ภรรยาข้าเจ้าช่างร้ายกาจยิ่งนัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 381,731 Views

  • 1,102 Comments

  • 7,347 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    96,984

    Overall
    381,731

ตอนที่ 7 : สั่งสมบารมี100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1779 ครั้ง
    18 ม.ค. 62

          พ่อบ้านเกาเก็บป้ายประจำตัว ไว้ในอกเสื้อเช่นเดิม ก่อนจะเปลี่ยนท่าทางจากชายชรา ธรรมดาผู้หนึ่ง ก่อนจะยืดตัวขึ้นเต็มความสูง น้อยคนจะรู้ความเป็นมาของพ่อบ้านเกาผู้นี้ แต่ครั้งนี้มีคนกล้ากำแหงลบลู่ นายของเขา ซ้ำดูถูกคำพูดของเขาย่อมต้องได้รับโทษ

            คนแก่เช่นเจ้าหลีกทางไปเถอะ คิดจะรวมหัวกันหลอกลวงพวกข้า

            “สรุปว่าพวกเจ้า คิดจะลงมือเช่นนั้นหรือ

            “ข้ามิอยากลงมือกับคนแก่ หลีก อ๊ะอั๊ก

            ยังพูดมิทันขาดคำ มือแกร่งของชายชราตรงหน้า ก็อยู่ที่ลำคอของคนทีกำลังพูด แรงบีบมีมากขึ้นตามความขุ่นเคือง คนที่เหลือพุ่งเข้าหาชายชรา แต่ยังมิทันได้ถึงตัว ต่างพากันกระเด็นกลับไปยังด้านหลัง เพียงแค่ชายชราชัดฝ่ามือออกไปเพียงครั้งเดียว ไป๋หลานหรี่ตาลงจ้องมอง ทุกการกระทำของพ่อบ้าน จวนสกุลหยาง มิใช่ธรรมดาเสียแล้ว คนบ้านนี้พ่อบ้านเกาก้าวช้า แต่หนักแน่นตรงเขาหา กลุ่มชายหนุ่มที่เวลานี้ได้ลุกขึ้นกันแล้ว สายตาดุดันทำให้ หลายคนก้าวถอยหลังกันเล็กน้อย ก่อนที่ทั้งหมดจะมองตากัน ส่งสัญญาณบุกเขาพร้อมๆกัน เพียงไม่กี่กระบวนท่า ทุกคนต่างนอนกระจัดกระจายตามพื้นถนน จะหนีก็อับอาย สู้ต่อก็มิอาจคงจะเจ็บตัว หรืออาจถึงตายได้เช่นกัน พวกเขามิคิดว่าเพียงพ่อบ้านชรา ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นว่าชายชราผู้นี้ มีฝีมือเก่งกาจมิใช่น้อย

            พวกท่านมีอันใดสงสัยอีกหรือ หากมีข้าจะช่วยชี้แนะ

พ่อบ้านเกาสะบัดชายเสื้อคลุม ด้วยท่าทางองอาจ มองไปยังกลุ่มที่นอนเจ็บอยู่ ด้วยสายตาเย้ยหยัน ลูกคนมีเงินมักทำอะไร มองข้ามผู้อื่นเสมอ คิดเพียงอำนาจของพ่อเป็นเป็นใหญ่ มิเกรงกลัวผู้ใด สมควรที่จะถูกสั่งสอนเสียบ้าง

            “เจ้ากล้าเหรอ รู้ไหมว่าพวกข้าเป็นใคร

            ลุงเกาพอก่อนเถอะ

            “ขอรับฮูหยินน้อย

            ไป๋หลานเอ่ยปากบอกคนของตนเบาๆ มิเช่น ผู้คนที่กำลังจ้องมองอยู่มากมาย จะหาว่าคนของนางรังแกผู้อื่นเอาได้ หากนางมิใช่ภรรยาแม่ทัพ คงจะมิห้ามปราม แต่เพราะต้องรักษาเกียรติของ ตระกูลสามีเอาไว้ ด้วยคนที่ลงมือคือคนของจวนแม่ทัพ หากคนเอาไปพูดในทางไม่ดี อย่างไรเสียคนของนางย่อมมีความผิดมากกว่า เพราะมีวิชาในการต่อสู้ ต่างจากลูกคุณหนูพวกนี้

            พี่ชายหากพวกท่านยังมิรู้ว่าตนเองเป็นใคร แล้วคนของข้าจะรู้ได้หรือ เพราะลุงเกามิใช่บิดาของพวกท่าน ถ้าอย่างไรโรงหมอน่าจะอยู่ถัดไปมิไกล พวกท่านไปรักษาตัว เพื่อว่าพวกท่านจะรู้ว่าตนเองเป็นใคร หากไม่มีค่ารักษาบอกข้ามาก็แล้วกัน ข้าจะช่วงสงเคาระห์

            “จะเจ้า ข้ามิปล่อยเรื่องนี้ไปเป็นแน่

            “แล้วแต่เถิด หากยังมิรู้ว่าข้าเป็นใคร ข้าจะบอกให้เอาบุญ ข้าผู้น้องโม่ไป๋หลาน ภรรยาแม่ทัพหยางซานหลาง ธิดาในอ๋องเจ็ดโม่เหยา หากมีอันใดข้องใจถามมาได้

            ชายฉกรรจ์ทั้งหมด ถึงกับใบหน้าถอดสี เมื่อเอ่ยถึงท่านอ๋องเจ็ดโม่เหยา มิเคยมีใครคิดต่อกรกับท่านอ๋องผู้รักความสงบ แต่อย่าให้ทรงกริ้วเท่านั้นพอ ชายขอทานเองก็ยังมิได้จากไปไหน ไป๋หลานมิได้สนใจคนกลุ่มนั้นอีก ก่อนเดินตรงไปยังขอทาน ที่ตอนนี้ได้คุกเข่า ก้มหัวลงต่ำชิดพื้นถนน ไป๋หลานย่อตัวลงห่างจาก ชายผู้นั้นพอประมาณ

            ท่านลุงลุกขึ้นเถอะ อย่าก้มหัวให้ข้าเช่นนี้

            “มิได้ขอรับ ท่านคือฮูหยินของแม่ทัพหยาง ท่านสูงส่งยิ่งนัก ข้ามิบังอาจ

            “ท่านลุง ข้าก็เป็นเพียงมนุษย์เดินดิน เช่นเดียวกับท่านมิมีสูงมีต่ำ อย่าได้คิดอันใดให้มากเลย

            “ตะแต่ข้าเป็น

            “ไม่มีแต่ท่านลุง

            ไป่หลานลุกขึ้น หันไปทางพ่อบ้านเกาและหรู่อี้ ก่อนจะหันกลับไปมอง ชายขอทานที่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่

            หรู่อี้

            “ทราบแล้วเจ้าค่ะฮูหยินน้อย หรู่อี้จะรีบจัดการ

            “ข้าจะจัดการเองขอรับฮูหยิน

            ไป๋หลานหันกลับไปมองพ่อบ้านเกาทันที นางยังมิรู้จักใครหรือความเป็นมา ของคนในจวนมากนัก แม้แต่ท่านอ๋องผู้เป็นบิดา และพระชายาที่เป็นมารดา ตัวนางเองยังคงมิอาจรู้จักตัวตนที่แท้จริง เวลานี้นางต้องหาทางปกป้องตนเองให้ได้เสียก่อน สิ่งที่ต้องทำก่อนอื่นหลังจากวันนี้ คือไปหาพ่อแม่ทำความคุ้นเคย จากนั้นต้องร่ำเรียนวิชาต่างๆให้แตกฉาน เพื่อที่จะมิถูกผู้ใดรังแกอีก พ่อบ้านเกาได้พาชายขอทาน เดินไปยังโรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง เพื่อจัดการกับขอทาน ตามที่ผู้เป็นนายต้องการ แม้ฮูหยินน้อยจะมิพูดอันใด แต่เขาเข้าใจในเจตนาของนางได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มในชุดสีขาว ลุกขึ้นเมื่อทุกอย่างจบลง น่าเสียดายที่เขามิได้ชม ความสามารถของสาวงาม วันนี้ถือว่าเขาได้เปิดหูเปิดตาแล้ว ร่างสูงก้าวออกจากร้าน หายไปในฝูงชนอย่างรวดเร็ว


ต่อ


       ไป๋หลานกับสาวใช้เดิน เข้าไปในโรงเตี้ยม ที่พ่อบ้านเกาพาชายขอทานเข้าไป ก่อนจะเดินไปนั่งยังส่วนโต๊ะอาหาร นางรู้ดีว่าสาวใช้ข้างกายกได้งสงสัยเรื่องนี้อยู่

       “นั่งก่อนหรู่อี้ ข้าจะเล่าให้ฟัง”

       “เจ้าค่ะฮูหยินน้อย”

        เมื่อทั้งคู่นั่งลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เสี่ยวเอ้อของโรงเตี้ยมได้เดิน ตรงเข้ามาหาสองนายบ่าวเช่นกัน มันเป็นธรรมดาของการค้าขาย เมื่อมีแขกจำต้องรีบต้อนรับ

         “นายหญิงท่านรับอะไรดีขอรับ”

         “เอาชาที่ดีมาหนึ่งกา อาหารขึ้นซื่อสักสี่ห้าอย่าง ข้าวสวยสี่ถ้วย เร็วด้วยละ”

         “ขอรับ ข้าน้อยจะรีบจัดการ”

          เมื่อเสี่ยวเอ้อเดินจากไป ไป๋หลานสะกิดแขนหรู่อี้ เพื่อมองไปยังถนน โต๊ะที่พวกนางนั่งอยู่ชั้นสอง และตั้งอยู่ริมหน้าต่างกว้าง ย่อมแน่นอนว่าสามารถ มองเห็นด้านนอกได้อย่างง่ายดาย กลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านั้น คงยังมิยอมเลิกราจนกว่า จะแน่นชัดถึงฐานะของนางสินะ ให้หนีมันยิ่งได้ใจเช่นนั้นนางก็มิต้องหลบไปที่ใด อยากรู้ใจสามีเจ้าของร่างนี้นัก ว่าเคยคิดจะปกป้องภรรยาสักครั้งหรือไม่ หากนางถูกรุกราน

        “ฮูหยินน้อย ไยท่านต้องช่วยขอทานผู้นั้นเจ้าค่ะ”

        “หรู่อี้ตอนเจ้ายืนดูอยู่ มิเห็นอันใดเลยหรือ”

        “ข้าขออภัยเจ้าค่ะ ที่มิทันได้สังเกตให้ดี”

        “ไม่แปลกที่เจ้าจะไม่ทันเห็น เขาทำได้แนบ      เนียนนัก ข้าเองยังเห็นโดยบังเอิญเช่นกัน”

         หรู่อี้ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย มองหน้าผู้เป็นนายที่เงียบเสียงลง เมื่อเสี่ยวเอ้อนำกาน้ำชาเข้ามา ทุกการกระทำของผู้เป็นนายแม้จะดูอ่อนช้อย แต่สายตาคู่งาม มิใช่แบบเดิม มันเต็มไปด้วยความ มุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว ต่างจากเมื่อก่อนที่มีเพียงแววตาอ่อนโยน ดูบอบบางเอื้ออารีอยู่เป็นนิจ

       “ตอนที่เรายืนดูอยู่ที่หน้าร้าน เครื่องประดับนั้น หากเราดูให้ดีจะมีบางครั้ง ขอทานผู้นั้นตอบโต้ แม้มันจะเป็นธรรมชาติของคน ที่ต้องป้องกันใบหน้าก่อนส่วนอื่น แต่ชายผู้นั้นใช้ความเร็วในการรับ เท้าที่เตะมาของคนทั้งหมดได้โดยไม่มีใครทันสังเกต แต่เผอิญช่วงที่เขาใช้เพียงแขนกันนั้น ข้าเห็นเขาแอบตอบโต้คนพวกนั้นอยู่ แม้ชายกลุ่มนั้นจะเจ็บเพียงใด มีหรือคนหยิ่งยโสเช่นจะพากันพูดออกมา ทำให้ตนเสียหน้ากันเล่าเจ้าว่าจริงหรือไม่”

      “มันก็จริงเจ้าค่ะ ว่าแต่ท่านรู้หรือว่าที่เขาทำคือการตอบโต้ มันเป็นปกติที่คนเราต้องทำนี่เจ้าค่ะ”

      “ถูกแล้วมิผิด แต่ที่ข้าต้องการรู้ว่า ขอทานผู้นี้มีสิ่งผิดปกติหรือไม่นั้น เพื่อความแน่ใจ ข้าจึงต้องเข้าไปดูอย่างไรเล่า เมื่อเห็นใกล้ๆจึงมั่นใจว่า เขามิใช่ขอทานอย่างแน่นอน ส่วนจุดประสงค์ที่ปรากฏตัวข้ามิอาจรู้ได้”

      “ข้ามองมิออกเลยเจ้าค่ะ”

      “เล็บมือ ขอทานที่ไหนเล็บมือ สะอาดถูกตัดอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีขี้ดินติดในซอกเล็บเลย ยังมีอีก ร่างกายเขากำยำเช่นคนที่ออกกำลัง สม่ำเสมอมิใช่ในแบบทำงานหนักเสียด้วย”

       ไป๋หลายอยากอธิบายนัก ว่าขอทานออกกำลังกาย เพื่อแบบฟิตหุ่นอะไรแบบนี้ แต่ถ้าพูดไปยิ่งจะเพิ่มความสงสัยมาที่นางแทน จำต้องพยายามใช้คำโบราณให้มากเข้าไว้

        “แค่นี้หรือเจ้าค่ะ ที่บอกได้ว่าเขามิใช่ขอทานจริงๆ”

       “มากกว่านั้น ตอนที่มีการชลมุนกัน ระหว่างพ่อบ้านเกา และคนกลุ่มนั้น ลุงเกาได้เตะก้อนหินที่ข้ามั่นใจว่า แฝงไปด้วยพลังยุทธ์ เข้าใส่พร้อมๆกับที่ข้าเตะหินใกล้ๆเท้าไปพร้อมๆกัน เขาคงลืมตัวรับมันเอาไว้ได้ทั้งสองก้อน หากของข้านั้นมิแปลก เพราะไร้พลังแอบแฝง แต่ของลุงเกามันมิใช่”

       “ถ้าเช่นนั้นเราต้องระวังเอาไว้ให้มากนะเจ้าค่ะ”

       “ทุกอย่างคือความเสี่ยงหรู่อี้”

       ทั้งคู่เงียบลงเมื่อเสี่ยวเอ้อ ได้นำอาหารทยอยเข้ามาวาง อีกทั้งพ่อบ้านเกา พร้อมขอทานผู้นั้นได้เดิน มาทางพวกนางแล้วเช่นกัน สำหรับไป๋หลานนั้น นางยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องจัดการ และลงมือทำเรื่องชายขอทานนั้น นางได้ช่วยเอาไว้แม้ว่าเขาอาจจะมิใช่อย่างที่นางคิด แต่ไม่ว่าจะเป็นเพียงขอทานไร้ค่า หรือใครสักคนที่ปลอมตัวมา นางก็มิคิดใส่ใจ

สิ่งที่ทำคือการสร้างบารมี ให้แก่โม่ไป๋หลาน ใครบ้างไม่เชิดชูสตรีแสนงาม จิตใจดีโอบอ้อมอารี ระหว่างนางที่งามทั้งกายและใจ ต่อหน้าคนทั้งเมืองหลวง กับญาติผู้น้องที่งามเก่งกาจวิชายุทธ์ แต่ต่ำช้าคิดเป็นชู้กับพี่เขย คะแนนของผู้ใดจะเหนือกว่ากัน ไม่เกินพรุ่งนี้เช้า ข่าวความมีเมตาของนางจะกระพือไปทั่วเมืองหลวง ‘ภรรยาแม่ทัพหยาง ยอมเสี่ยงอันตรายปกป้อง ขอทานที่อ่อนแอ แม้ดูโง่เขลาแต่นางช่างมีเมตานัก’ แน่นอนข่าวนี้นางจะสร้างมันเอง ในเมื่อพวกเขาต่างพูดว่า สตรีเช่นจีกวานฮวาเหมาะกับตำแหน่ง นายหญิงมากกว่า เช่นนั้นโม่ไป๋หลานจะต้อง เหนือกว่าในด้านจิตใจ นางมิคิดแข่งขันเพื่อเอาใจสามี แต่มันคือการสั่งสมบารมี เพื่อวันที่นางยืนอยู่เพียงลำพัง ไรบุรุษเช่นแม่ทัพหยางซานหลางเคียงข้างต่างหาก

        หากจะยืนในสังคมคนหลายเมียนั้น การเป็นหม่ายย่อมไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับ แต่ถ้านางมีคนเห็นใจ และยืนข้างนางมากเท่าใด ต่อให้ไร้สามี นางย่อมยืนเชิดหน้าได้มิอายผู้ใด จะยืนมิจำเป็นต้องสูง แต่ยืนให้มิล้มลงจนเจ็บตัวเป็นพอ วันนี้นางดูประมาทไปมาก แต่นางก็เป็นคนๆหนึ่ง ลองกลับกันว่าคนที่ถูกทุบตีเป็นนางเอง จิตใจก็ต้องอยากให้ใครสักคนยื่นมือเข้าช่วยมิใช่หรือ

        ‘การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง’ ไป๋หลานมองออกไปนอกหน้าต่าง เรียวปากอวบอิ่มคลี่ออกน้อยๆ ใช่แล้วหากมิเสี่ยงเลย ย่อมมิได้สิ่งที่ต้องการ การนั่งรอความหวัง มันจะจบลงแบบที่ไป๋หลานตัวจริง พบเจอมาแล้วนั้นมันคือความตาย ทำไมนางต้องรอ มิใช่ต้องลงมือหรืออย่างไรถึงจะได้มา


ต่อ


     ไป๋หลานบอกให้ทุกคนรีบกินข้าว ชายขอทานยังคงเก้ๆกังๆมิกล้าลงมือ นายหญิงของโต๊ะยังคงยิ้มละมุน มิได้เอ่ยว่าจาใดออกมา จนนางคิดว่ารอนานไปแล้วกับความเกรงใจของอีกฝ่าย

     “ท่านลุง อย่าได้เกรงใจ กินข้าวกันก่อนเถอะนะ อย่างอื่นค่อยคุยกันทีหลัง”

     “ฮูหยินข้าน้อยมิบังอาจ ข้าเป็นเพียงขอทานผู้หนึ่งเท่านั้น ไยท่านถึงเมตาคนเช่นข้ากันเล่าขอรับ”

     “ท่านลุง นามของท่านคือ”

     “ข้ามีนามว่าจงเป่า”

     “ข้าโม่ไป๋หลาน ผู้นั้นคือหัวหน้าพ่อบ้านท่านลุงเกา สาวใช้ของข้าหรู่อี้ ตอนนี้เรารู้จักกันแล้ว เอาเป็นว่าสิ่งที่ท่านลุงถามมา ข้าจะไขข้อข้องใจของท่านก็แล้วกัน ไป๋หลานก็เป็นเพียงคนธรรมดาผู้หนึ่ง หากคนที่ถูกทุบตีอยู่ตรงนั้นเป็นข้าแล้ว ก็ย่อมอยากได้รับความช่วยเหลือ การที่ข้าช่วยท่านนั้น ไม่มีเหตุผลอันใดเลย ข้าทำไปตามสัจธรรมของมนุษย์เราเท่านั้น”

     “คนต่ำต้อย มิควรค่าแก่ให้ผู้ใดมาเมตา”

     “สำหรับไป๋หลานแล้ว ช่วยคือมิมีข้อแม้ใดๆ จะสูงต่ำก็คนเหมือนกันมิใช่หรือ”

     “แต่ข้าไม่มีสิ่งใด จะตอบแทนท่านฮูหยิน”

     “ข้าร้องขอสิ่งตอบแทน เช่นนั้นหรือท่านลุง”

     “……”

     “เจ้ามิควรทำให้ฮูหยินลำบากใจ นางช่วยเจ้าย่อมถือว่า มีวาสนาที่ได้พบเจอมิใช่หรือ ไยยังทำให้ฮูหยินน้อยรู้สึกมิดีเล่า”

     “ขอรับท่านพ่อบ้าน ข้าจงเป่าไร้การศึกษา มองเจตนาดีของฮูหยินเป็นอื่น”

      เด็กน้อยผู้นี้วางหมากได้ดี การช่วยเหลือผู้คนย่อมเป็นการดี แม่นางน้อยผู้นี้มิเพียงช่วยชีวิต แต่มอบความยำเกรงด้วยการ ให้เสื้อผ้าอาหารชั้นเลิศ แก่คนต่ำต้อย ปากเอ่ยว่ามิร้องขอสิ่งตอบแทน แต่มิใช่ใจของนางจะมิต้องการ หมากตานี้เห็นทีต้องเดินอย่างระวังเสียแล้ว เขาเองก็อยากรู้เช่นกันว่านาง คือหญิงสาวตามคำทำนายของอาจารย์ ที่ลาโลกไปแล้วนั้นหรือไม่ หากใช่ดวงชะตานางช่างโหดร้ายิ่งนัก

     “ลงมือเถอะท่านลุงเป่าเชิญ อภัยให้ข้าด้วยที่เรียกท่านเพียงชื่อ”

     “มิได้ขอรับ ข้านับว่ามีวาสนายิ่งนัก ที่ได้พบเจอฮูหยินหยาง”

      ไป๋หลานมิได้เอ่ยคำพูดใดๆอีก หญิงสาวคีบอาหารเข้าปากช้าๆ มิได้เร่งร้อนอันใด การวางตัวของนาง ตกอยู่ภายใต้สายตาของผู้คนมากมาย นายให้บ่าวร่วมโต๊ะนั้น เรียกว่าแทบไม่มีเลยก็ว่าได้ในเมืองหลวงเช่นนี้ แต่ฮูหยินในแม่ทัพหยางซานหลาง กลับมิถือตนซ้ำมิได้ ทำตัวต่ำต้อยอันใดเลย ร่างงามที่นั่งตัวตรง ทุกการเลื่อนไหว ดุจนางพญาผู้เป็นใหญ่ แม้แต่บ่าวหรือกระทั่งขอทานผู้นั้นเช่นกัน ต่างดูมิเหมือนคนรับใช้เลยสักนิด

      ใช่แล้วว่าภายในจิตใจของไป๋หลานนั้น นางคิดถึงสิ่งที่ต้องการ จากชายขอทาน หากคนผู้นนี้เป็นขอทานจริง หูตาย่อมมีมากมิใช่หรือ ครั้งแรกที่ช่วยอาจยังมิได้รับความซื่อตรง แต่ถ้าหากนางคอยช่วยเหลือ อยู่เบื้องหลังนานๆเข้า ย่อมได้รับความเชื่อใจมาเต็มร้อย ถ้าชายผู้นี้มิใช่ขอทานจริง นางก็จะรอเวลาความจริงปรากฏ การที่เขายอมรับความช่วยเหลือ แสดงว่าเขาเองก็ต้องการ ดูความเคลื่อนไหวของนางเช่นกัน แล้วแบบนี้มันไม่น่าสนุกตรงไหน จะสร้างคนย่อมต้องอาศัยจังหวะ และช่วงเวลาที่เหมาะสม หากรีบร้อนไปดาบนั้นอาจหันเข้าหาตัว

      เมื่อข่าวแพร่ออกไป นางมิต้องคาดเดาให้ยากเลย ว่าสามีและน้องสาวนั้น ต้องออกติดตามหาชายขอทานเป็นแน่ แล้วครั้งนี้นางจะคอยดูว่า คนที่นั่งร่วมโต๊ะเวลานี้จะจัดการกับปัญหา ที่กำลังตามมาเช่นไร เวลาผ่านไปไม่นาน ทุกคนเริ่มวางตะเกียบ บ่งบอกว่าทุกคนอิ่มกันแล้ว ไป๋หลานได้โน้นมกาย ไปกระชิบบางอย่างกับหรู่อี้ สาวใช้ข้างกายมิได้แสดงออกอันใดทางสีหน้าท่าทาง ทำเพียงพยักหน้ารับเบาๆ

     “ท่านลุงเกา เรากลับกันได้แล้ว ส่วนหรู่อี้จะไปซื้อของบางอย่างที่ข้าลืม มิต้องรอนาง”

     “ขอรับฮูหยินน้อย ถ้าเช่นนั้นเชิญขอรับ”

     ไป๋หลานลุกขึ้น แต่ก่อนจะเดินออกจากโต๊ะไป ร่างงามได้มองไปยัง ชายอีกคนที่ร่วมโต๊ะกับพวกนาง โดยจงเป่าได้ลุกขึ้นยืน คำนับให้แก่ ผู้มีพระคุณของตน ไป๋หลานก้มหัวให้อีกฝ่าย เป็นการให้เกียรติ ความอ่อนน้อมของนาง หลายคนอาจดูหมิ่นว่าลดตัว แต่ในสายตาของคนอยากจนแล้ว นางคือเทพธิดาที่น่ายกย่อง ภาพที่สร้างในวันนี้จะทำให้ นางเป็นที่จดจำในคนหมู่มาก บ้านเมืองขับเคลื่อนโดยประชาชน มิใช่แต่เพียงเชื้อพระวงศ์หรือเหล่าขุนนาง การได้ใจคนต่ำศักดิ์กว่ามาไว้ในกำมือ ย่อมได้รับผลประโยชน์ที่ล้ำค่า เกินกว่าใครหลายคนจะนึกถึง

      “ท่านลุงเป่า หรู่อี้จะจัดการทุกอย่างต่อจากข้า ตอนนี้ข้าออกมาข้างนอกนานมากแล้ว จำต้องกลับจวนก่อนมืดค่ำ มีอันใดขาดเหลือ บอกหรู่อี้ได้เลย”

     “ข้า……ขอบพระคุณฮูหยินมากขอรับ”

     จงเป่าคิดจะเอ่ยปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นแววตา เด็ดเดี่ยวของอีกฝ่าย ซ้ำพ่อบ้านที่ยืนอยู่ด้านหลังของนาง ได้ส่งสายตาดุดันมายังเขาๆ จึงมิคิดหักหาญน้ำใจ ของหญิงสาวตรงหน้า ทำเพียงตอบรับ แล้วแอบพึงพอใจ กับการเดินเกมในครั้งนี้ของ ร่างระหงที่เดินจากไป

      “ท่านลุงพักอยู่ที่ใดเจ้าคะ ข้าจะไปส่ง”

     “มิต้องก็ได้แม่นาง บ้านข้านั้นไม่มี เพียงอาศัยหลับนอนอยู่ใน วัดร้างนอกเมืองหลวง”

      หรู่อี้มองชายตรงหน้าด้วยสายตาค้นหา จากลักษณะของอีกฝ่าย เป็นเช่นผู้เป็นนายกล่าวไว้เกือบทั้งหมด ขอทานที่ไหนกันจะร่างการสมบูรณ์เช่นนี้ ไหนจะกริยามารยาท ตั้งแต่การจับตะเกียบจนถึงการเคี้ยวอาหาร ทุกอย่างตกอยู่ในสายตาของนางมาตลอด

     จงเป่าลอบยิ้มอยู่ในใจ ‘ช่างสังเกตทั้งนายและบ่าว’

     “คือยามข้าหิว ก็จะเข้ามาขอทานในตลาดเมืองหลวงขอรับ แต่ไม่คิดว่าครั้งนี้จะถูกทุบตีเช่นนี้”

      “เช่นนั้นท่านตามข้ามา นายข้าสั่งไว้ว่าให้จัดหา ที่พักให้แก่ท่าน แล้วจะฝากฝังงานให้เมื่อท่านพร้อม”

      “หามิได้ น้ำใจของฮูหยินน้อย และแม่นางนั้น มันมากเกินไปแล้วขอรับ”

     “อย่าทำให้ข้า ลำบากใจเลยท่านลุง ฮูหยินนั้นมิอยากให้ท่าน ถูกรังแกอีกนางจึงให้โอกาสแก่ท่าน”

     “ฝากขอบคุณฮูหยินด้วย ข้ารบกวนแม่นางแล้ว”

     หรู่อี้เดินไปสอบถาม เสี่ยวเอ้อถึงบ้านเช่าในเมืองหลวง ก่อนจะได้ข้อมูลมา แล้วจึงได้เดินนำชายขอทาน ตรงไปยังบ้านที่เสี่ยวเอ้อผู้นั้นบอกมา การทดสอบพึ่งเริ่ม คำที่นายของตนกล่าวก่อนจากไปคือ ‘ใจคนยากแท้หยั่งถึง’


จวนแม่ทัพหยาง

      ไป๋หลานก้าวลงจากรถม้าหน้าจวน ก่อนจะหันไปบอกบางอย่างกับพ่อบ้าน หญิงสาวก้าวพ้นประตูเข้ามาภายในจวน เพียงมิกี่ก้าวเท่านั้น

      “ไประเริงอยู่นอกบ้านจนจะมืดค่ำ มิรู้จักสำรวม ทำตัวเช่นเหล่าสตรีโคมเขียว”

      ไป๋หลานหันไปตามเสียง ก่อนจะเห็นสามีรูปงามยืนเอามือข้างหนึ่งไพล่หลัง อีกข้างถือจอกสุราในมือ มองเลยไปยังโต๊ะหินอ่อนด้านหลัง มีสาวงามคนเดียวกับตอนเช้า นั่งก้มหน้าน้อยๆอย่างคนสำนึกผิด เรียวปากอิ่มเหยียดยิ้ม มองคนทั้งคู่ด้วยสายตาสมเพช ‘ไยมิแต่งมาเป็นเมียรองกันเลยเล่า จะได้จบๆกันไป มิใช่มาใช้คำพูดถากถางข้าอยู่เช่นนี้’

       “ท่านแม่ทัพแน่ใจหรือ ว่าเป็นข้าที่เหมือน มิใช่ผู้อื่น”

      “บังอาจ สาวหาวยิ่งนัก กล้ากล่าวว่าจายอกย้อนข้า ทั้งยังเหน็บแนมผู้อื่นอีก”

      ด้วยอารมณ์ที่กำลังครุกรุ่นอยู่แล้ว เมื่อถูกภรรยายอกย้อน จอกสุราในมือจึงถูกปาตกลง แตกอยู่แทบเท้าของไป๋หลาน หญิงสาวมิแม้แต่จะก้มลงมอง และตัวนางเองก็มิได้ขยับถอย หรือตกใจแม้แต่น้อย แต่ภายในใจนั้นหวาดหวั่นอยู่เช่นกัน ว่าจอกสุราจะถูกใบหน้างาม นางยังต้องใช้หน้าตานี้ในการดำรงชีวิต มิอาจให้มีริ้วรอยใดๆได้ แต่จะให้หลบนะหรือไม่มีทาง เพราะนั้นเท่ากับนางจะตกอยู่ภายใต้อำนาจ ของสองคนตรงหน้านี้ทันที

      “ท่านแม่ทัพร้อนตัวแทนผู้อื่นไปไย ข้าเป็นภรรยาของท่านแท้ๆ มิเห็นท่านคิดจะปกป้องเช่นนั้นบ้างเลย หากคนภายนอกรู้พฤติกรรมนี้ ของท่านเข้าย่อมมิเป็นผลดี ต่อชื่อเสียงของพวก….เอ้ย….ท่านเอาได้นะเจ้าค่ะ”

      “สตรีไร้ยางอาย ไม่มีผู้ใดสอนเจ้าหรือ ว่าเรื่องภายในบ้าน อย่าได้นำออกไปเล่า”

      “แล้วไม่มีผู้ใดสอนท่านหรือ ว่าการมิให้เกียรติภรรยา ต่อหน้าผู้อื่นมันมิสมควร”

      “ผู้อื่นที่ไหนกัน ข้าสั่งสอนเจ้า อยู่ภายในจวนและต่อหน้าคนในครอบครัวเท่านั้น”

      “ดีหากท่านเห็นดีกับ คำว่าครอบครัว เช่นนั้นเชิญท่าน สำเริงสำราญกับมันเสียให้พอ อีกสามวันข้าจะไปเยี่ยมพ่อแม่ข้า จงใช้เวลากับคนในครอบครัวเสียให้พอ”

       ไป๋หลานยังคงเชิดหน้าน้อยๆ ใช้เพียงหางตามองคนทั้งสองก่อนจะ เดินออกมาแต่ยังมิถึงไหน

แขนของนางกับถูกบีบอย่างแรง จากใครบางคน ที่มิต้องเดาให้เสียเวลา ด้วยกลิ่นกายหอมฟุ้งเช่นนี้

      “ท่านพี่เจ้าค่ะ อย่าได้โกธรพี่ซานหลางเลยนะเจ้าค่ะ ท่านพี่ออกไปข้างนอกนานๆ มันไม่งามพี่ซานหลางเพียงตำหนิ เพื่อตักเตือนเท่านนั้นเอง”

      ‘ตอนเช้าก็บีบแขนข้าข้างหนึ่ง เย็นมาบีบอีกข้าง มิหักแขนข้าเสียเลยละน้องรัก’ ไปหลานคิดเคืองคนตรงหน้าเวลานี้ อยู่มิน้อย ร่างกาบนี้บอบบางยิ่งนัก ถูกอะไรนิดหน่อยก็มักทิ้งร่งรอยเอาไว้เสมอ รอให้นางทำร่างกายนี้ให้แข็งแรงเสียก่อนก็แล้วกัน จะเอาคืนให้สาสมเลยคอยดู

      “เช่นนั้นหรือ ข้าต้องขอบใจเจ้าด้วยไหม ที่อุตส่าห์บอกข้า เกี่ยวกับสามีที่รักยิ่งของข้า เจ้าช่างรู้ใจเขายิ่งนัก”

       แรงบีบและรอยยิ้มเย้ยหยันของจีกวานฮวา มิได้ทำให้ใบหน้าหวานของไป๋หลาน แสดงความโกธรเกรี้ยวออกมา อย่างที่จีกวานฮวาตั้งใจให้อีกฝ่ายเป็น สตรีสองนางยืนประจันหน้ากัน คนหนึ่งกำลังกรุ่นโกธรแต่เก็บอาการ ภายใต้ใบหน้าเศร้าไร้เดียงสา กับอีกหนึ่งผู้เป็นเจ้าบ้านที่ยังคงมิได้แสดงความรู้สึกใดๆออกมา ทำเพียงยิ้มมุมปาก ภายในใจนั้นนึกขัน กับท่าทีเฉกเช่นนางร้าย ในละครทีวีของอีกโลกหนึ่ง ที่นางได้จากมา ไป๋หลานเหลือบตามองไปยังสามี ก่อนจะดึงสายตากลับมายังคนที่บีบแขนนางอย่างแรงในตอนนี้ ไป๋หลานมิอยากเสียเวลากับคนทั้งคู่ เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะเสวนากับคนเช่นนี้

       “ปล่อยข้าน้องสาว”

       “ไม่เจ้าค่ะ จนกว่าท่านจะบอกว่า ขอโทษแก่ข้าและพี่ซานหลางเสียก่อน”

       ไป๋หลานเลิกคิ้วงามขึ้น เป็นเชิงถามอีกฝ่าย นี่ยังจะให้นางขอโทษอันใดกันอีกเล่า ในเมื่อนางมิได้ทำอันใดผิด

       “เรื่องอันใดกัน ที่ข้าต้องขอโทษพวกเจ้า”

       “ท่านรู้อยู่แก่ใจมิใช่หรือ”

       “ไม่ปล่อยใช่หรือไม่ อย่าหาว่าข้าแล้งน้ำใจ ปล่อยข้าจะไปพักผ่อน”

        จีกวานฮวาส่งสายตายั่วยุ ให้ญาติผู้พี่ ไป๋หลานมิคิดยื้อยุดให้เสียเวลา มือเรียววางทาบลงบนมือญาติตน ก่อนจะรวบนิ้วกลางเพียงนิ้วเดียว งัดขึ้นอย่างแรง แต่นางคำนวนไว้แล้วว่ามิให้นิ้วอีกฝ่ายหัก มิเช่นนั้นจะเป็นการรังแกชู้ของสามี คงเป็นข่าวฉาวโฉ่ไปทั่ว ด้วยความตกใจและเจ็บปวด ทำให้จีกวานฮวาปล่อยมือทันที แต่แสร้งเซล้มลง ทำให้แม่ทัพหนุ่มที่ตอนนี้ ได้กลับไปนั่งดื่มสุราต่ออยู่นั้น รีบลุกขึ้น ก่อนจะก้าวยาวๆเข้ามาย่อตัวลงพยุงร่างบางขึ้น แม่ทัพหนุ่มได้ชี้หน้าภรรยา ด้วยความขุ่นเคือง ที่อีกฝ่ายทำตัวน่ารังเกียจ กลั่นแกล้งผู้อื่น ต่อหน้าเขาเช่นนี้

         “กำแหงนัก ต่อหน้าข้าเจ้ายัง กล้าทำร้ายญาติผู้น้องที่แสนอ่อนโยน นางคอยแต่พูดจาปกป้องเจ้า ในขณะที่สตรีไร้ยางอายเช่นเจ้า ออกไปเที่ยวอวดโฉม แก่บุรุษทั่วเมืองหลวง หากวันนี้ข้ามิเอาจริงกับเจ้า อย่าเรียกข้าว่าหยางซานหลางเลย”

       ไป๋หลานยังคงยืนสงบนิ่ง มิได้แสดงอาการตื่นตระหนก หรือหวาดกลัวคำขู่ของสามี ในเมื่อนางมิได้ทำตัวเสื่อมเสีย พรุ่งนี้ข่าวลือจะกระจายยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง หากวันนี้นางถูกรังแกจริงๆ ‘มิใช่ข้าที่ต้องเสียใจ’ ไป๋หลานยิ้มยั่วสามี แววตาเย้ยหยันที่มองไปยัง สองหนุ่มสาวที่โอบประคองกันอยู่

       “หากข้าไร้ยางอายแล้ว…..”

       สายตาของหญิงสาวมองตั่งแต่หัวจรดฝ่าเท้า ของคนทั้งคู่จนสบเขากับดวงตา กราดเกรี้ยวของสามี แม่ทัพหนุ่มผละออกจาก ร่างงามของจีกวานฮวา ตรงเข้าหาภรรยา พร้อมกับยกฝ่ามือขึ้นสูง ไป๋หลานรู้จุดประสงค์ของสามี ว่าคิดจะทำอะไร แต่ยังคงมิหลบไปไหน กลับจ้องตาอีกฝ่ายมิยอม แม้แต่จะกระพริบเสียด้วยซ้ำ ฝ่ามือหนาเหวี่ยงลงมาอย่างรวดเร็ว ที่หมายคือใบหน้างาม หมั๊บ!ฝ่ามือของแม่ทัพหนุ่มยังค้างอยู่กลางอากาศ มิได้แตะต้องใบหน้าของภรรยา ก่อนที่หยางซานหลางจะหันไป ยังคนที่ขัดขวางเขาในการลงโทษไป๋หลานในครั้งนี้


...........................

มาแล้วคร้า อาจจะช้าๆหน่อยนะคะ ไรท์ทำในโทรศัพท์ สลับงานหลัก อาจช้าไปบ้างเพราะเร่งต้นฉบับ จอมบงการจ้าวหัวใจก่อน ปิดเรื่องนั้นไป๋หลานจมาถี่ๆนะคะ อาจจัดหน้าหรือคำผิดไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ต้องขออภัยจริงๆค่ะ ไรท์ทำในโทรศัพท์ เพื่อความสะดวก อาจผิดพลาดได้เม้นบอกไรท์ไว้เลยนะจ้ะ จะตามแก้ไขคร้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.779K ครั้ง

35 ความคิดเห็น

  1. #1099 jinani (@jinani) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:03
    น้องยังจะทนอีกเหรอ พฤติกรรมแบบนี้ไม่ใช่ท่านแม่ทัพแล้ว นี่มันขี้เมาแถวบ้านอ่ะ
    #1099
    0
  2. #1066 Noochiie Pongsilachai (@nuchyp) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:10
    รำคาญสามีหนัาโง่
    #1066
    0
  3. #1026 amyra18 (@amyra18) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:32
    นางเอกเป็นลูกอ๋อง คือเชื้อพระวงศ์ ต่อให้แต่งงานแล้วก็เถอะ อิผัวชั่วไม่คิดจะเกรงใจเลยเหรอ ทำร้ายเชื้อพระวงศยังไงก็ผิดโทษหนักนะ
    #1026
    0
  4. #957 jaoh77 (@jaoh19770) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 16:11
    เมื่อไหร่จะหย่าสักที
    #957
    0
  5. #912 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 22:39
    เกลียดเิท่านแม่ทัพกับยัยสตรอเบอแหลกวานสุดๆ
    #912
    0
  6. #879 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 07:10
    ใครรรร
    #879
    0
  7. #871 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 15:09
    ชัดฝ่ามือ=ซัดฝ่ามือ
    #871
    0
  8. #647 KARENA (@karena) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 13:07
    โอเค เกลียดสองตัวนี้แบบเข้าไส้ หวังว่าคงไม่ได้เป็นพระเอกหรอกนะ
    #647
    0
  9. #635 katekate (@fairykate27) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 13:28

    ซื้อตำแหน่งแม่ทัพพพมาใช่ไหม โอ้ยยยยยย แย่สุดๆ

    #635
    0
  10. #523 Nut'reeeee (@nutree) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 21:09
    อะไรคือการจะตบหน้าเมียแทนน้องเมียวะ เฮ้ย ตรรกะ
    #523
    0
  11. #147 morio (@amanta) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 12:41
    อ้าวตอนแรกสามีทำเพราะปกป้องภรรยา ไรท์เขียนใหม่หรอคะ
    #147
    0
  12. #113 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 22:48
    สมองถั่วเลยอย่างว่ามันใช้อย่างอื่นคิด
    #113
    0
  13. #111 munongmu (@munongmu) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 13:24
    แล้วยืนปล่อยให้เขาบีบแขนอยู่ได้ทำไมไม่พูดแล้วเปิดให้ดูเลยว่าถูกทำร้าย อีกคนเป็นวรยุทธด้วยนิ

    อดทนเพื่อ?
    #111
    0
  14. #109 Kungbible (@Kungbible) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 08:17
    เกลียดผู้ชายที่ตบหน้าผู้หญิง
    #109
    0
  15. #108 Kungbible (@Kungbible) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 08:14
    รำคาญแม่ทัพ สามีปัญญาอ่อน ทำไมไม่รับน้องสาวเจ้ามารยามาอีกคน นางเอกจะได้ขอหย่าไปเลย ไม่ชอบเลยพระเอกแบบนี้ ถ้าเป็นไปได้อยากให้นางเอกหลุดพ้น เจอคนใหม่ดีกว่า
    #108
    0
  16. #64 feonixsh (@feonixsh) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 18:01
    แม่สามีมาช่วยออกหน้าแทนอีกล่ะมั้ง บางทีก็คิดว่าหลัวนางอีกโง่เง่า ง่าวววววว

    เสียรู้เหลี่ยมผู้หญิงขนาดนี้มาเป็นแม่ทัพได้ไง ดีแต่ใช้อารมณ์ เอะอะลงมือใช้กำลัง แถมยังด่าว่าเมียต่อหน้าญาติผู้น้องปาวๆ นี่พ่อแม่ส่งเสียไปเรียน อาจารย์สอนสั่งไม่เข้าหัวบ้างเลยเหรอ เป็นผู้ชายควรให้เกียรติผู้หญิงแล้วยิ่งกับเมียแต่งก็ควรไว้หน้ากันบ้าง แม่ก็เตือนหลายครั้ง แต่ทำไมไม่เข้าสมองบ้าง ฟังแต่ญาติผู้น้องฝ่ายของเมียที่วันๆเอาแต่มาเฝ้าผัวคนอื่นถึงที่บ้าน ไม่รู้สึกเฉลียวใจบ้างรึไงว่ะ

    มีผู้หญิงดีๆที่ไหนเอาตัวเองไปยุ่งกับสามีคนอื่น

    ง่าวได้ ง่าวดีจริงๆ

    หาทางหย่าเถอะถิงเออร์ ผัวเธอคงกู่ไม่กลับแล้ว ง่าวเบอร์นี้

    อย่าบอกนะไรท์ว่านี่พระเอก -บัดซบจริงๆ ผู้ชายที่รังแกแม้กระทั่งเมียแต่งของตัวเองต่อหน้าคนอื่น ไม่ไว้หน้าตระกูลก็ไว้หน้าตัวเองบ้าง

    #อินจัด ติดตามนะค่ะ55
    #64
    0
  17. #63 คนที่รอมานาน (@puccaaa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 14:45
    เริ่มเบื่อความโง่ของหลัวแล้ว เททิ้งเถอะหาใหม่ดีกว่า
    #63
    0
  18. #61 piamya (@piamya) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 09:30

    สนุกมากค่ะ รอนะค่ะ

    #61
    0
  19. #60 0807609245 (@0807609245) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 09:13
    ไม่ชอบพระเอกเลยโง่มาก/แต่สนุกนะคะ/สู้ๆคะ
    #60
    0
  20. #59 fon_pn (@fon_pn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 08:30
    ค้างงงงงงง
    #59
    0
  21. #58 prapapornkulsan (@prapapornkulsan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 07:52

    มาต่อเลยจ้ะ. สนุกๆๆๆ

    #58
    0
  22. #57 sawaneerung (@sawaneerung) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 07:25

    หาผัวใหม่เถอะค่ะลำไยโคตรๆผัวแบบนี้

    #57
    0
  23. #56 นัท (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 06:50

    น้องไป๋คะกลับไปเยี่ยมพ่อกับแม่ที่วังก็เล่าเรื่องที่เกิดกับตัวเองให้ฟังไปเลยค่ะ ให้ท่านช่วยหาทางให้หย่ากับสามีโดยไวเลยค่ะ สามีแบบนี้เททิ้งไปค่ะไรท์ ไหนๆน้องไป๋ตัวจริงก็ตายไปแล้ว น้องไป๋คนใหม่มาก็ต้องหาผู้คนใหม่ให้น้องนะคะ

    #56
    1
  24. #55 Prapailoma (@Prapailoma) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 06:00
    พระเอกโง่เง่าเลยไม่เอา-แม่ทัพคนนี้น่ะ
    #55
    0
  25. วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 05:38
    โง่ไม่เอาคนนี้นะ
    #54
    0
  26. #52 Pradtana2232 (@Pradtana2232) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 03:26
    ญาติผู้น้องไม่มีบ้านอยู่เหรอ
    เทหลัวคนนี้เอาใหม่เถอะ...หลัวขัดใจ
    #52
    1