่นปะปนตั้งเยอะ”ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นไดโนเสาร์กลายพันธุ์แต่ก็ไม่น่าจะตามกลิ่นได้ง่ายขนาดนี้


“ถ้ากลิ่นปกติคงตามไม่ได้หรอก”


“แล้วกลิ่นที่เราจะตามนี่ไม่ใช่กลิ่นปกติเหรอ”


“อืม...เราจะตามกลิ่นเลือด”


“เลือด?”


“ใช่...ออกจากประตูแล้วเลี้ยวซ้ายเลย”


“เข้าใจแล้ว นำทางเลยลูก้า”พูดจบผมก็บิดช็อปเปอร์คันสีดำออกจาศูนย์วิจัยสัตว์ทะเล


ลูก้าบอกจะตามจากกลิ่นเลือด...ถ้าเป็นกลิ่นเลือดผมค่อยหาเหตุผลได้หน่อยว่าทำไมถึงตามได้ สัตว์น้ำนักล่าอย่างฉลามหรือไดโนเสาร์มักจะมีจมูกที่สัมผัสกลิ่นเลือดได้ไกลเป็นร้อยกิโลเมตร


เพียงเลือดหยดเดียวก็สามารถจะกระจายไปทั่วทะเลได้ประสาอะไรกับเลือดที่ผ่านการเจือจางด้วยกลิ่นของสภาพแวดล้อมของมนุษย์แบบนี้ล่ะ


ในทะเลมีกลิ่นของปลากับสัตว์อยู่มากเช่นเดียวกับบนบกที่มีกลิ่นของมนุษย์กับข้าวของปะปนกันไป


ถ้าในทะเลตามได้ที่นี่ก็ต้องตามได้เหมือนกัน


“ไปทางไหนต่อ”ผมตะโกนถามเมื่อใกล้ถึงสี่แยกไฟแดง


“ซ้าย...ไปทางซ้าย”


ผมไม่ลังเลที่จะเลี้ยวตามคำพูดของลูก้าไปเรื่อยๆจนรถช็อปเปอร์ขับออกมายังถนนเลี่ยงเมือง ถนนเส้นนี้ถูทำให้สามารข้ามไปมาระหว่างจังหวัดที่อยู่ติดกันได้โดยไม่ต้องเสียเวลาติดไฟแดงเหมือนในตัวเมือง 


ถือว่าพวกนั้นทำงานมาดีสำหรับการหลบหนีแต่ก็แย่หน่อยที่มาเจอกับลูก้า ประสาทสัมผัสชั้นยอดนั่นยิ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่งแบบนี้คงหาง่ายเลยล่ะ


“สามเลี้ยวขวาแยกหน้าก็ถึงแล้ว”ลูก้าขยับหน้ามากระซิบข้างใบหู


“...เข้าใจแล้ว”ผมพยักหน้ารับคำพร้อมเลี้ยวรถไปตามทาง


“เลยแล้วนะ”ระหว่างที่ผ่านบ้านเดี่ยวสองชั้นไปลูก้าก็คว้าเอวผมมากอดไว้แน่นจนเกือบเหยียบเบรกไปแล้ว


“เราจอดตรงนั้นเลยไม่ได้มันจะดูน่าสงสัย”ผมหันไปกระซิบบอกก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปจออดในดงต้นไม้ข้างทาง


“ไปกันเถอะ”ลูก้าเตรียมจะเดินเข้าไปยังบ้านหลังนั้นทันทีถ้าผมไม่ได้คว้าแขนอีกฝ่ายไว้


“เดี๋ยวก่อน...ต้องโทรบอกปายก่อน”ผมบอกพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสาย


“ปายคือใคร?”ลูก้าขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยิน


“กิ๊กผมมั้ง”ถึงจะอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ผมก็ยังมีอารมณ์แหย่อีกฝ่ายเล่น


“กิ๊ก?...ไม่ได้นะสาม...”


(อยู่ไหนสาม)ปลายสายถามขึ้นทันทีที่รับสาย


“บ้านเดี่ยวสองชั้นที่สร้างจากไม้ในซอยของถนนเลี่ยงเมือง...เอางี้ผมจะเปิดจีพีเอส ปายตามมาเองละกัน”ผมไม่มีเวลามารออยู่หรอก ระหว่างที่คุยอยู่พวกนั้นอาจทำการเคลื่อนย้ายสัตว์ไปที่อื่นแล้วก็ได้


(คิดจะลุยเดี่ยวรึไง)


“เปล่า...มีลูก้าอยู่ด้วย”ผมบอกพลางหันไปมองลูก้าที่จ้องมา


(ลูก้า?...อ้อ คนที่ลือกันว่าเป็นลูกนายสินะ)


“ตามนั้นแหละ...แค่นี้ก่อนนะ”


(เดี๋ยวๆ)


“มีอะไรอีก”นี่ผมกำลังรีบนะ


(คงไม่ลืมนะว่าฉันเป็นคนของฝ่ายควบคุม)


“รู้น่า...แล้วยังไง”


(คนของฝ่ายควบคุมนอกจากจะมีหน้าที่จัดการกับปัญหาของสัตว์แล้วเรายังมีหน้าที่จัดการกับอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับศูนย์วิจัยด้วย)


“เรื่องนั้นผมรู้ เข้าเรื่องสักที”จะสาธยายเรื่องหน้าที่อีกนานไหม 


(ที่จะพูดคือ เหลือพวกนั้นให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานบ้าง)


“หึ...ก็มาให้ทันสิ”ผมหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะวางสายไป


คำพูดของปายเหมือนจะบอกว่าผมสามารถจัดการคนพวกนั้นได้ตามลำพังงั้นแหละ


แน่นอนว่าผมคนเดียวทำไม่ได้แต่ถ้ามีลูก้า...


มันก็ไม่แน่


“ลูก้า...นายต่อสู้เป็นไหม”ผมหันไปถามตามตรง


“เป็นสิ...เก่งด้วย”


“แล้วถ้าเทียบกับพวกที่เราจะไปเจอล่ะ”


“สบายมาก”คำพูดพร้อมรอยยิ้มนั่นทำให้ผมยกยิ้มตาม


“งั้นก็ไปกัน”


“ความจริงให้ผมเข้าไปจัดการคนเดียวก็ได้นะ”ลูก้าบอกระหว่างที่เราเดินผ่ากลุ่มต้นไม้ไปยังบ้านเดี่ยวสองชั้นตรงหน้า


“ไม่ใช่ว่าคู่หูต้องทำงานด้วยกันเหรอ”ผมหันไปถาม


“ก็ใช่อยู่...แต่สามดู...อ่อนแอ”คำสุดท้ายถูกเอ่ยด้วยเสียงอันเบาแต่ก็ไม่อาจเล็ดรอดหูผมไปได้


“ลองดูด้วยตาของนายเองเถอะลูก้าว่าผมอ่อนแออย่างที่พูดรึเปล่า”


จากนั้นพวกเราก็หยุดคุยเมื่อมาถึงริมรั้วไม้ที่มีสายเหล็กเส้นเล็กๆขึงไปตามแนวรั้ว ไม่ต้องลองแตะก็รู้ได้ว่าสายพวกนั้นมีไฟฟ้าไหลผ่านอยู่


“เล่นของอันตรายซะด้วย”มาโดยไม่ได้เตรียมอุปกรณ์อะไรไว้ถือว่าพลาดมาก


วันนี้เหมือนผมจะพลาดตั้งแต่ปล่อยพวกนั้นให้กลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว


“รั้วนี่...อันตราย”


“รู้ด้วย?”ผมหันไปถามอย่างสนใจ


“อืม...ความรู้สึกมันบอกว่าอันตราย”


“เหมือนความรู้สึกนายจะเชื่อถือได้นะ”


“เชื่อได้สิโดยเฉพาะกับอะไรที่อันตราย”


“เราต้องหาทางเข้าไปข้างใน...นั่นไหวไหม”ผมถามลูก้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านข้าง


เพียงแค่ประโยคเดียวลูก้าก็สามารถเข้าใจสิ่งที่ผมต้องการจะสื่อได้อย่างรวดเร็ว


“ผมน่ะไหวแต่สาม...”


“งั้นก็ไปกันเถอะ”ผมไม่อยากฟังคำที่บอกว่าผมทำไม่ได้หรอกนะ


หนทางที่ผมคิดก็ง่ายๆ ถ้ามีรั้วกั้นไม่ให้เข้าไปก็กระโดดข้ามไปก็จบแล้ว


“ไม่มีคนอยู่แถวนี้ กระโดดกันเลย”เมื่อเราขึ้นไปบนต้นไม้ได้ลูก้าก็มองไปยังบ้านหลังนั้นเพื่อดูว่ามีคนอยู่แถวนั้นไหม คำตอบนั้นดังขึ้นพร้อมกับลูก้าที่กระโดดลงไปด้วยท่าทางสบายๆ


ท่าทางแบบนั้นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอะไรถ้าอีกฝ่ายไม่หันกลับมาแล้วกางวงแขนอ้าออกราวกับจะบอกให้ผมกระโดดลงไปตรงนั้นได้เลย ผมสัมผัสได้ถึงคิ้วตัวเองที่กระตุกอย่างไม่พอใจก่อนจะกะจังหวะแล้วกระโดดลงพื้นห่างจากแขนที่ลูก้ากางรอไว้พอสมควร


“อย่ามองว่าผมอ่อนแอลูก้า”ผมเดินไปบอกอีกฝ่ายเบาๆแล้ววิ่งเข้าไปหลบยังมุมหนึ่งของบ้านบริเวณใต้หน้าต่างที่ปิดสนิทอยู่


“สามจะบอกว่าตัวเองเก่งเหรอ”


“เก่งกว่าที่ลูก้าคิดละกัน”ไม่รู้หรอกว่าในความคิดลูก้าผมเป็นยังแต่รับรองเลยว่าถ้าเห็นต้องมองผมใหม่แน่


“ต่อไปจะทำยังไง”


“พวกนั้นอยู่ไหนกันบ้าง”


“แป๊บนึง...มีอยู่ในบ้านประมาณ6คนกับสวนด้านหลังอีก4...ตรงสวนด้านหลังได้กลิ่นสัตว์ด้วย พวกสัตว์น่าจะอยู่บนรถ”


“ในบ้านไม่มีกลิ่นสัตว์เลยเหรอ”


“มี...แต่ไม่ใช่สัตว์ที่มีชีวิตนะ”คำตอบของลูก้าทำให้ผมนิ่งไป


“...นี่พวกนั้น...”ฆ่างั้นเหรอ


“ให้ผมจัดการพวกด้านในไหม”นิ่งไปสักพักลูก้าก็พูดขึ้น


“งั้นผมจะจัดการด้านนอกละกัน”ผมพูดต่อ


“มันอันตรายนะ ตั้ง4คน”


“ของลูก้าตั้ง6คนนี่”


“ผมน่ะไม่เป็นไรหรอกแต่...”


“ผมก็ไม่เป็นไรลูก้า”ดวงตาสีน้ำตาลของผมหันไปสบกับดวงตาสีเงินอย่างจริงจัง


ผมอยากให้เขาเชื่อในตัวผม


เชื่อว่าผมจะไม่เป็นไร


“...เข้าใจแล้ว แต่เราควรจะช่วยกันดีกว่าไหม”


“หมายถึงให้จัดการทีละที่น่ะเหรอ”


“อืม”


“เข้าท่านะ”ถ้าช่วยกันจัดการน่าจะมีความปลอดภัยมากกว่า


“เริ่มจากข้างนอก”


“ดูเหมือนปีกว่าที่ไม่เจอกันจะเรียนรู้หลายอย่างเลยนะ”ทั้งการคิดและวิเคราะห์ลูก้าต่างทำได้ดีจนน่าตกใจ


“เซโครกับยูทาร์สอนการต่อสู้และการวิเคราะห์สถานการณ์ให้”


“เรียกชื่อตรงๆเลยเหรอ ไม่ดีนะ”


“พวกเขาบอกว่าไม่เป็นไรถ้าจะเรียก”


“งั้นก็ตามใจ”


“ผมไม่ควรเรียกแบบนั้น?”


“ก็ไม่เชิงหรอก แค่คิดว่าอย่างน้อยน่าจะเติมคุณนำหน้าหน่อยน่ะ”ผมบอกไปตามที่คิด


“เข้าใจแล้ว ครั้งหน้าจะเรียกตามที่สามบอก”


“จะทำตามที่ผมบอกจริงเหรอ”


“อืม...ถ้าเป็นสิ่งที่สามพูดผมจะเชื่อ”


“ถ้าชมว่าเด็กดีคงจะไม่ชอบสินะ”ผมพึมพำพร้อมรอยยิ้ม


“ผมโตแล้วนี่”


“ถึงจะโตแล้วก็ยังใช้ได้นะ...เด็กดีลูก้า”ผมบอกเสียงเบาก่อนจะเอื้อมมือไปลูบใบหน้านั้นอย่างอ่อนโยน การกระทำผมทำเอาดวงตาสีเงินเบิกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะค่อยปิดลง


“...สาม”


“เอาล่ะ ไปจัดการให้เสร็จแล้วกลับไปกินข้าวเที่ยงกันดีกว่า”ถึงเวลาจะเลยเที่ยงไปมากแล้วก็ตามที


“อืม”


จากนั้นผมก็ขยับตัวไปตามผนังจนมาหยุดอยู่ในมุมที่สามารถมองเห็นกลุ่มคนสี่คนที่ยืนเฝ้ารถตู้อยู่ได้ถนัดตา โดยสี่คนนั้นกระจายกันเฝ้ารอบตัวรถ ดูจากรูปร่างทั้งสี่คนล้วนตัวใหญ่กว่าผม


แต่ถ้าแค่ตัวใหญ่กว่าแล้วกลัวก็ไม่ใช่ผมสิ


“ลูก้า”


พุบ


ทันทีที่เรียกลูก้าก็พุ่งตัวไปยังคนแรกที่อยู่ใกล้สุด ชกเพียงแค่ครั้งเดียวอีกฝ่ายก็ทรุดตัวลงโดยไม่มีเสียงเล็ดรอดอย่างที่คิดไว้ ผมเองก็อาศัยจังหวะนั้นวิ่งตามลูก้าไปก่อนที่พวกเราจะแยกกันไปคนละทาง ลูก้าไปจัดการทางหัวรถส่วนผมไปจัดการตรงท้ายรถ


ผมแอบมองอีกหนึ่งให้คนลักลอบค้าสัตว์ที่สูบบุหรี่ด้วยท่าทางสบายๆก่อนจะตัดสินใจค่อยๆก้าวเข้าไปใช้มือปิดปากอีกฝ่ายจากด้านหลังพร้อมกับเตะไปยังข้อพับขาด้านหลังอย่างแรงจนอีกฝ่ายทรุดลงไป


เพียงแค่นั้นยังไม่พอผมเลยจัดการสับไปยังบริเวณเส้นประสาทหลังต้นคอ ร่างขนาดใหญ่ทรุดลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังขึ้นเล็กน้อย


แย่ล่ะ


แบบนี้คนที่เหลือต้องตามมา


“เกิดอะไร...เฮ้ย...อั๊ก...”ผมไม่รอให้อีกฝ่ายได้ส่งเสียงจัดการเตะสูงเข้าใบหน้านั่นอย่างจัง ร่างนั้นเซหงายหลังลงไปผมเองก็พยายามจะเอื้อมมือไปคว้าไว้แต่ไม่ทัน ทว่าลูก้าที่ตามมากลับรับร่างนั้นไว้ได้ทันพอดี


“เฮ้อ...ขอบคุณลูก้า”ผมเอ่ยขอบคุณ


ไม่ค่อยชอบเลยแฮะการทำอะไรเสียงเบานี่


“จัดการได้ง่ายๆเลย”ลูก้าพึมพำโดยที่สายตาจับจ้องไปยังร่างสองร่างที่ถูกจัดการโดยฝีมือผม


“ลูก้าจัดการได้ง่ายกว่าอีก...ไปต่อกัน”


“ได้”


ประตูด้านหลังตัวบ้านถูกผมกับลูก้าแยกกันอยู่คนละฝั่งก่อนที่ผมจะเป็นฝ่ายเคาะประตูสองสามครั้งให้คนข้างในได้ยิน


แกร็ก


“มีอะไร...เฮ้ย...”


ผั๊วะ


ไม่ต้องรอให้พูดจบผมก็จัดการเข่าลอยใส่ท้องชายผิวคล้ำตรงหน้าทีเดียวทรุดตัวลงไปกองกับพื้น พวกที่เหลือด้านในอีก5คนต่างลุกขึ้นเตรียมพร้อมชักอาวุธปืนแต่ด้วยความเร็วของลูก้าสามารถเข้าไปปัดปืนที่อยู่ใกล้ที่สุดจนตกลงพื้นได้โดยอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว


ปัง  ปัง


เสียงปืนของคนที่เหลือดังขึ้นติดๆกัน เป้าหมายของอีก4คนที่เหลือตอนนี้คือลูก้า ผมเลยจัดการดึงปืนบริเวณเอวขอองชายบนพื้นขึ้นมาปลดเซฟตี้แล้วเล็งเป้าไป


ปัง  ปัง  ปัง  ปัง


เคร้ง


“เฮ้ย”


เสียงปืน4นัดดังขึ้นตามมาด้วยเสียงกระบอกปืนที่ตกลงพื้นในเวลาไล่เลี่ยกัน สิ่งที่ผมเล็งไม่ใช่คนแต่เป็นกระบอกปืนที่พวกเขาถืออยู่ทั้ง4กระบอก


“ลูก้า”


“ได้”


ทั้งผมและลูก้าต่างพุ่งเข้าไปจัดการพวกที่เหลือ ไม่กี่นาทีต่อจากนั้นทุกอย่างก็เสร็จสิ้น ภายในบ้านหลังนี้เต็มไปด้วยชิ้นส่วนของสัตว์ที่ถูกชำแหละแยกไว้เป็นส่วน


มองแล้วรู้สึกอยากอาเจียนจริงๆ


“สามมีคน...”


แกร็ก


“เฮ้อ...เหมือนฉันจะบอกแล้วนะว่าให้เหลือไว้บ้าง แบบนี้พวกเราจะมาทำไมล่ะ”เสียงจากประตูทางเข้าดังขึ้นพร้อมกับกลุ่มคนจากฝ่ายควบคุมวิ่งเข้ามาภายใน ส่วนคนที่ยืนทำหน้าเอือมมองดูสภาพของผู้ร้ายนอนแน่นิ่งนั่นคือหัวหน้าหรือปายนั่นเอง


“อยากมาช้าเองทำไมล่ะปาย”ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงในการมาแบบนี้มันจะช้าไปแล้ว


“นี่เร็วที่สุดแล้ว...รถมันติดนะรู้ไหม”ปายตอบพร้อมยกมือขึ้นเตรียมขยี้เส้นผมสีดำของผมแต่กลับถูกลูก้าที่เดินตามมาจับแขนไว้แน่น


“นายคือปาย?”น้ำเสียงที่เอ่ยถามดูจะไม่เป็นมิตรสักเท่าไหร่


“ใช่...นายคือลูก้าสินะ ฉันไม่คิดว่าตัวเองไปทำอะไรให้นายโกรธจนต้องบีบแขนฉันแน่นแบบนี้นะ”ปายเองก็ดูไม่มีทีท่ากลัวลูก้าเลยสักนิด


“เป็นกิ๊กกับสามเหรอ”


“...”คำถามนั้นทำเอาผมและปายนิ่งค้างไป


ลืมไปเลยว่าเคยแหย่ลูก้าไว้แบบนั้น


“หึ...ถ้าใช่แล้วทำไม”


“เฮ้...ปาย”พูดอะไรน่ะ


“สามเป็นของผม”


“ลูก้า...พูดอะไรน่ะ”ใครไปเป็นของนายกัน


“เหรอ...เท่าที่รู้ไม่ใช่นะเพราะสามเป็นของฉัน”


ตึง


เศษกระจกจากบานประตูที่ปายพิงอยู่แตกกระจายด้วยพละกำลังมหาศาลของลูก้าอย่างง่ายดาย สายตาของลูก้ามองปายด้วยความรู้สึกที่แม้แต่ผมก็บอกไม่ได้ว่าคืออะไร


“สามไม่ใช่ของนาย”ลูก้าเอ่ยเสียงเย็น


“ก็ไม่ใช่ของนายเหมือนกัน”ปายเองก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงโทนเดียวกัน


“เดี๋ยวก่อน...หยุดเลย ลูก้ามายืนนี่”ผมพูดแทรกพร้อมดึงแขนลูก้าให้ออกมายืนห่างปายเล็กน้อย


“สาม...”


“ลูก้า...ไม่พอใจอะไร”ผมหันไปถามตามตรง


“หมอนั่นบอกว่าสามเป็นของเขา”ลูก้าไม่ตอบแต่กลับพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจแทน


“เฮ้อ...ผมไม่ได้เป็นของใครทั้งนั้นแหละ ที่พูดว่าเป็นกิ๊กแค่แหย่นายเล่นเท่านั้นเอง”


“...ไม่ได้เป็นของหมอนั่น”


“อืม...แล้วอย่าเรียกว่าหมอนั่น เขาชื่อปายเป็นเพื่อนผม”


“ปาย...จะจำไว้”


“เรียกห้วนๆเลยเหรอ ไม่ดีมั้ง”ผมพยายามปราม


“ไม่เป็นไรสาม ให้เรียกตามที่ถนัดเถอะ”ปายดูจะไม่สนใจสรรพนามที่ใช้เรียกเท่าไหร่


“ตามใจละกัน”


“สาม...”


“อะไรลูก้า”


“ถ้าสามไม่ได้เป็นของเขา...งั้นมาเป็นของผมได้ไหม”


“...วะ...ว่าไงนะ”เสียงที่เอ่ยออกไปช่างสั่นอย่างหน้าอายจริงๆ


พูดอะไรออกมาน่ะลูก้า


นี่ผมฟังผิดไปใช่ไหม


“ผมพูดว่าสามมาเป็นของผมได้ไหม”น้ำเสียงกับดวงตาสีเงินประสานมาอย่างจริงจังจนผมถึงกับพูดอะไรไม่ออก


สิ่งเดียวที่รู้คือความร้อนจากทั่วร่างกายขึ้นมารวมกันอยู่ที่ใบหน้าจนร้อนไปหมด


และไอ้หัวใจนี่มันจะเต้นบ้าอะไรนัก!
........................................................................

มาอัพต่อแล้ววว

อาทิตย์หน้าสอบยาวทั้งอาทิตย์เลยอาจไม่ได้มาอัพเรื่องนี้นะคะ

ขอแจ้งไว้ล่วงหน้า

ใครที่อยู่ในช่วงสอบเหมือนกันก็สู้ๆ ทำข้อสอบให้ได้นะคะ

สำหรับตอนนี้เป็นการเปิดฉากการต่อสู้เล็กๆ น้อยๆ เรียกว่าเป็นออเดิฟก็ได้ค่ะ

เราแต่งไปก็รู้สึกตลก ในสายตาของลูก้าคงจะเห็นสามที่ตัวเล็กค่อนข้างอ่อนแอแต่เดี๋ยวต้องมีอึ้งกันบ้าง555

หวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับตอนนี้นะคะ

ไว้เจอกันใหม่ค่ะ

บ๊ายบาย

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪

---มุมให้ความรู้เรื่องไดโนเสาร์---

วันนี้ของเสนอเต่าที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันอย่างเต่าแม่น้ำแม่รี่นะคะ


เต่าแม่น้ำแม่รี่กับทรงผมจากธรรมชาติ เต่าแม่น้ำแม่รี่ (Mary River turtle) ตัวนี้มีความพิเศษคือมีสาหร่ายขึ้นตามตัว จนมองแล้วคล้ายมันมีทรงผมสุดเทห์อยู่บนหัว เต่าแม่น้ำแม่รี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Elusor macrurus เป็นเต่าที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำแมรี่ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ตอนนี้เป็นเต่าที่อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากถูกจับไปเป็นสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก 

เครดิต : เพจสำรวจโลก
.............................................................
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 330 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

699 ความคิดเห็น

  1. #641 แม่ม๑น้oe (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 09:58
    น้องลูก พี่เค้าห่างกับหนูหลายรอบเลยนะ 555
    #641
    0
  2. #634 SUNelf213 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 14:13
    กลางซากสัตว์เลยนะ..
    #634
    0
  3. #631 Lanarabina (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 12:40
    น้องเต่าน่ารักมากกก
    #631
    0
  4. #627 pppppppppiim (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 18:20
    ฉากบู้มาแล้วๆๆ
    #627
    0
  5. #565 mingdaya (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 09:51
    มาเป็นซะดีๆๆ
    #565
    0
  6. #555 Hummai (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 23:01
    อ่านช่วงทอล์คลงมาเรื่อยๆไม่เท่าไหร่ เลื่อนมาเจอหน้าคุณเเมรี่(?)ปุ๊ป คุณเเมรี่เปลี่ยนสายพันธุ์เลย =.,=
    #555
    0
  7. #404 mameiden (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 02:42
    โอ้ยยยยยย5555555555 เขินแทนสาม55555555
    #404
    0
  8. #306 Dia dava (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 22:57
    อุ้ยยยยย เขินนนนน
    น่ารักอะ
    #306
    0
  9. #269 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 15:57
    555น่ารักในความซื่อ / -//^//- หนูลืมเปล่า ว่าไม่ได้อยู่กัน2คน พูดสะดังเลย5555~~
    #269
    0
  10. #252 Namez_Defjeffb (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 18:25
    สู้ๆกับการสอบนะคะ​
    #252
    0
  11. #251 44784 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 12:10
    โอ้ยยยยย ทำไมน่ารักแบบนี้
    #251
    0
  12. #240 K-NaThan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 23:01
    ทำไมส่วนใหญ่ให้กำลังใจตอนสอบเสร็จแล้ว อยากจะร้องเรากำลังรอผลสอบออกอยู่ค่ะนั่งเสียวสันหลังที่บ้านอยู่ ฮืออออ อย่าทำร้ายน้อง....
    #240
    0
  13. #239 .pop (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 23:31
    ลูก้าบทจะซื่อก้ซื่อสุดๆไปเลย จะเอายังไงดีล่ะสาม55555 แค่สามเตี้ยกว่า(?)ก้ไม่ได้แปลว่าจะอ่อนแอนะลูก้าเอ้ย55555
    #239
    0
  14. #238 sci-ch (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:26
    ลูก้ารู้ไหมเนี่ยว่าพูดอะไรออกมา./ตกลงไปเลยค่ะสาม
    #238
    0
  15. #237 0933683985 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 17:05
    เขาเรียกว่าลายมือด็อกเตอร์ ลั่นค่ะ555
    #237
    0
  16. #236 ยัยหัวหยอง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 09:11
    เต่าน่ารักกกกก แต่สามน่ารักที่ซู้ดดดดเลย
    #236
    0
  17. #235 Raina. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 08:26
    รู้จักคำว่ากิ๊กซะด้วยนะลูก้า // น้องเต่าหน้าตาร็อคมาก 555
    #235
    0
  18. #234 Smuffy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 02:49
    เต่าแมรี่เท่จัง 55555
    ขำลูก้า หึงงงงงงง
    #234
    0
  19. #233 un-til_dawn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 00:57
    อยากอ่านฉากที่บู้กว่านี้ ไรท์จัดมาอีกน่าาาา ได้โปรดดเด ยังไงก็สู้ๆกับการสอบนะคะ ^^
    #233
    0
  20. #232 pcard (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 00:29
    ลูก้าาาาาาา ขอกันตรงๆ เลยเนี่ยนะ 555++
    #232
    0
  21. #231 Kon--Kon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 23:38
    เธอววว อยู่ในภารกิจจะมาหวานตอนนี้ไม่ด๊ายยยย 555
    #231
    0
  22. #230 nicepon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 22:47
    สู้ๆกับการสอบเช่นกันนะคะ ^_^
    #230
    0
  23. #229 February Asce (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 22:21
    ลูก้าไม่ได้กลับมาเล่นๆ เดินหน้ารุกเต็มตัววว
    #229
    0
  24. #228 heyboong (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 20:54
    ตอนนี้บู๊แล้วววว
    #228
    0
  25. #227 aom051 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 20:01
    สามบู๊ๆๆๆๆ
    #227
    0