ภรรยาข้าเจ้าช่างร้ายกาจยิ่งนัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 378,056 Views

  • 1,100 Comments

  • 7,294 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    93,309

    Overall
    378,056

ตอนที่ 19 : สามี-ภรรยา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1221 ครั้ง
    29 ม.ค. 62

      นอกป่าไผ่เกาจูทำเพียงนั่งขัดสมาธิหลับตานิ่ง เพื่อรอเวลาคนด้านในจะออกมา แม้เขาจะตามข้อความในสารลับที่ท่านอ๋องน้อยทรงมอบให้ แต่มิใช่จะเข้าไปได้อย่างใจนึก ค่ายกลถูกวางไว้โดยรอบ มิแปลกเลยที่ไม่มีใครพบเจอชายที่ช่วยเหลือท่านอ๋องเจ็ดและพระชายาเอาไว้ หากคนด้านในมิออกหรือเปิดทางคนด้านนอกทำได้เพียงเฝ้ารอ
     หมิงจงเป่าเฝ้ามองชายที่เคยช่วยเหลือตน ในวันที่เขาปลอมเป็นขอทาน เขารู้เรื่องคนที่กำลังนั่งอยู่ที่เดิมมากว่าห้าวันแล้วจากบิดามารดาของศิษย์รัก แต่เขายังอยากทดสอบความอดทนของอีกฝ่ายอีกสักหน่อย จูซือเหนียงยืนเอามือเท้าสะเอวแล้วเหล่ตามองคนข้างๆ ที่กำลังสนุกในการกลั่นแกล้งผู้อื่น หมิงจงเป่ารู้สึกขนหลังคอลุกชันขึ้นผิดปกติ ‘สงสัยนางปีศาจกำลังจะแผลงฤทธ์อย่างแน่นอน ต้องรีบหนีก่อน’เมื่อไม่มั่นใจในความปลอดภัยของตน ร่างสูงจึงแสร้งขยับตัวจากก้าวถอยหลังช้าๆ เปลี่ยนเป็นใช้วิชาไร้เงาวิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่อีกฝ่ายจะลงมือกับเขา 

      จูซือเหนียงได้แต่ทำใจขนาดนางบอกให้เขา ออกมารับคนของท่านอ๋องเจ็ดตั้งแต่สี่วันก่อน และจนถึงบ่ายวันนี้เขาก็ยังไม่ยอมพาอีกฝ่ายเข้ามา จนนางต้องลงมือเองอีกเช่นเคย ข้ออ้างของหมิงจงเป่ามีเป็นร้อยข้อ ดีแค่เวลาถ่ายทอดวิชาให้แก่ศิษย์เขามิยอมโอนอ่อนแต่กลับเข้มงวด ทำให้ตอนนี้ร่างกายของโม่ไป๋หลานเริ่มปรับสภาพได้บ้างแล้ว ผู้มิเคยฝึกยุทธ์ย่อมมิใช่เรื่องง่ายที่จะให้สำเร็จได้โดยเร็ว แต่นางยอมรับว่าหญิงสาวปรับสภาพร่างกายได้เก่งเสมือนคุ้นเคยกับการออกกำลังมามิน้อย

    “ท่านพี่เกา”
     เสียงที่เรียกขานชื่อตนทำให้เกาจูลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ แต่ยังคงนั่งนิ่งมิไหวติง เวลานี้มิเหมาะที่จะไว้ใจผู้ใดได้เลย สองตากวาดมองโดยรอบก่อนจะลุกขึ้นยืนและพร้อมตั้งรับทุกเหตุการณ์
     “ท่านคือผู้ใดโปรดแสดงตนด้วยเถิด”
     ร่างบางของจูซือเหนียงปรากฏยังป่าไผ่ตรงหน้าของเกาจู ก่อนจะส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรให้แก่ชายผู้มาเยือน
     “ท่านพี่เกาได้โปรดก้าวตามข้ามา หากต้องการพบท่านอ๋องเจ็ดและพระชายา ข้ามารับท่านตามพระบัญชา”
     “ข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่ามิใช่กลลวงแม่นาง”
     จูซือเหยียงโยนป้ายหยกไปให้เกาจู เขาขว้ารับเอาไว้ได้ทันก่อนที่มันจะตกลงยังพื้นดิน ป้ายหยกในมือไม่อาจมีผู้ใดลอกเลียนแบบได้เพราะผู้ที่มีติดตัวนั้น นอกจากฮ่องเต้และพระอนุชาแล้ว เชื้อพระวงค์คนอื่นไม่มีผู้ใดมีในครอบครองแม้แต่ผู้เดียว เกาจูมองไปยังม้าของตนก่อนจะหันกลับไปยังสตรีที่ยืนรออยู่
     “จูงม้าตามข้ามามิต้องกังวลไปค่ายกลนี้ หากท่านมิออกนอกเส้นทางก็จะไม่เกิดอันตรายใดๆ”
     “ขอบคุณแม่นางที่เมตา”
     เกาจูจูงม้าของตนเดินตามสตรีตรงหน้าไปอย่างมิเร่งร้อนอันใด เขารอมาหลายวันเพื่อที่จะได้พบเจ้านาย วันนี้ความอดทนเกิดผลแล้วสินะ

น้ำตกในป่า

     ร่างบางของโม่ฟางเล่อนั่งในท่าขี่ม้า อยู่ภายใต้น้ำตกตามคำสั่งของอาจารย์ แม้วิญาณของหลี่ถิงจะคุ้นเคยกับการฝึกฝน แต่ร่างกายของโม่ไป๋หลานมิเคยผ่านการฝึก จึงทำให้เกิดความเจ็บปวดมิน้อย มิว่าจะเป็นการฝึกแยกขาการใช้กำลังในทุกๆส่วน ยังดีที่จิตใจคืออีกคน จึงทำให้การฝึกฝนวิชาเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ทั้งบิดาและอาจารย์ต่างพากันสลับหมุนเวียนสอนวิชาให้แก่นาง 

      บ้านเมืองกำลังมีภัยหากนางอยากมีลมหายใจอยู่ในโลกนี้ จำต้องมีวิชาติดตัว หากจะมัวรอให้คนอื่นปกป้องคงมิแคล้วเป็นดั่งเจ้าของร่างนี้เท่านั้น อีกไม่กี่วันสามีในนามของนางจำต้องเดินทางไปยังเจียงไห่ เพื่อช่วยเหลือพี่ชายของนางรับมืออดีตสามีแม่ทัพหยางซานหลาง ที่ได้กุมอำนาจเด็ดขาดในการควบคุมกองทัพด่านเจียงไห่ไว้ในกำมือ แม้ยังไม่มีการเคลื่อนไหวอันใดแต่ใช่จะมิเกิดเสียเมื่อไหร่ อย่างไรเสียนางต้องเป็นกำลังเสริมให้แก่พี่ชายและสามี ตลอดเวลาหลายสิบวันที่อยู่ร่วมกันมา ถงเหยียนเจี๋ยคือสามีในอุดมคติของเหล่าสตรีเลยก็ว่าได้ ใส่ใจให้เกียรติ ทุกคำพูดช่างแตกต่างจากหยางซานหลางยิ่งนัก แม้จะเป็นการแต่งงานแค่เพียงในนามแต่ก็มิเคยผิดคำพูดใดๆ ร่างกายของเขาฟื้นตัวได้เร็วและใกล้จะหายดี เจ็บป่วยแต่ก็ยังมีน้ำใจช่วยเหลือนางมิว่าจะเป็นอาหารรสเลิศ หรือการแนะแนวทางการโคจรพลังแก่นางทุกอย่างมันดูเป็นธรรมชาติ มิต้องคอยมีปากเสียงมิต้องคิดว่าจะถูกสังหารตอนไหน แต่ใช่ว่าออกไปจากที่นี้เขาจะมิพบเจอสตรีอื่น นางก็ไม่มีสิทธิ์ใดที่จะหึงหวง

      “เล่อเล่อเจ้าทำอันใดอยู่”
     ว้ายยย!พลั๊ก!ด้วยความตกใจเสียงของอาจารย์ที่อยู่ๆก็ตะโกนอยู่ข้างหู ทำให้หญิงสาวเสียหลักลื่นล้มลงจนได้ นางยอมรับว่าเผลอเสียสมาธิคิดถึงเรื่องของนางกับสามีคนใหม่ โม่ฟางเล่อคือชื่อที่นางต้องท่องให้ขึ้นใจ โม่ไป๋หลานแม่ดอกไม้งามได้ตายไปแล้ว ตอนนี้โม่ฟางเล่อสตรีผู้จะเปลี่ยนทุกอย่างกำลังนั่งเงยหน้ามองอาจารย์ ที่เอาแต่ยืนหัวเราะที่นางนั่งอยู่ใต้น้ำตกตัวเปียกปอน ‘ข้าแค่คิดอะไรนิดหน่อยเองนะ’
     “ข้าแค่….เอ่อว่าแต่ท่านอาจารย์มากลั่นแกล้งข้าทำไมกัน”
    “ฮาๆข้าหรือกลั่นแกล้งเจ้าศิษย์รัก ข้านึกว่าเจ้าคิดถึงผู้อื่นจนลืมมองว่าอาจารย์เดินมาตั้งนานแล้ว”
    “ผู้ใดกันท่านอาจารย์ ข้าจะคิดถึงใครได้เล่า”
    “ลูกเจี๋ยของข้าอย่างไรเล่า เจ้าคิดแล้วใช่หรือไม่ที่จะมีทายาทให้แก่สกุลหมิงของข้า หลานนะข้าอยากได้”
   “ท่านบ้าไปแล้วอะไรมันจะทำง่ายขนาดนั้น ไยท่านอาจารย์ไม่ขอให้อาจารย์หญิงมีให้ท่านสักคนเล่า”
     หมิงจงเป่ายิ้มร่าเหมือนกำลังมีแผนการอยู่ภายในใจ ลูกศิษย์ก็ได้แต่ยิ้มแต้กับความคิดของตนเอง จะให้นางมีลูกเพราะอาจารย์อยากอุ้มหลาน ทำไมไม่ให้อาจารย์มีลูกเองเสียเลยละ ถงเหยียนเจี๋ยที่เดินเอาอาหารมาส่งให้ภรรยาได้แต่ยืนยิ้มเจื่อนๆ เพราะเขาตกเป็นเป้าสายตาของอ๋องเจ็ดและหรู่อี้ที่ตามมาดูการฝึกฝนของภรรยาตน เสียงของศิษย์อาจารย์ที่ใต้น้ำตกนั้น คนด้านนอกได้ยินชัดเจน คนภายในคิดแค่คุยกันมิดังเพราะเสียงน้ำดังกว่า ใบหน้าชายหนุ่มแดงลามไปทั่วจนถึงลำคอ ก่อนจะก้าวไปยังแผ่นหินขนาดใหญ่แล้ววางตระกร้าจัดแจงทุกอย่างจนเรียบร้อย อะ…แฮ่ม!ถงเหยียนเจี๋ยมทำเสียงในลำคอเพื่อแก้เก้อจากสายตาของทุกคน
     “เล่อเล่อมากินข้าวก่อนเถอะ เจ้าค่อยฝึกต่อพี่เตรียมของโปรดมาให้เจ้าด้วย เอ่อ…ท่านพ่อตากับท่านพ่อ และหรู่อี้ก็มากินพร้อมๆกันเลยนะขอรับ”
    นับวันสองหนุ่มสาวจะมิเหมือนสามีภรรยาในนามสักเท่าใดนัก การใส่ใจดูแลกันและกันนั้นทำให้บรรดาผู้ใหญ่พากันอมยิ้มอยู่เป็นนิจ ชายหนุ่มเผลอปากเรื่องของโปรดภรรยาด้วยลืมว่ายังมีผู้อื่นอยู่อีกหลายคน อ๋องเจ็ดชอบพอเขยผู้นี้เป็นทุนเดิมมาแต่เยาว์วัย อดีตที่ซับซ้อนไม่เคยถูกหยิบยกมาเป็นข้อรังเกียจ การที่โอรสและสหายรักครองโสดทั้งคู่จนเกิดข่าวลือ เรื่องของโม่หยวนฟางและถงเหยียนเจี๋ยอยู่บ่อยครั้ง แต่ความจริงนั้นเขารู้ดีกว่าผู้ใด สองสหายสนิทพึงพอใจสตรีนางเดียวกัน พวกเขาเลือกมิตรภาพมากกว่าหัวใจจึงได้พากันไร้ซึ่งสตรีเคียงกาย เพื่อรอที่จะพบคนที่ใช่เรื่องนี้เขาผู้เป็นพ่อรับรู้มาโดยตลอด จึงมิเคยใส่ใจคำของผู้ใด
     “ดีๆลูกพ่อเจ้าพึ่งหายยังอุตส่าห์เป็นห่วงบิดามาๆทุกคนกินข้าวกัน”
     ทุกคนต่างพากันเดินไปรวมกันยังลานหิน หญิงสาวที่ตัวเปียกอยู่ยืนเก้ๆกังๆหลังจากเดินมาถึง ถงเหยียนเจี๋ยถือเสื้อคลุมพร้อมผ้าเช็ดหน้าส่งให้ฟางเล่อ หญิงสาวรับเสื้อคลุมมาจากสามีก่อนจะสวมอย่างรวดเร็ว ถงเหยียนเจี๋ยเอาผ้าซับผมให้คนตรงหน้า รอยยิ้มของทั้งสองนั้นเสมือนออกมาจากใจมิใช่เสแสร้ง แต่น่าเสียดายที่ทั้งคู่ต้องจากกันไกลด้วยภาระหน้าที่อันสำคัญต่อบ้านเมือง มิเช่นนั้นพวกเขานี้แหละจะทำให้ทั้งคู่กลายเป็นสามีภรรยากันจริงๆ ทั้งสามต่างมองหน้ากันก่อนจะยิ้มอย่างมีเลสนัย ทั้งหมดรีบพากันก้มมองอาหารของตนทันทีเมื่อสองหนุ่มสาวเดินมาถึงและนั่งลง เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของทุกคนหากเป็นช่วงเวลาอื่นคงมีความสุขมากกว่านี้ แต่มิใช่ตอนบ้านเมืองกำลังเกิดการก่อกบฏ
     “มีอะไรกันหรือไม่เจ้าคะ”
     โม่ฟางเล่อมองทุกคนด้วยสายตาสงสัย ทั้งสามพร้อมใจกันส่ายหน้าต่างพากันคีบอาหารเข้าปากอย่างรวดเร็ว หญิงสาวหันไปมองทางชายหนุ่มด้านข้าง ที่เอาแต่ก้มหน้าคีบอาหารใส่ถ้วยของนางจนล้น
     “เอ่อ…พี่เจี๋ยเจ้าคะ คือๆมันล้นแล้วเจ้าค่ะ”
     “พะ…พี่ขอโทษเจ้าด้วย”
     “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ขอบคุณ”
     ทั้งห้าคนต่างพากันกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย หลายคนคุ้นชินกับรสชาติอาหารของถงเหยียนเจี๋ยที่ทำให้คนทั้งบ้านได้กินอยู่ทุกวัน น้อยคนจะรู้ว่านอกจากฝีมือที่เก่งกาจ ชายหนุ่มยังคงทำอาหารได้เลิศรสมิแพ้พ่อครัววังหลวงเลยก็ว่าได้

หุบเขาเหมยแดง เมืองเจียงไห่

     “หยางซานชินเจ้าคนสารเลว ช่างกล้าทำกับลูกหลานของข้าได้ เห็นทีเราจะอยู่ร่วมโลกกันต่อไปมิได้เสียแล้ว”
     หลิวไห่ดวงตาแดงก่ำดุจสีเลือด เมื่อนึกถึงภาพของหลานสาวที่นอนแน่นิ่งเพราะบาดเจ็บภายในอาการสาหัส บุตรสาวถูกวางยาจนเกือบสิ้นชีพ เขาหลงดีใจว่าครอบครัวช่างโชคดีที่ได้เขยดีมีวาสนา แต่มิคิดเลยว่าจะกลายเป็นคนชั่วทำร้ายครอบครัวของตนเช่นนี้ 'เขยชั่วสมสู่หลานเลว จนเกิดเดรฉานหึ! ครอบครัวอสรพิษ'

      ส่วนหลิวเจินเจินเองก็มิยอมออกห่างจากบุตรสาว น้ำตาถูกกล้ำกลืนเอาไว้มิให้ไหลออกมา นางได้รับการขับพิษออกไปบ้างแล้วโดยอ๋องน้อยโม่หยวนฟาง ที่ตอนนี้ยังคงพำนักอยู่ในบ้านของบิดาของนาง คืนนั้นหากมิใช่ชะตาลิขิตให้นางสองแม่ลูกพบกับชายหนุ่ม ป่านนี้นางกับเมี่ยวจ้านคงมิอาจมีลมหายใจจนถึงเวลานี้

      “ท่านตาโปรดระงับโทสะก่อน เรื่องนี้เราต้องรอบคอบให้มาก หากเหนือบ่ากว่าแรงข้าโม่หยวนฟางอย่างไรก็ต้องรบกวนท่านตาแน่นอนขอรับ แต่ยังมิใช่ตอนนี้พวกเราต้องใจเย็นเข้าไว้”
     “ท่านอ๋องน้อยใช่ว่าข้าจะอยากให้เป็นเช่นนี้ แต่มันๆทำให้ข้าแทบอยากสังหารคนผู้นั้นให้ตายด้วยน้ำมือของข้าเองยิ่งนัก”
     “อย่าได้กังวลเรื่องหยางซานชินกับหยางซานหลางไปเลยท่านตา หากจะกังวลควรเป็นเรื่องของน้องเมี่ยวจ้าน นางคือบุตรสาวของท่านน้าเจินเจินจริงหรือ แล้วหากว่าใช่ตลอดเวลาที่ผ่านมานางอยู่ที่ใดกับใคร”
    “เรียนนายท่าน ชายผู้นั้นขอเข้าพบขอรับ”
    หลิวไห่พยักหน้าอนุญาตเขาเองก็อยากรู้ความเป็นมาของเมี่ยวจ้านเช่นกัน หากนางคือหลานสาวไยถึงดูมีอำนาจมิน้อย จากคำบอกเล่าของบุตรสาวตน หลายวันมานี้ที่เขาเฝ้ารอให้ชายหนุ่มอีกคนฟื้นเสียที ตอนนี้เหมือนคำภาวนาเป็นจริงแล้วเขาตื่นมาไขข้อข้องใจให้กระจ่างสักที
     “ข้าน้อยม่อตูคารวะใต้ท้าวหลิวไห่และท่านอ๋องโม่หยวนฟาง”
    “เจ้ายังมิหายดีรีบลุกขึ้นนั่งก่อนเถอะ ข้าอยากรู้เรื่องของพวกเจ้ามากกว่า”
    “ข้าน้อยขอบคุณใต้ท้าวมากขอรับ ข้าทราบว่าท่านสงสัยเกี่ยวกับตัวข้าและท่านเมี่ยวจ้าน”
    “หม่ากุ้ยไปตามคุณหนูมา”
    “ขอรับนายท่าน”
    คนสนิทของแม่ทัพหลิวรีบหมุนกายออกจากห้อง ตรงไปยังส่วนห้องพักของหญิงสาวที่เป็นแขกของจวนในทันที เขามิคิดสงสัยในเรื่องใดๆของเจ้านายแม้แต่น้อย ไม่นานร่างงามของหลิวเจินเจิน เดินเข้ามาโดยมีสาวใช้คอยพยุง ก่อนจะก้าวไปนั่งลงข้างบิดาใบหน้าของนางดูสงบเยือกเย็นต่างจากเดิมที่เคยมีแต่รอยยิ้มพิมพ์ใจ
     “ท่านพ่อ ท่านอ๋อง”
     หลิวเจินเจินก้มหัวให้ทั้งสองคน แม้จะบาดเจ็บอยู่แต่นางยังคงความเป็นสตรีชั้นสูงที่มารยาทย่อมมาก่อนเรื่องส่วนตน โม่หยวนฟางตอบรับอีกฝ่ายเช่นกัน
     “เอาล่ะมากันครบแล้ว ม่อตูเจ้าเล่ามาให้พวกข้าฟังได้แล้ว”
     “เรียนใต้ท้าวเรื่องมีอยู่ว่า ตอนที่ข้าเริ่มคัดตัวเข้าเป็นองครักษ์เมื่ออายุแปดขวบ ตามกฏของชาวจิ้งหนานเวลานั้น องครัชทายาทเสด็จกลับวังมาพร้อมเด็กทารก และประกาศกับทุกคนว่านางคือพระธิดาของพระองค์นามว่าเมี่ยวจ้าน และข้าก็ถูกคัดเลือกให้ปกป้ององค์หญิงเมี่ยวจ้านพร้อมเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันอีกนับสิบทั้งชายและหญิง พวกข้าทั้งหมดได้รับรู้ชาติกำเนิดของท่านเมี่ยวจ้านดี แต่ชาวจิ้งหนานมิเคยรังเกียจนาง บิดาข้าคือหนึ่งในองครักษ์ที่ได้ช่วยชีวิตองค์หญิงร่วมกับองค์รัชทายาท พ่อข้าเล่าว่าวันนั้นขณะที่ฝ่าบาทและผู้ติดตามกำลังจะเดินทางกลับยังจิ้งหนาน มีสามีภรรยาคู่หนึ่งกำลังอุ้มเด็กทารกวิ่งหนีการตามล่า ตอนที่เข้าช่วยเหลือหญิงคนนั้นได้มอบเด็กคนนั้นให้แก่องค์ชายยศในขณะนั้น ‘ช่วยคุณหนูด้วยโปรดเมตานาง ส่งเด็กน้อยไปยังหุบเขาเหมยแดงมอบแก่ท่านแม่ทัพหลิวไห่’ พร้อมจดหมายผ้าและหยกชิ้นหนึ่ง ก่อนจะสิ้นใจนางย้ำว่าให้กำชับแม่ทัพหลิวห้ามแพร่งพายเรื่องเด็กน้อยออกไป มิเช่นนั้นการเสียสละของนางและสามีก็ไร้ค่า เพราะทุกคนอาจต้องตาย เมื่อจัดการฝังศพสองสามีภรรยาเสร็จแล้ว คราแรกรัชทายาททรงคิดจะนำทารกน้อยไปส่งตามที่รับปาก แต่เมื่อเห็นความน่าเอ็นดูและหากคิดทบทวนดีๆ เด็กอาจไม่รอดหากยังอยู่ที่ชีเป่ย จึงตัดสินพระทัยเปิดจดหมายออกอ่านแล้วส่งคนไปสืบความจริงยังเมืองหลวงชีเป่ย แล้วพาเด็กทารกกลับจิ้งหนานในฐานะพระธิดา และตอนนี้ท่านเมี่ยวจ้านคือรัชทยาทเพียงพระองค์เดียวของจิ้งหนาน ฮูหยินหยางต้องขออภัยที่พวกข้ามาช่วยท่านช้าไป คนของเราที่แฝงตัวอยู่ส่งข่าวไปที่จิ้งหนาน ท่านเมี่ยวจ้านก็รีบหวนกลับมาช่วยท่านในทันที หยกชิ้นนั้นถูกทำให้อยู่ในตราประจำตัวของท่านเมี่ยวจ้าน หากฮูหยินจะสังเกตดีๆจะพบมันขอรับ จดหมายถูกเก็บไว้ในห้องลับขององค์ฮ่องเต้ซึ่งมีเพียงท่านเมี่ยวจ้านและฝ่าบาทเท่านั้นที่เข้าไปได้”
      “ทำไมนางไม่เคยบอกข้า”
     “ท่านเมี่ยวจ้านรู้เรื่องทุกอย่างดี ฝ่าบาทมิเคยปิดบังชาติกำเนิดของนาง และทรงอนุญาตให้ท่านเมี่ยวจ้านมาสืบทุกอย่างด้วยตนเอง เมื่อใดที่ยามาถึงแล้วนายของข้าฟื้นขึ้นมา พวกท่านจะได้รู้ความจริงทุกอย่าง”
      ม่อตูเล่าทุกอย่างแบบรวบรัด เขาเคารพในตัวท่านเมี่ยวจ้านยิ่งกว่าสิ่งใด นางคือว่าที่เจ้าแผ่นดินคนต่อไปของพวกเขา ไม่นานจะทรงถูกให้เลือกคู่ครองตามกฏมนเทียนของจิ้งหนาน และเขามั่นใจว่าฝ่าบาทจะทรงทำเช่นทุกๆปี คือตามใจพระธิดาโดยไม่เลือกผู้ใดเป็นราชบุตรเขย ‘ข้าครองบัลลังก์โดยไรสวามีก็มิเห็นแปลกอันใด’คำนี้พวกเขาคุ้นชินมาหลายปี
     “ข้าขอถามหน่อยเถิด หากนางคือรัชทายาท แล้วจิ้งหนานมิมีผู้ใดคัดค้านชาติกำเนิดนางหรืออย่างไร”
     “เรียนท่านอ๋อง จิ้งหนานอำนาจเด็ดขาดอยู่ที่ฮ่องเต้ แม้จะมีคนคัดค้านก็มิอาจทำอันใดได้ เพราะองค์หญิงเมี่ยวจ้านทรงครองตำแหน่งขุนพล กุมกองกำลังทหารมากกว่าครึ่งของจิ้งหนาน เป็นการวางแผนเพื่อความปลอดภัยขององค์รัชทายาทไว้เป็นอย่างดี ครั้งนี้ที่ท่านเมี่ยวจ้านพ่ายให้แก่แม่ทัพหยางมิใช่นางไร้สามารถ แต่เพราะก่อนเดินทางมายังชีเป่ยนางได้รับบาดเจ็บมาก่อนแล้ว ส่วนสาเหตุข้ามิออาจบอกได้เนื่องจากเป็นเรื่องภายในขอรับ แต่พอรู้เรื่องของฮูหยินด้วยความร้อนใจจึงได้หนีออกจากวัง พร้อมพวกข้าในทันที หยางซานชินเจ้าเล่ห์เพทุบายมิแปลกที่เขาจะล้มท่านเมี่ยวจ้านลงได้”
      เพราะอย่างนี้นี่เองภาระที่อยู่ในมือมากมายนัก แต่ความรักของคำว่าลูกที่มีต่อมารดา ย่อมมีมากกว่า เมี่ยวจ้านเจ้าช่างน่านับถือยิ่งนัก หยางซานชินช่างมีวาสนาที่มีบุตรตรีเช่นนี้ แต่เขากลับตามืดบอดที่มองมิเห็นมัน จึงนับว่าเป็นบุญของชาวจิ้งหนานที่ได้ผู้นำที่เด็ดเดี่ยวยอดกตัญญูยิ่งแล้ว
      “นางช่างมิคิดถึงตนเองเอาเสียเลย มารดาผู้โง่งมซ้ำยังเป็นไม้ใกล้ฝั่งแล้ว ยังเสี่ยงมาช่วยเหลือ หากข้าหลิวเจินเจินมิเอาเลือดสกุลหยางมาล้างอาย อย่าให้ตัวข้าได้ตายดีเลย”
      พูดจบร่างอ่อนแรงลุกขึ้นด้วยความทรนง แม้เจ็บเจียนตายนางก็จะมิอ้อนวอนขอความเมตาจากสามีผู้ทรยศ และลูกนอกไส้ที่นางอุ้มชูมาตั้งแต่แรกเกิด จะอีกกี่ชีวิตเพื่ออำนาจของคนหนักแผ่นดิน ถึงว่าพวกเขาถึงยินดีที่จะแต่งลูกสะใภ้ที่ตายไปของนาง ครั้งนี้ยังคิดฆ่าลูกของนางเป็นครั้งที่สอง ‘นับจากวินาทีนี้ไม่ข้าก็เจ้าที่ต้องตายหยางซานชิน’

.........................
ตอนนี้อาจยาวไปนิดนะคะ ไรท์จะเริ่มเดินเรื่องเร็วแล้วคร้า หยุดไปหลายวันมันช้าไปจะคลายปมรวมคนแล้วนะคะ ต่อไปขอเรียงน้องไป๋ว่าเล่อเล่อหรือฟางเล่อนะคร้า หลังแยกจากสามีอุ๊บอิ๊บคร้า หากมีคำผิดคำตกต้องขออภัยด้วยค่ะ จะรีไรท์ทีเดียวเลยนะคะ ไฟจี้ไรท์มาติดๆขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้กันเสมอมาค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.221K ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #1028 Amarry (@Amarry) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:30
    ตลกลุงเป่า ตอนแรกเรียกเค้าแต่หน้าผ้าขี้ริ่ว ตอนนี้ลูกอย่างนั้นลูกอย่างนี้ อาจารย์คนซึนและมึนมาก 55555

    จะว่าไปอ่อร่าพระเอกสาดแสงตั้งแต่นั่งจิบชาดูนางเอกช่วยลุงเป่ากลางตลาดละ คนอะไรละมุนละเกินนน ได้กันแน่นอน คิกร้ากกก
    #1028
    0
  2. #1015 Dreammimi1 (@Dreammimi1) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:17

    พ่อบุญธรรมค่ะ
    #1015
    0
  3. #808 PrinceKiyo (@kiyomine28) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 15:13
    อ้าวอาจารย์หมิงกลายเป็นพ่อ? ก่อนหน้าทำไมบอกไม่รู้จัก?
    #808
    1
    • #808-1 แมคโมเลีย (@nicedear) (จากตอนที่ 19)
      19 มกราคม 2562 / 17:14
      อ่านดีๆค่ะหมิงจงเป่าพ่อบุญธรรมเหยียนเจี๋ยระคะ
      #808-1
  4. #510 Kungbible (@Kungbible) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 23:34
    บทนี้ รำคาญจงเป่า คงเป็นคนไม่มีปัญญาจริงๆ ไม่รู้ว่าเวลาใดควรเร่งแก้ปัญหา รีบช่วยเหลือ
    #510
    0
  5. #486 อ้นเฟอะฟะ (@aon5036) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 14:46

    ลุ้นๆรอตอนต่อไปน้าาา

    #486
    0
  6. #484 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 14:39
    สนุกค่ะ
    #484
    0
  7. #481 sakoa (@sakoa) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 14:10

    รออยู่นะไรท์สู้ๆ
    #481
    0
  8. #478 tavigar_25 (@tavigar_25) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 09:04
    สามีอุ๊บอิ๊บน่ารักมากกกอ่ะ
    #478
    0
  9. #477 LoogKonGlang (@Xilifang) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 09:02
    เอ่อบางที เราก็โง่ อ่านชื่อแล้วลืมว่าใครเป็นครต้องย้อนกลับไปอ่านใหม่ จำได้แต่อิหยางสองพ่อลูกสารเลวนั่น
    #477
    0
  10. #476 oachaporn (@oachaporn) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 08:52
    ลุ้นรอๆๆๆๆๆๆ
    #476
    0
  11. #475 RatchaneeAor31 (@RatchaneeAor31) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 08:35

    ขอบคุณค้าาาา
    #475
    0
  12. #474 nungningkaa (@nungningkaa) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 07:38
    ลุ้นๆรอตอนต่อไปเร็วนะคะ
    #474
    0
  13. #470 สิบลื้ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 06:41

    รอตอนต่อไปน้าาา

    #470
    0
  14. #469 นางเหมียว (@ktn888) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 06:18
    สนุกค่ะรอนะติดตาม
    #469
    0
  15. #468 piamya (@piamya) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 05:42

    สนุกมากค่ะ เอาอีกค่ะ

    #468
    0
  16. #467 kulyasalin2 (@kulyasalin2) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 01:35
    เข้มข้น เอาอีกๆ
    #467
    0
  17. #466 benjama1 (@benjama1) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 01:16

    สนุกขึ้นทุกวัน
    #466
    0